Categories
AROUND CHIANG RAI ECONOMY

ส่องโอกาสเชียงราย ปี 2569 การค้าผ่านแดนพุ่ง 50 เปอร์เซ็นต์ รับอานิสงส์ตลาดโตสวนกระแสค้าชายแดนเพื่อนบ้าน

เปิดปี 2569 การค้าผ่านแดนพุ่งแรง ดันยอดรวมชายแดนและผ่านแดนโตเกิน 10 เปอร์เซ็นต์ แต่ค้าชายแดนเพื่อนบ้านหดตัว เชียงรายจับตาโอกาสและความเสี่ยงบนเส้นทางสู่จีน

เชียงราย, 1 มีนาคม 2569 ตัวเลขการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยในเดือนมกราคม 2569 สะท้อนภาพเศรษฐกิจที่ดูเหมือนเดินหน้า แต่เมื่อแยกชั้นข้อมูลกลับพบแรงขับเคลื่อนที่ต่างกันอย่างชัดเจน ระหว่างการค้าผ่านแดนที่เร่งตัวอย่างก้าวกระโดด กับการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านที่หดตัวแรงท่ามกลางข้อจำกัดด้านความมั่นคงและความไม่แน่นอนของด่านสำคัญ

ข้อมูลล่าสุดจากกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า เดือนมกราคม 2569 การค้าชายแดนและผ่านแดนรวมมีมูลค่า 161,135 ล้านบาท ขยายตัว 10.93 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการส่งออก 87,977 ล้านบาท ขยายตัว 12.63 เปอร์เซ็นต์ และการนำเข้า 73,158 ล้านบาท ขยายตัว 8.95 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้า 14,819 ล้านบาท

ภาพรวมโตเพราะผ่านแดน และนี่คือสัญญาณที่เชียงรายต้องอ่านให้ขาด

หากมองเพียงตัวเลขรวม 161,135 ล้านบาท การค้าชายแดนและผ่านแดนเริ่มต้นปีในแดนบวก แต่รายละเอียดชี้ว่าแรงขับหลักมาจากการค้าผ่านแดนไปประเทศที่สาม ซึ่งมีมูลค่า 92,522 ล้านบาท ขยายตัวสูงถึง 50.71 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่การค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน 4 ประเทศกลับมีมูลค่า 68,613 ล้านบาท ลดลง 18.19 เปอร์เซ็นต์

ความต่างนี้มีนัยตรงต่อจังหวัดเชียงรายในฐานะจังหวัดหน้าด่านอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เพราะเชียงรายอยู่ในตำแหน่งที่รับผลทั้งสองด้านพร้อมกัน ด้านหนึ่งคือความเสี่ยงจากการชะลอตัวของการค้าชายแดนบางแนว อีกด้านหนึ่งคือโอกาสจากบทบาทจุดเชื่อมโลจิสติกส์ผ่านแดนไปจีน

ข้อมูลกระทรวงพาณิชย์ที่สรุปโครงสร้างการค้าชายแดนด้านจังหวัดเชียงรายระบุว่า จังหวัดเชียงรายมีชายแดนติดต่อกับเมียนมาและ สปป.ลาว และมีด่านศุลกากรสำคัญในพื้นที่ เช่น ด่านศุลกากรแม่สายและด่านศุลกากรเชียงแสน รวมถึงโครงข่ายที่เชื่อมไปยังด่านเชียงของในมิติการขนส่งและพิธีการการค้า

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ

ค้าชายแดนเพื่อนบ้านหดตัวแรง ไทยกัมพูชาเป็นศูนย์

กรมการค้าต่างประเทศรายงานว่า การค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน 4 ประเทศในเดือนมกราคม 2569 มีมูลค่าการค้ารวม 68,613 ล้านบาท ลดลง 18.19 เปอร์เซ็นต์ เป็นการส่งออก 38,748 ล้านบาท ลดลง 23.41 เปอร์เซ็นต์ การนำเข้า 29,865 ล้านบาท ลดลง 10.25 เปอร์เซ็นต์ และไทยเกินดุล 8,883 ล้านบาท

เมื่อแยกตามประเทศคู่ค้า มาเลเซียมีมูลค่าสูงสุด 30,043 ล้านบาท รองลงมา สปป.ลาว 24,136 ล้านบาท และเมียนมา 14,434 ล้านบาท ขณะที่การค้าชายแดนไทยกัมพูชาเป็นศูนย์จากสถานการณ์ความมั่นคงตามที่รายงานระบุ

สำหรับผู้ประกอบการภาคเหนือ โดยเฉพาะแนวชายแดนที่เชื่อมเมียนมาและลาว ตัวเลขนี้สะท้อนว่าเม็ดเงินค้าชายแดนยังเผชิญแรงกดดัน การหดตัวของการส่งออกชายแดนมากกว่าการนำเข้า บอกเป็นนัยว่าความเคลื่อนไหวของสินค้าฝั่งไทยอาจถูกจำกัดจากเงื่อนไขปลายทางและการเดินทางผ่านด่าน

พระเอกของเดือนมกราคมคือการค้าผ่านแดน พุ่งเกิน 50 เปอร์เซ็นต์

ในทางกลับกัน การค้าผ่านแดนไปประเทศที่สามกลายเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของภาพรวม โดยมีมูลค่ารวม 92,522 ล้านบาท ขยายตัว 50.71 เปอร์เซ็นต์ เป็นการส่งออก 49,229 ล้านบาท ขยายตัว 78.89 เปอร์เซ็นต์ และการนำเข้า 43,293 ล้านบาท ขยายตัว 27.82 เปอร์เซ็นต์

ตลาดปลายทางที่มีมูลค่าสูงสุดคือจีน มูลค่า 50,547 ล้านบาท ขยายตัว 45.8 เปอร์เซ็นต์ ภาพนี้มีความหมายต่อเชียงรายอย่างยิ่ง เพราะระบบโลจิสติกส์ภาคเหนือจำนวนมากเชื่อมต่อจีนผ่านโครงข่ายถนนและด่านในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

ข้อมูลประชาสัมพันธ์ภาครัฐเกี่ยวกับเส้นทาง R3A ระบุว่า R3A เป็นเส้นทางสำคัญต่อการส่งออกของไทย โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าการเกษตร และมีบทบาทด้านการลงทุนและการท่องเที่ยวตลอดเส้นทาง เชื่อมไทย ลาว จีน เมื่อวางเส้นทางนี้คู่กับตัวเลขผ่านแดนไปจีนที่ครองสัดส่วนสูงสุด จึงยิ่งเห็นว่าเชียงรายและจังหวัดใกล้เคียงอยู่บนจุดยุทธศาสตร์ที่มีโอกาสรับแรงส่งจากการไหลของสินค้าไปจีน

สินค้าผ่านแดนที่โตเร็ว ชี้ความต้องการแบบสองขั้ว เทคโนโลยีและอาหาร

อีกชั้นของข้อมูลที่ช่วยให้เห็นโครงสร้างการเติบโต คือรายการสินค้าผ่านแดนสำคัญในเดือนมกราคม 2569 ซึ่งหน่วยงานรัฐและสื่อเศรษฐกิจรายงานตรงกันว่า สินค้าหลักประกอบด้วยฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ 8,333 ล้านบาท เครื่องรับโทรศัพท์และอุปกรณ์ 6,840 ล้านบาท และทุเรียนสด 6,569 ล้านบาท

ภาพดังกล่าวสะท้อนความต้องการแบบสองขั้วของห่วงโซ่อุปทานภูมิภาค ขั้วหนึ่งเป็นสินค้าเทคโนโลยีและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องการความรวดเร็วและความแม่นยำของโลจิสติกส์ อีกขั้วหนึ่งเป็นสินค้าเกษตรและอาหารสดที่ต้องแข่งกับเวลาและคุณภาพ โดยเฉพาะผลไม้สด ซึ่งในเชิงปฏิบัติ การส่งออกให้ทันตลาดปลายทางต้องพึ่งพาความคล่องตัวของด่าน การจัดการตู้ควบคุมอุณหภูมิ และการบริหารคิวขนส่ง

สำหรับเชียงราย แม้ตัวเลขสินค้าผ่านแดนที่รายงานเป็นภาพรวมระดับประเทศ แต่การที่ตลาดจีนเป็นปลายทางอันดับหนึ่ง และสินค้าผ่านแดนมีทั้งสินค้าเกษตรและเทคโนโลยี ย่อมทำให้จังหวัดหน้าด่านต้องเตรียมรับโจทย์ใหม่ในด้านมาตรฐานโลจิสติกส์และการบริหารความเสี่ยง

เชียงรายในสมการใหม่ จุดผ่านที่ต้องยกระดับเป็นจุดพักและจุดกระจาย

ความท้าทายของเชียงรายในปี 2569 คือการแปลงบทบาทจากจุดผ่านให้เป็นจุดที่สร้างมูลค่าเพิ่มในระบบเศรษฐกิจจริง ภายใต้เงื่อนไขที่การค้าชายแดนบางแนวหดตัว แต่การค้าผ่านแดนกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

ข้อมูลเชิงโครงสร้างของจังหวัดจากเอกสารกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า เชียงรายมีชายแดนติดเมียนมาและ สปป.ลาว และมีด่านศุลกากรสำคัญอยู่ในพื้นที่ ซึ่งหมายความว่าความเปลี่ยนแปลงของการค้าชายแดนจะสะท้อนต่อการจ้างงานและรายได้ของกิจการโลจิสติกส์ ชุมชนการค้า และบริการเกี่ยวเนื่อง

ในเวลาเดียวกัน หากการค้าผ่านแดนไปจีนยังขยายตัวต่อเนื่อง โอกาสของเชียงรายอยู่ที่การยกระดับบริการที่ทำให้การขนส่งผ่านแดนไม่สะดุด เช่น ระบบจัดการคิวรถ ระบบข้อมูลล่วงหน้า การเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับบริการคลังสินค้าและห้องเย็น รวมถึงการประสานมาตรฐานตรวจปล่อยสินค้าให้สอดรับกันตลอดโซ่

ดุลการค้าที่เกินดุล ไม่ได้แปลว่าทุกพื้นที่ได้ประโยชน์เท่ากัน

เดือนมกราคม 2569 ไทยเกินดุลการค้าชายแดนและผ่านแดน 14,819 ล้านบาท และเกินดุลการค้าชายแดนกับเพื่อนบ้าน 8,883 ล้านบาท ตัวเลขเกินดุลช่วยสร้างความเชื่อมั่นในระดับมหภาค แต่ในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดชายแดน ผลประโยชน์จะกระจายได้มากน้อยเพียงใดขึ้นกับความสามารถของพื้นที่ในการเปลี่ยนการเคลื่อนย้ายสินค้าให้กลายเป็นรายได้ในท้องถิ่น

หากสินค้าเพียงผ่านไปโดยไม่เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่มากพอ เม็ดเงินจะไหลผ่านเหมือนสายน้ำที่ไม่ทันซึมลงดิน โจทย์ของเชียงรายและกลุ่มจังหวัดภาคเหนือจึงไม่ใช่เพียงเพิ่มปริมาณการค้าผ่านแดน แต่ต้องเพิ่มกิจกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น การบรรจุหีบห่อ การตรวจคุณภาพ การคัดแยก การบริการขนส่งต่อเนื่อง และการพัฒนาทักษะแรงงานด้านโลจิสติกส์

อยู่ที่ความสามารถบริหารความเสี่ยงชายแดนและใช้จังหวะผ่านแดนให้เป็นประโยชน์

ในภาพรวมเดือนมกราคม 2569 ข้อมูลบอกชัดว่า เศรษฐกิจชายแดนไม่ได้เดินด้วยเครื่องยนต์เดียว เครื่องยนต์หนึ่งอ่อนแรงคือการค้าชายแดนเพื่อนบ้านที่ลดลง อีกเครื่องยนต์หนึ่งเร่งแรงคือการค้าผ่านแดนที่ขยายตัวสูงมาก

เชียงรายในฐานะจังหวัดหน้าด่านจึงอยู่ในจุดที่ต้องบริหารความเสี่ยงสองด้านพร้อมกัน ด้านแรกคือความผันผวนด้านความมั่นคงและเงื่อนไขด่านที่กระทบการค้าชายแดนโดยตรง ด้านที่สองคือการยกระดับระบบโลจิสติกส์เพื่อรองรับการขยายตัวของสินค้าผ่านแดน โดยเฉพาะปลายทางจีนซึ่งมีมูลค่าสูงสุด

ท้ายที่สุด ตัวเลข 50.71 เปอร์เซ็นต์ของการค้าผ่านแดนไม่ใช่เพียงสถิติที่สวยงาม แต่เป็นคำถามต่อผู้กำหนดนโยบายและผู้ประกอบการในพื้นที่ว่า ประเทศไทยกำลังถูกใช้เป็นสะพานการค้าเพิ่มขึ้นแล้วหรือไม่ และจังหวัดหน้าด่านอย่างเชียงรายพร้อมหรือยังที่จะทำให้สะพานนั้นมีรายได้ มีงาน และมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจที่ประชาชนสัมผัสได้จริง

สถิติสำคัญในข่าวนี้

  • มูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดน เดือนมกราคม 2569 รวม 161,135 ล้านบาท โต 10.93 เปอร์เซ็นต์ ส่งออก 87,977 ล้านบาท โต 12.63 เปอร์เซ็นต์ นำเข้า 73,158 ล้านบาท โต 8.95 เปอร์เซ็นต์ เกินดุล 14,819 ล้านบาท
  • การค้าชายแดน 4 ประเทศเพื่อนบ้าน 68,613 ล้านบาท ลดลง 18.19 เปอร์เซ็นต์ มาเลเซีย 30,043 ล้านบาท สปป.ลาว 24,136 ล้านบาท เมียนมา 14,434 ล้านบาท ไทยกัมพูชาเป็นศูนย์ตามรายงาน
  • การค้าผ่านแดน 92,522 ล้านบาท โต 50.71 เปอร์เซ็นต์ ผ่านแดนไปจีน 50,547 ล้านบาท โต 45.8 เปอร์เซ็นต์
  • สินค้าส่งออกผ่านแดนสำคัญ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ 8,333 ล้านบาท เครื่องรับโทรศัพท์และอุปกรณ์ 6,840 ล้านบาท ทุเรียนสด 6,569 ล้านบาท
สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ สถิติการค้าชายแดนและผ่านแดน เดือนมกราคม 2569
  • กรมประชาสัมพันธ์ สรุปสินค้าผ่านแดนสำคัญและตัวเลขภาพรวมเดือนมกราคม 2569
  • ข้อมูลโครงสร้างการค้าชายแดนจังหวัดเชียงราย จากกระทรวงพาณิชย์
  • ข้อมูลบทบาทเส้นทาง R3A ต่อการส่งออกและโลจิสติกส์ไทย ลาว จีน จากกรมประชาสัมพันธ์
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME