Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

อบจ.เชียงราย มอบทุน 5 ล้านบาท ช่วยนักเรียนยากจนและด้อยโอกาส

 
เมื่อวันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม 2567 เวลา 15.00 น. นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย พร้อมด้วย นางทรงศรี คมขำ รองนายก อบจ.เชียงราย นายสุธีระพงษ์ วันไชยธนวงศ์ ประธานสภา อบจ.เชียงราย สมาชิกสภา อบจ.เชียงราย ผู้บริหาร อบจ.เชียงราย และสื่อมวลชน เข้าร่วมงานแถลงข่าวโครงการทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือ สำหรับนักศึกษา นักเรียน ที่ยากจนหรือด้อยโอกาส 
 
 

องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน การดำเนินงานการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย และเป็นไปตามนโยบายของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้เล็งเห็นความสำคัญตาม พรบ.การศึกษาแห่งชาติ และให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยรายจ่ายเกี่ยวกับทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษา และการให้ความช่วยเหลือนักเรียน ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2561 เพื่อเป็นการช่วยเหลือนักศึกษานักศึกษา และการให้ความช่วยเหลือนักเรียนที่ยากจนและด้อยโอกาส จึงได้จัดทำโครงการทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือ สำหรับนักศึกษา และนักเรียน ที่ยากจนหรือด้อยโอกาส     เพื่อช่วยเหลือนักศึกษา และนักเรียนที่ยากจนหรือด้อยโอกาสในจังหวัดเชียงราย ให้ได้รับเงินทุนการศึกษา และเงินช่วยเหลือด้านการศึกษาตามความเหมาะสม อีกทั้งลดค่าใช้จ่ายและลดภาระให้กับผู้ปกครอง

 

โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ได้จัดทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือ สำหรับนักศึกษาและนักเรียน ที่ยากจนหรือด้อยโอกาส ประจำปีงบประมาณ 2567 โดยตั้งงบประมาณตามโครงการจำนวน 5,000,000 บาท (ห้าล้านบาทถ้วน) แบ่งออกเป็นทุน 2 ประเภทคือ

  1. ทุนเงินช่วยเหลือนักเรียน
  • ระดับชั้นอนุบาลศึกษา จำนวนเงินช่วยเหลือ 2,000 บาท/ปีการศึกษา/คน
  • ระดับชั้นประถมศึกษา จำนวนเงินช่วยเหลือ 2,000 บาท/ปีการศึกษา/คน
  • ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวนเงินช่วยเหลือ 4,000 บาท/ปีการศึกษา/คน
  • ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า จำนวนเงินช่วยเหลือ 6,000 บาท/ปีการศึกษา/คน

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิขอรับความช่วยเหลือ 

  1. เป็นผู้มีสัญชาติไทยและภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ระยะเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
  2. เป็นผู้ที่อยู่ในครอบครัวที่มีฐานะยากจน มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ มีชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก และขาดแคลนปัจจัยพื้นฐาน (ผู้ยากจน) หรือ เป็นผู้ที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนไม่สามารถดำรงชีวิตได้เท่าเทียมกับผู้อื่น (ผู้ด้อยโอกาส)
  3. เป็นผู้มีความประพฤติดี
  4. เป็นผู้ที่กำลังศึกษาในโรงเรียนระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา
  5. ไม่อยู่ระหว่างการรับการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการศึกษาจากหน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น

2.ทุนการศึกษา

เป็นทุนการศึกษาแก่นักศึกษาซึ่งเป็นผู้ยากจนหรือด้อยโอกาส และต้องเป็นการศึกษาในหลักสูตรที่สูงกว่ามัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า แต่ต้องไม่สูงกว่าระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า จำนวนเงินทุนการศึกษา 33,000 บาท/ปีการศึกษา/คน และผู้มีสิทธิรับทุนการศึกษาฯ จะต้องเป็นผู้ศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษาของรัฐ จำนวนทุนการศึกษา จำนวน 100 ทุน ปีการศึกษาละไม่เกิน 33,000 บาท แบ่งเป็นจำนวน 80 ทุน ได้แก่

 

  • สาธารณสุขศาสตร์ 
  • พยาบาลศาสตร์
  • แพทย์แผนไทย
  • สาธารณสุขศาสตร์ (ทันตสาธารณสุข)

และอีกจำนวน 20 ทุน ได้แก่ คณะและสาขาอื่นๆ          

 

               คุณสมบัติของผู้มีสิทธิรับทุนการศึกษา

  1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย และมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายระยะเวลาติดต่อกัน ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
  2. เป็นผู้ที่อยู่ในครอบครัวที่มีฐานะยากจน มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ มีชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก และขาดแคลนปัจจัยพื้นฐาน (ผู้ยากจน) หรือ เป็นผู้ที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนไม่สามารถดำรงชีวิตได้เท่าเทียมกับผู้อื่น (ผู้ด้อยโอกาส)
  3. เป็นผู้มีความประพฤติดี
  4. เป็นผู้ที่กำลังศึกษาในหลักสูตรที่สูงกว่ามัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า แต่ต้องไม่สูงกว่าระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าและศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษาของรัฐ

               ผู้สนใจสมัครขอรับทุนช่วยเหลือนักเรียนและทุนการศึกษา สามารถติดต่อขอรับใบสมัครได้ที่ สำนักการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ชั้น 1 หรือดาวน์โหลดใบสมัคร    ได้ที่ www.chiangraipao.go.th โดยยื่นใบสมัครด้วยตนเองหรือผู้ปกครองได้ที่สำนักการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ชั้น 1 (ในวัน เวลาราชการ) หรือส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับมายังสำนักการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (สมัครขอรับความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการศึกษา หรือสมัครขอรับทุนการศึกษา) เลขที่ 521 ถนนศูนย์ราชการฝั่งหมิ่น ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย 57100 (ถือวันประทับตราไปรษณีย์เป็นวันยื่นใบสมัคร)     

 

 โดยทุนเงินช่วยเหลือนักเรียนสามารถยื่นขอได้ตั้งแต่บัดนี้ – 1 กันยายน 2567 และทุนการศึกษาสามารถยื่นขอได้ตั้งแต่บัดนี้ – 30 มิถุนายน 2567 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โทรศัพท์ 0 5317 5333 ต่อ 1109 ในวันและเวลาราชการ

 

               ทั้งนี้เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ด้านการผลิตบุคลากรสาธารณสุข เพื่อให้กลับมาทำงานในท้องถิ่น และรองรับการให้บริการด้านสุขภาพของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี (สอน.) ที่ได้ถ่ายโอนภารกิจมายังองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย โดยในปีงบประมาณ 2567 องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ภายใต้การบริหารงานโดยนางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย       ได้ดำเนินการจัดโครงการยูนิตทำฟัน กระจายลงสู่พื้นที่ รพ.สต.และ สอน. กว่า 40 แห่ง เพื่อให้บริการสุขภาพช่องปากแก่ประชาชน ซึ่งเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชนในเดินทางไปยังโรงพยาบาลในอำเภอ หรือตัวจังหวัด  โดยให้บริการด้านการขูดหินปูน อุดฟัน และถอนฟัน ในหน่วยบริการทันตกรรมของ รพ.สต. ในพื้นที่ของตนเอง ตามนโยบาย “โฮงยาใกล้บ้าน” และการสนับสนุนทุนการศึกษาในครั้งนี้ จะเป็นการส่งเสริม   ให้ผู้ที่สนใจในด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ ได้มีขวัญและกำลังใจที่จะกลับมาทำงานใกล้บ้านและให้บริการด้านสุขภาพแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ของตนเพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยการขับเคลื่อนนโยบายนี้เพื่อพัฒนาและสร้างโอกาสให้คนเชียงรายได้รับการพัฒนาอย่างเท่าเทียมในทุกมิติ ทั้งด้านการศึกษาและการสาธารณสุขต่อไป

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

เจ้าหน้าที่ จ.เชียงราย ส่งทีมยึดรถจับผู้ต้องหาก่อนลอบส่งข้ามโขงไปลาว

 
เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2567 นายอุดม ปกป้องบวรกุล นายอำเภอเชียงของ จ.เชียงราย มอบหมายให้สมาชิกกองร้อยอาสารักษาดินแดน (อส.) อ.เชียงของ ที่ 7 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ทหารสถานีเรือเชียงของ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย สภ.เชียงของ ด่านศุลกากรเชียงของ และทหารพรานกองกำลังผาเมือง ทำการตรวจยึดของกลางรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีน้ำเงิน ไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน เรือกาบซึ่งเป็นเรือยนต์ในแม่น้ำโขงยาว 15 เมตร จำนวน 1 ลำ 
 
 
หลังจากช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าจะมีการลักลอบนำสินค้าออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ชายแดนไทย – ลาว พื้นที่หมู่บ้านดอนมหาวัน ต.เวียง อ.เชียงของ จึงได้ร่วมกันไปตรวจสอบพบกลุ่มคนต้องสงสัยจำนวน 3 คน โดย 2 คนแรกขับเรือกาบมาเทียบฝั่งส่วนอีก 1 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ของกลางจะไปยังเรือกาบ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าไปตรวจสอบแต่คนทั้งหมดพากันตกใจและวิ่งขึ้นเรือกาบลำหนึ่งแล้วแล่นออกจากเขตประเทศไทยไป และทิ้งของกลางเอาไว้ดังกล่าว
 
 
ในเวลาใกล้เคียงกันเจ้าหน้าที่ทหารสถานีเรือเชียงของ นรข.เขตเชียงราย ได้รับแจ้งว่าขณะที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดรถจักรยนยนต์ ได้มีรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้แชมป์ ติดป้ายทะเบียนว่า 2 กณ 917 กรุงเทพฯ พยายามจะขับไปตามเส้นทางธรรมชาติสู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงพื้นที่หมู่บ้านห้วยเม็ง ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย  เจ้าหน้าที่จึงแยกกำลังไปตรวจสอบปรากฎว่าคนขับรถบนต์ได้วิ่งหลบหนีไปกับความมืดและทิ้งรถเอาไว้ดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันนำของกลางทั้ง 2 คดี ส่งด่านศุลกากรเชียงของเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

รวบถึงเชียงราย “แก้ว เกวลิน” หลอกลงทุนลอตเตอรี่ เสียหายกว่า 15 ล้าน

 

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2567ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รรท.ผบ.ตร. , พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ,พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดทุกรูปแบบซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก โดย ชุดลาดตระเวนออนไลน์ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. ได้รับการร้องเรียนผ่านเพจ “สืบนครบาล IDMB” ให้ช่วยสืบสวนติดตามจับกุม น.ส.เกวลิน หรือแก้ว ซึ่งมีพฤติการณ์ ชักชวนหลอกให้ร่วมลงทุนซื้อโควตาลอตเตอรี่ ในราคากล่องละ 42,500 บาท (ลอตตารี่ 1 กล่องมี 500 ใบ) โดยจะได้รับผลกำไรตอบแทนเป็นเงิน กล่องละ 2,000 บาท ผู้แจ้งมีความสนใจที่จะร่วมลงทุนกับ น.ส.เกวลิน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 3,711,630 บาท ต่อมาผู้แจ้งไม่ได้รับปันผลตามที่ได้ตกลงไว้ และได้พยายามขอเงินคืนจาก น.ส.เกวลิน แต่ก็ได้รับการบ่ายเบี่ยงและไม่ยอมคืนเงินจนไม่สามารถติดต่อ น.ส.เกวลิน หรือแก้ว ได้อีกจึงเชื่อว่าถูกหลอกลวง จึงได้เดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

 
ต่อมาศาลอาญาพระโขนงได้พิจารณาอนุมัติหมายจับเพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ที่ จ.136/2566 ลงวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ.2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง ” แต่ก็ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยใดสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหารายดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ ผู้เสียหายจึงเข้ามาแจ้งในเพจ “ สืบนครบาล IDMB ” เพื่อความหวังให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนนครบาลช่วยติดตามจับกุมตัวผู้ต้องการที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดีให้ได้เนื่องจากตนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากและเชื่อว่ายังมีประชาชนอีกหลายรายถูกคนร้ายรายนี้หลอกให้ร่วมลงทุนจนได้รับความเสียหายหลักล้านบาทไม่ต่างจากตน เช่นกัน
 
 
จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดลาดตระเวนออนไลน์ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. ทราบข้อมูลว่า ณ ปัจจุบัน ผู้ก่อเหตุรายดังกล่าวมีหมายจับที่ต้องการตัวเพื่อดำเนินคดีอยู่ จำนวน 4 หมายจับ ประกอบด้วย
1) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ที่ จ.136/2566 ลงวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ.2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง ” ท้องที่ สน.คลองตัน
2) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดตราด ที่ จ.56/2567 ลงวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ.2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง ” ท้องที่ สภ.หนองบอน ภ.จว.ตราด
3) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดวิเชียรบุรี ที่ 22/2566 (คดีหมายเลขดำ ที่ อ 507/2565 , คดีหมายเลขแดง ที่ อ 146/2566) ลงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง ”
4) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดปราจีนบุรี ที่ 439/2566 (คดีหมายเลขดำ ที่ อ184/2566 , คดีหมายเลขแดง ที่ อ 597/2566) ลงวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ.2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง ”
 
 
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. เมื่อเห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนจากการรายงานของผู้ใต้บังคับบัญชา จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. เร่งรัดให้ พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. กำชับให้ รีบทำการสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวคนร้ายรายดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว
 
 
ต่อมาวันที่ 16 พฤษภาคม 2567 เวลาประมาณ 08.30 น. เจ้าหน้าที่ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ สืบนครบาล ได้ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุม น.ส.เกวลิน อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ที่ จ.136/2566 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง ”
.
โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณ ภายในร้านจำหน่ายรถไฟฟ้า ภายในตลาดล้านเมือง ม.6 ต.สันทราย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย
 
 
ในชั้นจับกุม น.ส.เกวลิน ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยรับว่าตนจบม.6 จากนั้นได้ไปอบรมเป็นผู้ช่วยพยาบาลจนได้รับใบประกาศและมาทำงานอยู่ในโรงพยาบาลในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ และกรุงเทพฯ ประมาณ 3 ปี ต่อมา เมื่อช่วงประมาณปี 2558 รัฐบาลได้มีการเปิดให้บุคคลทั่วไปสมัครลงทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิซื้อจองสลากกินแบ่งรัฐบาล ตนได้ไปลงทะเบียนจนได้รับสิทธิโควต้ามาจำนวน 1 กล่อง ก่อนจะลาออกจากงานผู้ช่วยพยาบาล แล้วมาเร่ขายลอตเตอรี่ตามสิทธิที่ตนได้ จากนั้น เมื่อช่วงประมาณปี 2562–2563 หลังจากมีประสบการณ์จากการได้รับสิทธิโควต้าลอตเตอรี่และการขายลอตเตอรี่ ตนเห็นช่องทางที่จะสามารถสร้างผลกำไรต่อยอดจากอาชีพนี้ได้ จึงทำการติดต่อซื้อสิทธิโควตาลอตเตอรี่จากคนที่ได้สิทธิแต่ไม่ได้นำลอตเตอรี่มาขาย เพื่อตนจะได้นำไปขายต่อให้ผู้สนใจโดยคิดกำไรส่วนต่าง จนมีคนรู้จักติดต่อมาเพื่อร่วมลงทุนด้วยกว่า 10 ราย โดยแต่ละรายรวมลงทุนรายละประมาณ 3 ล้าน ถึง 5 ล้าน โดยช่วงแรกที่ราคาลอตเตอรี่ไม่แพงมากธุรกิจนี้สร้างผลกำไรให้ตนเป็นอย่างดี
 
 
ต่อมาเมื่อช่วงประมาณปี 2563 ที่สถานการณ์โควิดระบาดอย่างรุนแรง ทำให้ลอตเตอรี่ขายไม่ได้ ประกอบกับราคาลอตเตอรี่มีการผันผวนไม่คงที่ แต่ตนยังต้องแบกภาระเพื่อคืนกำไรให้แก่ผู้ร่วมลงทุนจำนวนเท่าเดิมทุกงวดตามที่ตกลงกันไว้ จึงได้นำเงินทุนจากผู้ที่สนใจลงทุนเพิ่ม นำไปจ่ายคืนกำไรให้แก่ผู้ร่วมลงทุนไปก่อนเพื่อให้ผ่านพ้นเป็นงวดๆไป จนท้ายที่สุดตนไม่สามารถหากำไรมาจ่ายให้แก่ผู้ร่วมลงทุนได้ ทั้งที่ตนพยายามถึงขนาดต้องไปกู้เงินนอกระบบมาหมุนเพื่อเป็นกำไรให้แก่ผู้ร่วมลงทุน แต่สุดท้ายก็ไปไม่รอด จึงได้หลบหนี ก่อนจะมาถูกจับกุมตัวในที่สุด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัว น.ส.เกวลิน ผู้ต้องหาตามหมายจับ นำส่งพนักงานสอบสวน สน.คลองตัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
 
 
ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวแจ้งเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนว่าในสังคมปัจจุบัน มิจฉาชีพมีเล่เหลี่ยมกลโกงมากมายหลายรูปแบบ ขอให้ประชาชนได้โปรดใช้สติในการใช้ชีวิตในสังคม อย่างหลงเชื่อกลโกงต่างๆ ของมิจฉาชีพซึ่งมีอยู่มากมาย ตลอดจนศึกษารายละเอียดของการลงทุนแต่ละรูปแบบให้ชัดเจนเสียก่อน หากไม่แน่ใจ หรือสงสัยว่าบุคคลที่เข้ามาเสนอผลประโยชน์ นั้นจะเป็นมิจฉาชีพ หรือไม่ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ หรือแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด มายังเพจ “สืบนครบาล IDMB” ได้ตลอด 24 ชม. แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที ตามนโยบายของรักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สืบนครบาล IDMB

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

กกต.เชียงราย เผยเปิดรับสมัคร สว. 20-24 พ.ค. 67 ไม่เว้นวันหยุดราชการ

 

เมื่อวันที่พฤหัสบดี ที่ 16 พฤษภาคม 2567 ที่ห้องประชุมคชสาร ศูนย์การเรียนรู้และนันทนาการ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย จัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้การดำเนินการให้ได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา โดยมีนายชูชาติ สุขสงวน ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.จังหวัดเชียงราย กล่าวเปิดงาน และบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา โดยมีประชาชนที่สนใจ ผู้ทรงคุณวุฒิจากกลุ่มสาขาอาชีพต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เข้าร่วมรับฟังกว่า 100 คน

 

         โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อเป็นการให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ที่สนใจในการดำเนินการของการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ก่อนที่จะมีการสมัครรับเลือก ซึ่งในกิจกรรมมีการให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกการดำเนินการให้ได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และกระบวนการรับสมัคร ขั้นตอนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา รวมถึงหลักเกณฑ์วิธีการแนะนำตัว ข้อห้าม ความผิดและแนวทางวินิจฉัยคุณสมบัติ ก่อนที่จะมีการรับสมัคร ในวันที่ 20 ถึง 24 พฤษภาคม 2567 นี้ 

 

           นายชูชาติ สุขสงวน ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ประกาศกำหนดวันเลือกตั้งและวันสมัครรับเลือกสมาชิกวุฒิสภา ตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 โดยกำหนดให้มีการเลือก 3 ระดับ คือ ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และ ระดับประเทศ

 

          โดยจะมีการรับสมัครในวันที่ 20-24 พฤษภาคม 2567 ณ สำนักทะเบียน ที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง  ตั้งแต่เวลา 8.30 น. ถึง 16.30 น. ณ สถานที่ที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งระดับอำเภอกำหนด ไม่เว้นวันหยุดราชการ และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้กำหนดวันเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับอำเภอขึ้นในวันที่ 9 มิถุนายน 2567 ระดับจังหวัดในวันที่ 16 มิถุนายน 2567 และวันเลือกระดับประเทศ วันที่ 26 มิถุนายน 2567 ซึ่งจะเป็นการเลือกกันเองของผู้สมัครรับเลือก สว. ที่มาจากกลุ่มอาชีพ 20 กลุ่ม ตามที่กฎหมายกำหนด สำหรับผู้ที่ประสงค์สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาจะสมัครได้เพียงกลุ่มเดียว อำเภอเดียว และจะถอนการสมัครไม่ ได้โดยสามารถติดต่อขอรับใบสมัคร (สว.2) พร้อมแบบข้อมูลแนะนำตัว (สว.3) และแบบหนังสือรับรองความรู้ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ หรือทำงานในกลุ่มที่สมัคร (สว.4)ด้วยตนเอง ได้ที่สำนักทะเบียนอำเภอ ที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง

 

       สำหรับการสมัครรับเลือก สว. จะเสียค่าสมัครคนละ 2,500 บาท โดยต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี ในวันสมัคร มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในด้านที่สมัครไม่น้อยกว่า 10 ปี เป็นผู้มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ เกิดในอำเภอที่สมัคร มีชื่อหรือเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถึงวันสมัครรับเลือก ทำงานหรือเคยทำงานในอำเภอที่สมัครติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถึงวันสมัครรับเลือก เคยศึกษาในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในอำเภอที่สมัครติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปี การศึกษา

 

      ผู้สมัครรับเลือก สว.ไม่สามารถหาเสียงได้ แต่สามารถแนะนำตัวตามแบบข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร โดยระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 กำหนด ให้มีข้อความและข้อมูลดังนี้ ข้อมูลส่วนตัวของผู้สมัคร ประวัติการศึกษาของผู้สมัคร ประวัติการทำงาน หรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัคร ไม่เกิน 5 บรรทัด ทั้งนี้ผู้สมัครอาจแนะนำตัวได้ตามวิธีการและเงื่อนไขที่ กกต. กำหนด  

 

ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการเลือก สว. เพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือสายด่วน 1444

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

ตำรวจยึดรถทันก่อนส่งต่างประเทศ หลังผู้เสียหายแจ้งหลงเชื่ออนุมัติเช่า

 
เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2567 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ร่วมกันตรวจยึดรถยนต์ ยี่ห้อ FORD EVEREST สีขาว หมายเลขทะเบียน ก 8096 เชียงใหม่ (ป้ายแดง) จำนวน 1 คัน สถานที่ตรวจยึด บ้านเลขที่ ๓๐๐ หมู่ ๑๙ ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย พฤติการณ์ ตามที่ผู้เสียหายได้ให้นางสาวอุทิศพร อินต๊ะปาน (“ผู้เช่าซื้อ”) เช่าซื้อรถยนต์ยี่ห้อ FORD EVEREST เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2567 ซึ่งรถยนต์ดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เสียหาย ภายหลังผู้เช่าซื้อใด้รับรถไวในครอบครองเรียบร้อยแล้ว ผู้เสียหายได้ตรวจสอบข้อมูลพบว่า ผู้เช่าซื้อได้ใช้เอกสารทางการเงินเป็นเท็จมายื่นขอสินเชื่อกับผู้เสียหาย และผู้เสียหายได้หลงเชื่ออนุมัติให้เช่าซื้อรถยนต์คันดังกล่าวไป 
 
 
        ต่อมาผู้เสียหายได้ทราบข้อมูลว่ารถยนต์คันดังกล่าวอยู่ในบริเวณใกล้ชายแดนของประเทศ อาจนำออกไปนอกประเทศได้ ซึ่งทำให้ผู้เสียหายเกิดความเสียหาย และอยู่ระหว่างดำเนินการเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เช่าซื้อ โดยแจ้งความดำเนินคดี ข้อหา ฉ้อโกง ที่ สภ.หางดง จ.เชียงใหม่ ผู้เสียหายจึงประสานมายังสถานีตำรวจทางหลวง 5 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ให้ช่วยสืบสวนข้อมูลและติดตามรถยนต์คันดังกล่าวกลับคืนให้แก่ผู้เสียหายโดยเร่งด่วน ทางชุดตรวจยึดจึงได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง หน่วยบริการประชาชนฯ แม่จัน และสภ.แม่จัน รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายค้นและได้ร่วมกันนำหมายค้นศาลแขวงเชียงราย ที่ ค.38/2567 ลง 15 พฤษภาคม 2567 ไปทำการตรวจค้นสถานที่บ้านเลขที่ 300 หมู่ที่ 19 ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย โดยมี นางสาริสา อายพล เป็นเจ้าของบ้านแต่ไม่อยู่บ้าน และมีนายนาวี แช่เฉิน อายุ 29 ปี ที่อยู่ 471 หมู่ที่ 19 ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย เป็นผู้ดูแลบ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตรวจยึดจึงได้แสดงหมายค้นให้ดูจนเป็นที่พอใจแล้ว และมีนายชัยวัฒน์ ชีวินมหาชัย กำนันตำบลป่าตึง เป็นพยานผู้นำการตรวจค้นบ้านจนกระทั่งเสร็จสิ้นการตรวจค้น ตรวจค้นเสร็จสิ้นเวลา 16.50 น. ผลการตรวจค้น พบรถยนต์ ยี่ห้อ FORD EVEREST สีขาว หมายเลขทะเบียน ก 8096 เชียงใหม่ (ป้ายแดง) จำนวน 1 คัน และได้ทำการตรวจยึดไว้เพื่อตรวจสอบและประสานส่งมอบให้กับผู้เสียหาย ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ในรถยนต์คันดังกล่าว ต่อไป
 
 
        ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือน พี่น้องประชาชน การปลอมหลักฐานทางการเงิน เพื่อไปใช้ในการกู้ยืมสินเชื่อต่างๆ สามารถตรวจสอบได้ หากมีเจตนาทุจริต จะมีความผิด ตาม ป.อาญา ม.264 ข้อหา ปลอมเอกสาร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ ตาม ม.341 ข้อหา ฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ท.ดร.เจต จึงประเสริฐศรี สว.ส.ทล.5 กก.5 บก.ทล. “ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด” 
 
 
โดยร่วมกันตรวจยึดรถยนต์ ยี่ห้อ FORD EVEREST สีขาว ในครั้งนี้ภายใต้การอำนวยการของ ของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ทล., พ.ต.อ.แมน เม่นแย้มรอง ผบก.ทล.,พ.ต.อ. สาธิต สมานภาพ ผกก.5 บก.ทล.,พ.ต.ท.ศิลา ขำเพชร,พ.ต.ท.ยุทธนันท์ จันทร์เนตร รอง ผกก.5 บก.ทล., พ.ต.ท.ดร.เจต จึงประเสริฐศรี สว.ส.ทล.5 กก.5 บก.ทล. เจ้าหน้าที่ชุดตรวจยึด นำโดย ร.ต.อ.ธีระพงษ์ ไชยมงคล รอง สว.ฯ,ร.ต.ต.เดช ฉ่ำชื่น รอง สว.(ป.)ฯ ,ด.ต.สิทธิชัย ชิ้นจิ้น,ต.ต.เอนก บุญหล้า, ต.ต.ปริญญา โกลนันต์, ต.ต.วุฒิชัย ขันทะบุตร, ต.ต.ธวัชชัย ทิพย์ศรี, และจ.ส.ต.นรากร ดอนแก้ว ผบ.หมู่ ส.ทล.5 กก.5 บก.ทล.
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI TOP STORIES

กลุ่มทุนรุกป่าดอยสะโง้นับ 1,000 ไร่ สร้างรีสอร์ท-ทดแหล่งน้ำไปใช้เอง

 

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2567 ที่หมู่บ้านดอยสะโง้ หมู่ 7 ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย นายเศกสันต์ กองศรี กำนัน ต.ศรีดอนมูล พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 2 (เชียงราย) สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ และชาวบ้านดอยสะโง้ ร่วมตรวจแนวเขตแดนและพิกัดของพื้นที่ปาไม้และที่ดินที่มีผู้เข้าไปครอบครอง หลังจากชาวบ้านดอยสะโง้เคยร้องเรียนไปยังหลายหน่วยงานว่ามีการบุกรุกป่า และนายเศกสันต์ได้ถวายฎีกาต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เมื่อครั้นเสด็จพระราชดำเนินไปยัง อ.เชียงแสน เมื่อเดือน มี.ค.2567

 

โดยชาวบ้าน ระบุว่า เดิมดอยสะโง้ เคยมีความอุดมสมบูรณ์ด้วยต้นไม้และแหล่งน้ำ รวมทั้งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 709 เมตร เป็นจุดชมวิว 3 แผ่นดิน คือ สามเหลี่ยมทองคำ ไทย สปป.ลาว และเมียนมา และเป็นที่ตั้งของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ ที่เป็นแหล่งปลูกพืชต่างๆ สร้างงานสร้างรายได้ให้กับกลุ่มชาติพันธุ์อาข่า แต่ปรากฎว่าตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมาได้มีกลุ่มทุนบุกรุกตัดต้นไม้และปรับถางที่ดิน มีการปลูกส้มหลายร้อยไร่และสร้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆ เช่น รีสอร์ท ที่พัก ฯลฯ เพื่อหาผลประโยชน์จากแหล่งท่องเที่ยว ทำให้เกิดปัญหาแหล่งน้ำบนดอยสะโง้แห้ง หรือถูกกลุ่มทุนผันน้ำนำไปใช้ส่วนตัว ส่งผลให้ชาวบ้านเดือดร้อนและยังมีปัญหาขยะเพิ่มขึ้นมาอีก
ดังนั้นในปี 2562 ชาวบ้านจึงได้ร้องเรียนไปยังหลายหน่วยงาน แต่ก็ไม่สามารถหยุดการบุกรุกป่าทั้งในเขตป่าสงวนแห่งชาติและสวนป่าแม่มะ-สบรวก ที่อยู่ในการดูแลของหน่วยงานป่าไม้ทั้ง 2 หน่วยงานดังกล่าว และมีแนวโน้มจะบุกรุกเพิ่มขึ้น
 
 
นายเศกสันต์ กล่าวว่า ในอดีตดอยสะโง้เป็นแหล่งน้ำโดยเฉพาะลำห้วยม่วงที่ชาว ต.ศรีดอนมูล ได้ใช้ประโยชน์ แต่ถูกกลุ่มนายทุนที่มีเงินและอิทธิพลเข้าไปบุกรุก กระทั่งปี 2567 ความแห้งแล้งรุนแรงมากเพราะป่าไม้ถูกทำลายไปนับ 1,000 ไร่ ส่วนลำห้วยก็ถูกนายทุนกั้นน้ำเอาไว้ใช้ส่วนตัว ตนจึงได้เป็นตัวแทนชาวบ้านทูลเกล้าถวายฎีกาต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ดังนั้นในครั้งนี้ตนหวังว่าหน่วยงานต่างๆ จะแก้ไขปัญหาให้สำเร็จเพราะ 4-5 ปีที่ผ่านมา มีการตรวจสอบหลายครั้งแต่ก็ไม่มีการแก้ไขปัญหา
 
 
สำหรับครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้เริ่มสำรวจว่าจุดใดอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตป่าอุทยาน หรือพื้นที่การเกษตรแล้ว จากนั้นจะบูรณาการจำแนกพื้นที่หากพบมีการบุกรุกในเขตรับผิดชอบของหน่วยงานใดก็จะมีการดำเนินคดีจนครบทั้ง 1,000 ไร่ต่อไป.
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

เชียงรายฟ้าใส (ไร้ควัน) ผู้ว่าฯ จับซ้ำ บุหรีไฟฟ้าร้านเดิมในรอบไม่ถึงเดือน

 
เมื่อวันที่ (15 พฤษภาคม 2567) เวลา 13.50 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ ปลัดจังหวัดเชียงราย นายบุญส่ง ตินารี นายอำเภอเมืองเชียงราย พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย และ พ.ต.อ.โสภณ ม่วงเฟื่อง ผกก.สภ.เมืองเชียงรายได้สั่งการให้ฝ่ายปกครองร่วมกับตำรวจ 
 
 
นำโดยนายกองรบ กระทุ่มนัด ป้องกันจังหวัดเชียงราย ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดเชียงราย สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดเชียงรายที่ 1 นายธีรัตน์ อิทธิพลาลักษณ์ ปลัดอำเภอเมืองเชียงราย สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอเมืองเชียงรายที่ 3 ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ออกปราบปรามร้านลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า ให้แก่เด็กและเยาวชน
 
 
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2567 ชุดจัดระเบียบสังคมได้เข้าทำการจับกุมร้านลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าชื้อร้าน บ้านควันหอม (สาขาตลาดล้านเมือง) ตั้งอยู่ที่ 66/23 หมู่ 11 ตำบลสันทราย อำเภอเมืองเชียงราย พบผู้ต้องหา 1 คนแสดงตัวเป็นผู้ดูแล และได้นำส่งผู้ต้องหาพร้อมของกลางดำเนินคดีตามกฎหมาย นั้นชุดจัดระเบียบสังคมฯ ได้รับข้อมูลจากผู้ปกครอง บุคลากรทางการศึกษา และประชาชนมาเป็นจำนวนมาก ว่าร้านดังกล่าวกลับมาเปิดให้บริการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าอีกครั้งหลังจากถูกจับกุม ไม่ถึงเดือน 
 
 
โดยยังคงเปิดหน้าร้านและมีการวางน้ำหอมตบตาเจ้าหน้าที่เช่นเดิม ซึ่งพฤติกรรมยังคงพบมีการจำหน่ายให้กับเด็กและเยาวชน รวมถึงลูกค้าทั่วไปเหมือนเดิม เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนเข้าตรวจสอบร้านดังกล่าวพบว่าร้านมีการติดฟิล์มสีขาวขุ่นอำพรางไม่ให้มีการมองจากข้างนอกเข้าไปเห็นในบริเวณด้านใน และมีกล้องวงจรปิดรอบทิศทางเพื่อดูสถานการณ์จากภายนอก แต่ผู้ซื้อจะรู้กันภายในกลุ่มไลน์ เฟสบุ๊ค หรือสื่อสังคมต่างๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการเข้าตรวจสอบร้านจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าจำแล้ว 3 ร้าน คือ
 

      1. ร้านบ้านควันหอม (สาขาตลาดล้านเมือง) ตั้งอยู่ที่ 66/23 หมู่ 11 ตำบลสันทราย อำเภอเมืองเชียงราย พบผู้ต้องหา 2 คนแสดงตัวเป็นผู้ดูแล ซึ่งร้านนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการเข้าจับกุมไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2567
      2. ร้านบ้านควันหอม (สาขาในเมืองหอนาฬิกา) ตั้งอยู่ที่ 531 ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย พบผู้ต้องหา 1 คนแสดงตัวเป็นผู้ดูแล
      3. ร้าน P-VAPE ตั้งอยู่ที่ 197/8 ม.15 ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย พบผู้ต้องหา 4 คนแสดงตัวเป็นผู้ดูแล ซึ่งร้านดังกล่าวขณะเจ้าหน้าที่เข้าสังเกตการณ์ พบว่าร้านมีการปิดประตูม้วนเหล็กลงอย่างมิดชิด เมื่อเจ้าหน้าที่สังเกตการณ์อยู่หน้าร้านสักพัก พบว่ามีพนักงานปิดประตูม้วนออกมาจากด้านใน เหมือนจะออกมาส่งของ (บุหรี่ไฟฟ้า) เจ้าหน้าที่จึงเปิดหน้าต่างและเรียนพนักงาน พนักงานดังกล่าวจึงเข้ามาถามว่าได้สั่งของ (บุหรี่ไฟฟ้า) ไหม เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวและพาตรวจสอบภายในร้านแล้ว จากการตรวจสอบภายในร้านพบบุหรี่ไฟฟ้า อุปกรณ์ น้ำยา และอุปกรณ์อื่นๆ อีกมากมายซึ่งสินค้าที่ตรวจยึดได้ของกลางกว่า 1,000 ชิ้น มูลค่าหลักแสนบาท
 

และจากการตรวจสอบการรับจ่ายเงินหรือเงินหมุนเวียนภายในร้าน พบแต่ละร้านมีรายได้ต่อวันตั้งแต่วันลหลายหมื่น บาทต่อวัน ซึ่งจากการสอบถามผู้ดูแลพบ เจ้าของที่แท้จริงจะติดต่อผ่านไลน์และส่งของมาให้ขายจึงไม่ทราบราคาต้นทุนต่อชิ้น และจะขายบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ตั้งแต่ราคาหลักสิบ ถึง หลักพันบาท และระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบจะมีลูกค้ามาใช้บริการตลอดเวลา เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ดูแลทั้ง 7 ราย โดยแจ้งข้อหา 
 

          1) ได้มีการซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 242 ตามมาตรา 246 วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ประกอบข้อ 4 แห่งประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2557 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับเป็นเงินสี่เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
 

         2) ขายสินค้าบารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า โดยฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ 9/2558 เรื่อง ห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้า บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า ต้องระวางโทษ โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะได้ปราบปรามร้านทั้งเปิดหน้าร้านและขายออนไลน์ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ต่อไป
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

อบจ.เชียงราย พาดูหนัง…”หลานม่า” บันทึกช่วงเวลามีค่าของครอบครัว

 

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2566 เวลา 10.00 น. นายก พี่นก อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย พร้อมด้วย นายวิญญู ทองทัน เลขานุการนายก อบจ.เชียงราย นายฐิติวัตร ไลศิริพันธ์ ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม และสมาชิกสภาเยาวชน นำน้องๆเยาวชน ร่วมผลักดัน Soft Power อุดหนุน ภาพยนตร์คุณภาพของไทย 

 

โดยมี สมาชิกศูนย์เยาวชน อบจ.เชียงราย และประชาชนทั่วไปกว่า 200 คน พาคู่หูรับชมมาภาพยนตร์บันทึกช่วงเวลามีค่าของสิ่งที่เรียกว่า ครอบครัว “หลานม่า”บรรยากาศเต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม ความสุข และความอบอุ่น จากคู่หูดูหนัง เช่น พ่อ-แม่-ลูก ย่า-หลาน คู่รัก เพื่อน 

 

ภาพยนตร์เรื่อง หลานม่า คือเรื่องราวที่มีเค้าแรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริงในครอบครัวสังคมไทย ผ่านตัวละครของ เอ็ม (พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล) ที่ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ กลับมาใช้ชีวิตร่วมกับ อาม่าเหม้งจู (อุษา เสมคำ) ผู้เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของครอบครัว เบื้องหน้าที่ดูเหมือนหลานมาดูแลอาม่าในบั้นปลายชีวิต แต่แท้จริงแล้วเอ็มมีจุดประสงค์บางอย่างซ่อนอยู่ หลังได้รู้ว่า มุ่ย (ต้นตะวัน ตันติเวชกุล) ได้รับมรดกก้อนใหญ่เป็นบ้านราคาสิบล้านบาทจากอากง เอ็มจึงต้องทำทุกอย่างเพื่อให้อาม่าไว้ใจ แต่กำแพงที่อาม่าตั้งไว้ ทำให้เอ็มได้เริ่มเรียนรู้การใช้ชีวิตไปทีละน้อย จนอะไรบางอย่างถูกอาม่าเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง 

 

“หลานม่า” ยังไม่แผ่ว โกยรายได้ต่อเนื่อง แม้เข้าฉายมาแล้ว 5 สัปดาห์ 

  • รายได้วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม 2567 – 1.14 ล้านบาท 
  • รายได้รวม 163.40 ล้านบาท (รายได้รวมทั่วประเทศกว่า 300 ล้านบาท)

หลังฉายที่อินโดนีเซียแล้ว หลานม่า จะเข้าฉายที่ฟิลิปปินส์, สปป.ลาว, มาเลเซีย, สิงคโปร์, เวียดนาม, กัมพูชาไต้หวัน, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, ฮ่องกง, จีนและเกาหลีใต้ ถือเป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจ

นอกจากนี้ “หลานม่า”ยังชวนทัชใจกับรอบพิเศษส่งท้าย “จากใจหลานถึงใจม่า” ร่วมทำบุญด้วยกัน ทุกที่นั่งรับฟรีเสื้อลิมิเต็ดอิดิชั่น free size รอบอก 48 นิ้ว ในราคา 450 บาท รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้มูลนิธิมิตรภาพสงเคราะห์บ้านพักคนชราหญิง (สถานที่ถ่ายทำ)

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

เชียงรายเตรียมใช้ศาลากลางหลังแรก จัดงานวิสาขบูชา 22 พ.ค. นี้

 

เมื่อวันอังคารที่ 14 พฤษภาคม 2567 ที่ห้องประชุมชั้น 3 อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ วัดพระสิงห์ พระอารามหลวง ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย พระพุทธิญาณมุณี เจ้าคณะจังหวัดเชียงราย เจ้าอาวาสวัดพระธาตุผาเงา เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการการจัดโครงการธรรมยาตราวิสาขบูชาถวายเป็นพุทธบูชา และเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 72 พรรษา จังหวัดเชียงราย โดยมีรองเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย เจ้าอาวาสวัดในเขตเทศบาลนครเชียงราย นางสุภาพรรณ หมั่นเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นางสุภาเพ็ญ ศิริมาตย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ ภาคีเครือข่าย ภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมประชุมเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการจัดงาน ทั้งด้านวัสดุอุปกรณ์ บุคลากรผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง การเตรียมความพร้อมในด้านการให้บริการอาหาร น้ำดื่ม และน้ำปานะ รวมถึงการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และด้านการพยาบาล แก่ผู้เข้าร่วมพิธี

 

ด้วย คณะสงฆ์จังหวัดเชียงราย ร่วมกับจังหวัดเชียงราย และหน่วยงาน องค์กรต่างๆ ตลอดจนภาคีเครือข่ายทางพระพุทธศาสนา กำหนดจัดกิจกรรม “โครงการธรรมยาตราวิสาขบูชา ถวายเป็นพุทธบูชาและเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 72 พรรษา จังหวัดเชียงราย” ขึ้นในวันพุธที่ 22 พฤษภาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 13.00น. เป็นต้นไป ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ศาลากลางหลังแรก) เพื่อให้พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดเชียงราย ได้น้อมรำลึกถึงความสำคัญของวันวิสาขบูชา และศึกษาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา น้อมถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในสัปดาห์ส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา(วันวิสาขบูชา) ประจำปี พ.ศ. 2567 และเพื่อให้พสกนิกรชาวจังหวัดเชียงราย ได้แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้น้อมถวายพระพรชัยมงคล และถวายเป็นพระราชกุศลแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษาครบ6 รอบ 72 พรรษา รวมถึงเพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ได้ศึกษาเรียนรู้วิถีชีวิตและประวัติศาสตร์เมืองเชียงราย ผ่านสถานที่ทางประวัติศาสตร์ต่าง ๆ เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนเกิดความภาคภูมิใจและ รักบ้านเกิดของตนเองเพิ่มมากขึ้น

 

โดยจังหวัดเชียงราย กำหนดประกอบพิธีธรรมยาตราวิสาขบูชาขึ้นในวันพุธที่ 22 พฤษภาคม 2567 เวลา 13:00 น. ณ พระอุโบสถวัดพระสิงห์ พระอารามหลวง พิธีเปิดโครงการและเดินธรรมยาตรา เวลา 14:00 น. ณ พระบรมราชานุเสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ศาลากลางหลังแรก) โดยคณะสงฆ์ และส่วนราชการ พุทธศาสนิกชน ร่วมเดินธรรมยาตราไปยังสถานที่สำคัญของจังหวัดเชียงราย ได้แก่ วัดศรีบุญเรือง อนุสาวรีย์พญามังราย วัดกลางเวียง วัดเจ็ดยอด วัดมิ่งเมือง วัดพระแก้ว วัดดอยงำเมือง และสิ้นสุดที่วัดดอยจอมทองในเวลา 16:00 น. โดยผู้เข้าร่วมพิธี คณะสงฆ์ ส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชน ร่วมประกอบพิธีเวียนเทียนเนื่องในสัปดาห์ส่งเสริมการเผยแพร่พระพุทธศาสนา วันวิสาขบูชา ประจำปี 2567

 

ทั้งนี้จังหวัดเชียงราย ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมโครงการธรรมยาตรา วิสาขบูชา ถวายเป็นพุทธบูชา และเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 72 พรรษา โดยพร้อมเพรียง การแต่งกายชุดสุภาพ เสื้อสีเหลือง ได้ในวันและเวลาดังกล่าว

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

ผู้ว่าฯเชียงราย พร้อมการเลือก สว. สนามกีฬากลางจังหวัดเป็นที่สมัคร

 

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2567 นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ ปลัดจังหวัด นายอาคม สุขพันธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กกต.เชียงราย และ คณะกรรมการระดับจังหวัด นายชูชาติ สุขสงวน ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย หัวหน้ากลุ่มงาน พร้อมด้วยพนักงานของสำนักงานเป็นคณะทำงาน กกต.เชียงราย ร่วมแถลงข่าว การจัดการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 ที่ชั้น 3 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย ศูนย์ราชการ ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย

 

ทั้งนี้ นางสาวนันทวรรณ กันคำ ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย นายโชติศิริ ดารายน นายกสมาคมสื่อมวลชนและนักประชาสัมพันธ์เชียงราย พร้อมด้วยสื่อมวลชนทุกแขนง ร่วมรับฟังในการแถลงข่าว การจัดการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ส่วนของจังหวัดเชียงราย

 

โดยนายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า การเลือก สว. ในครั้งนี้เป็นการเลือกกันเองของผู้สมัครในระดับผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่ได้เป็นการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งเป็นไปตามกฏหมายรัฐธรรมนูญ และมีการเลือกตั้งแต่ระดับ อำเภอ จังหวัด และระดับประเทศ ซึ่งรายละเอียดอื่นๆ ต้องศึกษาอย่างละเอียดเพราะถือว่าเป็นสิ่งใหม่ของประเทศไทย ก่อนการรับสมัคร สว. จะเริ่มขึ้น
 
 

ด้าน นายชูชาติ สุขสงวน ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า การเลือก สว. ในครั้งนี้เป็นการเลือกแบบทั่วไป ตามกฏหมายกำหนด ซึ่งการเลือกมีการเลือก 3 ระดับ คือ อำเภอ จังหวัด และ ประเทศ โดยการสมัครจะรับสมัครในวันที่ 20-24 พฤษภาคม 2567 ณ สำนักทะเบียน ที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง โดยจังหวัดเชียงรายมี 18 อำเภอ และขณะนี้มีผู้ที่สนใจสมัครรับเลือก สว. ไปขอรับเอกสารแล้วรวม 108 ราย ตั้งแต่วันที่ 10-14 พ.ค.2567 และหลังจากนี้จะมีการประชุมผู้สนใจสมัครรับเลือกฯ ในวันที่ 16 พ.ค.นี้ ซึ่งจะใช้ห้องประชุมอาคารคชสาร ภายในสนามกีฬากลางจังหวัดเชียงราย และเชื่อว่าจะมีผู้ที่สนใจสมัครมารับฟังประมาณ 200 คน

 

“ทั้งนี้ในการเลือก สว. ครั้งนี้จะมีด้วยกัน 2 รอบ ในทุกระดับ ทั้งในระดับ อำเภอ จังหวัด และประเทศ ซึ่งจะเป็นการเลือกกันเองของผู้สมัครรับเลือก สว. ที่มาจาก กลุ่มอาชีพ 20 กลุ่มตามที่กฏหมายกำหนด ซึ่งผู้สมัครรับเลือก สว. จะต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนสมัคร รวมทั้งการได้มาซึ่งคะแนน” นายชูชาติ กล่าว

 

ส่วนการสมัครับเลือก สว. จะเสียค่าสมัครคนละ 2,500 บาท โดยต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี ในวันสมัคร มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในด้านที่สมัครไม่น้อยกว่า 10 ปี เป็นผู้มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ เกิดในอำเภอที่สมัคร มีชื่อหรือเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถึงวันสมัครรับเลือก ทำงานหรือเคยทำงานในอำเภอที่สมัครติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปีนับถึงวันสมัครรับเลือก เคยศึกษาในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในอำเภอที่สมัครติดต่อกันไม่น้อยกว่า2 ปีการศึกษา

 

ผู้สมัครรับเลือก สว. ไม่สามารถหาเสียงได้ แต่สามารถแนะนำตัวตามแบบข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร โดยระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 กำหนด ให้มีข้อความและข้อมูลดังนี้ ข้อมูลส่วนตัวของผู้สมัคร ประวัติการศึกษาของผู้สมัคร ประวัติการทำงาน หรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัคร ไม่เกิน 5 บรรทัด ทั้งนี้ผู้สมัครอาจแนะนำตัวได้ ตามวิธีการและเงื่อนไขที่ กกต. กำหนด.

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News