Categories
CULTURE

แข่งขันกลองปู่จานครลำปางชิงถ้วยรางวัลพระราชทาน ครั้งที่ 20

 

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2567 เวลา 18.30 น. ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารีผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดการแข่งขันตีก๋องปู่จานครลำปางชิงถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ครั้งที่ 20 ประจำปี พ.ศ. 2567 ในงานสลุงหลวง กลองใหญ่ ปีใหม่เมือง นครลำปาง ประจำปี 2567 โดยมีนายชัชวาลย์ ฉายะบุตร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง กล่าวต้อนรับ นางกาญจนี อุดมกุลวณิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านปฏิบัติการคลังปิโตรเลียม บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) กล่าวให้การสนับสนุน

 

นางกรวรรณ สุ่มมาตย์ วัฒนธรรมจังหวัดลำปาง กล่าวรายงานฯ รศ.ดร.สุพรรณี ฉายะบุตร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำปาง นายสถาพร เที่ยงธรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวลิปิการ์ กำลังชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นางจิตรี จิวะสันติการ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง หัวหน้าส่วนราชการ วัฒนธรรมจังหวัด 16 จังหวัดภาคเหนือ ภาคเอกชน สภาวัฒนธรรมอำเภอ 13 อำเภอ และภาคีเครือข่ายวัฒนธรรม

 

การแข่งขันตีก๋องปู่จานครลำปาง บูรณาการความร่วมมือระหว่างสภาวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง สมาคมก๋องปู่จาและศิลปะการแสดงพื้นบ้านนครลำปาง สภาวัฒนธรรม 13 อำเภอ เครือข่ายก๋องปู่จา 13 อำเภอ ร่วมกับบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) เพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีตีก๋องปู่จานครลำปางในกลุ่มเด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่อง และร่วมอนุรักษ์ ฟื้นฟูประเพณีตีก๋องปู่จา ซึ่งเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นให้ดำรงอยู่สืบไป ณ ลานศาลหลักเมือง และสนามหน้าพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้เมืองลำปาง (มิวเซียมลำปาง) อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง

 

สำหรับผลการแข่งขันตีก๋องปู่จานครลำปาง ชิงถ้วยพระราชทานฯ ดังนี้

1.รางวัลชนะเลิศพร้อมถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมเงินรางวัล 50,000 บาท

  • อำเภอห้างฉัตร

2.รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 รางวัล 40,000 บาท

  • อำเภองาว

3.รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 รางวัล 30,000 บาท

  • อำเภอเกาะคา

รางวัลชมเชย 10 รางวัล รางวัล 25,000บาท

  • อำเภอเมืองลำปาง
  • อำเภอแจ้ห่ม
  • อำเภอแม่พริก
  • อำเภอเสริมงาม
  • อำเภอสบปราบ
  • อำเภอวังเหนือ
  • อำเภอแม่ทะ
  • อำเภอเถิน
  • อำเภอเมืองปาน
  • อำเภอแม่เมาะ

รางวัลขวัญใจมหาชน รางวัลละ 5,000 บาท

  • อำเภอแจ้ห่ม

โดยจังหวัดลำปาง โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง ร่วมบูรณาการกับสภาวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง บริษัท ปตท.น้ำมัน และการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) และภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน กำหนดจัดงานสลุงหลวง กลองใหญ่ ปีใหม่เมือง นครลำปาง ประจำปี พ.ศ. 2567 ระหว่างวันที่ 7 – 13 เมษายน 2567 โดยมีพิธีเปิดการแข่งขันกลองปู่จานครลำปางชิงถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ครั้งที่ 20 ในงานสลุงหลวง กลองใหญ่ ปีใหม่เมือง นครลำปาง ประจำปี พ.ศ. 2567 ในวันจันทร์ที่ 8 เมษายน 2567 ณ ลานศาลหลักเมืองนครลำปาง และสนามหน้าพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้เมืองลำปาง (มิวเซียมลำปาง) อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง ซึ่งมีกิจกรรมสำคัญ ดังนี้

  1. กิจกรรมข่วงแก้วเวียงละกอน และถนนสายวัฒนธรรม
  2. ขบวนอัญเชิญรางวัลพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
  3. การแข่งขันตีก๋องปู่จานครลำปางชิงถ้วยรางวัลพระราชทานฯ
  4. พิธีมอบรางวัลพระราชทานฯ และบันทึกภาพร่วมกัน
  5. การแสดงศิลปวัฒนธรรมของเด็กและเยาวชนจังหวัดลำปาง
  6. การจำหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรม และผลิตภัณฑ์ชุมชน

ซึ่งนายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นายสุพจน์ ทนทาน นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ และนายพร้อมพงษ์ ทาสิทธิ์ ข้าราชการและบุคลากรสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย เข้าร่วมกิจกรรมฯ ดังกล่าว

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สนง.วัฒนธรรม เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS TOP STORIES

‘เศรษฐา’ สั่ง รมว.ท่องเที่ยวฯ โปรโมท สงกรานต์ 21 วัน สาดน้ำได้วันไหน

 

เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2567 เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดงาน “Maha Songkran World Water Festival 2024 เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ 2567” ซึ่งจะมีการจัดสงกรานต์ยาว 21 วัน แต่ดูเหมือนการโปรโมทยังเงียบ ทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนที่ตั้งใจจะมาเล่นสงกรานต์ แต่กลับไม่เจอสงกรานต์ ว่า การเล่นสงกรานต์ที่ประกาศ 21 วัน ซึ่งชาวจีนอยากมาและคิดว่าจะมีการสาดน้ำ แต่ความจริงยังไม่เริ่มสาดน้ำ ก็เป็นเรื่องของความคลาดเคลื่อน จึงขอให้รอก่อน

เมื่อถามว่า การสาดน้ำจะมีเฉพาะช่วงวันที่ 13-15 เม.ย.หรือไม่ เศรษฐา กล่าวว่า ตนไม่ทราบเพราะแล้วแต่พื้นที่ ซึ่งแต่ละจังหวัดก็มีประเพณีแตกต่างกันไป บางพื้นที่มีการจัดหลังวันที่ 13-16 เม.ย.ก็มี เช่นที่พระประแดง และพัทยา

เมื่อถามว่า ต้องประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวและประชาชนหรือไม่ เพราะบางคนเข้าใจว่า 21 วัน เป็นการเล่นต่อเนื่อง เศรษฐา กล่าวว่า ใช้คำว่าเป็นการเฉลิมฉลองต่อเนื่องดีกว่า และเดี๋ยวตนจะบอกให้ สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ไปดูตรงนี้ให้

 
สืบเนื่องจากกรณีที่มีนักท่องเที่ยวชาวจีนทำคอนเทนต์ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย แต่งชุดเล่นน้ำสงกรานต์แบบจัดเต็ม เตรียมตัวมาเล่นน้ำในย่านอโศกซึ่งคลิปดังกล่าวกลายเป็นไวรัลทั้งในประเทศไทยและจีน โดยชาวไทยบางส่วนได้เข้าไปชี้แจงว่าที่ทางรัฐบาลและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประกาศจัดใหญ่ 21 วันนั้น คือ งานประเพณีวัฒนธรรมในจังหวัดเชียงใหม่ ได้เริ่มจัดงานตั้งแต่ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ส่วนการสาดน้ำนั้น ในแต่ละพื้นที่มีกำหนดการไม่เหมือนกัน แต่ในกรุงเทพมหานครนั้น จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 – 15 เม.ย. 2567
 
 
ทั้งนี้ น.ส. สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวเมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2567 ว่าการที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้ข่าวไปว่ามีการจัดงานกิจกรรมตลอดทั้งเดือนนั้น อาจจะทำให้เกิดการเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่ามีการสาดน้ำกันทั้งเดือน
จนเมื่อตนเองทราบข่าวนักท่องเที่ยวจีนคนนี้ ก็ตกใจเช่นกัน และกล่าวว่าจะเร่งแก้ไขประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจให้ถูกต้องกว่าเดิมกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ตั้งใจจะมาเล่นสาดน้ำให้มากขึ้น
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SPORT

เปิดแข่งเรือ ตำบลหนองแรด หนุนการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน

 

เมื่อวันจันทร์ที่ 8 เมษายน 2567 เวลา 10.00 น.นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬาแข่งเรือ ณ หนองซง ตำบลหนองแรด อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนายชัยสิทธิ์ ชัยเนตร เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย นายบุญตัน เสนคำ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย อำเภอเทิง เขต 1 โดยมีนายนฤเดช ศิริแสน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแรด กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ และมีคณะกรรมการจัดการแข่งขัน ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น นักกีฬา ประชาชนในพื้นที่ร่วมเป็นเกียรติในการเปิดโครงการครั้งนี้

 

ทั้งนี้ การจัดโครงการดังกล่าวเพื่อส่งเสริมความสามัคคีในชุมชน และประชาชนมีน้ำใจเป็นนักกีฬา ปลูกฝังให้ประชาชนตำบลหนองแรดรักษ์และหวงแหนแหลjงน้ำในชุมชน ส่งเสริมการท่องเที่ยวในตำบลหนองแรด และกระตุ้นเศรษฐกิจในตำบลหนองแรด การแข่งขันกีฬาแข่งเรือตำบลหนองแรดประกอบด้วย ตัวแทนนักกีฬา ทั้ง 7 หมู่บ้านในเขตตำบลหนองแรด มีการจัดการแข่งขันพายเรือจำนวน 4 รายการ ได้แก่ การแข่งขันพายเรือกระบะปูน การแข่งขันพายรือหาปลา ประเภท 1 ฝีพาย 2 ฝีพาย และ 3 ฝีพาย
 
 
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายกล่าวว่า การแข่งเรือในครั้งนี้เป็นการแสดงถึงวิถีชีวิต ของพี่น้องประชาชนในตำบลหนองแรด และหนองซงแห่งนี้เป็นหนองน้ำที่มีความสวยงามแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย การแข่งขันเรือที่นี่จะแปลกตา ไม่เหมือนที่ไหน เป็นกิจกรรมที่จะทำให้พี่น้องตำบลหนองแรดได้มีกิจกรรมร่วมกัน ได้สนุกสนานไปด้วยกัน และที่สำคัญที่สุดคือได้อนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม น้ำคือหัวใจในการดำรงชีพ และจะผลักดันและพัฒนาให้หนองซงแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่สำคัญ อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงรายอีกด้วย
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

“พาหมอไปหาประชาชน” คนเชียงของ เฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ “ในหลวง”

 
เมื่อวันที่ 8เม.ย.2567 ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของ อ.เชียงของ จ.เชียงราย นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิด “โครงการพาหมอไปหาประชาชนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 จังหวัดเชียงราย” โดยมี ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 1 กล่าวรายงาน นางสุภาพรรณ หมั่นเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวต้อนรับ และนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 เป็นตัวแทนชาวจังหวัดเชียงรายกล่าวขอบคุณ พร้อมกันนี้นพ.วัชรพงษ์ คำหล้า นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย ได้นำผู้บริหารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย บุคลากรในสังกัด และประชาชนเข้าร่วมพิธีเปิดอย่างคับคั่ง
 
 
นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า โครงการพาหมอไปหาประชาชน เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และเป็นการมอบของขวัญปีใหม่ไทยให้แก่ประชาชน เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการคัดกรองโรคที่เป็นปัญหาความเจ็บป่วยปัญหาสุขภาพที่สำคัญของประชาชน
 
 
ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่อไปว่า กระทรวงสาธารณสุขตระหนักถึงความสำคัญของการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการคัดกรองโรคของประชาชนในพื้นที่ ที่ขาดโอกาสในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข ให้สามารถเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง และเท่าเทียม ได้รับการค้นหาและรักษาโรคในระยะเริ่มต้นได้อย่างทันท่วงทีลดอัตราการป่วย และเสียชีวิตจากโรคสำคัญ ช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดี และลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล
 
 
“สำหรับโครงการพาหมอไปหาประชาชน เฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดเชียงราย ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของ จัดบริการ 10 คลินิก 1 กิจกรรม ประกอบด้วย คลินิกคัดกรองมะเร็งตับและท่อน้ำดี คลินิกคัดกรองมะเร็งเต้านม คลินิกคัดกรองมะเร็งปากมดลูก คลินิกคัดกรองมะเร็งลำไส้ คลินิกตรวจตาในเด็กและผู้สูงอายุ คลินิกทันตกรรม คลินิกโรคหัวใจ คลินิกสุขภาพจิต คลินิกตรวจสุขภาพพระสงฆ์ คลินิกเฉพาะทางหู และกิจกรรมลงทะเบียนบัตรประชาชนใบเดียวรักษาทุกที่ รวมมีผู้มารับบริการทั้งสิ้น 4,661 ราย”นายวัชรพลกล่าว
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI TOP STORIES

สนามบินแม่ฟ้าหลวง แถลงแล้ว! สาวแอบสูบบุหรี่อยู่ระหว่างตามมาดำเนินคดี

 

เมื่อวันที่ 8 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีที่ “Red Skull” ผู้ใช้แอป X ได้เผยแพร่โพสต์ของผู้ใช้บริการเครื่องบินเดินทางจาก จ.เชียงราย ทางท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ขอชี้แจงกรณี ภาพผู้โดยสารสูบบุหรี่ไฟฟ้าบนเครื่องบิน นาวาอากาศตรีสมชนก เทียมเทียบรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย ชี้แจงถึงข้อคำถามที่ว่า “ทางสนามบินปล่อยให้หลุดขึ้นเครื่องได้อย่างไร” นั้น 

 

 

ท่าอากาศยานมีหน้าที่ตรวจค้นด้านความปลอดภัย คือการตรวจค้นวัตถุต้องห้ามที่จะนำไปสู่การก่อเหตุร้ายแรงบนเครื่องบิน เช่น วัตถุระเบิด อาวุธปืน มีด หรือวัตถุต่างๆ ที่ผู้ประสงค์ร้ายจะนำขึ้นไปก่อเหตุบนเครื่อง ท่าอากาศยานจะดำเนินการตรวจค้นทั้งการตรวจค้นตัวและตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์

 

สำหรับกรณีบุหรี่ไฟฟ้า นั้น ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งในกระบวนการตรวจค้นของทางท่าอากาศยาน จะมีโอกาสที่บุหรี่ไฟฟ้าหลุดรอดขึ้นไปบนอากาศยานได้ เพราะตัวเครื่องทำจากพลาสติก ไม่สามารถตรวจค้นด้วยเครื่องเอกซเรย์ได้ บางครั้งผู้โดยสารอาจจะเก็บไว้ติดตัว แต่หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบจะทำการตรวจยึดและดำเนินการตามกฎหมาย เพราะบุหรี่ไฟฟ้ามีความผิดตั้งแต่การนำเข้ามาในประเทศแล้ว อีกทั้ง การสูบบุหรี่บนเครื่องบินมีความผิด 2 กฎหมายหลัก ได้แก่

  1. กระทรวงสาธารณสุข มีความผิดตาม พรบ. การสูบบุหรี่ ซึ่งการเดินทางสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็น รถโดยสาร อาคารผู้โดยสาร หรือแม้แต่บนเครื่องบิน จะห้ามสูบบุหรี่
  2. พรบ. ความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ ข้อห้ามการสูบบุหรี่บนเครื่องบิน เพราะอาจก่อความรำคาญแก่ผู้อยู่บนเที่ยวบิน ผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อีกทั้ง สายการบินไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารสูบบุหรี่ทุกประเภทรวมทั้งบุหรี่ไฟฟ้าในทุกเที่ยวบินและไม่อนุญาตให้นำบุหรี่ไฟฟ้า(e-cigarettes) ไว้ในสัมภาระใต้ท้องเครื่อง แต่สามารถพกพาไปกับสัมภาระขึ้นห้องโดยสารได้ ฉะนั้น การสูบบุหรี่บนอากาศยานเป็นกฎด้านการบิน ผู้ใดกระทำจะมีโทษปรับตามกฎหมาย ซึ่งผู้ดำเนินการสนามบิน มีหน้าที่ที่รับผิดชอบไม่ให้วัตถุต้องห้าม และวัตถุอันตรายขึ้นไปบนอากาศยาน

 

ดังนั้น จึงขอฝากไปยังผู้ที่พบเห็นเหตุการณ์ลักษณะนี้ ผู้โดยสารควรจะรีบแจ้งลูกเรือ เพื่อที่ลูกเรือจะได้แจ้งนักบินผู้บังคับอากาศยาน เพื่อประสานสนามบินหรือท่าอากาศยานปลายทาง และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุมผู้กระทำความผิด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

หมายเหตุ : บุหรี่ไฟฟ้า ไม่ได้จัดอยู่ในประเภทวัตถุต้องห้าม และวัตถุอันตราย ผู้โดยสารจึงสามารถพกพาบุหรี่ไฟฟ้า ขึ้นไปกับอากาศยานได้ แต่ถ้าสูบบนอากาศยานมีโทษตาม พ.ร.บ.ความผิดบางประการต่ออากาศยาน พ.ศ.2558 ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงรายจึงขอชี้แจงให้ทราบมา ณ โอกาสนี้

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : Mae Fah Luang Chiang Rai International Airport – CEI

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
WORLD PULSE

สปป.ลาว ส่งคนตรวจคุณภาพน้ำโขงปกติ แม้พึ่งเกิด”กรดซัลฟิวริก” ที่พลิกคว่ำ

 
เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2567 สื่อจาก สปป. ลาว ໂທລະໂຄ່ງ THOLAKHONG ราย3านการตรวจสอบออก! แม่น้ำยังคงไม่ได้รับผลกระทบจาก #ChemicalCase พลิกคว่ำและทำให้สารไหลลงสู่หุบเขาและแม่น้ำ
 
จากกรณีขนส่งสารเคมีในหมู่บ้านภูสังขาม จังหวัดหลวงพระบาง เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2567 มีสารเคมีบางชนิดไหลลงสู่ลำธารและไหลลงสู่ลำธารน้ำ และมีการแจ้งเตือนจากสำนักงานหลวงพระบางว่า ห้ามใช้น้ำดังกล่าว 
 
 
ล่าสุด วันนี้ 8 เมษายน 2567 คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงออกแถลงการณ์ว่า หลังจากตรวจสอบตั้งแต่วันที่เกิดเหตุและสำรวจอย่างละเอียดเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2567 น้ำบริเวณลำห้วยยังคงปกติไม่ได้รับผลกระทบ มีเพียงน้ำในลำธารในที่เกิดเหตุเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แสดงให้เห็นว่าแม่น้ำโขงและแม่น้ำโขงที่ลำธารไหลผ่านยังปกติ (ปลอดภัย)
นอกจากนี้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะยังคงติดตามและประเมินคุณภาพน้ำอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัย
 
 

ทางด้านนายชัยพจน์ จรูญพงศ์ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวว่า อุบัติเหตุรถบรรทุกสารเคมีพลิกคว่ำที่เมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว เมื่อ 5 วันก่อน สร้างความกังวลใจให้กับชาวบ้านโดยเฉพาะ อ.เชียงคาน ที่จะเป็นจุดรับน้ำจากประเทศลาวจุดแรก และคาดว่าน้ำจะมาถึงอำเภอเชียงคานในวันที่ 8 เม.ย.นี้

จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ด้านสาธาณสุข และเจ้าหน้าที่ประมง เก็บตัวอย่างน้ำบริเวณแก่งคุดคู้ ไปตรวจคุณภาพความเป็นกรดด่างทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 5 -12 เม.ย.นี้ ซึ่งผลการตรวจคุณภาพน้ำ ที่ผ่านมาเป็นปกติ

ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวว่า ขณะนี้คุณภาพแม่น้ำโขงในอ.เชียงคานอยู่ในเกณฑ์ปกติ สัตว์น้ำและคนสามารถใช้น้ำได้โดยปลอดภัย เนื่องจากกรดซัลฟิวริก 1 ลิตร ต่อน้ำ 100,000 ลิตรจะเจือจางไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำและคน

 

แม้ขณะนี้สถานการณ์น้ำยังเป็นปกติแต่เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ และนักท่องเที่ยว ได้ประสานไปยังสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 9 เพื่อเก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจสอบเพิ่มเติมเพื่อให้ผลแม่นยำและสร้างความมั่นใจ

 

ขณะที่วันนี้ บริเวณแก่งคุดคู้ ยังมีนักท่องเที่ยวยังพาครอบครัวมาเล่นน้ำคลายร้อน ส่วนใหญ่บอกว่าไม่กังวลว่าน้ำโขงบริเวณแก่งคุดคู้ จะมีสารเคมีปนเปื้อน เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างน้ำโขงไปตรวจสอบคุณภาพทุกวัน คือช่วงเช้าและช่วงเย็น และจากการติดตามข่าวก็พบว่าน้ำโขงที่ไหลผ่านอ.เชียงคาน ยังปกติและยังไม่พบสารเคมีปนเปื้อนแต่อย่างใด

 

ซึ่งทางสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เคยได้ออกประกาศเรื่อง เฝ้าระวังผลกระทบจากคุณภาพน้ำในแม่น้ำโขง ฉบับที่ 1 โดยระบุว่า ตามที่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ได้มีหนังสือแจ้งเตือนประชาชน เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2567 แจ้งการเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกสารเคมีพลิกคว่ำ ทำให้กรดซัลฟิวริกไหลลงสู่แม่น้ำคาน บริเวณแขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2567 จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ໂທລະໂຄ່ງ THOLAKHONG

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
ECONOMY

ราคาหมูหน้าฟาร์มขึ้นอีก 4 บาท รับเมษายนฟื้นตัวสูงสุดเป็นประวัติการณ์

 
เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2567 สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ รายงานข้อมูลราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม (สัปดาห์ที่ 15/2567) วันพระที่ 8 เมษายน 2567 ปรับขึ้น กิโลกรัมละ 4 บาท จากวันพระก่อนหน้านี้ ในสัปดาห์ที่ 11/2567 วันพระที่ 17 มีนาคม 2567 ซึ่งปรับไปก่อน 4 บาท รวมแล้วในเดือนเมษายน มีการปรับขึ้นราคาหมู กิโลกรัมละ 8 บาท ดังนี้
  • ภาคตะวันตก 64 บาท/กก.
  • ภาคตะวันออก 72 บาท/กก.
  • ภาคอีสาน 70 บาท/กก.
  • ภาคเหนือ 71 บาท/กก.
  • ภาคใต้ 66 บาท/กก.

ส่วนราคาลูกสุกรขนาด 16 กิโลกรัม ณ วันจันทร์ที่ 8 เมษายน 2567 1,600 บาท บวกลบ 64 บาท

ทั้งนี้ การที่ผู้เลี้ยงสุกรทุกภูมิภาคยกระดับราคาต่อเนื่อง 4 บาทต่อกิโลกรัม เป็นผลจากโครงการตัดวงจรยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง ทุกบริษัทที่เข้าเกณฑ์ พร้อมใจส่งตารางคิวเป็นรายสัปดาห์ รายเดือนอย่างชัดเจน

การซื้อขายในแทบทุกจังหวัด มีการส่งคำสั่งซื้อกระจายตัวตรงสู่ฟาร์มมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขขอนำสุกรเข้าเชือด (Demand Side) ของกรมปศุสัตว์สูงขึ้นในช่วง 3 เดือนปี 2567 อยู่ที่เฉลี่ย 1.91 ล้านตัวต่อเดือน หรือ 63,600 ตัวต่อวัน สะท้อนความต้องการบริโภคสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ จากปี 2566 เฉลี่ยอยู่ที่ 1.69 ล้านตัวต่อเดือนเท่านั้น ทำให้คาดการณ์ว่าราคาสุกรหน้าฟาร์มมีแนวโน้มปรับตัวสู่ต้นทุนอย่างมีเสถียรภาพ

ขณะที่ Big Data ภาคเอกชน ที่เป็น Supply Side สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ และ INET ได้จัดทำคู่มือการเข้าระบบของสมาชิกปัจจุบันเสร็จเรียบร้อย เพื่อให้ตัวเลขประชากร การพยากรณ์ผลผลิต เข้าสู่ Digital Transformation อย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อความมั่นคงยั่งยืนของอุตสาหกรรมสุกร ตามนโยบายตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ของเกษตรกรไทย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SPORT

ศึกมวยมันส์ ONE ‘อทิตาธร’ อ.พาน ดันมวยไทย สู่กีฬาเยาวชนเงินล้าน

 

เมื่อวันเสาร์ที่ 6 เมษายน 2567 เวลา 20.00 น. นายก นก อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดการจัดงานศึกมวยมันส์ ONE อทิตาธร ณ เวทีมวยชั่วคราว วัดพื้นเมือง ต.สันกลาง อ.พาน โดยมีนายอลงกรณ์ ดีน้อย นายก อบต.สันกลาง เป็นผู้กล่าวต้อนรับ และมีนายทัศพงษ์ สุวรรณมงคล เลขานุการนายก อบจ.เชียงราย นายศรีวรรณ์ วงศ์จินา กำนัน ต.สันกลาง ว่าที่ ร.ต.ปภาวิน ปวงใจ ส.อบจ.เชียงราย อ.พาน เขต 1 นายสุรเชษฐ วงศ์น้อย ส.อบจ.เชียงราย อ.พาน เขต 2 ผู้นำท้องที่ท้องถิ่นประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมพิธีเปิด และร่วมชมการแข่งขันมวยในครั้งนี้ด้วย

 

ศึกมวยมันส์ ONE อทิตาธร จัดขึ้นเพื่อฉลองหอระฆัง วัดพื้นเมือง ต.สันกลาง อ.พาน อนุรักษ์สืบสานศิลปะแม่ไม้มวยไทย และส่งเสริมประเพณีการแข่งขันมวยไทยให้แพร่หลายแก่เด็ก เยาวชนและประชาชนในพื้นที่ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสร้างความสมัครสมานสามัคคีระหว่างชมรม องค์กร ชุมชน และหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ ทั้งนี้ยังสอดคล้องกับการส่งเสริมกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ในชุมชน และเศรษฐกิจของ อบจ.เชียงราย ตามนโยบาย กีฬาเยาวชนเงินล้าน และ สามพี่น้องท้องถิ่นร่วมใจชุมชนและการมีส่วนร่วม อีกด้วย
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

‘อทิตาธร’ ร่วมงานประเพณีสืบชะตา แม่น้ำจันสายน้ำแห่งชีวิต

 

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2567 เวลา 09.30 น. นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย ร่วมงานประเพณีสืบชะตาแม่น้ำจัน พร้อมกล่าวคำชลาลัยบูชา ณ ลานกิจกรรมบ้านอาหลู่ ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย พร้อมด้วย นายประเสริฐ ชุ่มเมืองเย็น ส.อบจ.เชียงราย อ.แม่จัน เขต 1 และนางปาริชาติ จิระมณี ส.อบจ.เชียงราย อ.แม่จัน เขต 3 โดยมี นายญาณวุฒิ สุดพิมศรี นายอำเภอแม่จัน เป็นประธานในพิธีฯ 

 

โดยลำน้ำแม่จันเป็นสายน้ำหลักที่ผูกพันกับวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของคนแม่จัน โดยพิธีกรรมประกอบด้วยพิธีบวงสรวงพระอุปคุต พิธีขึ้นท้าวทั้งสี่ การอ่านคำกล่าวบทสวดชุมนุมเทวดา คำกล่าวชลาลัยบูชา อ่านปฏิทินการใช้น้ำเพื่อเป็นการเปิดฤดูการใช้น้ำ และกล่าวคำปฏิญาณและคำสาปแช่ง ขบวนแห่บายศรี พิธีขอน้ำต่อเทพยดาผู้รักษาน้ำโดยถวายเครื่องสักการะ ถวายพานดอกไม้ ธูป เทียน อาหาร ประกอบพิธีสืบชะตาน้ำศักดิ์สิทธิ์ และประกอบพิธีกรรมของชนเผ่าทั้ง 5 ชนเผ่า คือชนเผ่ามูเซอ เย้า ลั้วะ อาข่า และชนเผ่าลีซู

 

ลำน้ำแม่จันมีต้นกำเนิดจากดอยสามเส้าน้อย พรมแดนระหว่างไทยกับพม่า มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,692 เมตร ไหลผ่านเขตอำเภอแม่จัน เริ่มจากตำบลป่าตึง 19 หมู่บ้าน ตำบลแม่จัน 6 หมู่บ้าน        ตำบลสันทราย 8 หมู่บ้าน ตำบลจอมสวรรค์ 10 หมู่บ้าน ตำบลจันจว้า 6 หมู่บ้าน ตำบลจันจว้าใต้ 6 หมู่บ้าน และตำบลป่าสักอำเภอเชียงแสน 10 หมู่บ้าน มีเหมืองฝายอยู่บนลำน้ำทั้งสิ้น 18 ฝาย  รวมความยาวของลำน้ำ    ทั้งหมด 77 กิโลเมตร มีพื้นที่ลุ่มน้ำสาขาประมาณ 1,197 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 11.90 ของพื้นที่ลุ่มน้ำโขง

โครงการวิจัยนี้ครอบคลุมพื้นที่ 7 ฝาย ประกอบด้วย

  1. ฝายโป่งน้ำร้อน
  2. ฝายห้วยปู
  3. ฝายประปา
  4. ฝายปู่ขุน
  5. ฝายห้างต่ำ
  6. ฝายป่ายาง
  7. ฝายโพธนาราม
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
WORLD PULSE

ถวายเพลิงสรีระครูบาแสงหล้า ศรัทธามหาชน ชาวพุทธร่วมส่ง

 

เมื่อวันที่ 6 เม.ย.2567 ที่วัดพระธาตุสายเมือง จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา คณะศิษยานุศิษย์ของครูบาแสงหล้า ธัมมสิริ หรือ หลวงปู่เจ้าคุณพระรัตนรังษี ได้เคลื่อนสรีระของครูบาแสงหล้าไปยังสถานที่ชั่วคราวใน จ.ท่าขี้เหล็ก เพื่อประกอบถวายเพลิงสรีระ หลังจากครูบาแสงหล้าได้มรณภาพลงเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2567 ด้วยอายุ 96 ปี 76 พรรษา ณ วัดพระธาตุสายเมือง

 

โดยในพิธีมีครูบาบุญชุ่ม ครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร อรัญวาสีภิกขุ พระภิกษุพร้อมคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนจำนวนมากเข้าร่วมพิธี ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยขั้นเข้มงวดล่วงหน้าอย่างน้อย 4 วัน โดยมีการปิดถนนสายหลักในท่าขี้เหล็ก ห้ามจำหน่ายอาหารข้างทาง ปิดตลาด สนามบินท่าขี้เหล็ก ฯลฯ รวมทั้งสืบข่าว ตรวจสอบบุคคลและวางกำลังตามจุดต่างๆ อย่างเข้มงวด ท่ามกลางพุทธศาสนิกชนที่เข้าร่วมพิธีหลายพันคน ทั้งนี้มีรายงานว่าหลังเสร็จพิธี พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย จะเดินทางต่อไปยัง จ.เชียงตุง ซึ่งเป็นศูนย์บัญชาการของกองทัพภาคสามเหลี่ยมต่อแต่ยังไม่มีความแน่นอนโดยอาจจะเปลี่ยนแปลงด้วยการเดินาทางกลับกรุงเนปิดอว์เลยก็ได้
 
 
ทั้งนี้ บริเวณด่านพรมแดนทางการเมียน มา ได้การประสานมายังฝั่งไทยให้งดการเดินทางเข้าออกของผู้คนและยานพาหนะทุกชนิดเป็นการชั่วคราวตั้งแต่เวลาประมาณเที่ยงวันเป็นต้นไปจนกว่าจะเสร็จพิธี ทั้งตรงจุดผ่านแดนถาวรสะพานข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 1 และ 2 ส่งผลทำให้บนสะพานไม่มีการสัญจรและผู้คนและรถต่างรออยู่เต็มหน้าด่านพรมแดนในช่วงบ่ายถึงเย็น
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News