Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

จังหวัดเชียงราย ส่งแม่ดีเด่น 2 ราย เป็นตัวแทนสู่ระดับประเทศ ประจำปี 2567

 

เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 67 ที่ห้องประชุมอูหลง ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นางสุภาพรรณ หมั่นเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกแม่ดีเด่นแห่งชาติ จังหวัดเชียงราย ประจำปี 2567 โดยมีคณะกรรมการฯเข้าร่วม เพื่อร่วมพิจารณาในการคัดเลือกแม่ดีเด่นแห่งชาติ จังหวัดเชียงราย โดยมีแม่ดีเด่นที่เข้ารับการคัดเลือกทั้งหมดจำนวน 13 ราย และคณะกรรมการฯ จะคัดเลือกในครั้งนี้เพียง 2 ราย เพื่อสู่การคัดเลือกในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อยกย่อง และเผยแพร่เกียรติคุณผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นแม่แห่งชาติให้ปรากฏแก่สาธารณชน

 

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชปถัมภ์ ได้กำหนดจัดงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2567 ในวันที่ 12 สิงหาคม 2567 เพื่อเทิดทูนและเผยแพร่พระเกียรติคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นแม่แห่งชาติ เพื่อเผยแพร่พระคุณและบทบาทของแม่ ที่มีต่อครอบครัว สังคม และประเทศชาติ เพื่อยกย่องแม่ดีเด่น และลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่
 
 
สำหรับหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของแม่ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2567 แบ่งออกเป็น 6 ประเภท ดังนี้ 
 
1) แม่ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม คัดเลือกจากแม่ที่บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นและสังคม ด้วยความเสียสละ มีความสัมพันธ์ในครอบครัวที่เป็นแบบอย่างได้ เป็นผู้มีความประพฤติดี มีคุณธรรมและจริยธรรม เป็นที่ยอมรับของสังคม ให้การดูแลบุพการีและทำหน้าที่ของภรรยาที่ดีโดยไม่บกพร่อง รวมทั้งทำหน้าที่ของแม่ที่ดี ให้การอบรมเลี้ยงดูลูกให้มีการศึกษา มีความประพฤติดี และมีอาชีพสุจริต 
 
2) แม่ผู้มีความมานะอดทนขยันหมั่นเพียร คัดเลือกจากแม่ที่มีความยากลำบาก ขยันหมั่นเพียรในการประกอบอาชีพ เป็นผู้มีความประพฤติดี มีคุณธรรมและจริยธรรม และบำเพ็ญตนเป็นประโยชน์ต่อสังคม อบรมเลี้ยงดูลูกด้วยความรัก ความเอาใจใส่ เสียสละ และด้วยความมานะอดทน ทำให้ลูกได้รับการศึกษา มีอาชีพสุจริต มีความประพฤติดี เป็นสมาชิกที่ดีของสังคม 
 
3) แม่ของลูกผู้ทำประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ คัดเลือกจากแม่ที่มีความประพฤติเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ลูก มีลูกซึ่งอุทิศตน เพื่อประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติในด้านการศึกษา พัฒนาสังคม เศรษฐกิจ การสาธารณสุข สังคมสงเคราะห์ ฯลฯ มีความประพฤติดี มีอาชีพสุจริต เป็นที่ยอมรับของสังคม และเป็นผู้ที่นิยมและรักษาเอกลักษณ์ของไทย สมควรเป็นแบบอย่างแก่คนทั่วไป 
 
4) แม่ผู้เป็นเกษตรกร คัดเลือกจากแม่ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีความขยันหมั่นเพียรในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมจนเป็นที่ยอมรับ มีความซื่อสัตย์สุจริต อบรมเลี้ยงดูลูกด้วยความรักความเอาใจใส่ด้วยความมานะอดทน ทำให้ลูกได้รับการศึกษา มีอาชีพสุจริต มีความประพฤติดี เป็นสมาชิกที่ดีของสังคม 
 
5) แม่ของผู้เสียสละ คัดเลือกจากแม่ที่มีลูกเป็นทหาร ตำรวจ ซึ่งได้เสียสละในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อความมั่นคงของชาติ การรักษาความสงบเรียบร้อย โดยได้ประกอบวีรกรรมที่ควรแก่การยกย่อง หรือทำคุณประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติอย่างเด่นชัด และ
 
6) แม่ผู้เป็นอาสาสมัครและแม่ของลูกที่เป็นอาสาสมัคร คัดเลือกจากแม่ผู้เป็นอาสาสมัครและแม่ขอลูกที่เป็นอาสาสมัคร ซึ่งได้เสียสละในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อการบรรเทาสาธารณภัยการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาความทุกข์ยากเดือนร้อน โดยได้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติอย่างเด่นชัด สมควรเป็นแบบอย่างแก่คนทั่วไป
 
 
นอกจากนี้คุณสมบัติของแม่ดีเด่นแห่งชาติ จะต้องมีสัญชาติไทย มีความประพฤติดี มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีความเป็นแม่ที่ดี มีอายุไม่ต่ำกว่า 50 ปี ยกเว้นแม่ของผู้เสียสละ มีครอบครัวเป็นที่ยอมรับ และเป็นแบบอย่างของสังคม เป็นผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่นและสังคม เป็นผู้นิยมและรักษาเอกลักษณ์ของไทย มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเสื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งผู้ที่เสนอชื่อเข้ารับการคัดเลือกแม่ดีเด่นแห่งชาติในส่วนกลาง จะต้องไม่เป็นผู้ที่ไม่ผ่านการคัดเลือกฯ ในส่วนภูมิภาค (ระดับจังหวัด ในปีเดียวกัน)
 
 
ทั้งนี้แม่ดีเด่นแห่งชาติ จังหวัดเชียงราย ประจำปี 2567 ที่เข้ารับการสัมภาษณ์พิจารณาจากคณะกรรมการฯ ในครั้งนี้จะได้รับเกียรติบัตรทุกราย เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ มอบโดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ส่วนผู้ได้รับการเสนอชื่อคัดเลือกเป็นตัวแทนแม่ดีเด่นแห่งชาติ จังหวัดเชียงราย ประจำปี 2567 จะได้เข้าพิจารณาในส่วนของระดับประเทศต่อไป
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

ขึ้นเงินเดือนเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเป็น 11,000 บาท พร้อมกันทั่วประเทศ

 

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2567 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ตามที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้รับความเห็นชอบจากกรมบัญชีกลาง ในการขอปรับขึ้นค่าตอบแทนหรือเงินเดือนของบุคคลภายนอกที่ปฏิบัติงานให้กับกรมอุทยานฯ ตำแหน่งพิทักษ์ป่า จำนวน 13,419 อัตรา จากอัตรา 9,000 บาท เป็น 11,000 บาทต่อเดือน ในช่วงปลายปี 2566 

ในปี 2567 สำนักงบประมาณได้จัดสรรงบประมาณค่าตอบแทนให้กับเจ้าหน้าที่แบบขั้นบันได และส่วนหนึ่งกรมอุทยานฯได้มีการปรับแผนงบประมาณเพื่อขึ้นค่าตอบแทนให้เจ้าหน้าที่แบบขั้นบันไดด้วย 

  • เจ้าหน้าที่ซึ่งมีอายุงานน้อยกว่า 5 ปี ได้รับค่าตอบแทนจำนวน 9,500 บาทต่อเดือน
  • เจ้าหน้าที่ซึ่งมีอายุงาน 5-15 ปี ได้รับค่าตอบแทนจำนวน 10,000 บาทต่อเดือน
  • เจ้าหน้าที่ซึ่งมีอายุงานมากกว่า 15 ปี ได้รับค่าตอบแทนจำนวน 11,000 บาทต่อเดือน ไปพลางก่อน
 

ล่าสุดสำนักงบประมาณ ได้จัดสรรงบประมาณในการปรับขึ้นเงินเดือนของบุคคลภายนอกที่ปฏิบัติงานให้กับกรมอุทยานฯ

ตำแหน่งพิทักษ์ป่า จาก 9,000 บาท เป็น 11,000 บาท ทุกอัตราพร้อมกันทั่วประเทศ

จึงเป็นเรื่องที่สร้างความปิติยินดีให้กับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าทุกคน ถือเป็นการสร้างขวัญกำลังใจอย่างดียิ่ง ในการปกป้องทรัพยากรป่าไม้ของชาติ นอกเหนือจากการปรับขึ้นอัตราเงินเดือนในครั้งนี้แล้ว ที่ผ่านมากรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้มีการเพิ่มสวัสดิภาพสวัสดิการให้กับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า โดยการอนุมัติเงินอุทยานแห่งชาติ และเงินเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

ในกรณีที่เจ้าหน้าที่บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 เพื่อให้สามารถนำเงินในส่วนนี้มาใช้จ่ายให้กับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งได้มีการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ไปแล้วเป็นจำนวนมาก

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

เจ้าหน้าที่ จ.เชียงราย ส่งทีมยึดรถจับผู้ต้องหาก่อนลอบส่งข้ามโขงไปลาว

 
เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2567 นายอุดม ปกป้องบวรกุล นายอำเภอเชียงของ จ.เชียงราย มอบหมายให้สมาชิกกองร้อยอาสารักษาดินแดน (อส.) อ.เชียงของ ที่ 7 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ทหารสถานีเรือเชียงของ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย สภ.เชียงของ ด่านศุลกากรเชียงของ และทหารพรานกองกำลังผาเมือง ทำการตรวจยึดของกลางรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีน้ำเงิน ไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน เรือกาบซึ่งเป็นเรือยนต์ในแม่น้ำโขงยาว 15 เมตร จำนวน 1 ลำ 
 
 
หลังจากช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าจะมีการลักลอบนำสินค้าออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ชายแดนไทย – ลาว พื้นที่หมู่บ้านดอนมหาวัน ต.เวียง อ.เชียงของ จึงได้ร่วมกันไปตรวจสอบพบกลุ่มคนต้องสงสัยจำนวน 3 คน โดย 2 คนแรกขับเรือกาบมาเทียบฝั่งส่วนอีก 1 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ของกลางจะไปยังเรือกาบ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าไปตรวจสอบแต่คนทั้งหมดพากันตกใจและวิ่งขึ้นเรือกาบลำหนึ่งแล้วแล่นออกจากเขตประเทศไทยไป และทิ้งของกลางเอาไว้ดังกล่าว
 
 
ในเวลาใกล้เคียงกันเจ้าหน้าที่ทหารสถานีเรือเชียงของ นรข.เขตเชียงราย ได้รับแจ้งว่าขณะที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดรถจักรยนยนต์ ได้มีรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้แชมป์ ติดป้ายทะเบียนว่า 2 กณ 917 กรุงเทพฯ พยายามจะขับไปตามเส้นทางธรรมชาติสู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงพื้นที่หมู่บ้านห้วยเม็ง ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย  เจ้าหน้าที่จึงแยกกำลังไปตรวจสอบปรากฎว่าคนขับรถบนต์ได้วิ่งหลบหนีไปกับความมืดและทิ้งรถเอาไว้ดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันนำของกลางทั้ง 2 คดี ส่งด่านศุลกากรเชียงของเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

รวบถึงเชียงราย “แก้ว เกวลิน” หลอกลงทุนลอตเตอรี่ เสียหายกว่า 15 ล้าน

 

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2567ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รรท.ผบ.ตร. , พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ,พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดทุกรูปแบบซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก โดย ชุดลาดตระเวนออนไลน์ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. ได้รับการร้องเรียนผ่านเพจ “สืบนครบาล IDMB” ให้ช่วยสืบสวนติดตามจับกุม น.ส.เกวลิน หรือแก้ว ซึ่งมีพฤติการณ์ ชักชวนหลอกให้ร่วมลงทุนซื้อโควตาลอตเตอรี่ ในราคากล่องละ 42,500 บาท (ลอตตารี่ 1 กล่องมี 500 ใบ) โดยจะได้รับผลกำไรตอบแทนเป็นเงิน กล่องละ 2,000 บาท ผู้แจ้งมีความสนใจที่จะร่วมลงทุนกับ น.ส.เกวลิน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 3,711,630 บาท ต่อมาผู้แจ้งไม่ได้รับปันผลตามที่ได้ตกลงไว้ และได้พยายามขอเงินคืนจาก น.ส.เกวลิน แต่ก็ได้รับการบ่ายเบี่ยงและไม่ยอมคืนเงินจนไม่สามารถติดต่อ น.ส.เกวลิน หรือแก้ว ได้อีกจึงเชื่อว่าถูกหลอกลวง จึงได้เดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

 
ต่อมาศาลอาญาพระโขนงได้พิจารณาอนุมัติหมายจับเพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ที่ จ.136/2566 ลงวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ.2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง ” แต่ก็ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยใดสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหารายดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ ผู้เสียหายจึงเข้ามาแจ้งในเพจ “ สืบนครบาล IDMB ” เพื่อความหวังให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนนครบาลช่วยติดตามจับกุมตัวผู้ต้องการที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดีให้ได้เนื่องจากตนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากและเชื่อว่ายังมีประชาชนอีกหลายรายถูกคนร้ายรายนี้หลอกให้ร่วมลงทุนจนได้รับความเสียหายหลักล้านบาทไม่ต่างจากตน เช่นกัน
 
 
จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดลาดตระเวนออนไลน์ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. ทราบข้อมูลว่า ณ ปัจจุบัน ผู้ก่อเหตุรายดังกล่าวมีหมายจับที่ต้องการตัวเพื่อดำเนินคดีอยู่ จำนวน 4 หมายจับ ประกอบด้วย
1) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ที่ จ.136/2566 ลงวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ.2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง ” ท้องที่ สน.คลองตัน
2) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดตราด ที่ จ.56/2567 ลงวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ.2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง ” ท้องที่ สภ.หนองบอน ภ.จว.ตราด
3) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดวิเชียรบุรี ที่ 22/2566 (คดีหมายเลขดำ ที่ อ 507/2565 , คดีหมายเลขแดง ที่ อ 146/2566) ลงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง ”
4) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดปราจีนบุรี ที่ 439/2566 (คดีหมายเลขดำ ที่ อ184/2566 , คดีหมายเลขแดง ที่ อ 597/2566) ลงวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ.2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง ”
 
 
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. เมื่อเห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนจากการรายงานของผู้ใต้บังคับบัญชา จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. เร่งรัดให้ พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. กำชับให้ รีบทำการสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวคนร้ายรายดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว
 
 
ต่อมาวันที่ 16 พฤษภาคม 2567 เวลาประมาณ 08.30 น. เจ้าหน้าที่ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ สืบนครบาล ได้ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุม น.ส.เกวลิน อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ที่ จ.136/2566 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง ”
.
โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณ ภายในร้านจำหน่ายรถไฟฟ้า ภายในตลาดล้านเมือง ม.6 ต.สันทราย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย
 
 
ในชั้นจับกุม น.ส.เกวลิน ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยรับว่าตนจบม.6 จากนั้นได้ไปอบรมเป็นผู้ช่วยพยาบาลจนได้รับใบประกาศและมาทำงานอยู่ในโรงพยาบาลในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ และกรุงเทพฯ ประมาณ 3 ปี ต่อมา เมื่อช่วงประมาณปี 2558 รัฐบาลได้มีการเปิดให้บุคคลทั่วไปสมัครลงทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิซื้อจองสลากกินแบ่งรัฐบาล ตนได้ไปลงทะเบียนจนได้รับสิทธิโควต้ามาจำนวน 1 กล่อง ก่อนจะลาออกจากงานผู้ช่วยพยาบาล แล้วมาเร่ขายลอตเตอรี่ตามสิทธิที่ตนได้ จากนั้น เมื่อช่วงประมาณปี 2562–2563 หลังจากมีประสบการณ์จากการได้รับสิทธิโควต้าลอตเตอรี่และการขายลอตเตอรี่ ตนเห็นช่องทางที่จะสามารถสร้างผลกำไรต่อยอดจากอาชีพนี้ได้ จึงทำการติดต่อซื้อสิทธิโควตาลอตเตอรี่จากคนที่ได้สิทธิแต่ไม่ได้นำลอตเตอรี่มาขาย เพื่อตนจะได้นำไปขายต่อให้ผู้สนใจโดยคิดกำไรส่วนต่าง จนมีคนรู้จักติดต่อมาเพื่อร่วมลงทุนด้วยกว่า 10 ราย โดยแต่ละรายรวมลงทุนรายละประมาณ 3 ล้าน ถึง 5 ล้าน โดยช่วงแรกที่ราคาลอตเตอรี่ไม่แพงมากธุรกิจนี้สร้างผลกำไรให้ตนเป็นอย่างดี
 
 
ต่อมาเมื่อช่วงประมาณปี 2563 ที่สถานการณ์โควิดระบาดอย่างรุนแรง ทำให้ลอตเตอรี่ขายไม่ได้ ประกอบกับราคาลอตเตอรี่มีการผันผวนไม่คงที่ แต่ตนยังต้องแบกภาระเพื่อคืนกำไรให้แก่ผู้ร่วมลงทุนจำนวนเท่าเดิมทุกงวดตามที่ตกลงกันไว้ จึงได้นำเงินทุนจากผู้ที่สนใจลงทุนเพิ่ม นำไปจ่ายคืนกำไรให้แก่ผู้ร่วมลงทุนไปก่อนเพื่อให้ผ่านพ้นเป็นงวดๆไป จนท้ายที่สุดตนไม่สามารถหากำไรมาจ่ายให้แก่ผู้ร่วมลงทุนได้ ทั้งที่ตนพยายามถึงขนาดต้องไปกู้เงินนอกระบบมาหมุนเพื่อเป็นกำไรให้แก่ผู้ร่วมลงทุน แต่สุดท้ายก็ไปไม่รอด จึงได้หลบหนี ก่อนจะมาถูกจับกุมตัวในที่สุด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัว น.ส.เกวลิน ผู้ต้องหาตามหมายจับ นำส่งพนักงานสอบสวน สน.คลองตัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
 
 
ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวแจ้งเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนว่าในสังคมปัจจุบัน มิจฉาชีพมีเล่เหลี่ยมกลโกงมากมายหลายรูปแบบ ขอให้ประชาชนได้โปรดใช้สติในการใช้ชีวิตในสังคม อย่างหลงเชื่อกลโกงต่างๆ ของมิจฉาชีพซึ่งมีอยู่มากมาย ตลอดจนศึกษารายละเอียดของการลงทุนแต่ละรูปแบบให้ชัดเจนเสียก่อน หากไม่แน่ใจ หรือสงสัยว่าบุคคลที่เข้ามาเสนอผลประโยชน์ นั้นจะเป็นมิจฉาชีพ หรือไม่ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ หรือแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด มายังเพจ “สืบนครบาล IDMB” ได้ตลอด 24 ชม. แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที ตามนโยบายของรักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สืบนครบาล IDMB

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

กกต.เชียงราย เผยเปิดรับสมัคร สว. 20-24 พ.ค. 67 ไม่เว้นวันหยุดราชการ

 

เมื่อวันที่พฤหัสบดี ที่ 16 พฤษภาคม 2567 ที่ห้องประชุมคชสาร ศูนย์การเรียนรู้และนันทนาการ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย จัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้การดำเนินการให้ได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา โดยมีนายชูชาติ สุขสงวน ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.จังหวัดเชียงราย กล่าวเปิดงาน และบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา โดยมีประชาชนที่สนใจ ผู้ทรงคุณวุฒิจากกลุ่มสาขาอาชีพต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เข้าร่วมรับฟังกว่า 100 คน

 

         โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อเป็นการให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ที่สนใจในการดำเนินการของการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ก่อนที่จะมีการสมัครรับเลือก ซึ่งในกิจกรรมมีการให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกการดำเนินการให้ได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และกระบวนการรับสมัคร ขั้นตอนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา รวมถึงหลักเกณฑ์วิธีการแนะนำตัว ข้อห้าม ความผิดและแนวทางวินิจฉัยคุณสมบัติ ก่อนที่จะมีการรับสมัคร ในวันที่ 20 ถึง 24 พฤษภาคม 2567 นี้ 

 

           นายชูชาติ สุขสงวน ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ประกาศกำหนดวันเลือกตั้งและวันสมัครรับเลือกสมาชิกวุฒิสภา ตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 โดยกำหนดให้มีการเลือก 3 ระดับ คือ ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และ ระดับประเทศ

 

          โดยจะมีการรับสมัครในวันที่ 20-24 พฤษภาคม 2567 ณ สำนักทะเบียน ที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง  ตั้งแต่เวลา 8.30 น. ถึง 16.30 น. ณ สถานที่ที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งระดับอำเภอกำหนด ไม่เว้นวันหยุดราชการ และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้กำหนดวันเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับอำเภอขึ้นในวันที่ 9 มิถุนายน 2567 ระดับจังหวัดในวันที่ 16 มิถุนายน 2567 และวันเลือกระดับประเทศ วันที่ 26 มิถุนายน 2567 ซึ่งจะเป็นการเลือกกันเองของผู้สมัครรับเลือก สว. ที่มาจากกลุ่มอาชีพ 20 กลุ่ม ตามที่กฎหมายกำหนด สำหรับผู้ที่ประสงค์สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาจะสมัครได้เพียงกลุ่มเดียว อำเภอเดียว และจะถอนการสมัครไม่ ได้โดยสามารถติดต่อขอรับใบสมัคร (สว.2) พร้อมแบบข้อมูลแนะนำตัว (สว.3) และแบบหนังสือรับรองความรู้ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ หรือทำงานในกลุ่มที่สมัคร (สว.4)ด้วยตนเอง ได้ที่สำนักทะเบียนอำเภอ ที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง

 

       สำหรับการสมัครรับเลือก สว. จะเสียค่าสมัครคนละ 2,500 บาท โดยต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี ในวันสมัคร มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในด้านที่สมัครไม่น้อยกว่า 10 ปี เป็นผู้มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ เกิดในอำเภอที่สมัคร มีชื่อหรือเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถึงวันสมัครรับเลือก ทำงานหรือเคยทำงานในอำเภอที่สมัครติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถึงวันสมัครรับเลือก เคยศึกษาในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในอำเภอที่สมัครติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปี การศึกษา

 

      ผู้สมัครรับเลือก สว.ไม่สามารถหาเสียงได้ แต่สามารถแนะนำตัวตามแบบข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร โดยระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 กำหนด ให้มีข้อความและข้อมูลดังนี้ ข้อมูลส่วนตัวของผู้สมัคร ประวัติการศึกษาของผู้สมัคร ประวัติการทำงาน หรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัคร ไม่เกิน 5 บรรทัด ทั้งนี้ผู้สมัครอาจแนะนำตัวได้ตามวิธีการและเงื่อนไขที่ กกต. กำหนด  

 

ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการเลือก สว. เพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือสายด่วน 1444

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

ตำรวจยึดรถทันก่อนส่งต่างประเทศ หลังผู้เสียหายแจ้งหลงเชื่ออนุมัติเช่า

 
เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2567 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ร่วมกันตรวจยึดรถยนต์ ยี่ห้อ FORD EVEREST สีขาว หมายเลขทะเบียน ก 8096 เชียงใหม่ (ป้ายแดง) จำนวน 1 คัน สถานที่ตรวจยึด บ้านเลขที่ ๓๐๐ หมู่ ๑๙ ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย พฤติการณ์ ตามที่ผู้เสียหายได้ให้นางสาวอุทิศพร อินต๊ะปาน (“ผู้เช่าซื้อ”) เช่าซื้อรถยนต์ยี่ห้อ FORD EVEREST เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2567 ซึ่งรถยนต์ดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เสียหาย ภายหลังผู้เช่าซื้อใด้รับรถไวในครอบครองเรียบร้อยแล้ว ผู้เสียหายได้ตรวจสอบข้อมูลพบว่า ผู้เช่าซื้อได้ใช้เอกสารทางการเงินเป็นเท็จมายื่นขอสินเชื่อกับผู้เสียหาย และผู้เสียหายได้หลงเชื่ออนุมัติให้เช่าซื้อรถยนต์คันดังกล่าวไป 
 
 
        ต่อมาผู้เสียหายได้ทราบข้อมูลว่ารถยนต์คันดังกล่าวอยู่ในบริเวณใกล้ชายแดนของประเทศ อาจนำออกไปนอกประเทศได้ ซึ่งทำให้ผู้เสียหายเกิดความเสียหาย และอยู่ระหว่างดำเนินการเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เช่าซื้อ โดยแจ้งความดำเนินคดี ข้อหา ฉ้อโกง ที่ สภ.หางดง จ.เชียงใหม่ ผู้เสียหายจึงประสานมายังสถานีตำรวจทางหลวง 5 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ให้ช่วยสืบสวนข้อมูลและติดตามรถยนต์คันดังกล่าวกลับคืนให้แก่ผู้เสียหายโดยเร่งด่วน ทางชุดตรวจยึดจึงได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง หน่วยบริการประชาชนฯ แม่จัน และสภ.แม่จัน รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายค้นและได้ร่วมกันนำหมายค้นศาลแขวงเชียงราย ที่ ค.38/2567 ลง 15 พฤษภาคม 2567 ไปทำการตรวจค้นสถานที่บ้านเลขที่ 300 หมู่ที่ 19 ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย โดยมี นางสาริสา อายพล เป็นเจ้าของบ้านแต่ไม่อยู่บ้าน และมีนายนาวี แช่เฉิน อายุ 29 ปี ที่อยู่ 471 หมู่ที่ 19 ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย เป็นผู้ดูแลบ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตรวจยึดจึงได้แสดงหมายค้นให้ดูจนเป็นที่พอใจแล้ว และมีนายชัยวัฒน์ ชีวินมหาชัย กำนันตำบลป่าตึง เป็นพยานผู้นำการตรวจค้นบ้านจนกระทั่งเสร็จสิ้นการตรวจค้น ตรวจค้นเสร็จสิ้นเวลา 16.50 น. ผลการตรวจค้น พบรถยนต์ ยี่ห้อ FORD EVEREST สีขาว หมายเลขทะเบียน ก 8096 เชียงใหม่ (ป้ายแดง) จำนวน 1 คัน และได้ทำการตรวจยึดไว้เพื่อตรวจสอบและประสานส่งมอบให้กับผู้เสียหาย ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ในรถยนต์คันดังกล่าว ต่อไป
 
 
        ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือน พี่น้องประชาชน การปลอมหลักฐานทางการเงิน เพื่อไปใช้ในการกู้ยืมสินเชื่อต่างๆ สามารถตรวจสอบได้ หากมีเจตนาทุจริต จะมีความผิด ตาม ป.อาญา ม.264 ข้อหา ปลอมเอกสาร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ ตาม ม.341 ข้อหา ฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ท.ดร.เจต จึงประเสริฐศรี สว.ส.ทล.5 กก.5 บก.ทล. “ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด” 
 
 
โดยร่วมกันตรวจยึดรถยนต์ ยี่ห้อ FORD EVEREST สีขาว ในครั้งนี้ภายใต้การอำนวยการของ ของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ทล., พ.ต.อ.แมน เม่นแย้มรอง ผบก.ทล.,พ.ต.อ. สาธิต สมานภาพ ผกก.5 บก.ทล.,พ.ต.ท.ศิลา ขำเพชร,พ.ต.ท.ยุทธนันท์ จันทร์เนตร รอง ผกก.5 บก.ทล., พ.ต.ท.ดร.เจต จึงประเสริฐศรี สว.ส.ทล.5 กก.5 บก.ทล. เจ้าหน้าที่ชุดตรวจยึด นำโดย ร.ต.อ.ธีระพงษ์ ไชยมงคล รอง สว.ฯ,ร.ต.ต.เดช ฉ่ำชื่น รอง สว.(ป.)ฯ ,ด.ต.สิทธิชัย ชิ้นจิ้น,ต.ต.เอนก บุญหล้า, ต.ต.ปริญญา โกลนันต์, ต.ต.วุฒิชัย ขันทะบุตร, ต.ต.ธวัชชัย ทิพย์ศรี, และจ.ส.ต.นรากร ดอนแก้ว ผบ.หมู่ ส.ทล.5 กก.5 บก.ทล.
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

มาตรการใหม่ ดีอี-ปปง. 27 พ.ค. 67 ชื่อบัญชีโมบายแบงกิ้งไม่ตรงเบอร์ยุติทันที

 

 เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับ ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดีอี และ พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พร้อมด้วยผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย และสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ประชุมหารือเรื่องการกวาดล้างบัญชีม้าและเร่งรัดการคืนเงินให้ผู้เสียหาย ตามข้อสั่งการของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่ได้มอบหมายให้กระทรวง ดีอี ร่วมกับ ตร. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์เป็นระยะที่ 2 ต่อเนื่องจากระยะแรก 30 วัน (1-30 เมษายน 2567)

 

            โดยผลการประชุมที่สำคัญมีดังนี้
1. การเร่งรัดกวาดล้างบัญชีม้า
  ปปง. ธปท. สมาคมธนาคาร กสทช. สมาคมโทรคมนาคมฯ และ ดีอี ร่วมดำเนินการ
            – ขยายผลกวาดล้างบัญชีม้า จากการใช้ข้อมูลรายชื่อเจ้าของบัญชีม้า และรายชื่อผู้กระทำผิดกฎหมาย โดยใช้อำนาจตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ทำการปิดบัญชีธนาคารทุกธนาคาร จากชื่อบุคคลดังกล่าว โดยตั้งเป้าระงับ/ปิด บัญชีม้ามากกว่า 12,000 คนต่อเดือน หรือ 100,000 บัญชีต่อเดือน
           – กำหนดมาตรการและเงื่อนไขการเปิดบัญชีใหม่ เพื่อป้องกันการนำไปกระทำความผิดโดยเพิ่มกระบวนการพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริง Customer Due Diligence หรือ CDD โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยง ธนาคารต้องตรวจสอบให้เคร่งครัดมากขึ้นก่อนอนุมัติเปิดบัญชี โดยทาง ธปท.จะมีการออกประกาศภายในเดือนมิถุนายน 2567 ซึ่งปัจจุบันบางธนาคารได้มีการดำเนินการแล้ว 
          – การกวาดล้างบัญชีม้า และซิมม้าในระบบ mobile banking ที่ประชุมมอบหมายให้ กสทช.เร่งรัดตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ที่ผูกกับระบบ mobile banking จำนวนประมาณ 106 ล้านเลขหมาย ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จใน 120 วัน

สำหรับผลการกวาดล้างบัญชีม้าถึง 30 เมย 2567 มีดังนี้
            – ระงับบัญชีม้าแล้วกว่า 700,000 บัญชี แบ่งเป็น ธนาคารระงับเอง 300,000 บัญชี AOC ระงับ 101,375 บัญชี ปปง.ปิด 325,586 บัญชี
            – ตร. ดำเนินการการจับกุมคดี บัญชีม้า-ซิมม้า เม.ย. 67 มีจำนวน 361 คน เพิ่มขึ้น 1.9 เท่า เทียบกับ การจับกุมเฉลี่ย 187 คนต่อเดือน ช่วงมกราคม – มีนาคม 2567

2. การแก้กฎหมายพิเศษเป็นการเร่งด่วน
    เพื่อให้การปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ตลอดจนช่วยเหลือคืนเงินให้ผู้เสียหาย ได้มีการหารือเรื่องการแก้กฎหมายในประเด็นดังนี้
             – การเร่งรัดคืนเงินให้ผู้เสียหาย โดยที่ผ่านมาการคืนเงินให้ผู้เสียหายจากคดีออนไลน์ ต้องใช้เวลานาน หลายๆ กรณี ใช้เวลาหลายปี กว่าจะสามารถคืนเงินให้ผู้เสียหายได้
ประกอบกับ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา ทาง AOC 1441 โดย ดีอี ตร. สมาคมธนาคาร ได้ร่วมมือ เร่งการระงับ/อายัด บัญชีม้าได้รวดเร็วเฉลี่ยภายใน 10 นาที และมีเงินที่ถูกอายัดได้จำนวนมาก ซึ่งในวันนี้จึงได้ประชุมพิจารณาถึงการหาวิธีคืนเงินให้รวดเร็วขึ้น โดยพิจารณาการออกกฎหมายพิเศษเพื่อเร่งการคืนเงิน
             – การเพิ่มโทษการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล โดยถือว่าการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล เป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อประชาชน เศรษฐกิจ และสังคมในวงกว้าง จึงต้องมีการกำหนดบทลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องและคนร้ายในอัตราโทษจำคุกเพิ่มขึ้นจาก 1 ปี เป็น 5 ปี


            นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงการป้องกันการโอนเงินแบบผิดกฎหมายของคนร้ายโดยการใช้สินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะที่เป็นแพลทฟอร์มซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลในต่างประเทศที่ผิดกฎหมาย


            รมว.ประเสริฐฯ กล่าวเพิ่มว่า “วันนี้ เราประชุมเพื่อหามาตรการเร่งรัดกวาดล้างบัญชีม้า และ หาวิธีคืนเงินให้ผู้เสียหายรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยที่ประชุมได้หารือถึงการออกพระราชกำหนด เป็นกฎหมายพิเศษเพื่อเร่งคืนเงินให้ผู้เสียหายและเพิ่มโทษการซื้อขายข้อมูล ซึ่งเป็นไปตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ขอให้เร่งการปราบปรามจับกุมคนร้าย กวาดล้างบัญชีม้า ซิมม้า ปิดกั้นโซเชียลมีเดียหลอกลวงต่อเนื่อง แก้ปัญหาหลอกลวงซื้อขายออนไลน์ และช่วยลดความเดือนร้อนของประชาชน”

 
 นายประเสริฐกล่าวว่า ในที่ประชุมมีความคืบหน้ามาตรการควบคุมการเปิดบัญชีใหม่ เพื่อป้องกันการใช้เป็นช่องทางในการกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งเพิ่มการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (ซีดีดี) โดยมีกระบวนการประเมินและบริหารความเสี่ยงก่อนอนุมัติเปิดบัญชีลูกค้า รวมทั้งติดตามความเคลื่อนไหวทางการเงินจากการทําธุรกรรมของลูกค้าใหม่ จากเดิมที่มีการทำการพิสูจน์ตัวตนในการทําความรู้จักลูกค้า (เควายซี) ในการเปิดบัญชีใหม่เท่านั้น โดยทาง ธปท.จะมีการออกประกาศภายในเดือนมิถุนายน 2567 ซึ่งปัจจุบันบางธนาคารได้มีการดำเนินการแล้ว
 
“ความคืบหน้าเพิ่มเติมในการกำหนดให้ลูกค้าใหม่ที่ต้องการเปิดบัญชีธนาคาร โดยกำหนดให้เจ้าของบัญชีธนาคารและหมายเลขโทรศัพท์ (ซิมการ์ด) ต้องมีชื่อระบุตรงกัน จากเดิมเมื่อเปิดบัญชีธนาคารจะใช้ซิมการ์ดไม่ตรงกันก็สามารถเปิดบัญชีใหม่ได้ เบื้องต้นได้ให้ กสทช.ดำเนินการประสานงานแลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และธนาคาร รวมถึงหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้ง ปปง. ธปท. และสมาคมธนาคารไทย” นายประเสริฐกล่าว
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

เชียงรายฟ้าใส (ไร้ควัน) ผู้ว่าฯ จับซ้ำ บุหรีไฟฟ้าร้านเดิมในรอบไม่ถึงเดือน

 
เมื่อวันที่ (15 พฤษภาคม 2567) เวลา 13.50 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ ปลัดจังหวัดเชียงราย นายบุญส่ง ตินารี นายอำเภอเมืองเชียงราย พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย และ พ.ต.อ.โสภณ ม่วงเฟื่อง ผกก.สภ.เมืองเชียงรายได้สั่งการให้ฝ่ายปกครองร่วมกับตำรวจ 
 
 
นำโดยนายกองรบ กระทุ่มนัด ป้องกันจังหวัดเชียงราย ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดเชียงราย สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดเชียงรายที่ 1 นายธีรัตน์ อิทธิพลาลักษณ์ ปลัดอำเภอเมืองเชียงราย สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอเมืองเชียงรายที่ 3 ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ออกปราบปรามร้านลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า ให้แก่เด็กและเยาวชน
 
 
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2567 ชุดจัดระเบียบสังคมได้เข้าทำการจับกุมร้านลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าชื้อร้าน บ้านควันหอม (สาขาตลาดล้านเมือง) ตั้งอยู่ที่ 66/23 หมู่ 11 ตำบลสันทราย อำเภอเมืองเชียงราย พบผู้ต้องหา 1 คนแสดงตัวเป็นผู้ดูแล และได้นำส่งผู้ต้องหาพร้อมของกลางดำเนินคดีตามกฎหมาย นั้นชุดจัดระเบียบสังคมฯ ได้รับข้อมูลจากผู้ปกครอง บุคลากรทางการศึกษา และประชาชนมาเป็นจำนวนมาก ว่าร้านดังกล่าวกลับมาเปิดให้บริการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าอีกครั้งหลังจากถูกจับกุม ไม่ถึงเดือน 
 
 
โดยยังคงเปิดหน้าร้านและมีการวางน้ำหอมตบตาเจ้าหน้าที่เช่นเดิม ซึ่งพฤติกรรมยังคงพบมีการจำหน่ายให้กับเด็กและเยาวชน รวมถึงลูกค้าทั่วไปเหมือนเดิม เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนเข้าตรวจสอบร้านดังกล่าวพบว่าร้านมีการติดฟิล์มสีขาวขุ่นอำพรางไม่ให้มีการมองจากข้างนอกเข้าไปเห็นในบริเวณด้านใน และมีกล้องวงจรปิดรอบทิศทางเพื่อดูสถานการณ์จากภายนอก แต่ผู้ซื้อจะรู้กันภายในกลุ่มไลน์ เฟสบุ๊ค หรือสื่อสังคมต่างๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการเข้าตรวจสอบร้านจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าจำแล้ว 3 ร้าน คือ
 

      1. ร้านบ้านควันหอม (สาขาตลาดล้านเมือง) ตั้งอยู่ที่ 66/23 หมู่ 11 ตำบลสันทราย อำเภอเมืองเชียงราย พบผู้ต้องหา 2 คนแสดงตัวเป็นผู้ดูแล ซึ่งร้านนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการเข้าจับกุมไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2567
      2. ร้านบ้านควันหอม (สาขาในเมืองหอนาฬิกา) ตั้งอยู่ที่ 531 ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย พบผู้ต้องหา 1 คนแสดงตัวเป็นผู้ดูแล
      3. ร้าน P-VAPE ตั้งอยู่ที่ 197/8 ม.15 ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย พบผู้ต้องหา 4 คนแสดงตัวเป็นผู้ดูแล ซึ่งร้านดังกล่าวขณะเจ้าหน้าที่เข้าสังเกตการณ์ พบว่าร้านมีการปิดประตูม้วนเหล็กลงอย่างมิดชิด เมื่อเจ้าหน้าที่สังเกตการณ์อยู่หน้าร้านสักพัก พบว่ามีพนักงานปิดประตูม้วนออกมาจากด้านใน เหมือนจะออกมาส่งของ (บุหรี่ไฟฟ้า) เจ้าหน้าที่จึงเปิดหน้าต่างและเรียนพนักงาน พนักงานดังกล่าวจึงเข้ามาถามว่าได้สั่งของ (บุหรี่ไฟฟ้า) ไหม เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวและพาตรวจสอบภายในร้านแล้ว จากการตรวจสอบภายในร้านพบบุหรี่ไฟฟ้า อุปกรณ์ น้ำยา และอุปกรณ์อื่นๆ อีกมากมายซึ่งสินค้าที่ตรวจยึดได้ของกลางกว่า 1,000 ชิ้น มูลค่าหลักแสนบาท
 

และจากการตรวจสอบการรับจ่ายเงินหรือเงินหมุนเวียนภายในร้าน พบแต่ละร้านมีรายได้ต่อวันตั้งแต่วันลหลายหมื่น บาทต่อวัน ซึ่งจากการสอบถามผู้ดูแลพบ เจ้าของที่แท้จริงจะติดต่อผ่านไลน์และส่งของมาให้ขายจึงไม่ทราบราคาต้นทุนต่อชิ้น และจะขายบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ตั้งแต่ราคาหลักสิบ ถึง หลักพันบาท และระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบจะมีลูกค้ามาใช้บริการตลอดเวลา เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ดูแลทั้ง 7 ราย โดยแจ้งข้อหา 
 

          1) ได้มีการซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 242 ตามมาตรา 246 วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ประกอบข้อ 4 แห่งประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2557 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับเป็นเงินสี่เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
 

         2) ขายสินค้าบารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า โดยฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ 9/2558 เรื่อง ห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้า บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า ต้องระวางโทษ โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะได้ปราบปรามร้านทั้งเปิดหน้าร้านและขายออนไลน์ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ต่อไป
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

กรมจัดหางาน แจ้งด่วนรับสมัครคนไทยไปทำงานมาเก๊า นายจ้างจ่ายค่าตั๋วเครื่องบิน

 
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า กรมการจัดหางาน เปิดรับสมัครคนไทยไปทำงานในเขตบริหารพิเศษมาเก๊า กับนายจ้างบริษัท MGM Grand Paradise Limited ซึ่งประกอบกิจการสถานคาสิโน ร้านอาหาร และโรงแรม ตั้งอยู่ที่ MGM MACAU Building, Avenida Dr. Sun Yat Sen, N.1101, NAPE, Macau จำนวน 7 ตำแหน่ง รวม 46 อัตรา ได้แก่ พนักงานบริการอาหารและเครื่องดื่ม พนักงานบริการอาหารและเครื่องดื่ม วีไอพี พนักงานยกกระเป๋า บัตเลอร์ พนักงานต้อนรับ พนักงานต้อนรับส่วนหน้า วีไอพี และพนักงานบริการลูกค้า

 

เงินเดือนอยู่ระหว่าง 53,469 – 85,916 บาท โดยนายจ้างจะจ่ายค่าโดยสารเครื่องบินไป – กลับ เมื่อทำงานสิ้นสุดสัญญาจ้าง ช่วยจ่ายค่าที่พักเดือนละ 500 เหรียญมาเก๊า จัดอาหารให้ในช่วงเวลาทำงาน มีค่าล่วงเวลา และสวัสดิการตามกฎหมายแรงงานมาเก๊า ผู้สนใจสามารถยื่นใบสมัครได้ที่เว็ปไซต์ toea.doe.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 13 – 22 พฤษภาคม 2567 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ

 

นายสมชาย กล่าวว่า สำหรับตำแหน่งงานและคุณสมบัติ ที่นายจ้างแจ้งความต้องการมี 7 ตำแหน่ง  ดังนี้

1. พนักงานบริการลูกค้า จำนวน 1 อัตรา ค่าจ้างเดือนละ 18,800 เหรียญมาเก๊า หรือประมาณ 85,916 บาท อายุระหว่าง 22 – 35 ปี สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า สามารถพูดภาษาจีนกลางได้ดี ทำงานเป็นกะได้  โดยจะพิจารณาเป็นพิเศษหากมีประสบการณ์ทำงานด้านการตลาด การขาย

2. บัตเลอร์ จำนวน 5 อัตรา ค่าจ้างเดือนละ 17,500 เหรียญมาเก๊า หรือประมาณ 79,975 บาท  อายุระหว่าง 22 – 35 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป สามารถพูดภาษาจีนกลางได้ ทำงานเป็นกะได้ โดยจะพิจารณาเป็นพิเศษหากมีความรู้ด้านอาหาร เครื่องดื่ม และการทำความสะอาดบ้าน 

3. พนักงานต้อนรับ จำนวน 5 อัตรา ค่าจ้างเดือนละ 17,500 เหรียญมาเก๊า หรือประมาณ 79,975 บาท อายุระหว่าง 22 – 35 ปี สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายขึ้นไป สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ ทำงานเป็นกะได้ โดยจะพิจารณาเป็นพิเศษหากมีประสบการณ์บริการลูกค้า 1 ปีขึ้นไป  

4. พนักงานบริการอาหารและเครื่องดื่ม วีไอพี จำนวน 10 อัตรา ค่าจ้างเดือนละ 16,600 เหรียญมาเก๊า หรือประมาณ 75,862 บาท อายุระหว่าง 22 – 35 ปี สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายขึ้นไป มีทักษะด้านการสื่อสาร สามารถพูดภาษาจีนได้ ทำงานเป็นกะได้ โดยจะพิจารณาเป็นพิเศษหากมีประสบการณ์ด้านอาหารและเครื่องดื่ม 

5. พนักงานต้อนรับส่วนหน้า วีไอพี  จำนวน 5 อัตรา ค่าจ้างเดือนละ 16,500 เหรียญมาเก๊า หรือประมาณ 75,405 บาท อายุระหว่าง 22 – 35 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป มีทักษะด้านการสื่อสาร สามารถพูดภาษาจีนได้คล่อง ทำงานเป็นกะได้ โดยจะพิจารณาเป็นพิเศษหากมีประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้อง 

6. พนักงานบริการอาหารและเครื่องดื่ม  จำนวน 10 อัตรา ค่าจ้างเดือนละ 12,200 เหรียญมาเก๊า หรือประมาณ 55,754 บาท อายุระหว่าง 22 – 35 ปี สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายขึ้นไป มีทักษะด้านการสื่อสาร สามารถพูดภาษาจีนกลางได้ ทำงานเป็นกะได้ โดยจะพิจารณาเป็นพิเศษหากมีประสบการณ์ทำงานด้านอาหารและเครื่องดื่ม  

7. พนักงานยกกระเป๋า จำนวน 10 อัตรา ค่าจ้างเดือนละ 11,700 เหรียญมาเก๊า  หรือประมาณ 53,469 บาท อายุระหว่าง 22 – 35 ปี สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายขึ้นไป สามารถพูดภาษาจีนกลางได้ ทำงานเป็นกะได้ โดยจะพิจารณาเป็นพิเศษหากมีประสบการณ์ด้านบริการลูกค้า 

อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวเพิ่มเติมว่า การรับสมัครครั้งนี้ เป็นการดำเนินการเพื่อจัดส่งคนหางานไปทำงานต่างประเทศโดยวิธีรัฐจัดส่ง คนหางานไม่เสียค่าสมัครหรือค่าบริการใด ๆ ทั้งสิ้น ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกไปทำงานจะมีค่าใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น ได้แก่ ค่ารูปถ่าย ค่าทำหนังสือเดินทาง (กรณียังไม่มี) ค่าตรวจสุขภาพ ค่าตรวจสอบประวัติอาชญากรรม และค่าสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ รวมค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นประมาณ 4,000 บาท

 

โดยผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดการสมัครสอบ กำหนดการและวิธีการรับสมัครได้ที่เว็บไซต์กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ doe.go.th/overseas หัวข้อ “ข่าวประกาศรับสมัคร” หรือ Facebook : แรงงานไทยไปต่างประเทศโดยรัฐจัดส่ง หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0 2245 1034 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กรมการจัดหางาน

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

ผู้ว่าฯเชียงราย พร้อมการเลือก สว. สนามกีฬากลางจังหวัดเป็นที่สมัคร

 

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2567 นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ ปลัดจังหวัด นายอาคม สุขพันธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กกต.เชียงราย และ คณะกรรมการระดับจังหวัด นายชูชาติ สุขสงวน ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย หัวหน้ากลุ่มงาน พร้อมด้วยพนักงานของสำนักงานเป็นคณะทำงาน กกต.เชียงราย ร่วมแถลงข่าว การจัดการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 ที่ชั้น 3 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย ศูนย์ราชการ ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย

 

ทั้งนี้ นางสาวนันทวรรณ กันคำ ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย นายโชติศิริ ดารายน นายกสมาคมสื่อมวลชนและนักประชาสัมพันธ์เชียงราย พร้อมด้วยสื่อมวลชนทุกแขนง ร่วมรับฟังในการแถลงข่าว การจัดการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ส่วนของจังหวัดเชียงราย

 

โดยนายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า การเลือก สว. ในครั้งนี้เป็นการเลือกกันเองของผู้สมัครในระดับผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่ได้เป็นการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งเป็นไปตามกฏหมายรัฐธรรมนูญ และมีการเลือกตั้งแต่ระดับ อำเภอ จังหวัด และระดับประเทศ ซึ่งรายละเอียดอื่นๆ ต้องศึกษาอย่างละเอียดเพราะถือว่าเป็นสิ่งใหม่ของประเทศไทย ก่อนการรับสมัคร สว. จะเริ่มขึ้น
 
 

ด้าน นายชูชาติ สุขสงวน ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า การเลือก สว. ในครั้งนี้เป็นการเลือกแบบทั่วไป ตามกฏหมายกำหนด ซึ่งการเลือกมีการเลือก 3 ระดับ คือ อำเภอ จังหวัด และ ประเทศ โดยการสมัครจะรับสมัครในวันที่ 20-24 พฤษภาคม 2567 ณ สำนักทะเบียน ที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง โดยจังหวัดเชียงรายมี 18 อำเภอ และขณะนี้มีผู้ที่สนใจสมัครรับเลือก สว. ไปขอรับเอกสารแล้วรวม 108 ราย ตั้งแต่วันที่ 10-14 พ.ค.2567 และหลังจากนี้จะมีการประชุมผู้สนใจสมัครรับเลือกฯ ในวันที่ 16 พ.ค.นี้ ซึ่งจะใช้ห้องประชุมอาคารคชสาร ภายในสนามกีฬากลางจังหวัดเชียงราย และเชื่อว่าจะมีผู้ที่สนใจสมัครมารับฟังประมาณ 200 คน

 

“ทั้งนี้ในการเลือก สว. ครั้งนี้จะมีด้วยกัน 2 รอบ ในทุกระดับ ทั้งในระดับ อำเภอ จังหวัด และประเทศ ซึ่งจะเป็นการเลือกกันเองของผู้สมัครรับเลือก สว. ที่มาจาก กลุ่มอาชีพ 20 กลุ่มตามที่กฏหมายกำหนด ซึ่งผู้สมัครรับเลือก สว. จะต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนสมัคร รวมทั้งการได้มาซึ่งคะแนน” นายชูชาติ กล่าว

 

ส่วนการสมัครับเลือก สว. จะเสียค่าสมัครคนละ 2,500 บาท โดยต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี ในวันสมัคร มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในด้านที่สมัครไม่น้อยกว่า 10 ปี เป็นผู้มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ เกิดในอำเภอที่สมัคร มีชื่อหรือเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถึงวันสมัครรับเลือก ทำงานหรือเคยทำงานในอำเภอที่สมัครติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปีนับถึงวันสมัครรับเลือก เคยศึกษาในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในอำเภอที่สมัครติดต่อกันไม่น้อยกว่า2 ปีการศึกษา

 

ผู้สมัครรับเลือก สว. ไม่สามารถหาเสียงได้ แต่สามารถแนะนำตัวตามแบบข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร โดยระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 กำหนด ให้มีข้อความและข้อมูลดังนี้ ข้อมูลส่วนตัวของผู้สมัคร ประวัติการศึกษาของผู้สมัคร ประวัติการทำงาน หรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัคร ไม่เกิน 5 บรรทัด ทั้งนี้ผู้สมัครอาจแนะนำตัวได้ ตามวิธีการและเงื่อนไขที่ กกต. กำหนด.

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News