Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

ระดมกำลังออกตรวจปราบปรามแหล่งลักลอบขายสุราผ่านช่องทางออนไลน์

 
เมื่อวันที่ วันที่ 14 มิถุนายน 2567 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปราม สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่เชียงราย ได้ระดมกำลังออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดในพื้นที่ กรณีมีผู้ลักลอบขายสุราที่มิชอบด้วยกฎหมายผ่านช่องทางออนไลน์ โดยขนส่งผ่านบริษัทขนส่งเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่เชียงราย ได้ติดตามสืบสวนการกระทำผิดดังกล่าวตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม 2567 จนทราบเส้นทางการกระทำผิดที่ชัดเจน จึงได้ขอหมายค้นจากศาลแขวงเชียงราย เข้าตรวจสอบบริษัทขนส่งเอกชนแห่งหนึ่ง พบพัสดุเป็นสุรากลั่นที่มิชอบด้วยกฎหมายจำนวนหนึ่ง ก่อนขยายผลเข้าตรวจสอบสถานที่เก็บและจำหน่ายสินค้า
 
 

โดยได้ประสานงานบูรณาการร่วมกับ พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.พาน นำโดย พ.ต.ท.ภูริยศ บำรุงยศ สว.สืบสวน สภ.พาน เข้าร่วมตรวจสอบ

ผลการตรวจสอบพบของกลางเป็นสุราที่มิชอบด้วยกฎหมายบรรจุภาชนะขวดพลาสติกหลายขนาด รวมจำนวน 1,856 ขวด น้ำสุรารวม 800.350 ลิตร ขณะเข้าจับกุมอยู่ระหว่างบรรจุสินค้าเพื่อเตรียมส่งให้ลูกค้าจำนวนหลายร้อยรายการ สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ 1 ราย แจ้งข้อหา มีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี , มีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษีประมาณการค่าปรับ 1,131,844.25 บาท นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง สภ.พาน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

นางนงลักษณ์ สมัครการ สรรพสามิตพื้นที่เชียงราย เปิดเผยว่า “ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ2567 รวม 8 เดือน (ตุลาคม-พฤษภาคม) สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่เชียงราย จับกุมผู้กระทำผิดในพื้นที่เชียงราย จำนวน 851 ราย เปรียบเทียบปรับเป็นจำนวนเงิน 16,095,368.99 บาท การกระทำผิดดังกล่าวทำให้รัฐยังสูญเสียรายได้จากการลักลอบจำหน่ายและบริโภคสินค้าที่มิได้เสียภาษีสรรพสามิตเป็นจำนวนมาก จึงขอประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนว่าการจำหน่ายและบริโภคสินค้าที่มิได้เสียภาษีสรรพสามิตมีความผิดตามกฎหมายทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ และอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภค รวมถึงส่งผลกระทบในทางเศรษฐกิจโดยภาพรวม“

หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่เชียงราย โทร 053711329 หรือ สายด่วนกรมสรรรพสามิต 1713

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

“อยู่ที่ไหนก็ใกล้หมอ” นำร่องทดสอบระบบ Telemedicine นโยบายโฮงยาใกล้บ้าน

 

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน 2567 เวลา 09.45 น.นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย พร้อมด้วยบุคลากร อบจ.เชียงราย เข้าร่วมหารือ และทำความเข้าใจการเชื่อมต่อระบบปรึกษาแพทย์ทางไกล Telemedicine ณ ห้องประชุมโรงพยาบาลเทิง จังหวัดเชียงราย และ รพ.สต.บ้านปางค่า ต.ตับเต่า อ.เทิง จ.เชียงราย

โดยเครื่องตรวจร่างกายปฐมภูมิแบบบดิจิตอล เป็นระดับมาตรฐานทางการแพทย์ พร้อมระบบเชื่อมต่อสำหรับปรึกษาแพทย์ทางไกล และส่งข้อมูลแบบ Real-Time ที่รวดเร็ว แม่นยำ สามารถอำนวยความสะดวก และเปลี่ยนทุกพื้นที่ให้เป็น “หน่วยแพทย์เคลื่อนที่” เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ในพื้นที่ห่างไกล “ลดการเดินทาง ลดค่าใช้จ่าย ลดการแออัดในโรงพยาบาล” เป็นการตรวจรักษาที่ไม่จำกัดแค่ในโรงพยาบาล แต่เป็นแพทย์ทางไกลที่ใช้ได้จริง สามารถพบแพทย์ได้ทุกพื้นที่ของจังหวัดเชียงราย
 
โฮงยาใกล้บ้าน เป็นนโยบายที่ 3. โฮงยาใกล้บ้าน – แคร์เซ็นเตอร์ นโยบายส่งเสริมสุขภาพให้กับคนเชียงรายโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงวัย ให้สามารถเข้าถึงระบบสาธารณสุขได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
โดยจะจัดให้มีสถานพยาบาลใกล้บ้าน พัฒนาระบบที่จะดูแลด้านสาธารณสุขตั้งแต่ท้องถิ่น ให้มีความพร้อมในการให้ความดูแลพ่อแม่พี่น้อง ทั้งบุคคลากร เครื่องมือ งบประมาณ สร้างความเชื่อมั่นให้คนในชุมชน ลดค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการเดินทาง และที่สำคัญคือช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาลศูนย์จังหวัด อีกทั้งรวมไปถึงการสร้างเสริมสุขภาวะ การออกกำลังกาย โภชนาการ ตั้งแต่เด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้สูงวัย กลุ่มผู้เปราะบางทางสังคม สามารถเข้าถึงระบบสาธารณะสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

วธ.ร่วมตรวจประเมิน เพื่อรับรอง มาตรฐานการท่องเที่ยวบ้านโป่งศรีนคร

 

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน 2567 2567 เวลา 09.00 น. คณะทำงานตรวจประเมิน เพื่อรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ลงพื้นที่ตรวจประเมินเพื่อรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย (วันที่ 2) ณ บ้านโป่งศรีนคร ตำบลโรงช้าง อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย

 

ในการนี้ กำนันมานพ ชัยบัวคำ ประธานท่องเที่ยวชุมชนบ้านโป่งศรีนคร พร้อมคณะกรรมการท่องเที่ยวของชุมชนฯ ได้ให้การต้อนรับ  พร้อมนำเสนอสรุปผลการดำเนินงานฯ และนำคณะกรรมการชมศูนย์การเรียนรู้ต่างๆ ในชุมชน โดยรถมอเตอร์ไซต์พ่วงข้าง อาทิ กลุ่มอาชีพจากเศษผ้า ฐานสิ่งประดิษฐ์จากขยะรีไซเคิล กลุ่มไม้กวาดดอกหญ้าจากวัสดุเหลือใช้ การจัดการขยะ zero waste กลุ่มโฮมสเตย์ กลุ่มทำเปลนอน เป็นต้น

 

การตรวจประเมินในครั้งนี้ เป็นการต่ออายุหนังสือการรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชนของชุมชนท่องเที่ยวบ้านโป่งศรีนครซึ่งเคยได้รับในระดับดีเยี่ยม

 

หลักเกณฑ์ การตรวจประเมินมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน ประกอบด้วย 4 ด้านได้แก่ 1) ด้านการบริหารจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชน 2) ด้านการจัดการเศรษฐกิจสังคมและ คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 3) ด้านการอนุรักษ์และส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมชุมชน และ 4) ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

 

ในการนี้ นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย มอบหมายให้นางสาวณพิชญา นันตาดี นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ นางกัลยา แก้วประสงค์ นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ นายจิรัฏฐ์ ยุทธ์ธนประวิช นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ และนายยุทธนา สุทธิสม นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ เข้าร่วมการตรวจประเมินดังกล่าว

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สนง.วัฒนธรรม เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SPORT

”นครเชียงรายเกมส์“ ส่งต่อเจ้าภาพใหม่เทศบาลนครนครสวรรค์ การแข่งขันกีฬา

 

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2567 เทศบาลนครเชียงราย โดยนายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย มอบหมายให้นายณรงค์ศักดิ์ เตือนสกุล รองนายกเทศมนตรีนครเชียงราย เป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 38 รอบคัดเลือก ระดับภาคเหนือ ”นครเชียงรายเกมส์“ พร้อมทั้งคณะผู้บริหารเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการเทศบาลนครเชียงราย คณะกรรมการจัดการแข่งขัน คณะนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมพิธีปิดอย่างสวยงาม เริ่มจากการแสดงชุด ”เริงระบำลำตัด“ จากนักเรียนในโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครเชียงราย ขบวนพาเหรดนำทัพนักกีฬาจากทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือเข้าสู่สนาม

 

เทศบาลนครเชียงราย ส่งเสริมให้จังหวัดเชียงรายเป็นเมืองแห่งกีฬา (Sport City) เป็นการฝึกให้รู้จักการแพ้และชนะ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขันกีฬา ในโอกาสนี้ต้องขอขอบคุณผู้ปกครองของนักกีฬาที่ได้สนับสนุนและส่งเสริมศักยภาพของบุตรหลานในด้านการกีฬา
 
 
ในโอกาสเดียวกันนี้ ทางเทศบาลนครเชียงราย ได้ส่งมอบธงในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย รอบคัดเลือก ระดับภาคเหนือ ครั้งที่ 39 ”พาสานเกมส์“ ให้กับคณะผู้บริหารเทศบาลนครนครสวรรค์ เป็นเจ้าภาพในการจัดกีฬาต่อไป
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : เทศบาลนครเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

‘หมอเอก’ ย้ำ ไม่สนับสนุนให้ใครสูบบุหรี่ แต่แก้ปัญหาทับซ้อน ทำสิ่งเดิมๆซ้ำๆ

 
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ หรือ หมอเอก อดีตรองประธานคณะอนุกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการการสาธารณสุขเรื่องปัญหาการควบคุมยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้า โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก “หมอเอก Ekkapob Pianpises” เกี่ยวกับข้อเสนอในเรื่องมาตรการการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าจากที่ประชุมคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ระบุว่า
 
 
“มีแต่คนบ้าเท่านั้นที่ทำสิ่งเดิมๆ ซ้ำๆ แต่กลับหวังผลลัพธ์ที่แตกต่าง” จากข้อสรุปของที่ประชุม คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งได้มีข้อเสนอเรื่องมาตรการควบคุม บุหรี่ไฟฟ้า สรุปได้ 5 ข้อ 
1.พัฒนาการจัดการความรู้ 
2.สร้างการรับรู้ 
3.เฝ้าระวังการบังคับใช้กฏหมาย 
4.พัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย 
5.ยืนยันมาตราการป้องกัน-ปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า 
 
 
ทั้ง 5 ข้อนั่นก็คือการ doing the same thing over and over (ทำสิ่งเดิมๆ ซ้ำๆ) แล้วเราจะหวังผลลัพธ์ที่แตกต่างได้หรือ? เมื่อแปลความหมายจากข้อเสนอ โดยเฉพาะข้อ 1-4 มีความหมายอะไรแอบแฝงหรือไม่ 
 
 
ข้อ 1-2-4 มีงบประมาณหลักจาก สสส. ปีละกว่า 300 ล้านบาทในการแจกให้ “เครือข่าย” ซึ่งอยากให้สังคมช่วยกันดูว่าเครือข่ายที่ว่าคือใคร คือกลุ่มไหน คือองค์กรไหน แล้วได้เงินไปปีละเท่าไหร่ 
 
ข้อ 3 เป็นหน้าที่หลักของกรมควบคุมโรค และ อนุกรรมการด้านกฏหมายของคณะกรรมการควบคุมยาสูบแห่งชาติ โดยงบประมาณสนับสนุนหน่วยงานควบคุมยาสูบส่วนหนึ่งได้รับจาก สสส. ทั้งงบประมาณทำกิจกรรมต่างๆ และแม้กระทั่งงบประมาณจ้างบุคลากร 
 
นำมาสู่ข้อ 5 คือการเสนอให้ใช้วิธีการเดิมๆ ให้คนกลุ่มเดิมๆ ที่ทำแล้ว “ล้มเหลว” แบบเดิมๆ ?!!! สิ่งต้องทำคือ “การควบคุมยาสูบ” นั่นหมายถึงการลดจำนวนผู้สูบบุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า-ยาเส้น ในภาพรวม โดยต้องมีเป้าหมาย “สังคมไร้ควัน” หมายถึงมีอัตราคนสูบยาสูบน้อยกว่า 5% จากที่ตอนนี้อัตราผู้สูบยาสูบมีประมาณ 17-18% ดังนั้น หากเห็นแก่ประโยชน์ด้านสุขภาพของประชาชน การทำข้อเสนอนโยบายยาสูบจึงควรทำเพื่อประชาชน ไม่ใช่พอเห็นข้อเสนอแล้วเหมือนเรียกร้องให้เพิ่มงบประมาณให้กลุ่มเครือข่ายหน้าเดิมๆ มาทำกิจกรรมเดิมๆ แต่หวังผลลัพธ์ที่แตกต่าง แบบนี้เรียกว่า Insane แต่ประชาชนและผู้ติดตามประเด็นสาธารณสุขไม่ได้ Insane และไม่ได้ Innocent ที่จะตามไม่ทันว่าข้อเสนอนี้ใครได้ประโยชน์ !!!
 
 
ซึ่งเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม หมอเอก อดีตรองประธานคณะอนุกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการการสาธารณสุขเรื่องปัญหาการควบคุมยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้า โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า 31 พฤษภาคม ของทุกปีถือเป็นวันงดสูบบุหรี่โลก กับประเทศไทยที่โหมทำกิจกรรมเกี่ยวกับ บุหรี่ไฟฟ้า เหมือนกับจะเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจที่ ความล้มเหลวในการควบคุมยาสูบ ?!!!
 
 
ตั้งแต่ปี 2545 ที่มีองค์กรอย่าง สสส.
ตั้งแต่ปี 2557 มีประกาศแบนบุหรี่ไฟฟ้า
ตั้งแต่ปี 2560 มี พรบ.ควบคุมการบริโภคยาสูบ
 
 
มีงบประมาณประจำ มีงบประมาณรณรงค์จาก สสส. ปีละกว่า 300 ล้านบาท มีเครือข่ายที่เก่งๆ ระดับได้รางวัลจากองค์การอนามัยโลกด้านควบคุมยาสูบเดินทั่วบ้านทั่วเมือง มีทุนวิจัยเรื่องการจัดการยาสูบโดยเฉพาะ ดูเหมือนจะมีพร้อมทุกอย่าง แต่ทำไมตลอด 20-30 ปี ไม่สามารถลดอัตราผู้สูบบุหรี่ได้ ทำไมปล่อยให้บุหรี่ไฟฟ้าระบาดเข้ามาจนมีมูลค่าตลาดมหาศาล ทำไมขึ้นภาษีบุหรี่จนการยาสูบไทยแทบเจ๊ง ส่งผลต่อไปถึงชาวไร่ยาสูบ แล้วปล่อยให้บุหรี่เถื่อนมีสัดส่วนการตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ
 
 
แสดงว่าต้องมีอะไรผิดพลาดแล้วล่ะ แต่เราจะเดินย่ำวิธีการเดิมๆ กลุ่มเครือข่ายเดิมๆ อีกหรือ??? ทำงานพลาดเป้ามาร่วม 30 ปี ทั้งที่มีคน เงิน กฏหมาย จะยังให้ทำแบบเดินกันต่ออีกหรือ??? คนที่เป็นองค์กรเอกชนทำงานเกี่ยวกับยาสูบ รวมกลุ่มกันกับอีกหลายองค์กรมาร่วมกันผลักดันและมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ สสส. แล้วหลังจากนั้นก็มาเป็นคนทำกฏหมายควบคุมยาสูบเอง พอมีกฏหมายก็มามีตำแหน่งในคณะกรรมการควบคุมยาสูบเอง มีการรับเงิน สสส. เข้าองค์กรของตน มีการแจกเงิน สสส. ให้กับเครือข่าย มีการใช้เงิน สสส. 
 
 
ไปสนับสนุนงานของราชการบางหน่วย มีการจ้างคนไปทำงานในหน่วยงาน จนหน่วยงานราชการนั้นไม่จำเป็นต้องฟังอธิบดี ไม่ต้องสนใจปลัดกระทรวงก็ได้ เคยมีการสอบหาข้อเท็จจริงโดยกรรมาธิการสาธารณสุขของสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้วพบว่ามีมูลในประเด็น ผลประโยชน์ทับซ้อน จึงส่งเรื่องต่อให้กรรมาธิการ ปปช. แต่ยังสอบหาข้อเท็จจริงไม่เสร็จก็ต้องหยุดดำเนินการเนื่องจากยุบสภาเสียก่อน ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ในฐานะบุคลากรทางการแพทย์ และในฐานะของผู้ที่ติดตามปัญหาด้านสาธารณสุข ผมย้ำมาโดยตลอดว่า ไม่สนับสนุนให้ใครสูบบุหรี่
 
 
ใครสูบอยู่ก็ควรที่จะเลิก โดยต้องดำเนินการด้วยชุดข้อมูลวิชาการที่ไม่บิดเบือน คำนึงถึงสิทธิของประชาชน และการมองปัญหารวมทั้งรับฟังจากทุกภาคส่วน ในเมื่อชุดความคิดเดิมๆ ในเมื่อคนกลุ่มเดิมๆ ทำงานไม่ได้ตามเป้ามาร่วม 30 ปี เราจะให้โอกาสคนที่ทำพลาดซ้ำๆ ทำงานต่ออีกหรือ? หากอยากเห็นวันงดสูบบุหรี่โลกในอีก 10 ปี หรือ 20 ปีข้างหน้าประเทศไทยเหลือคนสูบบุหรี่น้อยกว่า 5% กลายเป็น ประเทศไร้ควันบุหรี่ ก็ต้องเปลี่ยนชุดความคิดและเปลี่ยนคนที่เป็นเครือข่ายเดิมออกไป แค่วิ่งไล่จับบุหรี่ไฟฟ้ารายย่อย อาจทำให้มีข่าว มีคอนเท้นต์ให้ดูเหมือนได้ทำอะไร แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วก็แค่ปิดบังความล้มเหลวของการทำงานที่ผ่านมาเท่านั้น
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
FEATURED NEWS

Mitsubishi ประกาศมิตซูพันล้าน เชียงราย “ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม” ปี 2566

 
เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2567: มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ประกาศผลรางวัลอันทรงเกียรติ “ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม” ปี 2566 (Mitsubishi Excellence Awards 2023) เพื่อแสดงความยินดีและยกย่องผู้จำหน่ายที่มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นและยอดเยี่ยมทั้งในด้านการขายและบริการหลังการขาย ในปีงบประมาณ 2566 ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ด้วยปรัชญาที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นอันดับหนึ่ง ไปพร้อมกับการพัฒนาคุณภาพด้านการขายและบริการหลังการขายอย่างไม่หยุดยั้ง โดย “ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม” แห่งปี 2566 ประกอบด้วย
 
  • บริษัท มิตซูรุ่งเจริญ จำกัด (สำนักงานใหญ่) เขตกรุงเทพฯ
  • บริษัท มิตซูพันล้าน จำกัด (จังหวัดเชียงราย) จากกลุ่มจังหวัดขนาดใหญ่
  • บริษัท มิตซูศรีสะเกษทีทีออโต้ จำกัด (จังหวัดศรีสะเกษ) จากกลุ่มจังหวัดขนาดกลาง
  • บริษัท มิตซูไทยยนต์กลการ จำกัด (จังหวัดพัทลุง) จากกลุ่มจังหวัดขนาดเล็ก
  • บริษัท เอเบิล มอเตอร์ส ปากเกร็ด จำกัด (สาขาแจ้งวัฒนะ) สำหรับกลุ่มผู้จำหน่ายใหม่ หรือ โชว์รูมใหม่ เขตกรุงเทพฯ

●   มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย กล่าวว่า “การพิจารณาเพื่อตัดสินรางวัลนี้นับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากผู้จำหน่ายของเราต่างมีผลการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยมสูสีกัน ทั้งนี้ ผมขอแสดงความยินดีกับผู้จำหน่ายที่ได้รับรางวัลทุกท่าน และขอชื่นชมและขอขอบคุณผู้จำหน่ายทุกท่านที่มุ่งมั่นทุ่มเทเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของเราตลอดมา โดยหลักเกณฑ์การตัดสินรางวัลในปีนี้พิจารณาจากความเป็นเลิศในการนำเสนอบริการทั้งด้านการขายและบริการหลังการขาย การรักษาและขยายส่วนแบ่งการตลาดในแต่ละเขตและภูมิภาค ซึ่งมุ่งเน้นถึงการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ด้วยการนำเสนอรถยนต์คุณภาพสูง พร้อมยกระดับคุณภาพบริการด้านการขายและบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง อันจะนำไปสู่การสร้างความภักดีต่อแบรนด์ของลูกค้า และต่อยอดความสำเร็จและสร้างความเติบโตทางธุรกิจไปด้วยกันอย่างยั่งยืน”

●   นายจักรพงษ์ ชัยตระกูลทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูรุ่งเจริญ จำกัด กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่มิตซูรุ่งเจริญได้รับรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม ในเขตกรุงเทพฯ จากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในปีนี้ ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นและความทุ่มเทของเราในการมุ่งเน้นการขายและมอบการบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า รางวัลนี้ยังเป็นกำลังใจให้แก่พนักงานของเราและทำให้เรามุ่งมั่นพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งกระบวนการดำเนินงานด้านการขายและบริการหลังการขาย ตลอดจนการเพิ่มทักษะของบุคลากร เพื่อให้ลูกค้าของเราพึงพอใจและได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดจากมิตซูรุ่งเจริญในกรุงเทพฯ รวมถึงในจังหวัดอื่น ๆ ทั้งสมุทรปราการ ปทุมธานี และสมุทรสาคร”

●   นายชุติพงศ์ บุษรารังษี กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูศรีสะเกษทีทีออโต้ จำกัด ซึ่งได้รับรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมถึง 7 ปีซ้อน กล่าวว่า “ขอขอบคุณมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่มอบรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมประจำปีนี้แก่มิตซู ศรีสะเกษทีทีออโต้ ซึ่งเป็นปีที่ 7 ติดต่อกันที่เราได้รับรางวัลนี้ ถือเป็นความภาคภูมิใจและเป็นเครื่องพิสูจน์ได้อย่างดีถึงคุณภาพในการดำเนินงาน ตลอดระยะเวลาเกือบ 10 ปีที่เปิดให้บริการ เราจะตั้งใจพัฒนางานขายและบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้ามิตซูบิชิของเรา”

●   นอกจากรางวัล ‘ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม’ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังมอบรางวัล ‘ประสิทธิภาพการขายสูงสุด และส่วนแบ่งการตลาดยอดเยี่ยม’ (Top Productivity and Top Market Share Awards) ให้แก่ผู้จำหน่ายอีกด้วย ประกอบด้วย

รางวัลประสิทธิภาพการขายสูงสุด สำหรับผู้จำหน่าย เขตกรุงเทพฯ

  1. รางวัลประสิทธิภาพการขายสูงสุด (รวมทุกประเภทรถยนต์) : บริษัท มิตซูรุ่งเจริญ จำกัด (สำนักงานใหญ่)
  2. รางวัลยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล : บริษัท มิตซูรุ่งเจริญ จำกัด (สำนักงานใหญ่)
  3. รางวัลยอดขายรถกระบะ : บริษัท มิตซูรุ่งเจริญ จำกัด (สำนักงานใหญ่)

รางวัลส่วนแบ่งการตลาดยอดเยี่ยม สำหรับผู้จำหน่าย เขตต่างจังหวัด

  1. รางวัลส่วนแบ่งการตลาดยอดเยี่ยม (รวมทุกประเภทรถยนต์)
    1. กลุ่มตลาดขนาดใหญ่ : บริษัท มิตซูอยุธยา (ไทยธาดา) จำกัด จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
    2. กลุ่มตลาดขนาดกลาง : บริษัท มิตซูศรีสะเกษทีทีออโต้ จำกัด และ บริษัท มิตซูไทยยนต์ จำกัด (ศรีสะเกษ) จากจังหวัดศรีสะเกษ
    3. กลุ่มตลาดขนาดเล็ก : บริษัท มิตซูไทยยนต์กลการ จำกัด จากจังหวัดพัทลุง
  2. รางวัลส่วนแบ่งการตลาดยอดเยี่ยม ประเภทรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ไม่เกิน 7 ที่นั่ง (ร.ย. 1) บริษัท มิตซูเจียงหนองคาย จำกัด (สาขาบึงกาฬ) จากจังหวัดบึงกาฬ
  3. รางวัลส่วนแบ่งการตลาดยอดเยี่ยม ประเภทรถบรรทุกส่วนบุคคล (ร.ย. 3) บริษัท มิตซูไทยยนต์กลการ จำกัด จากจังหวัดพัทลุง
 

 

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย นำโดย มร. โนโบรุ สึจิ (กลาง) ประธานคณะกรรมการบริษัท พร้อมด้วย มร. เรียวอิจิ อินาบะ (ที่ 5 จากขวา) กรรมการผู้จัดการใหญ่ และ นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ (ที่ 5 จากซ้าย) กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานขายและบริการหลังการขาย มอบรางวัล “ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม” ปี 2566 (Mitsubishi Excellence Awards 2023) เพื่อแสดงความยินดีและยกย่องผู้จำหน่ายที่มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นและยอดเยี่ยมทั้งในด้านการขายและบริการหลังการขาย ในปีงบประมาณ 2566

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

‘พิสันต์’ เคาะมติที่ประชุมเห็นชอบ ผู้ทำประโยชน์ต่อกระทรวงวัฒนธรรม

 

เมื่อวันพุธที่ 12 มิถุนายน 2567 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมพญาพิภักดิ์ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย โดย สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ได้จัดการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกผู้ทำคุณประโยชน์ต่อกระทรวงวัฒนธรรม ระดับจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 เพื่อยกย่อง เชิดชูเกียรติภาคีเครือข่ายที่เข้ามามีส่วนร่วมขับเคลื่อนโครงการ/งาน/กิจกรรม และทำประโยชน์เพื่อชุมชน สังคม ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดและหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงวัฒนธรรม  จำนวน 3 ประเภท ได้แก่ ประเภทเด็กหรือเยาวชน , ประเภทบุคคลธรรมดา และประเภทนิติบุคคลหรือคณะบุคคล โดยพิจารณาคัดเลือกประเภทละ 1 ราย/แห่ง/คณะ เพื่อเสนอชื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นผู้ทำคุณประโยชน์ต่อกระทรวงวัฒนธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567

 

นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย มอบหมายให้ นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย เป็น ประธานการประชุมฯ  พร้อมด้วยคณะกรรมการที่ได้รับคำสั่งแต่งตั้งจากจังหวัดเชียงรายเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวผลการพิจารณามติที่ประชุมเห็นชอบ เสนอชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามเกณฑ์ เพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นผู้ทำคุณประโยชน์ต่อกระทรวงวัฒนธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 มีดังนี้

 

  • ประเภทเด็กหรือเยาวชน ได้แก่ นายวงศ์วริศ บูราณ นักเรียนโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม อำเภอเมืองเชียงราย
  • ประเภทบุคคลธรรมดา ได้แก่ นางสาวภัททิรา วิภวภิญโญ อาจารย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง อำเภอเมืองเชียงราย
  • ประเภทนิติบุคคล หรือคณะบุคคล ได้แก่ บริษัทโตโยต้าเชียงราย จำกัด อำเภอเมืองเชียงราย

 

ทั้งนี้ จังหวัดเชียงรายจะได้ส่งผลงานพร้อมเอกสารของผู้ได้รับการคัดเลือกฯ ดังกล่าว ให้สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมพิจารณาคัดเลือกเป็นผู้ทำคุณประโยชน์ต่อกระทรวงวัฒนธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ต่อไป ซึ่งผู้ได้รับคัดเลือกฯ จะได้รับโล่รางวัล “วัฒนคุณาธร” จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมในวันสถาปนากระทรวงวัฒนธรรม หรือวันที่กระทรวงวัฒนธรรมกำหนด

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สนง.วัฒนธรรม เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

วิสาหกิจชุมชนเชียงรายอุ่นไอรักษ์ ประสานเจ้าหน้าที่ขอขยายเขตไฟฟ้า

 
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2567 วิสาหกิจชุมชนเชียงรายอุ่นไอรักษ์ จัดให้มีการประชุมสมาชิกวิสาหกิจชุมชนเชียงรายอุ่นไอรักษ์ เพื่อคัดเลือกประธานและกรรมการวิสาหกิจชุมชนฯ ชุดใหม่ แทนชุดเดิมที่หมดวาระ โดยผลการเลือกตั้ง นายประสงค์ พรมวงศ์ ได้รับเลือกเป็นประธานวิสาหกิจชุมชนเชียงรายอุ่นไอรักษ์ มีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี 
 

       นายประสงค์ พรมวงศ์ ประธานวิสาหกิจชุมชนเชียงรายอุ่นไอรักษ์ เปิดเผยภายหลังได้รับเลือกเป็นประธานฯ ว่า นโยบายที่ให้ไว้กับสมาชิกวิสาหกิจชุมชนฯ คือ “ทำให้ถูกต้อง ซื่อตรง” ซึ่งตนเองจะนำมาใช้เป็นแนวทางการดำเนินงานบริหารวิสาหกิจชุมชนเชียงรายอุ่นไอรักษ์ ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ดำรงตำแหน่ง
 

นายประสงค์ พรมวงศ์ เปิดเผยว่า ได้คัดเลือกคณะกรรมการวิสาหกิจชุมชนเชียงรายอุ่นไอรักษ์ ดังนี้ ฝ่ายวิชาการได้แก่ คุณสุรพลไชย ผดุงพงษ์ศิริ ฝ่ายพัฒนา นายศักดิ์ งามแสง และนายสุพจน์ สุนีราช ฝ่ายเหรัญญิกนางมณีรัตน์ ใจสุภาพ ฝ่ายเลขานุการ คุณคนึงนิตย์ วงศ์จันทร์ อาจารย์ไพบูลย์ สมใจ ฝ่ายปฏิคม คุณเมธา อุทิต ฝ่ายประชาสัมพันธ์ คุณศิวพล คุณธีรวัฒน์ นารี ที่ปรึกษา นายจำรัส บำรุงแคว้น หรือลุงน้อย นายสุเทพ ใจวรรณะ อาจารย์เจริญชัย สมใจ อาจารย์วิไลวรรณ นางอุไรวรรณ งามแสง นายเดชสิทธิ์ พรมปัญญา และคณะกรฝ่ายแต่ละฝ่ายจะคัดเลือกคณะทำงานเอง ซึ่งรายชื่อจะได้แจ้งในการประชุมครั้งต่อไป
 

      ด้านนายจำรัส บำรุงแคว้น หรือลุงน้อย อดีตประธานวิสาหกิจชุมชนเชียงรายอุ่นไอรักษ์ ได้กล่าวเพื่อส่งมอบตำแหน่งให้กับนายประสงค์ พรหวงศ์ ประธานคนใหม่ ว่า หากมีปัญหาต่าง ๆ สามารถปรึกษาได้ พร้อมช่วยเหลือกลุ่มให้เดินไปข้างหน้า
 

       สำหรับ ผลการดำเนินการด้านการออมและการถอนเงินหุ้น เงินออม วิสาหกิจชุมชนเชียงรายอุ่นไอรักษ์ ประจำปี 2567 เงินหุ้นคงเหลือ 404,640 บาท เงินออม 197,568 บาท ยอดรวม 602,208 บาท
 

       ด้านนายกุลพัชร ภูมิใจอวด ผู้อำนวยการ สถาบันบริหารจัดการธานคารที่ดิน (องค์การมหาชน) บจธ.เปิดเผยว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเชียงรายอุ่นไอรักษ์ ตั้งอยู่ ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย เป็นวิสาหกิจฯ ที่ สถาบันบริหารจัดการธานคารที่ดิน (องค์การมหาชน) บจธ. จัดซื้อที่ดินภายใต้โครงการบริหารจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2563 เนื้อที่ 68-2-54.5 ไร่ ปัจจุบันจำนวนสมาชิก 68 ครัวเรือน 
 

      ทั้งนี้ บจธ.ได้ดำเนินการประสาน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดเชียงราย ขอขยายเขตไฟฟ้ามาติดตั้งในพื้นที่โครงการฯ เพื่อความสะดวกแก่สมาชิก ปัจจุบันสมาชิกในกลุ่มประกอบอาชีพเกษตรกรรม ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีการเลี้ยงสัตว์ เลี้ยงเป็ด เลี้ยงปลา ปลูกพืชผัก ปลูกผักพื้นบ้านปลอดสารเคมี รวมทั้งไม้ผล ไม้ยืนต้นทุกแปลง สร้างเป็นกลุ่มอาชีพหลายกลุ่ม สามารถเก็บผลผลิตจำหน่ายและบริโภคในครัวเรือน รวมทั้งจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปเช่นน้ำพริก และขนมเปี๊ยะ มาอย่างต่อเนื่อง
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เครือข่ายคนฮักแม่น้ำโขง 8 จังหวัด หารือฟื้นฟูแม่น้ำโขงให้สมบูรณ์

 
เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 67 ที่โรงแรมทีคการ์เดน อ.เชียงของ จ.เชียงราย นายวีรวิชญ์ เธียรชัยนันท์อำนวยการโครงการแม่โขงเพื่ออนาคต Mekong for the future องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) และนายธนวัจน์ คีรีภาส รองผู้อำนวยการโครงการแม่โขงเซฟการ์ด มูลนิธิเอเชีย  Asia Foundation เป็นประธานการประชุมรายงานผลการดำเนินงาน โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่ชุ่มชนลุ่มน้ำโขงในภาคเหนือ และการประชุมสัญจรเครือข่ายคนฮักแม่น้ำโขง (Hug Mekong Network) ครั้งที่ 3 โดยมี นายธีระพงศ์ โพธิ์มั่น  ผู้อำนวยการสถาบันชุมชนลุ่มน้ำโขง นายสมเกียติ เขื่อนเชียงสา นายกสมคมแม่น้ำเพื่อชีวิต เจ้าหน้าที่จาก  Asia Foundation WWF นางอ้อมบุญ ทิพย์สุนา เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัดภาคอีสาน  เครือข่ายชาวบ้านริมแม่น้ำโขงจาก 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขง และเครือข่ายสมาคมชุมชนสีเขียว สปป.ลาว เข้าร่วมการประชุม
 

        โดยการประชุมครั้งนี้เป็นการรายงานผลการวิจัย เรื่องผลกระทบจากการพัฒนาเกินความพอดีที่ส่งผลต่อวิถีชีวิต ผู้คนและวัฒนธรรมของชุมชนในลุ่มแม่น้ำโขง และกดำเนินโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชนลุ่มน้ำโขง โดย นายธีระพงษ์ โพธิ์มั่น ผศ.ดร.สหัทยา วิเศษ  
 

        นายธีรพงษ์ กล่าวว่า โครงการได้มีการเปิดโครงการครบรอบแล้ว 1 ปี โดยหวังว่าผลลัพของโครงการจะเป็นประโยชน์ต่อชุมชน สิ่งที่เราร่วมมือกันมากว่า 1 ปี เราได้ทำงานในพื้นที่ อ.เชียงแสน อ.เชียงของ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย โดยได้รับความสนับสนุนจาก แม่โขงเซฟการ์ด และแม่โขงฟอร์เดอะฟิวเจอร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอสิ่งที่เกิดขึ้นกกับแม่น้ำโขง ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ลุ่มแม่น้ำโขง
 

        การดำเนินการของโครงการที่ผ่านมาเป็นการร่วมมือของชุมชุนลุ่มแม่น้ำโขง ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งความเป็นมาของโครงการ คือ การเกิดปัญหาจากการพัฒนาในแม่น้ำโขง ในทั้งภาคเหนือและภาคอีสานของไทย ซึ่งเกิดปัญหามาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี ที่ผ่านมา การแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาเป็นการแก้ไขโดยคนลุ่มน้ำโขงเอง และยังไม่มีภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือ ทำให้เกิดการหาข้อมูลเพื่อให้ภาครัฐ และองค์กรต่างๆ ได้รับทราบถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับแม่น้ำโขง ทั้งเรื่องการขึ้นลงที่ผิดปกติ ระบบนิเวศ และการหาอยู่หากินกับแม่น้ำโขงลำบากมากขึ้น ซึ่งโครงการนี้เป็นการเริ่มต้นเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหากับแม่น้ำโขงอย่างแท้จริง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภและฟื้นฟูแม่น้ำโขงให้กลับมาเป็นแม่น้ำที่อุดมสมบูรณ์ โดยเริ่มจากเรื่องปากท้องของคนลุ่มแม่น้ำโขง นอกเหนือจากการเก็บข้อมูลงานวิจัย  ในระยะยาวจะทำให้เกิดเครือข่ายคนลุ่มแม่น้ำโขง ในการเคลื่อนไหวด้านข้อมูล โดยมีแผนงานคือ 1  เก็บข้อมูลคนลุ่มแม่น้ำโขง ว่ามีความเป็นอยู่อย่างไรบ้าง มีกี่หมู่บ้าน สาขาอาชีพ ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับแต่ละชุมชน 2 การเก็บข้อมูลผลกระทบ การทำวิจัย เรื่องพืช การหาปลา การหาอยู่หากินของแมญิงลุ่มแม่น้ำโขง 3 การแก้ไขปัญหาระยะสั้น ในการทำวิจัย เพื่อให้หน่วยงานและองค์การที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือและแก้ปัญหาให้กับคนลุ่มแม่นน้ำโขง 
 

       ผศ.ดร.สหัทยา กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำโขง ได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต และสถาบันชุมชนลุ่มน้ำโขง โดยได้รับฟังข้อมูลจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำโขง โดยลงพื้นที่สำรวจ โดยเก็บข้อมูลจาก 305 คน จาก 38 ชุมชน ริมแม่น้ำโขง อ.เชียงแสน อ.เชียงของ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย กลุ่มเป้าหมายคือ กลุ่มที่ใช้ประโยชน์จากแม่น้ำโขงโดยตรงและทางอ้อม เช่นชาวประมง ผู้อาศัยริมแม่น้ำโขง  และกลุ่มหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับแม่น้ำโขง ภาครัฐ เอกชน องค์กรอิสระ
 

       จากนั้นได้มีการจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ ข้อค้นพบจากงานวิจัยไทบ้าน และแนวทางแก้ไขปัญหาของภาคประชาชนต่อกรเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำโขงจากการโครงการพัฒนาโดย เครือข่ายฮักแม่น้ำโขง 
 

        นางสาวจรรยา จันทร์ทิพย์ กล่าวว่า พืชริมน้ำหายไปหลังจากการเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำโขง ที่เกิดจากการสร้างเขือ่นในแม่น้ำโขงพื้นที่ที่ผักเคยงอกขึ้นได้ ก็ไม่สามารถขึ้นได้เพราะน้ำขึ้นลงไม่เป็นไปตามธรรมชาติ พี่น้องเราริมแม่น้ำโขงก็ต้องปรับตัวโดยการปลูกพืชริมแม่น้ำ โดยการปลูกพืชอายุสั้นที่เก็บเกี่ยวได้เร็ว เพราะไม่สามารถคาดเดาได้ว่าน้ำจะมาเมื่อไหร่ ปัจจุบัน วิถีชีวิตเปลี่ยนไปจากเดิมเพราะแม่น้ำไม่สามารถเลี้ยงชีพได้ก็ต้องหาทางออกอย่างอื่นเช่นการเลี้ยงปลา และปลูกผัก ที่ต้องปรับตัว 
 

       นายมานพ มณีรัตน์ ผู้ใหญ่บ้านปากอิง  กล่าวว่า ชุมชนปากอิงได้ได้รับผกระทบจากที่ดิน ริมแม่น้ำที่หายจากการสร้างเขื่อนป้องกันริมตลิ่ง ทำให้พื้นที่ทำการเกษตรหายไป ที่ดินทำการเกษตรไม่มีแล้ว ปัจจุบัน รณรงค์ให้ชาวบ้านปลูกผักไว้เพื่อบริโภค ในครัวเรือน แต่ก็เป็นไปได้ยากเพราะพื้นที่มีไม่เพียงพอ ซึ่งก็เป็นเรื่องยากของชุมชน อาชีพกรประมงของชาวบ้านในพื้นที่ปากอิงก็ได้รับผลกระทบเพราะการหาปลาก็หาไม่ได้ ปัจจุบันเราไม่สามารถพึ่งพาและคาดเดาได้กับแม่น้ำโขง คนรุ่นใหม่เริ่มออกไปทำงานนอกหมู่บ้าน เหลือเพียงผู้สูงอายุอยู่ ซึ่งกังวลว่าในอนาคตวัฒนธรรมท้องถิ่นก็จะหายไปด้วย ซึ่งจะเป็นผลกระทบจากแม่น้ำโขงที่ทำให้คนรุ่นใหม่ไม่สามารถดำรงค์ชีพได้ในชุมชน 
 

       นายอภิเชษ คำมะวงซ์ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงในแม่น้ำโขงให้การประมงในพื้นที่ริมแม่น้ำโขงเริ่มหายไป คนที่หากินกับแม่น้ำโขงต้องเพาะพันธุ์ปลาเพื่อเลี้ยงชีพ แทนการหาปลาในแม่น้ำโขงเพราะปลาตามธรรมชาติน้อยลง ซึ่งคนริมแม่น้ำโขงต้องหาทางออกโดยการปรับตัวเพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ โดยการสร้างอาชีพจากการเลี้ยงปลากดคัง ปลาน้ำโขง เพื่อให้สามรถนำมาจำหน่ายเพื่อเลี้ยงครอบครัว 
 

        นางสมจิตร ทิศา กล่าวว่า แม่น้ำโขงเปลี่ยนไปมาก เมื่อก่อนสามารถปลูกผัก ทำเกษตรริมแม่น้ำโขง จนสามารถส่งลูกเรียนหนังสือได้จนจบปริญญาตรี แต่ปัจจุบัน แม่น้ำโขงน้ำขึ้นลงไม่เป็นไปตามธรรมชาติ ทำให้การทำเกษตรคาดเดาไม่ได้ ไร่ข้าวโพดริมแม่น้ำโขงที่เคยปลูกได้จำนวนมาก ก็เหลือพื้นที่น้อยลง เพราะระดับน้ำขึ้นมาสูงกินพื้นที่เพาะปลูก พืชสวนที่ปลูกไว้เพื่อขายก็ไม่สามารถทำได้ เพราะคาดเดาไม่ได้ว่าน้ำจะมาเมื่อไหร่ ลงทุนปลูกไปก็กลัวว่าน้ำจะพัดเสียหาย การหาปลาในแม่น้ำโขงเมื่อก่อนถึงเวลามื้ออาหาร ลงน้ำโขงหาปลา สามารถทานได้ทั้งครอบครัว ปัจจุบันลงน้ำหาปลาทั้งวันไม่ได้สักตัวเลยก็มี 
 

        ในช่วงบ่ายเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลของเครือข่ายคนฮักแม่น้ำโขง ครั้งที่  3  โดยมีการสรุปแนวทางความร่วมมือในการัดการแม่น้ำโขงอย่างยั่งยืน การแลกเปลี่ยนสถานการณ์ และแนวทางการแก้ไขจากชุมชน รวมไปถึงการทำงานภายใต้เครือข่ายฮักแม่น้ำโขง  เพื่อเป็นแนวทางในการทำงานร่วมกันกับเครือข่ายแม่น้ำโขงภาคเหนือและภาคอีสาน
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

อบจ.เชียงราย ร่วมส่งผลิตภัณฑ์ ป้องกำจัดลูกน้ำยุง แม่จัน – แม่ฟ้าหลวง

 

เมื่อวันจันทร์ ที่ 10 มิถุนายน 2567 เวลา 09.00 น. นายก นก อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย พร้อมด้วย นายประเสริฐ ชุ่มเมืองเย็น รองประธานสภา อบจ.เชียงราย อำเภอแม่จัน เขต 1 นางปาริชาติ จิระมณี ส.อบจ.เชียงราย อำเภอแม่จัน เขต 3 อ.แม่จัน และเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุข อบจ.เชียงราย มอบผลิตภัณฑ์ป้องกันและกำจัดลูกน้ำยุงชนิดเม็ด (Mosdop TB) ให้แก่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในสังกัด อบจ.เชียงราย อ.แม่จัน ณ หอประชุมที่ว่าการ อ.แม่จัน

 

จากนั้น เวลา 13.00 น. นายก นก นายก อบจ.เชียงราย และเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุข อบจ.เชียงราย เข้ามอบผลิตภัณฑ์ป้องกันและกำจัดลูกน้ำยุง ให้แก่ รพ.สต.ในสังกัด อบจ.เชียงราย อ.แม่ฟ้าหลวง ณ ห้องประชุม รพ.สต.เล่าลิ่ว
 
 
ทั้งนี้ การมอบผลิตภัณฑ์ป้องกันและกำจัดลูกน้ำยุง ในพื้นที่ อ.แม่จัน และ อ.แม่ฟ้าหลวง เป็นการตัดวงจรการเกิดของยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะแพร่เชื้อสู่คน ซึ่งในพื้นที่ต่างๆของจังหวัดเชียงราย เริ่มพบผู้ป่วยไข้เลือดออก และยังมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้น ซึ่งอาการของผู้ได้รับเชื้อนั้น จะมีอาการดังนี้
 
 
มีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส ปวดหัวรุนแรง ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ กระดูก และข้อต่อปวดกระบอกตา ตาแดง มีผื่นแดงขึ้นบริเวณผิวหนัง เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน อาจท้องผูกหรือ ท้องเสีย และอาจถ่ายเป็นสีดำ ปวดท้องบริเวณชายโครงขวา หากมีอาการรุนแรงอาจเกิดอาการเลือดออกผิดปกติตามร่างกาย เช่น เลือดออกตามผิวหนัง เลือดออกที่เยื่อบุคอ หรือเลือดกำเดาไหล เป็นต้น
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News