Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

รับมือวิกฤตพลังงานโลก! กอ.รมน.เชียงรายตรวจสถานีบริการน้ำมัน ยันราคาตรงปก สต็อกมีพอใช้ตลอดสงกรานต์

Summary
  • กอ.รมน.เชียงรายร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นตรวจปั๊มน้ำมัน คุมเข้มราคาสต็อก และคุณภาพเชื้อเพลิง

  • ผลตรวจยันราคาน้ำมันหน้าปั๊มยังปกติ สต็อกเพียงพอรองรับการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์

  • จังหวัดตั้งจุดตรวจ 11 จุดในพื้นที่ชายแดน เพื่อป้องกันการลักลอบขนส่งน้ำมันออกนอกระบบ

  • เรือน้ำมันดิบล็อตใหญ่ 7 แสนบาร์เรลถึงโรงกลั่นไทยแล้ว ช่วยประคองความเชื่อมั่นในห่วงโซ่การผลิต

  • รัฐยันน้ำมันดิบสำรองมีพอใช้ 2 เดือน และจะเริ่มมาตรการประหยัดหลังวันที่ 20 เมษายนนี้

กอ.รมน.เชียงรายลงพื้นที่คุมเข้มสต็อกน้ำมัน รับมือแรงสั่นสะเทือนตะวันออกกลาง ขณะภาครัฐและเอกชนเร่งประคองความเชื่อมั่นก่อนสงกรานต์

เชียงราย,9 เมษายน 2569 – เช้าวันที่ผู้คนจำนวนมากเริ่มจับตาป้ายราคาน้ำมันมากกว่าที่เคย จังหวัดเชียงรายเลือกตอบคำถามของสังคมด้วยการลงพื้นที่จริง ไม่ใช่เพียงการชี้แจงผ่านเอกสาร กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย หรือ กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย บูรณาการกำลังร่วมกับมณฑลทหารบกที่ 37 สรรพสามิตจังหวัดเชียงราย ตำรวจ พาณิชย์จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงราย เพื่อติดตามทั้งระดับราคาขายปลีก ปริมาณน้ำมันสำรอง คุณภาพน้ำมัน และพฤติกรรมทางการค้าที่อาจกระทบต่อประชาชนในช่วงที่สถานการณ์ตะวันออกกลางยังเปราะบาง แม้จุดเริ่มต้นของแรงกดดันจะอยู่ไกลจากภาคเหนือของไทยหลายพันกิโลเมตร แต่ผลสะเทือนทางเศรษฐกิจกลับเดินทางมาถึงหน้าปั๊มในเชียงรายอย่างรวดเร็ว และนั่นทำให้ภารกิจครั้งนี้มีความหมายมากกว่าการตรวจสถานีบริการตามรอบปกติ เพราะมันคือการรักษาความเชื่อมั่นของทั้งผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และชุมชนในจังหวัดที่กำลังเข้าสู่ช่วงเทศกาลเดินทางใหญ่ของปี

การลงพื้นที่ครั้งนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่จังหวัดเชียงรายกำลังอยู่ท่ามกลางภารกิจสองด้านที่ต้องเดินควบคู่กัน ด้านแรกคือทำให้ประชาชนมั่นใจว่าเชื้อเพลิงยังเพียงพอสำหรับการเดินทางในช่วงสงกรานต์ ด้านที่สองคือทำให้ตลาดเชื่อว่ารัฐยังควบคุมสถานการณ์ได้และจะไม่ปล่อยให้เกิดการกักตุนหรือฉวยโอกาสขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุอันควร ข้อมูลจากสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงรายระบุว่า จังหวัดได้ติดตามสถานการณ์ด้านพลังงานอย่างใกล้ชิดก่อนหน้านี้แล้ว โดยประเมินว่าปริมาณน้ำมันในพื้นที่ยังมีเสถียรภาพเพียงพอรองรับการใช้ในช่วงเทศกาล แต่ก็ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจความต้องการใช้น้ำมันของภาคขนส่ง ภาคเกษตร ภาคก่อสร้าง และภาคส่วนอื่นเพิ่มเติม เพื่อประสานส่วนกลางทันทีหากจำเป็น การตรวจเข้มของ กอ.รมน.ในครั้งนี้จึงไม่ใช่การทำงานแยกส่วน เป็นส่วนหนึ่งของแผนประคองสถานการณ์พลังงานทั้งจังหวัดในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่ประชาชนจับตาอย่างใกล้ชิด

ภาพจากการตรวจจริงสะท้อนว่าเชียงรายยังคุมสถานการณ์หน้าปั๊มได้

จากข้อมูลเผยแพร่ของจังหวัดเชียงราย จุดตรวจสอบครั้งนี้อยู่ที่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงคอสโม บริษัท ยอดเหนือปิโตรเลียม จำกัด ตำบลท่าสุด อำเภอเมืองเชียงราย เจ้าหน้าที่ตรวจสอบทั้งการแสดงราคาน้ำมันบริเวณป้ายหน้าสถานีและที่หัวจ่าย พบว่าราคาแสดงตรงกันชัดเจน และยังไม่มีการปรับขึ้นราคาแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังตรวจสอบระดับน้ำมันสำรองภายในสถานี พบว่ามีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ไม่พบการกักตุนสินค้า การปฏิเสธการจำหน่าย หรือพฤติกรรมที่เข้าข่ายเอาเปรียบผู้บริโภค ผู้ประกอบการยังให้ความร่วมมือในการเปิดเผยข้อมูลสต็อกน้ำมันอย่างโปร่งใส ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญว่าอย่างน้อยในระดับปลายทางของจังหวัด สถานการณ์ยังไม่ลุกลามไปสู่ภาวะตื่นตระหนกหรือความตึงตัวแบบที่ประชาชนจำนวนหนึ่งกังวลกันในช่วงก่อนหน้า

ข้อค้นพบลักษณะนี้มีน้ำหนักมาก เพราะในภาวะที่ข่าวสารเรื่องวิกฤตพลังงานกระจายตัวเร็ว ความกลัวมักเดินเร็วกว่าข้อเท็จจริง ถ้าประชาชนเชื่อว่าน้ำมันกำลังขาดแคลน ก็อาจเกิดการเติมเกินจำเป็นหรือกักตุนโดยสมัครใจ ซึ่งจะยิ่งเร่งให้สถานการณ์ตึงตัวขึ้นกว่าความเป็นจริง การที่เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่แล้วพบว่าราคาไม่ถูกปรับขึ้น สต็อกยังเพียงพอ และสถานีบริการยังจำหน่ายตามปกติ จึงช่วยหักล้างความกังวลบางส่วนได้ในระดับภาคสนาม ที่สำคัญ เจ้าหน้าที่ยังได้กำชับผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และห้ามฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชนและรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในพื้นที่ นี่คือสารที่รัฐต้องการส่งออกไปให้ชัดว่า เชียงรายไม่ได้ปล่อยให้ปัญหาพลังงานเป็นเรื่องของตลาดอย่างเดียว แต่ยังมีระบบกำกับดูแลรองรับอยู่ตลอดเวลา

วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้กระทบแค่น้ำมัน แต่กระทบจิตวิทยาตลาดด้วย

มองให้ลึกกว่าป้ายราคาหน้าปั๊ม จะเห็นว่าวิกฤตพลังงานรอบนี้มีผลมากในเชิงจิตวิทยา เพราะความไม่แน่นอนเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซและสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางทำให้คำถามเรื่องการจัดหาน้ำมันกลับมาเป็นประเด็นสาธารณะอีกครั้ง ในระดับระหว่างประเทศ มีรายงานเมื่อวันที่ 8 เมษายนว่าไทยแสดงความยินดีต่อข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวสองสัปดาห์ระหว่างสหรัฐและอิหร่าน โดยหวังว่าจะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนและลดแรงกดดันด้านพลังงานที่กระทบหลายประเทศรวมถึงไทยด้วย อย่างไรก็ตาม ฝ่ายการทูตไทยเองก็ยอมรับว่าสถานการณ์ยังไม่มั่นคงเต็มที่ และยังคงติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะแม้จะมีช่วงพักการสู้รบ ความเสี่ยงต่อเส้นทางพลังงานโลกก็ยังไม่หายไปทั้งหมด

ในบริบทเช่นนี้ สิ่งที่จังหวัดอย่างเชียงรายต้องทำจึงไม่ใช่เพียงรอให้ส่วนกลางประกาศมาตรการ แต่ต้องแปลงความไม่แน่นอนระดับโลกให้กลายเป็นการบริหารความเสี่ยงระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการตรวจสต็อกน้ำมัน การจัดชุดสายตรวจ การติดตามเส้นทางลักลอบขนส่งชายแดน และการสื่อสารให้ประชาชนรู้ว่าจังหวัดกำลังทำอะไรอยู่ เพราะในโลกของพลังงาน ความมั่นใจคือส่วนหนึ่งของเสถียรภาพ ประชาชนเชื่อว่าระบบยังทำงาน น้ำมันยังมีจำหน่าย และราคายังถูกกำกับดูแล โอกาสที่จะเกิดภาวะตื่นตระหนกก็จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

เรือบรรทุกน้ำมันดิบของบางจากที่ถึงศรีราชา ช่วยเติมน้ำหนักให้ความเชื่อมั่นตลาดไทย

หนึ่งในข่าวที่ช่วยประคองบรรยากาศพลังงานของประเทศในช่วงเดียวกัน คือการที่บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน เปิดเผยเมื่อวันที่ 8 เมษายนว่า เรือบรรทุกน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางได้เดินทางถึงท่าเรือโรงกลั่นบางจาก ศรีราชาอย่างปลอดภัย หลังผ่านช่องแคบฮอร์มุซมาได้ โดยบริษัทระบุว่าเรือลำดังกล่าวบรรทุกน้ำมันดิบประมาณ 700,000 บาร์เรล และการขนส่งครั้งนี้เป็นไปตามแผนจัดหาน้ำมันดิบของบริษัทเพื่อป้อนเข้าสู่กระบวนการกลั่นและส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลนี้มีนัยสำคัญต่อทั้งตลาดและสังคม เพราะเป็นหลักฐานรูปธรรมว่าสายส่งพลังงานจากตะวันออกกลางมายังไทยยังไม่สะดุดจนถึงขั้นกระทบการผลิตในประเทศทันที

บางจากยังระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันบริษัทมีน้ำมันดิบสำรองรองรับการผลิตได้ประมาณสองเดือน และการส่งมอบน้ำมันดิบให้โรงกลั่นทั้งที่พระโขนงและศรีราชายังเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ บริษัทจึงยังสามารถเดินหน้าสนับสนุนนโยบายภาครัฐและจัดหาผลิตภัณฑ์พลังงานให้ผู้บริโภคได้ตามปกติในระยะนี้ ข้อเท็จจริงชุดนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมระดับจังหวัดอย่างเชียงรายจึงยังประเมินว่าสถานการณ์น้ำมันช่วงสงกรานต์อยู่ในภาวะมีเสถียรภาพ เพราะเมื่อห่วงโซ่ต้นน้ำระดับประเทศยังไม่สะดุดทันที จังหวัดปลายทางก็ยังมีพื้นที่บริหารจัดการสต็อกและการกระจายได้ดีขึ้น แต่ในเวลาเดียวกัน มันก็ย้ำว่าความมั่นใจครั้งนี้ตั้งอยู่บนการติดตามใกล้ชิดต่อเนื่อง ไม่ใช่การปล่อยให้ทุกอย่างเดินไปเองโดยอัตโนมัติ

เชียงรายกำลังทำงานมากกว่าการตรวจปั๊ม เพราะชายแดนคืออีกสมการหนึ่งของพลังงาน

สำหรับจังหวัดชายแดนอย่างเชียงราย เรื่องพลังงานไม่ได้จบที่ปั๊มน้ำมันในตัวเมือง เพราะยังมีมิติของการลักลอบขนส่งและการเคลื่อนย้ายสินค้าเชื้อเพลิงข้ามพื้นที่ที่ต้องจับตา สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงรายรายงานก่อนหน้านี้ว่า จังหวัดได้ตั้งจุดตรวจรวม 11 จุด เพื่อควบคุมการขนส่งน้ำมันอย่างเข้มงวด โดยบูรณาการการทำงานของสรรพสามิต ตำรวจ และศุลกากร ยกเว้นเฉพาะกรณีการส่งออกหรือผ่านแดนที่มีเอกสารกำกับชัดเจน มาตรการลักษณะนี้อาจดูเป็นงานเชิงป้องกันที่ไม่หวือหวา แต่ในภาวะวิกฤตมันคือกลไกสำคัญที่จะไม่ปล่อยให้น้ำมันในระบบภายในจังหวัดรั่วไหลไปยังช่องทางผิดกฎหมายจนกระทบต่อความเพียงพอของประชาชนในพื้นที่เอง

เมื่อประกอบกับการตรวจสอบสถานีบริการโดยตรงของ กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย ภาพจึงชัดขึ้นว่า จังหวัดกำลังบริหารพลังงานด้วยสองมือพร้อมกัน มือหนึ่งดูแลตลาดค้าปลีกไม่ให้เกิดการขึ้นราคาเกินเหตุหรือกักตุน อีกมือหนึ่งคุมเส้นทางและปริมาณการเคลื่อนย้ายเชื้อเพลิงไม่ให้ออกจากระบบโดยมิชอบ วิธีคิดแบบนี้สำคัญมากสำหรับพื้นที่ชายแดนที่มีทั้งการสัญจรหนาแน่นและโอกาสเกิดการลักลอบสูงกว่าหลายจังหวัดภายในประเทศ ถ้าละเลยมิติชายแดน แม้ปั๊มในเมืองจะยังดูปกติ แต่ความตึงตัวของสต็อกก็อาจเกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ ได้ในเวลาสั้น ๆ

ช่วงก่อนสงกรานต์คือบททดสอบจริงของการบริหารพลังงานท้องถิ่น

สิ่งที่ทำให้การตรวจคลังและปั๊มน้ำมันครั้งนี้มีความหมายมากขึ้น คือจังหวะเวลา เพราะเกิดขึ้นก่อนเทศกาลสงกรานต์เพียงไม่กี่วัน ซึ่งเป็นช่วงที่ความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นตามธรรมชาติจากการเดินทางกลับภูมิลำเนา การท่องเที่ยว และกิจกรรมเศรษฐกิจในชนบท ข้อมูลของจังหวัดเชียงรายระบุว่ามีการเตรียมพร้อมด้านน้ำมันเชื้อเพลิงรอบด้าน รวมทั้งการสำรองน้ำมันในภาวะฉุกเฉิน โดยเฉพาะสำหรับรถฉุกเฉินและภารกิจจำเป็นอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีการติดตามสถานการณ์ตามเส้นทางหลักอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนที่กำลังจะเดินทาง นี่ทำให้การตรวจของ กอ.รมน.ไม่ใช่เหตุการณ์โดดเดี่ยว แต่เป็นหนึ่งในชิ้นส่วนของแผนรับมือเทศกาลที่ใหญ่กว่านั้นมาก

นอกจากประเด็นปริมาณน้ำมันแล้ว จังหวัดยังผลักดันการสื่อสารข้อมูลผ่านหลายช่องทาง รวมถึงการแนะนำให้ประชาชนตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันแบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชัน Fuel Now เพื่อช่วยลดความไม่แน่นอนในการเดินทาง วิธีการเช่นนี้สะท้อนการปรับตัวของภาครัฐในยุคที่การบริหารวิกฤตไม่ได้อาศัยเพียงคำสั่งจากบนลงล่างอีกต่อไป แต่ต้องอาศัยการทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลด้วยตัวเองได้เร็วขึ้น เพราะเมื่อข้อมูลเดินทางถึงมือผู้ใช้ได้ทันเวลา ความกังวลก็จะลดลง และการตัดสินใจของประชาชนจะอยู่บนฐานข้อเท็จจริงมากกว่าข่าวลือ

ระดับชาติยังส่งสัญญาณประหยัดพลังงาน ทำให้จังหวัดต้องเดินเกมเชิงรุกมากขึ้น

ในภาพใหญ่กว่านั้น รัฐบาลกลางยังคงส่งสัญญาณชัดว่าประเทศไทยต้องเตรียมรับมือกับความไม่แน่นอนด้านพลังงานอย่างจริงจัง สำนักประชาสัมพันธ์ของรัฐรายงานเมื่อวันที่ 8 เมษายนว่า นายกรัฐมนตรีระบุว่า หากมีการใช้มาตรการเปิดปิดสถานีบริการน้ำมันในช่วงกลางคืน จะเริ่มหลังวันที่ 20 เมษายน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการเดินทางช่วงสงกรานต์ พร้อมย้ำความจำเป็นของมาตรการประหยัดพลังงานในช่วงที่โลกยังเผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง นั่นหมายความว่า ระดับจังหวัดอย่างเชียงรายต้องทำงานเชิงรุกในห้วงเวลานี้ เพื่อซื้อเวลาให้ประชาชนผ่านช่วงการเดินทางสำคัญไปก่อน และลดโอกาสเกิดภาวะตึงตัวทางสังคมมาตรการส่วนกลางเข้มขึ้นในระยะถัดไป

เมื่อเทียบกับข่าวการถึงท่าเรือของน้ำมันดิบบางจาก จะเห็นว่าสถานการณ์พลังงานไทยในเวลานี้มีทั้งสัญญาณบวกและสัญญาณเตือนอยู่พร้อมกัน ด้านหนึ่งยังมีน้ำมันดิบเข้าสู่ระบบและโรงกลั่นยังเดินเครื่องตามแผน อีกด้านหนึ่งภาครัฐยังไม่ประมาทและเตรียมมาตรการประหยัดการใช้น้ำมันไว้รองรับ นี่คือเหตุผลว่าทำไมภารกิจของ กอ.รมน.เชียงรายในการตรวจราคาและสต็อกจึงไม่ใช่งานตรวจทั่วไป แต่เป็นภาพสะท้อนของการทำงานแบบเฝ้าหน้าด่านในห้วงที่ตลาดพลังงานทั้งระบบยังไม่กลับสู่ภาวะนิ่งสนิท

เชียงรายยังไม่อยู่ในภาวะขาดแคลน แต่กำลังบริหารความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด

เชียงรายยังไม่ได้เผชิญภาวะขาดแคลนน้ำมันในเชิงปริมาณ สถานีบริการที่ถูกตรวจยังมีสต็อกเพียงพอ ราคายังไม่ถูกปรับขึ้นผิดปกติ จังหวัดยังประเมินว่าน้ำมันในพื้นที่มีเสถียรภาพรองรับสงกรานต์ได้ และห่วงโซ่ต้นน้ำระดับประเทศยังมีสัญญาณบวกจากการที่น้ำมันดิบล็อตสำคัญเดินทางถึงโรงกลั่นศรีราชาอย่างปลอดภัย แต่ขณะเดียวกัน ทุกระดับของรัฐก็ยังปฏิบัติต่อสถานการณ์นี้ในฐานะความเสี่ยงที่ต้องติดตามวันต่อวัน ไม่ใช่เรื่องที่ปล่อยผ่านได้ด้วยความสบายใจ นี่คือจุดที่ควรทำความเข้าใจให้ตรงกัน เพราะการสื่อสารว่าของยังพอ ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเปราะบาง และการลงพื้นที่ตรวจเข้ม ก็ไม่ได้แปลว่าสถานการณ์กำลังวิกฤตจนควบคุมไม่ได้ เป็นการรักษาระยะห่างระหว่างความเสี่ยงกับความเสียหายจริงไม่ให้เข้ามาใกล้เกินไป

สำหรับประชาชน สิ่งที่สำคัญที่สุดในช่วงนี้จึงอาจไม่ใช่การเร่งเติมน้ำมันเกินจำเป็น แต่คือการติดตามข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใช้เชื้อเพลิงอย่างรู้คุณค่า และไม่ขยายความวิตกจากข่าวลือที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบ ส่วนสำหรับภาครัฐ บททดสอบต่อจากนี้คือการทำให้มาตรการเฝ้าระวังทั้งด้านราคา สต็อก การขนส่ง และการสื่อสาร เดินไปพร้อมกันโดยไม่สะดุด เพราะในโลกที่ปัญหาระดับภูมิรัฐศาสตร์สามารถไหลมาถึงชีวิตคนริมถนนในเชียงรายได้ภายในไม่กี่วัน ความพร้อมที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การมีน้ำมันอย่างเดียว แต่อยู่ที่การมีระบบรับมือที่ทำให้ประชาชนรู้สึกได้ว่ารัฐยังอยู่กับสถานการณ์ตลอดเวลา และยังพยายามกันไม่ให้แรงกระแทกจากโลกภายนอกกลายเป็นภาระหนักเกินไปสำหรับชีวิตประจำวันของคนในจังหวัดนี้

สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย
  • สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย
  • บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายคุมเข้มสต๊อกน้ำมันพร้อมงดภาษีหัวจ่าย 3 เดือน มุ่งพยุงเศรษฐกิจฐานล่างก่อนมาตรการคุมเวลาเปิดปั๊ม

Summary
  • สภา อบจ.เชียงราย มีมติเห็นชอบยกเลิกการจัดเก็บภาษีหัวจ่ายน้ำมันเป็นเวลา 3 เดือน เริ่ม 9 เม.ย. 69

  • มาตรการนี้มุ่งลดราคาขายปลีกหน้าปั๊ม เพื่อบรรเทาค่าครองชีพและต้นทุนขนส่งสินค้าให้ประชาชน

  • จังหวัดสั่งตั้งจุดตรวจ 11 จุดชายแดน ป้องกันการลักลอบขนส่งน้ำมันออกนอกระบบในช่วงวิกฤต

  • นโยบายท้องถิ่นสอดคล้องกับ มติ กบง. ที่ลดราคาหน้าโรงกลั่นดีเซลลง 2 บาทต่อลิตรในวันเดียวกัน

  • เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนรัฐบาลเริ่มมาตรการคุมเวลาเปิด-ปิดปั๊มน้ำมันหลังวันที่ 20 เม.ย. นี้

อบจ.เชียงรายขยับลดภาระน้ำมัน 3 เดือน ท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่กดค่าครองชีพทั้งจังหวัด

เชียงราย,9 เมษายน 2569 – ในช่วงที่ราคาพลังงานกลายเป็นตัวเร่งให้ค่าครองชีพขยับขึ้นแทบทุกวัน จังหวัดเชียงรายเลือกตอบโจทย์นี้ด้วยมาตรการเชิงท้องถิ่นที่จับต้องได้มากที่สุดอย่างหนึ่ง คือการเดินหน้ายกเลิกการจัดเก็บภาษีหัวจ่ายน้ำมันเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อให้เม็ดเงินส่วนนี้กลับไปอยู่ในกระเป๋าประชาชนมากขึ้นในจังหวะที่ต้นทุนเดินทาง ต้นทุนขนส่ง และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคกำลังถูกกดจากวิกฤตพลังงานระดับโลก โดยข้อมูลที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายเผยแพร่ระบุว่า ที่ประชุมสภา อบจ.เชียงราย เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 ได้เห็นชอบในหลักการดังกล่าว และกำหนดกรอบดำเนินงานให้เข้าสู่กระบวนการออกข้อบัญญัติในวันเดียวกัน ก่อนตั้งเป้าให้มาตรการมีผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 เมษายน 2569 เพื่อบรรเทาค่าครองชีพของประชาชนทั่วจังหวัดโดยเร็วที่สุด

มาตรการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ เกิดขึ้นในห้วงเวลาที่ปัญหาพลังงานจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังไหลผ่านจากระดับโลกสู่ระดับชุมชนอย่างชัดเจน รัฐบาลกลางกำลังเร่งใช้นโยบายหลายด้าน ทั้งการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน การขอความร่วมมือประหยัดการใช้น้ำมัน และการเตรียมมาตรการควบคุมเวลาเปิดปิดสถานีบริการน้ำมันหลังเทศกาลสงกรานต์ ขณะที่ระดับจังหวัดอย่างเชียงรายต้องทำงานคู่ขนาน คือรักษาเสถียรภาพน้ำมันในพื้นที่ให้เพียงพอ และหามาตรการเฉพาะหน้าเพื่อลดแรงกดดันต่อประชาชนให้เร็วที่สุด การยกเลิกภาษีหัวจ่ายน้ำมันจึงเป็นทั้งมาตรการด้านรายได้ท้องถิ่นและเครื่องมือด้านสังคมที่สะท้อนว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำลังถูกคาดหวังให้ช่วยรับแรงกระแทกทางเศรษฐกิจมากกว่าที่เคยเป็นมา

แรงกดดันจากวิกฤตโลกเดินทางมาถึงปั๊มน้ำมันในเชียงราย

แกนสำคัญของเรื่องนี้อยู่ที่ความจริงข้อหนึ่งซึ่งปฏิเสธได้ยาก นั่นคือ เมื่อราคาพลังงานโลกผันผวน จังหวัดปลายทางอย่างเชียงรายย่อมหลีกไม่พ้นผลกระทบ เพราะน้ำมันไม่ใช่เพียงเชื้อเพลิงของรถยนต์ แต่เป็นต้นทุนซ่อนอยู่ในแทบทุกมิติของชีวิต ตั้งแต่รถรับส่งแรงงาน รถเกษตร รถขนผักผลไม้ รถโดยสาร ไปจนถึงราคาสินค้าในร้านโชห่วยและตลาดสด ข้อมูลจากสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงรายระบุว่า จังหวัดได้ประชุมติดตามสถานการณ์ด้านพลังงานเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 และประเมินว่าการใช้พลังงานในพื้นที่ช่วงสงกรานต์ยังอยู่ในภาวะมีเสถียรภาพ สามารถรองรับความต้องการได้อย่างเพียงพอ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องมีการสำรวจความต้องการใช้น้ำมันของภาคขนส่ง ภาคเกษตรกรรม ภาคก่อสร้าง และภาคส่วนอื่นอย่างใกล้ชิด เพื่อประสานขอรับการสนับสนุนจากส่วนกลางทันทีจำเป็น

สิ่งที่น่าสนใจคือ เชียงรายไม่ได้มองปัญหาเฉพาะในเชิงปริมาณน้ำมัน แต่ขยับไปถึงการบริหารความเชื่อมั่นของประชาชนด้วย จังหวัดจึงเร่งสำรวจสต๊อกน้ำมันในสถานีบริการ ประเมินความเพียงพอของเชื้อเพลิงในช่วงเทศกาล จัดชุดสายตรวจติดตามสถานการณ์ตามเส้นทางหลัก และกำหนดแนวทางควบคุมการจำหน่ายน้ำมันในบางกลุ่มให้ชัด เช่น เกษตรกรที่เติมแบบบรรจุถังต้องแสดงหลักฐานทะเบียนเกษตรกร ส่วนภาคงานก่อสร้างต้องแสดงเอกสารสัญญาจ้างและรายละเอียดการใช้งาน ขณะเดียวกันยังตั้งจุดตรวจในพื้นที่ชายแดนรวม 11 จุด เพื่อป้องกันการลักลอบขนส่งน้ำมันออกนอกระบบ มาตรการเหล่านี้สะท้อนว่า แม้จังหวัดจะยังยืนยันว่าเชื้อเพลิงเพียงพอ แต่การบริหารความเสี่ยงได้เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างจริงจัง

สภา อบจ.เชียงรายเลือกใช้เครื่องมือทางท้องถิ่นเข้าช่วยประชาชน

ท่ามกลางแรงกดดันจากต้นทุนพลังงาน สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายได้หยิบเครื่องมือที่อยู่ในมือของตัวเองขึ้นมาใช้ นั่นคือกลไกภาษีบำรุงองค์การบริหารส่วนจังหวัดจากการค้าน้ำมัน ซึ่งตามข้อมูลที่ อบจ.เชียงรายเผยแพร่ ที่ประชุมสภาเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 ซึ่งมีนายประเสริฐ ชุ่มเมืองเย็น ประธานสภา อบจ. เป็นผู้ดำเนินการประชุม ได้พิจารณาร่างข้อบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีดังกล่าว ภายหลังนางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ชี้แจงถึงผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน และเสนอให้ยกเลิกการจัดเก็บภาษีหัวจ่ายน้ำมันเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อนำภาษีส่วนนี้กลับไปลดราคาน้ำมันและบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนในพื้นที่ โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการทั้งหมด และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายให้มีผลโดยเร็ว

นัยสำคัญของมติครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนสตางค์ต่อหนึ่งลิตรเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การส่งสัญญาณเชิงนโยบายว่า ท้องถิ่นพร้อมใช้รายได้ของตนเป็นกันชนระยะสั้นให้ประชาชน ในสถานการณ์ที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้เรียกร้องมาตรการซับซ้อน แต่ต้องการความช่วยเหลือที่รู้สึกได้จริงในชีวิตประจำวัน เพราะสำหรับหลายครอบครัวในเชียงราย ภาระน้ำมันไม่ได้กระทบเฉพาะการขับรถไปทำงาน ยังกระทบค่าโดยสาร ค่าขนส่งผลผลิต และราคาสินค้าที่ต้องซื้อทุกวัน เมื่อราคาพลังงานกลายเป็นต้นทุนกลางของทุกภาคส่วน การคืนพื้นที่ให้ราคาน้ำมันขยับลงแม้เพียงบางส่วน ย่อมมีความหมายทางสังคมมากกว่าตัวเลขที่เห็นบนป้ายหน้าปั๊ม

มาตรการ 3 เดือนช่วยอะไรได้บ้าง และมีขอบเขตแค่ไหน

หลายคนอาจคิดว่าการยกเลิกภาษีหัวจ่ายน้ำมันเป็นเพียงการลดราคาที่ปลายทาง แต่ในเชิงผลกระทบจริง มาตรการนี้มีความหมายมากกว่านั้น เพราะมันเป็นมาตรการเร่งด่วนที่มุ่งพยุงกำลังซื้อในช่วงเวลาที่ประชาชนต้องรับแรงกระแทกพร้อมกันหลายทาง ทั้งค่าเดินทาง ค่าอาหาร และต้นทุนประกอบอาชีพ ข้อมูลที่ อบจ.เชียงรายเผยแพร่ระบุว่า จังหวัดกำหนดกรอบเวลาให้มาตรการนี้ใช้ต่อเนื่อง 3 เดือน ซึ่งหมายความว่า จังหวัดตั้งใจให้เป็นเครื่องมือประคองสถานการณ์ในช่วงวิกฤต ไม่ใช่นโยบายถาวร การวางระยะเวลาเช่นนี้ยังสะท้อนอีกด้านว่า ท้องถิ่นตระหนักถึงข้อจำกัดด้านรายได้ของตัวเอง และพยายามออกแบบนโยบายให้สมดุลระหว่างการช่วยประชาชนกับการรักษาฐานะการคลังขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไว้ด้วย

ในอีกด้านหนึ่ง มาตรการนี้ย่อมไม่สามารถแก้ปัญหาพลังงานทั้งระบบได้ด้วยตัวเอง เพราะต้นตอของวิกฤตอยู่ไกลกว่าระดับจังหวัดมาก และยังโยงกับโครงสร้างราคาพลังงานของประเทศด้วย มีรายงานเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 ว่า กบง.มีมติลดราคาหน้าโรงกลั่นสำหรับดีเซล B7 และ B20 ลง 2 บาทต่อลิตร และการลดลงดังกล่าวส่งผ่านถึงราคาขายปลีกเต็มจำนวน ราคาหน้าปั๊มอาจลดได้ราว 2.14 บาทต่อลิตรหลังรวมผลของภาษีที่ลดลงตามไปด้วย ข้อมูลนี้ทำให้เห็นภาพชัดว่า มาตรการของเชียงรายเกิดขึ้นในจังหวะเดียวกับการขยับของนโยบายส่วนกลาง จึงอาจทำให้ผลบรรเทาภาระของประชาชนมีน้ำหนักมากขึ้นกว่าการลดภาษีท้องถิ่นเพียงลำพัง

กฎหมายเปิดทางให้ท้องถิ่นใช้ภาษีน้ำมันเป็นเครื่องมือได้

หัวใจทางกฎหมายของมาตรการนี้อยู่ที่อำนาจขององค์การบริหารส่วนจังหวัดในการออกข้อบัญญัติเกี่ยวกับภาษีจากการค้าน้ำมันในเขตจังหวัด โดยข้อมูลจากแหล่งกฎหมายและเอกสารอธิบายขั้นตอนการจัดเก็บภาษีน้ำมันของ อบจ.ในหลายจังหวัดระบุสอดคล้องกันว่า กฎหมายให้อำนาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับจังหวัดออกข้อบัญญัติจัดเก็บภาษีบำรุงองค์การบริหารส่วนจังหวัดจากสถานค้าปลีกน้ำมันในเขตจังหวัดได้ และกำหนดเพดานอัตราไว้ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ การที่เชียงรายเลือกเสนอแก้ไขข้อบัญญัติเพื่อ “งดเก็บชั่วคราว” จึงไม่ใช่การใช้อำนาจนอกกรอบ เป็นการใช้กลไกกฎหมายท้องถิ่นที่มีอยู่เพื่อเปลี่ยนภาษีจากเครื่องมือหารายได้ไปเป็นเครื่องมือบรรเทาความเดือดร้อนในภาวะฉุกเฉินทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ดี ความชัดเจนทางกฎหมายเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ไม่ใช่เส้นชัย เพราะเมื่อมาตรการเข้าสู่การบังคับใช้จริง คำถามถัดไปคือจะส่งผ่านส่วนลดไปถึงผู้บริโภคได้ครบถ้วนเพียงใด และจะมีระบบกำกับติดตามอย่างไรไม่ให้เกิดความคลาดเคลื่อนในทางปฏิบัติ นี่คือโจทย์ที่ท้องถิ่นต้องตอบให้ได้อย่างโปร่งใส เพราะยิ่งนโยบายเกี่ยวข้องกับราคาน้ำมันซึ่งประชาชนเห็นอยู่ทุกวัน ความคาดหวังก็ยิ่งสูง และการสื่อสารไม่ชัดพอ ก็อาจเกิดช่องว่างระหว่างมติของสภากับความรู้สึกจริงของผู้ใช้รถและผู้ประกอบการในพื้นที่ได้ง่ายกว่านโยบายประเภทอื่น

เชียงรายพยายามพยุงสถานการณ์ก่อนสงกรานต์ ไม่ใช่แค่ลดราคาแต่ต้องคุมการไหลของน้ำมันด้วย

อีกชั้นหนึ่งของภาพรวมพลังงานเชียงรายในเวลานี้ คือการเตรียมพร้อมรับเทศกาลสงกรานต์ซึ่งมักเป็นช่วงที่ความต้องการใช้น้ำมันขยับสูงขึ้นทั้งจากการเดินทางกลับภูมิลำเนา การท่องเที่ยว และกิจกรรมเศรษฐกิจในท้องถิ่น ข้อมูลจากสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงรายระบุว่า จังหวัดได้เตรียมความพร้อมน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างรอบด้าน ทั้งการสำรองสำหรับภาวะฉุกเฉิน การติดตามสต๊อกในสถานีบริการ และการประสานส่วนกลางเพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันของหลายภาคส่วน ขณะเดียวกันยังเร่งสื่อสารข้อมูลผ่านหลายช่องทาง รวมถึงการแนะนำให้ประชาชนใช้แอปพลิเคชัน Fuel Now เพื่อตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศแบบเรียลไทม์ เพิ่มความสะดวกและลดความกังวลเรื่องการเข้าถึงเชื้อเพลิงในช่วงเทศกาล

มิติที่สำคัญไม่แพ้กันคือพื้นที่ชายแดนของเชียงราย ซึ่งเชื่อมโยงทั้งการค้า การขนส่ง และความเสี่ยงจากการลักลอบนำน้ำมันออกนอกระบบ จังหวัดจึงตั้งจุดตรวจรวม 11 จุดและบูรณาการการทำงานของสรรพสามิต ตำรวจ และศุลกากรเพื่อควบคุมการลำเลียงน้ำมันอย่างเข้มงวด สิ่งนี้สะท้อนว่าการบริหารพลังงานของเชียงรายไม่ได้มองแค่ “มีน้ำมันพอไหม” แต่รวมถึง “น้ำมันจะอยู่ในระบบที่ควรอยู่หรือไม่” ด้วย เพราะเกิดภาวะรั่วไหลหรือการกักตุนในช่วงวิกฤต ผลกระทบจะไม่จำกัดอยู่ที่บางอำเภอ แต่จะลามไปทั้งจังหวัดอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงเดินทางหนาแน่นอย่างสงกรานต์

เมื่อรัฐบาลกลางเตรียมคุมเวลาเปิดปิดปั๊ม ท้องถิ่นจึงต้องเร่งหายใจให้ประชาชน

ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน รัฐบาลกลางก็ส่งสัญญาณมาตรการที่เข้มขึ้นต่อการใช้น้ำมัน โดยสำนักประชาสัมพันธ์ของรัฐรายงานเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 ว่า นายกรัฐมนตรีระบุว่า จะใช้มาตรการเปิดปิดสถานีบริการน้ำมันในช่วงเวลา 22.00 น. ถึง 05.00 น. จะเริ่มดำเนินการหลังวันที่ 20 เมษายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อให้ประชาชนเดินทางช่วงสงกรานต์ได้ก่อน พร้อมย้ำว่ารัฐบาลกำลังเร่งวางมาตรการประหยัดพลังงานและปรับโครงสร้างราคาพลังงานเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน โดยให้เหตุผลว่าสถานการณ์ตะวันออกกลางไม่ได้กระทบเฉพาะราคาน้ำมัน แต่ยังกระทบวัตถุดิบอุตสาหกรรมและต้นทุนสินค้าหลายประเภทอย่างต่อเนื่อง

เมื่อประกบกับมติของ อบจ.เชียงราย ภาพที่ชัดขึ้นคือ ระดับจังหวัดกำลังทำหน้าที่คล้ายเบาะรองแรงกระแทกในช่วงรอยต่อก่อนมาตรการส่วนกลางจะเดินหน้าเต็มรูปแบบ เชียงรายจึงไม่ได้เพียงลดราคาน้ำมันในเชิงสัญลักษณ์ แต่กำลังพยายามซื้อเวลาให้ประชาชนและภาคธุรกิจในพื้นที่ได้ปรับตัวก่อนมาตรการควบคุมการใช้น้ำมันในวงกว้างจะเริ่มเข้มขึ้น นี่คือความสำคัญของนโยบายท้องถิ่นในยามวิกฤต เพราะหลายครั้งสิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ใช่คำอธิบายทางเศรษฐศาสตร์ขนาดใหญ่ แต่คือมาตรการที่ช่วยลดภาระตรงหน้าให้ผ่านสัปดาห์หรือเดือนที่ยากที่สุดไปก่อน

นโยบายนี้สะท้อนบทบาทใหม่ของท้องถิ่นในยุคต้นทุนผันผวน

สิ่งที่เกิดขึ้นในเชียงรายจึงน่าสนใจมากกว่าการงดเก็บภาษีน้ำมัน 3 เดือน เพราะมันสะท้อนการเปลี่ยนบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจากหน่วยบริการพื้นฐาน ไปสู่หน่วยนโยบายเชิงรุกที่ต้องตัดสินใจเร็วภายใต้แรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ส่งตรงถึงประชาชน วันหนึ่งท้องถิ่นอาจต้องดูแลถนน น้ำประปา และขยะ แต่ในอีกวันก็ต้องคิดเรื่องพลังงาน ค่าครองชีพ และการประคองเศรษฐกิจในระดับจังหวัดไปพร้อมกัน มาตรการของ อบจ.เชียงรายจึงเป็นตัวอย่างของการใช้ “เครื่องมือรายได้” มาเปลี่ยนเป็น “เครื่องมือเยียวยา” ในช่วงเวลาที่ประชาชนสัมผัสปัญหาได้ทุกวันจากป้ายราคาน้ำมันหน้าปั๊มและราคาสินค้าตามตลาด

แน่นอนว่ามาตรการนี้ยังต้องถูกติดตามผลอย่างใกล้ชิด ทั้งในแง่ว่าราคาน้ำมันที่ประชาชนจ่ายจริงลดลงเพียงใด การจัดเก็บรายได้ของ อบจ.จะได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน และเมื่อครบ 3 เดือน จังหวัดจะมีนโยบายต่อเนื่องอย่างไร วิกฤตพลังงานโลกยังไม่คลี่คลาย อย่างไรก็ตาม ในเชิงการเมืองสาธารณะและการบริหารท้องถิ่น มติครั้งนี้ได้ฝากข้อความสำคัญไว้ชัดเจนแล้วว่า ในวันที่ปัญหาระดับโลกไหลลงมาถึงชีวิตคนในชุมชน หน่วยงานที่อยู่ใกล้ประชาชนที่สุดไม่อาจยืนดูอยู่เฉย ๆ ได้อีกต่อไป

ปลายทางของเรื่องนี้อยู่ที่ความเชื่อมั่น ไม่ใช่แค่ตัวเลขหน้าปั๊ม

ในระยะสั้น คนเชียงรายอาจมองผลของมาตรการนี้ผ่านตัวเลขที่จ่ายจริงหน้าปั๊ม แต่ในระยะยาว สิ่งที่มีค่ามากไม่แพ้กันคือความเชื่อมั่นว่าจังหวัดยังมีคนคอยบริหารสถานการณ์อยู่ ความเชื่อมั่นนั้นเกิดจากหลายชั้น ทั้งการที่จังหวัดยืนยันว่าน้ำมันยังเพียงพอในช่วงสงกรานต์ การที่ท้องถิ่นยอมลดรายได้บางส่วนเพื่อบรรเทาค่าใช้จ่ายของประชาชน และการที่ส่วนกลางเริ่มขยับลดราคาหน้าโรงกลั่นควบคู่กันไป ทั้งสามระดับทำงานเชื่อมกันได้จริง เชียงรายก็อาจผ่านช่วงตึงตัวของพลังงานรอบนี้ไปได้ด้วยความเสียหายน้อยกว่าที่กังวลกันในตอนแรก

แต่ถ้าลึกกว่านั้น เรื่องนี้ยังเตือนอีกอย่างว่า เศรษฐกิจท้องถิ่นในยุคปัจจุบันเปราะบางต่อแรงสั่นสะเทือนของโลกมากกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็นสงคราม เส้นทางพลังงาน หรือราคาวัตถุดิบ สิ่งที่เกิดห่างออกไปหลายพันกิโลเมตรสามารถย้อนกลับมาหาคนขับรถส่งผัก คนทำไร่ คนขับรถรับจ้าง และครอบครัวธรรมดาในเชียงรายได้ภายในเวลาไม่กี่วัน การตัดสินใจของ อบจ.เชียงรายครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงมาตรการลดภาษีชั่วคราว เป็นภาพสะท้อนของยุคสมัยที่การเมืองท้องถิ่นต้องรับมือปัญหาระดับโลกด้วยเครื่องมือที่มีจำกัด แต่ต้องตัดสินใจให้ไวพอและใกล้ชีวิตประชาชนมากพอจะสร้างผลได้จริงในเวลาที่จำเป็นที่สุด

สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย
  • สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย
  • พลังงานจังหวัดเชียงราย
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

รัฐช่วยเหลือค่าไฟผู้ประสบอุทกภัย ลดภาระประชาชนตามมติ ครม.

 

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2567 นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมช.มหาดไทย) ในฐานะประธานศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ส่วนหน้า (ศปช.ส่วนหน้า) ได้ลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามการช่วยเหลือฟื้นฟูประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงราย

นางสาวธีรรัตน์ได้ให้ความมั่นใจกับประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย โดยยืนยันว่าจะไม่มีการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าในรอบบิลเดือนกันยายน 2567 สำหรับบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) และในรอบบิลเดือนตุลาคม

2567 จะลดค่าไฟฟ้าให้ 30% เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยนางสาวธีรรัตน์ได้ลงพื้นที่ไปยังสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขาเชียงราย เพื่อตรวจสอบและยืนยันการดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว

สำหรับประชาชนที่ได้รับบิลค่าไฟแล้ว หากพบความผิดพลาดหรือสงสัยในรายละเอียด สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือโทรสายด่วน 1129 นอกจากนี้ ผู้ที่ใช้แอพพลิเคชัน PEA Smart Plus ยังสามารถตรวจสอบค่าไฟฟ้าแต่ละเดือนได้ รวมถึงตรวจสอบค่าไฟย้อนหลังได้ถึง 1 ปี

นอกจากการติดตามเรื่องค่าไฟแล้ว นางสาวธีรรัตน์ยังได้ลงพื้นที่ไปยังชุมชนต่างๆ ในอำเภอเมืองเชียงราย เช่น ชุมชนบ้านเมืองงิม ตำบลริมกก ชุมชนป่าแดง และชุมชนฝั่งหมิ่น เพื่อติดตามการฟื้นฟูพื้นที่และการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ทั้งนี้ นางสาวธีรรัตน์ได้หารือกับเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการฟื้นฟูถนนทางเข้าหมู่บ้าน รวมถึงการจัดการฝุ่นในพื้นที่สาธารณะอย่างสวนสาธารณะริมน้ำกก ซึ่งประชาชนมักมาใช้สถานที่ในการออกกำลังกาย เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

ในขณะเดียวกัน ยังมีการเร่งดำเนินการติดตั้งระบบไฟฟ้าให้ครบถ้วนและปลอดภัย รวมถึงการทำความสะอาดห้องน้ำสาธารณะ ซึ่งยังคงมีดินโคลนตกค้างอยู่ นางสาวธีรรัตน์เน้นย้ำว่า หากจุดใดที่ประชาชนต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันที เพื่อให้การฟื้นฟูดำเนินไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ นางสาวธีรรัตน์ยังได้เชิญชวนนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชมจังหวัดเชียงรายในช่วงไฮซีซั่น โดยกล่าวว่านอกจากสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดแล้ว วิสาหกิจชุมชน “มาลีญา คราฟท์ แอนด์ ดีไซน์” ก็เป็นอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ที่นี่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวร่วมทำกิจกรรมเวิร์คช็อปผ้าพิมพ์ลายธรรมชาติ ซึ่งเป็นการนำวัสดุในท้องถิ่น เช่น ใบไม้ ดอกไม้ มาสร้างสรรค์ผลงานบนผืนผ้า เพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์ชุมชน และยังช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอีกด้วย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

อบจ.เชียงราย เคาะเครื่องจักรซ่อมถนน ‘บ้านเมืองงิม’ เริ่ม 28 ต.ค. นี้

ความคืบหน้าการซ่อมแซมถนนบ้านเมืองงิมหลังน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2567 ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์ได้สอบถามถึงความคืบหน้าจาก นายวิญญู ทองทัน เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เกี่ยวกับ การซ่อมแซมถนนเส้นบ้านเมืองงิม ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย หลังจากที่ได้เกิดน้ำท่วมหนักในพื้นที่เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา ทำให้เกิดความเสียหายต่อถนนและการสัญจรของประชาชนในพื้นที่

การลงพื้นที่ตรวจสอบของวิศวกร

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2567 ทาง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ได้ให้การสนับสนุนทีมวิศวกรจิตอาสาจาก สมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และ มูลนิธินายช่างไทยใจอาสา ในการลงพื้นที่จังหวัดเชียงรายเพื่อตรวจสอบความเสียหายของถนนเส้นนี้ โดยมีการร่วมมือระหว่างวิศวกรและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพื่อให้การซ่อมแซมเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

งบประมาณและแผนการซ่อมแซมถนน

นายวิญญู ทองทัน ได้แจ้งว่า ขณะนี้ทาง นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ได้อนุมัติงบประมาณในการซ่อมแซมถนนเส้นนี้แล้ว ซึ่งงบประมาณจะถูกนำไปใช้ในการจัดหาเครื่องจักรและวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อ ปรับปรุงถนนให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ โดยจะเริ่มดำเนินการในวันที่ 28 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป จนกว่าจะเสร็จสมบูรณ์

ความสำคัญของการซ่อมแซมถนนบ้านเมืองงิม

การซ่อมแซมถนนในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการ สัญจรของประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากถนนเส้นบ้านเมืองงิมเป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมต่อระหว่างตำบลริมกกกับตัวเมืองเชียงราย หากไม่ดำเนินการซ่อมแซมให้เรียบร้อย ประชาชนจะได้รับความลำบากในการเดินทางไปทำงาน และการขนส่งสินค้าจะต้องหยุดชะงัก นอกจากนี้ยังเป็น มาตรการป้องกันน้ำท่วมในอนาคต ด้วยการปรับปรุงพื้นผิวถนนและระบบระบายน้ำเพื่อให้สามารถรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติได้ดีขึ้น

สรุปการดำเนินการในอนาคต

การซ่อมแซมถนนบ้านเมืองงิมจะเริ่มต้นในวันที่ 28 ตุลาคม 2567 และจะมีการติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดโดยทีมวิศวกรและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เพื่อให้ถนนกลับมาใช้งานได้เร็วที่สุด ประชาชนในพื้นที่จึงสามารถวางใจได้ว่าการดำเนินการซ่อมแซมถนนในครั้งนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างความปลอดภัยในการสัญจร

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI EDITORIAL

‘ช่างเบน’ กับการให้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด จิตอาสาฟิ้นฟูล้างโคลนในบ้านไม่คิดค่าแรง

 

หลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2567 ซึ่งถือเป็นอุทกภัยที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี น้ำท่วมครั้งนี้สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างจำนวนมาก โดยมีผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัตินี้ นอกจากนั้น มวลน้ำยังไหลทะลักเข้าสู่ตัวเมืองเชียงราย แม้ว่าระดับน้ำจะลดลงแล้ว แต่การฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำท่วมยังคงต้องใช้เวลาอีกเป็นเดือน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีดินโคลนสะสมอยู่ในบ้านเรือนและบริเวณโดยรอบ ทำให้ชาวบ้านต้องลงแรงทำความสะอาดเองด้วยความลำบาก

สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์ ได้สัมภาษณ์ครอบครัวจิตอาสาที่เข้ามาช่วยเหลือในพื้นที่ พี่เบน คุณสุวิชา ไชยเลิศ วัย 39 ปี พร้อมภรรยา คุณสิทธิชยา สุกฤติยานันท์ (เอ๋) วัย 40 ปี และลูกชายสองคน ด.ช.ตปัสวิน ไชยเลิศ (โมโน) วัย 7 ปี และ ด.ช.ฌานิน ไชยเลิศ (โมนิน) วัย 6 เดือน บ้านของ พี่เบน คุณสุวิชา อยู่ในบริเวณที่น้ำท่วมไม่ถึง แต่ชุมชนรอบข้างได้รับความเสียหายอย่างหนัก เนื่องจากน้ำท่วมและดินโคลนที่เข้าท่วมบ้านเรือนของผู้ประสบภัย

 พี่เบน คุณสุวิชา เล่าว่า เขาและภรรยาได้คุยกันว่าจะช่วยเหลือผู้เดือดร้อนอย่างไร โดยเริ่มต้นจากการนำเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงที่มีอยู่มาใช้ในการทำความสะอาดบ้านของชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมหนัก ในวันแรกมีเพียงเขาและภรรยาเข้าร่วมทำความสะอาด แต่หลังจากนั้นก็ได้มีอาสาสมัครเข้าร่วมเพิ่มเติม จนมีสมาชิกกลุ่มมากถึง 8 คนในบางวัน ซึ่งทุกคนที่เข้ามาร่วมทำงานก็ทำด้วยใจ โดยไม่ขอรับเงินหรือสิ่งของตอบแทน กลุ่มนี้เป็นกลุ่มจิตอาสาที่มีอุดมคติที่ชัดเจนว่าจะไม่รับเงินจากการช่วยเหลือ แต่หากมีผู้ใจบุญที่ต้องการสนับสนุน พวกเขาขอเป็นอุปกรณ์ทำความสะอาดแทน เช่น เครื่องฉีดน้ำ แปรงขัดพื้น ผงซักฟอก และไม้กวาด เพื่อให้สามารถใช้ในการช่วยเหลือคนอื่นได้ต่อไป
 

พี่เบน คุณสุวิชา กล่าวต่อว่า ตอนนี้พวกเขาได้เน้นช่วยเหลือ ‘เฉพาะในตัวอำเภอเมืองเชียงราย’ โดยช่วยกลุ่มเปราะบางที่ต้องการความช่วยเหลือก่อน เช่น ผู้สูงอายุและครอบครัวที่ไม่สามารถทำความสะอาดบ้านเองได้ พวกเขาใช้เครื่องฉีดน้ำในการล้างดินโคลนออกจากบ้าน และถอดเฟอร์นิเจอร์ที่ผุพังออก ทั้งนี้ การดำเนินงานขึ้นอยู่กับขนาดและสภาพของพื้นที่เป็นหลัก หากชาวบ้านต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม หรือคนไหนที่อยากจ้างช่างต่อเติมที่มีจิตอาสาสามารถติดต่อผ่านไลน์ไอดี Suvicha.cr ได้โดยตรง

 

วิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังทำให้เห็นถึงน้ำใจของจิตอาสาจากทุกภาคส่วนที่เข้ามาช่วยเหลือโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน แม้ว่าหลายคนจะประสบกับความลำบากเช่นเดียวกัน แต่ก็ยังมีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือเพื่อนร่วมชุมชน เจ้าของบ้านหลายคนที่ได้รับการช่วยเหลือต่างแสดงความขอบคุณด้วยรอยยิ้ม ซึ่งเป็นสิ่งตอบแทนที่มีค่าสำหรับจิตอาสาเหล่านี้

การช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในจังหวัดเชียงรายยังคงดำเนินต่อไป ทั้งในตัวเมืองและชุมชนต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้โดยเร็ว

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News