
บิ๊กซีเปิดเกมรีเทลปี 2569 ทุ่ม 6–8 พันล้าน เปิด “The Color” ชูทราฟฟิกคุณภาพ ท่ามกลางเศรษฐกิจเชียงรายโต 2.2 เปอร์เซ็นต์แต่ฐานผลิตหด และโจทย์ภูมิอากาศที่เริ่มเป็นต้นทุนเศรษฐกิจ
กรุงเทพฯ และเชียงราย, 14 กุมภาพันธ์ 2569 – วันหนึ่ง วงการค้าปลีกไทยประกาศหมากรุกใหม่อย่างเป็นทางการ อีกวันหนึ่ง จังหวัดท่องเที่ยวชายแดนอย่างเชียงรายกำลังพยายามอ่านเกมเศรษฐกิจของตัวเองให้ขาดว่า “โต” แบบไหนที่ยั่งยืน และ “เสี่ยง” แบบไหนที่ต้องจัดการตั้งแต่วันนี้
ภาพทั้งสองไม่ได้เป็นคนละเรื่อง หากเป็นชิ้นส่วนเดียวกันของเศรษฐกิจยุคใหม่ที่ผู้บริโภคเลือกมากขึ้น กำลังซื้อกระจายเป็นหลายกลุ่ม และความผันผวนของภูมิอากาศเริ่มแทรกเข้ามาเป็นต้นทุนที่ประเมินค่าไม่ได้ง่ายเหมือนเดิม
เวทีคู่ค้าบิ๊กซีส่งสัญญาณการเปลี่ยนผ่านจากห้างสู่พื้นที่ใช้ชีวิต
วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด มหาชน ในกลุ่มบีเจซี จัดงานประชุมคู่ค้าประจำปี “Big C Tenant Conference 2026” ภายใต้แนวคิด “BIG VISION. BIG MOVE. The Next Chapter of Big C Development” ที่บีเจซี บิ๊กซี แคมปัส อาคารบิ๊กซี เฮ้าส์ ชั้น 6 ห้องออดิทอเรียม โดยผู้บริหารประกาศทิศทางธุรกิจรีเทลปี 2569 ให้ชัดเจนว่า จะเดินหน้าขยายสาขา รีโนเวท และพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ต่อเนื่อง พร้อมเปิดตัวโครงการไลฟ์สไตล์มอลล์รูปแบบใหม่ “The Color” บนทำเลศักยภาพย่านแจ้งวัฒนะ เพื่อยกระดับจากศูนย์การค้าไปสู่จุดหมายของการใช้ชีวิต
แกนคิดที่ถูกย้ำในงานคือ รีเทลยุคนี้ไม่สามารถพึ่งความคึกคักเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วนได้เหมือนเดิม สิ่งที่ห้างและผู้เช่าต้องการคือ “ทราฟฟิกคุณภาพและสม่ำเสมอ” เพื่อให้ยอดขายเดินได้ทั้งปี และทำให้สาขาเป็นพื้นที่ที่ลูกค้าอยากกลับมาซ้ำ
แผนลงทุน 6,000–8,000 ล้านบาท ขยายมินิ 200 สาขา รีโนเวทกว่า 300 แห่ง
ในเชิงตัวเลข บิ๊กซีกำหนดกรอบงบลงทุนปี 2569 ราว 6,000–8,000 ล้านบาท วางแผนขยายสาขาขนาดใหญ่ในทำเลศักยภาพ ควบคู่เร่งขยายบิ๊กซี มินิ ราว 200 สาขา และรีโนเวทสาขาขนาดเล็กและใหญ่รวมกว่า 300 แห่ง เพื่อยกระดับมาตรฐานร้านค้าให้สอดรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวก คุณภาพ และประสบการณ์มากขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทยังสื่อสารโรดแมประยะยาวไปถึงปี 2030 ว่าตั้งเป้าขยายสาขาขนาดใหญ่เพิ่ม 8–10 สาขา โดยให้ความสำคัญกับทำเลที่มีศักยภาพด้านกำลังซื้อและเมืองท่องเที่ยว และวางเป้าหมายให้รายได้จากค่าเช่ามีบทบาทมากขึ้นในโครงสร้างรายได้ในอนาคต
ผู้บริหารบิ๊กซีให้มุมมองว่า “The Color” ไม่ใช่เพียงศูนย์การค้า แต่เป็นแพลตฟอร์มที่สร้างคุณค่าให้ลูกค้า ผู้เช่า และชุมชน และเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันบทบาทของบิ๊กซีในฐานะผู้พัฒนารีเทลสเปซขนาดใหญ่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่
“The Color” เดิมพันด้วยประสบการณ์ตั้งแต่เช้าถึงกลางคืน
โมเดล “The Color แจ้งวัฒนะ” ถูกนำเสนอในฐานะไลฟ์สไตล์มอลล์ที่ออกแบบให้รองรับ “จังหวะชีวิตทั้งวัน” ตั้งแต่ร้านอาหารและพื้นที่นั่งทำงาน ไปจนถึงพื้นที่กิจกรรมและแลนด์มาร์กยามค่ำคืน เพื่อเพิ่มเหตุผลให้ผู้คนเดินทางมาใช้เวลา และเปลี่ยนการมาเดินห้างให้เป็นการมาใช้ชีวิต
สาระสำคัญของแนวทางนี้คือ การทำให้พื้นที่ค้าปลีกกลายเป็น “โครงสร้างพื้นฐานทางสังคม” ที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่สถานที่ซื้อของ และสอดคล้องกับการแข่งขันรีเทลที่ขยับจากเรื่องราคาไปสู่เรื่องประสบการณ์และความคุ้มค่าเชิงเวลา
เศรษฐกิจเชียงรายโต 2.2 เปอร์เซ็นต์ แต่ด้านผลิตหด สะท้อนโตไม่เท่ากันของพื้นที่
ขณะที่รีเทลระดับประเทศกำลังเร่งปรับตัว ภาพเศรษฐกิจระดับจังหวัดสะท้อนว่า การเติบโตในโลกจริงไม่ได้เรียบเสมอ
ตาม “รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังจังหวัดเชียงราย ฉบับที่ 12 เดือนธันวาคม 2568” เศรษฐกิจโดยรวมขยายตัว 2.2 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน และปรับตัวขึ้นจากเดือนก่อนเล็กน้อย โดยแรงส่งหลักมาจากด้านอุปสงค์หรือการใช้จ่ายขยายตัว 10.8 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ด้านอุปทานหรือการผลิตหดตัว 2.3 เปอร์เซ็นต์
หากแยกองค์ประกอบการใช้จ่าย รายงานระบุแรงส่งจากการค้าชายแดน การใช้จ่ายภาครัฐ การบริโภคภาคเอกชน และการลงทุนภาคเอกชน โดยตัวเลขที่ระบุว่า การลงทุนภาคเอกชนขยายตัว 3.1 เปอร์เซ็นต์ การบริโภคภาคเอกชนขยายตัว 4.4 เปอร์เซ็นต์ การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัว 13.8 เปอร์เซ็นต์ และการค้าชายแดนขยายตัว 18.9 เปอร์เซ็นต์
ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 0.2 เปอร์เซ็นต์ และการจ้างงานหดตัว 2.9 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสะท้อนว่าแม้การใช้จ่ายยังเดินหน้า แต่ตลาดแรงงานยังถูกกดดัน และความต่อเนื่องของรายได้ครัวเรือนยังเป็นตัวแปรสำคัญ
รายได้เกษตรหด 19.4 เปอร์เซ็นต์ โจทย์ฐานรากที่บอกว่ากำลังซื้อไม่ได้เท่ากัน
จุดที่เป็นประเด็นรองแต่กระทบชีวิตจริง คือรายได้เกษตรที่หดตัว 19.4 เปอร์เซ็นต์ต โดยมีคำอธิบายว่าเป็นผลจากผลผลิตและราคาผลผลิตทางการเกษตรที่ชะลอ
ในจังหวัดที่ฐานเศรษฐกิจเชื่อมกับภาคเกษตรและการท่องเที่ยว ตัวเลขนี้หมายถึงกำลังซื้อในชนบทและความสามารถในการใช้จ่ายของผู้ประกอบการรายย่อยอาจตึงมือขึ้น แม้ในเมืองจะมีแรงส่งจากการใช้จ่ายบางส่วนหรือฤดูกาลท่องเที่ยวก็ตาม
เมื่อเศรษฐกิจโตแบบไม่เท่ากัน การลงทุนรีเทลขนาดใหญ่หรือการยกระดับพื้นที่เช่าให้เป็นไลฟ์สไตล์สเปซ จึงไม่ได้วัดผลแค่จำนวนคนเดิน แต่ต้องวัดว่า “เงินหมุน” ลงไปถึงฐานรากมากน้อยเพียงใด และจะลดช่องว่างกำลังซื้อได้จริงหรือไม่
ท่องเที่ยวเชียงรายรายได้โต แต่ต่างชาติลดลง สัญญาณที่ต้องอ่านให้ขาด
ข้อมูลสรุปสถิติการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงรายปี 2568 โดยอ้างอิงกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และจัดทำโดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการท่องเที่ยว สถาบันวิจัยพหุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่า ระหว่าง 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2568 มีนักท่องเที่ยวรวม 6,463,147 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 2.88 และมีรายได้รวม 51,540.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.36
เมื่อเจาะตามสัดส่วน นักท่องเที่ยวชาวไทย 5,765,564 คน คิดเป็น 89.2 เปอร์เซ็นต์ สร้างรายได้ 44,460.27 ล้านบาท คิดเป็น 86.3 เปอร์เซ็นต์
นักท่องเที่ยวต่างชาติ 697,583 คน คิดเป็น 10.8 เปอร์เซ็นต์ สร้างรายได้ 7,079.82 ล้านบาท คิดเป็น 13.7 เปอร์เซ็นต์
เมื่อเทียบกับปี 2567 นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง 15.13 เปอร์เซ็นต์ และรายได้จากต่างชาติลดลง 12.89 เปอร์เซ็นต์ สะท้อนโจทย์เชิงนโยบายว่าเชียงรายอาจต้องปรับกลยุทธ์ตลาดต่างชาติให้ตรงกลุ่มขึ้น และทำงานร่วมกับด่านชายแดน สายการบิน และผู้ประกอบการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ เพื่อยืดระยะพำนักและรักษาการใช้จ่ายเฉลี่ย
เมื่อภูมิอากาศกลายเป็นวาระเศรษฐกิจ จังหวัดเชียงรายยกเรื่องเสี่ยงขึ้นโต๊ะนโยบาย
ท่ามกลางการเติบโตที่มีเงื่อนไข จังหวัดเชียงรายยังขยับอีกด้านเพื่อวางกลไกรับมือความเสี่ยงระยะยาว
เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 มีการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาโครงการเสริมสร้างความสามารถของเมืองและธรรมชาติในการตั้งรับและปรับตัวต่อผลกระทบจากวิกฤติสภาพภูมิอากาศจังหวัดเชียงราย ครั้งที่ 1 ปี 2569 โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเป็นประธาน ตามข้อมูลที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ
สาระสำคัญของการขยับครั้งนี้อยู่ที่การยอมรับว่า “ภูมิอากาศ” ไม่ใช่เรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างเดียว หากกระทบต่อเกษตร น้ำ พลังงาน ความเสี่ยงภัยพิบัติ และความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งล้วนเป็นต้นทุนเศรษฐกิจที่สะสมได้เงียบ ๆ
เมื่อวางภาพนี้คู่กับตัวเลขรายได้เกษตรที่หดตัวและการจ้างงานที่ยังถูกกดดัน จะเห็นว่า การพัฒนาเมืองและการลงทุนเอกชนในระยะยาวจำเป็นต้องผูกกับการบริหารความเสี่ยง ไม่เช่นนั้นการเติบโตอาจเป็นเพียงคลื่นใหญ่ที่ซัดผ่าน แต่ไม่กลายเป็นความมั่นคงของชุมชน
ภาพใหญ่ที่เชื่อมกันจากรีเทลระดับประเทศถึงเมืองท่องเที่ยวระดับจังหวัด
เมื่อบิ๊กซีกำลังยกระดับโมเดลค้าปลีกไปสู่ไลฟ์สไตล์สเปซ ขณะที่เชียงรายมีแรงหนุนจากการท่องเที่ยวและการค้าชายแดน แต่ถูกกดทับจากรายได้เกษตรและความเสี่ยงภูมิอากาศ จะเห็นแกนร่วม 3 ประเด็นที่คมขึ้นเรื่อย ๆ
หนึ่ง การเติบโตในยุคนี้ต้องพึ่ง “ความเชื่อมั่น” และ “ประสบการณ์” ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การค้าหรือเมืองท่องเที่ยว
สอง โครงสร้างพื้นฐานและการบริหารความเสี่ยงกลายเป็นต้นทุนจำเป็น ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย
สาม เศรษฐกิจฐานรากต้องถูกดึงขึ้นมาพร้อมกัน หากรายได้เกษตรหดตัวแต่เมืองโตจากการใช้จ่ายบางกลุ่ม ช่องว่างกำลังซื้อจะยิ่งกว้าง และกดทับการเติบโตในระยะยาว
ประโยคที่หลายคนอาจต้องทบทวนคือ ต่อให้รายได้ท่องเที่ยวทั้งจังหวัดทะลุห้าหมื่นล้านบาท แต่ถ้ารายได้ของคนทำงานและเกษตรกรไม่มั่นคง การเติบโตนั้นอาจไม่แทรกซึมลงไปเป็นความมั่นคงของชุมชนอย่างแท้จริง
สิ่งที่ประชาชนและผู้ประกอบการทำได้ทันที
สำหรับประชาชน
การเลือกใช้บริการและซื้อสินค้าในระบบที่โปร่งใสและมีมาตรฐาน รวมถึงสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นและสินค้าเกษตรคุณภาพ เป็นวิธีทำให้เม็ดเงินหมุนในพื้นที่มากขึ้น ลดการรั่วไหลของรายได้ออกนอกจังหวัด
สำหรับผู้ประกอบการค้าปลีกและท่องเที่ยว
การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย การออกแบบประสบการณ์ที่แตกต่าง และการวางแผนรับมือฤดูกาล รวมถึงบริหารต้นทุนพลังงานและน้ำ จะเป็นหัวใจของการแข่งขันระยะยาว โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ความผันผวนของภูมิอากาศเริ่มกระทบต้นทุนจริง
สำหรับหน่วยงานรัฐและท้องถิ่น
การทำข้อมูลสาธารณะให้เข้าถึงง่าย โปร่งใส และเชื่อมกับการตัดสินใจเชิงงบประมาณ เช่น โครงสร้างพื้นฐาน การลดความเสี่ยงภัยพิบัติ และการยกระดับทักษะแรงงาน จะช่วยทำให้การเติบโต “กระจาย” ไม่ใช่ “กระจุก” และเพิ่มความเชื่อมั่นต่อการลงทุนของภาคเอกชนในระยะยาว
สถิติสำคัญที่ใช้อ้างอิง
- เศรษฐกิจเชียงรายเดือนธันวาคม 2568 ขยายตัว 2 เปอร์เซ็นต์
- ด้านอุปสงค์ขยายตัว 8 เปอร์เซ็นต์ และด้านอุปทานหดตัว 2.3 เปอร์เซ็นต์
- เงินเฟ้อทั่วไป 2 เปอร์เซ็นต์ และการจ้างงานหดตัว 2.9 เปอร์เซ็นต์
- รายได้เกษตรหดตัว 4 เปอร์เซ็นต์
- ท่องเที่ยวเชียงรายปี 2568 นักท่องเที่ยวรวม 6,463,147 คน รายได้รวม 51,540.09 ล้านบาท แล
- ต่างชาติลดลง 13 เปอร์เซ็นต์ด้านจำนวน ลดลง 12.89 เปอร์เซ็นต์ด้านรายได้
- บิ๊กซีกรอบลงทุนปี 2569 ที่ 6,000–8,000 ล้านบาท ขยายบิ๊กซีมินิราว 200 สาขา รีโนเวทกว่า 300 แห่ง และเปิดโมเดล “The Color” แจ้งวัฒนะ


เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ข้อมูลการประกาศทิศทางธุรกิจในงาน Big C Tenant Conference 2026 และแผนลงทุน 6,000–8,000 ล้านบาท
- สำนักงานคลังจังหวัดเชียงราย รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังจังหวัดเชียงราย ฉบับที่ 12 เดือนธันวาคม 2568
- กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สถิติการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย ปี 2568
- ศูนย์วิจัยและพัฒนาการท่องเที่ยว สถาบันวิจัยพหุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- ข้อมูลเผยแพร่สาธารณะเกี่ยวกับการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาโครงการเสริมสร้างความสามารถของเมืองและธรรมชาติในการตั้งรับและปรับตัวต่อผลกระทบจากวิกฤติสภาพภูมิอากาศจังหวัดเชียงราย









