Categories
AROUND CHIANG RAI FEATURED NEWS

เชียงรายร่ายมนต์ “มหกรรมไม้ดอกอาเซียน 2024” กระตุ้นเศรษฐกิจ-ฟื้นฟูชุมชน

เชียงรายพร้อมร่ายมนต์ “มหกรรมไม้ดอกอาเซียน 2024” สร้างสรรค์ความงามและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 เวลา 17.00 น. ณ ลานธรรม ลานศิลป์ ถิ่นพญามังราย อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ได้มีการจัดงานแถลงข่าว “มหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2024” (Chiang Rai Flower and Art Festival 2024) โดยมีนายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธาน พร้อมด้วยนายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย และผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม

งานนี้จัดโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.) นำโดยนางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย พร้อมนำเสนอแนวคิด “The Magical Garden” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีใหม่ที่ผสมผสานวัฒนธรรมล้านนา ความคิดสร้างสรรค์ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

เปิดตัววิดีทัศน์และกิจกรรมสุดอลังการ

ในงานมีการเปิดตัววิดีทัศน์ประชาสัมพันธ์ “Chiang Rai Flower and Art Festival 2024” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2567 ถึง 5 มกราคม 2568 ณ สวนไม้งามริมน้ำกก ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ

  • โซนสวนไม้งาม 4 โซนวิเศษ
    1. ลูกแก้ววิเศษ
    2. คาถาวิเศษ
    3. ดอกไม้วิเศษ
    4. สัตว์วิเศษ
  • การแสดงแสง สี เสียง และการแสดงจากเยาวชนในกิจกรรม “Chiang Rai Talent”
  • นิทรรศการวิถีชีวิตล้านนาและชาติพันธุ์ จาก 17 ชาติพันธุ์
  • การจำหน่ายชา กาแฟ อาหารพื้นถิ่น และผลิตภัณฑ์ชุมชน

เสริมสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่นด้วยการท่องเที่ยววิถีใหม่

งานมหกรรมนี้ยังเน้น “Social Impact Tourism” หรือการท่องเที่ยวที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน โดยเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในการสนับสนุนสินค้าท้องถิ่นและร่วมกิจกรรมที่ช่วยฟื้นฟูชุมชนจากมหาอุทกภัยที่ผ่านมา

กิจกรรมพิเศษที่แม่สาย

นอกจากสวนไม้งามริมน้ำกก ยังมีการจัดกิจกรรม “ฮีลใจแม่สาย เหนือสุดในสยาม” ระหว่างวันที่ 14 ธันวาคม 2567 ถึง 5 มกราคม 2568 ณ วัดถ้ำเสาหินพญานาค และบริเวณหน้าด่านพรมแดนไทย-เมียนมา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

พิธีเปิดงานยิ่งใหญ่

พิธีเปิดงานจะจัดขึ้นในวันที่ 15 ธันวาคม 2567 โดยได้รับเกียรติจากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธาน

เชิญชวนร่วมงานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย

องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมสัมผัสความงดงามของหมู่มวลดอกไม้ และช่วยฟื้นฟูชุมชนในงาน “มหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2024” พร้อมร่วมนำเชียงรายสู่ความยั่งยืนในทุกมิติ

การเสวนาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นในพิกัดอาเซียน

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย, นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์, ได้เปิดเผยวิสัยทัศน์ของที่ประชุมการเสวนาครั้งนี้ มุ่งเน้นไปที่การปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของเชียงรายจากการเป็นเมืองที่ประสบปัญหาภัยพิบัติเป็นจุดหมายท่องเที่ยวชั้นนำที่มีศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยความสวยงามของผืนป่าและความเป็นมาทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย การฟื้นฟูให้นักท่องเที่ยวเต็มที่ในช่วงไฮซีซันกลางหนาวนี้ถือเป็นจุดเน้นหลัก

ดอกไม้ภายใต้ความชื่นมื่นและความเข้มแข็ง” การแสดงทางวัฒนธรรมและศิลปะความหลากหลาย”

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียน เชียงราย 2024 ซึ่งจะจัดขึ้นในฤดูหนาวปีหน้า ถูกจัดแสดงโดย นายวิสูตร บัวชุม, ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งชาติสำนักงานเชียงราย การจัดมหกรรมไม้ดอกครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความงามของธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างเครือข่ายและการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่ทำให้เชียงรายเป็นจุดลงของนักท่องเที่ยวระดับบริเวณและระหว่างประเทศ

นวัตกรรมและการเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับนักท่องเที่ยว

ส่วนหนึ่งของการแถลงข่าวคือการแนะนำนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่จะนำมาใช้ในการจัดงานท่องเที่ยว รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยว จากส่วนราชการได้แสดงถึงความพร้อมในการจัดงานที่มีคุณภาพโดยมีการติดตั้งระบบเทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว

นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวถึงความพร้อมและศักยภาพของจังหวัด

ในการสัมมนาเสวนาเชียงรายบนเวที “มหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2024” (Chiang Rai Flower and Art Festival 2024)  นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้กล่าวถึงความพร้อมของจังหวัดเชียงรายในการต้อนรับนักท่องเที่ยวรวมถึงการตอบสนองต่อสถานการณ์วิกฤติอุทกภัยที่ผ่านมา นายนรศักดิ์ ได้แสดงความมั่นใจว่าจังหวัดเชียงรายมีการรับมืออย่างแข็งขันและเรียบร้อย โดยได้รับความร่วมมือทั้งจากภาคเอกชน, สมาคมต่างๆ, ประชาชน และส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ภาคีส่วนต่างๆได้เข้ามาประสานงานช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ การกู้วิกฤตในระยะ 30 วันที่ผ่านมาได้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง ทำให้พื้นที่นี้พร้อมที่จะกลับมาคึกคักโดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้ นายนรศักดิ์ ยังได้พูดถึงการเตรียมงานสำคัญที่จะมีขึ้นในจังหวัดเชียงราย เกี่ยวกับมหกรรมไม้ดอกอาเซียนซึ่งจัดขึ้นที่เชียงรายเป็นประจำทุกปี โดยกล่าวว่าการจัดงานนี้มีความสำคัญที่จะทำให้เชียงรายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวหลักของประเทศและเอเชีย การจัดงานนี้จะเน้นแสดงความงามทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของจังหวัดให้โลกได้เห็น ซึ่งจะช่วยเรียกนักท่องเที่ยวจำนวนมากมายมายังจังหวัดในช่วงฤดูหนาวที่เป็นช่วงไฮซีซั่นของจังหวัดเชียงราย

ทั้งนี้พลังงานและความมุ่งมั่นของภาคส่วนต่างๆ ในเชียงรายในการฟื้นฟูและเตรียมพร้อมสำหรับการท่องเที่ยวครั้งใหม่นี้เป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดเจน ทั้งนี้เพื่อให้การท่องเที่ยวของเชียงรายกลับมาคึกคักและเป็นที่จดจำของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกได้อีกครั้ง

การฟื้นฟูการท่องเที่ยวเชียงราย: จากวิกฤตสู่ความหวังใหม่

นายวิสูตร บัวชุม ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ททท.) จังหวัดเชียงราย ได้เปิดเผยถึงความมุ่งมั่นของจังหวัดในการฟื้นฟูและพัฒนาภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะหลังจากประสบกับอุทกภัยครั้งใหญ่ ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจและสาธารณูปโภคของจังหวัดเชียงราย

จากการที่จังหวัดเชียงรายเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวหลักและมีสถานที่สวยงามมากมาย ผู้อำนวยการแห่ง ททท.เชียงรายได้ชี้แจงว่า “การท่องเที่ยวคือตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดเรา” เขาได้กล่าวเสริมว่า “แม้จะเผชิญกับวิกฤตใหญ่อย่างอุทกภัย การร่วมมือจากทุกภาคส่วนรวมถึงจิตอาสาทั่วประเทศได้ช่วยให้เชียงรายสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว”

ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 เชียงรายได้เริ่มต้นเดินหน้าปรับภาพลักษณ์จากความเสียหายสู่ความงามของจังหวัด โดยมุ่งหวังให้การท่องเที่ยวกลับมาเป็นไปตามปกติ ตัวเลขการเดินทางและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในจังหวัดกำลังฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ และคาดว่าจะเห็นผลเต็มที่ในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม ที่ช่วงไฮซีซันครั้งใหม่ของเชียงราย

นอกจากนี้ งานกิจกรรมต่างๆที่จัดขึ้นโดยภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะงานมหกรรมไม้ดอกอาเซียน เชียงราย ตามข้อมูลจากนายวิสูตร บัวชุม เปิดเผยว่าการตอบรับจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศในปีนี้ค่อนข้างสูง โดยตัวเลขนักท่องเที่ยวที่คาดหมายจะมาเพื่อการเดินทางในงานนี้อยู่ที่หลายแสนคน ซึ่งสะท้อนถึงความมั่นใจและความตั้งใจของนักท่องเที่ยวที่ต้องการเยี่ยมชมเชียงราย

เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นทางสำนักงาน ททท.เชียงรายได้เปิดแคมเปญการท่องเที่ยวยิ่งใหญ่ภายใต้ชื่อ “เหนือ..พร้อมเที่ยว เชียงรายพร้อม” ซึ่งแคมเปญนี้ไม่เพียงแต่เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นใจว่าเชียงรายพร้อมและปลอดภัยสำหรับการเข้ามาเยี่ยมชมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

กลยุทธ์และแคมเปญต่างๆ เหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อดึงดูดผู้คนให้เดินทางมาเยือนเชียงรายและเพลิดเพลินกับสภาพอากาศและธรรมชาติที่งดงามของเชียงรายในช่วงฤดูหนาว ต่างประเทศต่างก็หันมาสนใจเชียงรายอย่างต่อเนื่อง และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวได้กำหนดเป็นวาระสำคัญในการประชุมส่วนภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกที่จะมีขึ้นในเดือนตุลาคมนี้

การฟื้นฟูและพัฒนาการท่องเที่ยวของเชียงรายในปัจจุบันไม่เพียงแต่เป็นตัวดำเนินการทางเศรษฐกิจ เชียงรายกำลังพลิกโฉมใหม่ โดยเริ่มจากการท่องเที่ยวและจึงยืนยันถึงศักยภาพที่แท้จริงของจังหวัดเชียงราย

คุณนิทัศน์ ศรีรัตนประสิทธิ์มุ่งสร้างเศรษฐกิจชีวิตใหม่ให้เชียงรายผ่านกลยุทธ์แบรนด์และนวัตกรรม

คุณนิทัศน์ ศรีรัตนประสิทธิ์ ประธานกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่จังหวัดเชียงรายและหัวหน้า Young Entrepreneur Chamber of Commerce (YEC Chiang Rai) กล่าวในงานแถลงข่าวบนเวทีว่าได้เดินหน้าโครงการที่จะกระจายพลังศักยภาพของเชียงรายไปยังสายตาชาวโลกผ่านเครือข่ายดิจิทัลและโซเชียลมีเดียที่แข็งแกร่ง

ผู้นำภาคธุรกิจรุ่นใหม่ได้กล่าวถึงโครงการ TikTok ชวนเที่ยวเชียงราย “ฮีลใจ ฮีลเชียงราย” ซึ่งเป็นแคมเปญที่ตั้งใจจะกระตุ้นการท่องเที่ยวโดยใช้แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นที่ได้รับความนิยมอย่าง TikTok แคมเปญนี้ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากครีเอเตอร์ทั่วประเทศที่ส่งคลิปมาร่วมแข่งขัน ด้วยยอดวิวรวมเกิน 10 ล้านครั้ง แสดงให้เห็นว่าเชียงรายกลายเป็นที่สนใจของชาวโซเชียลอย่างกว้างขวาง

ในแคมเปญนี้ ผู้เข้าร่วมสามารถชิงรางวัลมูลค่ากว่า 10,000 บาท รวมถึงตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ที่พักสองคืน เพื่อสนับสนุนไม่เพียงแต่การมาเยือนเชียงรายเท่านั้นแต่ยังรวมถึงการพัฒนากระแสการท่องเที่ยวในจังหวัด

คุณนิทัศน์ยังได้เล่าถึงการส่งเสริมการแบรนด์เพื่อเฟ้นสร้างศักยภาพให้กับผู้ประกอบการชาวเชียงราย โดยมีการจัดงาน “The Power of Branding” ที่นำเสนอการสร้างแบรนด์และสร้างธุรกิจที่มีผู้เข้าร่วมกว่าหลายร้อยคน เน้นย้ำถึงการต้องปรับตัวและใช้นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเติบโตในยุคดิจิทัล การสัมมนาดังกล่าวได้เชิญผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้ามากระตุ้นแรงบันดาลใจและเรียนรู้เทคนิคการแบรนด์ที่ถูกต้อง

การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการท่องเที่ยวและการสร้างแบรนด์จากคุณนิทัศน์และทีมงาน YEC เป็นส่วนสำคัญในการฟื้นฟูและส่งเสริมการท่องเที่ยวของเชียงราย อีกทั้งยังทำให้เห็นว่าจังหวัดเชียงรายมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวแห่งเอเชียนอกเหนือจากความงามทางธรรมชาติ ณ ปัจจุบันและอนาคต

นายกนก อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย กล่าวถึงความงามและศักยภาพของเชียงรายในการเป็นเมืองท่องเที่ยวหลัก

นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ได้กล่าวบนเวทีแถลงข่าวในครั้งนี้เกี่ยวกับเอกลักษณ์และศักยภาพของจังหวัดเชียงรายในการเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวชั้นนำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านศิลปะ ธรรมชาติ และวัฒนธรรมที่หลากหลาย ซึ่งสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้เข้ามาสัมผัสและประทับใจได้ไม่รู้ลืม

“เชียงรายของเรามีทุกอย่างที่นักท่องเที่ยวต้องการ: ธรรมชาติอันงดงาม ศิลปะความเป็นเลิศ และความเป็นมิตรของผู้คน” นางอทิตาธรกล่าว ระบุเสริมว่าเทศกาลและกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นในเชียงรายได้ส่งเสริมให้เชียงรายกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจยิ่งขึ้นไม่เพียงแค่สำหรับการท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการเรียนรู้และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอีกด้วย

หลังจากเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19, องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายได้ใช้โอกาสนี้เป็นการปรับปรุงและพัฒนาการจัดการท่องเที่ยวของจังหวัดให้ดีขึ้น เช่นการนำระบบเทคโนโลยี AI มาช่วยในการตรวจจับและสนับสนุนการเข้าพักที่ปลอดภัยของนักท่องเที่ยว นวัตกรรมเหล่านี้ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวว่าเชียงรายเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยและน่ามาเยือน

ไฮไลต์ของการกล่าวถึงคือ การจัดงานมหกรรมไม้ดอกอาเซียน ซึ่งเป็นงานเทศกาลที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมายังจังหวัดเชียงรายหลายแสนคนอย่างต่อเนื่องทุกปี ตั้งแต่การเริ่มต้นในปี 2021 ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายได้ให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อให้แน่ใจว่างานเทศกาลจะสามารถดำเนินไปได้โดยปลอดภัยและเป็นที่ประทับใจของผู้เข้าร่วมงาน

“เราได้ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆในการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งให้ความมั่นใจว่าพวกเขาจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด” นางอทิตาธรกล่าวเสริม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีไม่เพียงแต่ในการตรวจสอบอุณหภูมิและการคัดกรองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการใช้แสงสีและศิลปะในการสร้างบรรยากาศและกิจกรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยวและชุมชนท้องถิ่น

ด้วยการจัดงานที่เน้นไปที่ความปลอดภัยและการสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจ จังหวัดเชียงรายได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นมากกว่าเมืองท่องเที่ยว แต่เป็นสถานที่ที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นและสร้างความสุขให้กับทุกคนที่มาเยือน นับเป็นแบบอย่างที่ดีที่ผสานความงามของธรรมชาติและวัฒนธรรมเข้ากับนวัตกรรมและเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว

การแถลงข่าวครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเปิดตัวโครงการสำคัญของจังหวัดเชียงรายเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับชาวเชียงรายในการพัฒนาภาคเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไปสู่ระดับที่สามารถแข่งขันกับเมืองท่องเที่ยวชั้นนำของโลก ที่สำคัญคือการเพิ่มศักยภาพการรับนักท่องเที่ยวในฤดูการท่องเที่ยว

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
ECONOMY

แพทองธาร ส่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ สู้หนี้ ช่วยปชช.

นายกฯ แพทองธาร นำทีมคลอดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ มุ่งสู่ปี 2568 ที่สดใส

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ครั้งที่ 1/2567 เพื่อหารือและวางแผนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งการเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย แก้ไขปัญหาหนี้สิน และกระตุ้นการลงทุน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้กลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปี 2568

เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง รัฐบาลเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงข้อมูลเศรษฐกิจไตรมาสที่ 3 ปี 2567 ที่แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจไทย โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคของภาครัฐ การลงทุนภาครัฐ การส่งออก การท่องเที่ยว และภาคก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังคงมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้มากกว่านี้ จึงได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจขึ้น เพื่อกำหนดนโยบายและมาตรการที่เป็นรูปธรรมในการกระตุ้นเศรษฐกิจและดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่สำคัญ

  • เพิ่มรายได้และลดรายจ่าย: รัฐบาลจะดำเนินมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้มีรายได้น้อย เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ และกระตุ้นการบริโภคในประเทศ
  • แก้ไขปัญหาหนี้สิน: รัฐบาลจะร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย พิจารณาออกแบบมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชน ทั้งหนี้บ้าน หนีรถ และหนี้เอสเอ็มอี เพื่อบรรเทาภาระหนี้สินและฟื้นฟูความสามารถในการชำระหนี้ของประชาชน
  • กระตุ้นการลงทุน: รัฐบาลจะส่งเสริมการลงทุนทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

โครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท เฟส 2 สำหรับผู้สูงอายุ

ที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการแนวทางและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท สำหรับผู้สูงอายุ เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยกลุ่มเป้าหมายคือผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐสำเร็จ และต้องไม่เป็นกลุ่มเป้าหมายตามโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2567 ผ่านผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการ คาดว่าจะมีกลุ่มเป้าหมายนี้ไม่เกิน 4 ล้านคน โดยจะเร่งจ่ายเงินผ่านบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชนไม่เกินเดือนมกราคม 2568

เป้าหมายระยะยาว:

รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว โดยจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การส่งเสริมนวัตกรรม และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

  1. โครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท เฟส 2 จะเริ่มจ่ายเมื่อไหร่? คาดว่าจะเริ่มจ่ายเงินผ่านบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชนไม่เกินเดือนมกราคม 2568
  2. ใครบ้างที่สามารถเข้าร่วมโครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท เฟส 2 ได้? ผู้ที่มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐสำเร็จ และต้องไม่เป็นกลุ่มเป้าหมายตามโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2567 ผ่านผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการ
  3. มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นๆ ที่รัฐบาลกำลังดำเนินการมีอะไรบ้าง? นอกจากโครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาทแล้ว รัฐบาลยังมีมาตรการอื่นๆ อีกมากมาย เช่น การอุดหนุนค่าครองชีพสำหรับกลุ่มเปราะบาง การแก้ไขปัญหาหนี้สิน และการส่งเสริมการลงทุน
  4. รัฐบาลคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2568 จะเติบโตได้เท่าใด? รัฐบาลเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2568 จะเติบโตได้ดีขึ้นกว่าปี 2567 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ
  5. ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้จากช่องทางใดบ้าง? ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้จากเว็บไซต์ของรัฐบาล สื่อมวลชน หรือช่องทางสื่อสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

เชียงรายฟื้นฟูเศรษฐกิจ สู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก

เชียงรายขับเคลื่อนเศรษฐกิจ มุ่งสู่การเป็นเจ้าภาพ PATA DESTINATION MARKETING FORUM 2025

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 ณ ห้องประชุมธรรมลังกา ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดเชียงราย (กรอ.จ.เชียงราย) ครั้งที่ 1/2568 เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

เชียงรายลุ้นเป็นเจ้าภาพ PATA 2025 กระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือในที่ประชุม คือ ความคืบหน้าในการเสนอตัวของจังหวัดเชียงรายให้เป็นเจ้าภาพจัดงาน PATA DESTINATION MARKETING FORUM 2025 ซึ่งหากได้รับการคัดเลือก จะเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของจังหวัดเชียงรายในเวทีระดับโลก และกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคการท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่ยังจะได้รับประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวอีกด้วย

ปรับปรุงโครงสร้าง กรอ.เชียงราย เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ที่ประชุมได้มีการแก้ไขคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ กรอ.จ.เชียงราย เพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบข้อกฎหมายและตำแหน่งปัจจุบันของสมาชิก ทำให้การขับเคลื่อนการดำเนินงานของคณะกรรมการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังได้มีการแจ้งแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานของ กรอ.จังหวัด และกรอ.กลุ่มจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 รวมถึงแผนปฏิบัติการและระบบติดตามการฟื้นฟูเยียวยาพื้นที่ประสบอุทกภัย วาตภัยและดินโคลนถล่ม ในจังหวัดเชียงราย ระยะที่ 2 เพื่อให้การฟื้นฟูเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

สถานการณ์เศรษฐกิจเชียงรายล่าสุด

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังจังหวัดเชียงราย โดยพบว่าเศรษฐกิจโดยรวมในเดือนกันยายน 2567 หดตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การท่องเที่ยวกลับมีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยในช่วงเดือนมกราคมถึงกันยายน 2567 จังหวัดเชียงรายมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.39 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สร้างรายได้ให้กับจังหวัดกว่า 33,864.04 ล้านบาท ส่วนมูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนด้านจังหวัดเชียงราย ในช่วงเดือนมกราคมถึงกันยายน 2567 มีมูลค่าการค้ารวม 95,797.50 ล้านบาท

ผลักดันโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังภัยพิบัติ

ที่ประชุมยังได้พิจารณาข้อเสนอโครงการของภาคีเครือข่าย ส่วนราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดเชียงราย เพื่อฟื้นฟูพื้นที่และเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ปี พ.ศ. 2567 เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล นอกจากนี้ ยังได้มีการวางแผนการประชุมคณะกรรมการ กรอ.จ.เชียงราย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เพื่อติดตามความคืบหน้าของโครงการต่างๆ และวางแผนการดำเนินงานในอนาคต

สรุป

การประชุม กรอ.จ.เชียงราย ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของจังหวัดเชียงรายในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน และฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยมีการวางแผนและดำเนินงานอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

  1. จังหวัดเชียงรายมีแนวโน้มที่จะได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดงาน PATA DESTINATION MARKETING FORUM 2025 มากน้อยเพียงใด? การได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดงานดังกล่าวขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ศักยภาพของจังหวัดในการจัดงาน ความพร้อมของสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน
  2. การจัดงาน PATA จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงรายอย่างไร? การจัดงาน PATA จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของจังหวัดเชียงรายในระดับสากล ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนมากขึ้น และกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคการท่องเที่ยวให้เติบโต
  3. จังหวัดเชียงรายมีแผนการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างไร? จังหวัดเชียงรายมีแผนปฏิบัติการและระบบติดตามการฟื้นฟูเยียวยาพื้นที่ประสบอุทกภัย วาตภัยและดินโคลนถล่ม ซึ่งจะดำเนินการโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีการจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนโครงการต่างๆ ที่จะช่วยฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและเศรษฐกิจของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
  4. ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงรายอย่างไร? ภาคเอกชนมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการท่องเที่ยวและการค้า ซึ่งภาคเอกชนจะร่วมมือกับภาครัฐในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักลงทุน
  5. ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาจังหวัดเชียงรายได้อย่างไร? ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาจังหวัดเชียงรายได้หลายช่องทาง เช่น การเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของชุมชน การให้ข้อมูลข่าวสารแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการเลือกผู้แทนที่สามารถสะท้อนความต้องการของประชาชนได้

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายเสริมทีมสหวิชาชีพ ปกป้องเด็กและเยาวชนมั่นใจเต็มที่

เชียงรายเดินหน้าเสริมสร้างทีมสหวิชาชีพ เด็กและเยาวชนได้รับการคุ้มครองที่มีประสิทธิภาพ

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 นายประสงค์ หล้าอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งระบบกลไกเครือข่ายทีมสหวิชาชีพด้านเด็กและเยาวชนจังหวัดเชียงราย ณ โรงแรมเอ็มบูทีค รีสอร์ท เชียงราย โดยมีหน่วยงานภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้องร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดเชียงราย ทีม ONE HOME พม.เชียงราย ผู้แทนอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก

การเสริมสร้างความรู้และความเชี่ยวชาญทีมสหวิชาชีพ

ในงานได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ นางสาวดารณี นฤดมพงศ์ หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองสิทธิเด็กจากมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก บรรยายในหัวข้อสำคัญ เช่น บทบาทของทีมสหวิชาชีพในด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองเด็ก การประเมินความเสี่ยง และการใช้เครื่องมือในการปฏิบัติงานกับเด็ก อีกทั้ง นางสาวกุลธีชาดา พรเจริญ นักสังคมสงเคราะห์ชำนาญการ ได้แบ่งปันความรู้ในหัวข้อเกี่ยวกับกระบวนการแลกเปลี่ยนความรู้สถานการณ์ด้านเด็กและเยาวชนในจังหวัดเชียงราย พร้อมการถอดบทเรียนระบบคุ้มครองเด็กในระดับพื้นที่

ถอดบทเรียนกรณีศึกษาสู่การแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ

ภายในงานมีการแบ่งกลุ่มออกเป็น 3 กลุ่ม เพื่อร่วมกันถอดบทเรียนจากกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์และประเมินแนวทางช่วยเหลือที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ปัญหาที่พบในพื้นที่จังหวัดเชียงราย มีเด็กและเยาวชนหลายรายที่ประสบปัญหาทางสังคม เช่น การตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก หรือความเสี่ยงจากปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ทีมสหวิชาชีพจึงมีบทบาทสำคัญในการประสานงานและช่วยเหลือ โดยต้องมีทักษะและความรู้ที่เชี่ยวชาญในหลากหลายมิติ เพื่อให้สามารถวิเคราะห์สถานการณ์และวางแผนช่วยเหลือได้อย่างรอบคอบ

เสริมสร้างการประสานงานระดับตำบลและอำเภอ

นอกจากการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ทีมสหวิชาชีพยังมุ่งเน้นสร้างเครือข่ายการส่งต่อข้อมูลและการช่วยเหลือระหว่างระดับตำบลและอำเภอ เพื่อให้การปฏิบัติงานเกิดการเชื่อมโยงที่ราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

การตระหนักรู้และความสำคัญของการคุ้มครองเด็ก

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเน้นย้ำว่า การเสริมสร้างความเข้มแข็งของทีมสหวิชาชีพเป็นหัวใจสำคัญในการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนให้มีความปลอดภัย พร้อมทั้งสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในชุมชน เพื่อยกระดับการคุ้มครองสิทธิเด็กในจังหวัดเชียงราย

กิจกรรมในครั้งนี้แสดงถึงความตั้งใจและความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการปกป้องและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ เพื่อให้เด็กทุกคนได้รับการดูแลและคุ้มครองอย่างเหมาะสมที่สุด

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

กองทัพบกหนุนเพาะเลี้ยง ‘ผำ’ พืชโปรตีนสูง ตอบโจทย์เศรษฐกิจพอเพียง

ทหารพันธุ์ดีค่ายสุรศักดิ์มนตรี ผลิต “ผำ” โปรตีนสูง ตอบโจทย์เศรษฐกิจพอเพียง

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 พลตรีวิชาญ ศรีภัทรางกูร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ได้เปิดเผยถึงโครงการทหารพันธุ์ดีค่ายสุรศักดิ์มนตรี จังหวัดลำปาง ซึ่งดำเนินการผลิต “ผำ” หรือที่รู้จักในชื่อไข่น้ำ พืชโปรตีนสูง เพื่อเป็นแหล่งอาหารคุณภาพและสนับสนุนเศรษฐกิจพอเพียงในระดับชุมชน โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ และกองทัพภาคที่ 3 โดยมีสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเป็นองค์ประธานในการริเริ่มโครงการตั้งแต่ปี 2559

เป้าหมายโครงการเพื่อชุมชนเข้มแข็ง

โครงการทหารพันธุ์ดี มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้าราชการทหารและทหารกองประจำการที่สนใจด้านการเกษตร ได้เรียนรู้กระบวนการผลิตอาหารที่ปลอดภัย รวมถึงการปลูกผัก การปศุสัตว์ และการประมง นอกจากจะเป็นแหล่งอาหารสำรองในกรณีเกิดภัยพิบัติแล้ว ยังส่งเสริมการผลิตเมล็ดพันธุ์สะสมไว้พระราชทานแก่ราษฎรทั่วไป และช่วยลดปัญหาหนี้สินของกำลังพลในระยะยาว

ในปีนี้ ค่ายสุรศักดิ์มนตรี ได้เพิ่มความหลากหลายด้วยการเพาะเลี้ยง “ผำ” พืชน้ำโปรตีนสูงที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะวิตามินบี 12 ซึ่งพบได้ยากในพืชชนิดอื่น “ผำ” มีการเจริญเติบโตเร็วและเพาะเลี้ยงง่ายในระบบปิดด้วยปุ๋ยน้ำไฮโดรโปนิกส์ โครงการนี้ยังส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อเพิ่มความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

“ผำ” พืชโปรตีนสูง เพื่อความยั่งยืน

“ผำ” หรือไข่น้ำ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Wolffia ถูกนำมาใช้เป็นแหล่งโปรตีนทดแทนในอาหารเนื่องจากมีคุณค่าทางโภชนาการสูงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การเพาะเลี้ยง “ผำ” ในระบบปิดช่วยให้ได้ผลผลิตที่สะอาดและปลอดภัย นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ เช่น สมูทตี้ผำ ผำอบแห้ง หรือผำในซอสปรุงรส ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาด

กองทัพพร้อมช่วยเหลือประชาชน

พลตรีวิชาญ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า กองทัพภาคที่ 3 มีความพร้อมในการสนับสนุนประชาชนในทุกด้าน โดยเฉพาะการสร้างแหล่งอาหารและเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ประกอบด้วยการสนับสนุนยุทโธปกรณ์ กำลังพล และความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ

สำหรับผู้ที่สนใจเรียนรู้เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยง “ผำ” สามารถติดต่อโครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายสุรศักดิ์มนตรี ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 095-4511343

โครงการนี้ไม่เพียงตอบโจทย์การพึ่งพาตนเอง แต่ยังเสริมสร้างความยั่งยืนและความมั่นคงในชุมชนอย่างแท้จริง นับเป็นตัวอย่างที่ดีของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุดในรูปแบบเศรษฐกิจพอเพียง

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายจัดพิธีพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เชิดชูครูผู้ทรงคุณค่า

พิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญจักรพรรดิมาลา เชิดชูเกียรติข้าราชการครูเชียงราย

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.00 น. ณ โรงเรียนแม่จันวิทยาคม อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ได้มีการจัดพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นต่ำกว่าสายสะพายและเหรียญจักรพรรดิมาลา ประจำปี 2565–2567 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3 โดยมี นางสุธีรัตน์ อริเดช ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3 เป็นประธานในพิธี

ในงานมีผู้อำนวยการโรงเรียนแม่จันวิทยาคม ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาเข้าร่วมกว่า 181 ราย เพื่อรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นการแสดงถึงการยกย่องและเชิดชูเกียรติผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างโดดเด่นในสายงานการศึกษา โดยพิธีในครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความสำเร็จของบุคลากรที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของจังหวัดเชียงราย

รายละเอียดของพิธีการ

พิธีเริ่มต้นด้วยการกล่าวรายงานจากผู้อำนวยการโรงเรียนแม่จันวิทยาคม และการกล่าวเปิดงานจากประธานในพิธี หลังจากนั้นเป็นการเชิญผู้เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ขึ้นรับพระราชทานทีละรายชื่อ บรรยากาศเต็มไปด้วยความสง่างามและความภาคภูมิใจของทั้งผู้รับและครอบครัวที่ร่วมแสดงความยินดี

บทบาทของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย

นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ได้มอบหมายให้นายพิพัฒน์ สุ่มมาตย์ นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ และเจ้าหน้าที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงรายเข้าร่วมปฏิบัติงานพิธีและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงความยินดีกับบุคลากรที่ได้รับพระราชทานในครั้งนี้ เพื่อสนับสนุนกิจกรรมที่ส่งเสริมวัฒนธรรมและคุณค่าของการศึกษาต่อสังคม

ความสำคัญของเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญจักรพรรดิมาลา

การรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นต่ำกว่าสายสะพายและเหรียญจักรพรรดิมาลาถือเป็นการแสดงออกถึงการยอมรับและยกย่องความทุ่มเทของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ซึ่งอุทิศตนเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเยาวชนและสังคมในวงกว้าง

บทสรุป

พิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการยกย่องเกียรติคุณของผู้ที่มีความสามารถในสายงานการศึกษา แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้บุคลากรในวงการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมุ่งมั่นปฏิบัติงานเพื่อพัฒนาสังคมต่อไปอย่างยั่งยืน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ดอกบัวงาม ทานตะวันบาน เวียงเชียงรุ้ง กระตุ้นการท่องเที่ยวเชียงราย

อบจ.เชียงรายเปิดงานดอกบัวงาม ทานตะวันบาน กระตุ้นการท่องเที่ยวเวียงเชียงรุ้ง

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2567 เวลา 18.00 น. ณ หนองบัว หนองมน ตำบลป่าซาง อำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.เชียงราย) ได้จัดงาน “ดอกบัวงาม ทานตะวันบาน ที่เวียงเชียงรุ้ง” โดยมี นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดงานดังกล่าว ซึ่งจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอเวียงเชียงรุ้ง

งานครั้งนี้ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจาก น.ส.มินทิรา ภดาประสงค์ นายอำเภอเวียงเชียงรุ้ง ที่กล่าวเปิดงานต้อนรับผู้ร่วมงาน โดยมี นายสมควร นัยติ๊บ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลป่าซาง และ นายปภาณ นัยติ๊บ สมาชิกสภา อบจ.เชียงราย กล่าวรายงานถึงความสำคัญของงานดังกล่าว

กิจกรรมในงาน “ดอกบัวงาม ทานตะวันบาน”

  • งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2567 ณ หนองบัว หนองมน ตำบลป่าซาง
  • มีการจัดแสดงความงามของดอกบัวและทุ่งทานตะวัน พร้อมกิจกรรมสาธิตวิถีชีวิตแบบชุมชน
  • การแสดงทางวัฒนธรรมท้องถิ่นและการออกร้านสินค้าชุมชน

ส่งเสริมเศรษฐกิจหลังอุทกภัย

นายก อบจ.เชียงราย กล่าวว่า การจัดงานนี้นอกจากเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่หลังจากเกิดอุทกภัยที่ผ่านมา ยังเป็นการนำเสนอต้นทุนธรรมชาติที่งดงามของอำเภอเวียงเชียงรุ้ง เช่น ทุ่งดอกไม้ วิถีชีวิตชุมชน และประเพณีวัฒนธรรม เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชมจังหวัดเชียงรายมากขึ้น

งานนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ได้แก่ นายสงกรานต์ โสภามา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดงมหาวัน และนายสมภพ ทิพย์อุ่น นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งก่อ รวมถึงผู้นำท้องถิ่นทั้ง 16 หมู่บ้านในตำบลป่าซาง

สร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยว

การจัดงานครั้งนี้ยังช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของจังหวัดเชียงรายในฐานะเมืองท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรม โดยคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ และสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งในและนอกพื้นที่อย่างยั่งยืน

งาน “ดอกบัวงาม ทานตะวันบาน” ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวของจังหวัดเชียงราย สร้างรายได้และเพิ่มโอกาสให้ชุมชนในพื้นที่อำเภอเวียงเชียงรุ้งสามารถพัฒนาศักยภาพตนเองในด้านการท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืนต่อไป

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
SOCIETY & POLITICS

กองทัพภาคที่ 3 เดินหน้าโครงการหมู่บ้านเข้มแข็งชายแดนเสริมมั่นคงยั่งยืน

โครงการหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนานตามแนวชายแดน เสริมสร้างความมั่นคงและสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 กองทัพบกได้เปิดเผยถึงความสำคัญของโครงการหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนานตามแนวชายแดน ซึ่งดำเนินการในพื้นที่ความรับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 3 โดยเน้นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน และพัฒนาชุมชนชายแดนให้มีความมั่นคง ยั่งยืน และพึ่งพาตนเองได้

ที่มาและการดำเนินโครงการ

โครงการนี้เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2549 โดยศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 ปัจจุบันมีหมู่บ้านเข้าร่วมทั้งหมด 48 หมู่บ้าน แบ่งออกเป็นพื้นที่กองกำลังนเรศวร 24 หมู่บ้าน ในจังหวัดตากและแม่ฮ่องสอน และพื้นที่กองกำลังผาเมืองอีก 24 หมู่บ้าน ครอบคลุม 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน และอุตรดิตถ์

กิจกรรมหลักของโครงการ

ในปีงบประมาณ 2568 กองทัพบกได้กำหนดแผนงานสำคัญ 5 ด้านเพื่อพัฒนาหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนาน ได้แก่:

  1. การมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนปฏิบัติการพัฒนาชุมชนร่วม
    ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชนเพื่อสร้างความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเอง
  2. การน้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์พระราชา
    สนับสนุนการแก้ปัญหาความยากจนและส่งเสริมความยั่งยืนในชุมชน
  3. การส่งเสริมวัฒนธรรมและกีฬาพื้นบ้าน
    สร้างความสามัคคีในชุมชนผ่านกิจกรรมวัฒนธรรมและกีฬา
  4. การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
    ส่งเสริมการดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่
  5. การป้องกันภัยในชุมชน
    พัฒนาความพร้อมของชุมชนในการรับมือกับภัยพิบัติ

หมู่บ้านเป้าหมายในพื้นที่กองกำลังนเรศวร

  • จังหวัดตาก: อุ้มผาง, แม่ระมาด, แม่สอด, พบพระ, ท่าสองยาง
  • จังหวัดแม่ฮ่องสอน: เมือง, ขุนยวม, ปางมะผ้า, แม่สะเรียง

หมู่บ้านเป้าหมายในพื้นที่กองกำลังผาเมือง

  • จังหวัดเชียงใหม่: เวียงแหง, เชียงดาว, ฝาง, แม่อาย
  • จังหวัดเชียงราย: แม่สาย, แม่ฟ้าหลวง, เชียงแสน, เชียงของ, เวียงแก่น
  • จังหวัดพะเยา: ภูซาง
  • จังหวัดน่าน: เฉลิมพระเกียรติ, ทุ่งช้าง, สองแคว
  • จังหวัดอุตรดิตถ์: บ้านโคก

ความสำคัญของโครงการ
กองทัพบกมุ่งมั่นสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ชายแดนผ่านการดำเนินโครงการนี้ โดยเน้นการแก้ไขปัญหาความมั่นคงทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้เกิดสันติสุขและความมั่นคงในภูมิภาคอย่างยั่งยืน

การมีส่วนร่วมของประชาชน


กองทัพภาคที่ 3 ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อร่วมกันสร้างหมู่บ้านที่เข้มแข็ง มีความมั่นคง และพร้อมรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ ในอนาคต

โครงการหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนานนี้ไม่เพียงแต่สร้างความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน แต่ยังส่งเสริมความร่วมมือในระดับภูมิภาค สร้างความสมานฉันท์ในชุมชน และพัฒนาให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

สืบชะตาเมืองเชียงราย เสริมสิริมงคล ฟื้นใจชุมชนยั่งยืน

งานบุญใหญ่ “สืบชะตาเมืองเชียงราย เบิกฟ้า ฟื้นใจเมือง” เชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมสร้างบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่เมือง

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 เวลา 11.30 น. นายโสไกร ใจหมั้น ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนายนิรันดร์ ภิระบรรณ์ นายกพุทธสมาคมจังหวัดเชียงราย นางวันดี ราชชมภู และนายประเวช ราชชมภู กรรมการพุทธสมาคม ผศ.ดร.ปรีดา จันทร์แจ่มศรี เลขาธิการพุทธสมาคม และนางปัทมา สมประสงค์ หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ได้เข้าพบนายประสงค์ หล้าอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เพื่อรายงานความคืบหน้าและหารือแนวทางการจัดงาน “สืบชะตาเมืองเชียงราย เบิกฟ้า ฟื้นใจเมือง” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 3 ธันวาคม 2567

รายละเอียดกิจกรรมงานบุญ

งานบุญ “สืบชะตาเมืองเชียงราย เบิกฟ้า ฟื้นใจเมือง” มุ่งเน้นการส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของเมืองเชียงราย พร้อมทั้งสร้างความเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมือง โดยกิจกรรมเริ่มต้นตั้งแต่เวลา 06.30 น. เป็นต้นไป ณ พื้นที่จัดงานสำคัญของจังหวัดเชียงราย โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  1. พิธีบวงสรวงพ่อขุนมังรายและอดีตเจ้าเมืองเชียงราย
    พิธีเริ่มต้นด้วยการบวงสรวงสักการะพ่อขุนมังรายและอดีตเจ้าเมืองเชียงราย ณ วัดดอยงำเมือง เพื่อระลึกถึงบุญคุณของผู้สร้างบ้านสร้างเมืองเชียงราย

  2. การทำบุญตักบาตรพระสงฆ์
    พุทธศาสนิกชนสามารถร่วมตักบาตรพระสงฆ์จากบริเวณวัดพระสิงห์ โดยมีเส้นทางตักบาตรผ่านถนนเส้นทางหลังวัดพระสิงห์ และวนกลับมายังลานพิธีบริเวณศาลากลางจังหวัดเชียงรายหลังแรก

  3. พิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีสืบชะตาเมือง
    พิธีเจริญพระพุทธมนต์จะจัดขึ้น ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยพิธีสืบชะตาเมือง เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้แก่เมืองเชียงรายและประชาชน โดยจะมีการถวายภัตตาหารปิ่นโตแด่พระสงฆ์

การร่วมบุญ

สำหรับผู้ที่มีจิตศรัทธาต้องการร่วมทำบุญ สามารถร่วมเป็นเจ้าภาพได้โดยโอนเงินเข้าบัญชี “สำนักงานเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย” ธนาคารกรุงไทย สาขาเชียงราย เลขที่บัญชี 504-3-14749-0

ความสำคัญของงานบุญสืบชะตาเมือง

งานสืบชะตาเมืองเชียงรายเป็นประเพณีที่มีมาอย่างยาวนาน สะท้อนถึงความรักในวัฒนธรรมและศรัทธาในพระพุทธศาสนาของชาวเชียงราย อีกทั้งยังเป็นการฟื้นฟูความสามัคคีในชุมชน และแสดงออกถึงความภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น

นายประสงค์ หล้าอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวชื่นชมการจัดงานครั้งนี้ว่า เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมทั้งด้านจิตใจและวัฒนธรรมอันดีงาม พร้อมทั้งเรียกร้องให้ชาวเชียงรายและนักท่องเที่ยวร่วมงานเพื่อสร้างบุญกุศลและร่วมกันฟื้นฟูความเข้มแข็งของชุมชน

เชิญร่วมงานบุญใหญ่

ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่เช้าตรู่ พร้อมทั้งมีโอกาสร่วมพิธีสำคัญเพื่อเสริมสิริมงคลให้กับตนเอง ครอบครัว และสังคมเชียงราย งานบุญนี้ไม่เพียงเป็นโอกาสดีในการทำบุญ แต่ยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ในชุมชนและฟื้นฟูจิตใจของผู้คนในพื้นที่

ร่วมสร้างบุญใหญ่ในงาน “สืบชะตาเมืองเชียงราย เบิกฟ้า ฟื้นใจเมือง” ในวันที่ 3 ธันวาคม 2567 ณ วัดดอยงำเมือง และลานพิธีศาลากลางจังหวัดเชียงรายแห่งแรก แล้วพบกันในวันสำคัญนี้!

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนังานวัฒนธรรมเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI FEATURED NEWS

กรมการท่องเที่ยวเปิด 11 เส้นทาง Low Carbon ต้นแบบรักษ์โลก

กรมการท่องเที่ยวเปิดตัว 11 เส้นทาง Low Carbon Tourism ทั่วไทย สร้างการท่องเที่ยวรักษ์โลกอย่างยั่งยืน

กรมการท่องเที่ยว เปิดตัวกิจกรรมประชาสัมพันธ์โครงการ “เส้นทางท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Tourism)” จำนวน 11 เส้นทางทั่วประเทศ หวังกระตุ้นทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของการลดคาร์บอนในกิจกรรมการท่องเที่ยว เพื่อสร้างความยั่งยืนในอุตสาหกรรมและสิ่งแวดล้อม อธิบดีกรมการท่องเที่ยว นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช เผยว่า การลดก๊าซเรือนกระจกเป็นประเด็นเร่งด่วนในยุคโลกร้อน โดยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีบทบาทสำคัญในการปล่อยมลภาวะ ซึ่งต้องได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ

11 เส้นทางต้นแบบการท่องเที่ยวลดคาร์บอน

โครงการนี้จัดทำเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับสถานที่ได้รับมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย โดยมีเส้นทางดังนี้:

  1. ขอนแก่น – ชัยภูมิ
  2. อุดรธานี – หนองคาย
  3. เลย – เพชรบูรณ์
  4. จันทบุรี – ตราด
  5. กาญจนบุรี – ราชบุรี
  6. สมุทรสงคราม – สมุทรสาคร
  7. เชียงราย – พะเยา
  8. เชียงใหม่ – ลำปาง
  9. อุทัยธานี – นครสวรรค์
  10. กระบี่ – สุราษฎร์ธานี
  11. ภูเก็ต – พังงา

ซึ่งมีการให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จึงส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการ
ด้านการท่องเที่ยวให้ปรับรูปแบบการบริหารจัดการที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก จัดอบรมสร้างองค์ความรู้
การจัดการก๊าซเรือนกระจก ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนและรบกวนสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน รวมถึงการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวลดคาร์บอนให้แก่ผู้ประกอบการ ชุมชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง ภายใต้โครงการส่งเสริมเส้นทางท่องเที่ยวลดคาร์บอน (Low Carbon Tourism) โดยก่อนเริ่มเดินทางยังมี นายจิรกร สุวงศ์ เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชียงใหม่ และนายธนกฤษ เวียงแก้ว นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมในการแลกเปลี่ยนในครั้งนี้อีกด้วย

ปัญหาโลกร้อนกับการท่องเที่ยว

ภาวะโลกร้อนเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อทั่วโลก ส่วนหนึ่งเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ รวมถึงการท่องเที่ยวที่เพิ่มมลภาวะ ทั้งจากพาหนะที่ปล่อยมลพิษและการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมในสถานที่ท่องเที่ยว กรมการท่องเที่ยวจึงจัดโครงการ “ส่งเสริมเส้นทางท่องเที่ยวลดคาร์บอน (Low Carbon Tourism)” เพื่อส่งเสริมให้นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และชุมชนเห็นความสำคัญของการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมและเป้าหมายโครงการ

กิจกรรมภายใต้โครงการนี้รวมถึงการจัดอบรมพัฒนาความรู้แก่ผู้ประกอบการและชุมชน การสำรวจและพัฒนาเส้นทางคาร์บอนต่ำ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

วัตถุประสงค์สำคัญ

  • สร้างการตระหนักรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมในกิจกรรมท่องเที่ยว
  • กระจายรายได้สู่ชุมชน
  • ส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
  • เพิ่มโอกาสและสร้างงานในพื้นที่

นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยอีกว่าในอนาคตอันใกล้หากทั้งโลกไม่ช่วยกันลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในทุกกิจกรรมของการดำเนินชีวิต จะส่งผลให้สภาพอากาศและสมดุลทางธรรมชาติแปรปรวน ซึ่งเป็นอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตต่างๆ ทั้งหมดบนโลก รวมถึงในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่มี
การเชื่อมโยงระหว่างกิจกรรมการท่องเที่ยวกับสิ่งแวดล้อม เริ่มตั้งแต่ออกเดินทางโดยใช้พาหนะต่างๆ ตลอดจน
การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของสถานประกอบการ ทำให้พบว่ามีบทบาทสำคัญที่ก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจกมากขึ้น

โรงแรมต้นแบบด้านความยั่งยืน

โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น ได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งในโรงแรมที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยดำเนินโครงการต่าง ๆ เช่น “Save Water Save Life” ซึ่งเน้นการบำบัดน้ำเสียเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ รวมถึง “Green-Economy สวนครัว” ที่ใช้วัตถุดิบปลอดสารพิษในการปรุงอาหาร

อธิบดีกรมการท่องเที่ยวกล่าวทิ้งท้ายว่า การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวลดคาร์บอนเป็นก้าวสำคัญในการสร้างอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยให้ตอบโจทย์ทั้งเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและส่งเสริมประเทศไทยในฐานะผู้นำการท่องเที่ยวรักษ์โลก

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE