Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

Soft Power เชียงราย เยาวชนมัคคุเทศก์นักเล่าเรื่อง

 

เมื่อวันอังคารที่ 2 กรกฎาคม 2567 โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม ได้จัดโครงการ Youth Guied Joy History In Chiang Rai เยาวชนมัคคุเทศก์นักเล่าเรื่องเมืองเชียงรายภายใต้โครงการจิตสำนึกรักเมืองไทยประจำปี 2567 เพื่อส่งเสริมความรู้และอนุรักษ์การท่องเที่ยว ผลักดัน Soft Power จังหวัดเชียงรายเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจแหล่งท่องเที่ยวในชุมชนรวมถึงส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนในการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

 

ทั้งนี้ นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย และคณะผู้บริหารได้เข้าร่วมโครงการ โดยทางเทศบาลนครเชียงรายได้ให้การสนับสนุนข้อมูลการท่องเที่ยวและรถรางในการดำเนินโครงการให้แก่คณะกรรมการนักเรียนโรงเรียนสามัคคีวิทยาคมเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงรายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มการกระจายรายได้สู่ชุมชนและสนับสนุนข้อมูลทางการท่องเที่ยวเพื่อให้เยาวชนมีความเข้าใจ และเข้าถึงการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์มากขึ้น
 
 
นอกจากนี้ยังมีผู้แทนจากสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม นางพรทิวา ขันธมาลา นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการพิเศษ แขกผู้มีเกียรติ และนักเรียนเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ด้วย
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : เทศบาลนครเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

“บิ๊กต่าย” ปลื้มเร่งปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิพล-บ้านใหญ่ ทั่วประเทศ

 

เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2567 เมื่อเวลา 11.00 น. ภายหลัง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ  พันธ์ุเพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. เสร็จสิ้นการเข้าร่วมสังเกตการณ์ ยุทธการ”พิทักษ์ประชาราษฎร์ 767” ผ่านห้อง ปฏิบัติการ Realtime Crime Center เพื่อควบคุมการปฏิบัติหน้าที่เข้าตรวจค้นเป้าหมายในแต่ละจุดแล้วนั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ก็ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนถึงภาพรวมปฏิบัติการครั้งนี้ว่า สืบเนื่องจากนายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายให้เร่งปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิพล ฮั้วประมูล มือปืนรับจ้าง เครือข่ายยาเสพติด แก๊งเงินกู้นอกระบบ ค้าอาวุธปืนออนไลน์ จนนำมาซึ่งปฏิบัติการครั้งนี้ที่เป็นการร่วมมือกันของตำรวจทุกหน่วยงานในการค้นหาเป้าหมาย ได้เกือบ 200 จุด ซึ่งภาพรวมในการตรวจค้นจับกุมตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้เป็นที่น่าพอใจ

“ก่อนหน้านี้เคยเปิดปฏิบัติการไปแล้ว 1 ครั้ง เมื่อช่วงระว่างวันที่ 25 -30 มิ.ย. เป็นการทบายเครือข่ายยาเสพติด ส่วนเป้าหมายครั้งนี้อย่างที่บอก เราเน้นหนักไปที่ กลุ่มผู้มีอิทธิพล ฮั้วประมูล มือปืนรับจ้าง แก๊งเงินกู้ เครือข่ายยาเสพติด ค้าอาวุธปืนออนไลน์  ยกตัวอย่าง เครือข่ายกำนันนก รวมไปกลุ่มอื่นๆที่เรียกว่าบ้านใหญ่อีกหลายเครือข่าย ยืนยันว่าทุกกลุ่มเราไม่มีปล่อยวาง เราติดตามตลอด”

สำหรับยุทธการครั้งนี้จากจำนวน 183 เป้าหมาย ขณะนี้เข้าตรวจค้นไปแล้ว 127 เป้าหมาย ยังมีอีกหลายจุดที่ยังไม่เสร็จสิ้น แต่โดยรวมถือว่าเป็นที่น่าพอใจ สามารถจับกุมผู้กระทำผิดและของกลางได้เป็นจำนวนมาก อาทิ ยาบ้ากว่า 7 แสนเม็ด อาวุธปืนกว่า 700 กระบอก ซึ่งหลังจากนี้ไปได้กำชับไปแล้วว่าจะต้องเร่งขยายผลต่อเนื่อง ส่วนบางเป้าหมายที่หลบหนีไปได้ ยืนยันว่าข่าวไม่ได้หลุดรั่ว แต่อาจเป็นเพราะช่วงจังหวะที่เป้าหมายไม่อยู่  อย่างไรก็ตามไม่ต้องเป็นกังวล ได้สั่งกำชับให้เร่งติดตามต่อเนื่องแล้ว

ต่อข้อสักถาม ถึงกรณีกลุ่มเป้าหมายที่ตรวจค้นเป็นเครือข่ายบ้านใหญ่ต่างๆนั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ยืนยันว่า ไม่เป็นกังวล เพราะทำตามหน้าที่ ต้องการให้ประชาชนเชื่อมั่นในสิ่งที่เราทำ อยากให้เห็นว่ายุทธการครั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างทีมสืบสวนและทีมปราบปรามของทุกหน่วยที่จับมือกัน และถือเป็นครั้งแรกที่มีการรวมตัวกันของคณะผู้บัญชาระดับสูงทุกหน่วยเป็นจำนวนมาก

“กลุ่มผู้มีอิทธิพลพวกนี้ มักสร้างความเดือดร้อน ก่อกวนถือเป็นภัยคุกคามชีวิตประชาชน ดังนั้นเราจึงไม่หวั่นวิตก ที่จะปฏิบัติหน้าที่ โดยในวันพรุ่งนี้เวลาประมาณ 10.00 น. จะมีการแถลงสรุปผลยุทธการอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ที่ กองบังคับการปราบปราม” รอง ผบ.ตร. กล่าวทิ้งท้าย

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

ออมสิน เดินหน้าแก้หนี้สินครู เริ่ม ก.ค. นี้ ลดดอกเบี้ย 1% ต่อปี

 

เมื่อวันที่ 2 ก.ค.2567 นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่ารัฐบาลได้สั่งการให้ธนาคารออมสินเพิ่มมาตรการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของลูกหนี้กลุ่มครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา

 

โดยความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ทั้ง กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ และสถาบันการเงินต่าง ๆ ตามที่ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกันแล้วนั้น

 

ล่าสุดธนาคารออมสิน ได้ออกมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมตามข้อสั่งการของรัฐบาล ประกาศลดดอกเบี้ยสินเชื่อกลุ่มครูเป็น 1% ต่อปี สำหรับลูกหนี้ผ่อนชำระดีของสินเชื่อโครงการสวัสดิการเงินกู้สมาชิก ช.พ.ค. – ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา เป็นระยะเวลา 6 เดือน (ก.ค. – ธ.ค. 2567)

 

โดยเป็นการลดดอกเบี้ยอัตโนมัติไม่ต้องลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ และดอกเบี้ยส่วนที่ได้ลดเพิ่มเติมจะถูกนำไปตัดเงินต้นทำให้หมดหนี้เร็วขึ้น ทั้งนี้ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ลูกหนี้กลุ่มครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นลูกหนี้ประวัติการผ่อนชำระดี มีสถานะลูกหนี้ปกติ

 

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ธนาคารได้ปรับลดดอกเบี้ยของแต่ละโครงการลง 0.5%, 0.75% และ 1% ต่อปีตามเงื่อนไข โดยคาดว่าจะมีลูกหนี้ได้รับประโยชน์จากการปรับอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้ จำนวนกว่า 230,000 ราย และลดดอกเบี้ยรวมปีละ 1,600 ล้านบาท

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ธนาคารออมสิน

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

คนแห่บริจาค “วิหารลายคำ” วัดแสงแก้วโพธิญาณ หลังถูกไฟไหม้

 

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.2567 ที่วัดแสงแก้วโพธิญาณ หมู่บ้านใหม่แสงแก้ว หมู่ 11 ต.เจดีย์หลวง อ.แม่สรวย จ.เชียงราย พระภาวนารัตนญาณ วิ.หรือพระครูบาอริยชาติ อริยจิตโต เจ้าอาวาสวัดวัดแสงแก้วโพธิญาณ ได้เดินทางจากการปฏิบัติศาสนกิจที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ไปถึงวัดแสงแก้วโพธิญาณ ต.เจดีย์หลวง อ.แม่สรวย จ.เชียงราย หลังจากได้เกิดเหตุไฟไหม้วิหารหลวงลายคำ ของวัดระหว่างคืนวันที่ 21-22 มิ.ย.2567 จนได้รับความเสียหายอย่างหนัก มูลค่าไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

ทั้งนี้นอกจากจะมีลูกศิษย์ลูกหาไปรอนมัสการกราบครูบาอริยชาติแล้ว ยังมี พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร.ได้เดินทางไปนมัสการด้วย ขณะเดียวกันชาวบ้านจำนวนมาก ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 37 ฝ่ายปกครอง อ.แม่สรวย หน่วยกู้ภัย ฯลฯ ต่างพากันไปเก็บข้าวของต่างๆ ออกจากวิหารมาไว้ตรงเต็นท์ ด้านข้าง เพื่อให้ช่างเช้าไปเตรียมการบูรณะภายในวิหารต่อไป
 
 
ขณะที่มีผู้บริจาคเงินเพื่อร่วมสร้างหรือซ่อมแซมวิหาร บางคนบริจาคนับ 1 ล้านบาทผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อครูบาอริยชาติได้เข้าไปถึงภายในวิหารที่ได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะส่วนหลังคาเสียหายทั้งหมด ส่วนเสา ผนังและส่วนโครงสร้างพบว่าปูนภายนอกกระเทาะออกมา พระพุทธรูปภายในเสียหายทั้งหมดรวมทั้งพระแสงแก้วโพธิญาณ ซึ่งเป็นประธานแต่ยังคงโครงสร้างประดิษฐานอยู่ได้แต่ส่วนพระเกศเอียงลงเล็กน้อย ซึ่งครูบาอริยชาติได้เข้าตรวจสอบพบยังคงมีหัวใจทองคำและวัตถุมงคลต่างๆ ที่อยู่ภายในองค์เหมือนเดิม
 
 
ทั้งนี้ครูบาอริยชาติ ได้ประกอบพิธี สักการะ และได้พบเหรียญมงคลตกอยู่บนพื้นวิหารจึงได้มอบให้ พล.อ.ต.ต่อศักดิ์ ซึ่งอยู่ใกล้ครูบาอยู่ตลอดเวลาเอาไว้ด้วยจากนั้นช่วงบ่ายครูบาอริยชาติ ได้นำประกอบพิธีเปิดฟ้าอัญเชิญเทพเทวดาและพิธีสูตรถอนตามความเชื่อของชาวล้านนาตามลำดับ
 
 
ครูบาอริยชาติ กล่าวว่า สิ่งทั้งปวงเป็นของไม่เที่ยงย่อมมีเสื่อมสลายลงเป็นธรรมดาซึ่งเป็นไปตามหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุไฟไหม้จนเสียหายไปแล้ว เบื้องต้นคือจะนำเอาสิ่งมีค่าต่างๆ เช่น พระเกศา ทองคำ ฯลฯ ภายในวิหารและพระแสงแก้วโพธิญาณออกมาเก็บไว้ก่อน เพื่อไม่ให้ชาวบ้านต้องมานอนเฝ้า จากนั้นก็ค่อยพิจารณาว่าจะสร้างใหม่หรือบูรณะต่อไป
 
 
ทั้งนี้ได้มีญาติโยมที่ประเทศสหรัฐอเมริกาถามตนว่าเมื่อรู้ว่าจะเกิดไฟไหม้ทำไมไม่แก้ไข ซึ่งอาตมาตอบว่าเมื่อรู้จะทำอะไรได้เช่นเดียวกับพายุที่พัดกระหน่ำก็ต้องรอผลที่จะออกมาเท่านั้น ทำให้ญาติโยมคนนั้นบอกว่าตนโชคดีที่ไม่ได้ร่วมสร้างวิหารแต่ก็จะได้ร่วมซ่อมแซมในที่สุดครูบาอริยชาติ กล่าวด้วยว่า วัดแสงแก้วโพธิญาณ สร้างมาตั้งแต่ปี 2549 หรือเป็นเวลา 18 ปี เท่ากับวิหารแห่งนี้ ดังนั้นหลังจากนำของมีค่าต่างๆ ออกมาหมดแล้ว ก็มีกำหนดจะซ่อมแซมตั้งแต่วันอาสาฬหบูชา ปี 2567 นี้เป็นต้นไป สำหรับผู้ที่จะร่วมซ่อมแซมหรือสร้างใหม่ก็ถือเป็นบุญกุศลอย่างมาก เพราะแม้จะไม่ได้สร้างมาตั้งแต่ต้นแต่ก็โชคดีที่ได้มาร่วมซ่อมแซมดังกล่าว
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กลุ่มข่าวเพื่อสังคมเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

เคาะ! จัดพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ บ่อน้ำทิพย์ วัดพระธาตุดอยตุง 4 ก.ค. 67

 

เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2567 ที่ห้องประชุมจอมกิตติ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุมกรมการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ นายอำเภอ ผู้บริหาร อปท. และเอกชน ครั้งที่ 6/2567 โดยมี นางสุภาพรรณ หมั่นเจริญ และนางอุบลรัตน์ พ่วงภิญโญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการทุกภาคส่วน ภาคเอกชน และผู้แทนหน่วยงานในจังหวัดเชียงราย ร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน

 

ที่ประชุมได้มีการแนะนำส่วนราชการที่ย้ายมาดำรงตำแหน่งใหม่ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย นายธีระพงษ์ มีศรี ในตำแหน่งผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทเชียงราย พร้อมรับชมสรุปรายงานผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารจังหวัด ส่วนราชการ หน่วยงาน รัฐวิสาหกิจ ในรอบเดือนมิถุนายน 2567 ของสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย ตามลำดับ

 

ต่อจากนั้นเข้าสู่วาระการประชุมเรื่องเพื่อทราบและรายงานผลการดำเนินงาน เรื่องการดำเนินงานเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ประจำปี 2567 สรุปรายงานภาวะการค้าชายแดนและการค้าข้ามแดนด้านจังหวัดเชียงราย รวมถึงเรื่องการเตรียมจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ของจังหวัดเชียงราย โดยในวันที่ 4 กรกฎาคม 2567 จัดให้มีพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ ณ บ่อน้ำทิพย์ วัดพระธาตุดอยตุง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย พิธีเดินขบวนรถบุษบกเชิญน้ำศักดิ์สิทธิ์ ขันน้ำสาคร และที่ตักน้ำ ณ บริเวณสวนตุงและโคมนครเชียงราย ไปยัง วัดพระแก้ว พระอารามหลวง ส่วนวันที่ 7 กรกฎาคม 2567 พิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ณ พระอุโบสถวัดพระแก้ว พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ในส่วนของวันที่ 8 กรกฎาคม 2567 จัดให้มีพิธีเวียนเทียนสมโภชน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ณ พระอุโบสถวัดพระแก้ว พระอารามหลวง และในช่วงเช้าของวันที่ 28 กรกฎาคม 2567 จัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน และในช่วงเย็นจะเป็นพิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม และจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ GMS จังหวัดเชียงราย รวมถึงจัดเตรียมโครงการ 72 ล้านต้น พลิกผืนป่าเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โครงการพัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายความมั่นคงระดับผู้บริหาร และสถานการณ์ และมาตรการควบคุมโรคไข้เลือดออก และเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามลำดับ

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

แจกสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุเชียงราย 273 ไร่ – เชียงใหม่ 281 ไร่

 

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2567  นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.การคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลัง โดยกรมธนารักษ์ ได้เร่งดำเนินโครงการ “ธนารักษ์เอื้อราษฎร์ มอบสัญญาเช่าที่ดิน พลิกชีวิตประชาชน” ซึ่งเป็นโครงการที่ต้องการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินให้แก่ประชาชน เพื่อบริหารที่ดินราชพัสดุให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยในปีนี้มีแผนจัดสรรที่ราชพัสดุให้ประชาชนในพื้นที่ 9 จังหวัด กว่า 1,900 ราย พื้นที่กว่า 7,389 ไร่ ภายใน 6 เดือน ประกอบด้วยจังหวัดนครราชสีมา 248 ไร่, เชียงราย 273 ไร่, เชียงใหม่ 281 ไร่, นครสวรรค์ 1,120 ไร่, นครพนม 661 ไร่, กาฬสินธุ์ 1,174 ไร่, ปัตตานี 29 ไร่, ราชบุรี 1,500 ไร่ และสุราษฎร์ธานี 2,100 ไร่ พร้อมทั้งได้ตั้งเป้าหมายให้กรมธนารักษ์ ต้องจัดสรรที่ดินราชพัสดุให้ประชาชนรายย่อยไม่น้อยกว่า 2 พันรายต่อ1 ปี

 

ทั้งนี้ จากการสำรวจของกรมธนารักษ์ในปี 2561 พบว่า มีที่ราชพัสดุที่ถูกบุกรุกกว่า 6 แสนไร่ โดยในปีที่ผ่านมากรมธนารักษ์ได้จัดสรรทึ่ดินให้ประชาชน ผ่านโครงการธนารักษ์เอื้อราษฎร์ ไปแล้วกว่า 1.34 แสนราย เนื้อที่ 3.38 แสนไร่

 

สำหรับโครงการดังกล่าว จะคิดค่าเช่าในอัตราที่ผ่อนปรน โดยที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัย หากไม่เกิน 100 ตารางวา อัตราเช่า 0.25 บาท/ตารางวา/เดือน หากเกิน 100 ตารางวา อัตราเช่า 0.50 บาท/ตารางวา/เดือน และหากเป็นที่ดินเพื่อประกอบการเกษตร เนื้อที่ไม่เกิน 50 ไร่ อัตราเช่า 20 บาท/ไร่/ปี และหากเกิน 50 ไร่ อัตราเช่า 30 บาท/ไร่/ปี เป็นสัญญาเช่าครั้งละ 3 ปี เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนการเช่าของกรมที่ดินให้กับประชาชน แต่สามารถขอเป็นสัญญาเช่า 30 ปีได้ หากผู้เช่าประสงค์จะนำไปเป็นหลักประกันขอสินเชือกับสถาบันการเงิน

เป็นสัญญาเช่าครั้งละ 3 ปี เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนการเช่าของกรมที่ดินให้กับประชาชน แต่สามารถขอเป็นสัญญาเช่า 30 ปีได้ หากผู้เช่าประสงค์จะนำไปเป็นหลักประกันขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน

นอกจากนี้ ในส่วนของเป้าหมายการหารายได้ของกรมธนารักษ์ ซึ่งในปีที่ผ่านมามีรายได้กว่า 1 หมื่นล้านบาท และตั้งเป้าหมายเพิ่มรายได้อีกปีละ 5% นั้น ส่วนใหญ่รายได้มาจากการให้เช่าที่ดินเชิงพาณิชย์กว่า 97%

โดยมอบนโยบายให้พิจารณาเรื่องการคิดค่าเช่าที่เชิงพาณิชย์ตามศักยภาพของที่ดิน โดยคิดอัตราค่าตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) ไม่น้อยกว่า 3% และยังเปิดให้เช่า 30 ปี หรือทบทวนได้หากมีการต่อสัญญาใหม่

 

ส่วนกรณีที่ราชพัสดุหมอชิต ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมธนารักษ์ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ (รฟม.) และสำนักนโยบายและแผนขนส่งจราจร (สนข.) ทบทวนศักยภาพที่ดิน องค์ประกอบต่าง ๆ ว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ เพื่อหาข้อสรุปบนกรอบกฎหมายและต้องถูกต้องตามสัญญา คาดว่าจะมีการประชุมในต้นเดือนหน้า ส่วนเรื่องการขอคืนที่ราชพัสดุคืนจากส่วนราชการ ทางกรมธนารักษ์ ได้ทำหนังสือถึงส่วนราชการว่ามีการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้เสนอขอหรือไม่ และมีผู้บุกรุกที่ดินดังกล่าวหรือไม่ เพื่อนำไปสู่การทำข้อตกลงเพื่อขอที่ดินคืนจากส่วนราชการต่าง ๆ เพื่อนำกลับมาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กระทรวงการคลัง โดยกรมธนารักษ์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

เสริมสิริมงคลป้ายทะเบียนเลขสวย “ค้าขายม่วนล้ำ” จัดประมูล 31 ส.ค. 67

 
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 67 ที่ลานพระธาตุดอยตุง ต.ห้วยไคร้ อ.แม่สาย จ.เชียงราย พระพุทธิวงศ์วิวัฒน์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย พร้อมคณะสงฆ์ประกอบพิธีอธิษฐานจิตเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ป้ายทะเบียนรถเลขสวย ซึ่งเป็นป้ายทะเบียนรถยนต์ไม่เกิน 7 ที่นั่ง หมวดอักษร ขค จำนวน 301 หมายเลข ซึ่งหมายถึง “ค้าขายม่วนล้ำ เงินคำไหลค่อน” โดยการทำพิธีดังกล่าว เพื่อความเป็นสิริมงคลกับป้ายทะเบียน และส่งให้ถึงผู้ที่ประมูลเป็นเจ้าของป้ายทะเบียนเลขสวย ซึ่งพระพุทธิวงศ์วิวัฒน์ ยังได้ทำพิธีการอันศักดิ์สิทธิ์เพื่อเจิมป้ายทะเบียนเลขสวยอีกด้วย 
 
 
ในช่วงทำพิธีถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างมาก (ตามความเชื่อของชาวล้านนา) เพราะบริเวณโดยรอบองค์พระธาตุดอยตุง มีหมอกฝนสีขาวลอยปกคลุม จนคล้ายฤดูหนาว และอากาศยังหนาวเย็นตลอดเวลา ไม่มีแสงแดดหรือฝนตกลงมาแต่อย่างใด ส่วนป้ายทะเบียนเลขสวยนั้น ลวดลายยังเป็นการออกแบบเดิมที่สวยงาม โดย อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติชาวเชียงราย เป็นผู้ออกแบบ โดยได้นำเอาภาพแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของ จ.เชียงราย เช่น ภูชี้ฟ้า ดอยนางนอน หอนาฬิกา ฯลฯ มาประกอบในป้ายอย่างสวยงาม โดยมี นายอนุวัฒน์ วงศ์จำรัส ขนส่งจังหวัดเชียงราย นางชลีพร เลานันท์ หัวหน้าฝ่ายทะเบียนรถ นำคณะเจ้าหน้าที่และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประกอบพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน
 

         ทางด้าน นายอนุวัฒน์ วงศ์จำรัส ขนส่งจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า การประมูลป้ายทะเบียนรถเลขสวย หมวด ขค ซึ่ง หมายถึง “ค้าขายม่วนล้ำ เงินคำไหลค่อน” โดยจะมีการเปิดประมูลทะเบียนเลขสวยในครั้งนี้เป็นรูปแบบใหม่ผ่านทาง www.tabienrod.com ในวันเสาร์ที่ 31 สิงหาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป พร้อมกัน 2 ช่องทาง คือการประมูลทางวาจา (เคาะไม้) ณ โรงแรมเดอะริเวอร์รี บายกะตะธานี เชียงราย โดยใช้วิธียกป้ายเสนอราคา (Bidding Card) และการประมูลผ่านอินเตอร์เน็ต WWW.TABIENROD.COM หรือโทรสอบถามรายละเอียดได้ที่ 053-152076 เพื่อเป็นการจัดการประมูลนำรายได้เข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) ซึ่งจะนำไปใช้สำหรับการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ต่อไป
 

        สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือติดต่อลงทะเบียนได้ที่ สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงราย โทร 053-152 076 สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงรายสาขาอำเภอเทิง โทร 053-795 222  สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงรายสาขาอำเภอพาน โทร 053-795 222 และ สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงรายสาขาอำเภอเวียงป่าเป้า โทร 053-781 493 หรือ โทรศัพท์สายด่วน 1584 และสามารถติดตามข่าวสารได้ที่ เพจประมูลทะเบียนสวยเชียงราย
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

ผู้ว่าฯ เชียงราย ลงพื้นที่ไฟไหม้วัดแสงแก้วโพธิญาณ อ.แม่สรวย

 
เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 67 จากกรณีที่เกิดไฟไหม้วิหารหลวงลายคำ ภายในวัดแสงแก้วโพธิญาณ ม.11 ต.บ้านใหม่แสงแก้ว ต.เจดีย์หลวง อ.แม่สรวย จ.เชียงราย กลางดึกคืนที่ผ่านมา โดยในวันนี้ นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน พนักงานสอบสวน สภ.แม่สรวย ผู้นำชุมชน และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ได้เข้ามาตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อเก็บหลักฐานตรวจพิสูจน์สาเหตุของเพลิงไหม้ โดยในพื้นที่วิหารมีเศษกระเบื้องหลังคาร่วงมากองเต็มเกลื่อนไปหมด ไฟไหม้พระพุทธรูปสำคัญ หุ่นขี้ผึ้งภาพจิตรกรรม โดนเผาวอดทั้งหมด เซิร์ฟเวอร์ บันทึกภาพกล้องวงจรปิดภายในวิหารที่อยู่บริเวณด้านหลังพระประธาน ทำให้ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด โดยได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหาสาเหตุและประเมินเบื้องต้นความเสียหายไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท  โดยที่วิหารหลวงลายคำ วัดแสงแก้วโพธิญาณ ได้มีการนำเอาเชือกกั้นแนวมากั้นพื้นที่ ไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในวิหาร โดยมีชาวบ้านที่ทราบข่าวมารอดูการทำงานของเจ้าหน้าที่กันอย่างไม่ขาดสาย
 

        นายยา ศรีทา อายุ 73 ปี อดีต ผญบ.บ้านใหม่แสงแก้ว เปิดเผยว่า วิหารที่ถูกไฟไหม้แห่งนี้ตนมีส่วนร่วมในการบุกเบิกตั้งแต่ต้น โดยได้เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2549 ปัจจุบันมีอายุกว่า 16 ปี มีของมีค่าอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพระแสงแก้วโพธิญาณ ซึ่งเป็นพระประธานในวิหาร หุ่นขี้ผึ้งบูรพาจารย์ และของมีค่าอย่างอื่น รวมมูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท แต่ความรู้สึกสูญเสียของชาวบ้านประเมินค่าไม่ได้
 

       ด้านพระทศพร กิตติธโร รักษาการณ์แทนเจ้าอาวาสวัดแสงแก้วฯ เปิดเผยว่า ช่วงเกิดเหตุเป็นช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืน ได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดจึงออกมาดู ก็พบว่ามีไฟลุกไหม้วิหาร ก็เลยโทรแจ้ง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงมาช่วยดับ โดยทางพระเณรมาช่วยดับไฟ ด้วยแต่ไฟได้ลุกลามไปแล้ว ทำอะไรไม่ได้ ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง เพลิงจึงสงบ เบื้องต้นสาเหตุน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เพราะวิหารก่อสร้างมา 10 กว่าปี และตอนเกิดเหตุก็เป็นช่วงเวลากลางดึก ตอนนี้ได้แจ้งครูบาอริยชาติซึ่งติดกิจนิมนต์อยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาให้รับทราบแล้ว ซึ่งท่านก็ได้รับทราบและได้กำชับใช้ลูกศิษย์ตั้งสติ ทำใจกับสิ่งที่เกิดไปแล้ว และตั้งมั่นกับสิ่งที่จะทำในอนาคต โดยเหตุการณ์เกี่ยวกับไฟไหม้ครั้งนี้ พระครูบาอริยชาติได้พูดเตือนพระลูกวัดและลูกศิษย์ตั้งแต่ช่วงวันพระใหญ่ที่ผ่านมา ท่านบอกกลัวไฟจะไหม้วิหาร แต่ตอนนั้นคนที่ได้ยินก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุดังกล่าวขึ้นจริง
 

        นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ตนได้รับแจ้งรายงานเหตุจากนายอำเภอประมาณตีหนึ่ง โดยในเบื้องต้นทราบว่าไฟลุกไหม้ตั้งแต่ประมาณเที่ยงคืน ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้และมูลค่าเสียหายทั้งหมด ต้องรอให้ทางเจ้าหน้าที่ พฐ. ได้ทำงานเพื่อหาบทสรุปก่อน และตนก็ได้สั่งการให้โยธาธิการและผังเมือง และสำนักพุทธฯ มาตรวจสอบความเสียหายในวันจันทร์ เพื่อช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว สำหรับใครที่ต้องการจะมาเที่ยวที่วัดแสงแก้วในช่วงนี้ก็ยังมีจุดอื่นที่สวยงามน่าสนใจอีกมากมาย สามารถมาเที่ยวกันได้ตามปกติ 
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

ยาสูบเปิดประมูล 798.06 ล้าน สถานีใบยาเวียงพาน เริ่ม ส.ค. 67

 

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2567นายภูมิจิตต์ พงษ์พันธุ์งาม ผู้ว่าการ การยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) เปิดเผยว่า ยสท.ได้จัดประชุมรับฟังความเห็นและทดสอบความสนใจของนักลงทุน (Market Sounding) ในการเปิดประมูลเช่าที่ดินย่านไพรมแอเรีย 3 แปลง สัมปทานเช่ายาวสุด 30 ปี โดยมีตัวแทนภาคธุรกิจ ภาคเอกชน และนักลงทุนสนใจเข้าร่วมงานจำนวนมาก ขั้นตอนหลังจากนี้คาดว่าจะเปิดขายซองประกวดราคาได้ภายในเดือนสิงหาคม 2567 นี้

 

โครงการเปิดประมูลสัมปทานที่เช่าในครั้งนี้ มีบริษัท ออทรานส์ จำกัด เป็นที่ปรึกษาโครงการ นำเสนอรายละเอียดที่ดิน 3 แปลง ดังนี้

 

1.ที่ดินโฉนดเลขที่ 4744 และ 5215 พื้นที่รวม 2-2-93 ไร่ อยู่ในซอยสุขุมวิท 10 เขตคลองเตย เดิมเป็นที่พักของผู้บริหาร ยสท. ปัจจุบันไม่ได้ใช้ประโยชน์ ประเมินมูลค่าตลาดอยู่ที่ 756.83 ล้านบาท วางแผนให้เช่า 30 ปี ทำเลติดสวนป่าเบญจกิติฝั่งเหนือ เหมาะสำหรับพัฒนาโครงการมิกซ์ยูส ทั้งที่อยู่อาศัย และกิจกรรมเชิงพาณิชย์อื่น ๆ

 

2.พื้นที่บางส่วนของสำนักงานใหญ่ ยสท. เขตคลองเตย (ติดศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์) ขนาด 9 ไร่ โฉนดเลขที่ 3505 และ 3507 ประเมินมูลค่าตลาด 920.73 ล้านบาท รูปแบบให้เช่าที่ดินเปล่า พร้อมอาคารกีฬาในร่ม สนามแบดมินตัน และสนามเทนนิส วางแผนเปิดประมูลเช่าระยะกลาง 10 ปี เหมาะสำหรับพัฒนาโครงการสปอร์ตคอมเพล็กซ์และลานกีฬากลางแจ้ง

 

และ 3.แปลงที่ดินสถานีใบยาเวียงพาน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย พื้นที่รวม 75 ไร่ ทำเลติดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน ประเมินมูลค่าตลาด 798.06 ล้านบาท ทำเลยุทธศาสตร์การค้าชายแดน และเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ทำให้เพิ่มศักยภาพของแปลงที่ดิน แวดล้อมด้วยสถานที่ราชการ โรงพยาบาล สวนสาธารณะ เหมาะสำหรับพัฒนาโครงการขนาดใหญ่

 

ผู้ว่าการ ยสท. กล่าวว่า ยสท.มีทรัพย์สินรวมกัน 150 แปลง พื้นที่มากกว่า 6,000 ไร่ ทุกแปลงมีการศึกษาและบรรจุอยู่ในผังแม่บทการใช้ประโยชน์ที่ดิน มีการวิเคราะห์ศักยภาพและความเป็นไปได้ นำมาสู่การเปิดประมูลเฟสแรก 3 แปลงไฮไลต์ดังกล่าว

 

ถัดจากนี้ ยสท.ยังมีที่ดินทำเลศักยภาพสูง อาทิ แปลงโรงงานยาสูบ 1 ด้านหน้าติดถนนเจริญกรุง ด้านหลังติดแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้เอเชียทีค พื้นที่ 5 ไร่เศษ ใกล้กันมีอีกแปลงขนาด 3 ไร่เศษ รวมทั้งในภาคเหนือ อาทิ ลำปางที่เตรียมประมูลให้เช่าอาคารสำนักงานริมถนนบุญวาทย์ และมีแผนเปิดให้เช่าอาคารสำนักงานที่กระจายในภาคเหนือและภาคอีสาน สัญญาเช่า 3 ปี เป็นต้น

 

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับบิ๊กธุรกิจที่ ยสท.เชิญมาร่วมทำ Market Sonding ครั้งนี้ อาทิ บริษัท เฮอริเทจ เอสเตท, กลุ่มมาบุญครอง, PTTOR, นายณ์ เอสเตท, เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น, แอสเซทไวส์, เซ็นทรัลพัฒนา, เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย หรือ FPT เป็นต้น

 

ทั้งนี้ ยสท.เป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงการคลัง ปัจจุบันมีอสังหาริมทรัพย์ที่มีศักยภาพ และบางส่วนเหลือจากการใช้งาน สามารถนำมาจัดหาประโยชน์ด้วยการให้เช่าเชิงพาณิชย์ เพื่อใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่องค์กร

 

นโยบายนำทรัพย์สินมาเปิดประมูลให้เช่านั้น ริเริ่มในปีงบประมาณ 2566 โดยได้ว่าจ้างที่ปรึกษาในการจัดทำผังแม่บทหรือมาสเตอร์แพลน โดยพิจารณาแบ่งศักยภาพที่ดินเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ที่ดินที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ ที่ดินที่มีศักยภาพเชิงอุตสาหกรรม และที่ดินที่มีศักยภาพเชิงเกษตร ตามแผนจะเปิดประมูลสัญญาเช่าแบบระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว สูงสุด 30 ปี

 

เบื้องต้น ทรัพย์สินของ ยสท.กระจายอยู่ใน 3 ภูมิภาค ตามสัดส่วนทรัพย์สิน คือ พื้นที่ภาคอีสาน มีทรัพย์สินมากสุด สัดส่วน 54.67% รองลงมาอยู่ในภาคอีสาน สัดส่วน 32.00% และภาคกลาง มีสัดส่วนทรัพย์สิน 13.33%

 

รายละเอียด 3 ภูมิภาคหลัก ได้แก่ “ภาคเหนือ” มี 82 แปลง ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย 26 แปลง, เชียงใหม่ 40 แปลง, แพร่ 14 แปลง และลำพูนกับลำปางจังหวัดละ 1 แปลง

 

“ภาคอีสาน” 6 จังหวัด ได้แก่ หนองคาย 22 แปลง, นครพนม 11 แปลง, ขอนแก่น 10 แปลง ร้อยเอ็ด 2 แปลง และบึงกาฬ 1 แปลง

 

“ภาคกลาง” 4 แปลง ได้แก่ กรุงเทพฯ 10 แปลง สุโขทัยและเพชรบูรณ์จังหวัดละ 4 แปลง และพระนครศรีอยุธยา 2 แปลง

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : การยาสูบแห่งประเทศไทย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

เชียงราย ติด 1 ใน 5 ‘เมืองรอง’ ค้นหาใน อโกด้า ช่วงต้นฤดูฝนมากสุด

 

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2567 จากข้อมูลของ อโกด้า (Agoda) แพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ พบว่า จังหวัดเมืองรองที่นักเที่ยวชาวไทยค้นหามากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จันทบุรี นครศรีธรรมราช นครนายก ราชบุรี และเชียงราย ตามลำดับ โดยจังหวัดเมืองรองเหล่านี้มีที่เที่ยวที่หลากหลาย เที่ยวได้ไม่จำเจ ตั้งแต่การออกเที่ยวเพื่อดื่มดำไปกับธรรมชาติ จนถึงการไปชิมอาหารรสชาติพื้นเมือง

 

สถิติการค้นหาเมืองรองมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นถึง 23% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่าน โดยจากทั้ง 5 เมืองรองที่ถูกค้นหามากที่สุด พบว่า นครนายก (อันดับ 3) เป็นจังหวัดที่มียอดการค้นหาเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า ซึ่งการค้นหาเมืองรองที่เพิ่มขึ้นนี้ ชี้ให้เห็นถึงเทรนด์การท่องเที่ยวที่นักเดินทางต้องการค้นหาประสบการณ์ที่ยังไม่เคยสัมผัสมาก่อนจากเมืองรองมากขึ้น

 

Pierre Honne ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย อโกด้า กล่าวว่า ความนิยมเที่ยวเมืองรองที่เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่านักท่องเที่ยวชาวไทยต้องการสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวที่หลากหลาย และต่างไปจากเดิม ความร่วมมือระหว่างอโกด้าและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองรองได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เห็นได้จากการค้นหาเมืองรองโดยรวมที่เพิ่มขึ้น อโกด้ายินดีและพร้อมสนับสนุนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองรอง เพื่อเปิดโอกาสให้จังหวัดเมืองรองที่มีความโดดเด่นในแง่มุมต่างๆ เช่น วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติ เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น
 
 

เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวชาวไทย สถิติจากอโกด้ายังชี้ให้เห็นถึงปริมาณการค้นหาที่พักในจังหวัดเมืองรองของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น  โดยเมืองรองที่นักเที่ยวต่างชาติค้นหามากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ เชียงราย อุดรธานี นครศรีธรรมราช จันทบุรี และตรัง ตามลำดับ โดยจังหวัดเหล่านี้มีความโดดเด่นทั้งด้านวัฒนธรรม   และภูมิทัศน์ที่สวยงามหลากหลาย จึงเป็นที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยี่ยมเยียนเพื่อสัมผัสความเป็นไทย

 

ด้วยตัวเลือกที่พักที่มีความหลายหลายจากอโกด้า ไม่ว่าจะเป็นรีสอร์ทที่เงียบสงบ ไปจนถึงเกสต์เฮาส์ที่มีเสน่ห์ ช่วยให้การค้นหาที่พักสำหรับทุกการเดินทาง เช่น การเที่ยวเมืองรองในช่วงต้นฤดูฝนเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าที่เคย นอกจากนี้แพลตฟอร์มอโกด้ายังมีบริการต่าง ๆ ที่ช่วยเสริมประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ครอบคลุมในทุกความต้องการของนักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นการเที่ยวในหรือต่างประเทศ ทั่วโลก

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อโกด้า

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News