Categories
FEATURED NEWS

ทุเรียนแชมป์ส่งออกรถไฟเร็วสูงจีน – สปป.ลาว ลดเวลาขนส่งเหลือ 15 ชั่วโมง

 

วันที่ 20 สิงหาคม 2566 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มูลค่าการส่งออกสินค้าไทยไปจีนผ่านรถไฟความเร็วสูงจีน – สปป.ลาว เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 5 เดือนแรก (มกราคม – พฤษภาคม) ของปี 2566 มี มูลค่ารวม 2,848.41 ล้านบาท ขยายตัวกว่าร้อยละ 260 จากปี 2565 โดยผลไม้ไทยได้รับความนิยมในตลาดจีนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งการใช้รถไฟจีน-ลาว สามารถช่วยลดระยะเวลาการขนส่ง จากที่เคยใช้เวลาผ่านถนนเส้นทาง R3A ประมาณ 2 วัน เหลือใช้เวลาบนรถไฟไม่เกิน 15 ชั่วโมง ทั้งนี้ รัฐบาลเร่งขับเคลื่อนแผนเชื่อมโยงระบบราง ไทย-สปป.ลาว-จีน เพื่อเพิ่มโอกาสการส่งออกสินค้าไทย ปูทางสู่การเป็นศูนย์กลางคมนาคมขนส่งของภูมิภาคในอนาคต
 
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ พบว่า 10 อันดับแรกของสินค้าที่ส่งออกทางด่านหนองคายผ่านแดน สปป.ลาว ไปจีนมีมูลค่าการส่งออกและขยายตัวสูงที่สุด ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2566 ได้แก่ 1) ทุเรียนสด อยู่ที่ 2,073.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 364 เมื่อเทียบกับช่วงกันของปี 2565 2) มังคุดสด 378.65 ล้านบาท 3) หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ 315.21 ล้านบาท 4) ลำไยสด 37.40 ล้านบาท 5) สินค้าแร่ และเชื้อเพลิงอื่น ๆ 17.89 ล้านบาท 6) สับปะรดแปรรูป 11.43 ล้านบาท 7) ส้มโอสด 2.99 ล้านบาท 8) สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร 2.72 ล้านบาท 9) มะม่วงสด 1.79 ล้านบาท และ 10) ผลไม้อื่น ๆ 1.52 ล้านบาท ตามลำดับ 
 
ทั้งนี้ รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนแผนเชื่อมโยงระบบราง ไทย-สปป.ลาว-จีน อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน (กรุงเทพฯ – หนองคาย) เพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค สำหรับระยะที่ 1 (กรุงเทพฯ – นครราชสีมา) มีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จ ในปี 2569 ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพระบบคมนาคมขนส่งทางรางของไทย เชื่อมโยงภูมิภาค ตลอดจนเป็นโอกาสของไทยในการส่งออกสินค้าไปตลาดจีนได้มากขึ้น โดยใช้ระยะเวลาการขนส่งน้อยลง และยังสามารถใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี ในการส่งออกสินค้าไปจีนได้อีกด้วย
 
“รัฐบาลมุ่งมั่นพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในทุกด้าน โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานทางราง ซึ่งเป็นการขนส่งที่สามารถลดต้นทุน เวลา และค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้ผู้ส่งออกไทย พร้อมเชื่อมั่นว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไว้อย่างครอบคลุมตามที่รัฐบาลได้ดำเนินการ จะมีส่วนสำคัญ ส่งต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศ และส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งของภูมิภาคได้” นางสาวรัชดาฯ กล่าว

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักนายกรัฐมนตรี

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Categories
NEWS UPDATE

อุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำแห่งแรกของไทยเชื่อมฝั่งธน-เกาะรัตนโกสินทร์

 

วันที่ 20 สิงหาคม 2566 น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เร่งผลักดันโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมและขนส่งของประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ โดยได้ติดตามทุกโครงการของรถไฟฟ้ามหานคร ให้การก่อสร้างเป็นไปตามแผนและมีความสำเร็จให้ตรงตามเวลาตามเป้าหมาย
 
น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า ทั้งนี้หนึ่งในสายรถไฟฟ้าที่เป็นเส้นทางการเดินทางและใกล้แหล่งท่องเที่ยวชุมชนเก่าคือ สายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายช่วง หัวลำโพง-บางแค เป็นโครงการเชื่อมต่อจากรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล ไปฝั่งธนบุรี ความพิเศษของเส้นทางระหว่างสถานีสนามไชยกับสถานีอิสรภาพ เป็นเส้นทางผ่านอุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาแห่งแรกของประเทศไทย เป็นระยะทางประมาณ 200 เมตร โดยพล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นประธานในพิธีเปิดเดินเครื่องหัวเจาะอุโมงค์รถไฟฟ้าลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา (Eastbound TBM Launching Ceremony) โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายฯ สัญญา 2 ช่วงสถานีสนามไชย – สถานีท่าพระ เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2558 กระทั่งแล้วเสร็จสามารถเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2562  เป็นต้นมา ตรงนี้เป็นเส้นทางที่สะดวกในการเชื่อมระหว่างพระนคร (เกาะรัตนโกสินทร์) ไปยังฝั่งธนบุรี และเป็นจุดแหล่งท่องเที่ยวสำคัญระดับโลกของไทย แหล่งสถานศึกษา 3 มหาวิทยาลัย (ม.ศิลปากร วังท่าพระ-ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์-คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล วังหลัง) และโรงพยาบาลขนาดใหญ่หลายแห่ง จึงทำให้เส้นทางนี้สามารถลดปัญหาการจราจร ประชาชนเดินทางได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยเป็นอย่างมาก
 
“โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงสถานีสนามไชย-สถานีอิสรภาพ รถไฟฟ้าจะต้องผ่านอุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งใช้เวลาเพียง2 นาที แต่ต้องก่อสร้างด้วยเทคนิคพิเศษ เนื่องจากเป็นการขุดอุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีความลึกเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 20 เมตร และตัวอุโมงค์รถไฟฟ้าขุดลึกลงไปจากก้นแม่น้ำอีก 10 เมตร หรือลึก 30 เมตรจากผิวดิน โดยในบางช่วงที่ลึกที่สุดจะลึกไปถึง 38 เมตรเทียบเท่าตึก 10 ชั้น โดยที่บริเวณจุดกลางแม่น้ำเจ้าพระยาจะมีความลึก 30.86 เมตรใต้ท้องน้ำและลึก 9.71 เมตรจากใต้ท้องน้ำถึงหลังอุโมงค์ พิกัดจุดกลางแม่น้ำเจ้าพระยาห่างจากสถานีสนามไชย 323.92 เมตร“ น.ส.ทิพานัน กล่าว
 
น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายฯ นี้ ผ่านย่านเมืองเก่า รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จึงมีความตั้งใจที่จะให้มีแผนพัฒนาให้มีการออกแบบสถาปัตยกรรมที่วิจิตรทั้งภายนอกและภายในให้สอดรับกับบริบทในพื้นที่นั้นๆ ซึ่งมีความสวยงามมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมผสมเข้าไปด้วย เช่น  สถานีวัดมังกร  สถานีสนามไชย สถานีอิสรภาพ สถานีสามยอด จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าแวะชมไปด้วย
 
“การเชื่อมความเจริญใต้น้ำเจ้าพระยา ขยายความเจริญสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งฝั่งธนบุรีและเกาะรัตนโกสินทร์ ฝั่งพระนคร เป็นการเชื่อมสู่มหานครแห่งความสุข เชื่อมคนสองฝั่งเมืองเข้าด้วยกันอย่างลงตัวเป็นความทันสมัยที่ไม่หลงลืมวัฒนธรรมความเป็นไทยที่จะสอดแทรกไว้ตามสถานีต่างๆ  ถือเป็นวิสัยทัศน์ที่อนุมัติงบประมาณและเป็นผลงานการพัฒนาของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่มีความมุ่งมั่นให้ประชาชนสามารถเข้าถึงระบบรถไฟฟ้าได้มากขึ้น และยกระดับเชื่อมการเดินทาง ล้อ-ราง-เรือ ได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น พร้อมกับส่งเสริมการท่องเที่ยวและการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วย” น.ส.ทิพานัน กล่าว

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักนายกรัฐมนตรี

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

เตือน! อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพหลอกลงทุน อ้างตลาดหลักทรัพย์และก.ล.ต.

 

วันที่ 20 สิงหาคม 2566 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีมีการส่งต่อบนสื่อออนไลน์เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนเทรดทองเริ่มต้น 1,999 บาท พร้อมระบุว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลและจะได้กำไรร้อยละ 15 – 30 ต่อวันนั้น

ทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแจ้งว่า หน่วยงานไม่มีเสนอการลงทุน เป็นข้อมูลปลอมที่มีการแอบอ้างชื่อ และตราสัญลักษณ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงข่าวสารต่าง ๆ ที่เผยแพร่นั้น ทางหน่วยงานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น
 
นอกจากนี้ ยังมีข่าวปลอมเรื่อง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ชวนลงทุนหุ้นส่วนของบริษัทจดทะเบียนแห่งหนึ่ง เริ่มต้น 1,199 บาท โดยแอบอ้างว่าสามารถเป็นผู้ถือหุ้นรายย่อยได้ โดย ก.ล.ต. แจ้งว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเพจดังกล่าว รวมถึงเป็นการชักชวนลงทุนโดยแอบอ้างใช้ชื่อบริษัทจดทะเบียน และสัญลักษณ์ของ ก.ล.ต. โดยไม่ได้รับอนุญาต
 
“ขอเตือนพี่น้องประชาชนอย่าหลงเชื่อการชักชวนลงทุนทางสื่อสังคมออนไลน์ และให้พี่น้องประชาชนตรวจสอบข้อมูล ข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่มีการกล่าวอ้างถึงหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนเผยแพร่และส่งต่อข้อมูลดังกล่าวในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดและความสับสนขยายในวงกว้าง สำหรับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประชาชนสามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.set.or.th หรือโทร. SET Contact Center 0 2009 9999 สำหรับข่าวสารของ ก.ล.ต. สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.sec.or.th หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. SEC Help Center 1207” นางสาวรัชดาฯ กล่าว
 
ทั้งนี้ รัฐบาลโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้เร่งรัดและติดตามการดำเนินการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่อง โดยดีอีเอสได้บูรณาการการทำงานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดความเสียหาย บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน รวมถึงมีการจับกุมผู้กระทำความผิด และดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง ดังนี้
 
ในปี 2565 มีการดำเนินคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในต่างประเทศ 8 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหา 166 คน ปิดกั้นการโทรและ SMS หลอกลวง 118,530 หมายเลข อายัดบัญชีม้า 58,463 บัญชี ปิดกลุ่มโซเชียลมีเดียซื้อขายบัญชีม้า 8 กลุ่ม ดำเนินคดีหลอกลงทุน ระดมทุน และหลอกลวงทางการเงิน 657 คดี จับผู้ต้องหา 673 ราย ปราบพนันออนไลน์ 318 คดี จับผู้ต้องหา 461 ราย ปิดเว็บพนัน 1,830 เว็บ ดำเนินคดีซื้อหลอกขายสินค้าบริการออนไลน์ 263 คดี จับผู้ต้องหา 270 ราย
 
ในส่วนของการดำเนินการตาม พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ซึ่งมีการบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2566 ข้อมูล ณ วันที่ 23 มิถุนายน มีดังนี้
 
– ปิดกั้น SMS/เบอร์โทร.หลอกลวงรวม 188,915 รายการ ปิดกลุ่ม facebook ซื้อขายบัญชีม้า 19 กลุ่ม อายัดบัญชี 101,904 บัญชี แจ้งรายชื่อบุคคล/เจ้าของบัญชีธนาคารที่ใช้กระทำความผิด 993 รายชื่อ และดำเนินคดีบัญชีม้า ซิมม้า 219 คดี ผู้ต้องหา 216 คน
 
– ดำเนินคดีผู้ที่หลอกลวงลงทุน-ระดมทุนออนไลน์และหลอกลวงทางการเงิน 740 คดี/ผู้ต้องหา 762 ราย
 
– ดำเนินคดีการพนันออนไลน์ 662 คดี/ผู้ต้องหา 774 ราย พร้อมปิดกั้น 2,334 เว็บไซต์
 
– ดำเนินคดีผู้หลอกลวงซื้อขายสินค้าบริการออนไลน์ 331 คดี ผู้ต้องหา 347 ราย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักนายกรัฐมนตรี

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
ECONOMY

จ้างงาน 3,594 คน เพิ่มขึ้น 9% หลังต่างชาติลงทุนในไทยปี 66 เพิ่มขึ้น

 

วันที่ 20 สิงหาคม 2566 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการลงทุนในประเทศไทย ช่วง 7 เดือน ปี 2566 (ม.ค.-ก.ค.) มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 จำนวน 377 ราย เพิ่มขึ้น 17% เป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จำนวน 122 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จำนวน 255 ราย เม็ดเงินลงทุนทั้งสิ้น 58,950 ล้านบาท ลดลง 20% เกิดการจ้างงานคนไทย 3,594 คน เพิ่มขึ้น 9% โดยชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุน 5 อันดับแรก ได้แก่ ญี่ปุ่น 84 ราย เงินลงทุน 19,893 ล้านบาท สหรัฐฯ 67 ราย เงินลงทุน 3,044 ล้านบาท สิงคโปร์ 61 ราย เงินลงทุน 12,925 ล้านบาท จีน 28 ราย เงินลงทุน 11,663 ล้านบาท และเยอรมนี 16 ราย เงินลงทุน 1,298 ล้านบาท
 
ส่วนการลงทุนในพื้นที่ EEC ของนักลงทุนต่างชาติ ในช่วง 7 เดือน ปี 2566 (ม.ค.-ก.ค.) นางสาวรัชดา กล่าวว่า มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนในพื้นที่ EEC จำนวน 73 ราย คิดเป็น 19% ของจำนวนนักลงทุนทั้งหมด มูลค่าการลงทุนในพื้นที่ EEC 12,348 ล้านบาท คิดเป็น 21% ของเงินลงทุนทั้งหมด เป็นนักลงทุนจากญี่ปุ่น 31 ราย ลงทุน 5,379 ล้านบาท จีน 12 ราย ลงทุน 893 ล้านบาท เกาหลีใต้ 5 ราย ลงทุน 287 ล้านบาท และประเทศอื่น ๆ อีก 25 ราย ลงทุน 5,789 ล้านบาท โดยธุรกิจที่ลงทุน เช่น บริการให้คำปรึกษาแนะนำด้านการบริหารจัดการกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมต่าง ๆ บริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การออกแบบเครื่องจักร เครื่องกล เครื่องมือและอุปกรณ์ บริการรับจ้างผลิตเครื่องจักร และชิ้นส่วนของเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรม บริการรับจ้างผลิตชิ้นส่วนยานพาหนะ และบริการออกแบบแม่พิมพ์โลหะสำหรับผลิตชิ้นส่วนยานยนต์
        
อย่างไรก็ตาม เฉพาะเดือน ก.ค.2566 นางสาวรัชดา กล่าวเพิ่มเติมว่า มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจในประเทศไทย จำนวน 51 ราย เป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จำนวน 20 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จำนวน 31 ราย เม็ดเงินลงทุนทั้งสิ้น 10,023 ล้านบาท จ้างงานคนไทย 372 คน ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากญี่ปุ่น สิงคโปร์ และสหรัฐฯ
 
“จากนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เน้นส่งเสริมสนับสนุนการลงทุน พร้อมอำนวยความสะดวกในทุกๆ ด้านให้นักลงทุนชาวต่างชาติ ทำให้นักลงทุนเกิดความเชื่อมั่น สนใจลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ผลจากการขับเคลื่อนนโยบาย นอกจากจะมีรายได้เข้าสู่ประเทศไทยแล้ว คนไทยยังได้รับประโยชน์จากการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นองค์ความรู้เฉพาะด้านโดยตรงจากประเทศผู้เข้ามาลงทุนให้แก่คนไทย เช่น องค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาโปรแกรมแอปพลิเคชันเพื่อความปลอดภัยและการจัดการข้อมูลส่วนตัว องค์ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการพัฒนาเว็บไซต์ และ Data Analysis เพื่อการพัฒนาเว็บไซต์และวิเคราะห์ข้อมูลในการทำการตลาด และองค์ความรู้เกี่ยวกับการทดสอบสมรรถนะของรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์เพื่อการวิจัยและพัฒนา เป็นต้น ” นางสาวรัชดา กล่าว

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักนายกรัฐมนตรี

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
SOCIETY & POLITICS

ปลัด สธ. เตรียมเสนอ “พยาบาล” 10,124 ตำแหน่ง ต.ค.นี้

 

วันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม 2566 ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผยขั้นตอนและไทม์ไลน์บรรจุชำนาญการพิเศษพยาบาล 10,124 ตำแหน่ง ยึดหลักเกณฑ์ ก.พ. กระจายทั่วประเทศอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม เตรียมเสนอ อ.ก.พ.กระทรวงอนุมัติกำหนดตำแหน่งภายใน ต.ค.นี้ จากนั้นให้ส่วนภูมิภาคประเมินคัดเลือกบุคคลเข้าตำแหน่งให้เสร็จก่อน ธ.ค. และส่งผลงานประเมินภายใน 6 เดือนเพื่อพิจารณาแต่งตั้งต่อไป

 

           นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า การที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เห็นชอบให้ตำแหน่งชำนาญการพิเศษ แก่พยาบาลวิชาชีพในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข รวม 10,124 อัตรา โดยเป็นส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขจำนวน 9,277 อัตรา ถือเป็นการเพิ่มความก้าวหน้าในสายวิชาชีพพยาบาลและเพิ่มขวัญกำลังใจให้แก่บุคลากร ภายใต้เงื่อนไขคือ กระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ อย่างเหมาะสมและเป็นธรรม ไม่ต้องนำตำแหน่งว่างมายุบเลิก ซึ่งขั้นตอนและกรอบระยะเวลาดำเนินการต่อไปนั้น สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้หารือร่วมกับ กองบริหารทรัพยากรบุคคล กองการพยาบาล และกรมต่างๆ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อวางแผนการกำหนดตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ 10,124 ตำแหน่ง และจะจัดส่งข้อมูลตำแหน่งและส่วนราชการให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขรับทราบ ทำการตรวจสอบให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ ก.พ. พร้อมทั้งจัดส่งแบบประเมินค่างานให้กองบริหารทรัพยากรบุคคล ภายในเดือนกันยายน จากนั้นเสนอ อ.ก.พ.สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เห็นชอบแบบประเมินค่างาน และเสนอ อ.ก.พ.กระทรวงสาธารณสุขอนุมัติกำหนดตำแหน่ง ภายในเดือนตุลาคม 2566 

 

          นพ.โอภาสกล่าวต่อว่า หลังจากวันที่ อ.ก.พ.กระทรวงสาธารณสุข มีมติอนุมัติตำแหน่ง โรงพยาบาลแต่ละแห่งสามารถดำเนินการประเมินบุคคลเพื่อเข้ารับตำแหน่ง และประกาศผลการคัดเลือกให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2566 จากนั้นให้ส่งผลงานประเมินภายใน 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ประกาศผลการคัดเลือกให้คณะกรรมการพิจารณาผลงาน และเสนอปลัดกระทรวงสาธารณสุขออกคำสั่งแต่งตั้งต่อไป ทั้งนี้ กระบวนการทั้งหมดจะดำเนินการด้วยความรอบคอบและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ ก.พ. โดยเฉพาะเรื่องของการกระจายตำแหน่งไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กระทรวงสาธารณสุข

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
CULTURE

“หมู่บ้านรักษาศีล 5” ประจำหนเหนือ ณ ชุมชนคุณธรรม บ้านเมืองรวง

 
วันอาทิตย์ที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๐๐ น. ณ วัดท่าไคร้ (บ้านเมืองรวง) ต.แม่กรณ์ อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ด้วยคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล ๕” จังหวัดเชียงราย ได้คัดเลือก “บ้านเมืองรวง” เป็นหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ต้นแบบของจังหวัดเชียงราย เพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นหมู่บ้านรักษาศีล ๕” ประจำหนเหนือ โดยคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ หนเหนือ กำหนดลงพื้นที่เพื่อตรวจติดตามผลการดำเนินงาน ในวันพุธที่ ๒๓ สิงหาคม เวลา ๑๓.๐๐ น.
 
ในวันนี้ จึงได้มีการประชุมเตรียมความพร้อมรับการตรวจติดตามคณะกรรมการฯ หนเหนือ โดยพระพุทธิญาณมุนี เจ้าคณะจังหวัดเชียงราย ได้มอบหมายให้พระภาวนาโกศลเถร วิ. รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุมฯ พร้อมนี้มีผู้เข้าร่วมประชุม พระครูขันติพลาธร รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย เจ้าคณะอำเภอ คณะสงฆ์จังหวัดเชียงราย นายโสไกร ใจหมั้น ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงราย นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย นายสมาน เทพสุภา ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๕ บ้านเมืองรวง ผู้นำท้องที่ และผู้นำชุมชน พร้อมได้มีการตรวจเยี่ยมพื้นที่ในบริเวณบ้านเมืองรวงร่วมกัน
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สนง.วัฒนธรรม เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
CULTURE

ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากด้วย Soft Power ในมิติทางศาสนา

 
ในวันอาทิตย์ที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๖ ณ ห้องนิทรรศการ ๕ อาคารหอศิลป์แห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร กรมการศาสนากระทรวงวัฒนธรรมจัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการการ ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากด้วย Soft Power ในมิติทางศาสนา โดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Facebook LIVEกรมการศาสนา)โดยกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้บริหารหรือผู้แทนศูนย์ศึกษา พระพุทธศาสนาวันอาทิตย์และผู้แทนหน่วยเผยแพร่ศีลธรรมทางพระพุทธศาสนาของแต่ละจังหวัดเพื่อให้เกิดการบูรณาการการดำเนินงานด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ผ่านกลไก “พลังบวร” ซึ่งเป็น Soft Power ที่ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก สร้างความมั่นคงให้แก่ชุมชน ช่วยสนับสนุนให้เด็กเยาวชนและประชาชนใกล้ชิดกับพระพุทธศาสนาโดยการน้อมนำและปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนทางศาสนาในชีวิตประจำวัน โดยมีกิจกรรมสำคัญ ดังนี้
 
๑. รับชมวีดิทัศน์หน่วยงานภาคีเครือข่ายทางศาสนา
๒. การประชุมเชิงปฏิบัติการฯ หัวข้อ “การส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากด้วย Soft Power ในมิติศาสนา” ดำเนินรายการโดย นายยงจิรายุ อุปเสน ผู้จัดการสำนักส่งเสริมและขับเคลื่อนเครือข่ายทางสังคม ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน ซึ่งมีคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่
๒.๑ พระมหาศรายุทธ อคฺคธมฺโม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดศรีสามัคคีธรรม จังหวัดบึงกาฬ
๒.๒ ผู้แทน ศพอ.วัดพระเชตุพน กรุงเทพฯ
๒.๓ รองศาสตราจารย์ นพดล เนตรดี วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์
๒.๔ คุณอัจฉรา แสงจันทร์ ชุมชนคุณธรรมวัดพระบรมธาตุ จังหวัดกำแพงเพชร
๓. กิจกรรมระดมความคิด เรื่อง การส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากด้วย Soft Power ในมิติทางศาสนา
 

ในโอกาสนี้จังหวัดเชียงรายโดยผู้บริหารและผู้แทนศูนย์พระพุทธ ศาสนาวันอาทิตย์และผู้แทนหน่วยเผยแพร่ศีลธรรมทางพระพุทธศาสนา จำนวน ๒๑ รูป/คน พร้อมด้วยนายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย นางพัชรนันท์ แก้วจินดา ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม นางสุภัสสร ประภาเลิศ นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ นางสายรุ้ง สันทะบุตร นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ นายสุพจน์ ทนทาน นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ นายอภิชาต กันธิยะเขียว นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ นายวรพล จันทร์คง นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ และนางสาวสุทธิดา ตราชื่นต้อง นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ ข้าราชการสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย เข้าร่วมโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก ด้วย Soft Power ในมิติทางศาสนา ในวันอาทิตย์ที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๖ เวลา ๐๘.๐๐ – ๑๕.๐๐ น. ณ ห้องประชุมเวียงกาหลง ชั้น ๓ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย (ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ Facebook LIVE กรมการศาสนา)พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกให้แก่คณะสงฆ์และผู้นำ ศาสนาที่มาร่วมการประชุมฯ ดังกล่าว
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สนง.วัฒนธรรม เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
SOCIETY & POLITICS

อบจ.เชียงราย ลุยกระจายเครื่องจักร สู่ชุมชน MOU ร่วม 3 พื้นที่ตำบลบ้านดู่

 
วันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม 2566 ณ หมู่บ้านออมสิน หมู่ 14 ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนายจิราวุฒิ แก้วเขื่อน ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย นางทานตะวัน แสนพิช สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เขต 7 อำเภอเมือง พบปะรับฟังปัญหาพี่น้องประชาชนและร่วมบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การสนับสนุนเครื่องจักรกลฯ เพื่อขุดลอก
นำวัชพืชออกจากหนองน้ำสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ตำบลบ้านดู่ และบ้านเหล่าพัฒนา หมู่ที่ 14 ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย โดยมี นางพีระพรรณ ศิริกุล รองนายกเทศมนตรีตำบลบ้านดู่ รักษาราชการแทนนายกเทศมนตรีตำบลบ้านดู่ นายสมชาติ วรรณาคำ กำนันตำบลบ้านดู่ และนายศรีสุข หงส์คำ ผู้ใหญ่บ้านเหล่าพัฒนา หมู่ที่ 14 ร่วมลงนามในครั้งนี้
 
เนื่องจากมีวัชพืชปกคลุมหนาแน่นทำให้การไหลของน้ำไม่สะดวก เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน และเป็นสาเหตุทำให้เกิดน้ำท่วมในฤดูฝน โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ร่วมกับเทศบาลตำบลบ้านดู่ ฝ่ายปกครองตำบลบ้านดู่ และบ้านเหล่าพัฒนา หมู่ที่ 14 ร่วมบูรณาการในการขุดลอกนำวัชพืชออกจากหนองน้ำสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ตำบลบ้านดู่ โดยวิธีการใช้เครื่องจักรกลหนักขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ซึ่งเทศบาลตำบลบ้านดู่ เป็นผู้สนับสนุนน้ำมันเชื้อเพลิง และฝ่ายปกครองตำบลบ้านดู่ ร่วมกับหมู่บ้านเหล่าพัฒนา เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงาน เพื่อให้การดำเนินการขุดลอกนำวัชพืชออกจากหนองน้ำสาธารณประโยชน์บ้านเหล่าพัฒนา หมู่ที่ 14
สำหรับการพบปะรับฟังปัญหาพี่น้องประชาชนและร่วมบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เป็นโยบายที่สำคัญของ นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย อาทิ นโยบายสามพี่น้องท้องถิ่นร่วมใจ ชุมชน และการมีส่วนร่วม นโยบายการพัฒนาแหล่งน้ำ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนโยบายกระจายเครื่องจักรและบุคลากรสู่ชุมชน
ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดเชียงราย ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงร่วมบูรณาการพัฒนากับทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
SOCIETY & POLITICS

มทบ.37 ร่วมกับเจ้าหน้าที่เกษตร ส่งคนช่วยคัดแยกดอกไม้

 
เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 66 ร.ต. ไพบูลย์ สายหงษ์หน.ชุดประสานงานและคุ้มครองป้องกันชุมชน สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง บ้านธารทอง พร้อมด้วยกำลังพลร่วมกับเจ้าหน้าที่เกษตร และราษฎร สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง ตามพระราชดำริ บ้านธารทอง ทำการคัดแยกดอกดาวเรือง ดอกเข้าพรรษา และดอกบัวเข็ม ของสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง ตามพระราชดำริ บ.ธารทอง ต.แม่เงิน อ.เชียงแสน จ.ชร. เพื่อส่งจำหน่ายให้กับตลาดดอกไม้ในจังหวัดเชียงราย
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
SPORT

คับคั่ง! เชียนแสน ปั่นชิลล์ชมวิวริมโขง 3 แผ่นดิน

 
วันนี้(20ส.ค.)ที่หน้าที่ว่าการอำเภอเชียงแสน จ.เชียงราย นางภัทราวดี สุทธิธนากูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมปั่นท่องเที่ยวเชียงรายริมฝั่งโขง โดยมีนายสัณฐิติ โคละทัต ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงราย และนายคฑาสิทธิ์ เนื่องหล้า นายอำเภอเชียงแสน นำหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำองค์กรท้องถิ่นผู้นำชุมชน และพี่น้องนักกีฬาเข้าร่วมอย่างคับคั่ง
 
กิจกรรมการปั่นท่องเที่ยวเชียงรายริมฝั่งโขง จัดขึ้นปีที่ 2 เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนเห็นถึงความสำคัญของการออกกำลังกาย และรักษาสุขภาพ เป็นการพัฒนาการจัดกิจกรรมการปั่นจักรยานของจังหวัดเชียงรายสู่มาตรฐานสากลตามนโยบายของกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาเป็นการสร้างภาพลักษณ์ของจังหวัดเชียงรายในรูปแบบ Sport Tourism อย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นการนำกีฬาจักรยานมาเปิดแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์และงดงามของจังหวัดเชียงรายให้เป็นที่รู้จักด้วยสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน
 
การจัดกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนได้เห็นความสำคัญด้านสุขภาพและด้านต่างๆซึ่งการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชน และประชาชนในพื้นที่ให้ครบทุกมิติ สนับสนุน ส่งเสริมการออกกำลังกายการเล่นกีฬาเพื่อให้เยาวชน และประชาชนเขาด้วยเชียงรายมีสมรรถภาพร่างกายที่ดี มีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง และเป็นการผลักดันกีฬาจักรยานไปสู่สากลพร้อมทั้งยังส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงรายแบบยั่งยืน สอดคล้องกับการเป็นเมืองกีฬาเชียงรายสปอร์ตซิตี้อีกด้วย
 
ซึ่งการจัดกิจกรรมดังกล่าวได้รับการสนับสนุนการจัดกิจกรรมจากทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนเป็นอย่างดี โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมปั่นในครั้งนี้จำนวนทั้งสิ้นกว่า 800 คน จากทั้งภายในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว และเมียนมา โดยได้แบ่งเส้นทางการจัดกิจกรรมออกเป็น 3 ระยะประกอบไปด้วย ประเภทเอระยะทาง 90 กิโลเมตร ประเภทบีระยะทาง 48 กิโลเมตร และประเภทซี 22 กิโลเมตร โดนทั้ง 3 ระยะ ผู้ที่เข้าร่วมปั่นในครั้งนี้จะมีความเพลินเพลิน ได้ออกกำลังกาย ชมธรรมชาติของอำเภอเชียงแสน 3 เหลี่ยมทองคำ และได้รับความสนุกสนานอีกด้ว
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News