Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ผู้ว่าฯ กทม.สนับสนุนรถดูดโคลนเพิ่ม ช่วยน้ำท่วมแม่สาย

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเยี่ยมเยือนผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่อำเภอแม่สาย จ.เชียงราย พร้อมสนับสนุนรถดูดโคลนเพิ่ม

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2567 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ลงพื้นที่อำเภอแม่สาย จ.เชียงราย เพื่อเยี่ยมเยือนและให้กำลังใจผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา พร้อมทั้งสนับสนุนรถดูดโคลนเพิ่มอีกสองคัน เพื่อเร่งการฟื้นฟูและทำความสะอาดพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

การเยี่ยมเยือนครั้งนี้ นายชัชชาติได้มาถึงพื้นที่แม่สายโดยมีนายชัยยนต์ ศรีสมุทร นายกเทศมนตรีตำบลแม่สาย เป็นผู้ต้อนรับ ณ โรงเรียนชุมชนบ้านไม้ลุงขนมิตรภาพที่ 169 ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหนัก เมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา ปัจจุบันโรงเรียนได้ฟื้นฟูสภาพแล้วกว่า 90% หลังจากได้รับการสนับสนุนจากกรมการทหารช่าง กรมทางหลวง หน่วยงานในสังกัดกรุงเทพมหานคร จิตอาสา และส่วนที่เกี่ยวข้อง ทำให้โรงเรียนสามารถจัดการทำความสะอาดครั้งใหญ่ในวันที่ 21 ต.ค. 2567 ได้เป็นที่เรียบร้อย

นายชัชชาติได้กล่าวในงานเยี่ยมเยือนว่า “รู้สึกดีใจมากที่ได้มาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และประชาชนชาวเชียงราย เราเห็นถึงความร่วมมือร่วมใจกันของหน่วยงานต่างๆ กทม. รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ช่วยเหลือและร่วมงานกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้ชาวเชียงรายได้กลับมาสู่สภาวะปกติโดยเร็ว”

นอกจากนี้ นายชัชชาติ ยังได้ลงตรวจการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครที่เข้ามาดูดโคลนในพื้นที่ชุมชนบ้านไม้ลุงขนมิตรภาพ โดยในครั้งนี้ กทม. ได้สนับสนุนรถดูดโคลนเพิ่มเป็นจำนวนสองคัน รวมเป็นทั้งหมดหกคัน เพื่อให้การทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยในภารกิจนี้ เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการเคลียร์เศษวัสดุและดินโคลนในท่อระบายน้ำ รวมถึงบนผิวถนนในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงรายและอำเภอแม่สาย

การสนับสนุนเพิ่มเติมเพื่อฟื้นฟูโรงเรียนและชุมชน

หลังจากการเยี่ยมเยือนครั้งนี้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3 จะเข้ามาสนับสนุนเงินทุนฟื้นฟูโรงเรียนเพิ่มอีกสองแสนบาท พร้อมมอบชุดการเรียนการสอนให้กับโรงเรียนชุมชนบ้านไม้ลุงขนมิตรภาพ เพื่อให้โรงเรียนมีความพร้อมในการเปิดการเรียนการสอนในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 ที่จะถึงนี้

นายชัชชาติได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการฟื้นฟูโรงเรียนและชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมว่า “โรงเรียนชุมชนบ้านไม้ลุงขนมิตรภาพกำลังจะเปิดเทอมในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ เราหวังว่าทุกอย่างจะราบรื่นและสามารถเปิดเทอมสำเร็จได้ตามกำหนด”

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปฏิบัติการช่วยเหลือจากกรุงเทพมหานคร

เป็นเวลานับ 30 วันแล้ว ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน ถึงวันที่ 19 ตุลาคม 2567 ที่กรุงเทพมหานครได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประสบภัยจังหวัดเชียงราย โดยทีมงานได้เดินทางไปสมทบกับชุดช่วยเหลือแรกที่ออกจากกรุงเทพมหานครตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2567 เจ้าหน้าที่พร้อมยานพาหนะและเครื่องจักรกลที่ร่วมปฏิบัติการ ได้แก่ รถดูดเลน/โคลน 6 คัน รถตักหน้าขุดหลัง รถบรรทุก 10 ล้อที่ติดตั้งเครน รถเทรลเลอร์ 10 ล้อ รถกระบะเทท้าย รถโมบายยูนิต รถบรรทุกน้ำ รถซ่อมเคลื่อนที่ และรถกู้ซ่อมไฟแสงสว่าง

ภารกิจสำคัญของทีมช่วยเหลือจากกรุงเทพมหานครคือการเคลียร์เศษวัสดุ ดินโคลนในท่อระบายน้ำ และบนผิวถนนในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงรายและอำเภอแม่สาย โดยในช่วงวันที่ 11-16 ต.ค. 2567 ทีมงานสามารถดูดดินโคลนได้จำนวน 4,074 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งรวมถึงพื้นที่อำเภอเมืองเชียงราย 3,402 ลูกบาศก์เมตร และอำเภอแม่สาย 672 ลูกบาศก์เมตร

นายชัชชาติยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “เรามีเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครกว่า 80 คนที่พร้อมทำงานร่วมกับเทศบาลตำบลแม่สาย เพื่อให้ภารกิจสำเร็จลุล่วงและประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติในเวลาอันรวดเร็ว”

การสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ

การสนับสนุนจากกรมการทหารช่าง กรมทางหลวง หน่วยงานในสังกัดกรุงเทพมหานคร และจิตอาสา ได้ช่วยให้สถานการณ์ในพื้นที่ฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว ทำให้โรงเรียนและชุมชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติ อีกทั้งยังมีการสนับสนุนเงินทุนและอุปกรณ์การเรียนการสอนเพิ่มเติมจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3 เพื่อให้การเปิดเทอมในเดือนพฤศจิกายนเป็นไปอย่างราบรื่น

บทสรุป

การเยี่ยมเยือนครั้งนี้ของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือและการสนับสนุนจากกรุงเทพมหานครในการช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในจังหวัดเชียงราย การสนับสนุนทั้งทางด้านทรัพยากรมนุษย์และอุปกรณ์เครื่องมือ ทำให้การฟื้นฟูพื้นที่เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การสนับสนุนทางการเงินและการจัดเตรียมอุปกรณ์การเรียนการสอนยังช่วยให้โรงเรียนชุมชนสามารถเปิดการเรียนการสอนได้ตามกำหนด ส่งผลให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วขึ้น

การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ ไม่เพียงแต่ช่วยให้การฟื้นฟูพื้นที่เป็นไปอย่างมีระบบ แต่ยังสร้างความหวังและกำลังใจให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอีกด้วย เป็นตัวอย่างที่ดีของความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาฉุกเฉินและการฟื้นฟูสังคมหลังวิกฤตภัยธรรมชาติ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI EDITORIAL

‘ดร.สืบสกุล’ ชวนฟื้นฟูจิตใจหลังน้ำท่วม “มหาอุทกภัยเชียงราย 2567

เชียงรายจัดนิทรรศการศิลปะสะท้อนเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ 2567

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2567 ศิลปินจากจังหวัดเชียงรายและศิลปินจากทั่วประเทศจะร่วมกันจัดนิทรรศการศิลปะชื่อว่า “มหาอุทกภัยเชียงราย 2567 (Chiangrai Disaster Archives 2024)” เพื่อสะท้อนภาพเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในพื้นที่เชียงรายผ่านผลงานศิลปะหลากหลายประเภท

งานนิทรรศการที่จัดโดย ศิลปินแห่งชาติ ชลามชัย โฆษิตพิพัฒน์ จะเปิดเผยผลงานจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพถ่าย วิดีโออาร์ต และอินสตอลเลชัน มากกว่า 100 ชิ้น จากศิลปินทั้งภายในจังหวัดเชียงรายและจากต่างจังหวัดทั่วประเทศ

รายละเอียดงานนิทรรศการ

นิทรรศการ “มหาอุทกภัยเชียงราย 2567” จะจัดขึ้นที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยเมืองเชียงราย (CCAM) ตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2567 ถึงวันที่ 20 ธันวาคม 2567 โดยมีการเปิดงานอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 ตุลาคม 2567

งานนี้ไม่เพียงแต่เป็นการจัดแสดงผลงานศิลปะเท่านั้น แต่ยังเป็นการจดบันทึกเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในพื้นที่เชียงรายผ่านมุมมองของประชาชนและศิลปิน ทำให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกับความรู้สึกและประสบการณ์จากเหตุการณ์น้ำท่วมผ่านงานศิลปะที่สร้างสรรค์

สัมภาษณ์พิเศษจาก ดร. สืบสกุล กิจนุกูล

ดร. สืบสกุล กิจนุกูล อาจารย์สำนักนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้ให้สัมภาษณ์กับทางสำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์เกี่ยวกับโครงการศิลปะนี้ ว่า:

“น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในเชียงรายไม่เพียงแต่ทำลายทรัพย์สินและบ้านเรือนเท่านั้น แต่ยังสร้างขยะน้ำท่วมจำนวนมหาศาลภายในตัวเมือง โดยมีการประเมินขยะที่เกิดขึ้นประมาณ 50,000 ตัน ซึ่งขยะเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นตุ๊กตาที่คนใช้เป็นที่ระลึกหรือของเล่นที่กลายเป็นขยะหลังน้ำท่วม”

ดร.สืบสกุลกล่าวต่อว่า:

“ในขณะที่เราไปช่วยเก็บขยะและช่วยเหลือทางบ้าน เราได้นำตุ๊กตาที่ถูกทิ้งมาใช้ในโครงการนี้ โดยนำมาตกแต่งและฟื้นฟูให้กลับมาเป็นศิลปะ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังและการฟื้นฟูจิตใจของผู้คนหลังน้ำท่วม เราต้องการให้ตุ๊กตาเหล่านี้เป็นตัวแทนในการส่งต่อความรักและความทรงจำของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม”

เป้าหมายของโครงการศิลปะ

โครงการนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อสร้างพื้นที่ในการเยียวยาจิตใจและฟื้นฟูความหวังของชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยการนำสิ่งของที่กลายเป็นขยะกลับมาสร้างสรรค์ใหม่เป็นงานศิลปะที่มีความหมายและคุณค่า นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของศิลปินและประชาชนในการสร้างสรรค์ผลงานที่สะท้อนถึงประสบการณ์และความรู้สึกในช่วงวิกฤต

ดร.สืบสกุลยังกล่าวเพิ่มเติมว่า:

“เราต้องการให้ตุ๊กตาเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นงานศิลปะเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือในการสร้างแรงบันดาลใจและความหวังให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เราหวังว่าผู้ที่เป็นเจ้าของตุ๊กตาเหล่านี้จะกลับมารับของที่พวกเขาเคยรัก และได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการฟื้นฟูนี้”

กิจกรรมพิเศษภายในนิทรรศการ

ในงานนิทรรศการจะมีการจัดกิจกรรมพิเศษต่างๆ เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้เข้าชม เช่น การจัดเวิร์กช็อปศิลปะ การพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการฟื้นฟูชุมชนหลังน้ำท่วม และการแสดงผลงานศิลปะสดจากศิลปินที่เข้าร่วมงาน

นอกจากนี้ยังมีการจัดจำหน่ายสินค้าพิเศษ เช่น เสื้อยืดที่ออกแบบด้วยตุ๊กตาที่ถูกฟื้นฟูจากขยะน้ำท่วม ซึ่งเป็นที่ระลึกให้กับผู้ที่มาร่วมงานและสนับสนุนโครงการนี้

สรุป

นิทรรศการ “มหาอุทกภัยเชียงราย 2567” เป็นโอกาสที่ดีในการร่วมกันระลึกถึงเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในเชียงรายผ่านมุมมองของศิลปะ และเป็นพื้นที่ในการเยียวยาจิตใจและสร้างความหวังใหม่ให้กับชุมชนที่ได้รับผลกระทบ โครงการนี้ยังเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของศิลปินและประชาชนในการสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่าและความหมาย

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมชมงานได้ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยเมืองเชียงราย (CCAM) ตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค. 2567 ถึงวันที่ 20 ธ.ค. 2567 และสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางช่องทางต่างๆ ของพิพิธภัณฑ์

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยเมืองเชียงราย (CCAM)
ที่อยู่: https://maps.app.goo.gl/cszwdfWMKmgEqvBQ7
โทรศัพท์: 0884185431
เปิด อังคาร – อาทิตย์ (ปิดวันจันทร์) เวลา 09.00 น. – 17.00 น.

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI TRAVEL

เตรียม Kick Off เปิดเมืองเชียงราย 26 ต.ค. 67 กระตุ้นการท่องเที่ยว

รองผู้ว่าราชการเชียงรายวางแผนฟื้นฟูการท่องเที่ยวส่งเสริมเศรษฐกิจจังหวัด

การประชุมวางแผนฟื้นฟูการท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2567 ณ ห้องประชุมพวงแสด ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุมเพื่อหารือแผนการฟื้นฟูการท่องเที่ยว รวมถึงการประชาสัมพันธ์และการตลาด เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงราย การประชุมมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

แนวทางการกระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยว

ในการประชุมครั้งนี้ ได้มีการนำเสนอแนวทางการกระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว โดยเน้นการจัดกิจกรรมต่างๆ มากมาย รวมถึงปฏิทินกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวตลอดทั้งปีที่จัดโดยหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้เห็นภาพรวมของการพัฒนาการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงรายอย่างชัดเจน

การฟื้นฟูการท่องเที่ยวและช่วยเหลือผู้ประกอบการ

ในช่วงแรกของแผนการฟื้นฟู จะมุ่งเน้นที่การเร่งฟื้นฟูการท่องเที่ยวในพื้นที่ และช่วยเหลือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย การดำเนินการนี้จะควบคู่กับการสร้างการรับรู้และสร้างภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวให้กลับคืนมาอีกครั้ง เพื่อให้ผู้มาเยือนเกิดความเชื่อมั่นและกระตุ้นการเดินทางมายังจังหวัดเชียงรายในช่วงปลายปีนี้

กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวประจำปี

ตัวอย่างกิจกรรมที่วางแผนไว้ เช่น ททท.สำนักงานเชียงรายกำหนดจัดกิจกรรมเปิดการท่องเที่ยวภาคเหนือ “เหนือ..พร้อมเที่ยว” ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 ณ จังหวัดเชียงราย โดยจะมีพิธีสืบชะตาหลวงล้านนาเพื่อเสริมสิริมงคลแก่เมืองเชียงราย มีผู้ประกอบการท่องเที่ยวและนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศเข้าร่วมพิธีจำนวน 300 คน นอกจากนี้ยังร่วมกับสายการบิน Thai Air Asia นำคณะสื่อมวลชน บล็อกเกอร์ และ KOL จากกรุงเทพฯ มาเดินทางจัดทำคอนเทนต์การท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย

กิจกรรม Kick Off เปิดเมืองเชียงราย

เทศบาลนครเชียงรายจัดกิจกรรม Kick Off เปิดเมืองในวันที่ 26 ตุลาคม 2567 ณ สวนตุงและโคมเมืองเชียงราย โดยมีกิจกรรมถนนคนเดินและกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวต่อเนื่องไปจนถึงงานลอยกระทงริมคลอง การจัดกิจกรรมนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มสีสันและดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนเชียงรายมากยิ่งขึ้น

การประกวดติ๊กต๊อกเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว

หอการค้าจังหวัดเชียงราย (YEC) จะจัดประกวดติ๊กต๊อกเพื่อสื่อสารให้จังหวัดเชียงรายมีภาพจำที่น่าท่องเที่ยว โดยมีรางวัลเป็นตั๋วเครื่องบิน ที่พัก ร้านอาหาร และร้านกาแฟในจังหวัดเชียงราย สำหรับการท่องเที่ยว 3 วัน 2 คืน ซึ่งเป็นการสร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการโปรโมทจังหวัด

ความร่วมมือเพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวถึงความสำคัญของการร่วมมือกันระหว่างทุกภาคส่วนในการฟื้นฟูและส่งเสริมการท่องเที่ยว การผสมผสานระหว่างการท่องเที่ยว กีฬา ผลิตภัณฑ์ชุมชน และวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่น จะช่วยให้จังหวัดเชียงรายสามารถเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเตรียมพร้อมสำหรับกิจกรรมตลอดทั้งปี

ในฤดูกาลท่องเที่ยวปีนี้ จังหวัดเชียงรายจะมีกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี โดยมีการจัดงานประชุม สัมมนา และกิจกรรมต่างๆ จากภาครัฐ ภาคเอกชน และท้องถิ่น เช่น เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล เพื่อให้การส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นไปอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับเชียงราย

การฟื้นฟูการท่องเที่ยวในเชียงรายไม่เพียงแต่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับเมืองเชียงรายในสายตานักท่องเที่ยว การมีสภาพแวดล้อมที่สะอาดและมีการจัดกิจกรรมที่น่าสนใจ จะทำให้เชียงรายเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าตื่นตาตื่นใจและมีความน่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวในทุกฤดูกาล

บทสรุป

การประชุมวางแผนฟื้นฟูการท่องเที่ยวของรองผู้ว่าราชการเชียงราย เป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นในการฟื้นฟูและพัฒนาการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงรายอย่างยั่งยืน ด้วยการร่วมมือกันของหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน การจัดกิจกรรมที่หลากหลายและมีเป้าหมายชัดเจน จะช่วยให้เชียงรายกลับมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าดึงดูดและส่งเสริมเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

‘เยาวชนเชียงราย’ รวมตัวกำจัดโคลน ทีมอาสาพร้อมฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด

น้อง ๆ ศูนย์เยาวชนอบจ.เชียงรายร่วมทำความสะอาดตลาดสายลมจอย อ.แม่สาย หลังน้ำลด

ในวันที่ 20 ตุลาคม 2567 น้อง ๆ ศูนย์เยาวชนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายได้แสดงความร่วมแรงร่วมใจในการฟื้นฟูอำเภอแม่สาย หลังจากน้ำลดทำให้ตลาดสายลมจอยเต็มไปด้วยดินโคลน นี่เป็นความพยายามที่มุ่งหวังให้ชุมชนกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติและพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวในอนาคตอันใกล้

ความร่วมมือระหว่างเยาวชนและทหารกองทัพเรือในการฟื้นฟูพื้นที่

การทำความสะอาดดินโคลนไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ด้วยการร่วมมือกันระหว่างน้อง ๆ ศูนย์เยาวชนและพี่ ๆ ทหารกองทัพเรือ ทำให้กระบวนการนี้เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ทั้งสองฝ่ายได้ใช้ความสามารถและทรัพยากรที่มี เพื่อเร่งฟื้นฟูสภาพพื้นที่ให้กลับมาสวยงามและใช้งานได้อีกครั้ง

การมีส่วนร่วมของนายอนุชา ยอดเชียงคำ ส.อบจ.เชียงราย ในกิจกรรมฟื้นฟู

นายอนุชา ยอดเชียงคำ ผู้เป็นตัวแทนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย อำเภอแม่สาย เขต 1 ได้เดินลงพื้นที่เพื่อให้กำลังใจและติดตามความคืบหน้าของกิจกรรมฟื้นฟู ทั้งนี้ การมีส่วนร่วมของผู้บริหารท้องถิ่นช่วยเสริมสร้างแรงจูงใจให้กับน้อง ๆ เยาวชนในการทำงานเพื่อสังคม

ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำความสะอาดดินโคลนตลาดสายลมจอย

หลังจากการทำความสะอาดดินโคลนที่ครอบคลุมพื้นที่ตลาดสายลมจอย อำเภอแม่สาย กลุ่มเยาวชนและทหารได้ฟื้นฟูสภาพพื้นที่ให้กลับมาสะอาดและน่าใช้งานอีกครั้ง ความร่วมมือนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้พื้นที่กลับมาสมบูรณ์ แต่ยังสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างชุมชนและหน่วยงานต่าง ๆ ในการรับมือกับปัญหาสาธารณะ

ความสำคัญของการฟื้นฟูชุมชนหลังน้ำลด

การฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลดเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ชุมชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ การทำความสะอาดดินโคลนไม่เพียงแต่ช่วยให้พื้นที่สะอาดขึ้น แต่ยังเป็นการป้องกันการเกิดโรคระบาดและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการสะสมของน้ำและดินโคลน

 

การเตรียมความพร้อมสำหรับนักท่องเที่ยวในอนาคต

ด้วยการฟื้นฟูสภาพพื้นที่ให้กลับมาสดใส น้อง ๆ เยาวชนและทหารกองทัพเรือได้ช่วยเตรียมความพร้อมให้กับอำเภอแม่สายในการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนและสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่มีอยู่ในพื้นที่ การมีพื้นที่ที่สะอาดและปลอดภัยจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของชุมชนได้อย่างยั่งยืน

บทสรุป: ความสำเร็จจากความร่วมมือและจิตอาสา

ความสำเร็จในการฟื้นฟูดินโคลนตลาดสายลมจอย อำเภอแม่สาย เป็นผลมาจากความร่วมมือและจิตอาสาของน้อง ๆ ศูนย์เยาวชน อบจ.เชียงราย ร่วมกับพี่ ๆ ทหารกองทัพเรือ และการสนับสนุนจากผู้บริหารท้องถิ่น การทำงานร่วมกันอย่างมีเป้าหมายและมุ่งมั่นนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยให้ชุมชนกลับมาสู่สภาวะปกติ แต่ยังเป็นตัวอย่างที่ดีของการร่วมมือกันเพื่อสังคมที่ดีขึ้นในอนาคต

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
ECONOMY

รัฐมนตรีว่าการคลังเปิดเผยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย รับข้อเสนอ “คนละครึ่ง”

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อการเติบโตของไทย

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กล่าวถึงข้อเสนอจากภาคเอกชน

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้เปิดเผยเกี่ยวกับข้อเสนอจากภาคเอกชนที่เสนอให้รัฐบาลพิจารณานำมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านการลดหย่อนภาษีและโครงการคนละครึ่งกลับมาใช้ใหม่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังระบุว่ารัฐบาลได้พิจารณาข้อเสนอทั้งหมดอย่างรอบคอบและไม่ปิดกั้นข้อเสนอใดๆ

การพิจารณามาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายและลดหย่อนภาษี

นายจุลพันธ์กล่าวว่า หากการดำเนินมาตรการเร่งรัดการใช้จ่ายหรือการลดหย่อนภาษีดำเนินไปในช่วงไฮซีซั่น ประชาชนก็มีการใช้จ่ายอยู่แล้ว ดังนั้น ควรรอให้มาตรการดังกล่าวถูกนำมาใช้ในช่วงที่ประชาชนชะลอการใช้จ่าย หรือช่วงโลว์ซีซั่น เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการกระตุ้นเศรษฐกิจ

มุ่งเน้นประโยชน์ของชาวบ้านมากกว่าเรื่องศักดิ์ศรี

นายจุลพันธ์เน้นย้ำว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันไม่ได้ยึดติดกับเรื่องศักดิ์ศรี แต่ให้ความสำคัญกับการนำประโยชน์ของชาวบ้านมาเป็นหลัก หากโครงการที่ภาคเอกชนเสนอมาแล้วยังมีประโยชน์ รัฐบาลก็พร้อมดำเนินการโดยไม่ติดขัดใดๆ

เป้าหมายการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2567 และ 2568

นายจุลพันธ์กล่าวว่ารัฐบาลตั้งเป้าให้เศรษฐกิจไทยเติบโต 3% ในปี 2567 และคาดว่าในปี 2568 เศรษฐกิจไทยจะเติบโตเกิน 3% แน่นอน ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา รวมถึงการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในอนาคต

นายจุลพันธ์ย้ำว่าในช่วงปีใหม่ที่จะถึงนี้ รัฐบาลจะมีมาตรการใหม่ๆ ออกมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างแน่นอน ซึ่งมาตรการเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทย

การดูแลสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เข้าไปดูแลในเรื่องสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้มากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยมีแรงขับเคลื่อนที่ดีและสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

การไม่ยึดติดกับมาตรการเก่าแต่เปิดรับมาตรการใหม่ที่มีประโยชน์

นายจุลพันธ์กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลไม่ยึดติดกับมาตรการที่เคยทำมาแล้วในอดีต แต่เปิดรับมาตรการใหม่ที่สามารถนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน หากมาตรการที่เสนอมีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและประชาชน รัฐบาลก็พร้อมที่จะดำเนินการอย่างไม่ลังเล

การมองการณ์ไกลเพื่อเศรษฐกิจที่มั่นคง

นายจุลพันธ์กล่าวว่า การดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยในระยะยาว ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตอย่างยั่งยืนและสามารถแข่งขันในระดับโลกได้

บทสรุป

การเปิดเผยของนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการนำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนและสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน รัฐบาลพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนและนำมาตรการใหม่ๆ มาใช้เพื่อเสริมสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจและสร้างความมั่นคงให้กับประเทศไทยในอนาคต

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI FEATURED NEWS

เซ็นทรัลเชียงรายจัดฝึกซ้อมดับเพลิงเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย จัดฝึกซ้อมดับเพลิงเพื่อความปลอดภัยของลูกจ้างและผู้ใช้อาคาร

การตอบสนองต่อนโยบายความปลอดภัยจากกระทรวงแรงงาน

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย ภายใต้การนำโดยนายสายัณห์ นักบุญ ผู้อำนวยการ ได้ดำเนินการตอบสนองต่อนโยบายด้านความปลอดภัยตามประกาศของกระทรวงแรงงาน เรื่องการป้องกันและระงับอัคคีภัยในสถานประกอบการ เพื่อความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้างและผู้ใช้อาคาร

การจัดฝึกซ้อมอพยพหนีไฟประจำปี

ตามนโยบายใหม่ สถานประกอบการจำเป็นต้องจัดฝึกซ้อมอพยพหนีไฟไม่น้อยกว่าหนึ่งครั้งต่อปี โดยต้องมีผู้เข้าร่วมในการฝึกซ้อมอย่างน้อย 100 เปอร์เซ็นต์ เซ็นทรัล เชียงราย ได้ดำเนินการจัดโครงการฝึกซ้อมแผนดับเพลิงเบื้องต้นและซักซ้อมแผนอพยพหนีไฟ ประจำปี 2567 เพื่อให้ลูกจ้างและผู้ใช้อาคารมีความพร้อมในการรับมือกับเหตุการณ์อัคคีภัย

วัตถุประสงค์ของการฝึกซ้อม

การฝึกซ้อมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ลูกจ้างและผู้ใช้อาคารสามารถรู้ถึงวิธีปฏิบัติตนเมื่อเกิดเพลิงไหม้ และสามารถอพยพหนีไฟได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย นอกจากนี้ยังเพื่อเพิ่มทักษะให้พนักงานสามารถดูแลตัวเองและลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพในกรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน

การเข้าร่วมกิจกรรมของพนักงานและหน่วยงานภายนอก

ในกิจกรรมฝึกซ้อมครั้งนี้ มีการเข้าร่วมจากพนักงานศูนย์การค้า ร้านค้าในศูนย์การค้า และพนักงานร้านเช่า รวมทั้งหมด 604 คน นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานภายนอกเข้าร่วมการฝึกซ้อมและร่วมสังเกตการณ์ อาทิ สื่อมวลชน นักประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดเชียงราย สำนักงานสาธารณสุขเชียงราย หนังสือเดินทางเชียงราย และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเชียงราย นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานส่งไฟร์แมนเข้าร่วมฝึกซ้อมแผนในครั้งนี้ เช่น ไทวัสดุเชียงราย ณ ชั้น G ของศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย

การฝึกซ้อมเพื่อเตรียมความพร้อมในการอพยพ

การฝึกซ้อมครั้งนี้ประกอบด้วยการฝึกซ้อมแผนดับเพลิงเบื้องต้น และการซักซ้อมแผนอพยพหนีไฟ เพื่อให้พนักงานและลูกค้ามีความรู้และความเข้าใจในการดำเนินการเมื่อเกิดเหตุการณ์อัคคีภัยจริงๆ การฝึกซ้อมยังช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับพนักงานในการจัดการสถานการณ์ฉุกเฉิน และสามารถแนะนำลูกค้าได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว

ความสำคัญของการฝึกซ้อมในศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย

นายสายัณห์ นักบุญ กล่าวถึงความสำคัญของการฝึกซ้อมว่า การฝึกซ้อมเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับทั้งพนักงานและลูกค้าในการเผชิญกับเหตุการณ์อัคคีภัย ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุและป้องกันการสูญเสียชีวิตหรือทรัพย์สิน นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่าศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงรายให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของทุกคนที่มาใช้บริการ

การดูแลความปลอดภัยของลูกค้าเป็นอันดับแรก

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงรายให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของลูกค้าเป็นอันดับแรก โดยการจัดฝึกซ้อมและเตรียมความพร้อมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับการดูแลอย่างดีในกรณีเกิดเหตุการณ์อัคคีภัย นอกจากนี้ยังมีการจัดหอุปกรณ์ดับเพลิงและระบบเตือนภัยที่ทันสมัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน

การร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

การฝึกซ้อมครั้งนี้ยังเป็นการส่งเสริมความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย เช่น ไฟร์แมน สื่อมวลชน และหน่วยงานสาธารณสุข เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ การร่วมมือกันในครั้งนี้ทำให้การฝึกซ้อมเป็นไปอย่างครอบคลุมและสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลลัพธ์จากการฝึกซ้อมและการเตรียมความพร้อม

การฝึกซ้อมในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากพนักงานและหน่วยงานต่างๆ อย่างเต็มที่ ทำให้สามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์ที่ได้คือการเพิ่มความรู้และความเข้าใจในการป้องกันและระงับอัคคีภัย รวมถึงการเตรียมความพร้อมให้กับพนักงานและลูกค้าในการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การส่งเสริมสุขภาพและความปลอดภัยในชุมชน

นอกจากการฝึกซ้อมอัคคีภัย ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงรายยังมุ่งมั่นในการส่งเสริมสุขภาพและความปลอดภัยในชุมชนโดยรอบ โดยการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น การทำความสะอาดสิ่งแวดล้อม การให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันอัคคีภัย และการดูแลสุขภาพจิตของพนักงานและลูกค้า ซึ่งเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

สรุป

การจัดฝึกซ้อมดับเพลิงครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการเตรียมความพร้อมและการดำเนินงานด้านความปลอดภัยในศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย ซึ่งไม่เพียงแต่เน้นการป้องกันอัคคีภัย แต่ยังส่งเสริมการสร้างความรู้และความเข้าใจให้กับพนักงานและลูกค้าในการดูแลตัวเองและผู้อื่น การร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทำให้การฝึกซ้อมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุม เป็นการรับรองว่าศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงรายมีความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินทุกประเภท เพื่อความปลอดภัยและความพึงพอใจของทุกคนที่มาใช้บริการ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : เซ็นทรัลเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

สสจ.เชียงราย จัดตั้งศูนย์ฉุกเฉิน ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

การประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขในสสจ.เชียงรายหลังพายุไต้ฝุ่น

สถานการณ์อุทกภัยคลี่คลาย

สสจ.เชียงรายได้จัดการประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข หลังจากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดจากพายุไต้ฝุ่นระลอกแรก ยางิ และซูลิก คลี่คลายลงแล้ว โดยการประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย ผ่านระบบการประชุมออนไลน์

ผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่น

พายุไต้ฝุ่นที่ผ่านมาทำให้ประชาชนในพื้นที่เชียงรายได้รับผลกระทบมากถึงกว่า 63,491 ครัวเรือน เสียชีวิตทั้งหมด 19 ราย และบาดเจ็บกว่า 2,091 ราย นอกจากนี้ยังมีการเสียหายทางโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งแวดล้อมอย่างหนัก

การจัดตั้งทีมปฏิบัติการฉุกเฉิน

ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินฯ ได้จัดตั้งทีมต่าง ๆ ได้แก่ ทีมแพทย์ฉุกเฉิน (MERT/miniMERT), ทีมปฐมพยาบาล, ทีมเยียวยาจิตใจ (MCATT), ทีมเฝ้าระวังและสอบสวนโรค (SRRT/CDCU), ทีมอนามัยสิ่งแวดล้อม (SEhRT) และทีมกู้ชีพ เพื่อให้การดูแลประชาชนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ทีมงานได้ให้บริการกว่า 38,180 ครั้ง และแจกจ่ายยาและเวชภัณฑ์จำเป็นกว่า 72,426 รายการ

การฟื้นฟูและการดูแลสุขภาพจิต

หลังจากสถานการณ์ฉุกเฉินคลี่คลายลง ศูนย์ฯ ได้เปลี่ยนภารกิจสู่การฟื้นฟูอย่างยั่งยืน โดยยังคงเฝ้าระวังโรคที่อาจเกิดขึ้นหลังน้ำลด เช่น โรคทางเดินหายใจ โรคฉี่หนู และโรคระบบทางเดินอาหาร รวมถึงการดูแลสุขภาพจิตของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

การสนับสนุนจากศูนย์ปฏิบัติการ

นพ.วัชรพงษ์ คำหล้า นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย กล่าวว่าศูนย์ปฏิบัติการได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ อย่างเต็มที่ ตั้งแต่การเฝ้าระวังก่อนเกิดเหตุ จนถึงการดูแลและฟื้นฟูประชาชนที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือจากประชาชนในการทำความสะอาดที่พักอาศัย กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และรักษาสุขอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคในระยะยาว

สรุปสถานการณ์และการดำเนินงาน

ในการประชุมศูนย์ฯ ได้สรุปสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มในจังหวัดเชียงราย โดยพบว่าพายุไต้ฝุ่นระลอกแรกได้เสียชีวิต 5 ราย พายุยางิ 13 ราย และพายุซูลิก 1 ราย รวมทั้งหมด 19 ราย นอกจากนี้ ผู้ได้รับบาดเจ็บจากพายุไต้ฝุ่นระลอกแรก 7 ราย ยางิ 2,067 ราย และซูลิก 17 ราย

การดูแลและฟื้นฟูชุมชน

ศูนย์ฯ ได้เน้นการฟื้นฟูชุมชนให้ประชาชนกลับมามีสุขภาพแข็งแรงและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยสนับสนุนการทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมและการดูแลสุขภาพประชาชนอย่างต่อเนื่อง ความห่วงใยจากทีมสาธารณสุขจะยังคงอยู่เคียงข้างประชาชนในทุกย่างก้าว

บทสรุป

การประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขในสสจ.เชียงรายเป็นการยืนยันถึงความพร้อมและความสามารถในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินทางธรรมชาติ การทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพของทีมงานและหน่วยงานต่าง ๆ ทำให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีและต่อเนื่อง

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
ECONOMY SOCIETY & POLITICS

น้ำท่วมคลี่คลาย เหลือ 5 จังหวัด พร้อมเตรียมพื้นที่เกษตร

ศปช.รายงานสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย เหลือเพียง 5 จังหวัด

สถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายลงในหลายพื้นที่

ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปช.) เปิดเผยว่าน้ำท่วมในประเทศไทยเริ่มคลี่คลายลง เหลือเพียง 5 จังหวัดที่ยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมหนักอยู่ในขณะนี้

พื้นที่ที่ยังคงประสบปัญหาน้ำท่วม

จากข้อมูลล่าสุด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้รายงานว่าสถานการณ์น้ำท่วมจากฝนตกหนักช่วง 16 สิงหาคม – 17 ตุลาคม 2567 ยังคงมีน้ำท่วมในจังหวัดลำพูน พิษณุโลก สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา และนครปฐม ซึ่งเป็นพื้นที่การเกษตรและลุ่มน้ำสำคัญ

การระบายน้ำทุ่งบางระกำเพื่อเตรียมพื้นที่เกษตร

ศปช. ยืนยันว่า การระบายน้ำในทุ่งบางระกำกำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมพื้นที่เกษตรให้พร้อมสำหรับการเพาะปลูกในฤดูถัดไป กรมชลประทานได้ดำเนินการหน่วงน้ำไว้ในทุ่งบางระกำถึง 400 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยพื้นที่รองรับน้ำถึง 265,000 ไร่ และปัจจุบันยังเหลือพื้นที่รับน้ำอยู่ที่ 163,073 ไร่ หรือร้อยละ 61 ของพื้นที่ทั้งหมด

การกำจัดขยะในจังหวัดเชียงราย

การกำจัดขยะในพื้นที่เชียงรายมีความคืบหน้า โดยในอำเภอเมือง ขยะที่ตกค้างจากน้ำท่วมประมาณ 70,000 ตัน ได้รับการเก็บขนดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ในอำเภอแม่สาย ขยะตกค้าง 6,000 ตัน ก็ได้ถูกเก็บขนเรียบร้อยเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีขยะที่ฝังโคลนอยู่ในชุมชนเหมืองแดง ถ้ำผาจม และหมู่บ้านปิยะพร ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการฟื้นฟู และคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 21 ตุลาคมนี้

การเข้ามาช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกศปช.ส่วนหน้า กล่าวว่าการบริหารจัดการน้ำลุ่มเจ้าพระยาทำได้ดีในปีนี้ โดยเฉพาะการหน่วงน้ำในทุ่งบางระกำที่ช่วยลดผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่ชุมชนและเศรษฐกิจสำคัญ

นอกจากนี้ นายจิรายุ ยังกล่าวถึงการติดตามและเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มจากฝนที่ตกหนักในช่วงวันที่ 17-18 ตุลาคม 2567 โดยกรมทรัพยากรธรณีได้ออกประกาศแจ้งเตือน 6 จังหวัด ได้แก่ ตราด จันทบุรี นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ และน่าน พร้อมทั้งเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือทันทีเมื่อเกิดสถานการณ์

การฟื้นฟูพื้นที่และการสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ

ศปช.ส่วนหน้าได้ลงพื้นที่ติดต่อกับประชาชนในบ้านสามกุลา บ้านแม่ปูนหลวง และบ้านหินลาดในอำเภอเวียงป่าเป้า จังหวังกาญจนบุรี เพื่อประเมินความเสียหายจากน้ำป่าไหลหลาก นายจิรายุกล่าวว่ามีความคืบหน้าการฟื้นฟูพื้นที่อย่างมาก โดยบ้านเรือนหลายหลังได้รับการซ่อมแซมจนเสร็จสิ้นแล้ว

ในอำเภอแม่สาย ศปช. ติดตามความคืบหน้าการฟื้นฟูโรงเรียนชุมชนบ้านไม้ลุงขนมิตรภาพที่ 169 ซึ่งมีหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนร่วมมือกันฟื้นฟู โดยจะมีการทำความสะอาดครั้งใหญ่ในวันที่ 21-22 ตุลาคม เพื่อส่งมอบพื้นที่ให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ต่อไป

กำลังใจและการสนับสนุนจากศปช.

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กล่าวว่า “ต้องขอบคุณพี่น้องชาวเกษตรกรในลุ่มบางระกำและทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมือในการบริหารจัดการน้ำ ทำให้ปีนี้สามารถลดผลกระทบจากน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ศปช. ยังคงมุ่งมั่นในการให้ความช่วยเหลือและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทุกคนสามารถผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้อย่างปลอดภัยและกลับมามีชีวิตที่ปกติโดยเร็ว

การเตรียมพร้อมสำหรับฤดูหน้า

ในช่วงที่น้ำกำลังลดลง ศปช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการเตรียมพื้นที่สำหรับฤดูเก็บเกี่ยวในปีหน้า เพื่อให้เกษตรกรสามารถเพาะปลูกได้อย่างต่อเนื่อง และลดผลกระทบจากภัยธรรมชาติในอนาคต

การร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การฟื้นฟูและการจัดการน้ำท่วมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นายจิรายุจึงขอเรียกร้องให้ประชาชนร่วมมือกันรักษาความสะอาดและช่วยกันฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำท่วม เพื่อสร้างชุมชนที่เข้มแข็งและยั่งยืนในอนาคต

สรุปสถานการณ์และความคืบหน้า

ศปช. รายงานว่าน้ำท่วมในประเทศไทยเริ่มคลี่คลายลง เหลือเพียง 5 จังหวัดที่ยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมหนัก ศปช. ยังคงเฝ้าติดตามและให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมามีชีวิตที่ปกติได้ในเร็ววัน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI FEATURED NEWS

ธนพิริยะ – BJC ช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัยเชียงราย

บริษัท ธนพิริยะ มอบสินค้าช่วยเหลือประชาชนเชียงรายหลังอุทกภัย

บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) รับมืออุทกภัยในเชียงราย

บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือที่รู้จักกันในนาม TNP ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคในจังหวัดเชียงราย ได้แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยที่ผ่านมา

การรับมอบผลิตภัณฑ์จากบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน)

โดย ภญ.อมร พุฒิพิริยะ กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วย นายธนภูมิ พุฒิพิริยะ รองกรรมการสายงานการตลาด จากบริษัท ธนพิริยะ ได้รับผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ Promise, Maxa และ belle จากบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC ผู้เป็นผู้นำด้านการผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าและบริการ

การแจกจ่ายสินค้าเพื่อช่วยเหลือประชาชน

ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมอบมานี้จะถูกนำไปแจกจ่ายช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและความเสียหายจากเหตุอุทกภัยในจังหวัดเชียงราย การกระทำนี้เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของ TNP ที่จะสนับสนุนและช่วยเหลือชุมชนในยามยากลำบาก

ความร่วมมือระหว่าง TNP และ BJC เพื่อสังคมที่ดีขึ้น

การร่วมมือครั้งนี้ระหว่าง TNP และ BJC แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างสองบริษัทในด้านการให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชน TNP พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือและสนับสนุนทุกความต้องการ รวมถึงเป็นตัวแทนคู่ค้าและพันธมิตรในการส่งมอบสินค้าอุปโภคบริโภคให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

การสนับสนุนอย่างเต็มที่จากทีมงาน TNP

ทีมงานของ TNP ได้ทำงานอย่างหนักเพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การแจกจ่ายสินค้าถูกวางแผนมาอย่างดี เพื่อให้ผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือสามารถเข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็วที่สุด

กำลังใจจาก TNP เพื่อชุมชนเชียงราย

นอกจากการมอบสินค้าแล้ว TNP ยังร่วมส่งกำลังใจให้กับประชาชนในจังหวัดเชียงราย เพื่อให้ทุกคนสามารถผ่านเหตุการณ์อุทกภัยไปได้ด้วยความปลอดภัยและความเข้มแข็ง TNP เชื่อมั่นว่าความร่วมมือและการสนับสนุนจากทุกฝ่ายจะช่วยให้ชุมชนฟื้นฟูและกลับมามีชีวิตที่ดีขึ้นได้ในเร็ววัน

ความสำคัญของการช่วยเหลือในยามวิกฤติ

การช่วยเหลือในยามวิกฤติเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและมีความเป็นอยู่ที่ดี บริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมเช่น TNP เป็นตัวอย่างที่ดีในการสนับสนุนและช่วยเหลือประชาชนในยามยากลำบาก

อนาคตของการสนับสนุนจาก TNP

TNP มุ่งมั่นที่จะดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดเชียงรายและพื้นที่อื่น ๆ ต่อไปในอนาคต บริษัทจะยังคงมองหาวิธีใหม่ ๆ ในการสนับสนุนและช่วยเหลือสังคม เพื่อให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถเผชิญกับความท้าทายได้อย่างมั่นคง

สรุปการสนับสนุนจากบริษัท ธนพิริยะ

บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) ได้แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและการสนับสนุนชุมชนในยามวิกฤติอย่างชัดเจน การมอบสินค้าเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในจังหวัดเชียงรายเป็นตัวอย่างที่ดีของการทำธุรกิจที่มีความรับผิดชอบและมีความใส่ใจต่อสังคม

ด้วยการทำงานร่วมกันระหว่าง TNP และ BJC รวมถึงความร่วมมือจากพันธมิตรและทีมงานที่มีความมุ่งมั่น การช่วยเหลือครั้งนี้จึงประสบความสำเร็จและสามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเต็มที่ TNP ยังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนและช่วยเหลือสังคมต่อไปในอนาคต

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

สลากกินแบ่งรัฐบาลตัวเลขสามหลัก เปิดขายทดลองที่โครงการสลาก 80

ประชาชนต้อนรับสลากกินแบ่งรัฐบาลตัวเลขสามหลักด้วยความตื่นเต้น

การทดสอบจุดจำหน่ายโครงการสลาก 80

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2567 เวลา 12.00 น. สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) ได้ดำเนินการทดสอบการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลตัวเลขสามหลักที่จุดจำหน่ายโครงการสลาก 80 เท่านั้น โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงรายอย่างเต็มใจ

ทีมงานสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเยี่ยมเยียนจุดจำหน่าย

พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และ เรือโท สุภาสชาญ ทัศนกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานฯ ได้ไปเยี่ยมชมจุดจำหน่าย เพื่อสนับสนุนและให้คำแนะนำในการจำหน่ายสลากฯ อย่างมีประสิทธิภาพ

บรรยากาศการจำหน่ายสลากฯ ในระบบ Sandbox

การจำหน่ายในวันแรกมีความคึกคักอย่างมาก สำนักงานสลากฯ จะจำหน่ายสลากฯ ไม่เกิน 5 ล้านฉบับต่อรอบ ใช้เวลาประมาณ 6 เดือน ผู้สนใจสามารถตรวจสอบจุดจำหน่ายผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง และชำระเงินด้วยระบบดิจิทัลในราคาฉบับละ 20 บาท

ความร่วมมือจากจุดจำหน่ายโครงการสลาก 80 ทั่วประเทศ

สำนักงานสลากฯ ได้กำหนดให้การจำหน่ายและซื้อสลากฯ ต้องผ่านจุดจำหน่ายโครงการสลาก 80 จำนวน 647 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้จำหน่าย โดยมีการติดตั้งจอสมาร์ททีวีขนาดใหญ่ เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันเป๋าตัง และใช้สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และโน้ตบุ๊ก ในการจำหน่ายสลากฯ

คุณสมบัติใหม่ของสลากกินแบ่งรัฐบาลตัวเลขสามหลัก

สลากฯ ตัวเลขสามหลักเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีการจ่ายเงินรางวัลแบบผันแปรตามจำนวนผู้ถูกรางวัลในแต่ละหมายเลข ผู้ซื้อต้องการทราบจำนวนเงินรางวัลสามารถตรวจสอบผ่านแอปเป๋าตังในฟีเจอร์ ‘เช็กเลขขายดีและเงินรางวัลงวดนี้’ ซึ่งจะแสดงข้อมูลครบถ้วนก่อนการตัดสินใจซื้อ

การติดตามและการเตรียมเปิดจำหน่ายเต็มรูปแบบ

สำนักงานสลากฯ ขอบคุณประชาชนและจุดจำหน่ายที่ให้ความร่วมมือในการทดสอบครั้งนี้ และจะติดตามผลกระทบเพื่อให้การจำหน่ายเต็มรูปแบบในเมษายน 2568 เป็นไปอย่างราบรื่น

กระบวนการออกรางวัลสลากฯ ตัวเลขสามหลัก

การออกรางวัลจะอ้างอิงจากผลการออกรางวัลสลากฯ หกหลักที่ออกรางวัลเดือนละ 2 ครั้ง ทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน โดยรางวัลสามตรงและสามสลับหลัก มาจากเลข 3 ตัวท้ายของผลรางวัลที่ 1 รางวัลสองตรงมาจากผลรางวัลเลขท้าย 2 ตัว และรางวัลพิเศษจะสุ่มจากผู้ถูกรางวัลสามตรงเท่านั้น ผู้ถูกรางวัลจะได้รับการเตือนในแอปเป๋าตังและสามารถกดรับเงินรางวัลได้ทันที

การสนับสนุนโรงเรียนด้วยระบบพลังงานแสงอาทิตย์

สำนักงานสลากฯ ยังได้จัดพิธีส่งมอบการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ขนาด 100 กิโลวัตต์ ให้กับโรงเรียนในกลุ่มภาคเหนือ ตามแผนการดำเนินงานด้านกิจการเพื่อสังคม (CSR) เพื่อสนับสนุนโรงเรียนสลากกินแบ่งสงเคราะห์ทั่วประเทศ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News