Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เมื่อคนเฒ่าคือแรงงานคุณภาพ! เจาะยุทธศาสตร์เชียงรายปั้น “มัคคุเทศก์ภูมิปัญญา” รับเทรนด์ Silver Economy

เมื่อคนเฒ่ากลายเป็นแรงงานคุณภาพ เชียงรายถอดรหัสสังคมสูงวัยสู่การจ้างงานที่มีศักดิ์ศรี

เชียงราย,21 กุมภาพันธ์ 2569 – เสียงคำว่า “สังคมสูงวัย” เคยถูกพูดในฐานะความเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สำหรับจังหวัดเชียงราย คำนี้กำลังถูกตีความใหม่เป็นทั้งโจทย์ใหญ่และโอกาสใหม่ของเศรษฐกิจชุมชน หากออกแบบให้ถูกทาง ผู้สูงอายุอาจไม่ใช่ภาระของระบบ หากเป็น “ทุนประสบการณ์” ที่ทำให้เมืองอยู่รอดท่ามกลางแรงงานวัยทำงานที่ลดลง และค่าครองชีพที่ทำให้ครัวเรือนเปราะบางขึ้นทุกปี

ภาพรวมระดับประเทศสะท้อนทิศทางเดียวกัน หน่วยงานด้านการพัฒนาประเทศชี้ว่าไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยในระดับเข้มข้นมากขึ้น และกำลังเดินหน้าไปสู่โครงสร้างประชากรที่ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งกระทบตลาดแรงงาน รายได้ครัวเรือน ภาระงบประมาณ และระบบบริการสาธารณะ
แต่ในภาคเหนือ โดยเฉพาะเชียงราย ความเปลี่ยนแปลงเหมือนมาเร็วกว่าที่หลายคนคาดคิด

ตัวเลขที่บอกว่าเชียงรายไม่ใช่อนาคต แต่คือปัจจุบันของสังคมสูงวัย

ข้อมูลที่จัดทำไว้ในเอกสารแนบระบุว่า จังหวัดเชียงรายมีประชากรราว 1.16 ล้านคน และมีผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไปจำนวน 284,877 คน คิดเป็นร้อยละ 24.53 ของประชากรทั้งหมด ตัวเลขนี้สูงกว่าเกณฑ์สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ และสะท้อนว่าเชียงรายกำลังก้าวเข้าใกล้สังคมสูงวัยระดับเข้มข้นอย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อเจาะลงไปในโครงสร้าง พบสัญญาณ “ความไม่สมดุล” ที่สังคมต้องแบกรับ
เด็กมีสัดส่วนลดลง ขณะที่ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้วัยทำงานต้องรับภาระพึ่งพิงมากขึ้น และภาระนี้ไม่ได้อยู่แค่ในสถิติ แต่อยู่ในค่าใช้จ่ายประจำวัน ตั้งแต่ค่ายา ค่าเดินทางไปโรงพยาบาล ไปจนถึงค่าเสียโอกาสของสมาชิกครอบครัวที่ต้องหยุดงานเพื่อดูแลผู้สูงอายุ

อีกด้านหนึ่งของตัวเลขคือความจริงเชิงสังคม ผู้สูงอายุไม่ใช่กลุ่มเดียวกันทั้งหมด เอกสารแนบเสนอการแบ่งช่วงวัยเป็นวัยต้น วัยกลาง วัยปลาย ซึ่งมีระดับความแข็งแรงและความต้องการการดูแลต่างกัน และที่สำคัญคือผู้สูงอายุหญิงมีจำนวนมากกว่าชายอย่างชัดเจน ซึ่งเชื่อมโยงกับประเด็นการอยู่ลำพัง ความมั่นคงทางรายได้ และการดูแลระยะยาวในช่วงปลายชีวิต

บททดสอบของเชียงรายอยู่ที่ “ทำอย่างไรให้คนแก่มีรายได้ โดยไม่เพิ่มความเสี่ยง”

ในสังคมที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ความคิดว่า “เกษียณแล้วหยุดทำงาน” ไม่สอดคล้องกับความจริงของหลายครัวเรือน ผู้สูงอายุจำนวนหนึ่งยังต้องทำงานต่อ ทั้งเพราะอยากมีรายได้เสริม และเพราะไม่อยากรู้สึกว่าตัวเองหมดคุณค่า

แต่การผลักให้ผู้สูงอายุทำงาน โดยไม่ออกแบบงานใหม่ คือความเสี่ยงแบบตรงไปตรงมา งานหนัก งานใช้แรง งานที่ต้องยืนหรือเดินนาน อาจเพิ่มโอกาสหกล้ม กระดูกหัก และโรคเรื้อรังลุกลาม กลายเป็นภาระสุขภาพที่หนักกว่าเดิม

ดังนั้น การจ้างงานผู้สูงอายุที่ “เหมาะสม” จึงต้องตอบพร้อมกันสามเรื่อง
รายได้ต้องเพิ่มจริง งานต้องปลอดภัยขึ้นจริง และศักดิ์ศรีต้องชัดเจน ไม่ใช่การใช้แรงงานราคาถูก

ลองวางโจทย์ให้ชัด ถ้าต้องจ้างผู้สูงอายุเชียงราย งานแบบไหนตอบเศรษฐกิจและชุมชน

จากข้อเสนอในเอกสารแนบ อาชีพที่เหมาะกับผู้สูงอายุเชียงรายถูกมองผ่านทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา ความถนัดเชิงพื้นที่ และความยืดหยุ่นทางกายภาพ จนตกผลึกเป็นกลุ่มงานที่ “ใช้ประสบการณ์นำหน้าแรงกาย”

1 มัคคุเทศก์ภูมิปัญญาและผู้เล่าเรื่องเมือง

เชียงรายเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์หลากชั้น มีวัฒนธรรมชาติพันธุ์ และมีเส้นทางท่องเที่ยวที่ผู้มาเยือนต้องการ “ความหมาย” มากกว่าภาพถ่าย ผู้สูงอายุวัยต้นที่ยังแข็งแรง จึงมีศักยภาพเป็นมัคคุเทศก์ชุมชน ผู้พาชมวิถีชีวิต เล่าเรื่องราวภูมินาม ตำนาน และบริบทที่หนังสือนำเที่ยวไม่อาจอธิบายได้ครบ

คุณค่าของอาชีพนี้ไม่ใช่เพียงค่าแรงรายวัน แต่คือการเปลี่ยน “ความทรงจำของชุมชน” ให้เป็นทุนทางเศรษฐกิจอย่างสุภาพและยั่งยืน ยิ่งสังคมเข้าสู่การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ งานลักษณะนี้ยิ่งมีความหมาย

2 ที่ปรึกษาเกษตรประณีต ชา กาแฟ และการแปรรูป

เชียงรายเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจเกษตรในหลายพื้นที่ ผู้สูงอายุที่ทำเกษตรมาทั้งชีวิตมีทักษะเชิงประสบการณ์ที่หาแทนได้ยาก ตั้งแต่การอ่านฟ้าฝน การดูดิน การคัดพันธุ์ ไปจนถึงการแปรรูปในแบบชุมชน

การจ้างงานในบทบาท “พี่เลี้ยง” หรือวิทยากรท้องถิ่น สามารถต่อยอดไปสู่โรงเรียนผู้สูงอายุ ศูนย์เรียนรู้ชุมชน และการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานสินค้าในพื้นที่ โดยงานไม่จำเป็นต้องใช้แรงมาก แต่ใช้ความรู้และความละเอียดเป็นหลัก

3 ผู้ดูแลชุมชนและเพื่อนร่วมทางของผู้สูงอายุเปราะบาง

เอกสารแนบยกตัวอย่างโมเดลในพื้นที่ที่จ้างคนในชุมชนมาดูแลกันเอง แนวคิดนี้สะท้อนความจริงง่าย ๆ ว่าผู้สูงอายุวัยต้นจำนวนหนึ่งสามารถดูแลผู้สูงอายุวัยปลายได้ดี เพราะเข้าใจทั้งอารมณ์และวิถีชีวิต

งานดูแลไม่ได้หมายถึงงานพยาบาลเต็มรูปแบบเสมอไป บางครั้งคือการเป็นเพื่อนคู่คิด พาไปพบแพทย์ ช่วยประสานงานกับหน่วยบริการ หรือช่วยสอดส่องความปลอดภัยในบ้าน งานลักษณะนี้สร้างรายได้ให้คนในชุมชน พร้อมลดความโดดเดี่ยวของผู้สูงอายุเปราะบาง ซึ่งเป็นปัญหาที่กัดกินคุณภาพชีวิตอย่างเงียบ ๆ

4 ครูช่างและศิลปาชีพ งานฝีมือที่ต้องใช้ชั่วโมงบิน

เชียงรายมีทุนด้านงานช่าง งานฝีมือ งานทอผ้า งานไม้ งานปั้น งานจักสาน และสินค้าชุมชนที่ต้องการความประณีต ผู้สูงอายุจำนวนมากมี “ชั่วโมงบิน” ที่ยากจะถ่ายทอดในคอร์สสั้น ๆ หากไม่ดึงมาเป็นครูช่างหรือผู้ผลิตสินค้าคุณภาพ

โจทย์สำคัญคือทำให้สินค้ากลุ่มนี้เข้าถึงตลาดอย่างเป็นธรรม และลดภาระงานที่ไม่จำเป็น เช่น การขนส่งไกล การยืนทำงานต่อเนื่อง และการจัดการบัญชี ซึ่งสามารถให้คนรุ่นใหม่ช่วยเสริม เกิดเป็นห่วงโซ่มูลค่าแบบพหุวัยที่แต่ละคนทำในสิ่งที่ถนัดที่สุด

5 ผู้จัดการโฮมสเตย์ ฟาร์มสเตย์ และงานบริการเชิงสุขภาวะ

ถ้าเชียงรายต้องการท่องเที่ยวคุณภาพ การบริการที่มีความอบอุ่นและความเป็นเจ้าบ้านคือจุดขาย ผู้สูงอายุสามารถเป็นผู้จัดการดูแลบ้านพัก ดูแลสวนสมุนไพร หรือทำอาหารพื้นถิ่น งานบริการแบบนี้ใช้ความละเอียด ความเอาใจใส่ และจังหวะชีวิตที่ไม่เร่งรีบ ซึ่งสอดรับกับการท่องเที่ยวแบบพักนานและใช้เวลาในชุมชน

เครื่องมือของรัฐที่ต้องทำให้เข้าถึงง่าย แพลตฟอร์มไทยมีงานทำ

ในฝั่งกลไกตลาดแรงงาน หน่วยงานรัฐมีเครื่องมือสำคัญคือระบบออนไลน์สำหรับประกาศงานและจับคู่งาน ซึ่งข้อมูลหน้าเว็บไซต์ของแพลตฟอร์ม “ไทยมีงานทำ” อยู่ภายใต้กรมการจัดหางาน และเปิดให้ใช้งานสำหรับการประกาศตำแหน่งงานและค้นหางาน

อย่างไรก็ตาม เครื่องมือจะมีความหมายก็ต่อเมื่อผู้สูงอายุใช้งานได้จริง การออกแบบการเข้าถึงจึงสำคัญพอ ๆ กับการมีระบบ เช่น จุดให้คำปรึกษาในพื้นที่ การมีคนช่วยลงทะเบียน การอธิบายเงื่อนไขงานด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย และการป้องกันการหลอกลวงผ่านประกาศงานปลอม

รายได้และสวัสดิการ จุดเปราะบางที่ต้องพูดตรง ๆ

เอกสารแนบชี้ว่าแหล่งรายได้ของผู้สูงอายุจำนวนมากยังพึ่งพาหลายทาง ทั้งเบี้ยยังชีพ การเกื้อหนุนจากบุตรหลาน และรายได้จากการทำงานต่อ โดยในสังคมจริง เบี้ยยังชีพเป็นเพียงฐานขั้นต่ำ ไม่เพียงพอกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น นี่คือเหตุผลว่าทำไมการจ้างงานผู้สูงอายุจึงถูกพูดมากขึ้นเรื่อย ๆ

แต่การจ้างงานต้องไม่ทำให้สิทธิขั้นพื้นฐานสั่นคลอน และต้องทำให้เกิดความมั่นคง ไม่ใช่รายได้แบบวันต่อวันจนกลายเป็นความเครียดใหม่ของวัยชรา

เชียงรายในฐานะพื้นที่ทดลองของสังคมพหุวัย

ถ้าพิจารณาเชิงยุทธศาสตร์ เชียงรายมีองค์ประกอบหลายอย่างที่ทำให้กลายเป็นพื้นที่ต้นแบบได้

  • หนึ่ง มีชุมชนเข้มแข็งและทุนวัฒนธรรม
  • สอง มีเศรษฐกิจเกษตรและการท่องเที่ยวที่ใช้ประสบการณ์ได้
  • สาม มีเครือข่ายบริการสุขภาพระดับพื้นที่ และมีบทเรียนจากโมเดลดูแลในชุมชนที่เอกสารแนบหยิบขึ้นมา

คำถามจึงไม่ใช่ “จ้างหรือไม่จ้าง” แต่คือ “จ้างอย่างไรให้คุ้มและปลอดภัย”

การจ้างงานผู้สูงอายุที่ดีต้องมีกติกาใหม่อย่างน้อยสี่เรื่อง

  • หนึ่ง การออกแบบงานให้เหมาะกับสรีระ เช่น ลดการยืนต่อเนื่อง ลดการยกของหนัก จัดเวลาพักที่เหมาะสม
  • สอง การประเมินสมรรถนะและความเสี่ยงรายบุคคล ไม่ใช่ใช้เกณฑ์อายุอย่างเดียว
  • สาม ระบบคุ้มครองความปลอดภัยในการทำงานและการประกันความเสี่ยง
  • สี่ เส้นทางพัฒนาทักษะ โดยเฉพาะทักษะดิจิทัลพื้นฐาน เพื่อให้เข้าถึงงานที่ปลอดภัยกว่าและค่าตอบแทนดีกว่า
credit : Science Acumen During the 2011 Fukushima nuclear disaster, over 500 Japanese seniors over the age of 60, sacrificed their safety by volunteering to help clean up the radioactive zone so that younger generations wouldn't suffer the consequences of dangerous levels of radiation
Seniors Volunteer at Japan's Crippled Daiichi Nuclear Plant

บทเรียนจากโลก เมื่อผู้สูงวัยไม่ยอมเป็นภาระ และสังคมต้องออกแบบพื้นที่ให้เขายืนได้

ในโลกที่เข้าสู่สังคมสูงวัย หลายประเทศมองผู้สูงอายุเป็นแรงงานที่ยังมีคุณค่า หากจัดระบบให้เหมาะสม สื่อสากลเคยรายงานกรณีกลุ่มอาสาสมัครผู้สูงอายุในญี่ปุ่นที่เสนอแนวคิดให้ผู้มีอายุเข้ารับภารกิจเสี่ยงแทนคนหนุ่มสาวหลังวิกฤตฟุกุชิมะ ซึ่งถูกตีความว่าเป็นสัญลักษณ์ของความรับผิดชอบต่อคนรุ่นหลัง

แม้บริบทดังกล่าวไม่ใช่แบบอย่างที่ต้องทำตามในเชิงความเสี่ยง แต่สะท้อนแก่นสำคัญข้อหนึ่ง คือ ผู้สูงอายุจำนวนมากต้องการ “บทบาท” และต้องการรู้สึกว่าตนเองยังเป็นประโยชน์ต่อสังคม

สำหรับเชียงราย การจ้างงานผู้สูงอายุจึงไม่ควรถูกมองเป็นมาตรการสงเคราะห์ แต่ควรถูกมองเป็นยุทธศาสตร์พัฒนาเมืองที่เชื่อมเศรษฐกิจ สุขภาพ และวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน

จุดพีคของเรื่องอยู่ตรงนี้ ถ้าจ้างถูกทาง เมืองได้มากกว่าค่าแรง

หากเชียงรายสามารถทำให้ผู้สูงอายุมีงานที่ปลอดภัยและมีรายได้เพิ่ม ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะมากกว่าคนหนึ่งคนมีเงินเพิ่ม มันหมายถึงครัวเรือนลดภาระพึ่งพิง ชุมชนมีคนดูแลกันเองมากขึ้น งานท่องเที่ยวมีเรื่องเล่าที่มีชีวิต สินค้าเกษตรและงานฝีมือมีคุณภาพที่ต่อยอดได้ ระบบสุขภาพลดการเจ็บป่วยที่เกิดจากความเครียดและความโดดเดี่ยว ในเชิงเศรษฐกิจ เม็ดเงินหมุนเวียนในท้องถิ่นจะเพิ่มขึ้นแบบกระจาย ไม่กระจุกอยู่ในธุรกิจใหญ่เพียงไม่กี่ราย และในเชิงสังคม ผู้สูงอายุจะไม่ถูกผลักให้อยู่หลังฉากของการพัฒนา แต่ถ้าจ้างผิดทาง ก็มีความเสี่ยงชัดเช่นกัน งานหนักเกินไปนำไปสู่การเจ็บป่วยและค่าใช้จ่ายรักษาที่สูงขึ้น งานที่ค่าตอบแทนต่ำและไม่มั่นคงสร้างความเครียดและความรู้สึกถูกลดคุณค่า และหากไม่มีระบบคุ้มครอง ความตั้งใจดีอาจกลายเป็นช่องโหว่ให้เกิดการเอาเปรียบแรงงานสูงวัย

เชียงรายควรเริ่มจากอะไร เพื่อให้การจ้างงานผู้สูงอายุไม่เป็นเพียงคำขวัญ

  • หนึ่ง ทำแผนที่ทักษะผู้สูงอายุรายชุมชน แยกกลุ่มตามสมรรถนะจริง
  • สอง ตั้งหน่วยประสานงานจับคู่งานระดับอำเภอ เชื่อมชุมชน นายจ้าง และหน่วยบริการสุขภาพ
  • สาม ส่งเสริมงานที่ใช้ประสบการณ์เป็นแกน เช่น งานเล่าเรื่อง งานฝีมือ งานดูแล งานพี่เลี้ยงเกษตร
  • สี่ พัฒนาทักษะดิจิทัลที่จำเป็น เช่น การใช้สมาร์ตโฟน การขายออนไลน์ การรับงานผ่านแพลตฟอร์ม เพื่อขยายทางเลือก
  • ห้า ทำมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับงานผู้สูงอายุในภาคชุมชนและท่องเที่ยว

ทั้งหมดนี้ต้องทำบนหลักคิดเดียว คือ ผู้สูงอายุไม่ใช่กลุ่มที่ต้องถูกดันให้ทำงาน แต่เป็นกลุ่มที่ควรมี “ทางเลือก” ในการทำงานที่เหมาะกับชีวิตและสุขภาพของตนเอง

เมื่อเชียงรายต้องเลือกว่าจะปล่อยให้แก่ไป หรือจะสร้างเศรษฐกิจพหุวัยให้เติบโต

การเข้าสู่สังคมสูงวัยเป็นความจริงที่ไม่ถอยหลัง แต่การจัดการกับมันมีได้มากกว่าหนึ่งทาง เชียงรายมีทั้งตัวเลขที่บีบให้ต้องคิด และมีทุนชุมชนที่เพียงพอให้ลงมือทำ

ในท้ายที่สุด การจ้างงานผู้สูงอายุที่เหมาะสมไม่ใช่เพียงการเพิ่มรายได้ แต่คือการคืนความหมายให้ชีวิต และทำให้เมืองทั้งเมืองเดินไปข้างหน้าโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง หากเชียงรายทำได้ เมืองนี้อาจไม่เพียงรับมือกับสังคมสูงวัย แต่จะกลายเป็นต้นแบบของเศรษฐกิจพหุวัยที่ยืนได้จริงในภาคเหนือ

สถิติเด่นที่ใช้ประกอบข่าว

  • สัดส่วนผู้สูงอายุในจังหวัดเชียงราย อายุ 60 ปีขึ้นไป 284,877 คน คิดเป็นร้อยละ 24.53 ของประชากรทั้งจังหวัด
    ที่มา เอกสารข้อมูลแนบของผู้จัดทำ อ้างถึงหน่วยงานภาครัฐด้านสาธารณสุขและการทะเบียนราษฎร
  • ประเทศไทยอยู่ในทิศทางสังคมสูงวัยเข้มข้นมากขึ้น และมีการประเมินแนวโน้มสู่สังคมสูงวัยระดับสูงในอนาคต
    ที่มา สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
  • กรณีศึกษากลุ่มอาสาสมัครผู้สูงอายุญี่ปุ่นที่เสนอช่วยงานฟุกุชิมะ สะท้อนแนวคิดทุนประสบการณ์และความรับผิดชอบระหว่างรุ่น ที่มา The Guardian รายงานเชิงสารคดี
  • ช่องทางแพลตฟอร์มจับคู่งานของรัฐ ไทยมีงานทำ ภายใต้กรมการจัดหางาน
    ที่มา เว็บไซต์แพลตฟอร์มไทยมีงานทำ
สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ข้อมูลสถานการณ์สังคมสูงวัยของไทย
  • กรมกิจการผู้สูงอายุ เอกสารกรอบแนวคิดด้านผู้สูงอายุและสังคมสูงวัย
  • เว็บไซต์แพลตฟอร์มไทยมีงานทำ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน
  • The Guardian รายงานกรณีศึกษากลุ่มอาสาสมัครผู้สูงอายุญี่ปุ่นหลังวิกฤตฟุกุชิมะ
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Categories
NEWS UPDATE

องค์กรไทยเผชิญความเสี่ยง! Jobsdb เตือนเมิน Gen Z พลาดรถด่วนเศรษฐกิจดิจิทัล

Jobsdb by SEEK เตือนองค์กรไทย “อย่าเมิน Gen Z” – เสี่ยงขาดนวัตกรรมและมุมมองใหม่ พลาดรถด่วนตลาดแรงงานยุคดิจิทัล

ประเทศไทย, 13 กันยายน 2568 – ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจดิจิทัลเร่งสปีดและการแข่งขันระหว่างประเทศดุเดือดที่สุดรอบทศวรรษ สัญญาณเตือนสำคัญดังขึ้นจาก Jobsdb by SEEK แพลตฟอร์มหางานชั้นนำของไทย: องค์กรที่มองข้ามหรือกีดกันแรงงาน Gen Z กำลังยืนอยู่บน “จุดเสี่ยง” ที่จะเสียเปรียบคู่แข่งทั้งในด้าน นวัตกรรม และ มุมมองสดใหม่ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักของการเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่

สัญญาณนี้อาจไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับผู้บริหารที่ติดตามแนวโน้มแรงงาน แต่ความคมชัดของข้อสรุป—และจังหวะเวลา—ทำให้สารดังกล่าวดังเป็นพิเศษในวันนี้ เพราะขณะที่หลายองค์กรยังพยายามดึงพนักงานกลับออฟฟิศแบบเต็มรูปแบบ และใช้เกณฑ์ประเมินผลแบบเดิมกับโจทย์ธุรกิจชุดใหม่ Gen Z กลับเดินเข้ามาพร้อมชุดความคาดหวังที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง

ดวงพร พรหมอ่อน กรรมการผู้จัดการ Jobsdb by SEEK ประเทศไทย ย้ำในบทสัมภาษณ์ว่า “องค์กรไทยต้องเปิดใจว่า Gen Z ไม่ได้ทำงานเพื่อค่าตอบแทนอย่างเดียว พวกเขาให้ความสำคัญกับ โอกาสพัฒนาในสายอาชีพอย่างต่อเนื่อง ความยืดหยุ่นในการทำงาน คุณภาพชีวิต และค่านิยมองค์กรที่สอดคล้อง หากเราสร้างวัฒนธรรมที่ตอบโจทย์ได้ จะได้เปรียบชัดเจนในการดึงดูด–รักษาคนเก่งกลุ่มนี้”

Gen Z ไม่ได้ขอแค่ “ข้อเสนอเงินเดือน” แต่ขอ “ข้อเสนอการเติบโตของชีวิต”

ภาพใหญ่ที่ Jobsdb by SEEK ถ่ายทอดคือ Gen Z โตมากับเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว พวกเขามักคาดหวังว่าองค์กรจะก้าวทันทั้งเครื่องมือและแนวโน้มใหม่ อยู่กับข้อมูล (data) ได้ คล่องกับแพลตฟอร์ม และพร้อมทดลองแนวทางที่ไม่คุ้นชินกับวิถีเดิม หากองค์กรยังเชื่อว่า “ทำอย่างที่เคยทำมา” แล้วจะได้ผลเช่นเดิม นั่นเท่ากับมองข้าม “ความพิเศษ” ของแรงงานรุ่นนี้ไปโดยไม่ตั้งใจ

สิ่งที่ Gen Z ให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น ได้แก่

  • เส้นทางเติบโต: งานที่เปิดพื้นที่ให้เรียนรู้ทักษะใหม่ มีโค้ชหรือพี่เลี้ยงชัดเจน เห็นภาพอนาคตใน 12–24 เดือนข้างหน้า
  • ความยืดหยุ่นและคุณภาพชีวิต: โหมดทำงานแบบรีโมต/ไฮบริดตามลักษณะงาน สนับสนุนสุขภาพจิต เวลาทำงานที่เน้นผลลัพธ์มากกว่า “การนั่งเฝ้าเวลา”
  • ค่านิยมองค์กร: ความรับผิดชอบต่อสังคม–สิ่งแวดล้อม ความโปร่งใส ความเท่าเทียม และบรรยากาศทำงานที่ “ปลอดภัยทางจิตใจ” (psychological safety)
  • เทคโนโลยีทันสมัย: แพลตฟอร์มงานที่คล่องตัว เครื่องมือดิจิทัลที่ช่วยให้ทำงานฉลาดขึ้น ไม่ใช่หนักขึ้น

นี่คือ “ข้อเสนอคุณค่า” ที่แตกต่างจากยุคที่งานถูกกำหนดด้วยสถานที่และเวลามากกว่าผลลัพธ์ การพูดคุยกับ Gen Z จึงไม่ใช่แค่เรื่องแพ็กเกจค่าตอบแทน แต่คือบทสนทนาว่าพวกเขาจะ เติบโตไปกับองค์กรอย่างไร

2 มิติความเสี่ยง หากองค์กรยัง “ปิดประตู” ใส่ Gen Z

Jobsdb by SEEK ระบุชัดว่าการกีดกันหรือมองข้าม Gen Z ทำให้องค์กรเสียเปรียบอย่างน้อยสองมิติ

  1. นวัตกรรมและมุมมองใหม่หายไป – Gen Z คล่องกับสื่อดิจิทัล เข้าใจผู้ใช้รุ่นใหม่ รู้จังหวะและภาษาแพลตฟอร์ม หากไม่มีคนกลุ่มนี้ องค์กรจะช้าลงในการปรับตัวทั้งผลิตภัณฑ์ การตลาด และบริการลูกค้า
  2. วิกฤตคนเก่งในระยะยาว – เมื่อ Gen Z กำลังขึ้นมาเป็นสัดส่วนหลักในตลาดแรงงาน การไม่รองรับความคาดหวังของพวกเขาเท่ากับปฏิเสธฐาน talent ขนาดใหญ่ องค์กรจะเผชิญ ช่องว่างกำลังคน ที่เติมเท่าไรก็ไม่เต็ม

ในทางกลับกัน Jobsdb by SEEK ก็ชี้ว่า Gen Z เองต้องปรับตัว: เปิดใจเรียนรู้การทำงานร่วมกับรุ่นพี่ พัฒนาทักษะเทคโนโลยีไปพร้อมกับ soft skills เช่น การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และวุฒิภาวะเมื่อรับ feedback

จาก “ความต่าง” สู่ “ความร่วมมือ” แนวทางปฏิบัติสำหรับองค์กรไทย

เพื่อไม่ให้พลาดรอบใหญ่ของตลาดแรงงานยุคดิจิทัล Jobsdb by SEEK แนะนำ สามแกนปรับตัว ที่ทำได้ทันทีและเห็นผลในทางปฏิบัติ

1) สร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ร่วมรุ่น

  • Reverse mentoring: ให้คนรุ่นใหม่ถ่ายทอดความรู้ด้านดิจิทัล/วิธีคิดแบบแพลตฟอร์ม ขณะคนรุ่นพี่ถ่ายทอดบริบทธุรกิจ เครือข่าย และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
  • เส้นทางทักษะ (skills pathway): ทำแผนพัฒนารายบุคคล (IDP) ที่ผูกกับเป้าหมายงานจริง มี checkpoint ชัดเจนทุกไตรมาส
  • พื้นที่ทดลอง (sandbox): อนุญาตให้ทีม cross-function ทดลองไอเดียเล็กๆ บนงบประมาณและขอบเขตที่ควบคุมได้ เพื่อเร่งวงจร “คิด–ทำ–เรียนรู้”

2) ทำงานแบบยืดหยุ่นแต่ชัดเจนเรื่องผลลัพธ์

  • Hybrid by design: กำหนดหลักเกณฑ์กะทัดรัดว่า งานประเภทใดต้องออนไซต์/ทำรีโมตได้แค่ไหน ลดการตีความส่วนบุคคล
  • วัดผลด้วย OKR/KPI ที่สะท้อนคุณค่าจริง มากกว่าตัวชี้วัดเชิงเวลา
  • สนับสนุนสุขภาวะ: จัดบริการดูแลสุขภาพจิต/โค้ชชิ่งผู้จัดการ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยทางจิตใจ

3) สื่อสารโปร่งใส เปิดพื้นที่เสียงของทุกเจเนอเรชัน

  • ฟอรัมภายในรายเดือน ให้ถาม–ตอบแบบตรงไปตรงมา
  • Surveys สั้นแต่ถี่ เพื่อติดตามอุณหภูมิทีม และสื่อสารผล–แนวทางแก้ไขกลับไปเสมอ
  • นโยบายต่อต้านอคติข้ามรุ่น (age bias) พร้อมตัวอย่างพฤติกรรมที่คาดหวัง

ผลลัพธ์ที่มักเกิดขึ้นจากโมเดลนี้คือองค์กรไม่ต้อง “เลือกข้างรุ่น” แต่ได้ ประโยชน์จากทุกรุ่น: ประสบการณ์เชิงลึกของ Gen X, พลังบริหารจัดการของ Gen Y และความสดใหม่คล่องดิจิทัลของ Gen Z

 “Gen Z เปลี่ยนงานบ่อย เอาแน่เอานอนไม่ได้?”

Jobsdb by SEEK ชี้ว่าปรากฏการณ์เปลี่ยนงานเร็วในบางตำแหน่ง เป็นผลจากแรงกดดันของตลาดดิจิทัล ที่จังหวะเรียนรู้และเติบโตก้าวกระโดด ความคาดหวังเรื่อง “เส้นทางเติบโต” และ “โอกาสลองของจริง” จึงสูง ถ้าองค์กรทำให้เห็นทางชัดเจน มีคำมั่นเรื่องทักษะ–บทบาท–ค่าตอบแทนตามผลงาน Gen Z พร้อมผูกพัน ไม่ต่างจากรุ่นใด การมองด้วย “เลนส์ปัจเจก” (ดูคนเป็นรายคน) แทน “เลนส์เหมารวมรุ่น” จะทำให้ได้ภาพที่ยุติธรรมกว่า

ภาพใหญ่ตลาดแรงงานไทย ทำไมต้องเร่งตอนนี้

ภูมิทัศน์แรงงานไทยกำลังเผชิญ หลายคลื่นเปลี่ยนผ่านพร้อมกัน—ดิจิทัลทรานส์ฟอร์มเมชัน, การใช้งาน AI/ระบบอัตโนมัติ, การแข่งขันดึงตัวคนเก่งระดับภูมิภาค, โครงสร้างประชากรสูงวัย และความคาดหวังเรื่อง ESG/ความยั่งยืน—เมื่อรวมกันแล้ว องค์กรต้องการ ทักษะผสม ที่ได้ทั้ง “คิดธุรกิจเป็น” และ “คล่องเทคโนโลยี” โดยธรรมชาติของทักษะผสมนี้ Gen Z มีแต้มต่อ เพราะเติบโตมากับแพลตฟอร์มและการเรียนรู้ด้วยตนเองบนโลกออนไลน์

การตัดสินใจวันนี้จึงไม่ใช่แค่ “จะจ้าง Gen Z มากน้อยแค่ไหน” แต่คือจะ ออกแบบระบบนิเวศงาน ให้ทุกเจเนอเรชันทำงานร่วมกันได้ดีแค่ไหน—เพราะ ความเร็วของนวัตกรรม จะขึ้นอยู่กับ “ความเร็วในการเรียนรู้ร่วมกัน” ของทั้งองค์กร

เปิดพื้นที่ให้รุ่นใหม่—ได้มากกว่าคน ทำได้มากกว่าภาพลักษณ์

สารจาก Jobsdb by SEEK ไม่ได้มุ่งตำหนิองค์กรที่ยังลังเลกับการเปลี่ยนแปลง แต่ชี้ชัดว่าการเมิน Gen Z มีต้นทุนแฝง ที่อาจไม่เห็นทันที: ความคิดสร้างสรรค์ถดถอย ผลิตภัณฑ์ล้าจังหวะลูกค้า การตลาดไม่เข้าแพลตฟอร์ม และรอยรั่วบุคลากรในอีก 2–3 ปีข้างหน้า ในมุมกลับ เพียงองค์กรยอม เปิดพื้นที่–เปิดใจ–เปิดระบบ ให้การทำงานร่วมรุ่นเกิดขึ้นจริง แรงงานรุ่นใหม่จะไม่ใช่ “ตัวแปรเสี่ยง” แต่เป็น ตัวเร่ง ให้ธุรกิจเดินเร็วขึ้น ฉลาดขึ้น และยั่งยืนขึ้น

“ท้ายที่สุด เป้าหมายไม่ใช่จะเอาใจรุ่นไหนเป็นพิเศษ แต่คือการสร้างวัฒนธรรมที่คนทุกเจเนอเรชันรู้สึกว่าตนเอง เติบโต และ มีคุณค่า กับงาน” ดวงพร พรหมอ่อน ทิ้งท้าย “เมื่อเราทำได้ องค์กรก็จะมีทั้ง คนเก่ง และ อนาคต ไปพร้อมกัน”

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • Jobsdb by SEEK ประเทศไทย
  • SEEK Asia – Employer/Jobseeker Insights
  • สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.)
  • องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ประเทศไทย
  • World Economic Forum – Future of Jobs Report
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News