Categories
TOP STORIES

บิ๊กโจ๊ก แจ้งข้อหาเหตุสลดโกดังพลุมูโนะ 16 เจ้าหน้าที่รัฐ รับสินบนละเลยหน้าที่

 

จากกรณีเมื่อวันที่ 29 ก.ค.66 เวลา 15.05 น. เกิดเหตุโกดังเก็บดอกไม้ไฟระเบิดที่บ้านมูโนะ หมู่ 1 ต.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ทำให้บ้านเรือนประชาชนที่อยู่บริเวณโดยรอบได้รับความเสียหายกว่า 649 หลังคาเรือน มีผู้เสียชีวิต 11 ราย ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 389 ราย มูลค่าความเสียหายมากกว่า 260 ล้านบาท ตามที่สื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
กรณีดังกล่าว พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. สืบสวนหาสาเหตุของการเกิดเหตุระเบิดดังกล่าว รวมทั้งตรวจสอบการเก็บรักษาดอกไม้เพลิงดังกล่าว และดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนขยายผลหาแหล่งที่มา ที่เก็บดอกไม้ไฟที่เกี่ยวข้อง แหล่งจำหน่ายดอกไม้ไฟ และเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดดังกล่าว ซึ่งทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก จำนวน 3 ราย คือ.

1. น.ส.ปิยะนุช (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี (เจ้าของโกดัง)
2. นายสมปอง (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี (ผู้ดูแลโกดัง)
3. นายปฐมพร (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี (ช่างรับเหมา)
ในความผิดฐาน กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับอันตรายสาหัส และได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ, ร่วมกันทำ สั่ง นำเข้า หรือค้าซึ่งดอกไม้เพลิง โดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานตามพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และร่วมกันก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ครบแล้วทั้ง 3 ราย โดยในคดีนี้ พนักงานสอบสวนได้มีการสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องจำนวน 822 ปาก มีเอกสารในสำนวนมากกว่า 6,529 แผ่น โดยสรุปสำนวนการสอบสวนส่งอัยการจังหวัดนราธิวาสแล้วในวันที่ 18 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา
นอกจากนี้

จากการสืบสวนพบว่า เหตุการณ์ระเบิดดังกล่าว ส่วนหนึ่งเกิดมาจากการปล่อยปละละเลยของเจ้าหน้าที่รัฐที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบการนำเข้า จำหน่าย และเก็บรักษาดอกไม้ไฟ บางรายมีการเรียกรับผลประโยชน์เพื่อแลกกับการไม่ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐรวม 16 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จำนวน 4 ราย เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน 4 ราย เจ้าหน้าที่ศุลกากร จำนวน 7 รายและเจ้าหน้าที่ทหาร 1 ราย ประกอบด้วย.

1. พ.ต.ท.สุพจน์ (สงวนนามสกุล)
2. จ.ส.ต.มาหาหมัดฟาโร (สงวนนามสกุล)
3. ส.ต.อ.สุทิน (สงวนนามสกุล)
4. ส.ต.อ.ต่วนอูเซ็น (สงวนนามสกุล)
5. ด.ต.รูสลาม (สงวนนามสกุล) ​นายก อบต.มูโนะ
6. นายซูกีปลี (สงวนนามสกุล)​รรท.ผอ.กองช่างฯ
7. น.ส.สุดสาย (สงวนนามสกุล)​ปลัด อบต.มูโนะ
8. น.ส.วิมล (สงวนนามสกุล)​นายทะเบียน
9. นายภัทรเทพ (สงวนนามสกุล)​นายตรวจศุลกากรท่าเรือ
10. นายปรัชญา (สงวนนามสกุล)​นายตรวจศุลกากรท่าเรือ
11. นายพนมชัย (สงวนนามสกุล)​นายตรวจศุลกากรท่าเรือ
12. นายวรกานต์ (สงวนนามสกุล)​นายตรวจศุลกากรท่าเรือ
13. นายรณกฤต (สงวนนามสกุล)​นายตรวจศุลกากรท่าเรือ
14. นายพลวรรธน์ (สงวนนามสกุล)นายตรวจศุลกากรท่าเรือ
15. นายสยุมภู (สงวนนามสกุล)​นายตรวจศุลกากรท่าเรือ
16.จ.ส.อ. ชัยยะ (สงวนนามสกุล)

ดำเนินคดีในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหาย หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เจ้าหน้าที่รัฐทั้ง 16 ราย ได้รับมอบตัวและแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ดำเนินการส่งสำนวนให้ ป.ป.ช.แล้วจำนวน 8 ราย อยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีอีก 8 ราย
และกรณีการลักลอบจำหน่ายดอกไม้ไฟ เจ้าหน้าที่สืบสวนเพิ่มเติมทราบว่า ดอกไม้ไฟในโกดังที่เกิดเหตุ

ซึ่งผู้ต้องหาได้สั่งซื้อมานั้น มาจากผู้ค้าหลายรายทั้งในเขตพื้นที่จ.สงขลา กรุงเทพฯ และปริมณฑล จึงได้เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นเป้าหมายมากกว่า 17 จุด ซึ่งเป็นผู้ค้า และ ผู้นำเข้าดอกไม้ไฟ จากต่างประเทศ จึงได้ตรวจยึดของกลางเป็นดอกไม้ไฟมากถึง 9,596 ลัง ซึ่งเป็นของกลางที่ลักลอกนำเข้าประเทศโดยผิดกฎหมาย จากเครือข่ายจำนวน 7 บริษัท จากนั้นมีการลักลอบค้าและจำหน่ายดอกไม้ไฟให้กับสมปองฯโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ประกอบด้วย.

1. บ.โอเอ็นจี ทูเก็ตเตอร์ จำกัด
2. บ.ทีพีบี ไฟร์เวิร์ค จำกัด
3. ร้านเอเชีย คลองแงะ
4. บ.สุรเสียง (ประเทศไทย) จำกัด
5. บ.ไดมอนโดม จำกัด
6. บ.เคทูเค ไฟร์เวิร์ค จำกัด
7. บ.ทองทาดา จำกัด

โดยดำเนินคดีในความผิดฐาน ค้าดอกไม้เพลิง โดยฝ่าฝืนคำสั่งฯ, ไม่ได้ขออนุญาตในการค้าและการขนส่งดอกไม้ไฟ มีและนำเข้าซึ่งประทัดไฟโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งการดำเนินคดีกับทั้ง 7 บริษัท อยู่ในระหว่างการสอบสวน ซึ่งได้แจ้งข้อกล่าวหาและรับสารภาพ แล้วบางส่วน จะดำเนินการเสร็จสิ้นในสัปดาห์หน้าทั้งหมด ในส่วนของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์โกดังระเบิดดังกล่าวนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ประสานความช่วยเหลือจากหน่วยงาน 3 ส่วนด้วยกัน

1. ศอ.บต. สำหรับผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตอยู่ในระหว่างพิจารณาหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการ หากเข้าข่ายตามหลักเกณฑ์ของ ศอ.บต.

2. กองทุนยุติธรรมจังหวัด ได้รวบรวมคำขอจากญาติผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บจำนวน 389 ราย อยู่ในระหว่างพิจารณาเรื่องค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา สำหรับผู้ที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว หากเข้าหลักเกณฑ์ดังกล่าว จะได้รับความช่วยเหลือรายละ 200,000 บาทสำหรับผู้เสียชีวิต

3. โยธาจังหวัดนราธิวาส ในการให้ความช่วยเหลือเรื่องการซ่อมแซมบ้านเรือนของประชาชนที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด 649 หลัง อยู่ในระหว่างพิจารณาดำเนินการ

โดยจะได้งบประมาณจากกองทุนสำนักนายกรัฐมนตรี 100 ล้านบาท เงินบริจาคของพี่น้องประชาชนอีกจำนวนประมาณ 33.9 ล้านบาท เงินช่วยเหลือจากองค์กรเอกชนและส่วนราชการ 35.3 ล้านบาท รวมถึงงบประมาณในส่วนกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทยอีกจำนวนหนึ่ง
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า คดีดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้พี่น้องชาวมูโนะได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง ท่าน ผบ.ตร.เห็นความสำคัญ จึงได้สั่งการให้ควบคุมดูแลการดำเนินคดีโดยละเอียดรอบคอบ ดังนั้นจึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนขยายผลดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความเสียหายดังกล่าวทั้งหมด ขณะนี้สำนวนการสอบสวนคดีดังกล่าวได้ดำเนินการจนเสร็จสิ้นแล้ว

นอกจากมีการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการระเบิดจำนวน 3 รายแล้ว ได้มีการดำเนินคดีกับบริษัทที่จำหน่ายดอกไม้ไฟโดยฝ่าฝืนกฎหมายจำนวน 7 บริษัท และขยายผลดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จำนวน 16 ราย โดยจากนี้หากมีพยานหลักฐานเชื่อมโยงกับบุคคลใดเพิ่มเติมอีก ก็จะนำตัวมาดำเนินคดีจนถึงที่สุดต่อไป นอกจากนี้ ยังได้ประสานงานติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว เบื้องต้นแต่ละหน่วยงานอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาหลักเกณฑ์เพื่อเร่งมอบเงินช่วยเหลือให้กับผู้เสียหาย เพื่อเยียวยาและฟื้นฟูบ้านเรือนจากความสูญเสียดังกล่าวโดยเร็ว

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

ขับเคลื่อน 10 สุดยอดเที่ยวชุมชน ยลวิถี ปี 3 วัดพระธาตุผาเงา อ.เชียงแสน

 

วันศุกร์ที่ 22 กันยายน 2566 กระทรวงวัฒนธรรม คัดเลือกชุมชนคุณธรรมฯ วัดพระธาตุผาเงา (บ้านสบคำ) อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เป็น 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปี 2566 เพื่อประกาศยกย่อง เชิดชูเกียรติ สร้างขวัญกำลังใจแก่ชุมชนและผู้ให้การสนับสนุนการขับเคลื่อน พร้อมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายในวงกว้าง เพื่อให้เกิดการพัฒนาต่อยอดและขยายผลความสำเร็จไปยังชุมชนที่ส่งเสริมการสร้างจิตสำนึกต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปปฏิบัติใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้อยู่ดีมีสุข ดำรงชีวิตตามวิถีวัฒนธรรมที่ดีงาม ปลุกกระแสการท่องเที่ยววิถีชุมชน สร้างโอกาส สร้างรายได้ เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

 
ในวันนี้ นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย มอบหมายให้นางสาวกฤษยา จันแดง นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการพิเศษ พร้อมด้วยนางกัลยา แก้วประสงค์ และนางสุพรรณี เตชะตน นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ ลงพื้นที่ปรึกษาหารือแนวทางการพัฒนาต่อยอด สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สนง.วัฒนธรรม เชียงราย

กฤษยา จันแดง, กัลยา แก้วประสงค์ : รายงาน

สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงราย : ภาพ

อภิชาต กันธิยะเขียว : บรรณาธิการ

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

โครงการธรรมสัญจร ผู้ว่าฯ พาทำบุญ เข้าวัดปฏิบัติธรรม

 

วันศุกร์ที่ 22 กันยายน 2566 จังหวัดเชียงราย โดย สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงราย ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดเชียงราย จัดโครงการธรรมสัญจร ผู้ว่าฯ พาทำบุญ เข้าวัดปฏิบัติธรรม ทุกวันธรรมสวนะ ระหว่างเข้าพรรษา ภายใต้การขับเคลื่อนงานการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของคณะสงฆ์จังหวัดเชียงราย ประจำปี พ.ศ. 2566 ณ วัดพระธาตุผาเงา ตำบลเวียง อำเภอเชียงราย โดยมีพระพุทธิญาณมุนี เจ้าคณะจังหวัดเชียงราย เจ้าอาวาสวัดพระธาตุผาเงา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายศรัณยู มีทองคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายคฑาสิทธิ์ เนื่องหล้า นายอำเภอเชียงแสน หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ พุทธศาสนิกชน นักเรียน เข้าร่วม ณ อาคารเทพกาญจนา วัดพระธาตุผาเงา ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย


ในการนี้ นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย มอบหมายนางสาวกฤษยา จันแดง ผู้อำนวยการกลุ่มกิจการพิเศษ พร้อมด้วยนางกัลยา แก้วประสงค์ และนางสุพรรณี เตชะตน นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ เข้าร่วมโครงการ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สนง.วัฒนธรรม เชียงราย

กฤษยา จันแดง, กัลยา แก้วประสงค์ : รายงาน
สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงราย : ภาพ
อภิชาต กันธิยะเขียว : บรรณาธิการ

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

การถอดบทเรียนและพัฒนาการของเครือข่าย ทางวัฒนธรรม รวมถึงความก้าวหน้า

 

วันศุกร์ที่ 22 กันยายน 2566 ถอดบทเรียนและพัฒนาการของเครือข่ายทางวัฒนธรรม รวมถึงความก้าวหน้าและพัฒนาการจากการทำงานร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดการบรรยายหัวข้อ “การถอดบทเรียนและพัฒนาการของเครือข่ายทางวัฒนธรรม รวมถึงความก้าวหน้าและพัฒนาการจากการทำงานร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม” บรรยายโดย ดร.สง่า ดามาพงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการแผนอาหารเพื่อสุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) วิทยาการโดย นายวรพงศ์ ผูกภู่ พร้อมด้วย คณะผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนนายกเหล่ากาชาดจังหวัด วัฒนธรรมจังหวัด เครือข่ายวัฒนธรรม และประชาชนผู้สนใจ เข้าร่วมกิจกรรมฯ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถอดบทเรียนเพื่อขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมและพัฒนายกระดับอาหารถิ่นสู่มรดกทางวัฒนธรรม และอัตลักษณ์ความเป็นไทย (Thailand Best Local Food) “รสชาติ…ที่หายไป The Lost Taste”

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนายกระดับอาหารถิ่นสู่มรดกทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ความเป็นไทย “รสชาติ… ที่หายไป The Lost Teste” คุณค่าของเมนูอาหารถิ่นที่เสี่ยงต่อการสูญหาย ไม่ได้มีการบริโภคอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน (The Lost Teste Locol Food) ควรได้รับการรักษาและสืบทอด เพราะเป็นอาหารที่แสดงถึงภูมิปัญญา ภายใต้ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นอาหารที่มีคุณค่า ต่อชุมชน ท้องถิ่น เป็นแบบอย่างที่ควรเชิดชู เพื่อให้เกิดการรักษาและฟื้นฟูให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของจังหวัดเพื่อพัฒนายกระดับอาหารถิ่นสู่มรดกทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ความเป็นไทย “รสชาติ… ที่หายไป The Lost Teste” คุณค่าของเมนูอาหารถิ่นที่เสี่ยงต่อการสูญหาย ไม่ได้มีการบริโภคอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน (The Lost Teste Locol Food) ควรได้รับการรักษาและสืบทอด เพราะเป็นอาหารที่แสดงถึงภูมิปัญญา ภายใต้ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นอาหารที่มีคุณค่า ต่อชุมชน ท้องถิ่น เป็นแบบอย่างที่ควรเชิดชู เพื่อให้เกิดการรักษาและฟื้นฟูให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของจังหวัด

ในการนี้ นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย นางพัชรนันท์ แก้วจินดา ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม และนายอภิชาต กันธิยะเขียว นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ ร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สนง.วัฒนธรรม เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

อบจ.เชียงรายต้อนรับ คณะผู้บริหาร ทม.ลำพูน

 
วันที่ 22 กันยายน 2566 เวลา 11.00 น. นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย พร้อมด้วยนายทัศพงษ์ สุวรรณมงคล เลขานุการ นายก อบจ.เชียงราย ดร.ศราวุธ สุตะวงค์ ผอ.โรงเรียน อบจ.เชียงราย คณะผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียน อบจ.เชียงราย และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมให้การต้อนรับคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา และบุคลากร จากเทศบาลเมืองลำพูน 
 
นำโดยนายประภัสร์ ภู่เจริญ นายกเทศมนตรีเมืองลำพูน ในการเข้าแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการเรียนการสอน ของโรงเรียน อบจ.เชียงราย เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาระบบการจัดการศึกษาภายในโรงเรียนสังกัดเทศบาลเมืองลำพูน
.
พร้อมกันนี้ นายก อบจ.เชียงรายได้นำเสนอนวัตกรรมการบริหารการศึกษา เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน “ห้องเรียนออนไลน์ (Online) สําหรับการจัดการศึกษาที่มุ่งเน้นศักยภาพผู้เรียนรายบุคคล 19 โปรแกรม ตามแนวทาง Thinking School ซึ่ง อบจ.เชียงราย ได้รับรางวัล อปท.ที่มีการบริหารจัดการที่ดี ประจำปี 2565 และได้นำคณะฯ เยี่ยมชมการเรียน การสอน ของระดับชั้นต่าง ๆ ของโรงเรียน อบจ.เชียงราย ให้คณะฯ ได้เห็นบรรยากาศภายในห้องเรียนอย่างแท้จริง 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

อบจ.เชียงราย ดันนโยบายโฮงยาใกล้บ้าน หนุนงบพัฒนาเครือข่ายการให้บริการฝึกพูด

 

วันที่ 22 กันยายน 2566 เวลา 09.00 น. นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาเครือข่ายการให้บริการฝึกพูดในผู้ป่วยที่มีภาวะเสียงการสื่อความ (Aphasia) ในชุมชน ณ ห้อ ประชุม 9A ชั้น 9 อาคารแพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์

โดยมีนายแพทย์ศุภเลิศ เนตรสุวรรณ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ นายแพทย์ชวน ชีพเจริญรัตน์ หัวหน้ากลุ่มงานโสต ศอ นาสิก โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ร่วมให้การต้อนรับ และรายงานวัตถุประสงค์การจัดอบรมฯ ในครั้งนี้ด้วย
.
โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ โดยหน่วยฝึกพูด แผนกโสต ศอ นาสิก วิทยา ให้การดูแลผู้ป่วยที่มีความพิการด้านการสื่อความหมาย ทั่วทั้งจังหวัดเชียงราย และจังหวัดใกล้เคียง พบผู้ป่วยด้านนี้เป็นจำนวนมาก โดยภาวะเสียการสื่อความ หรือ Aphasia เป็นความบกพร่องด้านการสื่อสาร ทำให้ผู้พิการไม่เข้าใจสิ่งที่ผู้อื่นพูด หรือเข้าใจแต่ไม่สามารถพูดหรือแสดงความต้องการของตนเองได้ ซึ่งภาวะ Aphasia สามารถบำบัดรักษาฟื้นฟูได้ 
 
แต่เนื่องจากข้อจำกัดด้านการเดินทางของผู้พิการ รวมทั้งนักเวชศาสตร์การสื่อความหมายของโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ มีจำนวนเพียง 2 ท่าน จึงไม่เพียงพอต่อการดูแลผู้ป่วย ดังนั้นการบำบัดฟื้นฟูจึงต้องอาศัยเครือข่ายการทำงานร่วมกับสหวิชาชีพ โดยเฉพาะในระดับ รพ.สต. จึงได้จัดโครงการฯ ในครั้งนี้ขึ้น เพื่อให้ผู้ป่วยได้เข้าถึงบริการการฝึกพูดได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น อบจ.เชียงราย โดยกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพจังหวัดเชียงราย ได้สนับสนุนงบประมาณในการจัดโครงการฯ ทั้งนี้ได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรจากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล คณะแพทยศาสตร์วิชรพยาบาล มหาวิทยาลัย นวมินทราธิราช และโรงพยาลศูนย์ขอนแก่น
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

“ทรงศรี” เปิดงานวันนัดพบเกษตรกร “กาดต้มโป่ง ฮอมสุข”

 
วันที่ 22 กันยายน 2566 เวลา 11.00 น. นางทรงศรี คมขำ รองนายก อบจ.เชียงราย พร้อมด้วย นายประเสริฐ ชุ่มเมืองเย็น รองประธานสภา อบจ.เชียงราย ร่วมพิธีเปิดงานวันนัดพบเกษตรกร ประจำปี พ.ศ. 2566 “กาดต้มโป่ง ฮอมสุข” ตลาดเขียว ณ ลานกิจกรรมน้ำพุร้อนป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย โดยมี นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่จัน เป็นประธานในพิธีเปิด และนายณฐกรณ์ ใจรังสี นายก อบต.ป่าตึง นพ.ดร. ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เข้าร่วมพิธีเปิดในครั้งนี้ด้วย
 
ทาง อบต.ป่าตึง ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ได้กำหนดจัดงานวันนัดพบเกษตรกร ประจำปี พ.ศ. 2566 “กาดต้มโข่ง ฮอมสุข” ตลาดเขียว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมตลาดเขียว ให้ผู้ผลิตและผู้บริโภคมีโอกาสได้สื่อสารและ สนับสนุนกัน เกิดการเรียนรู้การบริหารจัดการด้านการเกษตร ที่รับผิดชอบต่อตนเอง ผู้บริโภค และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม การเพิ่มช่องทางให้ผู้บริโภคเข้าถึงแหล่งอาหารปลอดภัย ส่งเสริมเกษตรกรให้มีการดำรงชีวิตตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 
 
โดยในงานมีกิจกรรมต่างๆ เช่น การจำหน่ายสินค้า พืช ผัก ผลไม้ อาหารปลอดภัย อาหารแปรรูป อาหารพื้นบ้านตามฤดูกาล ที่มีคุณภาพดีและปลอดสารพิษ นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการความรู้และงานบริการ ด้านวิชาการของหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ ศิลปะการละเล่นและดนตรีพื้นบ้าน เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 – 24 กันยายน 2566 ณ ลานกิจกรรมน้ำพุร้อนป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
BREAKING NEWS

ข่าวเด่นน่าติดตามวันศุกร์ที่ 22 กันยายน 2566

คลิกที่ภาพ

 

ข่าวเด่นน่าติดตามวันศุกร์ที่ 22 กันยายน 2566

1.วรงค์ ติง ‘เศรษฐา’ บอกสื่อต่างชาติ จ่อดึง ‘ทักษิณ’ ร่วมงาน ทำรัฐบาลไทยเสื่อม

2. “ปิยบุตร” ประกาศยุติบทบาท เลิกวิจารณ์ “ก้าวไกล” เด็ดขาด หลังถูกทัวร์ด้อมส้มลงหนัก

3. “อิทธิพล คุณปลื้ม” ติดต่อขอมอบตัว หลังหนีหมายจับคดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ ปมคอนโดฯ ริมหาดพัทยา

4. “เชฟลุงป้อม” โชว์ทำผัดซีอิ๊ว หลังทีมตบลูกยางสาวไทยชนะโปแลนด์ เผยทีมสาวไทยกลับมาทำเลี้ยงทั้งทีม

5.นายกฯ เตรียมนำทีมต้อนรับนักท่องเที่ยว จีน-คาซัคสถาน ดีเดย์เปิดฟรีวีซ่า 25 ก.ย.นี้

6. ‘เทพไท’ ทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานอภัยโทษ ตามรอย ‘ทักษิณ’

7. ‘ธนกร’ แวะเยี่ยม พล.อ.ประยุทธ์ ดีใจเห็นสีหน้าสดใส หลังได้พักผ่อนใช้เวลากับครอบครัว


8.รัฐบาลเกาหลีใต้ผ่านกฎหมายใหม่คุ้มครองครู จากการถูกผู้ปกครองบูลลี่

9.ทหารแอฟริกาใต้ ถูกคลื่นซัดตกเรือดำน้ำ ดับ 3 ศพ อาการวิกฤติอีก 1

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

พิธีวางพวงมาลาถวายสักการะ เนื่องในวันมหิดล ประจำปี 2566

 

วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2566 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม MD-1519 ชั้น 15 อาคารสำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ตำบลนางแล อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย นายรามิล พัฒนมงคลเชฐ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยข้าราชการ พนักงาน องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และประชาชน นำพวงมาลาถวายสักการะ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เนื่องในวันที่ 24 กันยายน ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ถือเป็น “วันมหิดล” ซึ่งเป็นวันที่ปวงชนชาวไทยทั้งปวง ร่วมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีคุณูปการต่อประเทศชาติ ในฐานะ “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย” 

 

โดยได้ทรงอุทิศทั้งพระราชทรัพย์ พระวรกายและพระสติกำลัง เพื่อการเสริมสร้างความเป็นปึกแผ่นให้แก่โรงเรียนแพทย์ อีกทั้งได้ทรงพัฒนาการผลิตแพทย์ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อันเป็นการวางรากฐานที่มั่นคงให้แก่การแพทย์แผนปัจจุบันและการสาธารณสุขของไทย ให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาอารยประเทศ ต่อมานอกจากนี้พระองค์ยังทรงมีพระอัจฉริยภาพในด้านต่างๆ อาทิ การศึกษาการต่างประเทศ การทหารเรือ และศิลปะ ซึ่งเป็นมรดกอันล้ำค่าที่ก่อให้เกิดคุณูปการต่อประเทศชาติมาจวบจนปัจจุบันตลอดพระชนม์ชีพ พระองค์ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ 

 

โดยที่ไม่ทรงยินยอมให้พระอิสริยยศและฐานันดรศักดิ์ อันสูงยิ่งของพระองค์มาขวางกั้นการปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ตามพระปณิธานที่ทรงมุ่งมั่นอยู่ในอุดมการณ์ที่ให้ความสำคัญต่อการเชิดชูชีวิต ศักดิ์ และฐานะของบุคคลในฐานะที่เป็นมนุษย์ ซึ่งได้นำความปลื้มปีติ และภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับประชาชนคนไทย ด้วยปรากฏต่อมาภายหลังว่า อุดมการณ์ที่พระองค์ทรงยึดถือปฏิบัตินี้ องค์การสหประชาชาติได้ประกาศเป็นหลักการข้อหนึ่งของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน คริสต์ศักราช 1954 และด้วยพระราชกรณียกิจข้อนี้ รวมถึงด้านอื่น ๆ องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNESCO ได้มีมติร่วมกับประเทศไทย ในการเฉลิมพระเกียรติ ในฐานะที่เป็นบุคคลสำคัญของโลก เนื่องในโอกาสมหามงคล วันคล้ายวันพระราชสมภพ 100 ปี ของพระองค์ เมื่อวันที่ 1 มกราคม พุทธศักราช 2535 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณที่ได้ ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ อันเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของผู้อื่นมาอย่างต่อเนื่อง

 

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
EDITORIAL

ห่วงเด็กไทย ธุรกิจบุหรี่ไฟฟ้า “สร้างมายาคติ ความเชื่อผิดๆ”

 

รศ.ดร.จักรพันธ์ เพ็ชรภูมิ อาจารย์ประจำสาขาวิชาอนามัยชุมชนและหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัยและวิชาการด้านการควบคุมยาสูบภาคเหนือ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดเผย ผลการวิจัย ‘การใช้บุหรี่ไฟฟ้าของนักเรียนมัธยมศึกษาและการปรับตัวในการจัดการเรียนการสอนเกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าของครูในโรงเรียน’ ระหว่างเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2566 กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 จำนวน 6,147 คน จาก 16 จังหวัด ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศไทย ซึ่งผลการศึกษาพบว่า เด็ก 9.6% มีประสบการณ์การใช้บุหรี่ไฟฟ้าในรอบ 30 วันที่ผ่านมา และที่สำคัญเด็กที่ไม่เคยใช้บุหรี่ไฟฟ้า 17.6% มีความตั้งใจที่จะทดลองใช้บุหรี่ไฟฟ้าในอนาคต

“ทั้งนี้พบว่า เด็กขาดความรู้และมีความเชื่อที่ไม่ถูกต้องต่อบุหรี่ไฟฟ้าใน 10 เรื่อง ดังนี้ 1) 49.2% เชื่อว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นที่ยอมรับในกลุ่มวัยรุ่น 2) 40.5% ไม่รู้ว่าการมีบุหรี่ไฟฟ้าไว้ในครอบครองผิดกฎหมาย 3) 39.3% ไม่รู้ว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในที่สาธารณะผิดกฎหมาย 4) 39.3% ไม่รู้ว่าบุหรี่ไฟฟ้าห้ามนำเข้ามาในประเทศไทย 5) 39.3% ไม่เชื่อว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้าทำให้เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด 6) 36.6% ไม่เชื่อว่าการได้รับไอบุหรี่ไฟฟ้ามือสองมีอันตรายต่อสุขภาพ 7) 35.8% ไม่เชื่อว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้าทำให้ปอดอักเสบรุนแรง (EVALI) 8) 34.2% ไม่เชื่อว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าส่งผลเสียต่อสมองและการเรียนรู้ 9) 21.8% เชื่อว่าบุหรี่ไฟฟ้าช่วยเลิกบุหรี่แบบมวนได้ และ 10) 20.5% เชื่อว่าบุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่าบุหรี่แบบมวน” รศ.ดร.จักรพันธ์ กล่าว

ผศ.ดร.นพ.วิชช์ เกษมทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) กล่าวว่า จากผลการวิจัยดังกล่าว น่าเป็นห่วงที่เด็กไทยได้รับมายาคติความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า จากธุรกิจบุหรี่ไฟฟ้าที่พยายามทำการตลาดบิดเบือนข้อเท็จจริงว่าบุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่าบุหรี่มวน ทั้งๆ ที่มีนิโคตินเท่ากันหรือมากกว่าบุหรี่มวน จึงเป็นอันตรายต่อสุขภาพต่อทุกระบบของร่างกายโดยเฉพาะต่อสมองที่กำลังเจริญเติบโตของเด็กและเยาวชน ดังนั้นจึงเสนอให้บุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น บุคลากรสาธารณสุข ครู ผู้ปกครอง เร่งพัฒนามาตรการเสริมสร้างความรู้และความเชื่อที่ถูกต้องให้กับเด็ก รวมทั้งสื่อมวลชนทุกแขนงควรมีจรรยาบรรณเผยแพร่ความรู้ที่ถูกต้องให้สาธารณะทราบ ซึ่งจะเป็นการสร้างภูมิป้องกันให้เด็ก รู้เท่าทันภัยบุหรี่ไฟฟ้า รวมทั้งมีความรู้ด้านกฎหมาย ที่บุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ทั้งห้ามนำเข้า ห้ามขาย ห้ามครอบครอง และห้ามสูบในที่สาธารณะ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.)

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News