Categories
AROUND CHIANG RAI TRAVEL

อบจ.เชียงรายลุยแม่สรวยปรับเส้นทางท่องเที่ยว มุ่งแก้โจทย์ดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาเติบโตในปี 2569

ถนนพร้อม คนพร้อม เมืองพร้อม เชียงรายเร่งปรับเส้นทางรับฤดูล่องแพเปียกแม่สรวย ชี้ท่องเที่ยวปี 2568 รายได้ทะลุ 5.15 หมื่นล้าน แต่ต่างชาติลดลงเป็นโจทย์ปี 2569

เชียงราย, 13 กุมภาพันธ์ 2569 – ภาพของเชียงรายในฤดูท่องเที่ยวไม่ได้หยุดอยู่แค่ทะเลหมอกบนยอดดอยหรือคาเฟ่กลางเขา หากกำลังขยับสู่เกมการท่องเที่ยวที่วัดกันด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ ที่มีผลต่อความปลอดภัยและประสบการณ์ของผู้คนอย่างเป็นรูปธรรม นั่นคือถนน เส้นทาง และระบบบริการหน้างาน

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.00 น. ณ จุดล่องแพเปียกแม่สรวย อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวกิจกรรมล่องแพเปียกแม่สรวย โดยมีผู้นำท้องที่ท้องถิ่นให้การต้อนรับ พร้อมกำชับหน่วยงานช่างของ อบจ. ให้เร่งปรับเกลี่ยและบดอัดเส้นทางสัญจรที่ชำรุดเสียหาย เพื่อรองรับฤดูกาลท่องเที่ยวธรรมชาติที่มักพีคในช่วงอากาศร้อนและวันหยุดต่อเนื่อง

การลงพื้นที่ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางตัวเลขภาพใหญ่ที่สะท้อนว่าเชียงรายยังคง “เดินหน้า” ในมิติการท่องเที่ยว โดยสถิติทั้งปี 2568 ระบุว่าเชียงรายมีนักท่องเที่ยวรวม 6,463,147 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 2.88 และสร้างรายได้รวม 51,540.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.36 ขณะที่อีกด้านหนึ่ง ตัวเลขต่างชาติกลับลดลงทั้งจำนวนคนและรายได้ กลายเป็นโจทย์เชิงนโยบายที่ต้องแก้ให้ตรงจุดในปี 2569

ประเด็นเด่นที่สะท้อนจากข้อมูลหน้างานและตัวเลขทั้งจังหวัด

ภาพรวมจากข้อมูลที่ได้รับชี้ชัดถึงสามแกนสำคัญที่เชื่อมโยงกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แกนแรกคือโครงสร้างพื้นฐานเป็นเงื่อนไขของความปลอดภัยและความเชื่อมั่น กิจกรรมท่องเที่ยวกลางแจ้งอย่างล่องแพเปียกจะเติบโตได้ ต้องเริ่มจากการเดินทางที่ปลอดภัยและสะดวก โดยเฉพาะเส้นทางหลักและทางเชื่อมเข้าสู่จุดกิจกรรม

แกนที่สองคือเศรษฐกิจท่องเที่ยวของเชียงรายยังพึ่งพาคนไทยเป็นฐานหลักอย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวชาวไทยคิดเป็น 89.2 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนผู้มาเยือน และสร้างรายได้คิดเป็น 86.3 เปอร์เซ็นต์ของทั้งจังหวัด

แกนที่สามคือสัญญาณต่างชาติลดลงเป็นความเสี่ยงที่ต้องวางกลยุทธ์เชิงรุก เพราะการลดลงร้อยละ 15.13 ในด้านจำนวน และร้อยละ 12.89 ในด้านรายได้ ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่สะท้อนความเปราะบางของตลาดที่อาจกระทบธุรกิจท่องเที่ยวบางกลุ่มโดยตรง

ลงพื้นที่แม่สรวย ปรับถนนก่อนเปิดฤดูล่องแพ เป้าหมายคือเที่ยวสนุกต้องปลอดภัย

ที่จุดล่องแพเปียกแม่สรวย นายก อบจ.เชียงราย เน้นให้สำนักช่างนำเครื่องจักรกลหนักเข้าพื้นที่ ปรับเกลี่ยและบดอัดเส้นทางที่ชำรุด เพื่อให้ผิวจราจรเรียบและลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยเฉพาะช่วงที่นักท่องเที่ยวเดินทางหนาแน่น

สาระสำคัญของคำสั่งการคือการทำให้ “เส้นทางถึงแหล่งท่องเที่ยว” กลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่ดี ไม่ใช่ด่านทดสอบความอดทนของผู้เดินทาง เพราะเมื่อถนนเสียหาย ไม่ได้กระทบแค่คนมาเที่ยว แต่กระทบคนในพื้นที่ที่ต้องใช้เส้นทางเดียวกันในการดำรงชีวิต

ในคำกล่าวที่อ้างอิงจากข้อมูลที่ได้รับ นายก อบจ.เชียงราย ระบุว่า กิจกรรมล่องแพเปียกแม่สรวยเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัดในช่วงฤดูร้อน มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาจำนวนมาก จึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่เร่งนำรถเกรดเดอร์และรถบดอัดเข้าดำเนินการปรับปรุงผิวจราจรในเส้นทางหลักและเส้นทางเชื่อมต่อให้เรียบเนียน ปลอดภัย และได้มาตรฐาน พร้อมย้ำว่าการดำเนินการไม่เพียงอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว แต่ยังช่วยให้ประชาชนในพื้นที่สัญจรและขนส่งสินค้าเกษตรได้สะดวกขึ้น สอดคล้องแนวทางบำบัดทุกข์ บำรุงสุข และการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนผ่านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

จุดประสานงานนักท่องเที่ยว แนวคิดบริการแบบครบวงจรที่ต้องทำให้เกิดจริง

นอกจากงานถนน อีกประเด็นที่ถูกหยิบย้ำคือสวัสดิภาพของนักท่องเที่ยว โดยมีแนวทางประสานกับท้องถิ่นเพื่อจัดตั้งจุดบริการและจุดประสานงาน อาทิ จุดปฐมพยาบาล และจุดอำนวยความสะดวกหน้างาน

ข้อสังเกตเชิงนโยบายคือ “ศูนย์ประสานงาน” จะสร้างความเชื่อมั่นได้จริงก็ต่อเมื่อมีองค์ประกอบครบ ทั้งคน อุปกรณ์ การสื่อสาร และมาตรฐานปฏิบัติ ไม่ใช่เพียงป้ายหรือโต๊ะบริการ เพราะกิจกรรมริมแม่น้ำหรือกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ต้องมีระบบรองรับเหตุฉุกเฉินอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ความสนุกไม่แลกมากับความเสี่ยง

ตัวเลขท่องเที่ยวปี 2568 โตต่อเนื่อง รายได้ขยับแรงกว่าจำนวนคน

สถิติการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงรายตลอดช่วง 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2568 ระบุว่ามีนักท่องเที่ยวรวม 6,463,147 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 2.88 และรายได้รวม 51,540.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.36 สะท้อนว่าเม็ดเงินเติบโตเร็วกว่า “หัวคน” ซึ่งมักตีความได้ว่าการใช้จ่ายเฉลี่ย หรือรูปแบบสินค้าและบริการท่องเที่ยว มีแนวโน้มมูลค่าสูงขึ้น หรือมีสัดส่วนกิจกรรมที่สร้างรายได้มากขึ้นในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น

เมื่อแยกตามกลุ่มนักท่องเที่ยว พบว่า

นักท่องเที่ยวชาวไทย 5,765,564 คน คิดเป็นสัดส่วน 89.2 และสร้างรายได้ 44,460.27 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 86.3

นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 697,583 คน คิดเป็นสัดส่วน 10.8 และสร้างรายได้ 7,079.82 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 13.7

ในเชิงโครงสร้าง นี่คือข้อเท็จจริงสำคัญที่ทำให้เชียงรายต้องอ่านเกมให้ขาดว่า ฐานตลาดหลักคือคนไทย และการยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวในจังหวัดต้องยังคงตอบโจทย์คนไทยเป็นหลัก ขณะเดียวกันก็ต้องออกแบบการดึงต่างชาติกลับมาแบบจำเพาะกลุ่ม ไม่ใช่หว่านกว้าง

ต่างชาติลดลงทั้งคนทั้งเงิน สัญญาณที่จังหวัดต้องตอบให้เร็ว

ข้อมูลเปรียบเทียบระบุว่า หากพิจารณาเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในปี 2568 พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงร้อยละ 15.13 และรายได้ลดลงร้อยละ 12.89 เมื่อเทียบกับปี 2567

ประเด็นนี้มีนัยต่อชุมชนและผู้ประกอบการบางประเภทโดยตรง โดยเฉพาะธุรกิจที่พึ่งพาการใช้จ่ายของต่างชาติ หรือธุรกิจที่อยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวหลักที่เคยรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นกลุ่มใหญ่ เพราะแม้รายได้รวมจังหวัดยังโต แต่การ “โตแบบไม่เท่ากัน” อาจทำให้บางพื้นที่หรือบางอาชีพได้รับผลกระทบมากกว่าที่ตัวเลขรวมสะท้อน

อ่านฤดูกาลจากตัวเลข เดือนคนเยอะไม่เท่ากับเดือนรายได้สูง

ข้อมูลรายเดือนชี้ให้เห็นภาพการท่องเที่ยวที่ไม่ใช่เส้นตรง

เดือนมกราคมมีนักท่องเที่ยวชาวไทยมากสุด 644,347 คน และสร้างรายได้ 4,885.26 ล้านบาท ขณะที่เดือนกันยายนมีนักท่องเที่ยวชาวไทยน้อยสุด 330,826 คน และสร้างรายได้ 2,601.18 ล้านบาท

เมื่อดูเฉพาะรายได้ พบว่าเดือนธันวาคมเป็นเดือนที่ทำรายได้สูงสุด แม้จำนวนคนจะน้อยกว่าเดือนมกราคม

ส่วนฝั่งต่างชาติ เดือนธันวาคมมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากสุด 83,236 คน สร้างรายได้ 1,081.34 ล้านบาท ขณะที่เดือนกันยายนมีนักท่องเที่ยวต่างชาติน้อยสุด 37,754 คน สร้างรายได้ 393.42 ล้านบาท

ข้อสรุปเชิงปฏิบัติการคือ จังหวัดและผู้ประกอบการควรใช้ข้อมูลนี้ในการออกแบบปฏิทินท่องเที่ยวแบบยืดหยุ่น แยกแผน “เพิ่มจำนวนคน” ออกจากแผน “เพิ่มรายได้ต่อหัว” เพราะสองเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเกิดพร้อมกันเสมอ

ไตรมาส 4 และไตรมาส 1 ช่วงทองของเชียงราย ความท้าทายคือทำให้ทองยาวขึ้น

ข้อมูลอัตราส่วนตามไตรมาสระบุว่า การท่องเที่ยวของเชียงรายเติบโตสูงสุดในไตรมาส 4 ช่วงตุลาคมถึงธันวาคม คิดเป็นร้อยละ 28.7 และมีสัดส่วนใกล้เคียงกับไตรมาส 1 ช่วงมกราคมถึงมีนาคม คิดเป็นร้อยละ 28.7 เช่นกัน

นี่คือหลักฐานเชิงตัวเลขว่าการท่องเที่ยวเชียงรายยังคงเป็นเกมของฤดูกาล โดยเฉพาะปลายปีถึงต้นปี ขณะที่ช่วงกลางปีอาจต้องพึ่งกิจกรรมเฉพาะทางเพื่อกระตุ้นการเดินทาง

ดังนั้นการปรับปรุงถนนและระบบบริการในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ เช่น แม่สรวย จึงไม่ใช่แค่งานซ่อมบำรุง แต่เป็นส่วนหนึ่งของการ “ยืดฤดูกาล” ให้จังหวัดสามารถรับนักท่องเที่ยวได้อย่างมั่นคง และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาช่วงพีคมากเกินไป

ผลต่อชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก ถนนหนึ่งเส้นมีความหมายมากกว่าการเดินทาง

ในพื้นที่จริง ถนนที่ดีไม่ได้แปลว่าเที่ยวสะดวกเท่านั้น แต่หมายถึงต้นทุนชีวิตที่ลดลงของชาวบ้าน การเข้าถึงบริการสาธารณะ การขนส่งผลผลิต และความสามารถในการเชื่อมต่อกับตลาด

หากการท่องเที่ยวถูกใช้เป็นเครื่องมือพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน การลงทุนที่เห็นผลเร็วที่สุดมักเริ่มจากสิ่งพื้นฐานที่สุด เพราะนักท่องเที่ยวจำนวนมากไม่ได้ตัดสินใจจากคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว แต่ตัดสินใจจากความรู้สึกปลอดภัย ความสะดวก และการดูแลเมื่อมาถึงพื้นที่

การกำหนดให้มีจุดปฐมพยาบาล จุดประสานงาน และการปรับถนนก่อนฤดูกาลท่องเที่ยว จึงเป็นภาพของการบริหารจัดการที่ชุมชนได้ประโยชน์ร่วมกัน ทั้งในวันที่มีนักท่องเที่ยวและในวันที่เป็นวันปกติของคนท้องถิ่น

สถิติสำคัญที่ควรรู้สำหรับการวางแผนปี 2569

  • จำนวนนักท่องเที่ยวรวมปี 2568 เท่ากับ 6,463,147 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 88
  • รายได้รวมจากการท่องเที่ยวปี 2568 เท่ากับ 51,540.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 36
  • นักท่องเที่ยวชาวไทย 5,765,564 คน สัดส่วน 2
  • รายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทย 44,460.27 ล้านบาท สัดส่วน 3
  • นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 697,583 คน สัดส่วน 8
  • รายได้จากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 7,079.82 ล้านบาท สัดส่วน 7
  • ต่างชาติลดลงเมื่อเทียบปีก่อน จำนวนลดลงร้อยละ 13 และรายได้ลดลงร้อยละ 12.89
สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สถิติการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย ปี 2568 ข้อมูล ณ วันที่ 19 มกราคม 2569
  • ศูนย์วิจัยและพัฒนาการท่องเที่ยว CTRD สถาบันวิจัยพหุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้จัดทำสรุปและเผยแพร่ข้อมูลสถิติที่ใช้ประกอบรายงาน
  •  องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Categories
AROUND CHIANG RAI TRAVEL

7 แลนด์มาร์คแสงศิลป์ หลงแสง เวียงเจียงฮาย Light Festival 2568 ปลุกมนต์เสน่ห์ล้านนายามค่ำคืน

เชียงรายเปิดเมืองศิลปะยามค่ำคืน “หลงแสง เวียงเจียงฮาย Light Festival 2568” ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เมืองท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์สู่สายตาชาวโลก

เชียงราย, 25 ธันวาคม 2568 – แสงสีที่ค่อย ๆ ทอประกายเหนือท้องฟ้ายามค่ำคืนใจกลางเมืองเชียงรายในช่วงปลายเดือนธันวาคมปีนี้ ไม่ได้เป็นเพียงฉากสวยงามของเทศกาลท่องเที่ยวปลายปีเท่านั้น หากยังสะท้อน “ทิศทางใหม่” ของจังหวัดเชียงรายที่กำลังก้าวสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ตามยุทธศาสตร์อาเซียนฉบับใหม่ และแนวคิด “เมืองแห่งการเรียนรู้” ขององค์การยูเนสโก ผ่านการจัดงาน “หลงแสง เวียงเจียงฮาย Light Festival 2568 – Heart Art Light” ควบคู่กับกิจกรรม “Learning Space” ที่บูรณาการการท่องเที่ยวเข้ากับการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ

การขับเคลื่อนดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความท้าทายด้านเศรษฐกิจและผลกระทบจากอุทกภัยที่เพิ่งผ่านมาไม่นาน แต่จังหวัดเชียงรายเลือกตอบโจทย์ด้วย “ศิลปะ แสง สี และอัตลักษณ์ท้องถิ่น” เพื่อฟื้นความเชื่อมั่น กระจายรายได้สู่ชุมชน และสร้างภาพจำใหม่ให้กับเมืองศิลปะแห่งล้านนาเหนือ

“Heart Art Light” ปลุกชีพเมืองเก่าให้มีชีวิตในยามค่ำคืน

ค่ำวันที่ 24 ธันวาคม 2568 ที่สถานีขนส่งแห่งที่ 1 หรือ Downtown ใจกลางเมืองเชียงราย เนืองแน่นไปด้วยประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มารอชมพิธีเปิดงาน “หลงแสง เวียงเจียงฮาย Light Festival 2568” อย่างเป็นทางการ

บนเวทีหลัก นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ร่วมกับ นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย และ นางสาวนพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย กดปุ่มเปิดม่านแสงสีภายใต้แนวคิด “Heart Art Light” สื่อถึง “หัวใจ–ศิลปะ–แสง” ที่ถูกนำมาผสานเข้าด้วยกันเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของเมืองเชียงรายในมิติใหม่

เทศกาลครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 ธันวาคม 2568 – 24 มกราคม 2569 โดยเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงรายและเทศบาลนครเชียงราย ตั้งเป้าให้เป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวช่วงปลายปีต่อเนื่องถึงต้นปีใหม่ และเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนา “เมืองท่องเที่ยวยามค่ำคืน” อย่างจริงจัง

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายระบุว่า การใช้ศิลปะและวัฒนธรรมเป็นจุดขาย ไม่เพียงสร้างบรรยากาศให้เมืองมีชีวิตชีวา แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและบ่งชี้ว่าจังหวัดมีความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี สอดคล้องกับนโยบาย “เที่ยวเชียงรายได้ทั้งปี มีดีทุกอำเภอ” ที่จังหวัดผลักดันอย่างต่อเนื่อง

7 เส้นทางแสงศิลป์ เล่าเรื่องเมืองเก่าในรูปแบบร่วมสมัย

หัวใจของเทศกาล “หลงแสง เวียงเจียงฮาย” คือการชวนผู้มาเยือน “ออกเดินทางตามแสงศิลป์” ผ่าน 7 จุดสำคัญทั่วเขตเทศบาลนครเชียงราย ซึ่งถูกออกแบบด้วยงานแสงร่วมสมัยผสมผสานกับประวัติศาสตร์และความเชื่อของชุมชน ได้แก่

  1. Downtown สถานีขนส่งแห่งที่ 1 – จุดเริ่มต้นของเส้นทางและศูนย์กลางการเดินทางของผู้คน
  2. ถนนบรรพปราการ – เส้นทางที่สะท้อนภาพเมืองเก่า ผ่านลำแสงและการจัดวางสื่อศิลปะที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์การก่อกำเนิดเมืองเชียงราย
  3. วัดมิ่งเมือง – ศาสนสถานสำคัญที่ถูกเติมชีวิตด้วยการจัดแสงอย่างประณีต ให้ผู้มาเยือนสัมผัสความศรัทธาในมิติใหม่
  4. ประตูเชียงใหม่ –แลนด์มาร์กเชิงสัญลักษณ์ของการเชื่อมต่อเมืองเก่าและเมืองใหม่
  5. ถนนสิงหไคล – ถนนสายเศรษฐกิจที่กลายเป็นพื้นที่จัดแสดงศิลปะแสงและกิจกรรมทางวัฒนธรรม
  6. อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช – ศูนย์รวมจิตใจของชาวเชียงรายที่ส่องสว่างด้วยการออกแบบแสงที่ให้เกียรติประวัติศาสตร์การสถาปนาเมือง
  7. สวนตุงและโคมเฉลิมพระเกียรติ 75 พรรษา – พื้นที่สาธารณะที่ปรับแต่งด้วยแสงสีและตุงโคมล้านนา สร้างประสบการณ์เดินชมงานยามค่ำคืนอย่างรื่นรมย์

แต่ละจุดไม่ได้เป็นเพียงจุดถ่ายภาพ หากถูกออกแบบให้ “เล่าเรื่อง” ผ่านการผสมผสานระหว่างแสง สี เสียง และองค์ประกอบศิลป์ร่วมสมัย เพื่อให้ผู้เดินชมสามารถรับรู้ทั้งอดีต ปัจจุบัน และจิตวิญญาณของเมืองในคราวเดียวกัน

เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของนักท่องเที่ยว ยังมีกิจกรรม นักเดินทางแห่งแสง (Light Traveler)” ให้ผู้ร่วมงานเดินทางเยี่ยมชมครบทั้ง 7 จุด รับตราประทับใน Passport ของเทศกาล และนำไปแลกรับของที่ระลึกจำนวนจำกัด กลไกเล็ก ๆ นี้ไม่เพียงสร้างสีสัน แต่ยังเป็นเครื่องมือกระจายผู้คนไปทั่วเขตเมือง ลดความแออัด และเพิ่มโอกาสให้ร้านค้า–ผู้ประกอบการในจุดต่าง ๆ ได้รับรายได้มากขึ้น

นายวันชัย จงสุทธานามณี ระบุในพิธีเปิดว่า หลังสถานการณ์อุทกภัย เทศบาลนครเชียงรายจำเป็นต้องสร้าง “สัญญาณเชิงบวก” ให้กับทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว กิจกรรมด้านศิลปะและการท่องเที่ยวที่จัดต่อเนื่องปลายปีนี้จึงมีเป้าหมายชัดเจนในการฟื้นฟูบรรยากาศเมืองและกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อยในเขตเทศบาล

“Learning Space” พื้นที่เรียนรู้ที่เชื่อมเมืองท่องเที่ยวกับเมืองแห่งการเรียนรู้

หากเทศกาลแสงสีเป็นการเล่าเรื่องเมืองในยามค่ำคืน กิจกรรม “Learning Space” ที่เปิดตัวในวันที่ 24 ธันวาคม 2568 ณ อาคารสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงรายแห่งที่ 1 คือ “อีกครึ่งหนึ่ง” ของยุทธศาสตร์ที่นำการท่องเที่ยวมาผูกกับการพัฒนาคนและชุมชน

กิจกรรมนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–29 ธันวาคม 2568 รวม 6 วัน ภายใต้โครงการปีส่งเสริมการท่องเที่ยวท้องถิ่นจังหวัดเชียงราย มีเป้าหมายชัดเจนในการสร้าง ตลาดการเรียนรู้” ที่เชื่อมต่อแหล่งเรียนรู้ในจังหวัดเข้ากับเส้นทางท่องเที่ยว เพื่อสนับสนุนแนวคิด “เมืองแห่งการเรียนรู้” ตามกรอบขององค์การยูเนสโก

ภายในงานมีการรวบรวม แหล่งเรียนรู้ 30 แห่ง จากทั่วจังหวัด แบ่งออกเป็น 6 ด้านสำคัญ ได้แก่

  1. ศิลปะและสถาปัตยกรรม
  2. อาหาร ชา และกาแฟ
  3. ธรรมชาติและการเกษตร
  4. ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณีและประวัติศาสตร์
  5. วิถีชีวิต ผ้าล้านนา และชาติพันธุ์
  6. กีฬา นันทนาการ และสุขภาพ

แต่ละแหล่งเรียนรู้ได้นำเสนอทั้งนิทรรศการ เวิร์กช็อป และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ผู้มาเยือนได้สัมผัส “ของจริง” ทั้งในแง่ภูมิปัญญาและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกลุ่มชุมชนที่พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์

นายชูชีพ พงษ์ไชย เน้นย้ำในพิธีเปิดว่า การพัฒนาการท่องเที่ยวของเชียงรายจะต้องไม่หยุดอยู่เพียงการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว แต่ต้องเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคนและชุมชนให้เข้มแข็ง สร้าง “รายได้” ควบคู่กับ “รากฐานความรู้” เพื่อให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน

ด้านนายวันชัย จงสุทธานามณี มองว่า Learning Space คือเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการขนาดเล็ก แหล่งเรียนรู้ในชุมชน และกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ได้แสดงศักยภาพต่อสายตานักท่องเที่ยว รวมทั้งเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยวรายใหญ่ในอนาคต

ขณะเดียวกัน นางสาวนพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย ชี้ว่ากิจกรรม Learning Space เป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับการท่องเที่ยวเชียงรายให้เข้าสู่มาตรฐาน “การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ” ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่มีความหมายต่อผู้เดินทาง มากกว่าการท่องเที่ยวแบบแวะถ่ายภาพแล้วจากไป

ครัวอาข่าบ้านผาหมี และ “รากชู” สมุนไพรที่เล่าเรื่องชาติพันธุ์บนโต๊ะอาหาร

หนึ่งในไฮไลต์ของ Learning Space ปีนี้ คือการนำเสนอ “การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์บ้านผาหมี” ตำบลห้วยน้ำขุ่น ซึ่งเป็นชุมชนชาวอาข่าที่ได้รับการยอมรับในด้านกาแฟคุณภาพและการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน

ภายใต้แนวคิด ตามหารากชู ชูรสชาติแห่งดอย สูตรลับแห่งขุนเขา” นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้การทำอาหารอาข่า โดยเฉพาะเมนูน้ำพริกรากชูที่ใช้สมุนไพรหายากรสเผ็ดร้อนเป็นส่วนผสมหลัก “รากชู” ไม่ได้เป็นเพียงวัตถุดิบในครัว แต่เป็นตัวแทนภูมิปัญญาการกินของชาวอาข่าที่ผูกพันกับภูเขาและป่าไม้รอบหมู่บ้านมาหลายชั่วอายุคน

การนำเรื่องราวของรากชูและครัวอาข่ามาเชื่อมกับเทศกาลแสงสีและพื้นที่การเรียนรู้ ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสเชียงรายในฐานะ “เมืองหลากหลายชาติพันธุ์” ที่มีทั้งศิลปะร่วมสมัยและภูมิปัญญาดั้งเดิมอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน ซึ่งสอดคล้องกับกรอบแผนการท่องเที่ยวอาเซียน ปี 2569–2573 ที่เน้นการท่องเที่ยวคุณภาพสูง เคารพวัฒนธรรมท้องถิ่น และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ผ่านเทศกาลแสง–เทศกาลดอกไม้–งานประเพณีสำคัญ

เทศกาล “หลงแสง เวียงเจียงฮาย Light Festival 2568” ไม่ได้ถูกออกแบบให้โดดเดี่ยว หากเชื่อมต่อกับปฏิทินการท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดอย่างเป็นระบบ

ช่วงเวลาเดียวกัน จังหวัดเชียงรายยังจัด มหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 ณ หนองหลวง ระหว่างวันที่ 19 ธันวาคม 2568 – 7 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นงานระดับภูมิภาคที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก และเตรียมต่อเนื่องด้วย งานพ่อขุนเม็งรายมหาราช ระหว่างวันที่ 26 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2569

การวางปฏิทินเช่นนี้ทำให้เชียงรายมี “คลื่นนักท่องเที่ยว” ต่อเนื่องหลายสัปดาห์ สร้างโอกาสในการจับจ่ายใช้สอยแก่ผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร ร้านกาแฟ รถเช่า และสินค้า OTOP ทั่วจังหวัด โดยเฉพาะในเขตเทศบาลนครเชียงรายและอำเภอใกล้เคียง

แม้จะยังไม่มีตัวเลขสถิติรายได้จากเทศกาลหลงแสงฯ อย่างเป็นทางการ แต่จากประสบการณ์ในหลายจังหวัดที่ใช้เทศกาลแสงสีเป็นเครื่องมือดึงดูดนักท่องเที่ยว พบว่ารูปแบบกิจกรรมยามค่ำคืนมีแนวโน้มช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวพักค้างคืน และเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อผนวกกับกิจกรรม Learning Space ที่เปิดพื้นที่ให้ชุมชน นำสินค้าและองค์ความรู้ของตนเองมาเสนอโดยตรง ยิ่งทำให้เม็ดเงินจากการท่องเที่ยวมีโอกาส “ไหลลงสู่ฐานราก” มากขึ้น

เชียงรายบนเส้นทางเมืองท่องเที่ยวสร้างสรรค์ ศิลปะ วัฒนธรรม และการเรียนรู้ในทิศทางเดียวกัน

หากมองภาพรวม จะเห็นได้ว่าการจัดงานหลงแสงฯ และ Learning Space ในปลายปี 2568 ไม่ใช่กิจกรรมเฉพาะครั้ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของ “โมเสกยุทธศาสตร์” ที่จังหวัดเชียงรายกำลังประกอบขึ้น

ด้านหนึ่ง เมืองกำลังใช้ศิลปะและแสงสีสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของพื้นที่เมืองเก่า ยกระดับให้เป็นเมืองท่องเที่ยวสร้างสรรค์ที่สามารถแข่งขันได้ในระดับภูมิภาค ดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติที่มองหาประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงศิลปะและวัฒนธรรม

อีกด้านหนึ่ง จังหวัดกำลังผลักดันแนวคิดเมืองแห่งการเรียนรู้ ผ่านการเชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้ 30 แห่ง ครอบคลุมทั้งศิลปะ อาหาร ธรรมชาติ ศาสนา วิถีชีวิต และกีฬา ให้เป็น “ห้องเรียนเปิด” สำหรับทั้งนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่

เมื่อสองมิตินี้มาบรรจบกัน เชียงรายจึงไม่ได้เป็นเพียง “เมืองแวะเที่ยว” หากกำลังกลายเป็นพื้นที่ที่ผู้มาเยือนสามารถใช้เวลาเรียนรู้ ทำกิจกรรม และใช้จ่ายในชุมชนได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน คนเชียงรายเองก็ได้เห็นคุณค่าของภูมิปัญญาและพื้นที่ของตนในมิติที่ลึกกว่าเดิม

แสงสีที่ปลุกเมือง…และปลุกอนาคตเศรษฐกิจท้องถิ่น

แสงจากเทศกาล “หลงแสง เวียงเจียงฮาย Light Festival 2568” อาจดับลงเมื่อถึงวันที่ 24 มกราคม 2569 แต่คำถามสำคัญสำหรับเชียงรายคือ แสงจากการพัฒนาเมืองเชิงสร้างสรรค์และการเรียนรู้จะส่องทางไปได้ไกลเพียงใด

จากการออกแบบกิจกรรมที่เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน การใช้ศิลปะและอัตลักษณ์ชาติพันธุ์เป็นจุดขาย และการวางปฏิทินท่องเที่ยวเชื่อมโยงกันทั้งเทศกาลแสง เทศกาลดอกไม้ และงานประเพณีสำคัญ สะท้อนให้เห็นว่าจังหวัดกำลังเดินบนเส้นทางที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากผ่านการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ

หากสามารถรักษาความต่อเนื่องของนโยบาย พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานรองรับนักท่องเที่ยว และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชนอย่างแข็งแรง เชียงรายย่อมมีศักยภาพที่จะยืนยันสถานะ “เมืองท่องเที่ยวสร้างสรรค์แห่งล้านนาเหนือ” ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

สำหรับนักท่องเที่ยว การออกเดินทางตามแสงศิลป์ทั้ง 7 จุด การชิมน้ำพริกรากชูบนดอยสูง หรือการเรียนรู้เรื่องราวของผ้าล้านนาใน Learning Space อาจเป็นเพียงประสบการณ์หนึ่งค่ำคืน แต่สำหรับชุมชนท้องถิ่น แสงเหล่านี้คือความหวังใหม่ของรายได้ โอกาส และอนาคตที่ยั่งยืนกว่าเดิม

สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย
  • เทศบาลนครเชียงราย
  • สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย
  • ข่าวประชาสัมพันธ์กิจกรรม “หลงแสง เวียงเจียงฮาย Light Festival 2568 – Heart Art Light”
  • ข่าวประชาสัมพันธ์กิจกรรม “Learning Space” และปีส่งเสริมการท่องเที่ยวท้องถิ่นจังหวัดเชียงราย
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME