Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลถวายสมเด็จพระศรีนครินทร์ทราบรมราชชนนี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ 21 ต.ค. 66

 
วันนี้ (21 ต.ค. 66) เวลา 14.00 น. ดร.วิรไท สันติประภพ ประธานกรรมการบริหารและ เลขาธิการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายสมเด็จพระศรีนครินทร์ทราบบรมราชชนนี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ 21 ตุลาคม 2566 ณ ท้องพระโรง พระตำหนักดอยตุง อ.แม่ฟ้าหลวง โดยมี พระพุทธิญาณมุนี เจ้าคณะจังหวัดเชียงราย เจ้าอาวาสวัดพระธาตุผาเงา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย นายนคร พงษ์น้อย ผู้อำนวยการอุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ นางสุภาพรรณ หมั่นเจริญ รองผู้ว่าราชการราชการจังหวัดเชียงราย คณะกรรมการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระราชูปถัมภ์ ข้าราชการ ผู้พิพากษา ศาล ทหาร ตำรวจ ประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์ เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ณ ท้องพระโรง พระตำหนักดอยตุง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย
 
 
เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อพสกนิกรไทย เป็นอนุสรณ์แสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อพระองค์ท่าน ที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ อันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และประชาชนนานัปการ พระราชทานพระเมตตาต่อชนทุกชั้นทุกวัย โดยไม่เลือกเชื้อชาติ ศาสนา โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ห่างไกลทุรกันดาร ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียน สอดส่องดูแลด้วยพระองค์เองทุกหนแห่ง เพื่อทรงให้เขาพึ่งพาตนเองได้ บังเกิดความอบอุ่นใจว่าเขามิได้ถูกทอดทิ้ง พระองค์ทรงเป็นพระมารดาแห่งการสังคมสงเคราะห์ของประเทศไทยโดยแท้ ทรงปลูกป่าบนดอยตุง ฟื้นฟูให้กลับคืนสภาพป่าธรรมชาติ โดยทรงประสานกับหลายหน่วยงาน สร้างสวนรุกขชาติบนดอยช้างมูบ ชุบชีวิตต้นไม้ ทรงคืนป่าให้กับดอยตุง อันเป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ของการระดมกำลังปลูกป่าทั่วประเทศ ทรงยกฐานะสภาพความเป็นอยู่ของผู้ยากไร้ โดยโครงการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง และโครงการอื่นๆ เป็นที่ประจักษ์ทั่วทั้งแผ่นดิน พระตำหนักดอยตุง เป็นเสมือนบ้านหลังที่สองของพระองค์ท่าน เป็นพื้นที่ทรงงาน ที่ชาวบ้านเรียกว่าพระตำหนักสมเด็จย่า และขนานสมญานามพระองค์ว่า “แม่ฟ้าหลวงของปวงชนชาวไทย”
 
 
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2538 รวมสิริพระชนมายุ 94 พรรษา สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงได้ปฏิบัติพระราชกรณียกิจและทรงงานด้วยความวิริยะอุตสาหะ เพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ทรงพัฒนาด้านการแพทย์ พยาบาล การสาธารณสุข และการศึกษา ทรงจัดตั้งหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) มูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มูลนิธิถันยรักษ์ และโครงการพัฒนาดอยตุง เมื่อปี พ.ศ. 2531
 
 
ทั้งนี้คณะรัฐมนตรีได้กำหนดให้วันที่ 21 ตุลาคม เป็นวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ วันพยาบาลแห่งชาติ วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ และวันรักต้นไม้แห่งชาติ
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

สื่อรัฐ พบจีน CMG สื่อใหญ่ ร่วมมือใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลยกระดับมาตรฐานรายงานข่าว

 

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม 2566 (ตามเวลาท้องถิ่น) นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายวราวุธ ยันต์เจริญ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสุดฤทัย เลิศเกษม รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และคณะ เข้าเยี่ยมชมสถานีโทรทัศน์ระหว่างประเทศของจีน (China Global Television Network : CGTN) ซึ่งเป็นหน่วยสื่อภายใต้กลุ่มสื่อแห่งชาติจีน ( China Media Group : CMG) โดยมีนายอาน เซี่ยวหยู (An Xiaoyu) รองผู้อำนวยการเครือข่ายโทรทัศน์ภาคบริการโลกแห่งประเทศจีน และผู้อำนวยการศูนย์เอเชีย-แอฟริกา กลุ่มสื่อแห่งชาติจีน (CMG) ให้การต้อนรับ

 

คณะฯ ได้เยี่ยมชมการทำงานของสื่อจีนที่มีเทคโนโลยีการผลิตและออกอากาศที่ก้าวหน้าทันสมัย ซึ่งเป็นสื่อโทรทัศน์ที่มีกลุ่มเป้าหมายต่างชาติกว่า 180 ประเทศ เข้าถึงกลุ่มผู้ฟังกว่า 600 ล้านคนทั่วโลก ใช้ภาษาออกอากาศ 68 ภาษา มีศูนย์ผลิตรายการ สำนักงานใหญ่ที่กรุงปักกิ่ง และอีกใน 3 แห่ง ได้แก่ กรุงวอชิงตัน ลอนดอน และนาโรบี (ไนจีเรีย) โดยครั้งนี้ได้เยี่ยมชม เทคโนโลยี 4 ส่วนหลัก ได้แก่ 1. ศูนย์ปฏิบัติการมอนิเตอร์ข่าว 2. ศูนย์มัลติมีเดีย สื่อออนไลน์ 3. สตูดิโอรายการภาคภาษาอังกฤษ 4. ห้องควบคุมการออกอากาศ รวมทั้งได้ทดลองใช้อุปกรณ์การออกอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง การนำ Application มาประยุกต์ใช้ในวงการสื่อของจีน ซึ่งเป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว มีความทันสมัย และน่าสนใจ โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองในการดำเนินความร่วมมือด้านสื่อระหว่างประเทศซึ่งฝ่ายไทยได้เสนอแนวทางการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและการฝึกอบรมที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน โดย นายอาน เซี่ยวหยู ได้เน้นย้ำถึงบทบาทและความสำคัญของเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีส่วนช่วยในการยกระดับมาตรฐานการรายงานข่าวและขยายการเข้าถึงติดตามข่าวสารได้ทั่วโลก
 
 
นางพวงเพ็ชร กล่าวว่า ปัจจุบันรูปแบบของการสื่อสารมีการปรับตัวอยู่เสมอ และประชาชนนิยมรับข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อออนไลน์มากยิ่งขึ้น เพราะมีความสะดวก รวดเร็ว เข้าถึงง่าย และสามารถเชื่อมโยงครอบคลุมได้ทั่วโลก การสื่อสารระหว่างประเทศถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างการรับรู้ ส่งเสริมภาพลักษณ์ และสร้างความเข้าใจทางวัฒนธรรมระหว่างกัน การเยี่ยมชมครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างสื่อของไทยและจีน และย้ำถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนในอนาคต อีกทั้งยังเป็นโอกาสดีที่ได้นำคณะสื่อภาครัฐอย่างกรมประชาสัมพันธ์มาเยี่ยมชมแนวทางการสื่อสารผ่านสื่อยุคใหม่ที่มีความทันสมัย และก้าวทันโลก สามารถนำไปปรับใช้กับการสื่อสารของไทยได้ในอนาคต
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

พม. ส่งทีมสหวิชาชีพ ร่วมรับแรงงานไทย กลับจากอิสราเอล ทุกไฟลท์บิน

 

 

วันนี้ (18 ต.ค. 66) เวลา 15.00 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยถึงกรณีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ส่งเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพและทีมนักจิตวิทยา ร่วมดูแลเยียวยาแรงงานไทยที่เดินทางกลับจากประเทศอิสราเอล ว่า กระทรวง พม. ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมปฏิบัติการรับแรงงานไทยทุกเที่ยวบิน ซึ่งเราจะมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ที่สนามบิน ซึ่งทุกจังหวัดที่เราได้รับรายงานว่า มีสมาชิกของคนในครอบครัวเดินทางไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล ขณะนี้สามารถยืนยันผู้เสียชีวิต โดยการพิสูจน์อัตลักษณ์ได้เพียง 1 ราย แต่ผู้เสียชีวิตมีจำนวนมากกว่านั้น ทั้งนี้ การยืนยันอัตลักษณ์ของแต่ละราย ยังเป็นไปได้ด้วยความล่าช้า เพราะมีหลายประเทศที่ประสบปัญหาเช่นเดียวกับประเทศไทยในการขอข้อมูลจากทางการอิสราเอล ซึ่งกำลังเร่งติดตามอยู่ทุกนาที 

 

          นายวราวุธ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บที่กระทรวง พม. ต้องเข้าไปดูแลเยียวยาสภาพจิตใจไปพร้อมกับหลายหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนทั้งเรื่องเงินชดเชยเยียวยาต่าง ๆ โดยงานสำคัญของกระทรวง พม. คือการเยียวยาสภาพจิตใจ ว่าแต่ละคนได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง อย่างไรก็ตาม บางปัญหาไม่สามารถแก้ไขได้ในเวลาชั่วข้ามคืน แต่การที่มีคนเข้าพูดคุย นั่งฟัง เพื่อให้เขาได้ระบายความรู้สึกต่าง ๆ เหล่านั้น ดีกว่าเก็บขังเอาไว้ภายในใจ และจะช่วยบรรเทาความเครียดได้ในระดับหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม บางรายไม่ต้องการให้เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือเยียวยา และมีบางรายที่แจ้งความจำนงว่าอยากจะเข้ามาพูดคุยปรึกษากับทาง พม. จังหวัด ซึ่งกระทรวง พม. จะส่งเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพและนักจิตวิทยาเข้าเยี่ยมแต่ละบ้าน เพื่อให้ได้ร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้สึก 

 

        นายวราวุธ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ กระทรวง พม. ทำงานปฏิบัติการร่วมกับกรมสุขภาพจิตกระทรวงสาธารณสุข และการกลับมาถึงของพี่น้องแรงงานไทยในแต่ละครั้งนั้นเป็นจำนวนหลักร้อย แต่การทยอยเข้ามาของแรงงานไทย ทำให้สรรพกำลังที่เรามีอยู่ขณะนี้ยังสามารถรับมือได้ อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณนายกรัฐมนตรี และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงกลาโหม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน ที่ดำเนินการร่วมกันอย่างเต็มที่ ถึงแม้ขณะนี้ นายกรัฐมนตรีปฏิบัติภารกิจอยู่ต่างประเทศ แต่จะโทรศัพท์กลับมาติดต่อกับทุกหน่วยงานด้วยตัวท่านเอง และคอยสอบถามความคืบหน้าการทำงานอยู่ตลอด ซึ่งต้องขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่คอยติดตามงาน

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

ผู้จัดการทั่วไปนำทีมเจ้าหน้าที่ ‘เซ็นทรัลเชียงราย’ ซ้อมแผนรับนโยบายกระทรวงแรงงาน

 
ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย นำโดยคุณสายัณห์ นักบุญ ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย พร้อมสนองตอบต่อนโยบายด้านความปลอดภัยตามประกาศของกระทรวงแรงงาน เรื่องการป้องกันและระงับอัคคีภัยในสถานประกอบการ เพื่อความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้าง และผู้ใช้อาคาร โดยกำหนดให้สถานประกอบการนั้นๆ จัดฝึกซ้อมอพยพหนีไฟไม่น้อยกว่าปีละ 1 ครั้ง ซึ่งจะต้องมีผู้เข้าร่วมในการฝึกซ้อม 100 เปอร์เซ็นต์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ลูกจ้าง และผู้ใช้อาคาร สามารถรู้ถึงการปฏิบัติตนเมื่อเกิดเพลิงไหม้ในกรณีมีการอพยพหนีไฟ อีกทั้งเพื่อเพิ่มทักษะให้พนักงานได้ฝึกฝนตนเอง เมื่อเกิดเหตุการณ์ต่างๆ จะได้แนะนำลูกค้า รวมทั้งดูแลตัวเองได้อย่างรวดเร็ว และปลอดภัยในชีวิตทั้งของพนักงานเอง และลูกค้าที่มาใช้บริการ โดยเฉพาะความปลอดภัยของลูกค้านั้นต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง
 
 
โดยได้มีการจัดโครงการฝึกซ้อมแผนดับเพลิงเบื้องต้น และซักซ้อมแผนอพยพหนีไฟ ประจำปี 2565 เพื่อเตรียมความพร้อมในการอพยพพนักงาน และลูกค้าหากเกิดเหตุการณ์อัคคีภัย โดยมีเจ้าหน้าที่ศูนย์การค้า รวมทั้งพนักงานร้านค้าศูนย์การค้า และพนักงานร้านเช่าเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 622 คน นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานภายนอกเข้าร่วมการฝึกซ้อมและร่วมสังเกตุการณ์ในครั้งนี้ อาทิ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย, มณฑลทหารบกที่ 37,โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์,สถานีตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย,สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย รวมถึงมีหน่วยงานส่งไฟร์แมน ข้าร่วมฝึกซ้อมแผนในครั้งนี้ อาทิ ไทวัสดุเชียงราย,โรบินสันเชียงราย และ บิ๊กซี เชียงราย
 
 
นอกจากนี้ทางศูนย์การค้าฯ ยังมีส่วนของการดูแลความปลอดภัยด้านอื่นๆ และให้ความสำคัญเช่นกัน เช่น การซ้อมแผนเผชิญเหตุต่างๆ ทั้งเหตุระเบิด การทะเลาะวิวาท การกระโดดตึก หรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นได้ภายในศูนย์การค้าฯ รวมถึงมาตรการการตรวจวัตถุต้องสงสัยในทุกจุดทางเข้าศูนย์การค้าฯ ซึ่งดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งของพนักงาน และลูกค้าที่มาใช้บริการทุกคน
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

โฆษกรัฐบาล เผยนายกฯ สั่งกำชับดูการใช้เงิน ให้กระทบประชาชนน้อยที่สุด

 

เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 66 เวลา 14.00 น. ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข้อสั่งการของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ครั้งที่ 1 ซึ่งมีเรื่องสำคัญต่าง ๆ ดังนี้
 
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมงานพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ (72 พรรษา) 28 กรกฎาคม 2567 ให้สมพระเกียรติ และขอให้ประชาชนมีส่วนร่วม โดยได้มอบหมายให้ สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมการจัดงานพระราชพิธีเฉลิมฉลองฯ
 
ในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ นายกรัฐมนตรียังได้สั่งการให้ศึกษาแนวทางการทำประชามติ โดยแนวทางให้ความสำคัญกับการทำให้ประชาชนทุกภาคส่วนร่วมออกแบบกฎที่เป็นประชาธิปไตยทันสมัยและเป็นที่ยอมรับร่วมกัน เพื่อให้คนไทยได้มีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น โดยยึดรูปแบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และไม่แก้ไขในหมวดพระมหากษัตริย์ และได้มอบหมายให้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้รับผิดชอบแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติ โดยยึดเอาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นสำคัญ
 
ส่วนโครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต (Digital Wallet) นายกรัฐมนตรีได้ให้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นเจ้าภาพ และกำหนดเวลานำเสนอโดยเร็วที่สุด พร้อมมอบหมายกระทรวงการคลัง หารือสำนักงบประมาณ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศึกษาแนวทางรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อเร่งจัดทำนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและวางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้กับประเทศ
 
นายกรัฐมนตรียังได้มอบหมายให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดำเนินนโยบายเว้นการลงตราวีซ่าชั่วคราวสำหรับประเทศจีน และคาซักสถาน (VISA Free) รวมถึงการผ่อนปรนเงื่อนไข และขั้นตอนการเข้าประเทศสำหรับการจัดแสดงสินค้า และนิทรรศการ โดยให้มีผลบังคับใช้ภายใน 25 กันยายน 2566 เพื่อช่วยสร้างรายได้ และสร้างงานให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก
 
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ กำหนดยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยยุทธศาตร์ซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศ โดยมีนายกรัฐมนตรี ประธาน โดยได้มอบหมายให้นายพรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดำเนินการต่อไป
 
และนายกรัฐมนตรียังได้สั่งการให้ ทุกกระทรวง ทบทวนมติ ครม ก่อนหน้ารัฐบาลชุดนี้ ถ้าไม่มีการทักท้วงภายใน 25 กันยายน 2566 จะยกเลิก รวมทั้งสั่งการให้ทุกกระทรวงทบทวนคำสั่ง คสช. ที่เคยบังคับใช้ ถ้าไม่มีการทักท้วงภายใน 9 ตุลาคม 2566 จะยกเลิก โดยนายกรัฐมนตรีขอให้ยึดหลัก ‘กฎหมายไม่เขียน ถือว่าทำได้’ เป็นหลักการ เพื่อส่งเสริมเสรีภาพ ประชาธิปไตย และอำนวยความสะดวกประชาชน
 
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังได้สั่งการให้เตรียมความพร้อมสำหรับปรากฏการณ์เอลนีโญ่ (El Nino) ภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่อง 2-3 ปีจากนี้ โดยได้แต่งตั้งคณะกรรมการ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นรายจังหวัด และมอบหมายให้นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานคณะกรรมการ และให้ ดร. ปลอดประสพ สุรัสวดี ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายสิ่งแวดล้อม เป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการ
 
ส่วนนโยบายด้านประมง นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานกรรมการ และจัดตั้งคณะกรรมการฟื้นฟูทะเลไทยเพื่อความยั่งยืน เพื่อแก้ปัญหาของอุตสาหกรรมประมง โดยให้คำนึงถึงการบริหารทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน
 
นายกรัฐมนตรียังได้มอบหมายให้ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นำเสนอมาตรการลดราคาพลังงาน ทั้งค่าไฟฟ้า และน้ำมันเชื้อเพลิง โดยให้มีผลโดยเร็วที่สุด เพื่อเป็นการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของภาคธุรกิจ
 
ในด้านนโยบายสาธารณสุข ได้มอบหมายให้ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อยกระดับโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (โครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค) โดยให้มีผลโดยเร็วที่สุด เพื่อทำให้ระบบสาธารณสุขมีความทันสมัยขึ้น มีประสิทธิภาพและคุณภาพในการดูแลประชาชนที่ดีขึ้น
 
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้มอบหมายให้ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินนโยบายพักหนี้เกษตรกร และหนี้ของธุรกิจขนาดเล็กและกลาง (SMEs) ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 โดยมีกรอบระยะเวลาไม่เกิน 14 วัน เพื่อนำเสนอแนวทางการดำเนินนโยบายต่อคณะรัฐมนตรี
 
และเพื่อเป็นการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน และพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ให้แก่ข้าราชการ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติสั่งการให้กรมบัญชีกลางเร่งศึกษารายละเอียด และกำหนดกรอบระยะเวลาการดำเนินงาน ให้มีผลภายในวันที่ 1 มกราคม 2567
 
นายกรัฐมนตรีย้ำถึงความเอาจริง เพื่อให้ปัญหาผู้มีอิทธิพล อาวุธปืน ยาเสพติด และการซื้อขายตำแหน่งหมดไปอย่างเด็ดขาด จากที่เคยมีการสั่งการหลายครั้งเรื่องอาวุธปืน แต่ไม่ปรากฏผล โดยได้มอบหมายให้นาย อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดำเนินการจัดตั้งทีมทำงาน และกำหนดเวลาการนำเสนอโดยเร็วที่สุด โดยผู้ครอบครองอาวุธปืนและอาวุธอื่นๆ ที่ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ให้นำมามอบแก่ทางราชการที่สถานนีตำรวจที่มีภูมิลำเนาภายใน 30 วัน และหากอาวุธปืนมีทะเบียนถูกต้อง หากจำเป็นต้องพกพา ให้ดำเนินการขออนุญาตพกพาภายใน 30 วัน ตั้งแต่บัดนี้ไป
 
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กำชับ และขอให้คณะรัฐมนตรีกำกับดูแลการใช้เงินนอกงบประมาณในการไปดูงานต่างๆ ให้มีความเหมาะสม และได้ขอให้ปรับลดขนาดขบวนเดินทางของนายกรัฐมนตรี และผู้ติดตาม เพื่อให้มีผลกระทบกับประชาชนในทุกท้องที่ให้น้อยที่สุดอีกด้วย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักนายกรัฐมนตรี 

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

เปิดร้านกาแฟปันรักษ์ สาขา 5 ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย

 

เมื่อ 12 ก.ย. 66 พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยภริยา เดินทางไปยังจังหวัดเชียงราย เพื่อเป็นประธานพิธีเปิดร้านสวัสดิการ ภูธรจังหวัดเชียงราย ชื่อร้าน “ปันรักษ์ เจียงฮาย” สาขาที่ 5 ของ ตร. ตั้งอยู่สี่แยกสถานีสถานีตำรวจ ต.เวียง อ.เมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย โดยมี พระครูขันติพลาธร รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย เจ้าอาวาสวัดฝั่งหมิ่น ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย เป็นประธานสงฆ์ และทางนายศรัณยู มีทองคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นางสุมนา กิตติประภัสร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ต.ดุลเดชา อาชวะสมิตระกูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย พร้อมผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมพิธีเปิดโดยพร้อมเพรียงกัน

จากนั้น ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พระไพศาล ประชาทร วิ (พระอาจารย์พบโชค ติสสวังโส) ตลอดจนข้าราชการตำรวจ ส่วนราชการ หน่วยงานภาคเอกชน ได้เยี่ยมชมการจำหน่ายสินค้าของร้านสวัสดิการพร้อมให้โอวาสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและแม่บ้านตำรวจได้ช่วยกันบริหารจัดการให้ดี ใส่ใจในคุณภาพเพื่อให้เป็นร้านค้าที่ได้มาตรฐานต่อไป
 
ในการนี้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ได้กล่าวถึงกรณี พ.ต.อ.วชิรา ยาวไทยสงค์ ผกก.2 บก.ทล. ที่ได้เสียชีวิตภายในบ้านพักพร้อมอาวุธปืนพกสั้น หลังจากมีการดำเนินคดีกับนายตำรวจจำนวน 6 นาย ในคดีคนร้ายยิง พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว สว.ทล.1 กก.2 ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของ พ.ต.อ.วชิรา เสียชีวิตในงานเลี้ยงในบ้านของนายประวีณ จันทร์คล้าย หรือกำนันนกที่ ต.ตาก้อง จ.นครปฐม ว่า ทางนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ตรวจสอบเรื่องนี้ให้กระจ่างโดยเร็วเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในหมู่ประชาชนโดยเฉพาะเข้าใจกันว่าเป็นการฆาตรกรรมหรือฆ่าตัดตอน จึงได้สั่งการให้ ผบช.ภ.1 ไปดูสถานที่เกิดเหตุและรวบรวมข้อมูลหลักฐานอย่างขัดเจน มีการตรวจชันสูตรหลักฐานจากแพทย์นิติเวช เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) พนักงานสอบสวนและพนักงานสืบสวน ทั้งจากตำรวจในพื้นที่และระดับ ภ.1 รวมทั้งได้ตรวจช่วงเวลาหรือไทม์ไลน์ของ พ.ต.อ.วชิรา อย่างครบถ้วนจนได้ข้อสรุปเบื้องต้นแล้ว
 
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวอีกว่า ไทม์ไลน์นั้นทาง พ.ต.อ.วชิรา ได้เริ่มต้นด้วยการรับประทานอาหารกับเพื่อนและจากการสอบถามเพื่อนๆ ทราบว่ามีความเครียดและรับประทานอาหารไม่ลงเนื่องจากกรณี พ.ต.ต.ศิวกร ที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาได้เสียชีวิตและยังมีข่าวสารอื่นๆ อีก ทำให้เพื่อนๆ ชักชวนให้พักที่โรงแรมก่อนแล้วค่อยกลับบ้านแต่เจ้าตัวก็ออกจากโรงแรมตอนประมาณ 04.00 น. โดยนั่งรถแท็กซี่ส่วนบุคคลไปถึงบ้านพักที่เกิดเหตุในเวลา 04.51 น. จากนั้นคาดว่าลืมกุญแจไว้ในรถแท็กซี่จึงได้ปีนรั้วเข้าไปในบ้านพักก่อนที่ในอีก 4 นาที จะมีเสียงปืนดังขึ้นจำนวน 1 นัด และช่วงบ่ายทางผู้ใต้บังคับบัญชาและเพื่อนๆ ติดต่อไม่ได้จึงไปดูที่บ้านพักก็พบว่าเสียชีวิตแล้วดังกล่าว
 
ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุจากหน่วยงานต่างๆ ดักล่าวไม่มีร่องรอยใดๆ ไม่มีคนเข้าไปยุ่งเกี่ยวก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบด้านเขม่าดินปืนด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยจาก พฐ. พบคราบเขม่าดินปืนในมือของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ข้าง จึงได้จำลองเหตุการณ์ว่าได้ว่ามีการใช้มือขวาถือปืนของตัวเองยิงโดยใช้มือซ้ายประคอง ดังนั้นด้วยหลักฐานทั้งหมดดังกล่วาจึงสรุปได้ว่าน่าเชื่อว่าเป็นการฆ่าตัวตาย
 
พล.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ กล่าวด้วยว่าสำหรับความคืบหน้าในคดีได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ดำเนินการแต่ในขั้นนี้ยังไม่มีการขออนุมัติหมายจับใครเพิ่มเติมและกรณีเครื่องเก็บข้อมูลกล้องวงจรปิดในบ้านหรือเซิฟเวอร์นั้นยืนยันว่าเปิดได้แล้ว และมีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนเพื่อตรวจสอบแต่จะเปิดภาพให้ดูได้หรือไม่จะต้องดูในรายละเอียดก่อน ทั้งนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้ง 2 รายนั้นตนรู้สึกเสียใจและไม่อยากให้เกิดกับผู้ใต้บังคับบัญชาอีก ส่วนกรณีที่มีการโพสต์ข่มขู่เจ้าหน้าที่นั้นได้สั่งการให้ ภ.7 ตรวจสอบพบว่าเป็นพวกอวตาร แต่ก็จะได้ตรวจสอบต่อไปหากพบตัวก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

กรมป่าไม้ส่งชุดพยัคฆ์ไพร ลุยพิจิตร พบพิรุธโรงงานแปรรูป

 
“กรมป่าไม้ส่งชุดพยัคฆ์ไพรลงพื้นที่ขยายผลตรวจสอบกรณีได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีไม้ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเข้ามาซุกซ่อนและทำการแปรรูปภายในบริเวณสถานประกอบกิจการอุตสาหกรรมไม้แห่งหนึ่งในอำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร เบื้องต้นตรวจพบไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ระบุไว้ท้ายในอนุญาต จึงได้แจ้งความกล่าวโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ 2484”
 
นายทรงศักดิ์ กิตติธากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า สั่งการให้นายชาญชัย กิจศักดาภาพ ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการพิเศษ หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพร ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สจป.4 สาขานครสวรรค์ เข้าตรวจสอบสถานประกอบกิจการอุตสาหกรรมไม้แห่งหนึ่งในอำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร ตามที่ได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีไม้ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเข้ามาซุกซ่อนและทำการแปรรูปภายในบริเวณสถานประกอบการแห่งนี้
 
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบปรากฏว่า สถานประกอบกิจการอุตสาหกรรมไม้แห่งนี้ ได้รับใบอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักรเพื่อการค้า โดยมีผู้แทนบริษัทได้นำเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และมอบสำเนาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบไม่พบว่ามีการจัดทำบัญชีไม้ ให้ถูกต้องตรงกับความเป็นจริงในแต่ละวัน และไม่เก็บรักษาบัญชีไม้และหลักฐานกำกับไม้ที่นำเข้าและจำหน่ายออกไว้ ณ สถานที่รับใบอนุญาต 
 
ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด ฉบับที่ 18 (พ.ศ.2532) ออกตามพระราชบัญญัติป่าไม้ 2484 ว่าด้วยการควบคุมการแปรรูปไม้ ข้อ 8 และ ข้อ10 มีความผิด ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ 2484 ฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในใบอนุญาตหรือข้อกำหนดที่รัฐมนตรีกำหนดให้ปฏิบัติเพิ่มเติม ตามมาตรา 58 ประกอบตามมาตรา 73 ทวิ และจากการตรวจสอบพบคนงาน 11 คน ไม่มีใบคู่มือคนงานหรือผู้รับจ้าง แสดงต่อเจ้าหน้าที่ มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ 2484 มาตรา 57 ประกอบมาตรา 71
 
นอกจากนี้ตรวจพบไม้สักท่อน 1 ท่อน ปริมาตร 1.43 ลูกบาศก์เมตร ไม้สักแปรรูป 21 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 2 ลูกบาศก์เมตร และไม้พฤกษ์แปรรูป 27 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 3.62 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งยังไม่สามารถแสดงเอกสารการได้มาของไม้ได้อย่างครบถ้วน ซึ่งผู้แทนบริษัทแจ้งว่าเป็นไม้ที่รับจ้างแปรรูป จึงขอโอกาสนำเอกสารการได้มาของไม้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ภายใน 7 วัน เพื่อตรวจสอบความถูกต้องต่อไป
 
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่บันทึกเรื่องราว นำไปแจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรโพทะเล ให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมจะได้แจ้งประสานไปยังศูนย์ป่าไม้พิจิตร เพื่อประสานไปยังสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจิตร ให้พิจารณาดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายด้านการอนุญาต และประสานสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขานครสวรรค์ เพื่อพิจารณามอบหมายเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องการได้มาของไม้ตามระเบียบและกฎหมายต่อไป
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

กองกำลังผาเมือง ยึดจักรยานยนต์ ลักลอบนำข้ามแดน จ.เชียงราย

 
เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2566 กองกำลังผาเมือง โดย กองร้อยทหารพรานที่ 3107 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 31 จัดกำลังพล จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนเฝ้าตรวจเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร บริเวณช่องทาง บ้านโป่งไฮ หมู่ที่ 21 ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย 
 
หลังจากสืบทราบว่าจะมีกลุ่มขบวนการลักลอบนำรถจักรยานยนต์ ออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ได้ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย จำนวน 4 ราย ขับขี่รถจักรยานยนต์ จำนวน 4 คัน เข้ามาบริเวณพื้นที่ดังกล่าว หน่วยจึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น เมื่อกลุ่มบุคคลดังกล่าวพบเห็นเจ้าหน้าที่ ได้ทิ้งรถและวิ่งหลบหนีไปตามภูมิประเทศ 
 
โดยอาศัยความชำนาญในพื้นที่หลบหนีไปได้ หน่วยจึงได้ประสาน กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 327 หน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 32 เข้าร่วมตรวจสอบพื้นที่ จากการตรวจสอบพบรถจักรยานยนยต์ จำนวน 4 คัน ได้แก่ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น PCX สีเทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน, ยี่ห้อ ฮอนด้า PCX สีเทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน, ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น เวฟ 125 ไอ สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น เวฟ 110 ไอ สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หน่วยจึงได้นำของกลางส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรแม่ฟ้าหลวง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

ราชกิจจานุเบกษา ขึ้นเงินเดือน กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน-หมอตำบล

 
วันที่ 7 ก.ย.2566 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินตอบแทนตำแหน่ง และเงินอื่น ๆ ให้แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2566 ลงนามโดย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยประกาศฉบับดังกล่าวระบุว่า 
 
โดยที่คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 มี.ค.2566 ได้มีมติให้ปรับเพิ่มอัตราเงินตอบแทนตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม ค่าครองชีพและทัดเทียมกับค่าตอบแทนของเจ้าหน้าที่รัฐอื่น ๆ รวมทั้งสมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เดียวกันด้วย
 

อาศัยอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กระทรวงมหาดไทย ด้วยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง จึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1.ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินตอบแทนตำแหน่งและเงินอื่น ๆ ให้แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครองและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2566”

 

ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไป

ข้อ 3 ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครองและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับได้รับเงินตอบแทนตำแหน่งเพิ่มไปรวมกับอัตราเงินตอบแทนตำแหน่งที่รับอยู่ในวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับของแต่ละตำแหน่ง เป็นอัตราเงินตอบแทนตำแหน่งใหม่ ดังนี้

  1. กำนัน ให้ได้รับเพิ่มอีกคนละ 2,000 บาท
  2. ผู้ใหญ่บ้าน ให้ได้รับเพิ่มอีกคนละ 2,000 บาท
  3. แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ ให้ได้รับเพิ่มอีกคนละ 1,000 บาท

ทั้งนี้ อัตราเงินตอบแทนตำแหน่งใหม่แต่ละคนตามวรรคหนึ่งจะต้องไม่เกินอัตราขั้นสูงของแต่ละตำแหน่งตามบัญชีเงินตอบแทนขั้นต่ำขั้นสูงท้ายระเบียบนี้ตามข้อ 4 วรรคหนึ่ง ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินตอบแทนตำแหน่ง และเงินอื่น ๆ ให้แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านแพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบนี้และให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ ให้มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาในการปฏิบัติตามระเบียบนี้ได้

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

นายกรัฐมนตรี ร่วมงาน “วันต่อต้านคอร์รัปชัน 2566”

 

วันนี้ (6 กันยายน 2566) เวลา 11.45 น. ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ กรุงเทพมหานคร นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมงานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) รวมพลังคนไทยต่อต้านคอร์รัปชัน โดยมีนายวิเชียร พงศธร ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เครือข่ายองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันเข้าร่วม โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้ร่วมแสดงสัญลักษณ์ต่อต้านคอรัปชันร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกองค์กรทุกภาคส่วน
 
นายกรัฐมนตรีกล่าวปาฐกถาตอนหนึ่งว่า การปราบปรามการทุจริตและเรื่องความโปร่งใสของรัฐบาล เป็นหนึ่งในนโยบายที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งของรัฐบาล และเป็น “หน้าที่” ของหน่วยงานภาครัฐที่จะต้องสนับสนุน และปฏิบัติตาม อย่างไม่มีข้อยกเว้น ทั้งนี้ ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ เป็นอันดับที่ 101 ของโลก ในด้านของดัชนีการรับรู้การทุจริต เป็นอันดับ 4 ของอาเซียน ตามหลังสิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน นอกจากที่จะทำให้เกิดความเสียหายโดยตรงต่อภาครัฐแล้ว ยังทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งเป็นปัญหาหลักที่ทำให้เศรษกิจไทยถดถอย และมีผลต่อเนื่องไปสู่ปัญหาการขับเคลื่อน GDP ของประเทศอีกด้วย เพื่อที่จะขจัดปัญหาทุจริตคอร์รัปชันให้หมดไป ทางรัฐบาลมีนโยบาย ทั้งด้านการใช้หลักนิติธรรม หรือ Rule of Law ที่เข้มแข็ง และนำเทคโนโลยีเข้ามาเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในกระบวนการต่าง ๆ ของภาครัฐ ทำให้เป็นรัฐบาลดิจิทัล ซึ่งจะช่วยพี่น้องประชาชนได้ทั้งความโปร่งใส และการให้บริการภาครัฐที่เร็วยิ่งขึ้น ใช้หลักนิติธรรมที่มั่นคงแข็งแรงมาจากระบบการเขียนกฎหมาย และการออกกฎหมายที่ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหัวใจสำคัญ และประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเพื่อช่วยกันกำหนดทิศทางและอนาคตของตัวเองและของประเทศ ปรับปรุงกฎหมายเพื่อลดกระบวนการและเงื่อนไขต่าง ๆ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน เปลี่ยน “รัฐอุปสรรค” ให้เป็น “รัฐสนับสนุน” และป้องกันการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่เรียกรับเงินสินบนจากประชาชน
 
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไปว่า นอกจากกฎหมายที่เข้มแข็งแล้ว รัฐบาลของเราจะให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายและการลงโทษที่เฉียบขาดและครอบคลุม เจ้าหน้าที่รัฐในหลาย ๆ ตำแหน่งจะต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน และในระดับสูงจะต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อแสดงความโปร่งใส และเปิดให้ประชาชนร่วมตรวจสอบการมีกฎหมายที่เข้มแข็ง เน้นประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก  และการบังคับใช้กฎหมายที่โปร่งใส ยุติธรรม มีประสิทธิภาพ และตรวจสอบได้นี้จะส่งเสริมความแข็งแกร่งและสร้างรากฐานของสังคมที่เคารพในกฎหมายร่วมกัน และขจัดการคอร์รัปชันให้หมดไปจากประเทศไทย ซึ่งนอกจากนิติธรรมที่มั่นคงแข็งแรงแล้ว เราจะนำเทคโนโลยีเข้ามาเพื่อช่วยให้เราสามารถเกิดความโปร่งใสตรวจสอบได้ ตัวอย่าง นโยบายที่จะนำมาใช้ในอนาคตอันใกล้คือ
 
1) ใช้ระบบการจ่ายเงินภาครัฐผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์แทนการใช้เงินสด
2) เปิดให้ขอใบอนุญาตและการติดต่อราชการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ และทำให้ขอได้โดย “ง่าย” เป็น One-stop service (พ.ร.บ.การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565) 
3) ปรับปรุงระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้ทันสมัยและโปร่งใส เพื่อป้องกันการทุจริต และเปิดข้อมูลให้ตรวจสอบได้ตามแนวทาง Open Government
4) ปรับเปลี่ยนการบริหารประเทศของรัฐบาลให้เป็น Digital Government และปรับใช้เทคโนโลยีสำหรับระบบการอนุมัติ การอนุญาต การควบคุมตรวจสอบ เพื่อให้มีความโปร่งใส และลดการต้องใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นผู้ติดต่อกับประชาชน
 
นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่าภายใต้การทำงานของรัฐบาล ปัญหาการคอร์รัปชันจะลดลง ความโปร่งใสและเป็นธรรมจะเพิ่มมากขึ้น และตามมาด้วยความน่าเชื่อถือและการยอมรับจากประชาชนและนักลงทุน ซึ่งจะส่งผลกระทบที่ดีต่อเศรษกิจของประเทศต่อไป ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้รับข้อเสนอจากนายวิเชียร พงศธร ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) จำนวน 5 ข้อ ดังนี้
1. กำหนดให้การปราบปรามคอร์รัปชันเป็นวาระแห่งชาติ ตั้งคณะกรรมการที่มีตัวแทนทุกภาคส่วน
มีนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธาน พร้อมมี War Room เพื่อการทำงานอย่างทันเหตุการณ์
2. สนับสนุนให้ ป.ป.ช. สตง. และ ป.ป.ท. ทำหน้าที่ได้อย่างอิสระ เป็นกลาง มีเอกภาพออกจากรัฐบาล
3. เร่งรัดการออกกฎหมายต่อต้านคอร์รัปชันที่ค้างคาอยู่ เช่น กฎหมายข้อมูลสาธารณะในความครอบครองของรัฐ กฎหมายปกป้องผู้เปิดโปงคอร์รัปชัน หรือกฎหมายป้องกันการเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน เป็นต้น
4. ทุกหน่วยงานต้องพร้อมเปิดเผยข้อมูล นับจาก TOR ไปจนถึงสัญญาต่าง ๆ ในรูปแบบที่สามารถเชื่อมโยงกับ ACT Ai ตามมาตรฐานสากลได้อย่างโปร่งใสและถูกต้อง
5. แก้ไขกฎระเบียบราชการต่าง ๆ ที่ถูกนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลปัญหาคอร์รัปชัน และเมื่อพบกรณีทุจริตคอร์รัปชัน ให้ติดตามแก้ไขลงโทษในทันที อย่าประวิงเวลาจนประชาชนลืม นอกจากนี้ ยังมีการตั้งวอร์รูมแก้ปัญหาเชิงรุก ปลุกพลังคนไทยร่วมตรวจสอบโครงการเสี่ยงทุจริตคอร์รัปชัน ด้วยเว็บไซต์ “ACT Ai” “แค่สงสัยก็เสิร์ชเลย” องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) จัดงาน “วันต่อต้านคอร์รัปชัน 2566”

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News