Categories
NEWS UPDATE

ไปรษณีย์ไทยปรับค่าบริการใหม่ เริ่ม 1 ม.ค. 2568

ไปรษณีย์ไทยเตรียมปรับค่าบริการใหม่ เริ่ม 1 ม.ค. 2568 เพื่อรองรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2567 ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า ไปรษณีย์ไทยเตรียมปรับอัตราค่าบริการไปรษณียภัณฑ์พื้นฐานใหม่ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นการดำเนินงานระยะที่ 2 หลังจากการปรับขึ้นค่าบริการครั้งแรกเมื่อปี 2565 เนื่องจากไปรษณีย์ไทยไม่ได้ปรับอัตราค่าบริการมานานกว่า 18 ปี โดยการปรับอัตราค่าบริการในครั้งนี้เป็นไปตามกฎกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงและต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น

รายละเอียดอัตราค่าบริการใหม่

สำหรับอัตราค่าบริการที่ปรับขึ้นใหม่ในปี 2568 นี้ ครอบคลุมบริการหลายประเภท ได้แก่

  • จดหมายประเภทซอง
  • จดหมายประเภทหีบห่อ
  • จดหมายประเภทซองลงทะเบียน
  • จดหมายประเภทหีบห่อลงทะเบียน
  • ของตีพิมพ์
  • ไปรษณียบัตร
  • พัสดุไปรษณีย์

โดยในพิกัดแรกของจดหมายที่มีน้ำหนักไม่เกิน 10 กรัม จะมีราคาอยู่ที่ 5 บาท ส่วนบริการ EMS ในประเทศและบริการอื่น ๆ ของไปรษณีย์ไทยจะยังคงคิดค่าบริการในอัตราเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถเลือกใช้บริการอีโคโพสต์ ซึ่งเป็นบริการส่งแบบประหยัดและสามารถตรวจสอบสถานะได้ แทนการส่งจดหมายลงทะเบียน ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายแต่ยังสามารถติดตามสถานะการจัดส่งได้

พัฒนาบริการรองรับภาคประชาชนและธุรกิจ

ดร.ดนันท์ ระบุว่า ไปรษณีย์ไทยให้ความสำคัญกับการรองรับผู้ใช้บริการทั้งภาคประชาชนและภาคธุรกิจเป็นหลัก โดยได้พัฒนาบริการใหม่ๆ เพื่อเป็นทางเลือกในการจัดการด้านเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ครบวงจร และเตรียมยกระดับบริการที่ช่วยให้สามารถส่งเอกสารและจดหมายในรูปแบบดิจิทัล เช่น บริการ Prompt Post ที่ช่วยให้สามารถเปลี่ยนการส่งจดหมายจากรูปแบบ Physical เป็น Digital นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำอัตราค่าบริการราคาพิเศษสำหรับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่ฝากส่งเอกสารและจดหมายในปริมาณมากเพื่อให้บริการในราคาที่คุ้มค่าและประหยัดยิ่งขึ้น

โปรโมชันพิเศษสำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์

เพื่อส่งเสริมการใช้งานในกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ไปรษณีย์ไทยยังได้จัดโปรโมชันพิเศษสำหรับผู้ค้าที่ขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม LINE Shopping ซึ่งเป็นการเสริมสร้างช่องทางการขนส่งที่สะดวกสบายและคุ้มค่าสำหรับผู้ประกอบการออนไลน์ ที่ต้องการลดต้นทุนในการส่งสินค้าถึงลูกค้า

การปรับขึ้นอัตราค่าบริการไปรษณียภัณฑ์ครั้งนี้แสดงถึงความพยายามของไปรษณีย์ไทยในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพเศรษฐกิจและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการที่เปลี่ยนแปลงไป

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ไปรษณีย์ไทย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

ศปช. ย้ำข่าวน้ำท่วมแม่สายซ้ำไม่จริง เตือนเฝ้าระวังฝนใต้

ศปช.ย้ำข่าวลือ “ฝนหนักต้นน้ำแม่สายอาจท่วมซ้ำ” ไม่จริง ยืนยันสภาพอากาศแห้งแล้ว

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2567 ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปช.) ย้ำว่า ข่าวลือเรื่องฝนหนักต้นน้ำแม่สายจะทำให้เกิดน้ำท่วมซ้ำในพื้นที่นั้นไม่เป็นความจริง แม้ว่าจะมีฝนตกบ้างตามสภาพอากาศที่แปรปรวน แต่เนื่องจากเข้าสู่ฤดูหนาวและปริมาณน้ำในลำน้ำต่าง ๆ อยู่ในระดับต่ำ จึงไม่ส่งผลกระทบหนัก นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนอากาศแปรปรวนในประเทศไทยตอนบนไปจนถึงวันที่ 6 พฤศจิกายน โดยในภาคเหนืออาจมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง อุณหภูมิจะลดลงอีก 1-2 องศาเซลเซียส พร้อมเตือนประชาชนในพื้นที่ดูแลสุขภาพและระวังอัคคีภัยที่อาจเกิดจากสภาพอากาศแห้งและลมแรง

ข่าวลือฝนตกหนักที่แม่สาย ยืนยันไม่มีผลกระทบน้ำท่วมซ้ำ

ข่าวลือที่ว่าลมฝ่ายตะวันตกจะทำให้เกิดฝนตกหนักในต้นน้ำของอำเภอแม่สาย และอาจทำให้เกิดน้ำท่วมซ้ำรอยนั้น กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า แม้ในช่วงนี้จะยังคงได้รับอิทธิพลจากลมตะวันตกอยู่บ้าง แต่มีลมตะวันออกเฉียงเหนือเข้ามาปกคลุม ซึ่งไม่ก่อให้เกิดฝนหนักถึงขั้นน้ำท่วม การทดสอบแบบจำลองสภาพอากาศพบว่าโอกาสที่จะเกิดฝนตกหนักนั้นน้อยมากและไม่ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำในลุ่มน้ำต้นน้ำแม่สาย

ฝนตกหนักในภาคใต้ เฝ้าระวังดินถล่มและน้ำป่าใน 13 จังหวัด

ขณะที่สถานการณ์ในภาคใต้ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักในหลายพื้นที่ เช่น จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และอื่น ๆ รวม 13 จังหวัด โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้จัดเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่พร้อมติดตั้งป้ายเตือนประชาชนที่สัญจรในเส้นทางที่มีความเสี่ยง

แผนช่วยเหลือและโอนเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำ ศปช. ระบุว่า การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยมีกำหนดโอนเงินเยียวยาผ่านระบบพร้อมเพย์ในวันพุธที่ 6 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งจะครอบคลุมกว่า 3 หมื่นครัวเรือน รวมเป็นเงินช่วยเหลือที่ได้รับอนุมัติแล้ว 1,695,653,000 บาท

เตรียมรับมือภัยแล้งตั้งแต่เนิ่นๆ รัฐบาลเร่งแผนการจัดการน้ำ

ในด้านการรับมือกับภัยแล้ง นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุมเพื่อวางแผนการเตรียมพร้อมรับมือฤดูแล้งปี 2567/68 ในจังหวัดนครราชสีมา โดยรัฐบาลได้วาง 8 มาตรการเพื่อเฝ้าระวังและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น อาทิ การสำรวจแหล่งน้ำสำรอง การจัดการน้ำในอ่างลำตะคอง และการสร้างความเข้าใจกับประชาชนในการใช้น้ำอย่างมีคุณค่า

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

เที่ยวบินปฐมฤกษ์ Air Asia กัวลาลัมเปอร์-เชียงราย เริ่มแล้ว

ททท. ต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ Air Asia กัวลาลัมเปอร์-เชียงราย เพิ่มศักยภาพท่องเที่ยว High Season

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2567 เวลา 14.00 น. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในจังหวัดเชียงราย ให้การต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของสายการบิน Air Asia เที่ยวบิน AK 871 ที่บินตรงจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย มายังท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย โดยมีนายกีรติ กิจมานะวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และผู้บริหาร ททท. และหน่วยงานท้องถิ่น ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสนี้

คณะผู้โดยสาร นักบิน และลูกเรือของเที่ยวบินปฐมฤกษ์ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่ โดยมีการมอบพวงมาลัยดอกไม้และของที่ระลึกเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเปิดประตูการท่องเที่ยวสู่เชียงรายอย่างเป็นทางการ

เชียงรายเร่งฟื้นฟูการท่องเที่ยวต้อนรับ High Season หลังน้ำท่วมครั้งใหญ่

จังหวัดเชียงรายผนึกกำลังกับทุกภาคส่วนในการฟื้นฟูการท่องเที่ยวหลังจากประสบกับวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ผ่านมา การเปิดรับเที่ยวบินตรงจากกัวลาลัมเปอร์ในครั้งนี้เป็นหนึ่งในแผนการกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วง High Season ซึ่งเชียงรายได้เตรียมกิจกรรมและงานเทศกาลท่องเที่ยวมากมาย เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เช่น งานประเพณีลอยกระทงยี่เป็งนครเชียงราย กิจกรรม Mae Salong Trail งานมหกรรมดอกไม้อาเซียน งานเทศกาลเชียงรายดอกไม้งาม และงานเคาท์ดาวน์เชียงราย 2025

หลากหลายกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น

เชียงรายได้จัดเตรียมกิจกรรมท่องเที่ยวที่ผสมผสานทั้งกีฬา วิถีวัฒนธรรมท้องถิ่น และผลิตภัณฑ์ชุมชนอย่างหลากหลาย เพื่อสร้างสีสันให้กับฤดูท่องเที่ยว นับตั้งแต่ประเพณีการลอยกระทงที่งดงามในวิถีล้านนาไปจนถึงการจัดแสดงดอกไม้นานาพันธุ์ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในงานมหกรรมดอกไม้อาเซียนและเทศกาลเชียงรายดอกไม้งาม ที่คาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสความสวยงามของธรรมชาติและวัฒนธรรมเชียงราย และช่วยกระจายรายได้หมุนเวียนสู่ระบบเศรษฐกิจในท้องถิ่น

การเปิดเที่ยวบินตรงจากกัวลาลัมเปอร์มายังเชียงรายในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สร้างโอกาสทางการท่องเที่ยว แต่ยังแสดงถึงความพร้อมของเชียงรายในการเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ ทั้งในด้านวัฒนธรรมและธรรมชาติที่น่าหลงใหล

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : Mae Fah Luang Chiang Rai International Airport – CEI

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

‘โฮงยาไทย’ จัดประชาพิจารณ์ โครงการที่จอดรถเอกชนลงทุน

โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ จัดประชาพิจารณ์โครงการที่จอดรถเอกชนลงทุน “โฮงยาไทย PARKING COMPLEX”

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ได้จัดประชาพิจารณ์โครงการที่จอดรถเอกชนลงทุนในชื่อ “โฮงยาไทย PARKING COMPLEX” ที่ห้องประชุมเสม พริ้งพวงแก้ว ชั้น 4 อาคารโภชนาการ อำเภอเมืองเชียงราย โดยมีแพทย์หญิงอัจฉรา ละอองนวลพานิช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง เจ้าหน้าที่จากส่วนราชการ ภาคประชาชน สื่อมวลชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมในการประชาพิจารณ์

วัตถุประสงค์และความสำคัญของโครงการ

โครงการที่จอดรถเอกชนลงทุน “โฮงยาไทย PARKING COMPLEX” เกิดขึ้นเนื่องจากความต้องการที่จอดรถที่เพียงพอสำหรับผู้มาใช้บริการโรงพยาบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วย ญาติ และเจ้าหน้าที่ในการเข้าถึงโรงพยาบาล โครงการนี้ถูกออกแบบเพื่อดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ พ.ศ. 2547 ที่เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุนบนพื้นที่ราชพัสดุ เพื่อลดภาระงบประมาณของภาครัฐและให้ประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน

ขั้นตอนการดำเนินโครงการและการคัดเลือกเอกชนลงทุน

ขั้นตอนการดำเนินงานในโครงการนี้ได้ถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจน คณะอนุกรรมการสวัสดิการจัดทำโครงการฯ ได้เสนอขออนุมัติต่อคณะกรรมการสวัสดิการ ซึ่งเมื่อได้รับอนุมัติแล้ว จะเข้าสู่ขั้นตอนการสรรหาเอกชนเข้ามาลงทุนและทำสัญญานิติกรรม เงื่อนไขการเช่าพื้นที่ราชพัสดุขนาด 2.5 ไร่ จะกำหนดสัญญาเช่าเป็นระยะเวลา 30 ปี โดยการเช่านี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และค่าตอบแทนที่ระบุไว้ตามระเบียบราชการ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นประโยชน์แก่ส่วนราชการ

การประสานงานกับกองทัพอากาศในด้านความปลอดภัย

เนื่องจากโครงการที่จอดรถเอกชนลงทุนนี้ตั้งอยู่ใกล้เคียงกับสนามบินฝูงบิน 416 เชียงราย จึงต้องได้รับการอนุมัติจากกองทัพอากาศในด้านความปลอดภัย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินโครงการ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์จะมีการประสานงานกับกองทัพอากาศในการพิจารณาความปลอดภัยของโครงการ เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการจะไม่ส่งผลกระทบต่อเขตปลอดภัยทางทหาร

การเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

ประชาพิจารณ์ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกภาคส่วน รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้แสดงความคิดเห็นและเสนอแนะเกี่ยวกับโครงการ เพื่อนำข้อมูลที่ได้รับมาพิจารณาให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดสรรทรัพยากรและการวางแผนโครงการที่โปร่งใส เพื่อให้ทุกขั้นตอนดำเนินไปด้วยความราบรื่นและเกิดประโยชน์แก่ประชาชน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

เชียงรายเตือนประชาชนรับมืออากาศเย็นและหมอกหนา

เชียงรายอุณหภูมิลดต่ำ หมอกหนาจัด ผู้ขับขี่ต้องเพิ่มความระมัดระวัง

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2567 สื่อมติชนรายงานว่า ประชาชนชาวเชียงรายผู้ขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่สัญจรบนท้องถนน โดยเฉพาะถนนพหลโยธิน สายแม่จัน-แม่สาย ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ เนื่องจากสภาพอากาศที่เย็นลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีหมอกหนาปกคลุมในช่วงเช้า ซึ่งลดรัศมีการมองเห็นของผู้ขับขี่เหลือไม่ถึง 1 กิโลเมตร ส่งผลให้ผู้ขับขี่ต้องเปิดไฟหน้ารถเพื่อป้องกันอันตราย โดยหมอกหนานี้เกิดขึ้นในช่วงเช้ามืดถึงสาย ก่อนที่จะสลายตัวไป ลักษณะดังกล่าวพบได้ทุกวันในช่วงนี้ โดยเฉพาะในพื้นที่นอกเมืองหรือพื้นที่ที่มีความหนาแน่นของป่าและนาข้าว

การเตรียมรับมือสภาพอากาศเย็นจากมวลอากาศเย็นจากจีน

นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า ทางจังหวัดได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ 18 อำเภอให้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์อุณหภูมิที่ลดต่ำลง ภายหลังจากที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 1 ระบุว่ามวลอากาศเย็นกำลังปานกลางถึงค่อนข้างแรงจากประเทศจีนกำลังแผ่ลงมาปกคลุมทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ทำให้ในระยะแรกมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในบางพื้นที่ ก่อนที่อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ทำให้อากาศในตอนเช้าเย็นจัดและมีลมแรง โดยเฉพาะในเขตจังหวัดทางตอนบนของประเทศไทย

คำแนะนำในการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยจากอากาศหนาว

นายประเสริฐกล่าวว่า ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสภาพอากาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด และควรสวมใส่เสื้อผ้าหนาๆ เพื่อรักษาความอบอุ่นให้กับร่างกาย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ผู้พิการ และสตรีมีครรภ์ ควรดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ และควรงดเว้นการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อลดความหนาว เนื่องจากแอลกอฮอล์จะทำให้ร่างกายสูญเสียความร้อน ซึ่งอาจทำให้อุณหภูมิร่างกายลดต่ำจนเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้

นอกจากนี้ ประชาชนควรระมัดระวังการก่อไฟผิงเพื่อคลายความหนาว เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอัคคีภัยได้ หากไม่มีการดูแลอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ คำแนะนำดังกล่าวจะมีผลตั้งแต่ช่วงนี้ไปจนถึงสิ้นสุดฤดูหนาว

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
NEWS UPDATE

ไทยครองอันดับหนึ่งประเทศที่ใช้ ‘มอเตอร์ไซค์’ มากที่สุดในโลก

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2567 เว็บไซต์ WorldAtlas ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลด้านภูมิศาสตร์ สังคมวิทยา ประชากรศาสตร์ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ การเมือง และการเดินทางที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1994 ได้เผยรายงานที่น่าสนใจเกี่ยวกับการใช้มอเตอร์ไซค์ในแต่ละประเทศทั่วโลก โดยรายงานระบุว่า ประเทศไทยครองอันดับหนึ่งในด้านจำนวนครัวเรือนที่มีการครอบครองมอเตอร์ไซค์มากที่สุดในโลก โดยมีถึง 87% ของครัวเรือนในไทยที่มีมอเตอร์ไซค์ใช้งาน ซึ่งหมายถึงกว่า 15 ล้านครัวเรือนในประเทศที่ครอบครองมอเตอร์ไซค์ ทำให้ประเทศไทยมีอัตราการครอบครองมอเตอร์ไซค์ต่อครัวเรือนสูงที่สุดในโลก

ประเทศไทยแซงหน้าเวียดนามในสัดส่วนการครอบครองมอเตอร์ไซค์

ในขณะที่หลายคนอาจเข้าใจว่าเวียดนามเป็นประเทศที่มีการใช้งานมอเตอร์ไซค์มากที่สุดในโลก เนื่องจากสามารถพบเห็นมอเตอร์ไซค์จำนวนมากได้ตามท้องถนน โดยเฉพาะในนครโฮจิมินห์ รายงานล่าสุดจาก Pew Research Centre ระบุว่าประเทศไทยได้แซงหน้าเวียดนามไปเพียงเล็กน้อย โดยสัดส่วนครัวเรือนที่ครอบครองมอเตอร์ไซค์ในไทยอยู่ที่ 87% ขณะที่เวียดนามมีอยู่ 86% ส่งผลให้ประเทศไทยขึ้นแท่นอันดับหนึ่งของโลกในด้านจำนวนผู้ใช้มอเตอร์ไซค์ต่อครัวเรือน

10 อันดับประเทศที่มีมอเตอร์ไซค์ต่อครัวเรือนมากที่สุดในโลก

  1. ไทย – 87% ของครัวเรือนมีมอเตอร์ไซค์
  2. เวียดนาม – 86% ของครัวเรือนมีมอเตอร์ไซค์
  3. อินโดนีเซีย – 85% ของครัวเรือนมีมอเตอร์ไซค์
  4. มาเลเซีย – 83% ของครัวเรือนมีมอเตอร์ไซค์
  5. จีน – 60% ของครัวเรือนมีมอเตอร์ไซค์
  6. อินเดีย – 47% ของครัวเรือนมีมอเตอร์ไซค์
  7. ปากีสถาน – 43% ของครัวเรือนมีมอเตอร์ไซค์
  8. ไนจีเรีย – 35% ของครัวเรือนมีมอเตอร์ไซค์
  9. ฟิลิปปินส์ – 32% ของครัวเรือนมีมอเตอร์ไซค์
  10. บราซิล – 29% ของครัวเรือนมีมอเตอร์ไซค์

ความต้องการมอเตอร์ไซค์ในไทยสูง สาเหตุและผลกระทบจากการจราจร

รายงานยังระบุอีกว่า ความต้องการใช้มอเตอร์ไซค์ในประเทศไทยมีสูง เนื่องจากสภาพการจราจรที่หนาแน่นและสภาพถนนที่ท้าทาย ทำให้การเดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์กลายเป็นวิธีการเดินทางที่สะดวกและคล่องตัว อย่างไรก็ตาม การใช้งานมอเตอร์ไซค์ในไทยกลับกลายเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นจำนวนมาก จากข้อมูลของเว็บไซต์ Bike Republic ระบุว่าประเทศไทยมีสถิติอุบัติเหตุทางถนนที่เกี่ยวข้องกับมอเตอร์ไซค์มากที่สุดในโลก โดยกว่า 74% ของอุบัติเหตุบนท้องถนนมีมอเตอร์ไซค์เป็นส่วนหนึ่ง

การสูญเสียชีวิตและการบาดเจ็บของผู้ใช้มอเตอร์ไซค์ในไทย

การใช้งานมอเตอร์ไซค์อย่างแพร่หลายในไทยส่งผลให้ผู้ใช้มอเตอร์ไซค์เป็นกลุ่มที่มีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุสูงที่สุดเช่นกัน โดยข้อมูลจาก Thai Safety Collaboration (Thai RSC) ระบุว่า ในปี 2567 มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนในไทยถึง 2,601 ราย โดย 79% ของผู้เสียชีวิตเป็นผู้ใช้มอเตอร์ไซค์เท่านั้น และในเดือนมกราคมปีนี้ มีชาวต่างชาติเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนในไทยถึง 75 ราย

จากข้อมูลเหล่านี้ทำให้เห็นว่าการใช้มอเตอร์ไซค์ในไทยมีทั้งข้อดีในการช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางในเมืองที่มีการจราจรคับคั่ง แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความท้าทายในการเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : WorldAtlas

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

เทรนด์การใช้จ่ายใหม่ คนรุ่นใหม่ไทยเน้นประสบการณ์มากกว่าสินค้าฟุ่มเฟือย

รายงานแนวโน้มการใช้จ่ายของผู้บริโภคชาวไทยในปี 2567

แนวโน้มการใช้จ่ายสิ่งของจำเป็นเพิ่มขึ้นในหมู่คนรุ่นใหม่

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2567 ยุทธชัย เตยะราชกุล กรรมการผู้จัดการ บุคคลธนกิจ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ได้เปิดเผยรายงานผลการศึกษาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในอาเซียน (ASEAN Consumer Sentiment Study – ACSS) ประจำปี 2024 โดยพบว่า ผู้บริโภคชาวไทยกว่า 42% ใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในสิ่งของจำเป็น โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z (52%) และ Gen Y (47%) ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้มีผู้หญิงเป็นกลุ่มหลักที่มีกำลังซื้อสูงขึ้น

การตอบสนองต่อความกังวลด้านอัตราเงินเฟ้อ

จากการศึกษาพบว่า อัตราเงินเฟ้อเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้บริโภคกังวลมากที่สุด โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามถึง 64% ระบุว่านี่คือปัญหาหลัก ขณะที่อีก 60% ชี้ให้เห็นถึงค่าใช้จ่ายในครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น และ 58% แสดงความกังวลต่อการออมที่ลดลง ทำให้ผู้บริโภคเริ่มลดค่าใช้จ่ายสินค้าที่ไม่จำเป็น โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 51% ระบุว่าได้ลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้

การลงทุนเพื่อประสบการณ์ – เทรนด์ใหม่ในหมู่ผู้บริโภค

แม้จะมีภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ผู้บริโภคชาวไทยให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายเพื่อประสบการณ์มากกว่าสินค้าฟุ่มเฟือย ซึ่งการใช้จ่ายในด้านประสบการณ์มีมากกว่า 40% โดยเน้นที่การเดินทาง การรับประทานอาหารในร้านอาหารชั้นนำ การเข้าร่วมคอนเสิร์ต และอีเวนต์ต่าง ๆ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่ใช้จ่ายเพื่อประสบการณ์มากถึง 56% และ Gen Y ที่ 45%

การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเพิ่มสูงขึ้นในต่างประเทศ

ตามข้อมูลจากวีซ่า ประเทศไทย พบว่า การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเพื่อประสบการณ์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในหมวดการรับประทานอาหาร การเดินทาง และการเข้าร่วมงานบันเทิงต่าง ๆ ซึ่งมีการเติบโตสูงสุดถึง 57% การเดินทางระหว่างประเทศยังคงเป็นแนวโน้มที่สำคัญในการใช้จ่าย โดยผู้บริโภคชาวไทยกว่า 58% ระบุว่าได้เดินทางไปยังประเทศในภูมิภาคอาเซียน เช่น สิงคโปร์ เวียดนาม และมาเลเซีย ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม

คนรุ่นใหม่กับการบริหารการเงินเพื่ออนาคตที่มั่นคง

ถึงแม้จะมีแนวโน้มการใช้จ่ายเพื่อประสบการณ์เพิ่มขึ้น แต่ผู้บริโภคชาวไทยยังคงให้ความสำคัญกับการออมและการลงทุน โดยมีถึง 57% ที่ระบุว่ามีเงินสำรองฉุกเฉินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายสามเดือน ขณะเดียวกัน บัญชีเงินฝากของกลุ่ม Gen Z เพิ่มขึ้นถึง 52% และ Gen Y เพิ่มขึ้น 27% นอกจากนี้ การลงทุนในต่างประเทศโดยคนรุ่นใหม่เติบโตขึ้น 10% โดยเฉพาะการลงทุนในกองทุนต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นถึง 14%

การวางแผนมรดกและการออมเพื่อเกษียณอายุ

ในแง่ของการวางแผนมรดกและการออมเพื่อเกษียณ พบว่าผู้บริโภคชาวไทยมีความรู้ด้านการเกษียณอายุอย่างเพียงพอ โดยกว่า 9 ใน 10 คนได้เริ่มวางแผนการเกษียณอายุแล้ว และ 41% ได้ระบุชื่อผู้รับผลประโยชน์ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ขณะที่อีก 25% ยังไม่ได้เริ่มวางแผนมรดกใด ๆ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :  ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

ไฟไหม้โกดังลำไยเชียงราย หวั่นผลกระทบสุขภาพ

 

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2567 เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงในโกดังเก็บลำไย อบแห้งใน ต.ท่าก๊อ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย เมื่อเวลา 07.00 น. โดยนายปฤษฎางค์ สามัคคีนิชย์ นายอำเภอแม่สรวย ได้รับแจ้งเหตุจาก อบต.ท่าก๊อ ว่าโกดังเก็บสินค้าของโรงงานอบลำไยในพื้นที่หมู่ 10 เกิดเพลิงไหม้หนัก เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ส่งรถดับเพลิงเข้าดับไฟทันที พร้อมเสริมกำลังรถจากหน่วยงานท้องถิ่นใกล้เคียงรวมกว่า 20 คัน

การดับเพลิงเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากโกดังมีสินค้าจำนวนมากและมีโครงเหล็กเรียงซ้อนสูงทำให้เพลิงลุกลามรวดเร็ว โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลานานกว่า 9 ชั่วโมงในการควบคุมเพลิง หน่วยงานท้องถิ่นยังได้เตือนประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงให้ระวังการสูดดมควันไฟที่พวยพุ่งตลอดเวลา เนื่องจากมีผลต่อสุขภาพ

นอกจากนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงรายได้จัดหน่วยงานลงพื้นที่เพื่อติดตามสุขภาพของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้มีปัญหาทางเดินหายใจ นายแพทย์วัชรพงษ์ คำหล้า นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย แนะนำให้ประชาชนงดกิจกรรมกลางแจ้งและสวมหน้ากากอนามัยหากต้องออกไปนอกอาคาร

การเกิดไฟไหม้ครั้งนี้ส่งผลให้เกิดควันไฟกระจายทั่วบริเวณ และต้องใช้รถแบคโฮเพื่อเข้าช่วยเคลื่อนย้ายโครงเหล็กออกจากจุดที่ยังมีเชื้อเพลิง ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะประสานกันอย่างต่อเนื่องเพื่อประเมินสถานการณ์และหามาตรการระยะยาวในการป้องกันเหตุในอนาคต

มาตรการป้องกันสุขภาพสำหรับประชาชน

  • หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านในช่วงที่มีควันไฟ และสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น PM 2.5 หากจำเป็นต้องออกนอกอาคาร
  • ตรวจสอบสุขภาพของตนเองและครอบครัว หากพบอาการผิดปกติ เช่น หายใจลำบากหรือแน่นหน้าอก ให้ไปพบแพทย์ทันที

เหตุการณ์ครั้งนี้ได้รับการควบคุมอย่างต่อเนื่อง และหน่วยงานท้องถิ่นได้วางมาตรการฟื้นฟูสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

ไทยติดท็อป 5 ประเทศขับรถที่นักท่องเที่ยวกังวลมากที่สุด

ไทยติดอันดับท็อป 5 ประเทศที่นักท่องเที่ยวกังวลในการขับรถมากที่สุด

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2567 ฐานเศรษฐกิจรายงานว่า ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 5 ในการสำรวจประเทศที่นักท่องเที่ยวและผู้ขับขี่ต่างชาติรู้สึกกังวลเมื่อต้องขับรถ รองจากอินเดีย เวเนซุเอลา ซิมบับเว และโมร็อกโก การสำรวจครั้งนี้จัดทำโดย Scrap Car Comparison บริษัทผลิตรถยนต์จากสหราชอาณาจักร ที่สำรวจผู้ขับขี่รถยนต์กว่า 2,000 คนจาก 10 ประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย เยอรมนี และแอฟริกาใต้ ผู้ขับขี่จะให้คะแนนความรู้สึกกังวลในการขับรถในประเทศที่พวกเขาไม่คุ้นเคย โดยให้คะแนนตั้งแต่ 1 ถึง 10 (1 ไม่ประหม่าเลย และ 10 ประหม่ามากที่สุด)

อินเดียติดอันดับ 1 ในความกังวลในการขับขี่สูงสุด

อินเดียครองอันดับที่ 1 ด้วยคะแนนเฉลี่ยความกังวล 7.15 จาก 10 คะแนน เนื่องจากการจราจรที่คาดเดายาก มีทั้งรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ รถสามล้อ และปศุสัตว์ที่ใช้ถนนร่วมกัน เมืองใหญ่ของอินเดีย เช่น เบงกาลูรู มุมไบ และปูเน่ ยังติดอันดับ 10 เมืองที่มีความคับคั่งในการจราจรมากที่สุดตามดัชนีการจราจรของ TomTom ประจำปี 2023 ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกเครียดและหวาดกลัวเมื่อต้องขับรถในประเทศนี้

ไทยติดอันดับ 5 ในการขับขี่ที่น่ากังวล

สำหรับประเทศไทย นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักรู้สึกกังวลเมื่อขับรถในประเทศนี้ เนื่องจากการขับรถชิดซ้ายที่อาจไม่คุ้นเคยสำหรับบางคน และการที่รถจักรยานยนต์มีบทบาทสำคัญบนท้องถนน ซึ่งมักทำให้การจราจรติดขัด โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพมหานครและเชียงใหม่ ที่มีการจราจรหนาแน่นอย่างสม่ำเสมอ ส่วนในพื้นที่ชนบท ผู้ขับขี่อาจรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นกับทัศนียภาพของภูเขาและชายหาดที่สวยงาม แต่ยังคงมีความท้าทายด้านการขับขี่และความปลอดภัย

ปัจจัยที่ทำให้นักท่องเที่ยวกังวลในการขับรถ

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการขับรถในประเทศที่ไม่คุ้นเคย โดยเฉพาะในประเทศที่มีกฎจราจรและมารยาทการขับขี่ที่แตกต่างจากประเทศบ้านเกิด อาจทำให้เกิดความกังวลและความประหม่าสำหรับนักท่องเที่ยว การที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากมักเช่ารถเพื่อสำรวจสถานที่ต่าง ๆ ด้วยตนเอง ทำให้พวกเขาต้องเผชิญกับความท้าทายของการขับรถในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย และการที่รถจักรยานยนต์ครองถนนจำนวนมากในประเทศไทยยังสร้างความเครียดให้กับผู้ขับขี่ที่ไม่คุ้นเคยกับการเดินทางในประเทศนี้

แม้จะมีความกังวล แต่การสำรวจนี้ไม่ได้อิงตามข้อมูลทางสถิติ เช่น ความปลอดภัยบนท้องถนนหรืออัตราการเสียชีวิต แต่อิงตามการรับรู้และประสบการณ์ของผู้ขับขี่ต่างชาติที่ไม่ใช่คนในพื้นที่

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ฐานเศรษฐกิจ

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

ผู้เฒ่าไร้สัญชาติ นับหมื่นคนในเชียงราย

ครม. เตรียมรับมือฝุ่น PM2.5 และปัญหาสัญชาติ พร้อมบูรณาการแก้ไขแบบครบวงจร

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้หารือเรื่องมาตรการป้องกันและเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทุกปีในช่วงฤดูหนาว โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี ร่วมกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้นำในการบูรณาการมาตรการป้องกันและลดผลกระทบของฝุ่น PM2.5 ซึ่งต้องทำงานร่วมกันกับกระทรวงคมนาคม กระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการคมนาคมและภาคอุตสาหกรรม

มาตรการบูรณาการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 หลายมิติ

ในการประชุมดังกล่าว มีการพูดถึงแนวทางป้องกันฝุ่น PM2.5 โดยใช้หลายมาตรการ ทั้งการคุมเข้มการตรวจสอบยานพาหนะที่ปล่อยควันดำ การลดการเผาวัสดุทางการเกษตร เช่น ข้าวโพดและอ้อย รวมถึงการควบคุมการปล่อยมลพิษจากภาคอุตสาหกรรม โดยขอความร่วมมือจากกระทรวงต่าง ๆ ให้ตรวจจับและควบคุมการปล่อยมลพิษอย่างเข้มงวด ในส่วนของกระทรวงคมนาคม จะมีมาตรการเข้มงวดในการตรวจจับรถยนต์ที่ปล่อยควันดำ ส่วนกระทรวงอุตสาหกรรมจะควบคุมมาตรการในโรงงานและกิจการที่มีผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ โดยเฉพาะโรงงานที่มีการเผาไหม้หรือใช้สารเคมีที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังได้เสนอแผนการจัดการไฟป่าและการควบคุมหมอกควันข้ามแดนที่เข้มงวดเพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในปี 2568 ซึ่งจะมีมาตรการทั้งระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับจังหวัด เช่น การสร้างแผนที่เสี่ยงการเผา การตั้งจุดตรวจสกัดในพื้นที่เสี่ยง การตรวจจับการเผาในเขตชุมชนและริมทาง รวมถึงการส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาใช้วิธีการที่ไม่ต้องเผาในการเตรียมพื้นที่เพาะปลูก โดยการให้สิทธิประโยชน์และสนับสนุนเกษตรกรที่ปฏิบัติตามแนวทางนี้

แนวทางแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคล

อีกหนึ่งวาระสำคัญในที่ประชุม ครม. คือการเร่งรัดแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลและสัญชาติให้แก่ผู้ที่อพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลานาน รวมถึงบุตรที่เกิดในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันยังคงเหลือบุคคลที่รอการพิจารณาสถานะถึง 483,626 ราย โดยสภาความมั่นคงแห่งชาติได้เสนอให้ปรับหลักเกณฑ์เพื่อให้การดำเนินการรวดเร็วยิ่งขึ้น จากเดิมที่ใช้เวลาพิจารณาถึง 270 วัน ปรับลดลงเหลือ 5 วัน ซึ่งจะช่วยให้การพิจารณาสถานะบุคคลเกิดประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้น

มติสำคัญในการประชุมด้านสิ่งแวดล้อมและการลดก๊าซเรือนกระจก

ที่ประชุมยังได้หารือเกี่ยวกับแนวทางการลดก๊าซเรือนกระจกและการสนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมีการเห็นชอบในวาระสำคัญ 4 เรื่อง ได้แก่ การสนับสนุนโครงการความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างไทย-เยอรมัน เพื่อการพัฒนาพลังงานและการเคลื่อนย้ายด้วยเงินอุดหนุน 234 ล้านบาท การส่งเสริมชุมชนคาร์บอนต่ำในระดับพื้นที่ การควบคุมโรงงานที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพประชาชน และมาตรการรับมือสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในปี 2568 ซึ่งจะมีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการระดับภาคและระดับจังหวัดเพื่อประสานงานการป้องกันและแก้ไขปัญหา

บทสรุปของแนวทางแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ

ในช่วงท้ายของการประชุม ครม. ได้ย้ำถึงการเตรียมความพร้อมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องบูรณาการทำงานร่วมกัน เช่น การควบคุมฝุ่นละอองจากยานพาหนะ โรงงาน การเผาในพื้นที่ชุมชน รวมถึงการเตรียมพร้อมด้านสาธารณสุข เช่น การสื่อสารเตือนประชาชนให้ติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองอย่างใกล้ชิดผ่านแอปพลิเคชัน Air4Thai

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News