
สงครามตะวันออกกลางฉุดจองห้องพักภาคเหนือ เชียงใหม่ยกเลิกพุ่ง 30 เปอร์เซ็นต์ ขณะเชียงรายเร่งประคองตลาดก่อนสงกรานต์
เชียงราย,24 มีนาคม 2569 – แรงสะเทือนจากสงครามไกลตัว กำลังกลายเป็นแรงกดดันใกล้ตัวของเมืองท่องเที่ยวไทย เมื่อสงครามในตะวันออกกลางขยายวงและลากยาว ผลกระทบที่ตามมาไม่ได้หยุดอยู่ที่เวทีการเมืองระหว่างประเทศหรือราคาพลังงานในตลาดโลกอีกต่อไป หากเริ่มไหลเข้าสู่เมืองท่องเที่ยวของไทยทีละชั้น ผ่านเที่ยวบินที่หายไป นักท่องเที่ยวที่ชะลอการเดินทาง และการยกเลิกการจองห้องพักที่เกิดขึ้นจริงในตลาด ภาพดังกล่าวกำลังสะท้อนชัดขึ้นในภาคเหนือ โดยเฉพาะเชียงใหม่และเชียงราย ซึ่งต่างพึ่งพาตลาดต่างชาติในบางฤดูกาลและบางเซ็กเมนต์อย่างมีนัยสำคัญ
ข้อมูลจากบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ระบุว่า นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 จนถึงวันที่ 18 มีนาคม 2569 สายการบินต่าง ๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลางได้ยกเลิกเที่ยวบินมายังประเทศไทยแล้วกว่า 1,000 เที่ยวบิน หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 3 ของปริมาณเที่ยวบินทั้งหมด โดยสนามบินที่ได้รับผลกระทบสูงสุดคือสุวรรณภูมิและภูเก็ต และยังมีผลกระทบต่อเชียงใหม่ด้วย แม้ตัวเลขดังกล่าวอาจยังไม่ถึงขั้นทำให้ระบบท่องเที่ยวหยุดชะงัก แต่ก็เพียงพอที่จะเปลี่ยนบรรยากาศตลาดจากความคึกคักให้กลายเป็นความระแวดระวัง
ในภาวะเช่นนี้ สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่แค่จำนวนเที่ยวบินที่หายไป แต่คือผลทางจิตวิทยาที่ตามมา นักท่องเที่ยวจากยุโรปและตะวันออกกลางจำนวนไม่น้อยต้องใช้เส้นทางบินที่เกี่ยวพันกับภูมิภาคขัดแย้ง เมื่อเส้นทางไม่แน่นอน ความปลอดภัยกลายเป็นโจทย์ และต้นทุนเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้น การตัดสินใจเลื่อนหรือยกเลิกการเดินทางจึงเกิดขึ้นได้รวดเร็วกว่าช่วงปกติ
เชียงใหม่เริ่มเห็นสัญญาณชะลอตัวอย่างเป็นรูปธรรม
ในบรรดาเมืองท่องเที่ยวภาคเหนือ เชียงใหม่เป็นพื้นที่ที่เริ่มเห็นผลกระทบเชิงตัวเลขเด่นชัดที่สุดจากข้อมูลที่แนบมา นายไพศาล สุขเจริญ นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือตอนบน และกรรมการผู้จัดการโรงแรมสมายล์ ล้านนา ให้ข้อมูลว่า อัตราการยกเลิกการจองห้องพักของนักท่องเที่ยวกลุ่มตะวันออกกลางและยุโรป เพิ่มจากราวร้อยละ 20 ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม 2569 มาเป็นร้อยละ 30 ในช่วงล่าสุด
สาระสำคัญของตัวเลขนี้ไม่ได้อยู่ที่การเปลี่ยนจาก 20 เป็น 30 เพียงอย่างเดียว แต่คือการบอกว่าตลาดหลักบางกลุ่มที่เคยช่วยพยุงเชียงใหม่ในช่วงกรีนซีซันกำลังอ่อนแรงลงพร้อมกัน โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลางที่นิยมธรรมชาติและบรรยากาศฝน รวมถึงนักท่องเที่ยวยุโรปที่หลายเส้นทางต้องใช้จุดพักเครื่องในภูมิภาคตะวันออกกลาง เมื่อสายการบินอย่าง Emirates, Qatar Airways และ Etihad ต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางหรือระงับเที่ยวบิน ผลกระทบจึงเกิดขึ้นโดยตรงต่อปลายทางอย่างเชียงใหม่
นางละเอียด บุ้งศรีทอง ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมรติล้านนา ริเวอร์ไซด์ สปา รีสอร์ท เชียงใหม่ ให้ข้อมูลในทิศทางเดียวกัน โดยระบุกับ ประชาชาติธุรกิจ ว่า เดือนมีนาคมพบการยกเลิกห้องพักเพิ่มจาก 20 Room Night เป็น 50 Room Night และที่น่าห่วงไม่แพ้กันคือยอดจองระหว่างเดือนหายไปราวร้อยละ 20 จากความไม่เชื่อมั่นในการเดินทางของตลาดยุโรปและอเมริกา ภาพนี้สะท้อนว่าปัญหาไม่ได้กระทบเฉพาะการจองที่มีอยู่แล้ว แต่ยังกระทบการตัดสินใจจองใหม่ด้วย
เชียงรายยังไม่ถึงขั้นทรุดตัว แต่สัญญาณเตือนเริ่มดังขึ้น
แม้เชียงรายจะมีโครงสร้างตลาดต่างจากเชียงใหม่ และเดือนมีนาคมตามปกติก็ไม่ใช่ช่วงพีกของการท่องเที่ยวอยู่แล้ว แต่บทสัมภาษณ์ของ วิโรจน์ ชายา ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย สะท้อนว่า ภาคธุรกิจในพื้นที่เริ่มสัมผัสแรงกดดันอย่างชัดเจนจากบรรยากาศสงครามและความไม่แน่นอนของการเดินทาง
จากถ้อยคำที่ให้สัมภาษณ์ วิโรจน์มองว่า ในระยะสั้นเดือนมีนาคมเดิมก็เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวค่อนข้างน้อยอยู่แล้ว แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ตะวันออกกลางเข้ามาซ้ำเติม จึงยิ่งกระทบมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่จองล่วงหน้าสำหรับเดือนเมษายน พฤษภาคม และช่วงปิดเทอม ซึ่งเริ่มมีการยกเลิกมากขึ้น และหลายโรงแรมที่รับกรุ๊ปทัวร์ได้รับผลกระทบชัดเจนประเมินว่า หากมองในแง่การยกเลิกกรุ๊ปทัวร์ เชียงรายน่าจะได้รับผลกระทบในระดับใกล้เคียงกับเชียงใหม่
ในอีกด้านหนึ่ง ข้อมูลที่ผู้ใช้ระบุประกอบไว้ยังสะท้อนว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวเชียงรายจากการสอบถามสมาคมโรงแรมอาจได้รับผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณร้อยละ 30 ขณะที่ในบางช่วงข้อความมีการกล่าวถึงร้อยละ 40 ด้วย อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาตามหลักวิชาชีพข่าว ค่าที่ควรใช้ด้วยความระมัดระวังคือระดับประมาณร้อยละ 30 เพราะสอดคล้องกับข้อมูลเชียงใหม่และทิศทางของบทสัมภาษณ์มากกว่า ส่วนค่าร้อยละ 40 ควรถือเป็นตัวประเมินเบื้องต้นที่ยังต้องการการยืนยันเพิ่มเติมจากหน่วยงานหรือสถิติทางการ
ปัญหาไม่ได้มีแค่ต่างชาติหาย แต่คนไทยก็เริ่มชะลอเดินทาง
ประเด็นที่น่าสนใจจากบทสัมภาษณ์วิโรจน์คือ ไม่ได้มองผลกระทบจำกัดอยู่แค่ตลาดต่างชาติ แต่เห็นว่าตลาดในประเทศกำลังมีความกังวลเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะจากประเด็นน้ำมันและความรู้สึกไม่มั่นใจในการเดินทางช่วงสงกรานต์ ถึงกับประเมินว่า ปีนี้สงกรานต์อาจเงียบกว่าปกติ เพราะประชาชนรู้สึกว่าน้ำมันเป็นสิ่งที่ต้องหวงและไม่แน่ใจว่าจะเดินทางได้สะดวกเพียงใด
แม้ถ้อยคำดังกล่าวจะเป็นความเห็นจากภาคเอกชนในพื้นที่ ไม่ใช่สถิติทางการ แต่ก็มีน้ำหนักในเชิงสถานการณ์ เพราะสอดคล้องกับข้อมูลจาก ททท. ที่ยอมรับว่า ความกังวลของประชาชนในช่วงสั้น ๆ ยังอยู่ที่ค่าครองชีพและปัญหาการเข้าถึงน้ำมัน โดยเฉพาะกระแสข่าวเรื่องการจำกัดการเติมน้ำมัน แม้ภายหลังภาครัฐจะอนุญาตให้เติมเต็มถังได้ตามปกติแล้วก็ตาม
จุดนี้ทำให้เห็นว่า วิกฤตท่องเที่ยวรอบนี้ไม่ใช่การหายไปของนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเดียว แต่เป็นแรงกดดันซ้อนทับกันระหว่างต้นทุนการเดินทาง ความเชื่อมั่น และความไม่แน่นอนด้านพลังงาน ซึ่งทั้งหมดล้วนมีผลต่อการตัดสินใจเดินทางของผู้คน
ททท. ยังไม่ลดธง และเลือกเดินเกมรุกตลาดในประเทศ
ท่ามกลางสัญญาณชะลอตัวจากต่างประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยยังคงเป้าหมายตลาดไทยเที่ยวไทยปี 2569 ไว้ที่ 215 ล้านคน ครั้ง สร้างรายได้ 1 ล้านล้านบาท โดย น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ระบุว่า แม้สงครามตะวันออกกลางจะส่งผลต่อราคาพลังงานและทำให้การใช้พลังงานในประเทศไม่เหมือนเดิม แต่ไทยยังมีน้ำมันใช้ได้อีกกว่า 100 วัน และปัญหาที่เกิดขึ้นอาจเป็นเรื่องการหาปั๊มเติมที่ยากขึ้นกว่าปกติ มากกว่าการขาดแคลนเชื้อเพลิงในภาพรวม
ททท. จึงเลือกเดินเกมผ่านการกระตุ้นตลาดในประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเตรียมจัดงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 44 ระหว่างวันที่ 25 ถึง 29 มีนาคม 2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อเป็นแรงส่งต่อเนื่องไปยังเทศกาลสงกรานต์ในเดือนเมษายน และยังย้ำว่า ททท. ไม่เคยหยุดทำตลาดเลยแม้ในช่วงที่เผชิญปัจจัยลบ
ในมุมของการสื่อสารต่อสาธารณะ ท่าทีนี้มีความสำคัญมาก เพราะเป็นการส่งสัญญาณว่า ภาครัฐยังมองเห็นโอกาสในการประคองตลาดผ่านการเดินทางภายในประเทศ แม้ตลาดต่างชาติบางส่วนจะสะดุดก็ตาม
สงกรานต์เชียงรายยังถูกดันต่อในฐานะเมืองน่าเที่ยว
แม้ภาคเอกชนในเชียงรายจะกังวลกับยอดจองและบรรยากาศสงกรานต์ แต่ฝั่งหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวยังเดินหน้าสื่อสารเชิงบวกต่อเนื่อง โดย ททท. สำนักงานเชียงราย ได้ประชาสัมพันธ์ 10 พิกัดเที่ยวงานสงกรานต์และจุดเล่นน้ำในจังหวัด พร้อมเชิญชวนให้วางแผนการเดินทางต่อเนื่อง ขณะที่กระทรวงวัฒนธรรมประกาศจัดงาน “สงกรานต์บ้านฉัน สีสันไทไทย สุขไกลทั่วโลก” และระบุให้เชียงรายเป็นหนึ่งใน 13 เมืองน่าเที่ยวของปี 2569
น้ำหนักของข้อมูลส่วนนี้อยู่ที่การสะท้อนความพยายามของรัฐในการรักษาบรรยากาศการท่องเที่ยวและใช้ทุนทางวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือพยุงความเชื่อมั่น กล่าวอีกอย่างหนึ่ง แม้ภาคเอกชนจะกำลังรับแรงกดดันจากยอดยกเลิก แต่ภาครัฐยังไม่ถอยจากการโปรโมต และยังพยายามทำให้เชียงรายคงสถานะเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจของสงกรานต์ล้านนา
สำหรับคนทำข่าวเชิงลึก ประเด็นนี้น่าจับตาเป็นพิเศษ เพราะมันคือรอยต่อระหว่าง สัญญาณลบจากตลาดจริง กับ ความพยายามเชิงนโยบายในการรักษาอารมณ์การเดินทางของสังคม ว่าสุดท้ายแล้ว ด้านใดจะมีน้ำหนักมากกว่ากันในช่วงก่อนเทศกาล
ภาคเอกชนเชียงรายเสนอรวมพลังทำโปรโมชั่นทั้งเมือง
อีกมิติหนึ่งที่โดดเด่นจากบทสัมภาษณ์วิโรจน์ คือข้อเสนอให้ภาคเอกชนเชียงรายหยุดคิดแบบต่างคนต่างอยู่ และหันมาร่วมกันทำโปรโมชั่นทั้งเมืองมองว่า หากมีเพียงโรงแรมบางแห่งลดราคา หรือบางร้านอาหารทำโปรโมชันเพียงลำพัง พลังต่อรองและแรงดึงดูดจะไม่มากพอ แต่หากโรงแรม ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และผู้ประกอบการหลายกลุ่มร่วมมือกัน ก็อาจสร้างภาพจำใหม่ให้เชียงรายกลายเป็นปลายทางที่คุ้มค่าสำหรับการเดินทางในช่วงภาวะไม่ปกติ
แนวคิดนี้สอดรับกับท่าทีของ นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. ที่ระบุว่า ททท. เตรียมพิจารณาโยกงบประมาณราว 5 ถึง 10 ล้านบาท เพื่อจัดทำแคมเปญส่งเสริมการตลาดระยะสั้นแบบเจาะจงพื้นที่ และมุ่งสร้างสมดุลด้านค่าใช้จ่ายผ่านความร่วมมือกับผู้ประกอบการโรงแรม เช่น การลดราคาห้องพักจาก 3,000 บาท เหลือ 2,000 ถึง 2,500 บาท เพื่อชดเชยค่าน้ำมันที่แพงขึ้น
สิ่งนี้บอกเราว่า ทั้งภาครัฐและเอกชนเริ่มคิดไปในทิศทางเดียวกันแล้ว คือการพยายามทำให้ ค่าใช้จ่ายรวมของการเดินทางไม่สูงขึ้นจนคนยอมแพ้ต่อการท่องเที่ยว ถ้าราคาน้ำมันดันต้นทุนขึ้น ก็ต้องหาทางกดต้นทุนส่วนอื่นลงมาชดเชย
ตลาดต่างชาติยังไม่หายทั้งหมด และยังมีสัญญาณบวกบางส่วน
แม้ข่าวส่วนใหญ่จะรายงานด้านลบ แต่ข้อมูลจาก ททท. ยังมีบางสัญญาณที่ช่วยถ่วงดุลภาพรวมได้ น.ส.ฐาปนีย์ ระบุว่า หลังจากตลาดต่างชาติชะลอตัวในสัปดาห์แรกของเดือนมีนาคม ล่าสุดข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแสดงให้เห็นว่า นักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางและยุโรปเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้นตามจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้สัปดาห์ล่าสุดมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศไทย 628,451 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 12,222 คน หรือร้อยละ 1.98 เฉลี่ยวันละ 89,779 คน
ตัวเลขนี้มีความหมายในเชิงการตีความข่าว เพราะสะท้อนว่า แม้ภาคเหนือโดยเฉพาะเชียงใหม่จะได้รับผลกระทบจากการยกเลิกห้องพัก แต่ในภาพรวมประเทศ ตลาดต่างชาติยังไม่ถึงขั้นถดถอยพร้อมกันทั้งหมด และยังอาจพอหาตลาดอื่นเข้ามาชดเชยได้ โดยเฉพาะจีน เกาหลีใต้ และอินเดียตามที่ ททท. ระบุไว้
อย่างไรก็ตาม สำหรับเชียงรายและเชียงใหม่ โจทย์สำคัญไม่ใช่เพียงว่าตลาดรวมของประเทศจะฟื้นหรือไม่ แต่คือจะดึงตลาดทดแทนเข้าสู่พื้นที่ได้เร็วพอหรือเปล่า ก่อนที่ฤดูกาลท่องเที่ยวถัดไปจะผ่านพ้นไป
ภาคการบินยังโตได้ แต่โตช้ากว่าที่เคยคาด
AEROTHAI ประเมินว่า แม้สถานการณ์ตะวันออกกลางจะส่งผลให้ปริมาณเที่ยวบินในไทยลดลงจากการยกเลิกเที่ยวบินของสายการบินตะวันออกกลาง และทำให้ต้นทุนน้ำมันของสายการบินเพิ่มขึ้น แต่ภาพรวมอุตสาหกรรมการบินไทยในปี 2569 ยังมีแนวโน้มเติบโตเมื่อเทียบกับปี 2568 เพียงแต่เป็นการเติบโตที่จำกัด ไม่เกินร้อยละ 3 และต่ำกว่าที่เคยคาดไว้ก่อนเกิดวิกฤต
นี่คืออีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ทำให้ข่าวมีความสมดุล เพราะแม้ผลกระทบจะเกิดขึ้นจริง แต่ยังไม่ใช่สถานการณ์ล้มทั้งกระดาน ทว่าก็เพียงพอจะทำให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัวเร็วขึ้น และไม่สามารถใช้สมมติฐานการเติบโตแบบเดิมได้อีกต่อไป
บทสรุปของภาคเหนือในวันที่ต้องประคองทั้งตลาดและความเชื่อมั่น
เมื่อมองภาพรวมทั้งหมด จะเห็นว่าเชียงใหม่กำลังเผชิญผลกระทบที่มองเห็นได้ชัดจากยอดยกเลิกห้องพักที่เพิ่มถึงร้อยละ 30 ขณะที่เชียงรายแม้จะยังไม่มีตัวเลขทางการที่แข็งเท่าเชียงใหม่ แต่เสียงจากภาคธุรกิจชี้ว่า สัญญาณเตือนเริ่มดังขึ้นทั้งจากกรุ๊ปทัวร์ที่ยกเลิก การจองล่วงหน้าที่ชะลอ และความไม่มั่นใจของนักท่องเที่ยวก่อนสงกรานต์
ในอีกด้านหนึ่ง รัฐยังพยายามตรึงความเชื่อมั่นผ่านการตลาดในประเทศ งานเทศกาล และการผลักดันแคมเปญลดต้นทุนการเดินทาง ส่วนภาคเอกชนก็เริ่มมองหาความร่วมมือใหม่เพื่อดึงคนไทยเข้ามาทดแทนช่องว่างของตลาดต่างชาติ
สุดท้ายแล้ว เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงข่าวของโรงแรมหรือสายการบิน แต่เป็นข่าวของเศรษฐกิจท้องถิ่นทั้งระบบ เพราะทุกการยกเลิกห้องพักหมายถึงรายได้ที่หายไปของคนขับรถ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ผู้ค้าของฝาก และแรงงานภาคบริการอีกจำนวนมาก ในวันที่สงครามอยู่ไกลออกไปหลายพันกิโลเมตร เชียงใหม่และเชียงรายกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า ผลสะเทือนของมันสามารถเดินทางมาถึงเมืองท่องเที่ยวไทยได้เร็วและลึกกว่าที่หลายคนคิด

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- บทสัมภาษณ์ วิโรจน์ ชายา ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย วันที่ 24 มีนาคม 2569
- ประชาชาติธุรกิจ : สงครามตะวันออกกลางพ่นพิษ โรงแรมเชียงใหม่ ยอดจองวูบ 30%… อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.prachachat.net/local-economy/news-1979422
- ข้อมูลจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เรื่องเป้าหมายตลาดไทยเที่ยวไทยปี 2569 จำนวน 215 ล้านคน ครั้ง สร้างรายได้ 1 ล้านล้านบาท และแนวทางกระตุ้นตลาดในประเทศ ตามข้อความที่ผู้ใช้แนบ
- น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
- นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. เ
- ข้อมูลจาก บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด หรือ AEROTHAI วันที่ 18 มีนาคม 2569 เรื่องเที่ยวบินยกเลิกกว่า 1,000 เที่ยวบินจากผลกระทบความขัดแย้งตะวันออกกลาง ตามข้อความที่ผู้ใช้แนบ
- ททท. สำนักงานเชียงราย
- ข้อมูลจาก กระทรวงวัฒนธรรม เรื่องการจัดงานสงกรานต์ทั่วไทย ปี 2569 และการระบุเชียงรายเป็นหนึ่งใน 13 เมืองน่าเที่ยว ตามข้อความที่ผู้ใช้แนบ









