Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

‘พิสันต์’ ลงพื้นที่ชุมชนวัดห้วยปลากั้ง 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ

 

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2567 เวลา 15.30 น. นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยข้าราชการและบุคลากรสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ได้เดินทางลงพื้นที่ชุมชนวัดห้วยปลากั้ง ในอำเภอเมืองเชียงราย เพื่อติดตามและประเมินผลการดำเนินงานโครงการส่งเสริมกิจกรรม “1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ที่ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2567 และหารือเกี่ยวกับการวางแผนการดำเนินงานโครงการ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 – 2568 โดยชุมชนวัดห้วยปลากั้งได้รับการคัดเลือกเป็น 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปี พ.ศ. 2567 ซึ่งได้รับคำแนะนำจากพระไพศาลประชาทร วิ. (พบโชค ติสฺสวํโส) ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดเชียงรายและเจ้าอาวาสวัดห้วยปลากั้ง เพื่อเป็นแนวทางในการปรับใช้กับการดำเนินงานอื่นๆ ต่อไป

โครงการ “1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์” ที่วัดห้วยปลากั้งได้รับการตอบรับอย่างดีจากชุมชน โดยมีกิจกรรมที่ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมท้องถิ่น และเปิดโอกาสให้ผู้คนในชุมชนได้แสดงความสามารถด้านต่างๆ ซึ่งส่งผลดีต่อการสร้างความสามัคคีและการรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่น

ในส่วนของโครงการ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” นายพิสันต์ ได้นำเสนอว่า ชุมชนวัดห้วยปลากั้งมีศักยภาพในการเป็นต้นแบบของชุมชนที่ใช้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมในการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับชาวบ้าน โดยการดำเนินโครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมของชุมชนเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้ชุมชนมีรายได้จากการท่องเที่ยวชุมชนอีกด้วย

การจัดกิจกรรมต่างๆ ในชุมชนวัดห้วยปลากั้งเป็นตัวอย่างที่ดีของการใช้วัฒนธรรมเป็นเครื่องมือในการพัฒนาชุมชน ทั้งนี้ กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างความบันเทิงให้กับชาวบ้านเท่านั้น แต่ยังเป็นการศึกษาและการเรียนรู้ที่สามารถนำไปสู่การพัฒนาชุมชนให้ยั่งยืนได้อีกด้วย

การเดินทางมาของคณะนายพิสันต์จึงไม่เพียงแต่เป็นการติดตามผลงานเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความร่วมมือและเสริมสร้างความเข้าใจระหว่างหน่วยงานราชการกับชุมชน ส่งเสริมให้เกิดการทำงานร่วมกันในหลากหลายมิติ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของชุมชนต่อไป

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

อบจ.เชียงราย จัดโครงการเยาวชนยุคใหม่ต่อต้านการใช้ ‘บุหรี่ไฟฟ้า’

 
 

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2567 ณ โรงเรียนเชียงของวิทยาคม อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาเครือข่ายศูนย์เยาวชน อบจ.เชียงราย “กลุ่มต้นกล้าความดี” ครั้งที่ 18 กิจกรรม “เยาวชนยุคใหม่ต่อต้านการใช้บุหรี่ไฟฟ้า” โดยมีเยาวชนจากกลุ่มเครือข่ายเยาวชนอำเภอเชียงของและสภานักเรียนโรงเรียนเชียงของวิทยาคมเข้าร่วมพิธีและเป็นผู้เรียนรู้ในการอบรมครั้งนี้.

นางสุภาวดี ทวีชัย ผู้แทนกลุ่มต้นกล้าความดี รายงานในการเปิดงานว่า การแพร่กระจายของบุหรี่ไฟฟ้าในหมู่เยาวชนนั้นมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพและพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ โดยกิจกรรมในครั้งนี้จึงถือเป็นหนึ่งในแนวทางเชิงรุกที่จะทำให้เยาวชนได้ตระหนักถึงภัยจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้าและสร้างบรรทัดฐานใหม่ในสังคมที่ไม่ยอมรับต่อการใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว.

กิจกรรมที่จัดขึ้นรวมถึงการบรรยายโดยนายวรวัติ กิติวงค์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเชียงของวิทยาคม และนายอดิเรก พรมเสน ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดเชียงราย ซึ่งมีการนำเสนอข้อมูลวิทยาศาสตร์และสถิติเกี่ยวกับผลกระทบจากบุหรี่ไฟฟ้าต่อสุขภาพ โดยมุ่งเน้นที่โทษของสารเคมีต่าง ๆ ที่มีในบุหรี่ไฟฟ้าและความเสี่ยงที่เกิดกับระบบทางเดินหายใจและหัวใจ.

การพัฒนาเครือข่ายเยาวชน “กลุ่มต้นกล้าความดี” เป็นหนึ่งในวิธีที่จะช่วยส่งเสริมให้เยาวชนได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ สร้างเครือข่ายสนับสนุนที่เข้มแข็งในการดูแลกันและกันในชุมชน และร่วมมือกันสร้างสังคมที่ปลอดภัยจากสิ่งเสพติดรวมถึงบุหรี่ไฟฟ้า นอกจากนี้ยังเป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมทางสังคมและการพัฒนาความเป็นผู้นำในหมู่เยาวชน เพื่อให้พวกเขาสามารถมีบทบาทอย่างเต็มที่ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในอนาคต

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

‘ทักษิณ’ ลงพื้นที่ ‘เชียงราย’ เผยไทย มีปัญหาซ้ำซาก ทั้งน้ำท่วมน้ำแล้ง

 

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2567 ที่จ.เชียงราย นาย ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางด้วยเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว ถึงท่าอากาศยานเเม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ทันทีที่เดินทางมาถึง ประชาชนที่มาเฝ้ารอ พร้อมกับบอกเหตุผลที่มาช้า ซึ่งจากเดิมมีกำหนดการณ์มาถึงในเวลา 10.00 น. เเต่ล่าช้าไปกว่า 2 ชั่วโมง เพราะเครื่องบินเสีย จึงต้องเปลี่ยนมานั่งเครื่องบินอีกลำเเทน 

จากนั้นนายทักษิณพร้อมคณะ ได้เดินทางต่อไปยัง สถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอเทิง (บขส.) จังหวัดเชียงราย ซึ่งตั้งเป็นศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม เพื่อมอบถุงยังชีพและยาเวชภัณฑ์ พร้อมพบประประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม  จากนั้นได้เดินทางต่อเพื่อเยี่ยมประชาชนผู้ประสบอุทกภัยที่บ้านปางค่า ตำบลตับเต่า ซึ่งเป็นจุดที่ได้รับความเสียหายจากน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลันเกิดความเสียหายอย่างหนัก พร้อมกันนี้ได้เยี่ยมชม ศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน Fix it จิตอาสา จากวิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกเชียงราย ที่ไปจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชนในการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ ต่อจากนั้นได้เดินทางไปยังพื้นที่ประสบอุทกภัย บริเวณหลังที่ว่าการอำเภอเทิง โดยการนั่งเรือเข้าไปมอบถุงยังชีพและยาเวชภัณฑ์ ให้ผู้ประสบภัย ได้มอบถุงยังชีพจำนวน 500 ชุด เเก่ผู้ประสบภัย 

โดยนายทักษิณ กล่าวทักทายประชาชนเป็นภาษาเหนือว่า “ตลอดระยะเวลา 17 ปี ที่ตนเองต้องไปอาศัยอยู่ต่างประเทศ รู้สึกทราบซึ้งใจที่พี่น้องไม่เคยลืมผม ดังนั้นผมก็จะไม่ทิ้งพี่น้องเช่นกัน วันนี้จึงต้องมาเเอ่วหาพี่น้อง ขอบคุณทุกคนที่มาต้อนรับ เเละขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกคน ส่วนเรื่องการช่วยเหลือเยียวยา รัฐบาลกำลังตั้งใจอย่างเต็มที่ หากใครได้รับผลกระทบอย่างหนักหรือบ้านพัง ให้ประสาน สส.ในพื้นที่ ซึ่งเป็น สส.ของพรรคเพื่อไทย” 


นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำว่า ประเทศไทยมีปัญหาซ้ำซาก ทั้งน้ำท่วมน้ำแล้ง การแก้ไขปัญหาจะต้องดำเนินการทั้งระบบ อย่างน้ำท่วมพื้นที่ลุ่มน้ำต่างๆ ต้องมีอ่างเก็บน้ำ ต้องมีแก้มลิง หรือฝายชะลอน้ำ ซึ่งจะช่วยให้น้ำไม่ท่วมหนัก นอกจากจะต้องจัดการภายในประเทศแล้ว กับประเทศเพื่อนบ้านก็ต้องมีการคุยกันเพื่อจัดการน้ำทั้งระบบ แม่น้ำโขงก็ต้องคุยกับทางจีนว่าควรจะมีมาตรการร่วมกันอย่างไร เพื่อไม่ให้การปล่อยน้ำจากเขื่อนลงมาซ้ำเติมปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ตอนล่าง การบริหารจัดการน้ำทั้งระบบแม้จะต้องใช้วงเงินงบประมาณสูงแต่ก็จำเป็นต้องทำเพื่อให้ปัญหาเรื่องน้ำได้รับการแก้ไขอย่างแท้จริง 


ส่วนปัญหาที่มีการมองกันว่าน้ำท่วมปีนี้อาจจะกลายเป็นน้ำท่วมใหญ่เหมือนปี 2554 นั้น นายทักษิณ บอกว่า นายกอิ๊งค์ (แพทองธาร ชินวัตร) เล่าให้ฟังว่า คณะรัฐมนตรีที่รักษาการอยู่ ได้พูดคุยกับกรมชลประทานแล้วในเรื่องของการพร่องน้ำในเขื่อนต่างๆ เพื่อเตรียมรองรับน้ำจากทางเหนือ ซึ่งการพร่องน้ำเตรียมไว้ก่อนเช่นนี้ จะช่วยให้ประเทศไทยไม่ต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพเหมือนปี 2554 ที่ไม่ได้พร่องน้ำไว้ก่อน ปีนี้คนกรุงเทพจึงสบายใจได้ว่าจะไม่เกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนปี 2554 อย่างแน่นอน 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ยกระดับบริการนวดเพื่อสุขภาพ ศูนย์ส่งเสริมอาชีพชุมชนเกาะทอง

 

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2567 การเสริมสร้างสุขภาพชุมชนเขตเมืองสู่สุข 3 มิติ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนที่พี่น้องชาวจังหวัดเชียงรายในการสร้างรายได้ สร้างความมั่นคง นายวันชัย จงสุทธามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ขับเคลื่อน ยกระดับส่งเสริมให้ประชาชนที่ต้องการประกอบอาชีพและทักษะในการนวดเพื่อสุขภาพ โดยบูรณาการร่วมกับสำนักวิชาการแพทย์บูรณาการ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โดย อาจารย์ดร. แพทย์แผนไทยประยุกต์ จิตรลดา ปัญจากุล จัดอบรม หลักสูตรนวดไทยเพื่อสุขภาพ 150 ชั่วโมง โดยการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส.

.
โดยการอบรมในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 20 คน โดยผู้เข้ารับการอบรมได้รับใบประกาศนียบัตรในการประกอบวิชาชีพการนวดเพื่อสุขภาพ โดยผู้เข้าร่วมการอบรมสามารถเป็นแกนนำในการร่วมพัฒนาขับเคลื่อนและเป็นผู้ช่วยแพทย์แผนไทยในงานศูนย์บริการบริการสาธารณสุขเทศบาลนครเชียงราย ทั้ง 4 แห่ง สำหรับให้บริการประชาชนในพื้นที่
.
ปัจจุบันเทศบาลเทศบาลนครเชียงราย ได้จัดตั้งอาคารนวดเพื่อสุขภาพ เทศบาลนครนครเชียงราย และศูนย์ส่งเสริมอาชีพชุมชนเกาะทอง เพื่อให้ผู้ผ่านการอบรมให้บริการนวดเพื่อสุขภาพ ประกอบอาชีพเป็นรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัว และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวการเพิ่มการเข้าถึงบริการนวดเพื่อสุขภาพให้กับพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว เปิดบริการวันจันทร์ถึงวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 09.00-17-00 น. โทร.083-762-6699
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : เทศบาลนครเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงราย Kick Off โครงการ “เส้นทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน ปันสุข” 

 

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2567 นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “เส้นทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน ปันสุข” ณ วัดป่ายางสบยาบ หมู่ที่ 2 ตำบลแม่เงิน อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยมีนายคฑาสิทธิ์ เนื่องหล้า นายอำเภอเชียงแสน กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วยนางสุวาภรณ์ จิตต์พลีชีพ รองประธานแม่บ้านมหาดไทย หัวหน้าส่วนราชการอำเภอเชียงแสน ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น คณะครูและนักเรียน และประชาชนในพื้นที่ร่วมพิธี

      ในการนี้ นางอำไพ บัวระดก พัฒนาการจังหวัดเชียงราย มอบหมายให้นายปรีชา ปวงคำ ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การดำเนินโครงการ โดยมีนางสุรีย์ศรี แสงสุวรรณ ผู้อำนวยการกลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน พัฒนาการอำเภอและเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน จาก 18 อำเภอ ร่วมพิธี 

       สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานแนวพระราชดำริในการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประชาชน เพื่อลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 2019 รวมทั้งใช้เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความรัก ความสามัคคีในหมู่ของประชาชน เกิดผลดีต่อการพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม  

     กระทรวงมหาดไทย ได้น้อมนำแนวพระราชดำริดังกล่าว มาขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ร่วมกับประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด และภาคีเครือข่ายการพัฒนา ดำเนินโครงการ “เส้นทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน ปันสุข” เพื่อต่อยอดขยายผลการน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่ปฏิบัติการปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ซึ่งจังหวัดเชียงราย ได้พิจารณาคัดเลือกบ้านสบยาบ หมู่ที่ 2 ตำบลแม่เงิน อำเภอเชียงแสน เป็นพื้นที่ดำเนินงาน 

        สำหรับกิจกรรมในวันนี้ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเชียงราย ได้บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเชียงแสน เทศบาลตำบลแม่เงิน และประชาชนบ้านสบยาบ ดำเนินกิจกรรมตามโครงการ “เส้นทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน ปันสุข” ดังนี้

1. กิจกรรม “ผู้นำต้นแบบตัวอย่างที่เห็นจริง” Kick off กิจกรรม โครงการ “เส้นทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน ปันสุข” โดยร่วมกันปลูกไม้ผลและปลูกผักสวนครัว ภายในบริเวณวัดป่ายางสบยาบและบริเวณ 2 ข้างทางของหมู่บ้าน

2. การมอบเมล็ดพันธุ์และกล้าพันธุ์ไม้ให้แก่ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา สถานศึกษาและตัวแทนครัวเรือน เพื่อนำไปขยายพันธุ์ผัก และต่อยอดไปสู่การจัดตั้งเป็นศูนย์แบ่งปันเมล็ดพันธุ์ระดับตำบล 

3.กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน และจัดทำวีดิทัศน์เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงาน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

สทนช. ติดตามสถานการณ์น้ำ ต้องเฝ้าระวังต่อเนื่องถึงเดือนกันยายน

 

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2567ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ โดยนางพัชรวีร์ สุวรรณิก ที่ปรึกษาด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่รับฟังบรรยายผลการดำเนินการมาตรการฤดูฝน ปี 2567 พื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยมีนายณรงค์พล คิดอ่าน นายอำเภอแม่สาย นางสาวนันทวรรณ กันคำ ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น เข้าร่วมประชุม และบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำในพื้นที่อำเภอแม่สาย ตลอดจนการบริหารจัดการน้ำ จากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

จากนั้นคณะฯ ได้ลงพื้นที่จำนวน 2 จุด ได้แก่สะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 และบ้านป่าซางงามหมู่ที่ 6 ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามการดำเนินการการแก้ไขสถานการณ์น้ำท่วมและน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย 

นางพัชรวีร์ สุวรรณิก ที่ปรึกษาด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า สืบเนื่องจากความห่วงใยจากรองนายกรัฐมนตรี ท่านภูมิธรรม เวชยชัย ที่ได้มอบเป็นนโยบายให้กับทางสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ โดยนายสุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำ ได้เข้ามาดำเนินการดูแลในเรื่องของสถานการณ์ที่เป็นห่วง กังวลในเเรื่องของอุทกภัยตั้งแต่ภาคเหนือ ซึ่งคาดว่าจะประสพกับเรื่องของฝนที่ตกในช่วงเดือนกันยายนนี้ อีกทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการบูรณาการเตรียมความพร้อมเพื่อดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน พร้อมเตรียมในเรื่องของมวลน้ำให้สามารถระบายลงสู่น้ำโขงได้อย่างรวดเร็ว ไม่เป็นอุปสรรคในการที่จะดำรงชีพ  
สำหรับ สทนช.เป็นหน่วยงานในการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการคาดการณ์ฝน ในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำ ในเรื่องของการดูแลมวลน้ำและมวลชน ร่วมกับกรมบรรเทาสารณภัยท้องที่ ท้องถิ่น และอำเภอ ซึ่งในพื้นที่ อ.แม่สาย เป็นจุดสำคัญจุดหนึ่ง ซึ่งถ้าเกิดปัญหาอุทกภัยแล้วก็จะก่อเกิดความเสียหาย ก็ควรที่จะต้องเร่งมีมาตรการให้บรรเทาให้กลับสู่สภาวะปกติให้เร็วที่สุด ที่ปรึกษาด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวเพิ่มเติม

ด้านนายฐนโรจน์ วรรัฐประเสริฐ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์น้ำในขณะนี้ โดยเฉพาะในภาคเหนือ ทางหน่วยงานได้มีการติดตามประเมินในเรื่องของปริมาณน้ำฝน โดยเฉพาะในช่วงของ สิงหา ถึง กันยายน  โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดเชียงราย ภาคเหนือตอนบน ฝนจะตกสะสม และมากกว่าค่าเฉลี่ย จะเห็นได้ว่าขณะนี้ฝนเริ่มตกแล้ว  มีน้ำไหลหลากลงมา โดยเฉพาะแม่สายส่งผลให้น้ำเอ่อล้น 5 รอบแล้ว และ หลังจากนี้ไป ช่วงต้นเดือนกันยายนจนถึงวันที่ 15 กันยายน ฝนก็ยังจะตกซ้ำอยู่บริเวณภาคเหนือตอนบนเหมือนเดิม และทยอยตกตลอดเดือนสิงหาคม เพราะฉะนั้น สถานการณ์ต่อจากนี้ไปในเรื่องของน้ำหลากยังมีความเสี่ยงที่จะต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้อมูลปริมาณน้ำฝน จึงขอให้มีการติดตามเฝ้าระวังติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด สำหรับพี่น้องประชาชน เมื่อทราบข้อมูลแล้วอยากให้มีการส่งข่าวทางกลุ่มไลน์ กลุ่มเครือข่ายของพี่น้องประชาชนเพื่อให้รับทราบร่วมกัน ก็จะเป็นช่องทางหนึ่งและเป็นช่องทางที่ดีที่สุด ในการที่จะร่วมกันแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนต่อไป

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

น้ำพระทัยพระราชทานส่วนภูมิภาคสภาสังคมสงเคราะห์ฯ 77 จังหวัด

 

เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 67  ที่ โรงเรียนเชียงรายปัญญานุกูล ตำบลป้าอ้อตอนชัย อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย นางสุภาพรรณ หมั่นเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดโครงการน้ำพระทัยพระราชทานส่วนภูมิภาคสภาสังคมสงเคราะห์ฯ 77 จังหวัด ประจำปี 2567 จัดโดย สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ จังหวัดเชียงราย  และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในเดือนกรกฎาคมและเดือนสิงหาคม 2567 

          โดยมีนางสุภาเพ็ญ ศิริมาตย์ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเชียงรายและนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย  พร้อมด้วย สภาสังคมสงเคราะห์ฯ หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด ชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำจังหวัดเชียงราย สมาคมสตรีอาสาสมัครรักษาดินแดนจังหวัดเชียงราย  สมาคมส่งเสริมวัฒนธรมหญิงจังหวัดเชียงราย พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงราย  ตลอดจนเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี กิจกรรมประกอบด้วย การเลี้ยงอาหารกลางวันให้แก่เด็กนักเรียน  และมอบสิ่งของอุปโภค บริโภค โดยเหล่ากาชาดจังหวัดและส่วนราชการต่าง ๆ ของจังหวัดเชียงรายร่วมบริจาค


           ตามที่สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ได้น้อมเกล้าฯ รับพระราชเสาวนีย์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ดำเนินงานโครงการน้ำพระทัยพระราชทานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มาเป็นปี ที่ 26 สภาสังคมสงเคราะห์ฯ โดยปีนี้ร่วมกับจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย เหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดและชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  จัดกิจกรรมโครงการน้ำพระทัยพระราชทานภูมิภาค สภาสังคมสงเคราะห์ฯ 77 จังหวัด ประจำปี 2567  เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในเดือนกรกฎาคมและเดือนสิงหาคม 2567

          สำหรับโรงเรียนเชียงรายปัญญานุกูล สังกัด สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ให้การศึกษาแก่ผู้ที่มีความบกพร่อง มีพื้นให้บริการรวม 3 จังหวัด คือจังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยาและจังหวัดลำปาง และบางส่วนของจังหวัดเชียงใหม่คืออำเภอเชียงดาว ไชยปราการฝาง และแม่อาย ปัจจุบันมีนักเรียน 407 คน เป็นนักเรียนที่อยู่ประจำ 390 คน นักเรียนนักเรียนไปกลับ 17 คน มีคณะครู บุคลากรทางการศึกษา  154 คน จัดตั้งการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล จนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI ENTERTAINMENT

เด็กเชียงราย สร้างชื่อเสียงในการ แข่งขันเต้นระดับโลกที่ประเทศอังกฤษ

 

[English below] เมื่อวันที่ 13-18 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา ทีมเยาวชนจากประเทศไทย นำโดย ดร.นุ้ย-เกศริน เอกธวัชกุล พร้อมทีมบริหาร UDO Thailand Director of UDO Thailand นำโดย รณกฤต ไกรกิจราษฎร์ และ Jarvey ได้เดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขัน UDO World Street Dance Championships 2024 ณ เมืองแบล็กพูล ประเทศอังกฤษ โดยในปีนี้ทีมเยาวชนไทยได้แสดงฝีมือจนคว้าแชมป์โลกกลับบ้านได้สำเร็จ

ในรายการ UDO World Street Dance Championships 2024 ที่จัดขึ้น ณ Winter Gardens เมืองแบล็กพูล ทีม Good Dance Good Mind (GDGM) จากประเทศไทยได้แสดงศักยภาพที่โดดเด่น จนคว้าแชมป์โลกในประเภท TEAM PERFORMANCE INTERMEDIATE (อายุไม่เกิน 12 ปี) มาได้ โดยนอกจากจะคว้าแชมป์โลกแล้ว ทีมยังได้รับรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ในประเภทคู่ (DUO) อายุไม่เกิน 10 ปี โดยน้องเฟ้น และกัสจัง อีกทั้งยังได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ในประเภทเดี่ยว (SOLO) อายุไม่เกิน 10 ปี จากน้องเฟ้น รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 6 ในประเภทเดี่ยว อายุไม่เกิน 10 ปี จากน้องกัสจัง และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 6 ในประเภทเดี่ยว อายุไม่เกิน 12 ปี จากน้องวิกิ

ดร.นุ้ย-เกศริน ผู้จัดการทีม GDGM ได้กล่าวว่า “นุ้ยขอขอบคุณผู้ปกครองและเด็กๆ ที่สู้และเต็มที่มาด้วยกัน ขอบคุณผู้ใหญ่ทุกท่านที่สนับสนุนและให้กำลังใจ ขอบคุณครูเดียร์ วรวุฒิ มูลสาร ที่เป็นครูและผู้ดูแลการฝึกซ้อมเด็กๆ ในทีม ขอบคุณทีมบริหาร UDO Thailand นำโดย รณกฤต ไกรกิจราษฎร์ และ Jarvey รวมถึงทุกทีมที่ไปร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ และขอแสดงความยินดีกับทุกทีมที่ได้รับรางวัลด้วย”

การแข่งขัน UDO World Street Dance Championships 2024 ในครั้งนี้ นอกจากจะมีทีม Good Dance Good Mind จากกรุงเทพฯ แล้ว ยังมีทีม MYDA CREW จากจังหวัดเชียงรายที่สามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ในประเภท TEAM PERFORMANCE Novice (O18) ซึ่งเป็นการแข่งขันที่มีทีมเข้าร่วมกว่า 20 ทีมจากทั่วโลก โดยสมาชิกในทีมประกอบด้วย นายศุภพิชญ์ กันยะธง, นาย นภัทร บุญประกอบ, นางสาววชิรญาณ์ นามวงค์, นางสาวศุภกานต์ ปัญญาพล และนายธนภูพรรณ วงค์อะทะชัย

ทีม MYDA CREW ยังสามารถคว้าแชมป์โลกในประเภท SOLO Over 18 Beginner โดยนาย นภัทร บุญประกอบ ซึ่งเป็นแชมป์โลกคนใหม่ในประเภทนี้ นอกจากนี้ นางสาว วชิรญาณ์ นามวงค์ ยังคว้าตำแหน่งรองแชมป์โลกในประเภทเดียวกันได้อีกด้วย ในขณะที่ นายธนภูพรรณ วงค์อะทะชัย ได้รับรางวัลอันดับ 5 และนางสาวศุภกานต์ ปัญญาพล ได้ติด Top 16 ของโลกในประเภทนี้อีกด้วย

ในประเภทการแข่งขัน DUO Over 18 Beginner ทีม MYDA CREW ยังทำผลงานได้ดี โดยคู่ของนาย นภัทร บุญประกอบ และนางสาว วชิรญาณ์ นามวงค์ ติดอันดับ Top 7-8 และคู่ของนางสาวศุภกานต์ ปัญญาพล กับนาย ธนภูพรรณ วงค์อะทะชัย ก็ติดอันดับ Top 7-8 ในการแข่งขันประเภทนี้

โค้ชที่ฝึกสอนและนำทีม MYDA CREW คือ นายสายเมฆ พึ่งอุดม และนางสาว ภัทรศยา มาลา โดยทั้งสองท่านได้ทุ่มเทเวลาและความรู้ในการฝึกสอนเยาวชนในทีม จนทำให้ทีม MYDA CREW สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดเชียงรายและประเทศไทยได้อย่างภาคภูมิ

การแข่งขัน UDO World Street Dance Championships 2024 ครั้งนี้ เป็นการแข่งขันที่ดุเดือดมากที่สุดงานหนึ่ง โดยมีทีมนักเต้นกว่า 300 ทีมจากหลากหลายประเทศเข้าร่วม แต่ละทีมได้แสดงสไตล์และท่าเต้นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทีม MYDA CREW จากเชียงราย ได้แสดงฝีมือที่น่าประทับใจจนทำให้ทั้งคณะกรรมการและผู้ชมต่างหลงใหลในความคิดสร้างสรรค์ ความสอดประสาน และพลังของพวกเขา

ความสำเร็จในการคว้ารางวัลครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสะท้อนถึงความสามารถของนักเต้นแต่ละคนเท่านั้น แต่ยังเป็นการสะท้อนถึงความทุ่มเทและความหลงใหลในการเต้นแนวสตรีทที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงของพวกเขา

เส้นทางสู่การแข่งขันชิงแชมป์โลกเต็มไปด้วยการฝึกซ้อมที่เข้มข้น การแข่งขันในท้องถิ่น และการซ้อมหลายครั้ง แสดงให้เห็นถึงความสามารถรอบด้านของพวกเขาในฐานะผู้แสดง ความมุ่งมั่นของทีมในการสร้างความเป็นเลิศนั้นเห็นได้ชัดจากทุกท่วงท่าที่พวกเขาทำบนเวที

นอกจากความสำเร็จทางการเต้นแล้ว กิจกรรมนี้ยังเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ผ่านกิจกรรมที่สร้างสรรค์ และยังเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในเวทีระดับโลกอีกด้วย

ในที่สุดแล้ว ความสำเร็จของทีมเยาวชนไทยในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศแล้ว ยังเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า หากมีความมุ่งมั่นและทุ่มเทในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เราก็สามารถประส

 

**Thai Youth Team Triumphs at UDO World Street Dance Championships 2024**

From August 13 to 18, 2024, a youth team from Thailand, led by Dr. Nui-Kesarin Ektawatkul, with the support of UDO Thailand’s management team, Ronnakrit Kraikitrat and Jarvey Dela Paz traveled to Blackpool, England, to compete in the UDO World Street Dance Championships 2024. This year, the Thai youth team showcased their talent and skills, bringing home the prestigious world championship title.

The Good Dance Good Mind (GDGM) team from Thailand impressed the judges and audience at the Winter Gardens Hall in Blackpool, securing the world championship in the Team Performance Intermediate category (for ages under 12). In addition to the world title, the team won several other accolades. Notably, they secured the 1st runner-up position in the Duo category (for ages under 10), thanks to the performances of Fen and Gusjung. Fen also achieved a 2nd runner-up position in the Solo category (for ages under 10), while Gusjung was the 6th runner-up in the same category. Vicky, another team member, placed 6th in the Solo category for ages under 12.

Dr. Nui-Kesarin, the manager of GDGM, expressed her gratitude, saying, “I want to thank the parents and children for their dedication and hard work. My thanks also go to all the sponsors and supporters, to Coach Dear Worrawut Moonsarn, who trained and guided the children, and to the UDO Thailand management team, led by Ronnakit Kraikitrat and Jarvey Dela Paz. Congratulations to all the teams that participated and won awards.”

In addition to GDGM from Bangkok, another Thai team, MYDA CREW from Chiang Rai, also made their mark by securing the 2nd runner-up position in the Team Performance Novice category (Over 18). The team competed against over 20 teams worldwide. Members of MYDA CREW included Supapich Kanyathong, Napat Boonprakob, Wachiraya Namwong, Supakan Panyapon, and Thanapupan Wongatachai.

MYDA CREW also achieved remarkable success in individual categories. Napat Boonprakob emerged as the world champion in the Solo Over 18 Beginner category, while Wachiraya Namwong was the 1st runner-up. Thanapupan Wongatachai placed 5th, and Supakan Panyapon made it to the Top 16 globally. In the Duo Over 18 Beginner category, MYDA CREW’s pairs of Napat Boonprakob and Wachiraya Namwong, as well as Supakan Panyapon and Thanapupan Wongatachai, both ranked in the Top 7-8.

Coaches Saimake Puengudom and Pattarasaya Mala dedicated their time and expertise to training MYDA CREW, enabling the team to bring pride to Chiang Rai and Thailand.

The UDO World Street Dance Championships 2024 was one of the most fiercely contested events, with over 300 teams from various countries showcasing their unique dance styles and routines. MYDA CREW’s impressive performance captivated both the judges and the audience with their creativity, coordination, and energy.

These achievements reflect not only the dancers’ skills but also their unwavering passion and commitment to street dance. The journey to the world championship was marked by intense training, local competitions, and numerous rehearsals, highlighting their all-around capabilities as performers. The team’s dedication to excellence was evident in every move they made on stage.

Beyond the success in dance, this event serves as a platform to encourage youth to engage in constructive activities and brings global recognition to Thailand. Ultimately, the success of the Thai youth teams is a testament to the idea that with dedication and passion, one can achieve great success, no matter where they are in the world.

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

นายกเทศมนตรี-เลขานุการคลัง เยี่ยมอาสาช่วยน้ำท่วมเชียงราย

 

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2567 นายกเทศมนตรีนครเชียงรายและเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้กำลังใจเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิสยามเชียงรายสำนักงานใหญ่ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมเชียงราย

จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงราย หลายภาคส่วนร่วมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง พร้อมเร่งดำเนินการช่วยฟื้นฟูหลังน้ำลดลง นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ร.ต.อ.ดร.ธนรัช จงสุทธานามณี เลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง มอบเงินสดผ่านมูลนิธิสยามเชียงราย สำนักงานใหญ่ ห้าแยกพ่อขุนเม็งราย พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่อาสาสมัครในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมเชียงราย
 
ด้านในเขตเทศบาลนครเชียงราย นายพัศพงศ์ ใจคล่องแคล่ว ผู้บัญชาการเรือนจำกลางเชียงราย นำผู้ต้องขังจากเรือนจำกลางเชียงรายมาช่วยบรรจุกระสอบทราย ซึ่งผู้ต้องขังมีโอกาสทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม อีกทั้งเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลนครเชียงราย ขุดลอกระบายน้ำในชุมชนสันตาลเหลือง และนำธงแดงไปติดตั้งจุดสวนสาธารณะหาดนครเชียงราย สะพานพญาเม็งราย ชุมชนป่าแดง เพื่อเตือนระวังอันตรายจากระดับน้ำกก
 
ทางด้าน พ.จ.อ.ภูมิรพี ทวีกสิกรรม รองปลัดเทศบาลนครเชียงราย และกองการแพทย์เทศบาลนครเชียงราย นำถุงยังชีพช่วยเหลือครอบครัวอสม.นครเชียงรายที่ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำรอการระบาย เนื่องจากปริมาณน้ำฝนตกอย่างต่อเนื่อง
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : เทศบาลนครเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI TOP STORIES

คาดการณ์ บ้านป่าข่า อ.ขุนตาล จมน้ำอยู่อีกประมาณ 1 เดือน

 

เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 67 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และคณะ เดินทางจากท่าอากาศยานฝูงบิน 466 กองทัพอากาศ จ.น่าน ไปที่สนามบินแม่ฟ้าหลวงเชียงราย จากนั้นเดินทางต่อด้วยรถยนต์ไปตรวจเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่บ้านหนองบัว ม.5 ต.สันทรายงาม อ.เทิง จ.เชียงราย และบ้านหล่ายงาว ม.1 ต.หล่ายงาว อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย 


        โดยก่อนที่จะเดินทางลงพื้นที่ประสบภัย คณะของนายภูมิธรรม ได้เข้ารับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชนจาก นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ณ ห้องรับรองท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง หลังจากรับฟังรายงานแล้ว รองนายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางด้วยรถยนต์ไปที่บ้านหนองบัว ม.5 ต.สันทรายงาม อ.เทิง และเดินทางต่อไปที่บ้านหล่ายงาว ม.1 ต.หล่ายงาว อ.เวียงแก่น เพื่อพบปะให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย


สำหรับสถานการณ์น้ำที่จังหวัดเชียงราย ตอนนี้พื้นที่ทีมีปัญหาน้ำท่วมจะเป็นที่อำเภอขุนตาล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่รับมวลน้ำต่อจากอำเภอเทิง บวกกับมวลน้ำที่มาจากจังหวัดพะเยาไหลมาสมทบ จนทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำอิงล้นฝั่ง เอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่ทางการเกษตรเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะในพื้นที่ 2 ตำบลคือตำบลต้าและตำบลป่าตาล ขณะทื่การให้ความช่วยเหลือนั้น จังหวัดเชียงรายระดมกำลังทั้งภาครัฐและเอกชนให้ความช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่  

โดยพื้นที่ บ้านป่าข่า ม.8 ต.ป่าตาล อ.ขุนตาล จ.เชียงราย เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่ประสบอุทกภัยจากน้ำอิงที่เอ่อท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร มีชาวบ้านเดือดร้อนกว่าครึ่งหมู่บ้าน วันนี้กองทัพบกได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน โดยนำเรือท้องแบนมาบรรทุกถุงยังชีพไปแจกจ่ายผู้ประสบอุทกภัย และตั้งโรงครัวพระราชทาน เพื่อแจกจ่ายให้ผู้เดือดร้อน

นายสอน เทพสมบัติ ผู้ใหญ่บ้านบ้านป่าข่า ตำบลป่าตาล อำเภอขุนตาล กล่าวว่า ขณะนี้มวลน้ำก็ได้เข้ามาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยได้ประสานขอหน่วยงานจากทหาร หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 35 สำนักงานพัฒนาภาค3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นพค.35) นำเรือท้องแบนมาช่วยเหลือชาวบ้าน เพื่อส่งสิงของให้ชาวบ้านที่ยังจมน้ำ บางรายก็ออกมาได้ บ่งรายก็ออกมาไม่ได้ ตอนนี้ก็ต้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานของรัฐบาล ขอให้เข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งตอนนี้ทางหมู่บ้านได้รับความลำบากมาที่สุด มีบ้านเรือนที่จมน้ำ และออกบ้านได้ประมาณ 70 หลังคาเรือน ซึ่งบ้านป่าข่าเป็นพื้นที่รับน้ำจากแม่น้ำอิงที่มีต้นน้ำมาจาก กว๊านพะเยา ซึ่งคาดว่าหมู่บ้านจะจมน้ำอยู่แบบนี้ไปอีกประมาณ 1 เดือน ทางชาวบ้านก็ขอขอบคุณหน่วยงานต่าง งภาคเอกชนและราชการที่มาช่วยเหลือชาวบ้าน

พันตรี วัลลภ เสือโฮก หัวหน้าศูนย์บรรเทาสาธารณภัย พัฒนาสำนักงานพัฒนาภาค 3 กล่าวว่า ทางทหารหน่วยพัฒนา ได้มีการนำชุดเคลื่อนที่เร็วจำนวน 2 ชุด เรือท้องแบน และรถครัวสนามเข้ามาช่วยเหลือประชาชน โดยตั้งครัวพระราชทานอยู่ที่ที่ว่าการอำเภอเทิง เพื่อสนับสนุนอาหารให้กับผู้ประสบภัย โดยได้ประสานงานกับผู้ใหญ้บานในการช่วยเหลือ นำอาหารไปส่งให้กับชาวบ้านและรับผู้ที่จะออกจากหมู่บ้านออกมา ในการเคลื่อนย้าย ปัจจุบันมีการ้องขอ 2 พื้นที่คือ บ้านป่าข่า และบ้านต้า อ.ขุนตาล ซึ่งเป็นจุดที่มีประชาชนได้รับการเดือดร้อน และยังมีเรือท้องแบบอีก 2 ลำที่จะเข้ามาสนับสนุนการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย / Poom Pakpoom Wilai

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News