Categories
FEATURED NEWS

ททท. จับมือซีพี ออลล์ เปิดทางเที่ยวไทยผ่านร้านใกล้ตัว ดันเชียงรายขึ้นแผนที่จุดเช็กอินใหม่ด้วยศิลปะชุมชน

ททท. จับมือซีพี ออลล์ เปิดทางเที่ยวไทยผ่านร้านใกล้ตัว ดันเชียงรายขึ้นแผนที่จุดเช็กอินใหม่ด้วยศิลปะชุมชนและเครือข่ายท่องเที่ยวรายวัน

กรุงเทพฯ, 27 มีนาคม 2569 – เมืองไทยในวันหยุดยาวกำลังถูกเล่าใหม่ผ่านสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด ในช่วงเวลาที่ผู้คนกำลังเริ่มวางแผนเดินทางสำหรับวันหยุดยาวและเทศกาลสงกรานต์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. เลือกเปิดเกมส่งเสริมการเดินทางด้วยวิธีที่ต่างออกไปจากภาพจำของการประชาสัมพันธ์ท่องเที่ยวแบบเดิม แทนที่จะสื่อสารผ่านเวทีท่องเที่ยวขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว ครั้งนี้ ททท. ขยับเรื่องการเดินทางให้มาอยู่ในพื้นที่ใกล้ตัวของผู้บริโภคมากขึ้น ผ่านความร่วมมือกับบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด มหาชน ผู้บริหารร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี เพื่อชวนคนไทยและนักท่องเที่ยวมองเห็นว่า การออกเดินทางอาจเริ่มต้นได้ตั้งแต่จุดที่พบเจอในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นขวดน้ำดื่ม แอปพลิเคชัน หรือร้านสะดวกซื้อในชุมชน

สาระสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้อยู่ในโครงการที่ใช้ชื่อว่า “ททท. ชวนสุขทันทีที่เที่ยวไทยกับเซเว่น อีเลฟเว่น” ซึ่งประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 โดยกำหนดให้ภาพแหล่งท่องเที่ยวไทย 15 แห่งจาก 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ ปรากฏบนฉลากขวดน้ำดื่ม 7Select ทั้งประเภทน้ำดื่มและน้ำแร่ธรรมชาติ พร้อมเปิดให้ผู้สนใจดาวน์โหลดภาพ E-Wallpaper และข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวผ่านแอปพลิเคชัน 7-Eleven เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการออกเดินทางตามรอยสถานที่จริงในช่วงเดือนมีนาคมถึงธันวาคม 2569

ตัวเลข 15 แห่งจาก 5 ภูมิภาคอาจดูเป็นเพียงรายละเอียดเชิงแคมเปญ แต่เมื่อมองให้ลึกขึ้น มันสะท้อนวิธีคิดใหม่ของการตลาดการท่องเที่ยวไทยที่พยายามนำแหล่งท่องเที่ยวออกจากกรอบเดิม แล้วพาไปอยู่ในสินค้าหรือบริการที่ผู้บริโภคพบเห็นได้ทุกวัน นี่ไม่ใช่เพียงการโฆษณาแหล่งเที่ยว แต่เป็นการย้าย “แรงบันดาลใจในการเดินทาง” ไปอยู่บนจุดสัมผัสที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันของผู้คน

จากแผ่นพับสู่ขวดน้ำ จากบูธท่องเที่ยวสู่แอปในมือถือ

หากย้อนกลับไปในอดีต การชวนเที่ยวไทยมักเริ่มจากโบรชัวร์ บทความท่องเที่ยว โฆษณาทางโทรทัศน์ หรือมหกรรมท่องเที่ยวตามศูนย์ประชุม แต่ภาพที่กำลังเกิดขึ้นในปี 2569 คือการสื่อสารการท่องเที่ยวแบบใหม่ที่ต้องการให้การรับรู้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จริงและพฤติกรรมจริงของผู้คน นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ระบุว่า ความร่วมมือกับซีพี ออลล์ในครั้งนี้จะช่วยเชื่อมโยงเรื่องราวการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และเสน่ห์ของไทย ไปสู่การสร้างประสบการณ์ที่ดีของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ผ่านช่องทางสินค้าและบริการของเซเว่น อีเลฟเว่น ทั้งขวดน้ำดื่ม 7Select และแอปพลิเคชัน 7-Eleven ซึ่งเป็นช่องทางที่เข้าถึงผู้บริโภคได้ในทุกพื้นที่

คำอธิบายดังกล่าวมีนัยสำคัญ เพราะชี้ให้เห็นว่า ททท. ไม่ได้มองการท่องเที่ยวในฐานะเรื่องของปลายทางเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่มองตลอดเส้นทางตั้งแต่แรงจูงใจ การรับรู้ การค้นหาข้อมูล ไปจนถึงประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวจะได้รับเมื่ออยู่ในพื้นที่จริง ยิ่งในยุคที่การตัดสินใจเดินทางจำนวนมากเริ่มต้นจากการเห็นภาพ การสแกนคิวอาร์โค้ด หรือการค้นหาข้อมูลในมือถือ การพาแหล่งท่องเที่ยวไปอยู่บนบรรจุภัณฑ์และแอปพลิเคชันจึงเป็นการออกแบบประสบการณ์ให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคร่วมสมัยมากขึ้นอย่างชัดเจน

ในทางปฏิบัติ แคมเปญนี้ยังสะท้อนการใช้เครือข่ายค้าปลีกเป็นโครงสร้างพื้นฐานของการท่องเที่ยวอย่างน่าสนใจ เพราะในมุมหนึ่ง ร้านสะดวกซื้อไม่ใช่เพียงที่แวะซื้อของระหว่างทาง แต่กำลังถูกจัดวางให้เป็นหนึ่งในจุดเชื่อมต่อข้อมูล บริการ และความรู้สึกปลอดภัยของผู้เดินทางด้วย

เครือข่าย 15,000 สาขากับบทบาทใหม่ในฐานะจุดพยุงการเดินทาง

นายยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ กล่าวชัดว่า ความพร้อมของร้านเซเว่น อีเลฟเว่นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ อยู่บนฐานของเครือข่ายร้านกว่า 15,000 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งกระจายอยู่ในทุกพื้นที่และทุกชุมชน เพื่ออำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ไม่ว่าจุดหมายปลายทางจะอยู่ใกล้หรือไกลเพียงใด

น้ำหนักของตัวเลข 15,000 สาขาไม่ได้อยู่แค่ความครอบคลุมเชิงธุรกิจ แต่สะท้อนว่าร้านสะดวกซื้อกำลังมีบทบาทคล้ายโครงข่ายสนับสนุนการเดินทางในระดับประเทศ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่มีการเดินทางหนาแน่น ร้านที่เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง มีสินค้าจำเป็น มีอาหารพร้อมรับประทาน มีพนักงาน และมีราคามาตรฐาน กลายเป็นองค์ประกอบที่ช่วยลดความกังวลของผู้เดินทางได้จริงในเชิงปฏิบัติ

ในคำอธิบายของซีพี ออลล์ ร้านเซเว่น อีเลฟเว่นไม่ได้ถูกวางเพียงเป็นผู้ขายสินค้า แต่เป็นพื้นที่สร้างความอุ่นใจให้กับผู้เดินทาง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อาจไม่คุ้นกับบริบทท้องถิ่น การมีมาตรฐานเดียวกันในสินค้าและบริการ การเข้าถึงได้ตลอดเวลา และการมีจุดบริการกระจายทั่วประเทศ ทำให้ร้านเหล่านี้กลายเป็นหนึ่งในภาพจำใหม่ของการต้อนรับแบบไทยร่วมสมัย นี่จึงเป็นเหตุผลที่ ททท. เชื่อมโครงการนี้เข้ากับแนวคิด Trusted Thailand ซึ่งมุ่งสร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยและเข้าถึงง่ายในระดับนานาชาติ

เชียงรายไม่ได้เป็นเพียงจังหวัดปลายทาง แต่กำลังกลายเป็นตัวอย่างของการผสานท่องเที่ยวกับศิลปะในพื้นที่จริง

หากมองในระดับประเทศ แคมเปญนี้กระจายแรงบันดาลใจการเดินทางไปทั่ว 5 ภูมิภาค แต่ในระดับพื้นที่ เชียงรายถูกยกขึ้นมาเป็นหนึ่งในตัวอย่างเด่นของการต่อยอดแนวคิดดังกล่าวให้จับต้องได้จริงผ่าน 7-Eleven Art Gallery ซึ่งข่าวประชาสัมพันธ์ของ ททท. ระบุชัดว่าจังหวัดเชียงรายมีจุดเช็กอินจากความร่วมมือ 7-Eleven X ขัวศิลปะ อยู่ที่สาขาหอนาฬิกา และสาขาชุมชนห้วยปลากั้ง

สิ่งที่ทำให้สองสาขานี้น่าสนใจ ไม่ได้อยู่แค่การทาสีผนังร้านให้ดูสะดุดตา แต่คือการเปลี่ยนพื้นที่ค้าปลีกประจำวันให้เป็นพื้นที่เล่าเรื่องเมืองผ่านภาษาศิลปะ โดยข้อมูลที่เผยแพร่ในพื้นที่ระบุว่า ผลงานที่สาขาหอนาฬิกา 2 ใช้ชื่อ The Magical Land ผลงานปี 2024 ได้แรงบันดาลใจจากวิถีชีวิตผู้คน ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ และความหลากหลายทางศิลปวัฒนธรรมของเชียงราย ส่วนสาขาชุมชนห้วยปลากั้งใช้ชื่อ The Wonderland ผลงานปี 2025 โดยมี “แมงสี่หูห้าตา” เป็นสัญลักษณ์สำคัญ ควบคู่กับดอกโบตั๋นที่สื่อถึงความมั่งคั่ง ความซื่อสัตย์ และเกียรติยศ ทั้งสองผลงานสร้างสรรค์โดยศิลปินเชียงราย พุทธรักษ์ ดาษดา

จุดนี้ทำให้เชียงรายมีบทบาทมากกว่าการเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ถูกกล่าวถึงในข่าวประชาสัมพันธ์ แต่กลายเป็นกรณีศึกษาของการใช้ศิลปะท้องถิ่นมาผสานกับโครงสร้างธุรกิจค้าปลีก เพื่อสร้างจุดหมายย่อยในเมือง ที่ทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงได้ง่าย

ศิลปะบนผนังร้านสะดวกซื้อกำลังเปลี่ยนความหมายของคำว่าเช็กอิน

เดิมทีคำว่าเช็กอินอาจหมายถึงการเดินทางไปยังวัดดัง ร้านกาแฟวิวสวย หรือแลนด์มาร์กที่มีชื่อเสียงระดับจังหวัด แต่ในกรณีของเชียงราย แนวคิด 7-Eleven Art Gallery ทำให้คำว่าเช็กอินขยับมาสู่พื้นที่ธรรมดาในชีวิตประจำวัน และเปลี่ยนร้านสะดวกซื้อให้กลายเป็นสถานที่ที่คนอยากแวะเพื่อมอง อ่าน และถ่ายภาพ

ผลที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้มีเพียงความสวยงามของงานศิลป์ แต่ยังขยับพฤติกรรมการใช้พื้นที่สาธารณะย่อย ๆ ในเมืองให้มีความหมายมากขึ้น ร้านที่เคยเป็นเพียงจุดซื้อของ กลายเป็นจุดที่สะท้อนเรื่องเล่าของเมือง ความเชื่อของชุมชน และตัวตนทางวัฒนธรรมของเชียงรายในภาษาที่คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิม

ในแง่นี้ ศิลปะไม่ได้ทำหน้าที่เป็นของประดับร้านเพียงอย่างเดียว แต่ทำหน้าที่เป็น “ประตูบานเล็ก” ที่เชื่อมผู้คนเข้ากับเมือง และนั่นมีความหมายอย่างมากกับจังหวัดอย่างเชียงรายที่พยายามยืนยันสถานะของตนเองในฐานะเมืองศิลปะ เมืองวัฒนธรรม และเมืองท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์มาอย่างต่อเนื่อง

การเลือกเชียงรายเป็นหนึ่งในภาพสะท้อนของทิศทางท่องเที่ยวไทยยุคใหม่

การที่เชียงรายมี 7-Eleven Art Gallery ในความร่วมมือระดับประเทศระหว่าง ททท. และซีพี ออลล์ สะท้อนอย่างน้อย 2 ประเด็นสำคัญ ประเด็นแรก คือเชียงรายยังคงมีน้ำหนักในฐานะจังหวัดที่มีทุนทางวัฒนธรรมสูงและสามารถต่อยอดเรื่องเล่าท้องถิ่นให้กลายเป็นประสบการณ์ร่วมสมัยได้ ประเด็นที่สอง คือการท่องเที่ยวไทยในระยะนี้กำลังพยายามเชื่อมโลกของการเดินทางเข้ากับโลกของการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น ไม่ใช่แยกสองโลกนี้ออกจากกันเหมือนในอดีต

ถ้าจะมองให้ชัดขึ้น แคมเปญนี้ไม่ได้ขายเพียง “สถานที่” แต่ขาย “ความรู้สึกว่าการเที่ยวไทยเริ่มได้ทันที” และเชียงรายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่แนวคิดนี้เห็นภาพที่สุด เพราะในเมืองเดียวกัน นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มจากการเดินชมศิลปะบนหน้าร้านใจกลางเมือง แล้วต่อเส้นทางไปยังแหล่งท่องเที่ยว วัด ศิลปะร่วมสมัย ร้านอาหาร หรือชุมชนต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องรอพิธีการอะไรซับซ้อน

นี่คือรูปแบบการท่องเที่ยวที่เบาขึ้น เข้าถึงง่ายขึ้น และตอบโจทย์พฤติกรรมยุคใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่มักเริ่มจากจุดเล็ก ๆ ที่ชวนหยุดมองก่อนตัดสินใจเดินทางต่อ

ททท. และซีพี ออลล์กำลังส่งสัญญาณว่าการท่องเที่ยวไม่ควรแยกออกจากเศรษฐกิจฐานราก

อีกมิติหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือการที่นายยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล กล่าวถึงบทบาทของเซเว่น อีเลฟเว่นในการเป็นพื้นที่รวมของฝากและสินค้าท้องถิ่น รวมถึงการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยนำสินค้า OTOP จากชุมชนเข้ามาจำหน่ายเพื่อขยายตลาดและกระจายรายได้สู่ชุมชน

แม้ข้อความนี้จะปรากฏในเชิงนโยบายและภาพรวม แต่ก็สะท้อนสาระสำคัญว่า ความร่วมมือด้านท่องเที่ยวครั้งนี้ไม่ได้มองเป้าหมายเพียงการพาคนออกเดินทางเท่านั้น หากยังต้องการให้การเดินทางเชื่อมกับเศรษฐกิจรายย่อยในระดับพื้นที่ด้วย ยิ่งในช่วงที่หลายจังหวัดพยายามหาวิธีทำให้การท่องเที่ยวมีผลต่อรายได้ในชุมชนอย่างแท้จริง การใช้เครือข่ายค้าปลีกขนาดใหญ่เป็นช่องทางกระจายสินค้าและเรื่องเล่าของท้องถิ่นจึงเป็นประเด็นที่ควรจับตา

สำหรับเชียงราย ประเด็นนี้มีน้ำหนักเป็นพิเศษ เพราะจังหวัดมีทั้งสินค้าชุมชน อาหารพื้นถิ่น งานศิลป์ งานหัตถกรรม และทุนทางวัฒนธรรมจำนวนมาก หากสามารถผูกสิ่งเหล่านี้เข้ากับเส้นทางการท่องเที่ยวและจุดสัมผัสใกล้ตัวได้อย่างมีระบบ โอกาสที่รายได้จะหมุนกลับสู่พื้นที่ก็ย่อมมีมากขึ้น

สงกรานต์ปีนี้จึงไม่ใช่แค่ฤดูท่องเที่ยว แต่เป็นบททดสอบของการสื่อสารการท่องเที่ยวแบบใหม่

การที่ข่าวประชาสัมพันธ์นี้ออกมาในช่วงปลายเดือนมีนาคม ไม่ได้เป็นเรื่องบังเอิญ เพราะเป็นจังหวะก่อนเทศกาลสงกรานต์ซึ่งเป็นช่วงเดินทางสำคัญของประเทศ ทั้ง ททท. และซีพี ออลล์ ต่างชี้ตรงกันว่าเทศกาลนี้เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติจะออกเดินทางหนาแน่น และเป็นโอกาสสำคัญในการกระตุ้นให้คนเลือกเที่ยวไทยมากขึ้น

สิ่งที่น่าจับตาคือ ความสำเร็จของแคมเปญนี้จะไม่ได้วัดจากการสื่อสารเพียงอย่างเดียว แต่จะวัดจากการที่ผู้คนตอบสนองต่อแนวคิด “เที่ยวใกล้ เที่ยวง่าย อยู่ที่ไหนก็เที่ยวได้” มากน้อยเพียงใด หากผู้บริโภคเริ่มมองขวดน้ำที่ซื้ออยู่ทุกวันเป็นประตูสู่การค้นพบสถานที่ใหม่ หากแอปพลิเคชันกลายเป็นเครื่องมือพาออกเดินทางจริง และหากร้านสะดวกซื้อบางสาขากลายเป็นจุดเช็กอินที่คนอยากแวะเพราะมีเรื่องราวของชุมชนซ่อนอยู่ แปลว่ากลยุทธ์ครั้งนี้ได้ขยับการท่องเที่ยวออกจากกรอบเดิมสำเร็จระดับหนึ่ง

เชียงรายในสมการใหม่นี้อาจได้มากกว่าการเป็นพื้นที่จัดกิจกรรม

สำหรับเชียงราย ผลสะเทือนจากความร่วมมือครั้งนี้อาจไม่ได้หยุดอยู่แค่การมีร้านสวยขึ้น 2 สาขา หรือถูกพูดถึงในข่าวประชาสัมพันธ์ระดับประเทศ แต่มีโอกาสต่อยอดไปสู่การตอกย้ำบทบาทของจังหวัดในฐานะเมืองศิลปะและเมืองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เข้าถึงง่ายขึ้น

เพราะเมื่อจุดเช็กอินใหม่อยู่ในพื้นที่ที่คนเข้าถึงได้ทุกวัน ความสัมพันธ์ระหว่างนักท่องเที่ยวกับเมืองก็ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากแหล่งใหญ่หรือกิจกรรมใหญ่เสมอไป แต่สามารถเริ่มจากจุดเล็ก ๆ ที่ชวนให้หยุด แล้วค่อยพาไปสู่เส้นทางอื่นในเมืองได้ นี่คือพลังของการออกแบบประสบการณ์ระดับจุลภาค ที่อาจดูเล็กในสายตาคนภายนอก แต่มีผลต่อการรับรู้เมืองอย่างมากในยุคโซเชียลและภาพถ่าย

เมื่อประกอบกับทุนเดิมของเชียงรายที่มีทั้งงานศิลปะร่วมสมัย แกลเลอรี ชุมชนวัฒนธรรม และภูมิทัศน์เมืองที่มีเอกลักษณ์ จึงอาจกล่าวได้ว่า การเข้ามาของ 7-Eleven Art Gallery ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเสริม แต่เป็นอีกชั้นหนึ่งของการขยายพื้นที่ศิลปะให้กระจายเข้าไปในชีวิตจริงของผู้คนมากขึ้น

ปลายทางของความร่วมมือครั้งนี้จึงอาจไม่ใช่ยอดขายหรือยอดสแกนเพียงอย่างเดียว

หากมองอย่างเป็นกลาง โครงการนี้ย่อมมีมิติทางธุรกิจประกอบอยู่ชัดเจน ทั้งในด้านการใช้เครือข่ายร้านค้า การเพิ่มการรับรู้แบรนด์ และการกระตุ้นการใช้แอปพลิเคชัน แต่ในอีกด้านหนึ่ง มันก็เปิดคำถามเชิงบวกต่อการท่องเที่ยวไทยด้วยว่า เราจะทำอย่างไรให้การส่งเสริมการท่องเที่ยวไม่เป็นเพียงการบอกให้คนไปเที่ยว แต่ทำให้การเดินทางรู้สึกง่าย ปลอดภัย เข้าถึงได้ และมีจุดเริ่มต้นที่ใกล้ตัวมากพอจนคนอยากออกเดินทางเอง

สำหรับเชียงราย คำตอบบางส่วนอาจเริ่มเห็นแล้วผ่านงานศิลปะบนผนังร้าน ผ่านชื่อผลงาน The Magical Land และ The Wonderland ผ่านตำนานแมงสี่หูห้าตา ผ่านสีที่เชื่อมโยงชุมชนกับร้านสะดวกซื้อ และผ่านการที่พื้นที่ธรรมดาในเมืองถูกตีความใหม่จนกลายเป็นประสบการณ์ที่ผู้คนอยากจดจำ

ท้ายที่สุด เมื่อการเดินทางถูกเชื่อมเข้ากับศิลปะ วิถีชีวิต บริการรายวัน และเครือข่ายชุมชนอย่างแนบเนียนมากขึ้น การท่องเที่ยวก็อาจไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป และนั่นอาจเป็นจุดที่โครงการนี้พยายามพาไปให้ถึงมากที่สุด

แหล่งอ้างอิง

สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
  • 7-Eleven Art Gallery
  • พุทธรักษ์ ดาษดา
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

ศิลปกรรม “ต๋ามฮอยศิลป์” รุ่นที่ 42. ส่วนหนึ่ง Thailand Biennale,Chiang Rai

 

วันที่ 1-5 มีนาคม 2567 ณ ชั้น 1 หน้าร้านซุปเปอร์สปอร์ต ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงรายร่วมเป็นส่วนหนึ่ง Thailand Biennale,Chiang Rai กับนิทรรศการผลงานศิลปกรรม “ต๋ามฮอยศิลป์” รุ่นที่ 42

โดยศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย ขอเชิญร่วมชมนิทรรศการผลงานศิลปกรรม “ต๋ามฮอยศิลป์” รุ่นที่ 42 กับการแสดงผลงานของนักเรียน สาขาศิลปกรรมแผนกวิชาวิจิตรศิลป์ จากวิทยาลัยอาชีวะศึกษาเชียงราย ระหว่างวันที่ 1-5 มีนาคม 2567 ณ ชั้น 1 หน้าร้านซุปเปอร์สปอร์ต ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาส พร้อมร่วมผลักดัน แลพัฒนาศักยภาพนักเรียนนักศึกษา ให้มีสมรรถนะอาชีพด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ส่งเสริมทักษะการจัดนิทรรศการแสดงผลงานศิลปกรรมของนักเรียน นักศึกษาสู่สาธารณชน ตอกย้ำภาพลักษณ์ของจังหวัดเชียงราย ให้เป็นเมืองของศิลปะจากผลงานศิลปินรุ่นใหม่ อย่างต่อเนื่อง และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน มหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ครั้งที่ 3 ไทยแลนด์เบียนนาเล่ เชียงราย Thailand Biennale,Chiang Rai 2023 – เปิดโลก (The Open World)

ทั้งนี้กิจกรรมแสดงนิทรรศการดังกล่าว มีจำนวนนักเรียน นักศึกษา ผู้ร่วมแสดงผลงานนิทรรศการ “ต๋ามฮอยศิลป์” รุ่นที่ 42 จำนวนทั้งสิ้น 33 คน เป็นนักเรียนระดับ ปวช. จำนวน 20 คน, ระดับ ปวส.จำนวน 13 คน จำนวนผลงานทั้งสิ้น 67 ชิ้น โดยแบ่งเป็น ประเภท จิตรกรรมเทคนิคสีน้ำมัน จำนวน 40 ชิ้น ,จิตรกรรมเทคนิคสีอะคิลิก จำนวน 8 ชิ้น และงานวาดเส้น เทคนิคดินสอดำ จำนวน 14 ชิ้น

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News