สาธารณสุขไทยติดท็อปโลก – เชียงรายเปิดปีใหม่ด้วย “วิ่งรับแสงแรกที่หนองหลวง” ผสานสุขภาพ–ท่องเที่ยว–เศรษฐกิจฐานรากในภาพเดียว
เชียงราย, 2 มกราคม 2569 – การประกาศจัดอันดับ “ระบบการดูแลสุขภาพ” ของเว็บไซต์ Numbeo ประจำปี 2025 ที่ปรากฏชื่อประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 10 ของโลก อันดับที่ 4 ของเอเชีย และอันดับที่ 1 ของอาเซียน ด้วยคะแนนดัชนีด้านระบบสุขภาพ 77.3 คะแนน จากเต็ม 100 คะแนน ถูกมองว่าเป็น “หมุดหมายสำคัญ” ที่ยืนยันศักยภาพของระบบสาธารณสุขไทยบนเวทีโลกอีกครั้ง ขณะเดียวกัน ในระดับพื้นที่ จังหวัดเชียงราย โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.เชียงราย) ได้เลือกเปิดศักราชใหม่ด้วยกิจกรรม “วิ่งรับแสงแรกแห่งปีที่หนองหลวง – Reflex Of Season Fun Run 2026” เชื่อมโยงแนวคิดสุขภาพเชิงรุกเข้ากับการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) และการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม
ภาพใหญ่ระดับประเทศที่สะท้อนผ่านตัวเลขดัชนีด้านสุขภาพ และภาพเล็กระดับชุมชนที่เห็นผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นักวิ่ง และชาวบ้านร่วมกันออกกำลังกายรอบหนองหลวงในยามเช้าของวันที่ 1 มกราคม 2569 จึงไม่ใช่เหตุการณ์ที่แยกขาดจากกัน หากแต่สะท้อน “ทิศทางเดียวกัน” ของนโยบายสาธารณะด้านสุขภาพไทยที่มุ่งให้ประชาชนมีสุขภาพดี ควบคู่กับการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ไปพร้อมกัน
ไทยทะยานติดอันดับโลก ระบบสุขภาพดีแต่ต้องเดินหน้าต่อ
ตามข้อมูลของ Numbeo Healthcare Index 2025 ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีระบบการดูแลสุขภาพที่มีประสิทธิภาพสูงของโลก ด้วยคะแนน 77.3 คะแนน ติดอันดับที่ 10 ของโลก และเมื่อพิจารณาเฉพาะภูมิภาค จะอยู่ในอันดับที่ 4 ของเอเชีย และอันดับที่ 1 ของอาเซียน สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยไม่ได้โดดเด่นเพียงด้านการท่องเที่ยว หากยังได้รับการยอมรับในมิติ “การดูแลสุขภาพประชาชน” อย่างจริงจัง
จุดแข็งสำคัญที่นักวิเคราะห์ด้านนโยบายสาธารณสุขมักหยิบยกขึ้นมาประกอบการอธิบาย ได้แก่
- ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือที่คนไทยคุ้นเคยในชื่อ “30 บาทรักษาทุกที่” ซึ่งช่วยลดกำแพงค่าใช้จ่ายและขยายการเข้าถึงบริการให้ประชาชนทุกกลุ่ม
- ความเชี่ยวชาญของบุคลากรทางการแพทย์ และศักยภาพของโรงพยาบาลไทยที่ก้าวขึ้นมาสู่การเป็น “Medical Hub” ของภูมิภาค ด้วยมาตรฐานการรักษาในราคาแข่งขันได้ เมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว
- การดูแลสุขภาพเชิงรุกในระดับชุมชน ผ่านกลไกโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่ทำหน้าที่เป็นด่านหน้าในการสร้างเสริมสุขภาพและคัดกรองโรค
แม้ลำดับคะแนนของไทยเมื่อเทียบกับประเทศชั้นนำด้านสาธารณสุขในยุโรปและเอเชียตะวันออกยังมีช่องว่างให้พัฒนา แต่การครอง “อันดับ 1 ในอาเซียน” อย่างต่อเนื่อง ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศตัวอย่างด้านการผสมผสาน “รัฐสวัสดิการด้านสุขภาพในระดับรายได้ปานกลาง” ที่หลายประเทศกำลังศึกษาแนวทาง
จากตัวเลขดัชนีสู่ชีวิตจริง สุขภาพไม่ได้อยู่แค่ในโรงพยาบาล
หากมองให้ลึกลงไป การได้คะแนนสูงในดัชนีด้านระบบสุขภาพจากต่างประเทศ ไม่ได้วัดเพียงคุณภาพการรักษาในโรงพยาบาลเท่านั้น แต่ยังสะท้อน “ระบบโดยรวม” ที่ช่วยให้ประชาชนจำนวนมากเข้าถึงการป้องกันโรคได้อย่างเท่าเทียม
ทิศทางสำคัญของโลกในปัจจุบัน คือการขยับจาก “Sick Care” หรือการรักษาเมื่อป่วย ไปสู่ “Health Care & Wellness” ที่เน้นการป้องกันและส่งเสริมสุขภาพตั้งแต่ต้นทาง เพื่อลดภาระโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูง และโรคหัวใจ ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตหลักในหลายประเทศ
ในบริบทของไทย การมีเครือข่ายสถานบริการสาธารณสุขขนาดเล็กกระจายอยู่ทั่วประเทศ การผลักดันกิจกรรมออกกำลังกาย การลดปัจจัยเสี่ยงด้านอาหารและพฤติกรรม ประกอบกับการสนับสนุนเชิงนโยบายจากภาครัฐ ทำให้ “การดูแลสุขภาพ” เริ่มแทรกซึมเข้าไปอยู่ในพื้นที่สาธารณะ เช่น สวนสาธารณะ ลานกีฬา และแม้กระทั่งพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ
กรณีของ “หนองหลวงเชียงราย” และกิจกรรม “วิ่งรับแสงแรกแห่งปี” คือหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนของการแปลง “แนวคิดเชิงนโยบาย” ให้กลายเป็น “ประสบการณ์จริงของประชาชน” ในระดับพื้นที่
หนองหลวง แหล่งน้ำใหญ่สู่แลนด์มาร์คนิเวศสุขภาพของเชียงราย
หนองหลวง ตำบลเวียงชัย อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดของจังหวัด ครอบคลุมพื้นที่ 3 ตำบล 2 อำเภอ เดิมทีหนองน้ำแห่งนี้เผชิญปัญหาการสะสมของผักตบชวาและวัชพืช ทำให้คุณภาพน้ำเสื่อมโทรม การใช้ประโยชน์ของชุมชนถูกจำกัด ทั้งด้านการประมง การเกษตร และการพักผ่อนหย่อนใจของประชาชน
องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายจึงบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ระดับท้องถิ่น และภาคประชาชน ร่วมกันฟื้นฟูหนองหลวงอย่างเป็นระบบ ทั้งการกำจัดวัชพืช ปรับปรุงคุณภาพน้ำ ปรับภูมิทัศน์รอบพื้นที่ และจัดสรรโซนกิจกรรมให้เหมาะสม ผลลัพธ์ไม่เพียงทำให้หนองหลวงกลับมามีสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ขึ้น แต่ยังถูกยกระดับให้เป็น “แลนด์มาร์คการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ” แห่งใหม่ของจังหวัดเชียงรายที่รองรับทั้งนักท้องเที่ยวและคนในพื้นที่
การเลือกหนองหลวงเป็นสถานที่จัดกิจกรรม “วิ่งรับแสงแรกแห่งปีที่หนองหลวงเชียงราย – Reflex Of Season Fun Run 2026” ในเช้าวันที่ 1 มกราคม 2569 จึงเป็นการใช้ “ทุนทรัพยากรธรรมชาติ” ที่ได้รับการฟื้นฟูแล้ว มาต่อยอดในมิติสุขภาพและการท่องเที่ยวอย่างมียุทธศาสตร์
วิ่งรับแสงแรกแห่งปี เมื่อ Sport Tourism กลายเป็นนโยบายเมือง
กิจกรรม “Reflex Of Season Fun Run 2026” จัดขึ้น ณ สวนสาธารณะหนองหลวง ตำบลเวียงชัย โดยมีนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดงาน ร่วมด้วยนายจิราวุฒิ แก้วเขื่อน รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ บุคลากร อบจ. และประชาชนชาวเชียงรายจำนวนมาก บรรยากาศคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ตั้งแต่การลงทะเบียนนักวิ่ง การอบอุ่นร่างกาย ไปจนถึงช่วงปล่อยตัว
กิจกรรมครั้งนี้จัดภายใต้โครงการกีฬาและนันทนาการประชาชนจังหวัดเชียงราย ซึ่งยึดแนวคิด “กีฬาเพื่อทุกคน” มากกว่า “กีฬาแข่งขันอย่างจริงจัง” โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ 3 ประการ คือ
- สร้างการรับรู้ให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการออกกำลังกายและการดูแลสุขภาพทั้งกายและใจ
- ส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ในรูปแบบกิจกรรมครอบครัวและชุมชน
- ประชาสัมพันธ์หนองหลวงให้เป็นแลนด์มาร์คการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและพื้นที่กิจกรรมสุขภาพของจังหวัดเชียงราย
สำหรับรูปแบบการแข่งขัน เป็นกิจกรรม Fun Run ที่เน้นการมีส่วนร่วมมากกว่าผลแพ้ชนะ มีผู้สนใจเข้าร่วมมากกว่า 500 คน แบ่งรุ่นการแข่งขันตามช่วงอายุออกเป็น 10 รุ่น แยกชาย–หญิง ตั้งแต่อายุ 18–29 ปี 30–39 ปี 40–49 ปี 50–59 ปี และ 60 ปีขึ้นไป ไฮไลต์ของงาน คือการมอบเหรียญที่ระลึกแก่ผู้เข้าเส้นชัย 100 คนแรก แบ่งเป็นนักวิ่งชาย 50 คน และนักวิ่งหญิง 50 คน เพื่อสร้างแรงจูงใจและความภาคภูมิใจให้ผู้เข้าร่วม
แม้จะเป็นระยะทางวิ่งไม่ยาวมากในรูปแบบ Fun Run แต่การเริ่มต้นปีด้วยการเคลื่อนไหวร่างกายในพื้นที่ธรรมชาติที่ได้รับการฟื้นฟู ถือเป็น “สัญลักษณ์เชิงสุขภาพ” ที่ชัดเจนว่า เชียงรายต้องการเดินหน้าไปสู่เมืองที่ให้ความสำคัญกับทั้งสุขภาพคนและสุขภาพสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
วิ่งหนึ่งครั้ง ได้มากกว่าหนึ่งประโยชน์ สุขภาพกาย–ใจ–สังคม
จากมุมมองทางการแพทย์ การวิ่งระยะสั้นในลักษณะ Fun Run ระหว่าง 3.5–5 กิโลเมตร ถือเป็นกิจกรรมที่เหมาะกับประชาชนทั่วไปในวงกว้าง เพราะไม่สร้างภาระต่อข้อต่อมากเกินไป แต่เพียงพอที่จะกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตและกล้ามเนื้อหัวใจให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ประโยชน์สำคัญของการวิ่งในลักษณะนี้ ได้แก่
- การเพิ่มประสิทธิภาพของระบบหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Boost) ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองในระยะยาว หากทำอย่างสม่ำเสมอ
- การกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน (Endorphin) ซึ่งมีส่วนช่วยลดความเครียด สร้างความรู้สึกผ่อนคลาย และปรับอารมณ์ให้แจ่มใส เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเริ่มต้นปีใหม่
- การสร้างความสัมพันธ์ทางสังคม (Community Connection) เพราะการวิ่งเป็นกลุ่มเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้พูดคุย พบปะ และสร้างเครือข่ายทางสังคมที่ดี ซึ่งมีส่วนช่วยลดภาวะโดดเดี่ยวและเสริมสุขภาพจิตในระยะยาว
ในเชิงโครงสร้างระบบสุขภาพ การผลักดันให้ประชาชนหันมาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการลดภาระโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่กินงบประมาณด้านการรักษาเป็นสัดส่วนสูง หากประชาชนจำนวนมากหันมา “ลงทุนในสุขภาพ” ตั้งแต่วันนี้ ด้วยการวิ่ง ออกกำลังกาย และดูแลอาหารการกิน ย่อมช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขของประเทศในระยะยาวได้อย่างมีนัยสำคัญ
เชื่อมสุขภาพกับการท่องเที่ยว เศรษฐกิจฐานรากที่เดินไปพร้อมกัน
นอกจากมิติด้านสุขภาพแล้ว กิจกรรมวิ่งรับแสงแรกที่หนองหลวงยังถูกออกแบบให้เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงรายอย่างชัดเจน ภายใต้นโยบาย “เที่ยวได้ทุกสไตล์ เที่ยวเชียงรายได้ทั้งปี มีดีทุกอำเภอ” ซึ่งเป็นหนึ่งใน 7 นโยบายเรือธงของ อบจ.เชียงราย
การจัดงาน Fun Run ในพื้นที่เวียงชัยเกิดขึ้นในช่วงเดียวกับการขับเคลื่อนกิจกรรมท่องเที่ยวของมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย (Chiang Rai Flower & Art Festival 2025/2026) ในโซนอำเภอเวียงชัย ทำให้ผู้ที่เดินทางมาร่วมงานวิ่งจำนวนไม่น้อย มีโอกาสใช้เวลาเพิ่มเติมในการเยี่ยมชมพื้นที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง ร้านอาหารท้องถิ่น และสินค้าชุมชน
เม็ดเงินที่เกิดจากค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าอาหาร และการจับจ่ายซื้อของฝาก แม้จะไม่อยู่ในระดับ “มหาศาล” เทียบเท่าเทศกาลขนาดใหญ่ระดับประเทศ แต่สำหรับชุมชนรอบหนองหลวงถือเป็น “รายได้เสริม” ที่กระจายลงสู่เศรษฐกิจฐานรากได้อย่างเป็นรูปธรรม และสอดคล้องกับทิศทางระดับชาติที่ต้องการให้การท่องเที่ยวทำหน้าที่ “กระจายรายได้สู่ชุมชน” ไม่ใช่กระจุกตัวเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวหลักเพียงไม่กี่แห่ง
ในระดับประเทศ ข้อมูลคาดการณ์ของหน่วยงานด้านนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ระบุว่า ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า–ต้อนรับปีใหม่ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2568 – 4 มกราคม 2569 การท่องเที่ยวจะสร้างรายได้รวมราว 38,500 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยร้อยละ 3.3 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ท่ามกลางปัจจัยลบด้านเศรษฐกิจและสถานการณ์บางพื้นที่ของประเทศ อย่างไรก็ตาม ภาคเหนือยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งที่ประชาชนต้องการเดินทางท่องเที่ยวมากที่สุด โดยมีสัดส่วนความนิยมราวร้อยละ 42.90
ในภาพนี้ การที่เชียงรายพยายามเติม “มิติสุขภาพ” เข้าไปในแผนงานท่องเที่ยว ไม่ว่าจะผ่านกิจกรรม Sport Tourism หรือการพัฒนาแลนด์มาร์คเชิงนิเวศ จึงสอดคล้องกับแนวโน้มของนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่ต้องการประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ได้ทั้ง “ความสุข–สุขภาพ–ความหมาย” ในทริปเดียวกัน
สุขภาพดี มีรายได้ ชุมชนเข้มแข็ง
หากเชื่อมโยงทุกชิ้นส่วนเข้าด้วยกัน ตั้งแต่ดัชนีระบบสุขภาพของไทยที่ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่มประเทศชั้นนำของโลก ไปจนถึงกิจกรรม “วิ่งรับแสงแรกแห่งปีที่หนองหลวงเชียงราย – Reflex Of Season Fun Run 2026” จะเห็นภาพร่วมบางประการที่ชัดเจน
หนึ่ง ประเทศไทยกำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่พยายามทำให้ “สุขภาพ” ไม่เป็นเพียงภาระของระบบโรงพยาบาล แต่เป็น “วาระร่วมของสังคม” ที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ตั้งแต่ระดับนโยบาย ส่วนกลาง จนถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชน
สอง เชียงรายในฐานะจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญของภาคเหนือ เลือกใช้กลยุทธ์เชื่อม “สุขภาพ–การท่องเที่ยว–สิ่งแวดล้อม–เศรษฐกิจฐานราก” เข้าด้วยกัน ผ่านการพัฒนาหนองหลวงให้เป็นแลนด์มาร์คนิเวศสุขภาพ และการจัดกิจกรรม Sport Tourism ที่เปิดให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วม
สาม แนวคิด “สุขภาพดี มีรายได้ ชุมชนเข้มแข็ง” ที่ อบจ.เชียงรายย้ำอย่างต่อเนื่อง กำลังถูกแปลงให้เป็นรูปธรรมผ่านงานในลักษณะนี้ นั่นคือ ประชาชนได้ออกกำลังกาย ระบบสุขภาพในอนาคตมีภาระลดลง พื้นที่สาธารณะได้รับการดูแลฟื้นฟู และเศรษฐกิจชุมชนมีโอกาสเติบโตจากการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ
ในวันที่ประเทศไทยมีชื่ออยู่ใน 10 อันดับแรกของโลกด้านระบบสุขภาพ การรักษามาตรฐานดังกล่าวให้ยั่งยืนไม่ได้ขึ้นอยู่กับโรงพยาบาลขนาดใหญ่หรือบุคลากรทางการแพทย์เพียงฝ่ายเดียว หากขึ้นอยู่กับ “ก้าวเล็กๆ” ของประชาชนทุกคนที่เลือกจะลุกขึ้นมาดูแลสุขภาพตัวเอง ตั้งแต่ก้าวแรกของปีใหม่
สำหรับเชียงราย ก้าวเล็กๆ นั้นเริ่มต้นแล้วบนทางวิ่งรอบหนองหลวง ในเช้าวันที่ 1 มกราคม 2569 เมื่อคนเชียงรายจำนวนมากออกมาวิ่งรับแสงแรกแห่งปี ท่ามกลางสายลม หนองน้ำ และความหวังว่าปีใหม่นี้จะเป็นปีแห่งสุขภาพที่ดี รายได้ที่หมุนเวียน และชุมชนที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น
เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- เว็บไซต์ Numbeo – ข้อมูลดัชนีระบบการดูแลสุขภาพ (Healthcare Index) ปี 2025
- องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย
- สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย
- ข้อมูลจากหน่วยงานด้านนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า













