Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เจ้าหน้าที่ดับไฟป่าดอยเวียงผาถูกงูเขียวหางไหม้ฉกขณะทำแนวกันไฟ ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว

Summary
  • นายพิทักษ์ เขียวสุข จนท.ไฟป่าเชียงราย ถูกงูเขียวหางไหม้กัดขณะดับไฟป่าบนดอยเวียงผา เมื่อ 25 เม.ย. 69

  • เจ้าหน้าที่ถูกนำส่งโรงพยาบาลแม่สรวย พบอาการติดเชื้อและเกล็ดเลือดต่ำจากพิษงู

  • ล่าสุดวันที่ 29 เม.ย. 69 อาการปลอดภัย พ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังต้องพักฟื้นเฝ้าระวังการติดเชื้อ

  • ผู้บริหาร สบอ.15 เข้าเยี่ยมให้กำลังใจ มอบเงินช่วยเหลือ และย้ำมาตรการความปลอดภัยหน้างาน

  • เหตุการณ์สะท้อนปัญหา “ภัยซ้อนภัย” เมื่อสัตว์ป่าหนีไฟมาปะทะเจ้าหน้าที่ และความต้องการสวัสดิการที่เหมาะสม

ผอ.สบอ.15 รุดเยี่ยมหัวหน้าจุดสกัดไฟป่าเชียงรายถูกงูพิษกัด ย้ำมาตรการความปลอดภัยและสวัสดิการด่านหน้า

เชียงราย,30 เมษายน 2569 – เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ถูกงูกัดขณะดับไฟป่า อาการปลอดภัยกลางดอยเวียงผาที่เคยเงียบสงบ กลับกลายเป็นแนวรบที่มีทั้งควันไฟและความเจ็บปวดซ่อนอยู่ใต้พงหญ้า เหตุการณ์ที่หัวหน้าจุดสกัดห้วยเฮี้ยถูกงูเขียวหางไหม้กัดขณะเข้าดับไฟป่า ไม่ได้เป็นเพียงอุบัติเหตุของคนทำงานคนหนึ่ง แต่กำลังบอกเล่าเรื่องราวที่ใหญ่กว่านั้นเกี่ยวกับความเสี่ยงซ้อนความเสี่ยงที่เจ้าหน้าที่ดับไฟป่าเชียงรายต้องเผชิญทุกปี

เปลวไฟบนดอยเวียงผา จุดเริ่มต้นของคืนอันตราย

วันที่ 25 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 20.00 น. ศูนย์ควบคุมไฟป่าของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 ได้รับแจ้งจุดความร้อนบริเวณบ้านแม่ยางมิ้น ตำบลแม่สรวย อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในแนวเขตอุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา ซึ่งเป็นผืนป่าต้นน้ำสำคัญของลุ่มน้ำแม่ลาว

นายพิทักษ์ เขียวสุข หัวหน้าจุดสกัดห้วยเฮี้ย นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าทำแนวกันไฟ ทัศนวิสัยในพื้นที่เลวร้ายจากควันหนาทึบ อุณหภูมิภาคพื้นสูง และเสียงไม้แตกจากเปลวเพลิงที่ลุกลามตามแนวลาดชัน ในจังหวะที่กำลังใช้เครื่องมือเคลียร์เชื้อเพลิงบนพื้นป่า งูเขียวหางไหม้ตัวหนึ่งซึ่งคาดว่าหนีไฟขึ้นมาจากซอกหิน ได้ฉกเข้าที่น่องซ้ายของนายพิทักษ์อย่างจัง

เพื่อนร่วมทีมเล่าว่าไม่มีใครเห็นตัวงูในตอนแรกเพราะแสงไฟฉายถูกกลบด้วยควัน รู้ตัวอีกทีคือเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดและการทรุดตัวลงของหัวหน้าชุด การปฐมพยาบาลเบื้องต้นทำได้เพียงล้างแผล ห้ามเลือด และรีบนำตัวออกจากแนวไฟโดยเร็วที่สุด ก่อนส่งต่อไปยังโรงพยาบาลแม่สรวยในคืนเดียวกัน

เขี้ยวพิษกลางควันไฟ นาทีที่ชีวิตแขวนบนเส้นด้าย

ที่ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลแม่สรวย ทีมแพทย์ประเมินอาการทันที พบรอยเขี้ยวสองจุดชัดเจนบริเวณน่องซ้าย มีอาการบวมแดงอย่างรวดเร็วและปวดระดับรุนแรง

นพ.ทรรศน์พล ผมธรรม แพทย์ผู้ดูแลให้ข้อมูลว่า ผู้ป่วยมีอาการติดเชื้อใต้ผิวหนังบริเวณขาซ้ายอย่างเห็นได้ชัด ขาบวมแดงและมีอาการปวดรุนแรงระดับสูงสุด พิษของงูชนิดนี้มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ทำให้เกล็ดเลือดต่ำ เสี่ยงต่อภาวะเลือดออกภายในที่ไม่สามารถควบคุมได้ เราต้องเจาะเลือดตรวจสอบทุก 6 ชั่วโมง และให้ยาฆ่าเชื้ออย่างใกล้ชิด

ข้อมูลทางการแพทย์ยืนยันว่างูเขียวหางไหม้มีลำตัวสีเขียวปลายหางสีแดง พิษจะทำให้เกิดอาการปวดบวม อาจเห็นรอยเขี้ยวพิษเป็นจุดสองจุด และในบางรายอาจมีเนื้อเน่าตายได้ อาการเฉพาะที่มักตามมาด้วยเลือดออกบริเวณที่ถูกกัด ปวดบวมแดงร้อน คลื่นไส้อาเจียน และหายใจลำบากในรายที่รุนแรง 

สำหรับแนวทางการรักษาในปัจจุบัน กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดทำแนวทางการวินิจฉัยและดูแลรักษาผู้ป่วยถูกงูพิษกัดในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2568 เพื่อให้โรงพยาบาลทั่วประเทศใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน 

ห้องพักฟื้นที่เต็มไปด้วยกำลังใจ

สี่วันหลังเกิดเหตุ วันที่ 29 เมษายน 2569 บรรยากาศที่โรงพยาบาลแม่สรวยเปลี่ยนไปจากความตึงเครียดในคืนแรก คณะผู้บริหารจากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 เชียงราย นำโดยนายเจษฎา เงินทอง ผู้อำนวยการสำนักฯ พร้อมด้วยนายนิคม อิ่มเอิบ ผู้อำนวยการส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า ได้เดินทางเข้าเยี่ยมอาการ 

คณะได้มอบสิ่งของจำเป็นและเงินช่วยเหลือเบื้องต้น พร้อมพูดคุยกับครอบครัวของนายพิทักษ์อย่างใกล้ชิด นายเจษฎาได้ถ่ายทอดความห่วงใยจากนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยย้ำว่าความปลอดภัยและขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าที่คือหัวใจหลักขององค์กร และได้กำชับให้ทุกหน่วยเพิ่มมาตรการระมัดระวังด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติงานภาคสนาม

แพทย์ระบุว่าอาการของนายพิทักษ์อยู่ในระดับคงที่ พ้นภาวะวิกฤตแล้ว แต่ยังต้องเฝ้าระวังการติดเชื้อและติดตามค่าการแข็งตัวของเลือดอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะต้องพักฟื้นอีกหลายสัปดาห์ก่อนกลับไปทำงานภาคสนามได้

มรณภัยซ้ำซ้อน เมื่อไฟไล่สัตว์ให้ปะทะคน

เหตุการณ์ที่ดอยเวียงผาไม่ได้เกิดขึ้นโดดเดี่ยว หากมองในภาพใหญ่จะพบปรากฏการณ์ที่นักวิชาการเรียกว่า Human-Wildlife Conflict ในภาวะภัยพิบัติ ไฟป่าเชียงรายและภาคเหนือตอนบนมักเกิดรุนแรงช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายนของทุกปี ข้อมูลจากแพลตฟอร์มติดตามไฟของ GISTDA ยังคงจัดจังหวัดเชียงรายอยู่ในกลุ่มพื้นที่เฝ้าระวังหลักอย่างต่อเนื่อง 

เมื่อป่าลุกไหม้ สัตว์ป่าที่อาศัยตามพื้นดินเช่นงู ตะขาบ แมงป่อง จะสูญเสียที่หลบซ่อนและหนีตายขึ้นสู่ที่สูงหรือแนวเปิดที่มนุษย์ใช้ทำแนวกันไฟพอดี งูเขียวหางไหม้ซึ่งปกติอาศัยตามพุ่มไม้เตี้ยและซอกหินชื้น จะเครียดและก้าวร้าวกว่าปกติเมื่อถูกความร้อนไล่ต้อน การปะทะจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่เป็นผลลัพธ์ทางนิเวศวิทยาที่คาดการณ์ได้

บทเรียนนี้คล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลก เช่นในออสเตรเลียช่วงไฟป่าปี 2019 ถึง 2020 มีรายงานสัตว์เลื้อยคลานหนีเข้าชุมชนเพิ่มขึ้นกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เจ้าหน้าที่ดับไฟต้องเพิ่มชุดอุปกรณ์ป้องกันงูเข้าไปในมาตรฐานการทำงาน

สถิติที่ต้องจับตา ความเสี่ยงของนักรบชุดเขียว

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าประจำการทั่วประเทศกว่า 1 หมื่นคน ในจำนวนนี้มากกว่าครึ่งเป็นพนักงานราชการและลูกจ้างตามภารกิจหรือทีโออาร์ ซึ่งต้องทำงานในพื้นที่เสี่ยงโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันเฉพาะทางครบถ้วน

แม้ไม่มีตัวเลขทางการที่เปิดเผยต่อสาธารณะในปี 2569 แต่จากการประเมินภายในของส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า พบแนวโน้มการบาดเจ็บจากสาเหตุที่ไม่ใช่ไฟโดยตรง เช่น งูกัด สัตว์มีพิษต่อย พลัดตกเขา และกิ่งไม้หล่นทับ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสองปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา อุทยานแห่งชาติขุนแจ และอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15

เจ้าหน้าที่ภาคสนามหลายคนให้ข้อมูลตรงกันว่าชุดดับไฟป่ามาตรฐานประกอบด้วยหมวก เสื้อกันไฟ รองเท้าบูท และถุงมือ แต่ไม่มีสนับแข้งกันงูหรือชุดปฐมพยาบาลพิษงูแบบพกพา การต้องเดินลุยในเวลากลางคืนเพื่อสกัดไฟลุกลามทำให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

ช่องว่างสวัสดิการ เมื่อคนด่านหน้าไม่ใช่ข้าราชการประจำ

ประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาหลังเหตุการณ์นี้คือความเหลื่อมล้ำด้านสวัสดิการ นายพิทักษ์ในฐานะหัวหน้าจุดสกัดเป็นพนักงานราชการที่ได้รับค่าตอบแทนตามสัญญาจ้าง แม้จะได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นจากผู้บังคับบัญชา แต่สิทธิการรักษาพยาบาลระยะยาว ค่าชดเชยการบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ และประกันชีวิตกลุ่ม ยังมีเพดานต่ำกว่าข้าราชการประจำ

เสียงจากผู้บริหารระดับสำนักยอมรับว่าคำชื่นชมและความห่วงใยเป็นสิ่งจำเป็น แต่ไม่เพียงพอต่อการสร้างหลักประกันให้ครอบครัวของเจ้าหน้าที่ หลายฝ่ายเรียกร้องให้กรมอุทยานฯ ผลักดันกองทุนสวัสดิการพิเศษสำหรับผู้ปฏิบัติงานไฟป่า รวมถึงการจัดหาเซรุ่มแก้พิษงูให้ประจำอยู่ในชุดเคลื่อนที่เร็วทุกชุด ไม่ใช่รอให้ถึงโรงพยาบาลอำเภอซึ่งอาจใช้เวลาเดินทางกว่า 1 ชั่วโมงในพื้นที่ภูเขาสูงชัน

นายนิคม อิ่มเอิบ ในฐานะผู้อำนวยการส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า ได้เน้นย้ำในที่ประชุมหลังเยี่ยมไข้ว่าจะทบทวนแผนฝึกอบรมความปลอดภัยให้ครอบคลุมเรื่องการเผชิญสัตว์มีพิษในภาวะไฟป่า และจะเสนอของบประมาณเพิ่มเติมสำหรับอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลในปีงบประมาณถัดไป

บทเรียนจากแม่สรวย ทางออกที่มากกว่าคำชื่นชม

วันนี้อาการของนายพิทักษ์ เขียวสุข ปลอดภัยแล้วตามการยืนยันของแพทย์ แต่รอยบวมแดงที่ยังหลงเหลืออยู่บนน่องซ้ายจะเป็นเครื่องเตือนใจว่าความสูญเสียจากไฟป่าไม่ได้วัดแค่จำนวนไร่ที่ถูกเผา

หากมองในมิติการจัดการสาธารณภัย เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นสามทางออกที่ต้องทำพร้อมกัน

หนึ่งคือการลดต้นตอของไฟป่าเชียงรายด้วยการทำงานเชิงรุกกับชุมชนรอบอุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา เพราะทุกจุดความร้อนที่ลดลงหมายถึงความเสี่ยงที่เจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปเผชิญลดลงด้วย

สองคือการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้สอดคล้องกับภัยซ้อนภัย การเพิ่มสนับแข้งกันงู ไฟฉายคาดศีรษะกำลังสูง และชุดปฐมพยาบาลพิษงูในเป้สนาม ไม่ใช่ต้นทุนที่สูงเมื่อเทียบกับชีวิตของคนทำงาน

สามคือการปฏิรูปสวัสดิการเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าให้ครอบคลุมพนักงานทุกระดับ โดยเฉพาะลูกจ้างทีโออาร์ที่เป็นกำลังหลักในแนวหน้า การมีประกันอุบัติเหตุกลุ่มที่ครอบคลุมการถูกสัตว์มีพิษกัด การพลัดตก และการสำลักควัน จะช่วยลดความกังวลและเพิ่มขวัญกำลังใจได้อย่างแท้จริง

คำพูดของอธิบดีที่ถูกถ่ายทอดในห้องพักฟื้นที่โรงพยาบาลแม่สรวยจึงไม่ควรจบแค่ในวันเยี่ยม แต่ควรถูกแปลงเป็นนโยบายที่เป็นรูปธรรม เพราะในท้ายที่สุดแล้ว การปกป้องป่าไม่สามารถทำได้หากเราไม่ปกป้องคนที่ปกป้องป่าเสียก่อน

เรื่องราวของนายพิทักษ์จึงไม่ใช่แค่ข่าวอุบัติเหตุประจำวัน แต่เป็นภาพสะท้อนของระบบนิเวศที่กำลังบิดเบี้ยวจากไฟป่า และเป็นคำถามถึงสังคมว่าเราพร้อมจะลงทุนกับความปลอดภัยของนักรบชุดเขียวมากพอหรือยัง

สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 เชียงราย ข่าวกิจกรรมเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ วันที่ 29 เมษายน 2569
  • กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า
  • โรงพยาบาลแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ข้อมูลการรักษาผู้ป่วยถูกงูเขียวหางไหม้กัด
  • กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนวทางการวินิจฉัยและดูแลรักษาผู้ป่วยถูกงูพิษกัดในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2568
  • สมาคมโลหิตวิทยาแห่งประเทศไทย ข้อมูลอาการพิษงูเขียวหางไหม้ต่อระบบโลหิต
  • GISTDA Disaster Platform ข้อมูลพื้นที่เฝ้าระวังไฟป่าจังหวัดเชียงราย 
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME