Categories
AROUND CHIANG RAI ECONOMY

เจาะแผน ททท.เชียงราย 2569 ชูแนวคิด Values over Volume แก้เกมเศรษฐกิจภาคเหนือด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์

เชียงราย 2569 “เที่ยวลึก-ใช้จ่ายจริง” ยุทธศาสตร์ใหม่ของ ททท.เชียงราย ผลักเมืองเหนือสุดสู่ Wellness & Creative City ท่ามกลางเศรษฐกิจเปราะบางภาคเหนือ

การวิเคราะห์ภาพรวมจากข้อมูลสัมภาษณ์นางสาวยุรีพรรณ แสนใจยา ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงราย ประกอบกับรายงานเศรษฐกิจภาคเหนือของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวระดับประเทศของ ททท. สะท้อน “โจทย์เดียวกัน” อย่างชัดเจน คือ ภาคเหนือและเชียงรายไม่สามารถพึ่งพาการเติบโตแบบ “ปริมาณคนล้วน ๆ” ได้อีกต่อไป แต่ต้องขยับไปสู่ “เศรษฐกิจการท่องเที่ยวคุณภาพสูง (High-Value Economy)” ที่ผูกกับ Wellness, Creative Tourism, BCG Economy และ Future Food

เชียงรายจึงถูกวางบทบาทใหม่จาก “เมืองทางผ่าน – เมืองชะโงกทัวร์” ไปสู่ “เมืองที่ต้องตั้งใจมาอยู่ – มาใช้เวลา – มาใช้จ่าย” ผ่านยุทธศาสตร์ Values over Volume และการออกแบบเส้นทางเชิงประสบการณ์ (Experiential & Story-based Routes) ที่ ททท.เชียงรายร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นและส่วนกลางพยายามผลักดันอย่างเป็นระบบ

รายงานข่าวชิ้นนี้จะพาผู้อ่านไล่จาก “เสียงในพื้นที่” ของ ททท.สำนักงานเชียงราย เชื่อมกับ “ภาพใหญ่เศรษฐกิจภาคเหนือ” ของ ธปท. และ “ทิศทางการท่องเที่ยวไทย 2569” ของ ททท.ส่วนกลาง ก่อนจะกลับมาคลี่ว่า โอกาสและความเสี่ยงของเชียงรายในปี 2569 สำหรับผู้ประกอบการและชุมชนอยู่ตรงไหน และควรเตรียมตัวอย่างไร

บทบาทใหม่ของ ททท.เชียงราย จากดันยอดคนเที่ยว สู่ดันยอด “การใช้จ่ายและการพักค้าง”

เชียงราย, 4 มกราคม 2569 – นางสาวยุรีพรรณ แสนใจยา ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงราย ให้ภาพทิศทางการทำงานในปี 2569 อย่างตรงไปตรงมาว่า บทบาทของ ททท.ในพื้นที่ไม่ได้มีเป้าหมายแค่ “พาคนมาเที่ยวให้ได้มากที่สุด” แต่ต้องทำให้ “คนที่เดินทางมาเชียงราย ใช้จ่ายจริงในพื้นที่ และพักค้างในจังหวัดให้ได้”

คุณยุรีพรรณ อธิบายว่า พฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่ ทั้งไทยและต่างชาติ เปลี่ยนจากการ “ชะโงกทัวร์ – แวะเช็คอินสถานที่ยอดฮิตแล้วกลับ” ไปสู่การท่องเที่ยวแบบ “เจาะลึกซึ้ง” ที่ต้องการเรียนรู้เรื่องราว วิถีชีวิต และการมีส่วนร่วมกับชุมชน

ดังนั้น ททท.เชียงราย จึงเลือก “สินค้าและเส้นทางท่องเที่ยว” ที่มีคุณภาพสูง (High-End / High-Value Products) และมีเนื้อหาประสบการณ์ชัดเจนมาเป็นตัวเดินเกม ไม่ใช่แค่การรวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังมาเรียงต่อกัน

ยุรีพรรณย้ำว่า การนำเสนอโปรดักต์ของเชียงรายในปี 2569 จะเน้น “การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์และความยั่งยืน” เชื่อมธรรมชาติ ภูเขา โครงการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ วิถีกลุ่มชาติพันธุ์ และอาหารท้องถิ่นเข้าด้วยกันอย่างมีกลไกเศรษฐกิจรองรับ

จากไร่ฝิ่นสู่ไร่กาแฟ ดอยตุง – ผาฮี้ – ผาหมี ตัวอย่างเส้นทาง “Story ที่ขายได้จริง”

หนึ่งในตัวอย่างเส้นทางที่ยุรีพรรณยกขึ้นมา คือ เส้นทางเชื่อม “ดอยตุง – ผาฮี้ – ผาหมี” ซึ่งสะท้อนแกนคิดสำคัญของ ททท.เชียงราย คือ “เล่าเรื่องให้ชัด – เชื่อมเศรษฐกิจท้องถิ่นให้ได้”

จุดเริ่มต้นอยู่ที่โครงการพัฒนาดอยตุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งใช้แนวคิด “เลิกปลูกฝิ่น – สร้างทางเลือกใหม่” ให้กับชุมชนชาติพันธุ์อาข่าในพื้นที่ดอยผาฮี้และผาหมี จากเดิมที่เคยพึ่งพาพืชเสพติด มาเป็นการปลูกกาแฟและพืชเศรษฐกิจอื่นที่ถูกกฎหมายและยั่งยืนกว่า

ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวที่ขึ้นดอยตุงไม่เพียงชมพระตำหนัก สวนแม่ฟ้าหลวง หรือถ่ายรูปทะเลหมอกเท่านั้น หากแต่ถูกชักชวนให้ “ต่อเส้นทาง” ไปยังผาฮี้เพื่อจิบกาแฟบนวิวหลักล้าน จากนั้นเลี้ยวไปผาหมีเพื่อชิมอาหารถิ่นอย่าง “รากชู” และเข้าร่วมเวิร์กชอปทำอาหาร เช่น น้ำพริกรากชู หรือ “โมจิดอย” ที่ใช้ข้าวเหนียวพื้นถิ่นมาทำของหวานแบบใหม่

เครื่องมือสำคัญคือ “คอนเซ็ปต์สินค้าที่เล่าเรื่องได้ (Story-based Products)” ที่ทำให้การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวไม่ได้จบลงแค่ค่าอาหารหรือค่าที่พัก แต่แปลงเป็น “ประสบการณ์” ซึ่งผู้มาเยือนรู้สึกว่ามีคุณค่า และยินดีจ่ายในราคาที่สูงขึ้น

แผนที่ใหม่เชียงราย แบ่งโซนท่องเที่ยวตามพฤติกรรมจริงของนักเดินทาง

เพื่อรองรับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่แตกต่างกัน ททท.เชียงรายพัฒนา “แผนที่การท่องเที่ยวจังหวัดเชียงรายแบบแบ่งโซน” แทนการนำเสนอเส้นทางแบบตายตัวที่มักไม่สอดคล้องกับเวลาพำนักของนักท่องเที่ยว

โซนหลักที่ถูกออกแบบ ได้แก่

  • โซนเหนือ ดอยแม่สลอง ดอยตุง ผาฮี้ ผาหมี ถ้ำหลวง วัดและแลนด์มาร์กเหนือสุดในสยาม เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการภูเขา หมอก กาแฟ และวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์
  • โซนตะวันออก เชียงแสน ริมน้ำโขง เชียงของ เวียงแก่น ภูชี้ฟ้า ผาตั้ง เส้นทางชมซากุระและวิวแม่น้ำโขง เหมาะสำหรับผู้ที่รักสายน้ำ เส้นขอบฟ้า และการเชื่อมไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
  • โซนตะวันตก บ่อน้ำพุร้อนแม่จัน รีสอร์ตระดับ 5 ดาว และชุมชนบ้านหล่อโยของกลุ่มชาติพันธุ์อาข่าที่กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ

การขายเป็น “โซน” แทน “เส้นทางตายตัว” ช่วยให้นักท่องเที่ยวที่มีเวลาพักต่างกัน เช่น 3 วัน 2 คืน หรือ 4 วัน 3 คืน สามารถ “ออกแบบทริปของตนเอง” ได้โดยไม่ต้องย้อนเส้นทางเดิม และช่วยกระจายตัวนักท่องเที่ยวไปยังอำเภอรอบนอก ไม่กระจุกในตัวเมืองเชียงรายเพียงจุดเดียว

ในเชิงเศรษฐกิจ นั่นหมายถึง “การกระจายเม็ดเงิน” ไปสู่ชุมชนและผู้ประกอบการรายย่อยในหลายพื้นที่มากกว่าที่เคยเป็นมา

ทำงานเป็นทีม ททท. – การกีฬา – อพท. – จังหวัด เดินคู่ขนานซัพพลาย–ดีมานด์

ยุรีพรรณอธิบายโครงสร้างการทำงานว่า การขับเคลื่อนท่องเที่ยวเชียงรายไม่ได้อยู่บนบ่าของ ททท.เพียงหน่วยงานเดียว แต่เป็น “งานทีม” ที่ต้องเดินไปพร้อมกันระหว่างหน่วยงานในและนอกกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ได้แก่

  • สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว กิจกรรม และสิ่งอำนวยความสะดวก (ดูแล “ซัพพลาย”)
  • องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) พัฒนาพื้นที่และเส้นทางเฉพาะ ให้พร้อมขายในมิติความยั่งยืน
  • ททท. ทำหน้าที่ “การตลาด” เลือกสินค้าและเส้นทางที่พร้อม แล้วนำไปเสนอขายกับทั้งตลาดนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ ผ่าน ททท.สำนักงานในต่างประเทศ

ตัวอย่างชัดเจนคือ อพท.เสนอเส้นทางพิเศษ 5 เส้นให้ ททท.นำไปทดลองลงพื้นที่จริง เมื่อพบว่ามีศักยภาพ จึงถูกยกขึ้นเป็น “โปรดักต์ขาย” ในตลาดในและต่างประเทศ

ด้านจังหวัดเชียงรายและการกีฬาแห่งประเทศไทย ก็มีแผนจัดกิจกรรมกีฬาและวัฒนธรรม เช่น งานวิ่ง งานปั่นจักรยาน หรือกิจกรรมสามแผ่นดินช่วงสงกรานต์ เพื่อสร้าง “แม่เหล็กอีเวนต์” ขณะที่ ททท.เชียงรายจะใช้กิจกรรมเหล่านี้เป็นแกนดึงนักท่องเที่ยว และเติมคอนเทนต์เรื่องกิน อยู่ เที่ยว ให้ครบวงจร

นางสาวยุรีพรรณ แสนใจยา ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงราย

ตัวเลขไม่โกหก นักท่องเที่ยวต่างชาติหายไป 15% – ทำไมไฟลต์ตรงสิงคโปร์–เชียงรายจึงสำคัญ

จากสถิติของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในช่วงเดือนมกราคม–พฤศจิกายน 2568 ตัวเลข “ผู้เยี่ยมเยือนรวม” ของเชียงรายยังเป็นบวก โดยจำนวนผู้เยี่ยมเยือนเพิ่มขึ้นราว 2.76% และรายได้รวมจากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นประมาณ 3%

อย่างไรก็ตาม เมื่อ “แยกดู” ระหว่างนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ จะพบว่า

  • นักท่องเที่ยวไทยเติบโตเป็นบวก
  • นักท่องเที่ยวต่างชาติ “ลดลงประมาณ 15%”

นี่คือสัญญาณเตือนสำคัญสำหรับจังหวัดที่มีศักยภาพชายแดน และเคยเป็นปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มที่เชื่อมต่อจากเชียงใหม่ ลาว หรือจีนตอนใต้

ท่ามกลางตัวเลขดังกล่าว การเปิดเที่ยวบินตรงสายการบินสกู๊ต (Scoot) เส้นทางสิงคโปร์–เชียงราย จึงมีนัยสำคัญมาก

  • สิงคโปร์ถือเป็นตลาด Short-haul ที่มีกำลังซื้อสูง ชอบธรรมชาติ อาหาร และวัฒนธรรมท้องถิ่น
  • ระยะทางสั้น ทำให้นักท่องเที่ยว “มาเมื่อไรก็ได้” และสามารถเดินทางซ้ำบ่อยครั้ง หากมีความประทับใจในบริการและประสบการณ์

ยุรีพรรณเชื่อว่า หากเชียงรายสามารถ “จัดระบบบริการ–ที่พัก–ร้านอาหาร–คอนเทนต์ท่องเที่ยว” ให้พร้อมรองรับกลุ่มนี้ได้อย่างมืออาชีพ เที่ยวบินตรงสิงคโปร์–เชียงรายจะช่วยชดเชยการหดตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มอื่น และกลายเป็นฐานสร้างรายได้คุณภาพในระยะยาว

ภาพใหญ่เศรษฐกิจภาคเหนือ โตช้ากว่าประเทศ – แต่ยังมีโอกาสถ้าจับเทรนด์ Wellness & BCG ให้ได้

ในอีกฟากหนึ่งของเวที นายณัฏฐ์ ลุมพิกานนท์ ผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ ได้ฉายภาพเศรษฐกิจภาคเหนือในเวทีเสวนาเชิงนโยบายว่า

  • เศรษฐกิจภาคเหนือเติบโตเฉลี่ยราว 2.7% ต่อปี ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั้งประเทศที่ 3.5%
  • ช่วงปี 2567–2568 ภาคเหนือเติบโตเฉลี่ยเพียง 0.6% สาเหตุสำคัญมาจากราคาพืชผลเกษตร เช่น ข้าว ลำไย ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปรับตัวต่ำลงเป็นประวัติการณ์ ทำให้รายได้เกษตรกรลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
  • ภาคการผลิตบางส่วนได้รับผลกระทบจากปัจจัยเฉพาะหน้าจากการปิดปรับปรุงโรงงานเครื่องดื่ม ขณะที่ภาคบริการและการท่องเที่ยวก็ชะลอตัวในช่วงไตรมาสที่ 3 ก่อนกลับมาฟื้นเล็กน้อยในปลายปี

เขาระบุ “ปัญหาเชิงโครงสร้าง” ของภาคเหนือไว้ 4 ประการใหญ่ ได้แก่

  1. เทคโนโลยีการผลิตดั้งเดิม มูลค่าเพิ่มต่ำ และพึ่งพาสินค้าเกษตรไม่กี่ตัว
  2. แหล่งท่องเที่ยวและเม็ดเงินท่องเที่ยวกระจุกตัวในไม่กี่จังหวัด โดยเฉพาะเชียงใหม่และเชียงราย
  3. โครงสร้างประชากรเข้าสู่สังคมสูงวัยเร็ว สัดส่วนแรงงานอายุ 60 ปีขึ้นไปในภาคเหนืออยู่ที่ 17.1% สูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ
  4. ธุรกิจส่วนใหญ่เป็น Micro SME รายได้เฉลี่ยไม่เกิน 400,000 บาทต่อปี เข้าถึงสินเชื่อยาก ขาดระบบบริหารและบัญชีที่เป็นมาตรฐาน ทำให้ไม่สามารถยกระดับธุรกิจได้เต็มที่

อย่างไรก็ดี ธปท.ภาคเหนือชี้ให้เห็น “โอกาสใหม่” ที่สอดคล้องกับทิศทางของ ททท.อย่างชัดเจน ได้แก่

  • เทรนด์ Wellness Tourism ที่สร้างมูลค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสูงกว่าการท่องเที่ยวทั่วไปประมาณ 60%
  • เทรนด์ BCG Economy ที่เน้นเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว
  • เทรนด์ Future Food & Functional Food เช่น น้ำลำไยสกัดช่วยการนอนหลับ ไส้อั่วไร้ไขมัน เบอร์เกอร์โปรตีนจากพืช ซึ่งภาคเหนือมีฐานวัตถุดิบเกษตรรองรับอยู่แล้ว

สำหรับเชียงราย ซึ่งเป็นหนึ่งในจังหวัดหลักของภาคเหนือ การขยับไปสู่เมือง Wellness & Creative City จึงไม่ได้เป็นเพียง “แนวคิดสวยงาม” แต่สอดรับโดยตรงกับโจทย์เศรษฐกิจระดับภูมิภาค

ทิศทางท่องเที่ยวไทย 2569 เป้า 34.9 ล้านต่างชาติ – รายได้ 2.79–2.8 ล้านล้าน – เน้น Values over Volume

ในระดับประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งเป้ารายได้จากการท่องเที่ยวรวมปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 2.79–2.8 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น

  • รายได้จากตลาดต่างประเทศ 1.63 ล้านล้านบาท (เพิ่มขึ้นราว 8% จากปี 2568)
  • รายได้จากตลาดในประเทศ 1.16 ล้านล้านบาท (เพิ่มขึ้นราว 1%) จากคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวไทย 210.43 ล้านคน-ครั้ง (เพิ่มขึ้น 3%)

ในฝั่งตลาดต่างประเทศ ททท.ตั้งเป้าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 34.9 ล้านคน เพิ่มขึ้น 4% จากปี 2568 ที่หลายฝ่ายประเมินว่าน่าจะปิดปีที่ราว 33 ล้านคน หลังตัวเลขสะสมวันที่ 1 มกราคม–21 ธันวาคม 2568 อยู่ที่ 31.75 ล้านคน

กลยุทธ์หลักที่ ททท.จะใช้ขับเคลื่อน คือ “Values over Volume” หรือการไม่ไล่ตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่เน้นคุณภาพการใช้จ่ายและมูลค่าทางเศรษฐกิจแทน ผ่าน “เศรษฐกิจคุณภาพสูง (High-Value Economy)” 5 แกน ได้แก่

  1. Wellness Economy – ผลักดันไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิต รองรับกลุ่ม Silver Age ผู้เกษียณ และนักท่องเที่ยวสาย Healing / Prevention
  2. Subculture Economy – เจาะกลุ่ม Niche เช่น Film Maker, Sports Tourism, Yacht & Cruise, Private Jet ฯลฯ
  3. Night Economy – สร้างสีสันยามค่ำคืนที่ปลอดภัย แตกต่าง และยืด “ชั่วโมงเศรษฐกิจ” ของเมือง
  4. Tax-Free Economy – ผลักดันมาตรการด้านภาษี เช่น Instant Tax Refund และการลดภาษีนำเข้า เพื่อผลักดันไทยสู่การเป็น Luxury Destination
  5. Prompt-pay Economy – ทำให้การชำระเงินดิจิทัลรวดเร็ว ปลอดภัย ยกระดับภาพลักษณ์ไทยในฐานะ Digital-friendly Destination

สำหรับเชียงราย แนวคิดดังกล่าวเชื่อมโดยตรงกับสิ่งที่ ททท.เชียงรายกำลังทำอยู่ ทั้งในด้านการออกแบบเส้นทาง Wellness & Experience, การเชื่อมกับ Sports Tourism (เช่น อีเวนต์วิ่ง–ปั่นระดับนานาชาติ) และการใช้วัฒนธรรมชาติพันธุ์เป็น Soft Power ดึงกลุ่ม Niche

จีน – ลิซ่า – และ Soft Power ไทย โอกาสที่เชียงรายต้องเตรียมตัวรับ

รายงานของ ททท.ส่วนกลางสะท้อนว่า แม้ตลาดจีนจะชะลอตัวอย่างหนักในปี 2568 (หลายเดือนตัวเลขลดลง 30–40% เมื่อเทียบรายปี) แต่ในปี 2569 ททท.คาดว่าจำนวน “นักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทย” จะกลับมาฟื้นตัวไม่ต่ำกว่า 40% หรือแตะระดับ 6.7 ล้านคน

ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากสองด้าน

  1. การเสด็จเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน 2568 ซึ่งสร้างความประทับใจและกระแสเชิงบวกต่อภาพลักษณ์ประเทศไทยในสังคมจีน
  2. การที่ “ลิซ่า – ลลิษา มโนบาล” ศิลปินระดับโลก รับบท “Amazing Thailand Ambassador” ในปี 2569 เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ความหลากหลายของเมืองไทยในมุมมองใหม่ให้คนรุ่นใหม่ทั่วโลก

สำหรับเชียงราย ซึ่งมีจุดแข็งด้านธรรมชาติ ภูเขา วัฒนธรรม และชายแดน แนวโน้มการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนและกระแส Soft Power ไทย จึงเป็นโอกาสสำคัญ หากสามารถเตรียมความพร้อมด้านภาษา บริการ และโปรดักต์ที่ตอบโจทย์กลุ่มคุณภาพ เช่น กลุ่มตามรอยธรรมชาติ–วัฒนธรรม หรือกลุ่มครอบครัวที่ต้องการประสบการณ์เรียนรู้เชิงลึก

โอกาส–ความเสี่ยงของเชียงรายในปี 2569 เมืองที่ต้อง “คิดใหม่ ทำใหม่” ไปพร้อมเศรษฐกิจภาคเหนือ

เมื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาประกอบกัน จะเห็นภาพที่ชัดเจนว่า

  • เชียงรายมี “สินทรัพย์” ครบ – ทั้งภูเขา แม่น้ำ วัฒนธรรมชาติพันธุ์ เมืองชายแดน การเชื่อมต่อ R3A–R3B และสายการบินที่สนใจเปิดเส้นทางบินตรง
  • ระบบเศรษฐกิจภาคเหนือยังคงเปราะบาง – ทั้งจากราคาพืชผล หนี้ครัวเรือน โครงสร้างแรงงานสูงวัย และธุรกิจ Micro SME

คำถามเชิงยุทธศาสตร์จึงไม่ใช่แค่ว่า “จะเอานักท่องเที่ยวมาให้เยอะที่สุดเท่าไร” แต่คือ “จะทำให้ทุกการเดินทางมาที่เชียงรายมีมูลค่าต่อชุมชนแค่ไหน และทำได้ยั่งยืนเพียงใด”

ในบริบทนี้ ผู้ประกอบการ–ชุมชนในเชียงรายจำเป็นต้อง

  • ใช้ “Storytelling ของท้องถิ่น” ให้เป็นจุดขาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดอยตุงเลิกปลูกฝิ่น วิถีอาข่าที่เปลี่ยนมาเป็นกาแฟ อาหารถิ่นอย่างรากชู หรือภูมิปัญญาโมจิดอย
  • ยกระดับมาตรฐานบริการให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์ Wellness & Creative City และมาตรฐาน BCG Economy
  • เตรียมพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง ทั้งด้านภาษา ระบบชำระเงินดิจิทัล และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์การพักค้างและการใช้จ่ายที่มีความหมาย

ในอีกด้าน ภาครัฐส่วนกลางและหน่วยงานท้องถิ่นต้องประคอง “สมดุลระหว่างการเติบโตกับความยั่งยืน” ทั้งเรื่องฝุ่นควัน PM 2.5 ที่กระทบภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในช่วงต้นปี การคมนาคมสาธารณะในพื้นที่ภูเขา และการรักษาอัตลักษณ์วัฒนธรรมไม่ให้ถูกทำให้เป็นสินค้าอย่างผิวเผินเกินไป

จาก “เมืองทางผ่าน” สู่ “เมืองที่ต้องมาสัมผัสด้วยตัวเอง”

เมื่อฟังเสียงจากห้องสัมภาษณ์ที่ ททท.เชียงราย อ่านรายงานเศรษฐกิจจาก ธปท. และมองไปยังกรอบยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของ ททท.ส่วนกลาง ภาพเดียวกันค่อย ๆ ชัดขึ้นว่า

เชียงรายในปี 2569 กำลังยืนอยู่บน “จุดเปลี่ยน” สำคัญระหว่างการเป็นเพียง “เมืองทางผ่าน ที่ใคร ๆ แวะชะโงกดูแล้วจากไป” กับการเป็น “เมืองที่ผู้คนต้องตั้งใจมาสัมผัส ลงมือทำ เรียนรู้ และใช้เวลาอยู่กับมัน”

หาก ททท.เชียงราย หน่วยงานรัฐท้องถิ่น ภาคธุรกิจ และชุมชนสามารถขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน – เชื่อม Story ของดอยและแม่น้ำเข้ากับ Wellness & BCG, ใช้ Soft Power วัฒนธรรมและศิลปะล้านนา, และพัฒนาเศรษฐกิจท่องเที่ยวที่ให้ “คุณค่า” มากกว่า “แค่รูปสวยบนหน้าฟีด” – เชียงรายอาจไม่เพียงเป็น “เหนือสุดในสยาม” ในเชิงภูมิศาสตร์เท่านั้น แต่ยังอาจกลายเป็นหนึ่งใน “แนวหน้าของเมืองท่องเที่ยวคุณภาพสูง” ของประเทศไทยในยุคเศรษฐกิจใหม่ด้วย

สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • เขียนโดย : กันณพงศ์ ก.บัวเกษร
  • เรียบเรียงโดย : มนรัตน์ ก.บัวเกษร
  • บทสัมภาษณ์นางสาวยุรีพรรณ แสนใจยา ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงราย
  • รายงานบรรยายของนายณัฏฐ์ ลุมพิกานนท์ ผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ เรื่อง “เศรษฐกิจภาคเหนือ เป็น..อยู่..คือ.. โอกาสและความท้าทาย” ครอบคลุมข้อมูล GDP ภาคเหนือ โครงสร้างเศรษฐกิจ ปัญหาเชิงโครงสร้าง BCG Economy, Wellness Tourism, Future Food และโอกาสการค้าชายแดนไทย–ลาว–จีน
  • สถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติของสำนักเศรษฐกิจท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
  • คำให้สัมภาษณ์ของนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
  • ข้อมูลประกอบจากเวทีเสวนา “Building Network with Border Reporters / Regional Media Workshop” จัดโดยสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ว่าด้วยโครงสร้างเศรษฐกิจภาคเหนือ หนี้ครัวเรือน สังคมสูงวัย และโอกาสการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่าน Wellness Tourism และ Future Food
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Categories
ECONOMY

ททท.เปิดยุทธศาสตร์ Amazing 5-Economy เปลี่ยนการท่องเที่ยวจากปริมาณสู่คุณค่า

ททท.เดินหน้า “Amazing 5-Economy” ปรับทิศทางท่องเที่ยวไทยจาก “ปริมาณ” สู่ “คุณค่า” ชูเหนือเป็นสนามทดสอบ โยงเศรษฐกิจมหภาค สนามบิน ซอฟต์พาวเวอร์ หนุนไทยมุ่ง Premium Destination

เชียงราย, 24 พฤศจิกายน 2568 – การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดแผน “Amazing 5-Economy” เพื่อยกระดับประเทศไทยจาก “ดินแดนแห่งรอยยิ้ม” สู่ “ดินแดนแห่งความหมาย” (Value over Volume) เน้นเพิ่ม “คุณค่าและการใช้จ่ายต่อทริป” แทนการไล่ตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวอย่างเดียว โดยหยิบ 5 เศรษฐกิจเป้าหมาย Wellness, Subculture, Night, Tax-free, Prompt Pay มาประกอบเป็นสถาปัตยกรรมใหม่ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ขณะที่ข้อมูลสนับสนุนจากภาคการบินและสถาบันวิจัยเอกชนชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า “การเติบโตเชิงคุณภาพ” คือคำตอบ หากไทยต้องการรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวนและพฤติกรรมนักเดินทางที่เปลี่ยนไป

รายงานนี้ถอด “แผน 5-Economy” ให้อยู่ในบริบทกว้างขึ้น ตั้งแต่ภาพรวมการเดินทางทางอากาศของภาคเหนือ, สัญญาณจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยเกี่ยวกับรายได้ต่อทริป, ไปจนถึงพิมพ์เขียวเศรษฐกิจมหภาคของธนาคารโลก เพื่อชี้ว่าการยกระดับสู่ Premium Destination ไม่ใช่เพียงแคมเปญการตลาด แต่เป็นยุทธศาสตร์โครงสร้างที่ต้องเดินพร้อมกันทั้งนโยบาย การลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน และทักษะแรงงาน

ไฮไลต์สำคัญ

  • ททท. วาง 5 เศรษฐกิจเป้าหมายเป็น “โครงใหม่” ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ: Wellness / Subculture / Night / Tax-free / Prompt Pay
  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้การกลับไปถึงจำนวนนักท่องเที่ยวก่อนโควิดทำได้ยาก ต้องหันมาเพิ่ม ค่าใช้จ่ายต่อทริป ผ่าน MICE, คอนเสิร์ตระดับโลก, กีฬาโลก, Medical & Wellness
  • ดัชนีภาคการบินภาคเหนือ สะท้อนศักยภาพรองรับดีขึ้น: ปีงบประมาณ 2025–2026 ยอดผู้โดยสารรวม ท่าอากาศยานเชียงใหม่ อยู่ที่ 10.20 ล้านคน (+6.87%) และ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย 2.13 ล้านคน (+3.54%) ตามตารางสรุปในเอกสารประกอบ
  • ธนาคารโลก แนะไทยต้องยกระดับผลิตภาพ (TFP) และเร่งลงทุน R&D ดิจิทัล บริการมูลค่าสูง (สุขภาพ/เวลเนส เศรษฐกิจสร้างสรรค์) เพื่อผลักดันเศรษฐกิจเติบโตเฉลี่ย ≥5% มุ่งเป้าประเทศรายได้สูงปี 2580

เรื่องเล่าจากพฤติกรรมนักเดินทาง จาก “ไปถึง” สู่ “เข้าถึงความหมาย”

ในทศวรรษที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ “เลือกประเทศจากความหมายที่สถานที่นั้นมอบให้” มากกว่าการปักหมุดแลนด์มาร์ก ต้องการประสบการณ์ที่ปลอดภัย เข้าถึงง่าย สอดคล้องวิถีดิจิทัล และสะท้อนตัวตนผ่านวัฒนธรรมร่วมสมัย การวางทิศทาง Value over Volume ของททท. จึงมิใช่เพียงสโลแกน หากเป็นการเคลื่อนจาก Mass Tourism ไปสู่ Quality Tourism ที่ทุนมนุษย์ ทุนวัฒนธรรม และทุนดิจิทัล ทำงานร่วมกันเป็นวงจรเดียว

แผน Amazing 5-Economy จึงตอบโจทย์ “ความหมาย” 5 มิติที่นักท่องเที่ยวตามหา สุขภาพกายใจ (Wellness), อัตลักษณ์ร่วมสมัย (Subculture), ประสบการณ์กลางคืนที่ปลอดภัย (Night), ประสบการณ์ช้อปปลอดภาษี (Tax-free) และ การจ่ายเงินไร้รอยต่อ (Prompt Pay) ซึ่งล้วนเชื่อมกับ ค่าใช้จ่ายต่อทริป โดยตรง

หลักฐานเชิงข้อมูล ท่าอากาศยานภาคเหนือบอกอะไรเรา

สัญญาณจากผู้โดยสารทางอากาศช่วยยืนยันผลของการเชื่อมต่อ (Connectivity) และความพร้อมรองรับ (Capacity) ซึ่งเป็นฐานของการสร้างรายได้คุณภาพสูง โดยข้อมูลสรุปปีงบประมาณ 2025/2026 ของภาคเหนือที่จัดทำประกอบข่าวชิ้นนี้ระบุว่า

  • ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (CNX):
    • ปีงบฯ 2025 ผู้โดยสารรวม (Grand Total) 9,383,719 คน (+6.37%)
    • ปีงบฯ 2026 ระหว่างปีสะสม (YTD) 820,382 คน (+12.96%)
    • รวมสองปี (Total) 10,204,101 คน (+6.87%)
  • ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (CEI):
    • ปีงบฯ 2025 ผู้โดยสารรวม 1,947,014 คน (+2.47%)
    • ปีงบฯ 2026 ระหว่างปีสะสม 187,654 คน (+16.09%)
    • รวมสองปี (Total) 2,134,668 คน (+3.54%)

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อน 3 ประเด็นสำคัญ

  1. โครงสร้างพื้นฐานพร้อมรับ   สนามบินเชียงใหม่และเชียงรายยังเป็น “สองประตูหลักของเหนือบน” ที่รองรับเที่ยวบินเชื่อมกรุงเทพฯ ภูมิภาค และเส้นทางต่างประเทศ ทำให้เส้นทางคุณภาพ (คอนเสิร์ต กีฬาโลก MICE เวลเนส) มีฐานผู้โดยสารรองรับ
  2. โอกาสของเมืองรอง   แรงดึงจากกิจกรรม/อีเวนต์ใหญ่ในพะเยา น่าน แพร่ หรือเชียงราย สามารถ “อาศัย” ศักยภาพสนามบินสองแห่งนี้ในการกระจายตัวนักท่องเที่ยวสู่เมืองรอง สอดรับเป้าหมายของททท. ที่ต้องการกระจายความหนาแน่นและรายได้
  3. ภารกิจเพิ่มรายได้ต่อทริป   แม้ผู้โดยสารเติบโตในอัตรา “บวกอย่างมั่นคง” แต่ความท้าทายคือ การแปลงทุกการเดินทางเป็นการใช้จ่ายมูลค่าสูง ผ่าน 5-Economy ไม่ใช่เพียงจำนวนคน

สนามบินพร้อม แต่รายได้จะโตยั่งยืน ต้องให้ปลายทาง ‘มีความหมาย’ พอให้คนยอมจ่ายแพงขึ้น/อยู่นานขึ้น” – สาระหลักที่ททท. และนักวิจัยเอกชนเห็นพ้อง

มุมมองนักเศรษฐศาสตร์ท่องเที่ยว เมื่อ “จำนวน” เริ่มชนเพดาน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่าในปี 2569 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยราว 34.1 ล้านคน (+4% YoY) ยัง “ต่ำกว่าศักยภาพก่อนโควิด” และ “ค่าใช้จ่ายต่อทริปยังต่ำ” ขณะที่การแข่งขันด้านการท่องเที่ยวรุนแรงขึ้นจากประเทศคู่แข่งในภูมิภาค เอเชีย ตะวันออกกลาง ยุโรป

บทสรุปเชิงนโยบายของสถาบันวิจัยชี้ชัดว่า ประเทศไทยต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อทริป ผ่านสินค้า/ประสบการณ์ที่มี Ticket Size สูง เช่น MICE, คอนเสิร์ตศิลปินโลก, กีฬาโลก, Medical & Wellness พร้อมผลักดัน “เมืองรอง” ด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่น (เช่น GI) และระบบนิเวศการใช้จ่าย (Tax-free, e-Payment) ที่ไร้รอยต่อ ซึ่งสอดรับกับ 5-Economy แทบทุกข้อ

5-Economy ลงในพื้นที่: ทำอย่างไรให้ “คนยอมอยู่นาน จ่ายเพิ่ม”

1) Wellness Economy – จาก “เช็คอิน” สู่ “พักฟื้นและป้องกัน”

ไทยมีทุนเดิมด้านแพทย์ สปา อาหารสุขภาพ และธรรมชาติ การต่อยอดสู่ Medical & Wellness Hub ต้องยกระดับบริการเฉพาะทาง (Longevity / Preventive Care / Rehabilitation) เชื่อมกับ ออนเซ็น/น้ำพุร้อน/สปา คุณภาพสูง และ ดิจิทัลเฮลธ์ (นัดหมาย ชำระเงิน เวชระเบียนสุขภาพบนคลาวด์) ให้ไร้รอยต่อ เพื่อยืดระยะพำนักและค่าใช้จ่ายต่อหัว

2) Subculture Economy – เมืองที่ “มีชีวิต”

ดนตรี แฟชั่น ศิลปะ เกม/คอมมูนิตี้ คือภาษากลางของนักเดินทางเจนใหม่ เมืองเหนือสามารถจัด เทศกาลดนตรี/Arts Week/Street Culture ในช่วง Low Season เพื่อเบี่ยงฤดูกาลท่องเที่ยวและเพิ่ม “เหตุผลใหม่ในการมา” นอกเหนือจากธรรมชาติสวย

3) Night Economy – ชั่วโมงเศรษฐกิจที่มองไม่เห็น

มาตรการ “ความปลอดภัย ความเป็นมิตร ทางเลือกหลากหลาย” สำหรับย่านกลางคืน ทำให้ธุรกิจอาหาร ดนตรี ตลาดค่ำ และศิลปะกลางคืน กลายเป็น เครื่องจักรเพิ่ม ASV (Average Spending per Visit) สำคัญ โดยเฉพาะในเมืองรองที่กลางวันเงียบ

4) Tax-free Economy – ให้การช้อปเป็นประสบการณ์

ห่วงโซ่ Tax-free Ecosystem ตั้งแต่ดิวตี้ฟรีเมือง การคืน VAT   การเชื่อมระบบกับ e-Payment ช่วยดึงกลุ่มกำลังซื้อสูง และทำให้ “การช้อป” กลายเป็นเหตุผลของการเดินทาง

5) Prompt Pay Economy – ปลายทางดิจิทัลที่เป็นมิตร

มาตรฐาน Payment Experience ที่จ่ายได้ทุกที่ ทุกสกุลเงิน (เชื่อม QR Cross-border) ช่วยลดแรงเสียดทานนักท่องเที่ยวต่างชาติ และสร้างภาพลักษณ์ Digital-friendly Destination

เชื่อมโยงเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารโลก–BCG+ และเป้าหมายประเทศรายได้สูง

ภาพใหญ่ของเศรษฐกิจไทยตามรายงาน ธนาคารโลก สะท้อนความเร่งด่วน: อัตราเติบโตเศรษฐกิจเฉลี่ยเพียง 2–2.5% ต่ำกว่าที่จำเป็นต้องรักษา ≥5% เพื่อบรรลุ “ประเทศรายได้สูง ปี 2580” ปัญหาอยู่ที่ ผลิตภาพรวม (TFP) ลดลง, การลงทุนภาคเอกชนชะลอ และกำลังแรงงานทักษะใหม่ยังไม่พอ

ข้อเสนอของธนาคารโลกจึงมุ่ง “ยกเครื่องโครงสร้าง” ด้วยสามขีดความสามารถ (สีเขียว ดิจิทัล บริการ) และห้าเสาอุตสาหกรรมอนาคต ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความยั่งยืน ตรงกับ “Wellness Economy” ของททท. แทบจะพอดี

ประเด็นสำคัญ คือ การลงทุนและความสอดคล้องเชิงนโยบาย (Policy Alignment)

  • เร่งอัตราการลงทุนรวม (รัฐ+เอกชน) ใกล้ 40% ของ GDP พร้อมผูกพัน R&D นวัตกรรม
  • จัดตั้งกลไกธรรมาภิบาลดิจิทัล รวมศูนย์การประสานงานข้อมูลและ PDPA เพื่อบริการสุขภาพ/ท่องเที่ยวดิจิทัลที่จริงจัง
  • ฝากความยืดหยุ่นต่อภูมิอากาศไว้ในงบประมาณ (BCG+) เพราะน้ำ/อากาศ/ป่า คือสินทรัพย์การท่องเที่ยวโดยตรง

กล่าวอีกอย่าง: 5-Economy จะกลายเป็นเครื่องยนต์การเติบโตได้จริง ก็ต่อเมื่อ “ภาคท่องเที่ยว ดิจิทัล การแพทย์ สิ่งแวดล้อม” เดินพร้อมกันในระดับนโยบายและงบประมาณ

ภาคเหนือคือ “สนามทดสอบ” ที่ดีที่สุด

ทำไมต้องภาคเหนือ โดยเฉพาะ เชียงใหม่–เชียงราย–เมืองรองรอบกว๊านพะเยา/พาน/แพร่/น่าน

  1. ทางอากาศพร้อม – สนามบินเชียงใหม่และเชียงรายรองรับมากกว่า 12 ล้านคน รวมสองปีงบประมาณล่าสุดในภาพรวม (CNX 10.20 ล้าน, CEI 2.13 ล้าน) เป็นฐานพัฒนาเส้นทาง Premium (MICE–Concert–Sports–Wellness) ได้ทันที
  2. สินทรัพย์ทางธรรมชาติ–วัฒนธรรมหนาแน่น   จากน้ำพุร้อน/ภูเขา/ลำน้ำ ไปจนถึงชุมชนชาติพันธุ์ กาแฟ ชา อาหารเหนือ ซึ่งเชื่อมตรงกับ Wellness / Subculture / Night / Gastronomy (ใน Tax-free & PromptPay ช่วยเสริมการใช้จ่าย)
  3. สามารถกระจายสู่เมืองรองได้จริง – ด้วยการเชื่อมถนนดีขึ้นและอีเวนต์ใหญ่ในพะเยา น่าน แพร่ ที่ช่วย “ดึงคนนอนค้าง” นอกเมืองหลัก

เส้นเรื่องสู่ Premium Destination จากสนามบิน…ถึงเงินในกระเป๋าชุมชน

ฉากที่ 1 – เครื่องลงเชียงใหม่
นักท่องเที่ยวต่างชาติลง CNX ด้วยตั๋วคอนเสิร์ตศิลปินโลก + แพ็กเกจสปาพรีเมียม 3 คืน (Wellness + Night) ระบบชำระเงินไร้เงินสดรองรับได้ทุกใบ
ผลลัพธ์: ค่าใช้จ่ายต่อทริปสูงขึ้นโดยธรรมชาติ

ฉากที่ 2 – ต่อรถไปเชียงราย
ผู้โดยสารบินเชื่อม CEI เพื่อร่วมงานวิ่งเทรล/จักรยานทางไกล + รีทรีตสุขภาพบนภูเขา มีเวชระเบียนดิจิทัลเชื่อมโรงพยาบาลเอกชน (Digital Health)
ผลลัพธ์: อยู่ยาวขึ้น ค่าใช้จ่ายโรงแรม อาหาร กิจกรรม เพิ่มขึ้น

ฉากที่ 3   ยืนยิ้มในตลาดค่ำเมืองรอง
คืนสุดท้าย เลือกนอน พะเยา/พาน/แพร่/น่าน เพื่อเที่ยว ตลาดกลางคืน คาเฟ่วิวทะเลสาบ แกลเลอรี พร้อมซื้อสินค้าท้องถิ่นแบบ Tax-free / e-Payment
ผลลัพธ์: รายได้หยดลงชุมชน “เมืองรอง” ได้ส่วนแบ่งจริง

ความท้าทายและความเสี่ยง สิ่งที่ต้องระวังระหว่างทาง

  1. ค่าใช้จ่ายต่อทริปยังต่ำ – หากไม่เร่ง “คอนเทนต์ที่แพงอย่างมีเหตุผล” (MICE–Concert–Sports–Wellness) ASV จะไม่ขยับ
  2. ฝุ่นควัน/น้ำท่วม/ภาวะอากาศ – กระทบฤดูกาลท่องเที่ยว จำเป็นต้องตลาด “ฤดูสีเขียว” และลงทุน BCG+ จริงจัง
  3. ทักษะบริการ–ดิจิทัล – ถ้าแรงงานหน้าบ้าน หลังบ้านยังไม่พร้อม (ภาษา/สุขภาพ/ดิจิทัล/PDPA) จะรับพรีเมียมดีมานด์ไม่ได้
  4. ความสอดคล้องเชิงสถาบัน – หากหน่วยงานเดินไม่พร้อม “5-Economy” จะติดคอขวดที่กฎ งบ ดาต้าเชื่อมกันไม่เสร็จ

ข้อเสนอเชิงนโยบาย/ปฏิบัติการ (เน้นทำได้ทันที)

  1. ตั้ง “Northern Premium Route Board” ระดับภูมิภาค เชื่อมสนามบิน ททท. จังหวัด เอกชน เพื่อจัดพอร์ตอีเวนต์/แพ็กเกจ Premium ข้ามเมือง (Concert–MICE–Sports–Wellness) พร้อมตารางบินและ Campaign ร่วม
  2. Tax-free & PromptPay @ เมืองรอง จัดเขตทดลองคืน VAT/ดิวตี้ฟรีเมือง + Cross-border QR รองรับสกุลเงินหลักในย่านท่องเที่ยว ตลาดค่ำ
  3. Wellness Playbook สำหรับผู้ประกอบการเหนือ: มาตรฐานคลินิก สปา อาหารสุขภาพ + บันไดเชื่อมโรงพยาบาล (นัดหมาย จ่าย เวชระเบียนออนไลน์)
  4. กองทุนย่อย Subculture สนับสนุนเทศกาลศิลปะ ดนตรี ดีไซน์ เชื่อมชุมชน/มหาวิทยาลัย สร้างปฏิทินเมืองที่ “มีชีวิต” ตลอดปี
  5. Green-Season Guarantee สร้างแพ็กเกจรับฤดูฝน (ส่วนลด คอนเทนต์ กิจกรรมธรรมชาติ) พร้อมแผนสื่อสารความปลอดภัยอากาศ เส้นทาง
  6. คน ดิจิทัล ภาษา เปิด Micro-credentials 3 เดือน สำหรับพนักงานท่องเที่ยว: ภาษาอังกฤษจีน/การชำระเงินดิจิทัล/มาตรฐานสุขภาพ PDPA ให้จบแล้ว “ทำงานได้จริง”
  7. ดัชนี ASV รายจังหวัด เผยแพร่รายไตรมาส วัดผล 5-Economy แบบโปร่งใส (ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย/คืนพัก/กิจกรรมพรีเมียม) เพื่อขับการแข่งขันเชิงคุณภาพ

เมื่อ “ความหมาย” แปลงเป็น “มูลค่า”

ข้อมูลจากสนามบินภาคเหนือยืนยันว่าระบบรองรับกำลังกลับมาแข็งแรง แต่โจทย์ต่อไปคือการทำให้ทุกเที่ยวบินส่งผลเป็น การใช้จ่ายที่มีความหมาย ผ่าน 5-Economy ของททท. ในขณะเดียวกัน เสียงเตือนจากนักเศรษฐศาสตร์และธนาคารโลกชี้ว่าหากไทยต้องการก้าวสู่ประเทศรายได้สูง การท่องเที่ยวต้องเป็น “เครื่องยนต์บริการมูลค่าสูง” ทำงานประสานกับดิจิทัล สุขภาพ สิ่งแวดล้อม ทักษะคน

กล่าวให้กระชับ  Value over Volume ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็น ทางรอดและทางรุ่ง ของการท่องเที่ยวไทยในทศวรรษหน้า ภาคเหนือในฐานะสนามทดลองเชื่อมอากาศ ธรรมชาติ วัฒนธรรม สุขภาพ จึงพร้อมจะเป็น “เวที” ให้ไทยพิสูจน์ตนว่า Premium Destination สำหรับโลกยุคใหม่ มีอยู่จริงบนผืนแผ่นดินนี้

ภาคผนวกข้อมูล (สรุปตารางผู้โดยสารสนามบินภาคเหนือ ปีงบประมาณ 2025–2026)

แหล่งข้อมูลภาพ/ตารางประกอบข่าว: The Northern Report – “ยอดผู้โดยสารท่าอากาศยานปีงบประมาณ 2025/2026”

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (CNX)

  • 2025: Grand Total 9,383,719, %Change +6.37%
  • 2026 (ระหว่างปีสะสม): Grand Total 820,382, %Change +12.96%
  • รวม: 10,204,101, %Change +6.87%

ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (CEI)

  • 2025: Grand Total 1,947,014, %Change +2.47%
  • 2026 (ระหว่างปีสะสม): Grand Total 187,654, %Change +16.09%
  • รวม: 2,134,668, %Change +3.54%
สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
  • ธนาคารโลก (World Bank)
  • สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
  • นโยบายดิจิทัลภาครัฐ/PDPA
  • แผนยุทธศาสตร์ท่องเที่ยว–สุขภาพดิจิทัล
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME