Categories
AROUND CHIANG RAI SPORT

เชียงราย ส่งตัวนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ ลุย “ราชบุรีเกมส์” – “เมืองโอ่งเกมส์”

 

เมื่อวัน 14 มีนาคม 2567 นางอุบลรัตน์ พ่วงภิญโญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นางชญาณ์นันท์ เชื้อศิริถาวร ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงราย ร่วมกัน ส่งตัว นักกีฬาและเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 39 “ราชบุรีเกมส์” ระหว่างวันที่ 21-31 มีนาคม 2567 และกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ครั้งที่ 6 “เมืองโอ่งเกมส์” ระหว่างวันที่ 19-26 เมษายน 2567 ณ จังหวัดราชบุรี โดยจัดขึ้น ณ ลานอนุเสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช โดยมีพระพุทธิญาณมุนี เจ้าคณะจังหวัดเชียงราย ให้พรและพรมน้ำมนต์ให้กับนักกีฬาเจ้าหน้าที่ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ

 

ทั้งนี้ นางรัตนา จงสุทธานามณี นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย มอบหมายให้ นายประพัฒน์ ชัชวาลชัยพรรณ อุปนายกสมาคมฯ นายเดช ใจกล้า อุปนายกสมาคมฯ ดร.ปรีชา อนุรักษ์ เลขาธิการสมาคมฯ พร้อมด้วย ประธานฝ่ายกีฬา นำนักกีฬา ผู้ฝึกสอน ผู้ควบคุมทีม เจ้าหน้าที่ เข้าร่วม
 
 
นางชญาณ์นันท์ เชื้อศิริถาวร ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงราย ร่วมกับสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย ได้จัดส่ง นักกีฬา ผู้ฝึกสอน และผู้ควบคุมทีม เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 39 “ราชบุรีเกมส์” ระหว่างวันที่ 21-31 มีนาคม 2567 จำนวน 24 ชนิดกีฬา เป็นนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และผู้ควบคุมทีม รวมทั้งสิ้น 250 คน และการแข่งขันกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ครั้งที่ 6 เมืองโอ่งเกมส์” ระหว่างวันที่ 19-26 เมษายน 2567 จำนวน 10 ชนิดกีฬา เป็นนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และผู้ควบคุมทีม รวมทั้งสิ้น 145 คน
 
 
นางอุบลรัตน์ พ่วงภิญโญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า แสดงความยินดีกับ นักกีฬา ผู้ฝึกสอน ผู้ควบคุมทีม และเจ้าหน้าที่ ที่ได้เป็นตัวแทนชาวจังหวัดเชียงรายเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 39 “ราชบุรีเกมส์” และการแข่งขันกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ครั้งที่ 6 “เมืองโอ่งเกมส์” ณ จังหวัดราชบุรี ซึ่งถือว่าเป็นการแข่งขันกีฬาระดับชาติ ขอให้นักกีฬา ผู้ฝึกสอน ผู้ควบคุมทีม และเจ้าหน้าที่ ที่เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ แข่งขันด้วยความตั้งใจ มีสมาธิ มีน้ำใจ เป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย รู้รักสามัคคี และประสบความสำเร็จได้รับชัยชนะ และขอบคุณกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย เทศบาลนครเชียงรายบริษัท กีล่าสปอร์ต ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ที่ได้ให้การสนับสนุนการจัดส่งนักกีฬา ผู้ฝึกสอน ผู้ควบคุมทีม และเจ้าหน้าที่ของจังหวัดเชียงราย เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้เป็นอย่างดี
 
 
นอกจากนี้ ได้มอบเงินสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย ให้กับสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย เพื่อส่งมอบต่อให้กับ นักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 39 “ราชบุรีเกมส์” จำนวน 1,087,432 บาท และการแข่งขันกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ครั้งที่ 6 “เมืองโอ่งเกมส์”จำนวน 568,730 บาท
จากนั้นมอบเงินสนับสนุนจากนายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย จากมูลนิธิเพื่อการพัฒนากีฬาจังหวัดเชียงราย จำนวน 50,000 บาท ในการจัดซื้อเสื้อวอร์ม จำนวน 100 ตัว ให้กับผู้บริหาร นักกีฬา ผู้ฝึกสอน และผู้ควบคุมทีม และมอบเสื้อวอร์ม จำนวน 342 ตัว จากบริษัท กีล่า สปอร์ต จำกัด เป็นเงินจำนวน 171,000 บาท.
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เดินหน้าสร้างฝายฯ แก้ไขภัยแล้ง ผนึกกำลัง ทต.ม่วงยาย และอบต.ปอ

 

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2567 เวลา 11.00 น. นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย พร้อมด้วยนายชัยสิทธิ์ ชัยเนตร เลขานุการ นายก อบจ.เชียงราย นางนิตยา ยาละ สมาชิกสภา อบจ.เชียงราย อ.เวียงแก่น สิบเอกวิมล รู้ทำนอง ผอ.กองยุทธศาสตร์และงบประมาณ รักษาราชการแทน ผอ.กองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หัวหน้าส่วนราชการ และบุคลากรกองป้องกันฯ อบจ.เชียงราย ลงพื้นที่บ้านยายเหนือ ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น ร่วมสร้างฝายชะลอและฝายดักตะกอน

 

เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งปัญหาอุทกภัย ฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำ คืนความชุ่มชื้นสู่ระบบนิเวศในพื้นที่ โดยมีนายอภิธาร ทิพย์ตา นายก ทต.ม่วงยาย นายนรเศรษฐ์ กมลาสน์กมุท นายก อบต.ปอ ผู้นำท้องที่ ร่วมให้การต้อนรับ และร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งปัญหาอุทกภัยอย่างมีส่วนร่วม และอนุรักษ์ฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำจังหวัดเชียงราย ระหว่าง อบจ.เชียงราย ทต.ม่วงยาย และ อบต.ปอ
 
.
โดยบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งปัญหาอุทกภัยอย่างมีส่วนร่วมและอนุรักษ์ฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำจังหวัดเชียงรายระหว่าง อบจ.เชียงราย ทต.ม่วงยาย และ อบต.ปอ จัดทำขึ้นเพื่อสร้างความร่วมมือในการขับเคลื่อนการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ปัญหาอุทกภัยอย่างมีส่วนร่วม และอนุรักษ์ฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำจังหวัดเชียงราย โดยตระหนักถึงความมั่นคงยั่งยืน และดุลยภาพของระบบนิเวศ วัฒนธรรมล้านนา รวมทั้งให้ความสำคัญต่อการผสมผสานเทคนิควิทยาพื้นบ้าน จารีตประเพณี ศักยภาพ องค์ความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยกองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบจ.เชียงราย ได้ขับเคลื่อนและขยายผลการดำเนินงานตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562 จนถึงปัจจุบัน เกิดความร่วมมือกันจากหลากหลายองค์กรและภาคีเครือข่าย ทั้งในระดับจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หมู่บ้านและชุมชน ด้วยการ
 
 
บูรณาการร่วมกันทั้งแผนงานโครงการ งบประมาณ และบุคลากร โดยมีแผนปฏิบัติงานสำคัญได้แก่
การสร้างฝายชะลอความชุ่มชื้น การแสวงหาแนวทางการผลิตอาหารปลอดภัย และเกษตรกรรมยั่งยืน การขยายตามแนวทางของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เครือซีพีเสริมทัพภาคีเครือข่ายเชียงราย จัดงาน “อาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก”

 

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2567 เครือเจริญโภคภัณฑ์ ผนึกกำลังกับเทศบาลตำบลครึ่ง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ชุมชนบ้านหลวงใหม่พัฒนา โรงเรียนบ้านหลวง โรงเรียนวัดครึ่งใต้วิทยา วัดหลวง และหน่วยงานภาคีเครือข่ายในพื้นที่ จัดงาน “อาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก” เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนและเยาวชนในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ป้องกันการเกิดไฟป่าในพื้นที่ป่าชุมชน รวมถึงเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ไขและลดปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 ในภาคเหนือ

 

โดยมี นายฤหธิเดช จรรยาพงษ์ ปลัดอำเภอเชียงของ ประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นางศิริลักษณ์ บ่อสร้าง รองผู้จัดการฝ่าย ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ แอนโหนี-ปิยชนม์ ภุมวิภาชน์ ยุวทูต SEAMEO องค์กรรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เยาวชนต้นแบบด้านสิ่งแวดล้อม นายดำรงศักดิ์ ไชยสาร นายกเทศมนตรีตำบลครึ่ง นายชาญวิทย์ รอดเกิด ผู้แทนเกษตรอำเภอเชียงของ ร้อยเอก อภิภู เมืองซ้ำาย หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชร.4 (หาดไคร้) ว่าที่ ร้อยโท ทัศน์ไชยไชยทน ปลัดเทศบาลตำบลครึ่ง นายภัทรพล หิริรักษ์วัฒนกิจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ กิจการผลิตและขายสุกรภาคเหนือบน เขต 3 บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ร่วมงาน ณ วัดพระธาตุพระเจ้าเข้ากาดหมู่ที่ 3 ตำบลครึ่ง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย

 

 

นายฤทธิเดช จรรยาพงษ์ ปลัดอำเภอเชียงของ กล่าวว่า “การจัดโครงการอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก มุ่งหวังในการรณรงค์การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้ำ และป่าไม้ โดยความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนกิจกรรมการอนุรักษ์ รักษา และปกป้องหรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงผลักดันการดำเนินงานเครือข่ายอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลกซึ่งเป็นกำลังสำคัญ โดยมีจิตอาสาในการช่วยเหลืองานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ด้านการปกป้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นแกนนำ เพื่อร่วมมือป้องกันปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่น PM 2.5 ซึ่งกลายเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกฝ่าย เพื่อลดผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชน”

 

 

 
 กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การให้ความรู้เรื่องประโยชน์และคุณค่าของฝายชะลอน้ำและแนวกันไฟป่าโดยกำนันตำบลครึ่ง จากนั้นข้าสู่พิธีบวชป่า สร้างความตระหนักในการอนุรักษ์ป่าให้กับชุมชน ต่อด้วยกิจกรรมทำฝ่ายชะลอน้ำจากวัสดุธรรมชาติ เพื่ออนุรักษ์แหล่งน้ำ สร้างความสมดุลในระบบนิเวศป่าไม้ รวมถึงสร้างการมีส่วนร่วมให้กับชาวบ้านและเยาวชนในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และปิดท้ายที่กิจกรรมสร้างแนวกันไฟป่า ด้วยการกำจัดเชื้อเพลิงที่ติดไฟง่าย เพื่อป้องกันการเกิดไฟป่า มุ่งสู่การแก้ไขและลดปัญหาฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือ ทั้งนี้ เครือซีพี ได้เล็งเห็นความสำคัญและมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนงาน เพื่อแก้ไขและลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืน
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : เครือเจริญโภคภัณฑ์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายฝึกนักเรียน ซัก อบ รีด หารายได้ระหว่างเรียน กับโรงแรมเชียงรายแกรนด์รูม

 

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2557 โรงเรียนเชียงรายปัญญานุกูล จ.เชียงราย ได้ร่วมกับโรงแรมเชียงรายแกรนด์รูม อ.เมือง จ.เชียงราย จัดโครงการงานอาชีพ “ซัก อบ รีด เพื่อน้องคนพิเศษ” โดยจะมีการพาเด็กนักเรียนในโรงเรียนเข้าฝึกการซัก อบ และรีดผ้า โดยเครื่องมือที่ทันสมัยของโรงแรมเชียงรายแกรนด์รูม ทั้งนี้ทั้ง 2 องค์กรได้มีการทำบันทึกข้อตกลงหรือ MOU ว่าจะใช้สถานที่โรงแรมซึ่งมีการทำความสะอาดผ้าอยู่เป็นประจำในการฝึกฝนและมีการจัดพนักงานโรงแรมเชียงราย แกรนด์รูม คอยเป็นพี่เลี้ยงอีกด้วย

 

นายทวีศักดิ์ มังกร รองผู้อำนวยการโรงเรียนเชียงรายปัญญา กล่าวว่า โรงเรียนจัดการเรียนการสอนให้กับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา ออทิสติกและพิการซ้อน ตั้งแต่ระดับปฐมวัยและการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดของเด็กๆ เหล่านี้คือการต้องไปใช้ชีวิตประจำวันร่วมกับคนในสังคมโดยที่บางคนเป็นเด็กไร้โอกาสซ้ำเติมเข้ามาอีก ดังนั้นจึงมีการคัดเด็กชายที่มีความพร้อมเพื่อนำร่องในโครงการจำนวน 10 คน โดยจะให้ออกไปฝึกการซัก อบและรีดผ้าที่โรงแรมเชียงราย แกรนด์รูม เพื่อให้ได้สัมผัสกับคนในสังคม ในอนาคตก็จะมีรายได้ระหว่างเรียนจากการทำงานดังกล่าว และเมื่อจบออกไปแล้วก็จะสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ต่อไป
 
 
นายทวีศักดิ์ กล่าวอีกว่า ผู้สนับสนุนหลักของโครงการคือสมาคมกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.เชียงราย คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนเชียงรายปัญญานุกูล ฯลฯ จะจัดรถและอาหาร เพื่อพาเด็กๆ เดินทางไปกลับจากโรงเรียน-โรงแรมเชียงรายแกรนด์รูม จากนั้นพนักงานโรงแรมและครูพี่เลี้ยงจะช่วยฝึกฝนเด็กๆ ภายในโรงซักที่มีเครื่องซักผ้าขนาด 60 ปอนด์ ซึ่งยอมรับว่าอาจต้องใช้เวลาในการเรียนรู้นานกว่าปกติ คาดว่าอาจจะถึง 1-3 เดือน จึงจะทำให้เด็กๆ จดจำวิธีการได้
 
 
สำหรับโครงการได้จัดตั้งโรงซัก อบและรีดผ้าเป็นของตัวเองตั้งอยู่บริเวณชุมชนเกาะลอย เทศบาลนครเชียงราย เมื่อมีความพร้อมก็ให้เด็กๆ ที่ฝึกฝนและชำนาญแล้วไปฝึกฝนนักเรียนรุ่นที่ 2 ต่ออีกอย่างน้อย 10 คน จากนั้นจะรับซัก อบและรีดผ้าโดยฝีมือของเด็กๆ ให้กับโรงแรมที่พักต่างๆ ที่อยากช่วยเหลือเด็กๆ เหล่านี้ต่อไป
 
 
ทางด้านนางอรสา เอื้อสามาลย์ ผู้จัดการโรงแรมเชียงรายแกรนด์รูม กล่าวว่า ทางโรงแรมฯ ได้จัดพนักงานที่เหมาะสมที่จะสามารถดูแลและฝึกเด็กๆ ไว้แล้ว โดยขั้นตอนแรกคือการฝึกคัดแยกประเภทของผ้า เช่น ผ้าปูเตียง ผ้าห่ม หมอน ฯลฯ จากนั้นจึงเป็นขั้นตอนการซักตามลำดับ เมื่อเด็กๆ ต้องย้ายออกไปยังโรงซัก อบและรีดของตัวเองแล้ว ซึ่งทางโรงแรมก็ยินดีจะจัดพนักงานเข้าไปดูอย่างต่อเนื่อง เพราะมีความยินดีที่ได้ช่วยเด็กๆ และเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม
โรงเรียนเชียงรายปัญญานุกูล ตั้งอยู่ ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมืองเชียงราย ปัจจุบันมีนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา ออทิสติก และพิการซ้อน ตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 เป็นชาย 271 คน และหญิง 133 คน รวมจำนวน 404 คน สำหรับนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการนำร่องทั้ง 10 คนแรกเป็นนักเรียนชายในะรดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 ทั้งหมด ส่วนโรงแรมเชียงราย แกรนด์รูม มีนายชาญ เพราะยิ่ง เป็นประธานกรรมการผู้จัดการ โรงแรมเชียงรายแกรนด์รูม ตั้งอยู่ติดถนนพหลโยธินใกล้กับสถานีขนส่งผู้โดยสาร จ.เชียงราย แห่งที่ 2 ในเขต อ.เมืองเชียงราย
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
ECONOMY

อสังหาเชียงใหม่-เชียงรายแข่งลดราคา กู้ไม่ผ่านพุ่ง คาดในช่วงครึ่งหลังปี 2567 ดีขึ้น

 
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์(REIC) เปิดเผยว่าจากการสำรวจโครงการที่อยู่อาศัยภาคเหนือ 5 จังหวัด ประกอบด้วย เชียงใหม่ เชียงราย นครสวรรค์ พิษณุโลก ลำพูน

ในครึ่งหลังปี 2566 พบว่าอุปทานพร้อมขายมี 16,954 หน่วย ลดลงจากครึ่งปีแรก 0.2% แต่มีมูลค่า 68,440 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% แบ่งเป็น

 

  • อาคารชุด 1,795  หน่วย เพิ่มขึ้น 26.3 % มูลค่า 5,289 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.3 %
  • บ้านจัดสรร 15,159 หน่วย ลดลง 2.6% มูลค่า 63,151 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  0.6 % เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2565 จำนวนหน่วยพร้อมขายเพิ่มขึ้น 1.9% มูลค่าเพิ่มขึ้น 3.1% ทำให้ภาพรวมปี 2566 มีที่อยู่อาศัยใหม่เข้าสู่ตลาด 3,096 หน่วย มูลค่า 12,287 ล้านบาท

มีหน่วยขายได้ใหม่ลดลง 31.9% และมีหน่วยเหลือขาย 15,441 หน่วย เพิ่มขึ้น 3.6% มูลค่า 62,793 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5%

คาดการณ์ปี 2567  ภาพรวมเริ่มเป็นบวก ยอดขายใหม่มีจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น 27.5% และอัตราดูดซับจะขยับขึ้นเป็น 1.8%

 

“จากจำนวนหน่วยเหลือขายแยกตามประเภทก่อสร้าง มีที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จเหลือขายถึง 4,877 หน่วยหรือ31.6% ของจำนวนหน่วยเหลือขายทั้งหมด เป็นอาคารชุดอยู่ระหว่างก่อสร้างและสร้างเสร็จเหลือขาย 1,543 หน่วย คิดเป็น 10% ส่วนบ้านจัดสรรสร้างเสร็จ 4,040 หน่วย อยู่ระหว่างสร้าง 2,497หน่วย ซึ่งเป็นที่น่าจับตา”นายวิชัยกล่าว

 

นายวิชัย กล่าวว่า สำหรับ 5 ทำเลที่มียอดขายสูงสุดในครึ่งปีหลัง ได้แก่ สันทราย เมืองเชียงราย แม่โจ้ ม.พายัพ และสารภี ส่วน 5 ทำเลที่มีหน่วยเหลือขายสูงสุด ได้แก่ เมืองเชียงราย 1,468 หน่วย มูลค่า 6,418 ล้านบาท สันทราย 1,339 หน่วย มูลค่า 4,434 ล้านบาท บ่อสร้าง-ดอยสะเก็ด 1,279 หน่วย มูลค่า 6,136 ล้านบาท ม.พายัพ 1,209 หน่วย มูลค่า 5,810 ล้านบาทและสนามบิน-ม.แม่ฟ้าหลวง 1,169 หน่วย มูลค่า 4,167 ล้านบาท

 

นายวิชัยกล่าวว่า คาดการณ์ปี 2567 จะมีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ 3,142 หน่วย มูลค่า 12,487 ล้านบาท เป็นบ้านจัดสรร 2,629 หน่วย มูลค่า 11,047 ล้านบาท และอาคารชุด 512 หน่วย มูลค่า 1,440 ล้านบาท โดยภาพรวมมีจำนวนเพิ่มขึ้น 1.5%  และคาดว่าจะมีหน่วยขายได้ใหม่ 4,105 หน่วย มูลค่า 17,323 ล้านบาท เป็นบ้านจัดสรร 3,034 หน่วย มูลค่า 14,360 ล้านบาท  และอาคารชุด 1,071 หน่วย มูลค่า 2,963 ล้านบาท

 

“จากการลงพื้นที่ภาคสนามพบเชียงใหม่จะแข่งขันลดราคาบ้านจัดสรร ขายดีเป็นบ้านเดี่ยว 3-5 ล้านบาท ส่วนอาคารชุดเน้นของแถมมากกว่าลดราคา ขายดีราคา 2-3 ล้านบาท ส่วนเชียงรายทำเลในเมืองยังได้รับความสนใจ โดยบ้านเป็นราคา 3-5 ล้านบาท อาคารชุด 1.5-2 ล้านบาท และใช้กลยุทธ์ลดราคาจูงใจในการซื้อ” นายวิชัยกล่าว

 

นายชินะ สุทธาธนโชติ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์เชียงราย กล่าวว่า การฟื้นตัวของตลาดอสังหาฯในเชียงราย ยังล้อไปกับเศรษฐกิจของประเทศ เพราะเป็นเมืองรอง การท่องเที่ยวจึงขึ้นลงตามฤดูกาล ขณะที่สถานการณ์ตลาดกลุ่มบ้านเดี่ยวยังขยายตัวได้ดีโดยเฉพาะราคา 5 ล้านบาทขึ้นไป ลูกค้าไม่ได้รับผลกระทบจากดอกเบี้ยขาขึ้น ขณะที่กลุ่ม 1-3 ล้านบาท ชะลอตัวลงอย่างชัดเจนและตลาดมีสต๊อกสะสมอยู่จำนวนมา ทำให้การแข่งขันในตลาดรุนแรง และโดยมากถูกพัฒนาโดยบริษัทอสังหาท้องถิ่นรายเล็ก มีปัญหาขาดสภาพคล่อง ต้องใช้กลยุทธ์ลดราคาขายเพื่อดึงกระแสเงินสดกลับมา ขณะที่การเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ตลาดแข่งขันสูง คาดในช่วงครึ่งหลังปี 2567 ตลาดอสังหาฯเชียงรายน่าจะมีการปรับตัวดีขึ้น

 

นายปรีดิกร บูรณุปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดอสังหาฯเชียงใหม่ฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยได้รับอานิสงส์ภาคการท่องเที่ยวและต่างชาติที่เข้ามาจำนวนมาก โดยปี 2566 มีกว่า 3.5 ล้านคน เติบโต 50% จากปีก่อน โดยชาวจีนยังเป็นกลุ่มหลัก กว่า 50% รองลงมาอินเดีย ซึ่งส่งผลให้มีความต้องการซื้อคอนโดมิเนียมเพื่ออยู่อาศัยในระยะยาว ทำให้ทุกโครงการของบริษัทที่เปิดขายตั้งแต่ปี 2565 ถึงปัจจุบันมีต่างชาติจองซื้อเกือบเต็ม
โควต้า 49%แล้ว

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

พิธีตัดหวายลูกนิมิต 30 มี.ค. 67 วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว จ.เชียงราย

 

เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 67 ที่ ศาลาวิปัสสนาหลวง วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว ตำบลศรีดอนมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย พล.อ.ท.ภักดี แสงชูโต ผช.ราชเลขานุการในพระองค์ พร้อมคณะ เดินทางมาสำรวจพื้นที่และประชุมเตรียมการรับเสด็จ ฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในโอกาสเสด็จมาทรงประกอบพิธีตัดหวายลูกนิมิตอุโบสถบุญชุ่มรัตนปุรีศรีธรรมราชา ณ วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ในวันที่ 30 มี.ค. 67 โดยมี นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับและร่วมประชุมเพื่อรับฟังข้อสั่งการ เพื่อให้การดำเนินการเตรียมรับเสด็จฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ

 
วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่บ้านเวียงแก้ว หมู่ที่ 5 ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เป็นวัดที่พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร อรัญวาสีภิกขุ ได้มาบูรณะสร้างขึ้น โดยครั้งที่ท่านเป็นสามเณรบุญชุ่ม ได้จำพรรษาที่ 1-2 ที่วัดบ้านด้ายธรรมประสิทธิ์ แต่พรรษาที่ 3 จำที่วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เล่ากันว่า ครั้งที่ท่านได้บวชเป็นสามเณรอยู่วัดบ้านด้าย ท่านได้มีดำริจะสร้างพระธาตุดอยเวียงแก้ว ท่านได้นิมิตเห็นเป็นสถูปเก่า และเชื่อว่าท่านเป็นผู้ที่จะได้กลับมาบูรณะ และท่านก็ได้กลับมาสร้างพระธาตุดอยเวียงแก้วจริงๆ ในวันที่ 11 ธันวาคม 2548 ครูบาบุญชุ่ม ได้ทำพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุลงในองค์พระธาตุที่สร้างขึ้นใหม่ ณ ดอยเวียงแก้ว ต่อมาในปี 2552 มูลนิธิดอยเวียงแก้ว ได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารศาสนสถานสำหรับใช้เป็นสถานที่ในการศึกษาและปฏิบัติธรรมของศาสนิกชน โดยได้จัดตั้ง “โครงการก่อสร้างสถานปฏิบัติธรรมดอยเวียงแก้ว” ในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินโครงการป่าน้ำมะและป่าสบรวก ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน เนื้อที่ 327 ไร่ 41 ตารางวา
 
 
สำหรับการเตรียมความพร้อมในการรับเสด็จฯ ในครั้งนี้ ได้ร่วมกันหารือในประเด็นสำคัญ อาทิ การเตรียมความพร้อมด้านสถานที่และพิธีการ แผนถวายความปลอดภัยและจราจร แผนการจัดการไฟฟ้าสำรอง และข้อเสนอแนะอื่นๆ ในการเตรียมการรับเสด็จฯ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และสมพระเกียรติ
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

ทางลอดใต้ทางรถไฟแบบโค้ง ทางคู่ แห่งแรกของไทย! “เด่นชัย-เชียงของ”

 
เมื่อวันที่12 มีนาคม 2567  รฟท.เปิดภาพทางลอดใต้ทางรถไฟแบบโค้งแห่งแรกของไทย ไซต์ก่อสร้างทางคู่ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ เป็นรูปแบบใหม่นวัตกรรมจากสวิตเซอร์แลนด์ ก่อสร้างง่าย ประหยัด ประชาชนสัญจรสะดวก เผยตลอดเส้นทางมี 37 แห่ง เผยภาพรวมก่อสร้างตามแผน เปิดบริการในปี 71
 
 
นายเอกรัช ศรีอาระยันพงษ์ หัวหน้าสำนักงานผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ตามที่ รัฐบาลและกระทรวงคมนาคมได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศ โดยมุ่งเน้นการเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อขยายขีดความสามารถการคมนาคมขนส่งของประเทศให้มีศักยภาพก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค และนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบนโยบายให้การรถไฟฯ เร่งรัดดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบการขนส่งทางราง การอำนวยความสะดวกการเดินทางแก่ผู้โดยสารให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การเร่งรัดดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ และรถไฟทางสายใหม่ให้เสร็จตามแผนที่กำหนด
 
นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการการรถไฟฯ ได้มีการขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างระบบรางให้เดินหน้าเป็นไปตามแผนงาน ไม่ว่าจะเป็นโครงการรถไฟทางคู่ โครงการรถไฟสายใหม่ โครงการรถไฟความเร็วสูง พร้อมกับมุ่งนำนวัตกรรม เทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการก่อสร้างให้เกิดความคุ้มค่า รวดเร็ว เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
 
 
ในการดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 323.10 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 72,835 ล้านบาท ซึ่งการรถไฟฯ ได้นำนวัตกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์มาใช้ก่อสร้างทางลอดใต้ทางรถไฟ แบบโค้ง (Railway Arch culvert) ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่แห่งแรกในไทยที่มีลักษณะเป็นคอนกรีตหล่อเสริมเหล็กแบบสำเร็จรูปจากโรงงาน สามารถยกไปประกอบติดตั้งได้ง่าย ช่วยลดระยะเวลาการก่อสร้าง ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าร้อยละ 20-25 อีกทั้งยังลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้ซีเมนต์ และเพิ่มความสูงและความกว้างของทางลอด (Clearance) ซึ่งประชาชนสามารถสัญจรได้สะดวกมากกว่าการทำทางลอดใต้ทางรถไฟแบบเดิมอีกด้วย
 
 
สำหรับทางลอดใต้ทางรถไฟรูปแบบโค้งดังกล่าวได้สร้างขึ้นแห่งแรกในพื้นที่ตำบลปงป่าหวาย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ ซึ่งอยู่ในสัญญาที่ 1 ช่วงเด่นชัย-งาว มีระยะช่วงสะพาน 16.5 เมตร ความยาว 33.5 เมตร มีความสูง 4.2 เมตร ปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้างคาดจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือนในการสร้างเสร็จ จากนั้นจะมีการสร้างทางลอดใต้ทางรถไฟแบบเดียวกัน ตลอดเส้นทางโครงการฯ ไม่น้อยกว่า 37 แห่ง ซึ่งอยู่ในพื้นที่สัญญาที่ 1 ช่วงเด่นชัย-งาว จำนวน 21 แห่ง สัญญาที่ 2 ช่วงงาว-เชียงราย จำนวน 8 แห่ง และสัญญาที่ 3 ช่วงเชียงราย-เชียงของ อีก 8 แห่ง ขณะเดียวกัน การรถไฟฯ ยังได้พิจารณานำรูปแบบการสร้างทางลอดดังกล่าวไปปรับใช้กับการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ในเส้นทางอื่นๆ ซึ่งเมื่อสร้างเสร็จจะช่วยเพิ่มความคุ้มค่าทางการลงทุนเป็นอย่างมาก
 
 

ส่วนความก้าวหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ล่าสุดมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูล ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2567 มีรายละเอียด ดังนี้

– สัญญาที่ 1 ช่วงเด่นชัย-งาว ระยะทาง 103.7 กิโลเมตร มูลค่าก่อสร้าง 26,560 ล้านบาท มีกิจการร่วมค้า ไอทีดี-เนาวรัตน์ ประกอบด้วย บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับจ้าง ปัจจุบันมีความคืบหน้าร้อยละ 6.499 ซึ่งเร็วกว่าแผนงานที่กำหนดไว้ร้อยละ 3.443

– สัญญาที่ 2 ช่วงงาว-เชียงราย ระยะทาง 132.3 กิโลเมตร มูลค่าก่อสร้าง 26,890 ล้านบาท มีกิจการร่วมค้าซีเคเอสที-ดีซี 2 ประกอบด้วย บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท บุรีรัมย์พนาสิทธิ์ จำกัด เป็นผู้รับจ้าง ปัจจุบันมีความคืบหน้าร้อยละ 7.766 ซึ่งเร็วกว่าแผนงานที่กำหนดไว้ร้อยละ 0.014

– สัญญาที่ 3 ช่วงเชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 87.1 กิโลเมตร มูลค่าก่อสร้าง 19,385 ล้านบาท มีกิจการร่วมค้าซีเคเอสที-ดีซี 3 ประกอบด้วย บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท เชียงใหม่คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นผู้รับจ้าง ปัจจุบันมีความคืบหน้าร้อยละ 5.548 ช้ากว่าแผนงานที่กำหนดไว้ร้อยละ 2.913

ทั้งนี้ โครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ คาดจะแล้วเสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดใช้บริการได้ในปี 2571 ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางให้แก่ผู้โดยสารและการขนส่งสินค้า สามารถลดระยะเวลาเดินทางเมื่อเทียบกับรถยนต์ได้กว่า 1-1.30 ชม. อีกทั้งยังช่วยเชื่อมโยงระหว่างเศรษฐกิจแนวเหนือ-ใต้ กับอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง และเชื่อมต่อกับเส้นทางรถไฟของ สปป.ลาว ที่มุ่งตรงสู่เมืองคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีนได้อีกด้วย ที่สำคัญยังมีทางขนถ่ายสินค้าออกสู่ทะเลทางท่าเรือแหลมฉบัง รองรับนโยบายการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเชียงราย (SEZ)

 
 

สำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ เป็นส่วนหนึ่งในยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย โดยมีจุดเริ่มต้นที่สถานีเด่นชัย จังหวัดแพร่ มุ่งไปทางทิศเหนือผ่านพื้นที่ 59 ตำบล 17 อำเภอ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดแพร่ ลำปาง พะเยา และสิ้นสุดที่ด่านพรมแดนเชียงของ จังหวัดเชียงราย มีสถานีและป้ายหยุดรถทั้งสิ้น 26 แห่ง ประกอบด้วย สถานีขนาดใหญ่ 4 แห่ง สถานีขนาดเล็ก 9 แห่ง ป้ายหยุดรถ 13 แห่ง และมีย่านกองเก็บและขนถ่ายตู้สินค้า บรรทุกตู้สินค้า 1 แห่ง ที่สถานีเชียงของ บนพื้นที่ 150 ไร่ พร้อมแนวถนนเชื่อมต่อไปยังชายแดนเชียงของ

 

โครงการนี้ได้มีการออกแบบให้มีรั้วกั้นตลอดแนวเส้นทางรถไฟ ไม่มีจุดตัดทางถนนโดยทำสะพานรถยนต์ข้ามและลอดทางรถไฟ (Overpass / Underpass) รวมถึงสะพานลอยสำหรับทางเท้า และทางรถจักรยานยนต์ รวม 254 จุด ช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุบริเวณทางผ่านเสมอระดับ ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญประการหนึ่งของนายปิยะพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม รวมทั้งสามารถรักษาระดับความเร็วของขบวนรถไฟให้คงที่ มีความปลอดภัย และมีอุโมงค์ทางคู่ตามแนวเส้นทางที่พาดผ่านพื้นที่ภูเขาอีก 4 แห่ง

 

ประกอบด้วย 1. อุโมงค์สอง จังหวัดแพร่ ความยาว 1.2 กิโลเมตร 2. อุโมงค์งาว จังหวัดลำปาง ความยาว 6.2 กิโลเมตร 3. อุโมงค์แม่กา จังหวัดพะเยา ความยาว 2.7 กิโลเมตร 4. อุโมงค์ดอยหลวง จังหวัดเชียงราย ความยาว 3.4 กิโลเมตร รวมระยะทาง 13.5 กิโลเมตร โดยอุโมงค์งาวเป็นอุโมงค์ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย

 

ทั้งนี้ เมื่อก่อสร้างเสร็จ รถไฟทางคู่ ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ จะเป็นเส้นทางรถไฟที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีก่อสร้างอันทันสมัย มีทิวทัศน์รอบข้างสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ อีกทั้งยังช่วยเติมเต็มประสิทธิภาพโครงข่ายการคมนาคมของไทยให้สมบูรณ์ นำพาให้ไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านคมนาคม และโลจิสติกส์ของอาเซียนได้ในอนาคตอันใกล้ต่อไป

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

แกนนำเยาวชน เชียงรายนักรณรงค์บุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา

 

เมื่อวันอังคารที่ 12 มีนาคม 2567 เวลา 09.00 น. นายก พี่นก อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย ประธานเปิดโครงการส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนจังหวัดเชียงราย หมวดที่ 5 อบรมผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง ครั้งที่ 2 “แกนนำเยาวชนนักรณรงค์บุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา“ ณ ห้องประชุมอาคารคชสาร ศูนย์บูรณาการการเรียนรู้และนันทนาการ อบจ.เชียงราย โดยมีนายพชรพรรษ์

 

ประจวบลาภ เลขาธิการสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย นายอนวัช แจ่มจันทร์ รองเลขาธิการสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย นายฐิติวัชร ไลศิริพันธ์ ผอ.ส่วนส่งเสริมการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย
จากสถานการณ์ การสูบบุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชนไทยที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2564 สำรวจคนไทยอายุ 15 ปีขึ้น ไปจำนวน 57 ล้านคน พบว่ามีการสูบบุหรี่ไฟฟ้าถึง 80,000 คน 
 
 
ในจำนวนนี้ มีมากกว่าครึ่งเป็นเด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 15-24 ปี ในการนี้ศูนย์เยาวชน อบจ.เชียงราย จึงได้จัดโครงการสร้างแกนนำเยาวชนนักรณรงค์บุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษาขึ้น เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในโทษและพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งมีอิทธิพลต่อวัยรุ่นในปัจจุบัน เพื่อลดสถิติการสูบบุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชนไทยที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต ซึ่งการผลักดันให้เกิดความรอบรู้ทางสุขภาพ (Health Literacy) ในกลุ่มเด็กและเยาวชน 
 
 
โดยเฉพาะการไม่ส่งเสริมให้สูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้านับเป็นเป้าหมายสำคัญ ที่ต้องการเริ่มต้นให้ประชาชนทุกคนมีสุขภาพดีตั้งแต่อายุยังน้อย ตามแนวคิดป้องกันดีกว่ารักษาและกลุ่มคนเหล่านี้เองจะเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติอีกด้วย
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

อบจ.เชียงราย ร่วมหารือการบริหารจัดการระบบบริการสุขภาพระดับจังหวัดและอำเภอ

 

เมื่อวันจันทร์ที่ 11 มีนาคม 2567 เวลา 13.30 น. ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ร่วมหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่องบทบาทและโครงสร้างของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ หลังการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

 

พร้อมด้วย นายไพรัช มหาวงศนันท์ หน้าฝ่ายบริการสาธารณสุข โดยมี ดร.นพ. ปิยะ หาญวรวงศ์ชัย พร้อมคณะ เข้าร่วมหาแลกเปลี่ยนข้อมูลในครั้งนี้สำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่องบทบาทและโครงสร้างของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ หลังการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาและจัดทำข้อมูลเสนอการพัฒนาโครงสร้าง อัตรากำลัง หน้าที่และอำนาจ หลักเกณฑ์การแบ่งขนาด และบทบาทหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ กระทรวงสาธารณสุข และเพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการพัฒนาการจัดการความรู้ การวิจัย และนวัตกรรมด้านการพัฒนาการบริหารจัดการระบบบริการสุขภาพระดับจังหวัดและอำเภอ ที่สามารถตอบสนองแนวนโยบายของประเทศในการกระจายอำนาจด้านสุขภาพ โดยมีจังหวัดเชียงรายเป็นพื้นที่กรณีศึกษา
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

อบจ.เชียงราย สนับสนุนพัฒนาศักยภาพ เปิดโครงการส่งเสริมอาชีพให้ประชาชน รุ่นที่ 7

 

เมื่อวันจันทร์ที่ 11 มีนาคม 2567 เวลา 09.00 น. ณ หอประชุมอาคารคชสาร สนามกีฬากลางองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เป็นประธานพิธีเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมอาชีพให้กับประชาชนในจังหวัดเชียงราย (กิจกรรมที่ 12 ศึกษาดูงานเพื่อพัฒนาทักษะการประกอบอาชีพ) รุ่นที่ 7 โดยมี นายอัมรินทร์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย เขต 1 นางสาวนิโลบล ชาติเงิน ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม หัวหน้าส่วนราชการ และผู้เข้าอบรม ให้การต้อนรับ

 

สำหรับการจัดโครงการพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมอาชีพให้กับประชาชนในจังหวัดเชียงราย (กิจกรรมที่ 12 ศึกษาดูงานเพื่อพัฒนาทักษะการประกอบอาชีพ) รุ่นที่ 7 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมอาชีพให้กับประชาชนในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงรายให้มีรายได้และมีกิจกรรมเสริม สามารถยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความสุขบนพื้นฐานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สนับสนุนการพัฒนาเครือข่ายประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย หรือการพัฒนาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งจะสามารถเป็นกลไกในการบริหารจัดการกลุ่มเครือข่ายอาชีพได้อย่างต่อเนื่อง สร้างโอกาสและทางเลือกในการประกอบอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยมีผู้รับการอบรมในครั้งนี้ ได้แก่ ประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมโครงการ จำนวน 90 คน
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News