Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

โครงการธรรมสัญจร ผู้ว่าฯ พาทำบุญ เข้าวัดปฏิบัติธรรม

 

วันศุกร์ที่ 22 กันยายน 2566 จังหวัดเชียงราย โดย สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงราย ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดเชียงราย จัดโครงการธรรมสัญจร ผู้ว่าฯ พาทำบุญ เข้าวัดปฏิบัติธรรม ทุกวันธรรมสวนะ ระหว่างเข้าพรรษา ภายใต้การขับเคลื่อนงานการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของคณะสงฆ์จังหวัดเชียงราย ประจำปี พ.ศ. 2566 ณ วัดพระธาตุผาเงา ตำบลเวียง อำเภอเชียงราย โดยมีพระพุทธิญาณมุนี เจ้าคณะจังหวัดเชียงราย เจ้าอาวาสวัดพระธาตุผาเงา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายศรัณยู มีทองคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายคฑาสิทธิ์ เนื่องหล้า นายอำเภอเชียงแสน หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ พุทธศาสนิกชน นักเรียน เข้าร่วม ณ อาคารเทพกาญจนา วัดพระธาตุผาเงา ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย


ในการนี้ นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย มอบหมายนางสาวกฤษยา จันแดง ผู้อำนวยการกลุ่มกิจการพิเศษ พร้อมด้วยนางกัลยา แก้วประสงค์ และนางสุพรรณี เตชะตน นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ เข้าร่วมโครงการ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สนง.วัฒนธรรม เชียงราย

กฤษยา จันแดง, กัลยา แก้วประสงค์ : รายงาน
สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงราย : ภาพ
อภิชาต กันธิยะเขียว : บรรณาธิการ

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

การถอดบทเรียนและพัฒนาการของเครือข่าย ทางวัฒนธรรม รวมถึงความก้าวหน้า

 

วันศุกร์ที่ 22 กันยายน 2566 ถอดบทเรียนและพัฒนาการของเครือข่ายทางวัฒนธรรม รวมถึงความก้าวหน้าและพัฒนาการจากการทำงานร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดการบรรยายหัวข้อ “การถอดบทเรียนและพัฒนาการของเครือข่ายทางวัฒนธรรม รวมถึงความก้าวหน้าและพัฒนาการจากการทำงานร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม” บรรยายโดย ดร.สง่า ดามาพงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการแผนอาหารเพื่อสุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) วิทยาการโดย นายวรพงศ์ ผูกภู่ พร้อมด้วย คณะผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนนายกเหล่ากาชาดจังหวัด วัฒนธรรมจังหวัด เครือข่ายวัฒนธรรม และประชาชนผู้สนใจ เข้าร่วมกิจกรรมฯ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถอดบทเรียนเพื่อขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมและพัฒนายกระดับอาหารถิ่นสู่มรดกทางวัฒนธรรม และอัตลักษณ์ความเป็นไทย (Thailand Best Local Food) “รสชาติ…ที่หายไป The Lost Taste”

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนายกระดับอาหารถิ่นสู่มรดกทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ความเป็นไทย “รสชาติ… ที่หายไป The Lost Teste” คุณค่าของเมนูอาหารถิ่นที่เสี่ยงต่อการสูญหาย ไม่ได้มีการบริโภคอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน (The Lost Teste Locol Food) ควรได้รับการรักษาและสืบทอด เพราะเป็นอาหารที่แสดงถึงภูมิปัญญา ภายใต้ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นอาหารที่มีคุณค่า ต่อชุมชน ท้องถิ่น เป็นแบบอย่างที่ควรเชิดชู เพื่อให้เกิดการรักษาและฟื้นฟูให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของจังหวัดเพื่อพัฒนายกระดับอาหารถิ่นสู่มรดกทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ความเป็นไทย “รสชาติ… ที่หายไป The Lost Teste” คุณค่าของเมนูอาหารถิ่นที่เสี่ยงต่อการสูญหาย ไม่ได้มีการบริโภคอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน (The Lost Teste Locol Food) ควรได้รับการรักษาและสืบทอด เพราะเป็นอาหารที่แสดงถึงภูมิปัญญา ภายใต้ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นอาหารที่มีคุณค่า ต่อชุมชน ท้องถิ่น เป็นแบบอย่างที่ควรเชิดชู เพื่อให้เกิดการรักษาและฟื้นฟูให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของจังหวัด

ในการนี้ นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย นางพัชรนันท์ แก้วจินดา ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม และนายอภิชาต กันธิยะเขียว นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ ร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สนง.วัฒนธรรม เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
CULTURE

เชียงราย 3 ปีซ้อน หลังวัดพระธาตุผาเงา อ.เชียงแสน ถูกเลือกเป็น 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ ปี 66

 

วันที่ 20 ก.ย. 2566 นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ตามที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มุ่งขับเคลื่อนการดำเนินโครงการชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ขับเคลื่อนด้วยพลังบวร เน้นใช้ “พลังบวร” เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนชุมชน และได้ดำเนินการส่งเสริมพัฒนาชุมชนคุณธรรมฯ ในระดับต่าง ๆ รวมจำนวนกว่า 27,000 ชุมชน ทั่วประเทศ ในปี 2566 นี้ วธ. จึงดำเนินโครงการคัดเลือก 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปี 2566 มุ่งเน้นยกระดับชุมชนคุณธรรมฯ สู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อคัดเลือกชุมชนคุณธรรมฯ ที่มีศักยภาพ และความพร้อมด้านการท่องเที่ยวในทุกมิติ จำนวน 10 ชุมชน จากชุมชนคุณธรรมฯ ทั่วประเทศ เพื่อประกาศยกย่อง เชิดชูเกียรติ สร้างขวัญกำลังใจแก่ชุมชนและผู้ในการสนับสนุนการขับเคลื่อน พร้อมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายในวงกว้าง เพื่อให้เกิดการพัฒนาต่อยอดและขยายผลความสำเร็จไปยังชุมชนที่ส่งเสริมการสร้างจิตสำนึกต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปปฏิบัติใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้อยู่ดีมีสุข ดำรงชีวิตตามวิถีวัฒนธรรมที่ดีงาม ปลุกกระแสการท่องเที่ยววิถีชุมชน สร้างโอกาส สร้างรายได้ เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ต่อไป

นายเสริมศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับเกณฑ์การคัดเลือกดังกล่าว อาทิ การมีผู้นำชุมชนเป็นศูนย์กลางบริหารจัดการชุมชนที่ดี สมาชิกมีส่วนร่วมจัดกิจกรรม หน่วยงานภาครัฐ เอกชน สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด (สวจ.) มีส่วนร่วมขับเคลื่อน มีอัตลักษณ์ของชุมชนมีความโดดเด่น อาทิ เป็นชุมชนที่มีความเชื่อหรือประวัติศาสตร์ชุมชนเป็นที่น่าสนใจ มีสถานที่ สถาปัตยกรรม หรืออื่นๆ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว มีวัฒนธรรมและประเพณีที่สร้างประสบการณ์ร่วมให้กับนักท่องเที่ยวสนุกสนาน น่าสนใจ สร้างความประทับใจ มีศิลปะการแสดง ผลิตภัณฑ์ชุมชน สะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชน มีภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้รู้ที่สามารถถ่ายทอดให้กับคนในชุมชน รวมถึงอาหาร การบริการการท่องเที่ยว มีนักเล่าเรื่อง/ผู้นำทางแนะนำอัตลักษณ์ของชุมชนได้ เส้นทางคมนาคมที่สะดวก ง่ายต่อการเข้าถึง มีรถรับจ้าง รถสาธารณะบริการในชุมชน ตลอดจนที่พัก/โฮมสเตย์มีมาตรฐาน สะอาด สวยงาม เป็นต้น

 

สำหรับผลการคัดเลือกดังกล่าว ปรากฏว่าผลการคัดเลือก 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปี 2566 จำนวน 10 ชุมชน ซึ่งเป็นชุมชนที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านการท่องเที่ยวในทุกมิติ และมีผลการดำเนินงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์ มีดังนี้

1.ชุมชนคุณธรรมฯ วัดท่าขนุน ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

2.ชุมชนคุณธรรมฯ บ้านปากน้ำชุมพร ต.ปากน้ำ อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร

3.ชุมชนคุณธรรมฯวัดพระธาตุผาเงา ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย

4.ชุมชนคุณธรรมฯ วัดพระธาตุช่อแฮ ตำบลช่อแฮ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่

5.ชุมชนคุณธรรมฯ บ้านฟ้าหยาด ตำบลฟ้าหยาด อำเภอมหาชัยชนะ จังหวัดยโสธร

6.ชุมชนคุณธรรมฯ วัดบ้านหงาว ตำบลหงาว อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง

7.ชุมชนคุณธรรมฯ บ้านท่ามะขาม ตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี

8.ชุมชนคุณธรรมฯ วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม ตำบลนาทราย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน

9.ชุมชนคุณธรรม ฯ บ้านท่าฉลอม ตำบลท่าฉลอม อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 10.ชุมชนคุณธรรมฯ บ้านโนนกอก ตำบลหนองนาคำ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี

“ขอแสดงความยินดีแก่ 10 ชุมชนทีได้รับรางวัล ถือเป็นชุมชนต้นแบบที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านการท่องเที่ยวในทุกมิติ ซึ่งทางกระทรวงวัฒนธรรมพร้อมสนับสนุน และจะประชาสัมพันธ์เผยแพร่ให้ชุมชนได้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ดึงดูดนักท่องเที่ยว ตลอดจนประชาชนเดินทางมาท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง และมุ่งหวังให้การท่องเที่ยวชุมชนในรูปแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” จะสามารถสร้างโอกาส สร้างงาน สร้างรายได้ เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนให้เกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน” รมว.วธ. กล่าว

ทั้งนี้ จะมีพิธีมอบโล่ ให้แก่ผู้แทน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี 2566 และลงพื้นที่เปิดชุมชนที่ได้รับคัดเลือกแต่ละแห่ง ในช่วงปลายปี 2566 เป็นต้นไป เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ และเป็นโมเดลต้นแบบขยายไปสู่ชุมชนอื่น ๆ ต่อไป

 

ซึ่งทางเพจ สวท. เชียงราย ได้โพสต์แจ้งข้อมูลว่า จังหวัดเชียงราย คว้า 3 ปีซ้อน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี 66 ชุมชนคุณธรรมฯ วัดพระธาตุผาเงา อ.เชียงแสน จ.เชียงราย

ทั้งนี้ ตลอดสามปีที่ผ่านมา จังหวัดเชียงราย ได้รับการพิจารณาให้เป็น สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ต่อเนื่องทั้งสามปี โดย

ปี 2564 ได้แก่ ชุมชนคุณธรรมฯ บ้านศรีดอนชัย ต.ศรีดอนชัย อ.เชียงของ จ.เชียงราย 

ปี 2565 ได้แก่ ชุมชนคุณธรรมฯ บ้านเมืองรวง จังหวัดเชียงราย 

และปี 2566 ล่าสุด ได้แก่ ชุมชนคุณธรรมฯ วัดพระธาตุผาเงา อ.เชียงแสน จ.เชียงราย

ทุกท่านสามารถเที่ยววัดพระธาตุผาเงา อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

โดยมีรายละเอียดค่าบริการ
1.มีค่าบริการรถรับส่งท่านละ 30 บาท ขึ้น/ลง
2. แล้วก็บัตรเข้าชมสกายวอล์คท่านละ 40 บาท
เข้าขึ้นชมฟรี! สำหรับ
– ผู้สูงอายุ 80 ปี
– เด็กส่วนสูงไม่เกิน 120 เซนติเมตร
– พระภิกษุสงฆ์ สามเณร
หมายเหตุ : คุณครูโรงเรียนถ้าจะพานักเรียนมา ทัศนศึกษาให้ทำใบขอมาก่อนล่วงหน้า แล้วก็แต่งกายใสชุด ประจำโรงเรียน
 
ติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่โทร 0612081998
เปิดให้เข้าชมสกายวอล์ทุกวัน
เวลาเปิดทำการ : 07.30 น.
เวลาปิดทำการ : 17.30 น.
 

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์ / คนเก็บภาพ แม่สาย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

อบจ.เชียงราย ร่วม อบต.ศรีค้ำ ส่งเสริมการท่องเที่ยวโล้ชิงช้าอาข่า “บ่อง ฉ่อ ตุ๊”

 
วันเสาร์ ที่ 9 กันยายน 2566 เวลา 09.00 น. นายก นก นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกอบจ.เชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว งานประเพณีโล้ชิงช้าอาข่า “บ่อง ฉ่อ ตุ๊” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 
 
โดยมีนายสนั่น มาหล้า นายก อบต.ศรีค้ำ เป็นผู้กล่าวรายงาน นายสิทธิชัย ภักดีธนเกียรติ รองนายก อบต.ศรีค้ำ ส.อ.พินิจ ม่วงเกตุ ประธานสภา อบต.ศรีค้ำ นายไกรสร เมืองสุวรรณ รองประธานสภา อบต.ศรีค้ำ ผู้นำชุมชน ผู้อำนวยการสถานศึกษา ร่วมให้การต้อนรับ และมีนายประเสริฐ ชุ่มเมืองเย็น สมาชิกสภา อบจ.เชียงราย เขต 1 อ. แม่จัน นางนภาภัณฑ์ ต่วนชะเอม ผอ.กองยุทธศาสตร์และงบประมาณ อบจ.เชียงราย นางอัญญลักษณ์ กายาไชย เลขานุการนายก อบจ.เชียงราย นางสาวสุมิตรา บางขะกูล หัวหน้าฝ่ายการท่องเที่ยว อบจ.เชียงราย นางสาวณิชาภา สันธิ หัวหน้าฝ่ายกิจการคณะผู้บริหาร อบจ.เชียงราย เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย
 
ภายในงานมีกิจกรรมมากมาย เช่น การสาธิตการโล้ชิงช้า ซึ่งเป็นไฮไลท์ของกิจกรรม การแสดงกระทุ้งกระบอกไม้ไผ่ การแสดงชุดชนเผ่าอาข่า ชุดการแสดงพื้นเมือง ฯลฯ กิจกรรมนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 10 กันยายน 2566 ณ ลานโล้ชิงช้า บ้านแสนสุข ม.9 ต.ศรีค้ำ อ.แม่จัน จ.เชียงราย
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

เชียงราย เปิดงาน “กว่าง” ยอดนักสู้แห่งล้านนา

 
วันศุกร์ ที่ 8 กันยายน 2566 ที่ป่าในเมือง สวนป่าประชารัฐเพื่อความสุขของคนไทย สวนรุกขชาติโป่งสลี ตำบลสันทราย อำเภอเมืองเชียงราย นายชุติเดช กมนณชนุตม์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 เชียงราย เป็นประธานเปิดงาน “กว่าง” ยอดนักสู้แห่งล้านนา Chiang Rai Beetles Festival 2023 กิจกรรมการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมประเพณีศิลปะวิถีชีวิตล้านนาอย่างสร้างสรรค์ ตามโครงการพัฒนากิจกรรมและการตลาดเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โดยมี นายกวี ประสมพล ประธานคณะกรรมการจัดงาน พร้อมด้วยนางสาวนัทวรรณ กันคำ ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน และนักเรียนนักศึกษา เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง
 
 
สำหรับการจัดงาน “กว่าง” ยอดนักสู้แห่งล้านนา Chiang Rai Beetles Festival 2023 ในปีนี้ จัดขึ้นเป็นปีที่ 4 เพื่อเป็นการอนุรักษ์และสืบสานอัตลักษณ์ ประเพณีของชาวล้านนาให้คงอยู่ รวมถึงสามารถต่อยอดนำไปสู่การสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจ และเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนจังหวัดเชียงรายได้เข้ามาใช้บริการโครงการป่าในเมือง สวนป่าประชารัฐฯ เพิ่มมูลค่าด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ อีกทั้งสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนให้แก่ประชาชน ชุมชน และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ตลอดจนสร้างรายได้จากการท่องท่องเที่ยวให้เพิ่มขึ้นแก่ประชาชนและจังหวัดเชียงราย โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 9 กันยายน 2566
 
ภายในงานมีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับด้วงกว่าง ศิลปะการชนกว่าง การแสดงภาพวาดกว่างที่ได้รับรางวัล รวมถึงการจำหน่ายสินค้าจากด้วงกว่างในรูปแบบต่างๆ ตลอดจนนิทรรศการของหน่วยงานราชการ การประกวดการแข่งขันเกี่ยวกับด้วงกว่าง อาทิ การประกวดกว่างชนสง่างาม การประกวดกว่างแปลก การประกวดกว่างกิเล็ก การประกวดกว่างไทยตัวผู้ใหญ่ยักษ์ การประกวดกว่างแม่พันธุ์ใหญ่ การประกวดวาดภาพกว่าง การแข่งขันวิ่งกว่าง และการแข่งขันกว่างชนลีลาเด็ด พร้อมกันนี้ ในพิธีได้มีการมอบรางวัลการประกวดภาพวาดระบายสี ในหัวข้อ “กว่าง กับวิถีชีวิตแห่งล้านนา” แก่ผู้ที่ได้รับรางวัล ทั้ง 6 ประเภท รวมจำนวน 32 รางวัล 
 
ซึ่งได้ ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ เป็นประธานกรรมการกิตติมศักดิ์ พร้อมด้วยนายกสุวิทย์ ใจป้อม และคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากสมาคมขัวศิลปะ ร่วมตัดสินผลงาน เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา โดยมีผลงานที่ส่งเข้าร่วมจำนวนทั้งสิ้น 541 ชิ้นงาน ตามประเภทการประกวด 6 ประเภท ได้แก่ ระดับประถมศึกษาตอนต้น ระดับประถมศึกษาตอนปลาย ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรืออาชีวศึกษา ระดับอุดมศึกษา และระดับประชาชนทั่วไป
 

สำหรับการเลี้ยงกว่าง และการชนกว่าง เป็นการละเล่นพื้นบ้านของชาวล้านนา ที่นิยมเล่นกันเป็นเวลานาน ได้สืบทอดกันมายาวนานจากรุ่นสู่รุ่น ในอดีตการเล่นชนกว่างของชาวล้านนา นิยมเล่นกันทั้งเด็กและผู้ใหญ่ และมีให้เล่นกันเฉพาะในฤดูฝน คือช่วงประมาณเดือนสิงหาคม ถึงเดือนตุลาคม พอออกพรรษาแล้วก็ค่อย ๆ ปล่อยไป หรือเริ่มตายตามวัฏจักร แต่ปัจจุบันได้มีกลุ่มที่ชื่นชอบการเพาะเลี้ยงด้วงกว่างได้พัฒนาองค์ความรู้ในการเพาะพันธุ์ด้วงกว่างจนสามารถทำให้มีด้วงกว่างออกมาได้ตลอดทั้งปี และมีการต่อยอดนำไปสู่การสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจได้หลากหลาย 

ทั้งด้านการเพาะเลี้ยงปรับปรุงสายพันธุ์ เกมก็ฬา ของที่ระลึก ศิลปะ อุปกรณ์การเลี้ยงด้วงกว่าง รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งจังหวัดเชียงรายได้ให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมประเพณีศิลปะวิถีชีวิตในท้องถิ่น โดยมุ่งรักษาอัตลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมนี้ให้คงอยู่สืบไป รวมถึงการต่อยอดเพื่อให้เกิดแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับด้วงกว่างให้กับประชาชนชาวจังหวัดเชียงรายและนักท่องเที่ยวที่มาเยือนอีกด้วย

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
CULTURE

ก.อุตฯ โชว์อัตลักษณ์ผ้าไหมไทย “มัดทอใจ มรดกผ้าไทยร่วมสมัย”

 
กระทรวงอุตสาหกรรม จัดงาน “มัดทอใจ มรดกผ้าไทยร่วมสมัย (Mud Tor Jai : Premium Thai Silk)” ภายใต้โครงการพัฒนาผ้าไหมไทยร่วมสมัย (Premium Thai Silk ประจำปี 2566 พร้อมเปิด “Collection 2023 : The art & heart of Thai silk” เน้นสร้างสรรค์สิ่งใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์สิ่งทอ ผ่านการพัฒนาและออกแบบบพื้นฐานอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมความเป็นไทย พร้อมผสานเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มมูลค่า สนองตอบความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่ ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงาน“มัดทอใจ มรดกผ้าไทยร่วมสมัย (Mud Tor Jai : Premium Thai Silk)” 
 
ภายใต้โครงการพัฒนาผ้าไหมไทยร่วมสมัย Premium Thai Silk ประจำปี 2566 ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรม มอบหมายให้สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ (สสท.) ดำเนินการยกระดับพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอและผ้าพื้นเมืองในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามยุทธศาสตร์กระทรวงอุตสาหกรรม และแผนพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ที่ได้ดำเนินการมาในปีงบประมาณ 2566 ทั้งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผ้าไหมมัดหมี่ไทยรูปแบบใหม่เน้นสร้างสรรค์สิ่งใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าไหม ผ่านการพัฒนาและออกแบบบนพื้นฐานของความคิดสร้างสรรค์และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมไทย ผสานเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มมูลค่า 
 
เพื่อให้ชุมชนผ้าไหมไทยสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน พร้อมเป็นรากฐานที่สำคัญของวงการแฟชั่นผ้าไหมไทย ตอบสนองและเข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่วัยทำงานได้ ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ในปี 2566 กระทรวงฯ มุ่งขยายตลาดผ้าไหมไทยไปสู่ระดับสากล ด้วยการส่งตัวอย่างผ้าไหม ภายใต้โครงการนี้ เพื่อการเจรจาซื้อขายและเผยแพร่ไปยังตลาดประเทศต่าง ๆ เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น รัสเซีย อิตาลี และยุโรป คาดว่าจะได้รับการตอบรับจากตลาดดังกล่าวเป็นอย่างดี ทั้งนี้ โครงการฯ เน้นในเรื่องการนำรายได้และความยั่งยืนกลับสู่ชุมชน 
 
โดยการเพิ่มทักษะทางอาชีพให้กับคนในชุมชนต่าง ๆ ที่ทำอาชีพที่เกี่ยวกับผ้าไหม เช่น ช่างย้อม ช่างมัด ช่างทอ รวมถึงผู้จำหน่าย เน้นให้ความรู้และทักษะด้วยการใส่ความเป็นไทยลงไปในลวดลายผ้า พร้อมนำแรงบันดาลใจจากเอกลักษณ์ ในชุมชน รวมถึงการเลือกใช้สีธรรมชาติที่มีในท้องถิ่นในการย้อมผ้าเพื่อรักษาอัตลักษณ์ของผ้าไหมไทยไว้ ซึ่งจะทำให้วิสาหกิจชุมชนสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้น 400,000 -1,700,000 บาทต่อชุมชน “กระทรวงอุตสาหกรรม 
 
โดยสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ได้พัฒนาและออกแบบผ้าไหมไทย ร่วมสมัย อาทิ ผ้าไหมแพรวา ผ้าไหมขิด ผ้าไหมยกดอก ผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าไหมแต้มหมี่ ผ้าไหมบาติก ที่ออกแบบลวดลายใหม่ทั้งหมด เน้นอัตลักษณ์ไทย ผสานเทคนิคการผลิตแบบใหม่ จำนวน 24 ผลิตภัณฑ์ มาจัดแสดงโชว์ภายในงาน “มัดทอใจ มรดกผ้าไทยร่วมสมัย (Mud Tor Jai : Premium Thai Silk) ภายใต้คอลเลกชั่นใหม่ : The art & heart of Thai silk” ที่เน้นความเป็นไทย ทั้งการออกแบบลายผ้าไหมสมัยใหม่บนศิลปะและ อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมไทย ซึ่งทั้ง 24 ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาภายใต้โครงการฯ จากผู้ประกอบการทั้ง 8 วิสาหกิจชุมชนคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 7,395,000 บาท” 
 
นางสาวณัฏฐิญา กล่าว งาน “มัดทอใจ มรดกผ้าไทยร่วมสมัย (Mud Tor Jai : Premium Thai Silk)” ภายใต้โครงการพัฒนาผ้าไหมไทย ร่วมสมัย Premium Thai Silk ประจำปี 2566 และนิทรรศการแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไหมที่ได้รับการพัฒนาสู่ระดับสากล กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 -17 กันยายน 2566 ณ หอศิลป์วัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยผู้สนใจสามารถเข้าชมงานได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย หรือติดตามรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ของสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กระทรวงอุตสาหกรรม

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

อบจ.เชียงราย อนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น เปิดงานประเพณีโล้ชิงช้า ครั้งที่ 11

 
วันที่ 7 กันยายน 2566 เวลา 09.00 น. นายกฤศ โพธสุธน รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีโล้ชิงช้า ครั้งที่ 11 โดยมีว่าที่ ร.ต.เมธี กาบุญค้ำ ศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3 คณะผู้อำนวยการโรงเรียน คณะครู ผู้นำชุมชน ประชาชนในพื้นที่และผู้สนับสนุนโครงการ เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ณ โรงเรียนดอยแสนใจ (ตชด.อนุสรณ์) ตำรวจตระเวนชายแดนอนุสรณ์
 
สำหรับโครงการโรงเรียนวิถีชีวิตชาติพันธุ์อาข่า เป็นจุดเริ่มต้นส่วนหนึ่ง ที่เป็นผลให้เด็กและเยาวชนมีความรักและหวงแหนวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่บรรพบุรุษได้มีไว้ให้เป็นมรดกไม่ให้สูญหายไป การสร้างความร่วมมือร่วมกันระหว่างโรงเรียนและชุมชนในการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์อาข่าและเผยแพร่ให้กับผู้สนใจ นอกจากนี้การเรียนรู้วิถีชีวิตชาติพันธุ์อาข่าจะเป็นการปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนรู้จักบทบาทหน้าที่
 
ของตนเอง และการเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม สามารถอยู่ร่วมกับผู้คนในสังคมได้อย่างปกติสุขมีความรู้สึกรักและภาคภูมิใจในชนเผ่าของตนตลอดจนพยายามเผยแพร่วัฒนธรรมที่ดีงามและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาติพันธุ์ของตนเองให้สาธารณชนได้รับรู้สืบไป
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

มรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมกะเหรี่ยง “ต่าลือต่าหล่า ปว่าเก่อญอ”

 
เมื่อวันที่ (6 กันยายน 66) นางพัชรนันท์ แก้วจินดา ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย รศ.ดร.ไพโรจน์ ด้วงนคร รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ร่วมกันเปิดกิจกรรม “ต่าลือต่าหล่า ปว่าเก่อญอ” มรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมกะเหรี่ยง จังหวัดเชียงราย ภายใต้โครงการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง ประจำปี พ.ศ. 2566 ณ ภายในสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย 
 
โดยมี นางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย นางสาวนันทวรรณ กันคำ ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย ส่วนราชการ ผู้นำและพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์กระเหรี่ยง จากอำเภอเมืองเชียงราย อำเภอเวียงชัย อำเภอเวียงป่าเป้า อำเภอแม่สรวย และอำเภอดอยหลวง เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อเป็นการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง ในด้านอัตลักษณ์ชาติพันธุ์และวัฒนธรรม การสืบทอด ถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรม และการดำเนินงานเพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วนในพื้นที่หรือนำความต้องการเร่งด่วนในพื้นที่เป็นหลักในการทำงาน สืบทอดภูมิปัญญาด้านพิธีกรรม / ความเชื่อด้านวิถีวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยง ที่ทำให้ป่าไม้ ธรรมชาติ อุดมสมบูรณ์ ไม่มีการทำลาย ไปสู่เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป และส่งเสริมให้เยาวชน ประชาชนชาวกะเหรี่ยง ได้เห็นคุณค่าและภูมิใจในวัฒนธรรมอันดีงามของตนเอง โดยการจัดกิจกรรมในการอนุรักษ์และพัฒนาอย่างเหมาะสม
 
สำหรับการจัดกิจรรมครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 2 (เชียงราย) สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงราย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าฟ้าหลวง และนายกสมาคมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวชาติพันธุ์จังหวัดเชียงราย โดยภายงานจัดให้มีบูธ ดิสเพลของชุมชน และการสาธิตของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง การจัดนิทรรศการเผยแพร่ผลงานและองค์ความรู้ ประกอบด้วย นิทรรศการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม การจัดนิทรรศการผลงานวิชาการประชาสัมพันธ์ 
 
โดย นายปรัชญาณินทร์ วงศ์อทิติกุล อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ประธานแขนงวิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย การจัดนิทรรศการเศรษฐกิจสร้างสรรค์กลุ่มชาติพันธุ์ชาวกะเหรี่ยงจังหวัดเชียงราย โดยรองศาสตราจารย์ ดร.พลวัฒ ประพัฒน์ทอง อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง การเสนาส่งเสริมมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง จังหวัดเชียงราย และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
CULTURE

เปิด “กาดไตลื้อ” คึกคัก ด้วยมนต์เสน่ชาวไตลื้อ

 
วันเสาร์ที่ 2 กันยายน 2566 เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป ณ วัดท่าข้ามศรีดอนชัย ตำบลศรีดอนชัย อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย โดย สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ร่วมกับชุมชนศรีดอนชัยไทลื้อ อำเภอเชียงของ เทศบาลตำบลศรีดอนชัย สภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย โรงเรียนเชียงของวิทยาคม และเครือข่ายวัฒนธรรม ได้ผนึกความร่วมมือเปิดตลาดวัฒนธรรมชุมชน “กาดไตลื้อ ศรีดอนชัย” ภายใต้โครงการชุมชนวัฒนธรรมไทยสร้างเสริมเศรษฐกิจ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณดำเนินการเริ่มต้น จากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ภายใต้โครงการชุมชนวัฒนธรรมไทยสร้างเสริมเศรษฐกิจ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566
 
ชุมชนศรีดอนชัยไทลื้อ เป็นพื้นที่ชุมชนและท้องถิ่นที่มีศักยภาพ มีอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม “ไทลื้อ” ที่เด่นชัด จึงได้มีแนวคิดเปิดพื้นที่ตลาดใหม่เพื่อเพิ่มช่องทางให้ประชาชนมีพื้นที่ในการจำหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรม กิจกรรมการแสดง บริการ ที่แสดงออกอย่างสร้างสรรค์ผ่านการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว และเกิดความประทับใจ ซึ่งจะนำมาสู่ความภาคภูมิใจ รวมถึงเป็นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชน โดยมุ่งหวังที่จะให้ตลาดวัฒนธรรมชุมชน “กาดไตลื้อ” เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นที่น่าจดจำทั้งชาวเชียงราย ชาวไทยและต่างประเทศ โดยคณะกรรมการฯ ร่วมพัฒนาตลาดวัฒนธรรมชุมชนของเราในนามชื่อ “กาดไตลื้อ ศรีดอนชัย” กำหนดจัดตลาดทุกวันเสาร์แรกของเดือนนับแต่เดือนกันยายน 2566 นี้เป็นต้นไป
 
กาดไตลื้อ ศรีดอนชัย ของเรามีแนวคิดในการพัฒนาเป็นตลาดวัฒนธรรม “เสน่ห์ศรีดอนชัยไตลื้อ มนต์ขลัง ที่ยังมีชีวิต” ให้เป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สนใจมาเยือน ดังคำกล่าวของชาวศรีดอนชัยที่ได้กล่าวไว้ว่า “มาศรีดอนชัย เหมือนได้ไปสิบสองปันนา” สำหรับในวันนี้ ถือเป็นปฐมฤกษ์อันดี จึงได้เปิดตัว “กาดไตลื้อ ศรีดอนชัย” อย่างเป็นทางการ เพื่อให้รับรู้และเป็นที่รู้จักแพร่หลายต่อไปในวงกว้าง กิจกรรมในวันนี้ ประกอบด้วย
 
เวทีเสวนา “เสน่ห์ศรีดอนชัยไตลื้อ มนต์ขลัง ที่ยังมีชีวิต” ผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย พระครูสุจิณวรคุณ เจ้าคณะตำบลศรีดอนชัย นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ นายอำเภอเชียงของ นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย นางสลักจฤฏดิ์ ติยะไพรัช ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย และนายสมชาย วงค์ชัย ประธานคณะกรรมการดำเนินงานชุมชนโครงการชุมชนวัฒนธรรมไทยสร้างเสริมเศรษฐกิจ ชุมชนศรีดอนชัยไทลื้อ ตำบลศรีดอนชัย อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย โดยมี นายสุตนันท์ จำปาทอง เป็นผู้ดำเนินรายการ https://fb.watch/mPClJt5l6g/
 
พิธีเปิดตัวตลาดวัฒนธรรมชุมชน “กาดไตลื้อ ศรีดอนชัย” อย่างเป็นทางการ โดยมีนายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย กล่าวเปิด นายสมชาย วงค์ชัย ประธานคณะกรรมการดำเนินงานชุมชนฯ กล่าวรายงาน ในการนี้ นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย พร้อมนายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ นายอำเภอเชียงของ ได้ทำสัญลักษณ์เปิดกาดไตลื้อพร้อมกัน ภายในกาดไตลื้อ มีแสดงศิลปวัฒนธรรม อาทิ การฟ้อนลื้อลายเจิง การตีกลองสะบัดชัย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายสาธิตผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม CPOT อาหารพื้นถิ่น พืชผัก ผลไม้ ของชาวศรีดอนชัย พร้อมนี้พ่อค้าแม่ขาย ผู้ประกอบการ ผู้ร่วมงาน และนักท่องเที่ยว ร่วมกันแต่งกายด้วยชุดไทลื้อ ชุดพื้นถิ่น พร้อมหิ้วตะกร้ามาร่วมกิจกรรมเป็นการสร้างบรรยากาศเสน่ห์ที่ยังมีมนต์ขลังของชาวไทลื้อศรีดอนชัยได้อย่างน่าประทับใจยิ่ง https://fb.watch/mPCljEVJYA/
ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจรับชมบรรยากาศย้อนหลัง สามารถติดตามผ่านเพจเฟซบุ๊ค “กาดไตลื้อ”
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สนง.วัฒนธรรม เชียงราย

กฤษยา จันแดง, สุพรรณี เตชะตน : รายงาน
ก้อนหินในน้ำ, เชียงของทีวี, หนึ่ง เจ้าขุน : ภาพ
อภิชาต กันธิยะเขียว : บรรณาธิการ
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
CULTURE

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดงาน “งานตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย” ครั้งที่ 18 ประจำปี 2566

 
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 31 สิงหาคม 2566 นายศรัณยู มีทองคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนายสุชาย ศิริมาตร หัวหน้าหน่วยส่งเสริมหม่อนไหมเชียงราย เข้าร่วมเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิด “งานตรานกยูงพระราชทานสืบสานตำนานใหมไทย” ครั้งที่ 18 ประจำปี 2566 ณ ฮอลล์ 6-7 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี โดยมีผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารกรมหม่อนไหม ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมหม่อนไหม ส่วนราชการ และเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเฝ้าฯ รับเสด็จ
 
การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาที่คุณในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2566 ที่ทรงสืบสาน และทรงให้ความสำคัญกับผ้าไหมไทย พร้อมผลักดันมาตรฐานใหมไทย มุ่งสร้างชื่อเสียง สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ การจัดงานในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด”ไหมไทยล้ำค่า สายใยแห่งภูมิปัญญา พัฒนาสู่สากล” โดยมีกิจกรรมภายในงานอาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ การจัดแสดงเครื่องหมายตรานกยูงพระราชทาน การออกร้านค้าจำหน่ายผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าไหมยกดอกลำพูนผ้าไหมแพรวา ผลิตภัณฑ์จากหม่อนไหม การประกวดเส้นไหม และผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน เป็นต้น
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News