ผู้นำ ววน. รุ่นที่ 1 กุญแจสำคัญเชื่อมงบประมาณและงานวิจัย ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ
เชียงราย, 8 มกราคม 2569 – ท่ามกลางโจทย์ใหญ่ของประเทศที่ต้องเร่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน เผชิญการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี และเดินหน้าเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน “งานวิจัยและนวัตกรรม” ถูกผลักดันให้เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่สุดของรัฐไทยในช่วงทศวรรษนี้ แต่ในความเป็นจริง การทำให้เงินงบประมาณ คนทำงานวิจัย และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น “เดินไปในทิศทางเดียวกัน” ไม่ใช่เรื่องง่าย
ด้วยเหตุนี้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จึงเปิดตัวหลักสูตร “ผู้บริหารระดับสูง วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) รุ่นที่ 1” เพื่อสร้าง “ผู้นำเชิงระบบ” ที่เข้าใจทั้งภาพใหญ่ นโยบาย งบประมาณ กลไกการขับเคลื่อนงานวิจัย และการนำผลงานไปใช้จริงในพื้นที่และระดับประเทศ โดยมุ่งหวังให้ผู้บริหารจากหน่วยงานงบประมาณและภาคีเครือข่ายกว่า 300 แห่ง สามารถเชื่อมโยงทิศทางเดียวกันในการขับเคลื่อนระบบ ววน. ของไทย
โดยในครั้งนี้ คุณมนรัตน์ ก.บัวเกษร ตำแหน่ง CEO – ประธานกรรมการบริหารสำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์ สำนักข่าวภูมิภาคหนึ่งเดียวในจังหวัดเชียงราย ได้ร่วมเข้าไปศึกษา เรียนรู้และสร้างเครือข่ายกับผู้บริหารระดับชาติด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สะท้อนให้เห็นภาพของ “การเชื่อมโยงส่วนกลาง–ส่วนภูมิภาค” ที่เริ่มชัดขึ้นในระบบ ววน. ของไทย
ววน. ไม่ใช่เรื่องของนักวิจัยเพียงลำพัง แต่คือ “ระบบ” ที่ต้องขับเคลื่อนทั้งประเทศ
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) อธิบายบทบาทของระบบ ววน. ไว้อย่างชัดเจนว่า หากมองเพียงโครงการวิจัยทีละโครงการ เราอาจเห็นผลลัพธ์ในระดับห้องทดลองหรือพื้นที่นำร่อง แต่ถ้าต้องการให้ประเทศเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม จำเป็นต้องมอง “ทั้งระบบ” ตั้งแต่
- การกำหนดนโยบายและแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
- การจัดสรรงบประมาณที่เพียงพอ ต่อเนื่อง และยืดหยุ่น
- การบริหารจัดการงานวิจัยและนวัตกรรมของหน่วยงานต่าง ๆ
- ไปจนถึงการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์จริง ทั้งเชิงพาณิชย์ เชิงสังคม และเชิงนโยบาย
ที่ผ่านมา ระบบ ววน. ของไทยมักถูกวิจารณ์ว่าทำงานแบบ “แยกส่วน” แต่ละหน่วยมีโครงการของตนเอง งบประมาณของตนเอง ตัวชี้วัดของตนเอง ทำให้ความเชื่อมโยงระหว่างโจทย์วิจัยกับปัญหาจริงของประเทศยังไม่ชัดเจนเท่าที่ควร หลายโครงการมีผลลัพธ์ดีในเชิงวิชาการ แต่ยังไม่ถูกต่อยอดไปสู่การใช้ประโยชน์ในระดับเศรษฐกิจและชุมชน
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นพ.สิริฤกษ์ จึงเน้นย้ำว่า เป้าหมายในระยะต่อไปคือ “การเปลี่ยนจากการทำงานแบบหน่วยใครหน่วยมัน ไปสู่การทำงานเชิงประเด็นและมุ่งเป้า” มีการออกแบบงบประมาณที่ผูกกับผลลัพธ์ (Outcome-based) มากกว่าตัวกิจกรรม และต้องมี “เจ้าภาพเชิงระบบ” ที่ช่วยกำกับทิศทางให้หน่วยงานต่าง ๆ เคลื่อนตัวไปในแนวเดียวกัน
เหตุผลที่ต้องมี “หลักสูตรผู้นำ ววน.”
บนโจทย์ดังกล่าว สกสว. เห็นชัดว่า หากผู้บริหารหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณ ววน. ยังมองเห็นภาพไม่ตรงกัน ระบบย่อมเดินหน้าได้ยาก หลักสูตร “ผู้บริหารระดับสูง วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) รุ่นที่ 1” จึงถูกออกแบบให้เป็น “พื้นที่เรียนรู้เชิงยุทธศาสตร์” ที่ไม่ได้มุ่งให้ความรู้เชิงเทคนิควิจัย แต่เน้น 4 มิติสำคัญคือ
- เข้าใจนโยบายและยุทธศาสตร์ ววน. ของประเทศอย่างลึกซึ้ง
ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้โครงสร้างกฎหมาย นโยบาย แผนแม่บท รวมถึงบทบาทของหน่วยงานต่าง ๆ ในระบบ ววน. ซึ่งเป็นฐานสำคัญในการกำหนดทิศทางการทำงานและการจัดทำโครงการให้ตอบโจทย์ประเทศ - เข้าใจกลไกการจัดสรรและบริหารงบประมาณ ววน.
การใช้งบประมาณให้เกิดผลกระทบจริง ต้องเข้าใจทั้งกระบวนการขอรับงบ ระเบียบการเงินการคลัง การติดตามประเมินผล และข้อจำกัดที่แท้จริงของหน่วยงาน ซึ่งหลักสูตรจะช่วยให้ผู้บริหารมองเห็น “พื้นที่ของความยืดหยุ่น” ที่สามารถออกแบบกลไกใหม่ ๆ ได้ - เรียนรู้กรณีศึกษาการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์จริง
หลักสูตรมุ่งให้ผู้เข้าอบรมได้แลกเปลี่ยนกรณีศึกษาจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย และชุมชน ว่างานวิจัยและนวัตกรรมจะถูกแปลงเป็นโครงการเชิงพาณิชย์ นโยบายสาธารณะ หรือบริการสาธารณะอย่างไร - สร้างเครือข่ายความร่วมมือข้ามหน่วยงาน (Strategic Alignment & Synergy)
การมีผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยรับงบประมาณและภาคีเครือข่ายกว่า 300 แห่งมาอยู่ในหลักสูตรเดียวกัน ทำให้เกิดโอกาสจับคู่ โยงโครงการ เชื่อมทรัพยากร และแลกเปลี่ยนแนวทางทำงานในเชิง “ระบบใหญ่” มากกว่ามองแค่บริบทของหน่วยงานตนเอง
ศาสตราจารย์ ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการ สกสว. เน้นว่า หากผู้บริหารเข้าใจทิศทางเชิงกลยุทธ์ (Strategic Direction) และนโยบาย ววน. อย่างชัดเจน ก็จะสามารถ “แปลงภาษายุทธศาสตร์” ให้กลายเป็นโครงการวิจัยและนวัตกรรมที่จับต้องได้ และบริหารจัดการกองทุน ววน. ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศได้จริง
จากห้องเรียนสู่ภาคสนาม ทำไมการมี “ผู้นำเชิงระบบ” จึงสำคัญต่อจังหวัดและชุมชน
แม้หลักสูตรนี้จะถูกออกแบบในระดับชาติ แต่ผลสะเทือนจะไปถึงระดับจังหวัดและท้องถิ่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตัวอย่างเช่น จังหวัดเชียงราย ซึ่งกำลังพัฒนาตนเองในหลายมิติ ทั้งด้านเกษตรมูลค่าสูง เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หากไม่มีผู้นำในพื้นที่ที่เข้าใจกลไก ววน. ก็อาจไม่สามารถดึงทรัพยากรด้านวิจัยและนวัตกรรมมาหนุนการพัฒนาได้เต็มศักยภาพ
การที่มีผู้บริหารจากภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงสื่อมวลชนท้องถิ่นอย่างสำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์ เข้าไปเรียนรู้ในหลักสูตรนี้ จึงมีความหมายสองชั้น
ชั้นแรก คือการทำให้ “เสียงจากพื้นที่” ได้ถูกส่งเข้าไปในห้องเรียนระดับชาติ ผ่านการแลกเปลี่ยนกับผู้บริหารส่วนกลาง ทำให้การออกแบบเชิงนโยบายไม่หลุดจากบริบทจริงของจังหวัดชายแดนอย่างเชียงราย
ชั้นที่สอง คือการนำ “ความเข้าใจเชิงระบบ” กลับมาสื่อสารกับสาธารณชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระดับจังหวัด ทำให้ประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา และภาคธุรกิจ มองเห็นว่า งานวิจัยและนวัตกรรมไม่ได้อยู่ไกลตัว หากแต่สามารถเชื่อมโยงกับปัญหาจริงของจังหวัด เช่น การบริหารจัดการน้ำ ภัยพิบัติ การเกษตรยั่งยืน การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ หรือการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์ เป็นต้น
ในมุมนี้ สื่อท้องถิ่นที่เข้าใจระบบ ววน. จะมีบทบาทสำคัญในการ “แปลภาษาวิชาการ” ให้เป็นภาษาที่ชุมชนเข้าใจได้ และชวนให้คนในพื้นที่ตั้งคำถามว่า “เราจะใช้เครื่องมือด้านวิจัยและนวัตกรรม แก้ปัญหาของเราอย่างไร”
ววน. กับโจทย์ใหญ่ของประเทศไทยในศตวรรษที่ 21
การเปิดหลักสูตรผู้นำ ววน. รุ่นที่ 1 ของ สกสว. เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้านพร้อมกัน ทั้งการฟื้นตัวหลังโควิด-19 การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างแรงงานและประชากร รวมถึงแรงกดดันจากเทคโนโลยีใหม่ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ เศรษฐกิจดิจิทัล และพลังงานสะอาด
ในบริบทนี้ งานวิจัยและนวัตกรรมไม่ใช่ “ทางเลือก” หากเป็น “ทางรอด” ของประเทศ แต่การจะไปถึงจุดที่ผลงานวิจัยตอบโจทย์เศรษฐกิจและสังคมได้จริง จำเป็นต้องมีอย่างน้อยสามเงื่อนไข
- มีโจทย์วิจัยที่เกิดจากปัญหาจริงของประเทศและชุมชน ไม่ใช่โจทย์ที่เกิดจากความสนใจเฉพาะกลุ่ม
- มีระบบงบประมาณและการบริหารจัดการที่ทำให้โครงการดี ๆ สามารถเดินต่อเนื่องจนถึงขั้นนำไปใช้ประโยชน์
- มี “ผู้นำเชิงระบบ” ที่สามารถเชื่อมคน เงิน ข้อมูล และองค์กรต่าง ๆ ให้ขับเคลื่อนไปทิศทางเดียวกัน
หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง ววน. จึงเป็นความพยายามของรัฐไทยในการสร้างเงื่อนไขข้อที่สามให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการพัฒนาผู้นำจากทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และภาคีเครือข่าย
สู่เครือข่ายผู้นำ ววน. ที่เดินไปข้างหน้าพร้อมกัน
สกสว. คาดหวังว่า เมื่อจบหลักสูตร รุ่นที่ 1 จะไม่ใช่เพียง “รุ่นบุกเบิก” ในเชิงพิธีการ หากแต่จะเป็นจุดตั้งต้นของเครือข่ายผู้นำระบบ ววน. ที่มองเห็นภาพเดียวกันในระยะยาว ผู้บริหารจากกระทรวง ทบวง กรม มหาวิทยาลัย หน่วยงานวิจัย ภาคเอกชน และภาคสังคม จะสามารถกลับไปทำหน้าที่ของตนเองด้วยมุมมองใหม่ พร้อมมองหาความร่วมมือข้ามหน่วยงานมากขึ้น
สำหรับจังหวัดเชียงรายและภาคเหนือ การมีคนในพื้นที่เข้าร่วมหลักสูตรเช่นนี้ ยิ่งทำให้โอกาสในการเชื่อมโยงงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การพัฒนาจังหวัดเป็นรูปธรรมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการต่อยอดด้านเกษตรมูลค่าสูง การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำโขง การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการท่องเที่ยว หรือการยกระดับระบบรับมือภัยพิบัติในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและดินถล่ม
สุดท้าย การขับเคลื่อนประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จะสำเร็จได้หรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับนักวิจัยหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง หากขึ้นอยู่กับ “ระบบ” ที่ผู้บริหารทุกระดับร่วมกันออกแบบและลงมือทำจริง หลักสูตรผู้นำ ววน. รุ่นที่ 1 จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการสร้างระบบดังกล่าวให้มีชีวิต และเดินหน้าไปด้วยกัน
เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)
- หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) รุ่นที่ 1”






















