
สกสว. ปักหมุดแม่ฟ้าหลวง เปิดเวที Thailand RISE Fund Forum ครั้งที่ 2 ชู ช่องทางเข้าถึงทุนวิจัย ขับเคลื่อนเหนือสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์และสุขภาพ
เชียงราย, 23 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ สกสว. จัดงาน Thailand RISE Fund Forum ครั้งที่ 2 ภายใต้แนวคิด RISE UP THAILAND ปลุกพลังวิจัย ให้ไทยอัพ ณ ห้องประดู่แดง 1 ชั้น 5 อาคารพลเอกสำเภา ชูศรี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย โดยวางเป้าหมายชัดเจนในการสื่อสารบทบาทใหม่ของกองทุน ววน. ให้เป็น “ศูนย์กลางระบบนิเวศวิจัย” ที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับเครือข่ายภูมิภาค ตั้งแต่นักวิจัย มหาวิทยาลัย ภาคเอกชน ไปจนถึงปราชญ์ชาวบ้านและผู้ประกอบการท้องถิ่น
ท่ามกลางบริบทที่ประเทศกำลังเร่งยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน ขณะเดียวกันเศรษฐกิจฐานรากยังต้องการเครื่องมือใหม่ในการเพิ่มรายได้ เวทีครั้งนี้ถูกวางให้เป็นพื้นที่เชื่อมต่อระหว่าง “โจทย์พื้นที่” กับ “เครื่องมือทุน” เพื่อพางานวิจัยออกจากห้องแล็บไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และเชิงสังคม โดยเฉพาะสาขายุทธศาสตร์ของภาคเหนือ เช่น เกษตรปลอดภัย อุตสาหกรรมสุขภาพและเวลเนส กาแฟ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และการท่องเที่ยวเชิงมูลค่าสูง
จากผู้ให้ทุนสู่ศูนย์กลางระบบนิเวศ 25 ช่องทางที่คนพื้นที่ต้องรู้
สารหลักที่ถูกส่งจากเวทีภาคเหนือครั้งนี้ คือการยืนยันว่ากองทุน ววน. ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงจัดสรรงบประมาณ แต่กำลังปรับบทบาทสู่การเป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนระบบนิเวศวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ และจะทำให้กระบวนการเข้าถึงง่ายขึ้น โปร่งใสขึ้น และตอบโจทย์การใช้ประโยชน์จริงมากขึ้น
ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล กรรมการอำนวยการ สกสว. และประธานคณะอนุกรรมการยุทธศาสตร์สื่อสารกองทุน ววน. กล่าวในงานว่า สกสว. ต้องการทลายภาพจำที่งานวิจัยเป็นเรื่องไกลตัวหรืออยู่บนหอคอยงาช้าง พร้อมชี้ว่าในระดับประเทศมีช่องทางหรือกลไกการเข้าถึงทุนหลายประตู ซึ่งคนในท้องถิ่นสามารถเข้าไปร่วมได้ โดยสาระที่ถูกย้ำคือ การสนับสนุนครอบคลุมทั้งงบประมาณ เครือข่ายองค์ความรู้ และความร่วมมือที่ช่วยเปิดตลาดหรือโอกาสระดับต่างประเทศ
แก่นสำคัญอยู่ที่การทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กและชุมชนเห็น “เส้นทางเดิน” ที่ชัดขึ้น ตั้งแต่เริ่มต้นคิดโจทย์ ไปจนถึงการจับคู่กับหน่วยบริหารจัดการทุน การออกแบบโครงการ การยกระดับมาตรฐาน และการต่อยอดสู่การตลาด เพราะหากประตูมีอยู่จริง แต่คนไม่รู้ทางเข้า เม็ดเงินก็ยังวนอยู่ในกลุ่มเดิม และนวัตกรรมก็ไม่ถึงมือคนที่ต้องใช้จริง



งบกองทุน ววน. กับคำถามเรื่องผลลัพธ์ เมื่อเงินต้องเปลี่ยนชีวิตคน
การสื่อสารครั้งนี้เกิดขึ้นบนฉากหลังที่กองทุน ววน. ถูกกล่าวถึงในสังคมในฐานะกลไกงบประมาณขนาดใหญ่ โดยมีรายงานข่าวที่ระบุว่า กองทุน ววน. ได้รับจัดสรรประมาณ 20,000 ล้านบาทต่อปี และถูกคาดหวังให้ “กระตุ้นเศรษฐกิจและสังคม” ผ่านงานวิจัยที่ใช้ประโยชน์ได้จริง
เมื่อเม็ดเงินระดับนี้ถูกวางเป็นเครื่องมือชาติ คำถามใหญ่ย่อมไม่ใช่เพียงให้ทุนไปเท่าไร แต่คือให้แล้วเกิดอะไรขึ้นกับเศรษฐกิจจริงของพื้นที่ เกิดผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่หรือไม่ เกิดรายได้เพิ่มหรือไม่ เกิดการจ้างงานหรือไม่ และสำคัญที่สุดคือเกิดความสามารถแข่งขันระยะยาวหรือไม่
ภาพที่ สกสว. พยายามตอบผ่านเวทีภาคเหนือ คือการย้ำว่า “งานวิจัยกินได้” มีอยู่จริงในชุมชน และหลายครั้งคนในพื้นที่อาจใช้ประโยชน์อยู่แล้วโดยไม่รู้ว่าเชื่อมกับระบบทุนวิจัยของประเทศ
งานวิจัยกินได้ จากขมิ้นชันถึงกาแฟ เมื่อชุมชนต้องการรายได้ที่ยั่งยืน
ศาสตราจารย์ ดร.วิษณุ มีอยู่ รองผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวในงานถึงตัวอย่างงานวิจัยที่สอดแทรกอยู่ในวิถีชีวิตของชุมชน เช่น การพัฒนาขมิ้นชัน การทอผ้าไหม การพัฒนากาแฟหลากหลายรสชาติ และชาเลือดมังกร พร้อมสะท้อนแนวคิดว่า เมื่อความรู้ใหม่เข้าไปเสริมในพื้นที่ สิ่งที่ต้องเกิดตามมาคือชุมชนเข้มแข็งขึ้นและรายได้เพิ่มขึ้น
ในมุมของคนทำข่าวเชิงลึก ประเด็นนี้น่าสนใจเพราะชี้ให้เห็นว่า “ผลลัพธ์ของทุน” อาจไม่ใช่ภาพใหญ่ระดับอุตสาหกรรมทันที แต่คือการเพิ่มมูลค่าในสินค้าที่คนทำอยู่แล้ว ทำให้คุณภาพสม่ำเสมอขึ้น มีมาตรฐานมากขึ้น สื่อสารเรื่องราวได้ดีขึ้น และสุดท้ายเชื่อมตลาดได้ไกลกว่าเดิม
นอกจากนี้ยังมีแนวคิดที่ถูกหยิบขึ้นมาชัด คือการผลักดันงานคราฟต์ฝีมือชุมชนให้เป็นของที่ระลึกอย่างเป็นทางการของหน่วยงานในระบบ อววน. และการนำผลงานไปจัดแสดงและจำหน่ายในเวทีประชุมนานาชาติในช่วงเดือนพฤษภาคม เพื่อให้การ “โชว์ของ” ของประเทศ กลายเป็น “โอกาสทางการค้า” ของชุมชน ไม่ใช่เพียงการประชาสัมพันธ์เชิงสัญลักษณ์
ถ้ากลไกนี้เดินได้จริง ผลสะเทือนต่อเชียงรายย่อมมีน้ำหนัก เพราะเชียงรายมีทุนทางวัฒนธรรม งานคราฟต์ กาแฟ ชา สมุนไพร และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์อยู่แล้ว การเติมนวัตกรรมและการตลาดจะทำให้สินค้ามีราคาใหม่ และทำให้เศรษฐกิจฐานรากไม่ต้องแข่งกันที่ปริมาณ แต่แข่งกันที่คุณค่า
แม่ฟ้าหลวงกับบทบาทแพลตฟอร์มลุ่มน้ำโขง เชื่อมสุขภาพ เวลเนส เกษตร และสร้างสรรค์
อีกแกนหนึ่งของงานอยู่ที่บทบาทของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงในฐานะแพลตฟอร์มกลางของภาคเหนือ
ผศ.ดร.มัชฌิมา นราดิศร อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่ามหาวิทยาลัยมีพันธกิจในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ วิจัย และนวัตกรรมสู่การพัฒนาพื้นที่และคุณภาพชีวิตของประชาชน การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นโอกาสเปิดพื้นที่กลางให้กองทุน ววน. เครือข่ายนักวิจัย มหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และหน่วยงานในพื้นที่ ได้แลกเปลี่ยนและผลักดันงานวิจัยให้เกิดผลลัพธ์เชิงรูปธรรม
หากมองแบบยุทธศาสตร์ เชียงรายมีจุดแข็งที่สามารถยืนอยู่บนสี่ขาได้พร้อมกัน
- ขาแรก เกษตรและอาหารมูลค่าสูง ตั้งแต่กาแฟ ชา สมุนไพร ไปจนถึงอาหารปลอดภัย
- ขาที่สอง สุขภาพและเวลเนส ที่เชื่อมการแพทย์บูรณาการกับการท่องเที่ยว
- ขาที่สาม เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่เปลี่ยนทุนวัฒนธรรมเป็นสินค้าและบริการ
- ขาที่สี่ สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ที่กลายเป็นข้อได้เปรียบในการลงทุนยุค ESG
เวทีนี้จึงเหมือนการจัดวาง “โครงร่างการลงทุนความรู้” ให้กับภูมิภาค ว่าทิศทางต่อไปไม่ใช่ทำโครงการแบบกระจัดกระจาย แต่ต้องทำให้โจทย์พื้นที่ถูกยกเป็นโจทย์วิจัยที่ตอบได้จริง และเมื่อคำตอบเกิด ก็ต้องพาไปถึงตลาด

Thailand RISE Fund กับโจทย์วัดผล เมื่อความน่าเชื่อถือต้องพิสูจน์ด้วยข้อมูล
อีกด้านหนึ่งที่อยู่ใต้ผิวน้ำของเวทีสื่อสาร คือเรื่อง “การวัดผล” และ “ความเชื่อมั่น” ของสังคมต่อระบบวิจัย
ก่อนหน้านี้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เคยเผยแพร่ข่าวความร่วมมือที่ สกสว. ทำงานกับธนาคารโลกเพื่อยกระดับการวัดผลด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยมุ่งสร้างความเข้มแข็งของระบบ ววน. ผ่านการวัดผลที่แม่นยำ และสื่อสารให้สังคมเห็นผลกระทบของงานวิจัยและนวัตกรรมอย่างเป็นรูปธรรม
เมื่อเชื่อมกับเวทีภาคเหนือ ภาพที่ชัดขึ้นคือ สกสว. ไม่เพียงต้องการ “เล่าเรื่อง” ให้คนเชื่อ แต่วางหมากให้สามารถ “ชี้ตัวเลข” ให้คนเห็นด้วย เพราะในท้ายที่สุด ความน่าเชื่อถือของเงินสาธารณะไม่ได้วัดจากถ้อยคำที่สวยงาม แต่วัดจากผลลัพธ์ที่ตรวจสอบได้
จุดเปลี่ยนที่เชียงราย เมื่อภูมิปัญญาต้องเดินทางให้ไกลกว่าตลาดท้องถิ่น
สำหรับเชียงราย คำว่าเปลี่ยนภูมิปัญญาเป็นมูลค่าเศรษฐกิจ ไม่ใช่สโลแกนใหม่ แต่สิ่งที่แตกต่างคือการมีเครื่องมือระดับชาติพยายามทำให้ช่องทางเข้าถึงทุนและเครือข่ายง่ายขึ้น พร้อมชี้ว่ามีหลายหน่วยบริหารจัดการทุนที่สามารถรองรับโครงการได้
ถ้ามองจากประสบการณ์พื้นที่ สิ่งที่ผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชนมักติดขัดมีไม่กี่ข้อ
- ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากประตูไหน
- โจทย์ดีแต่เขียนโครงการไม่เป็น
- ทำของเก่งแต่ยังไม่ถึงมาตรฐานหรือยังไม่รู้ตลาด
- มีเรื่องราว แต่สื่อสารไม่เป็นระบบ
- ขาดพาร์ตเนอร์ที่จะช่วยพาไปไกล
เวที Thailand RISE Fund Forum จึงพยายามตอบด้วยการประกาศบทบาทเชิงบริการมากขึ้น ให้คนพื้นที่สามารถเข้ามาปรึกษาได้ง่ายขึ้น และให้มหาวิทยาลัยทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงหรือแพลตฟอร์มร่วมกับภาคีอื่น
ประเด็นรองที่ต้องจับตา ความเสี่ยงของการเปิดประตูจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม การเปิดประตูจำนวนมากก็มีความเสี่ยงในตัวเอง หากไม่มีระบบนำทางที่ดี คนพื้นที่อาจสับสนกว่าเดิมว่าโจทย์แบบไหนควรเข้าประตูไหน และเกณฑ์การพิจารณาของแต่ละหน่วยไม่เหมือนกัน
อีกความเสี่ยงคือ “ความคาดหวัง” หากสื่อสารว่าเข้าถึงง่าย แต่กระบวนการยังซับซ้อนเหมือนเดิม ความเชื่อมั่นจะลดลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ผู้ประกอบการต้องทำมาหากินทุกวัน และไม่สามารถเสียเวลาหลายเดือนกับเอกสารที่ไม่รู้จะได้ผลหรือไม่
ดังนั้นหลังเวทีนี้ สิ่งที่ต้องพิสูจน์คือ กลไกสนับสนุนเชิงปฏิบัติการ เช่น คลินิกที่ปรึกษา การจับคู่ผู้เชี่ยวชาญ การช่วยออกแบบโครงการ การสนับสนุนมาตรฐาน การทดสอบตลาด และการช่วยทำเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา จะเกิดขึ้นต่อเนื่องแค่ไหน
เชียงรายในบทบาทประตูเหนือของระบบวิจัยสู่เศรษฐกิจจริง
Thailand RISE Fund Forum ครั้งที่ 2 ที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ทำให้เห็นภาพชัดขึ้นว่ากองทุน ววน. กำลังเร่งสื่อสารบทบาทใหม่ เพื่อให้คนในพื้นที่เข้าถึงทุนวิจัยและนวัตกรรมได้จริง พร้อมย้ำว่างานวิจัยไม่จำเป็นต้องอยู่ในแล็บเท่านั้น แต่สามารถอยู่ในกาแฟหนึ่งแก้ว ในผ้าทอหนึ่งผืน หรือในของที่ระลึกหนึ่งชิ้นที่มีเรื่องราวและมาตรฐานรองรับ
และเมื่อกองทุน ววน. ถูกวางอยู่บนความคาดหวังระดับประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ภารกิจถัดไปย่อมไม่ใช่เพียงการจัดเวทีให้คน “รับรู้” แต่ต้องทำให้คน “เข้าถึง” และ “ใช้ได้จริง” พร้อมกับวัดผลให้ตรวจสอบได้ตามมาตรฐานสากล เพื่อให้เงินวิจัยขนาดใหญ่เปลี่ยนเป็นการยกระดับชีวิตคนในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง
สถิติและข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้อง
- กองทุน ววน. มีรายงานข่าวระบุว่าได้รับจัดสรรประมาณ 20,000 ล้านบาทต่อปี
- สกสว. มีความร่วมมือกับธนาคารโลกเพื่อยกระดับการวัดผลและการสื่อสารผลกระทบจากงานวิจัยและนวัตกรรม
- งาน Thailand RISE Fund Forum ครั้งที่ 2 จัดที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569
เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- เขียนโดย : กันณพงศ์ ก.บัวเกษร
- เรียบเรียงโดย : มนรัตน์ ก.บัวเกษร
- ภาพโดย : กีรติ ชุติชัย
- มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ข้อมูลกำหนดการและรายละเอียดการจัดงาน Thailand RISE Fund Forum ครั้งที่ 2
- กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ข่าว สกสว. ร่วมธนาคารโลกยกระดับการวัดผลและการสื่อสารผลกระทบ ววน.





















