Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เปิดรับสมัครแรงงานไทยไปอิสราเอล โอกาสดีรายได้สูง

 

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2567 ได้เปิดการรับสมัครรอบที่ 2 สำหรับแรงงานไทยที่สนใจไปทำงานในประเทศอิสราเอล ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับชาวเชียงรายและจังหวัดใกล้เคียงที่ต้องการงานที่มีรายได้ดีในต่างประเทศ ครั้งนี้ นายจ้างชาวอิสราเอลได้เดินทางมายังจังหวัดเชียงรายเพื่อทำการสัมภาษณ์และทดสอบฝีมือของแรงงานไทยโดยตรง

การรับสมัครงานในครั้งนี้จัดขึ้นโดยบริษัทจัดหางานวิ ดรากอน จำกัด ซึ่งได้รับโควต้าจากกรมแรงงานให้จัดส่งแรงงานกว่า 2,000 คนไปทำงานในอิสราเอลตามกฎหมาย โดยแรงงานที่เปิดรับสมัครจะต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด คือ เพศชาย อายุระหว่าง 25-45 ปี และมีความเชี่ยวชาญในสายงานช่าง เช่น ช่างไม้ ช่างเหล็ก ช่างฉาบปูน กระเบื้อง รวมถึงพนักงานขับรถบรรทุกหนักและรถแบคโฮ ผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ ณ อาคารไม้ที่ตั้งอยู่ทางเข้ามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีเจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างครบถ้วนทั้งหมายเลขโทรศัพท์ ไลน์ และเว็บไซต์เพื่อความสะดวกของผู้สมัคร

สถานการณ์สู้รบในอิสราเอล-เลบานอนยังคงน่ากังวล

อย่างไรก็ตาม ความสนใจในการไปทำงานในอิสราเอลยังคงมีอยู่แม้ว่าสถานการณ์ในภูมิภาคนี้จะไม่สงบ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X เพื่อแจ้งข่าวเกี่ยวกับคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบบริเวณชายแดนระหว่างอิสราเอลและเลบานอน โดยมีผู้เสียชีวิตถึง 4 รายและบาดเจ็บ 1 ราย จากเหตุยิงจรวดบริเวณเมืองเมตูลาใกล้ชายแดนอิสราเอล-เลบานอน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้ยิงจรวดโจมตีเข้าไปในพื้นที่ภาคเหนือของอิสราเอล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 7 รายในพื้นที่นิคมเกษตรกรรมใกล้เมืองเมตูลาและเมืองไฮฟา

รายงานล่าสุดระบุว่า ผู้เสียชีวิต 4 คนที่เป็นคนไทยมีรายชื่อดังนี้ (1) นายอรรคพล วรรณไสย จังหวัดอุดรธานี (2) นายประหยัด พิลาศรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ (3) นายธนา ติจันทึก จังหวัดนครราชสีมา และ (4) นายกวีศักดิ์ ปาปะนัง จังหวัดนครราชสีมา ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บคือ นายฉัตรชัย ศิลป์ประเสริฐ จังหวัดชัยภูมิ

แรงงานไทยในอิสราเอลยังเป็นที่ต้องการสูง

แม้ว่าจะมีสถานการณ์ความขัดแย้งอยู่ในพื้นที่นี้ แรงงานไทยยังคงได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการของนายจ้างในอิสราเอลสูง นาย Marius Savescu วิศวกรหัวหน้าของ Stone Group Company เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีแรงงานไทยในอิสราเอลประมาณ 20,000 คน และในปีนี้ทางอิสราเอลต้องการแรงงานไทยเพิ่มเติมอีกประมาณ 3,000-4,000 คน เนื่องจากแรงงานไทยมีฝีมือ ขยัน และอดทน ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ตอบสนองความต้องการของนายจ้างในภาคการก่อสร้าง

นอกจากนี้ นาย Marius ยังเสริมว่าในปี 2568 อาจมีความต้องการแรงงานไทยเพิ่มขึ้นอีก 10,000 คน โดยเขายืนยันว่าแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานจะได้รับการดูแลอย่างดี มีที่พักและการรักษาพยาบาลฟรี รวมถึงมีรายได้เสริมเพิ่มเติมนอกจากเงินเดือนปกติ ซึ่งถือเป็นโอกาสที่น่าสนใจสำหรับแรงงานไทยที่ต้องการพัฒนาชีวิตของตนเองและครอบครัว

แรงบันดาลใจจากศิลปินตลกที่ส่งแรงใจให้แรงงานไทย

ด้าน “น้ากล้วย เชิญยิ้ม” ศิลปินตลกชื่อดัง ได้ส่งกำลังใจให้แรงงานชาวเชียงรายที่มาร่วมสมัครงานในครั้งนี้ โดยกล่าวว่าเขาเห็นด้วยกับการส่งเสริมให้แรงงานไทยมีโอกาสทำงานในต่างประเทศที่ถูกกฎหมายและได้รับค่าตอบแทนที่ดี ซึ่งจะช่วยให้พี่น้องแรงงานมีโอกาสยกระดับคุณภาพชีวิตได้ แม้ว่าการรับสมัครงานไปอิสราเอลจะเป็นครั้งที่สองแล้ว แต่ก็ยังได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องจากชาวเชียงรายและจังหวัดใกล้เคียงในภาคเหนือ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : Somkoul Rasee

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

สาธารณสุขนิเทศ เปิดศูนย์ช่วยเหลือ ทางด้านจิตใจ แรงงานไทยในอิสราเอล

 

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2566 แพทย์หญิงบุญศิริ จันศิริมงคล รักษาการสาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 1 เป็นประธานเปิดศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ด้านการแพทย์และสาธารณสุข (ศูนย์ EOC) กรณีได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในประเทศอิสราเอล โดยมีนายแพทย์วัชรพงษ์ คำหล้า นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย นำผู้เข้าร่วมพิธีเปิดประกอบด้วย คณะผู้บริหาร สาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ โรงพยาบาลชุมชน และคณะทำงานกลุ่มภารกิจต่างๆ ร่วมพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ที่ภายในสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย ตำบลท่าสาย อำเภอเมืองเชียงราย

 

จากกรณีเหตุการณ์ความไม่สงบในประเทศอิสราเอล ส่งผลให้แรงงานไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศอิสราเอล ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก และกระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยสนับสนุนในการช่วยเหลือทางด้านจิตใจผู้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งหมายถึงแรงงานที่เดินทางกลับจากประเทศอิสราเอล ญาติ และครอบครัว จังหวัดเชียงรายมีแรงงานไทยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ความไม่สงบ จำนวน 2,174 คน มากเป็นอันดับสองของประเทศ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย จึงได้มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขขึ้น
 
 
แพทย์หญิงบุญศิริ จันศิริมงคล รักษาการสาธารณสุขนิเทศเขตสุขภาพที่ 1 กล่าวว่า “ทีม MCATT” หรือ “ทีมสหวิชาชีพที่ให้การช่วยเหลือทางด้านจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต” ของจังหวัดเชียงราย ทั้ง 18 อำเภอ ได้จัดทีมลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน และดูแลจิตใจคนไทยที่กลับมาถึงภูมิลำเนาแล้วทุกครอบครัว ส่วนคนไทยในอิสราเอลที่ยังไม่กลับมานั้น ทางครอบครัวยังเฝ้ารอ และต้องติดตามข่าวความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีทั้งความเครียด ความกังวล ความกลัว ทั้งนี้ได้มอบให้ทีม MCATT จังหวัดเชียงราย ติดตามให้การดูแลอย่างใกล้ชิด โดยขณะนี้แรงงานไทยได้เดินทางกลับบ้านอย่างต่อเนื่อง จึงอยากให้ประชาชนแสดงความห่วงใยถามไถ่อย่างเหมาะสม ” ในหลัก 3 ไม่ ” ได้แก่ ไม่ถามซ้ำ ถึงเหตุการณ์ความรุนแรง เพื่อไม่ให้สร้างรอยแผลอันจะนำไปสู่ความเสียใจ, ไม่ตอกย้ำ ถึงขั้นตอน สถานที่การดำเนินชีวิต หรือลำดับเหตุการณ์อันจะทำให้คิดถึงภาพความรุนแรงที่ยังติดอยู่ในความคิด และ ไม่รื้อพื้น ถึงการตัดสินใจไปทำงาน
 
 
ด้าน นายแพทย์วัชรพงษ์ คำหล้า นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ทีม MCATT จังหวัดเชียงราย ได้ลงพื้นที่เยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบ จำนวน 3,473 ราย โดยจัดกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ 3 กลุ่ม แยกเป็นกลุ่ม A คือ ผู้บาดเจ็บ/ตัวประกัน/ผู้สูญหาย รวมถึงญาติของผู้เสียชีวิต และผู้ที่ได้รับผลกระทบข้างต้น จำนวน 33 คน (เสียชีวิต 1 ราย, บาดเจ็บ 1 ราย, สูญหาย 1 ราย และกลุ่มญาติ 30 ราย) กลุ่ม B คือ แรงานไทยในพื้นที่เสี่ยงสูงหรือปานกลาง รวมถึงญาติของกลุ่มดังกล่าวจำนวน 3,397 คน (หมายถึง กลุ่มผู้ไม่บาดเจ็บที่กลับมาแล้ว 164 ราย กลุ่มคนไทยที่ยังอยู่ในอิสราเอล 953 ราย กลุ่มญาติของคนไทยในอิสราเอลที่ยังไม่กลับมา และกลับมาแล้ว 2,280 ราย) กลุ่ม C คือ ประชาชนที่รับรู้เหตุการณ์ และผู้ปฏิบัติงาน จำนวน 43 คน ทีม MCATT ได้ ดำเนินการประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพจิต และเยียวยาจิตใจด้วยการให้ปฐมพยาบาลทางใจเบื้องต้น การจัดการความเครียด และภาวะวิกฤตทางใจ เพื่อลดความเจ็บป่วยด้านจิตใจในอนาคต ซึ่งจังหวัดเชียงรายได้กำหนดแนวทางการดูแลจิตใจแรงงานไทย ในสถานการณ์ความไม่สงบในอิสราเอลใน แต่ละกลุ่มออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะวิกฤต (Impact Phase), ระยะปรับตัว ( Post-Impact Phase) และ ระยะฟื้นฟู (Recovery Phase)
 
 
จากนั้นได้ลงพื้นที่ ต.ห้วยสัก อ.เมือง จ.เชียงราย เยี่ยมให้กำลังใจญาติแรงงานไทยในประเทศอิสราเอล ร่วมกับนายวิรัตน์ วงศ์มา แรงงานจังหวัดเชียงราย นายโสภณ แก้วล้อมทรัพย์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงราย
ทั้งนี้ ด้านแรงงานจังหวัดเชียงรายและพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงราย ได้ให้ความมั่นใจว่า หากแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ประเทศอิสราเอลให้กลับมาตั้งหลักที่ประเทศไทยบ้านเกิดก่อน หากเหตุการณ์สงบรัฐบาลไทยพร้อมจะสนับสนุนให้กลับไปทำงานใหม่อีกครั้งอย่างสุดความสามารถ
 
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI TOP STORIES

ภรรยาหวั่นสามีเสียชีวิตร่ำให้หลังหายสาปสูญในอิสราเอล

 

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2566  ที่ผ่านมาที่หมู่บ้านกิ่วดอยหลวง หมู่ 10 ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของคนไทยกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ได้มี น.ส.สุนทรี แซ่ลี อายุ 28 ปี ซึ่งมีสามีชื่อนายกง แซ่เล่า อายุ 26 ปี ได้เดินทางไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลได้ประมาณ 1 ปียังไม่ทราบสถานะว่าเป็นอย่างไรเพราะไม่ได้รับแจ้งจากเพื่อนร่วมงานที่อยู่ด้วยกันเป็นกลุ่มประมาณ 6 คนอย่างชัดเจน ทำให้ น.ส.สุนทรี รู้สึกสับสน และกังวลใจอย่างมาก ทั้งนี้ช่วงเกิดเหตุนายกงยังได้ถ่ายคลิปการยิงต่อสู้กันโพสต์ลงเฟซบุ๊กโดยมีเสียงสนทนากับเพื่อนร่วมงานอีกหลายคนและมีการยิงขีปนาวุธผ่านพื้นที่ทำงานด้วย ก่อนจะไม่สามารถติดต่อได้จนถึงปัจจุบัน

.
น.ส.สุนทรี กล่าวว่าตนกับสามีอยู่กินได้กันได้นานประมาณ 10 ปีแต่ยังไม่มีลูกด้วยกัน และเขาพึ่งเดินทางไปทำงานใกล้กับเขตฉนวนกาซาได้เกือบ 1 ปีโดยจะครบปีวันที่ 8 พ.ย.นี้ โดยก่อนไปได้กู้หนี้ยืมยิน และพึ่งได้ชดใช้หนี้ จากนั้นเราวางแผนกันว่าจะสร้างบ้านหลังใหม่ ดูแลแม่ของเขาที่ชราภาพด้วย โดยช่วงที่ไปทำงานตนก็สามารถติดต่อกับสามีได้ตลอด กระทั่งช่วงเช้าวันที่ 7 ต.ค.ซึ่งเป็นวันหยุด และเป็นวันที่เริ่มเกิดเหตุเขาได้ติดต่อมาทำให้ตนสอบถามสาเหตุซึ่งเขาบอกว่าจำเป็นต้องตื่นเพราะมีการต่อสู้กันขึ้น ระหว่างนั้นตนได้ยินเสียงปืน และระเบิด ก่อนที่สามีจะขอวางสายไปและในช่วงสายประมาณ 11.00 น.ตนยังเห็นเฟซบุ๊กของเขาออนไลน์อยู่ อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นก็ไม่สามาถติดต่อกันได้อีกเลย
 
.
น.ส.สุนทรี กล่าวอีกว่าหลังเกิดหตุหัวหน้างาน และเพื่อนที่ทำงานแจ้งว่าทหารอิสราเอลบอกเพียงว่าคนที่อยู่ในไร่อะโวคาโดยังไม่เสียชีวิตเท่านั้นแต่ไม่แจ้งรายละเอียดเพิ่มเติม ซึ่งยังไม่มีใครยืนยันว่าได้พบเห็นสามีของตน ทำให้ตนไม่ทราบสถานะที่ชัดเจนของสามีจากนั้นก็ไม่มีหน่วยงานใดแจ้งข้อมูลอีก ดังนั้นตนจึงอยากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบสถานะที่แท้จริงของสามีให้ด้วยโดยตนยังมีความหวังว่าเขาจะรอดชีวิตและติดต่อกลับมา
 
.
น.ส.สุนทรีกล่าวว่าคนที่ทำงานสวนอะโวคาโดยังไม่มีใครเป็นอะไร ต่างคนต่างหนีกันไปคนละทิศละทาง ก็สงสัยว่าสามีของหนูอาจจะถูกจับตัวไปเป็นตัวประกันหรือไม่ แต่หนูก็ยังไม่แน่ใจเพราะติดต่อเขาไม่ได้ทำให้ยังรอข้อความจากสามีทุกวัน สามีเป็นเสาหลักของครอบครัวเมื่อเขาหายไปหนูก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว โดยสามีเป็นคนอาภัพมากเป็นเด้กกำพร้าแต่เล็กต้องอาศัยอยู่กับตายายหลังเล็ก มีฐานะยากจน ทำให้ต้องยอมเสี่ยงที่จะไปทำงานในอิสราเอลก็หวังจะมีชีวิตใหม่ ได้เงินเดือนประมาณเดือนละ 5 หมื่นบาท ตั้งเป้าที่จะสร้างบ้าน ซื้อรถให้กับครอบครัว กับทางปู้ย่าตายายและทางแม่ แล้วก็จะกลับมาอยู่ในประเทศ โดยหลังไปอยู่ประมาณ 11 เดือนก็เกิดเหตุยิงกันบ่อยครั้ง แต่ก็ไม่คิดว่าครั้งนี้จะรุนแรงเช่นนี้ ตอนนี้ก็หวังว่าสามียังอยู่ระหว่างหลบหนีเอาตัวรอดทำให้ไม่สามารถติดต่อได้ ยังไม่ถึงขั้นต้องสูญเสียชีวิตเลย
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI TOP STORIES

1 ใน 2,174 คนเชียงราย แรงงานอิสราเอลกลับถึงบ้าน

 

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2566  ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่แรงงานจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พานายจันทร์ดี แซ่ลี อายุ 35 ปี ชาวบ้านห้วยแล้ง หมู่ 2 ต.ท่าข้าม อ.เวียงแก่น ซึ่งเป็น 1 ใน 15 แรงงานไทยจากประเทศอิสราเอลกลุ่มแรกที่ได้เดินทางกลับประเทศไปส่งถึงบ้านเลขที่ 337 หมู่บ้านห้วยแล้ง ซึ่งพบว่าทางญาติ และชาวบ้านต่างมีการจัดโต๊ะ เก้าอี้ และกางเต๊นท์คอยต้อนรับกันอย่างเอิกเกริก เนื่องจากที่ผ่านมาปรากฎข่าวสารว่ามีคนไทยรวมถึงชาวเชียงรายเสียชีวิต และบาดเจ็บ ขณะที่นายจันทร์ดีพบว่ามีสุขภาพดีและไม่ได้รับอันตรายใดๆ

 

ซึ่งเมื่อไปถึงบ้านทางภรรยาคือนางมาลับวรรณ แซ่ลี และลูกชายอายุ 11 ปี ลูกสาว 1 คน อายุ 5 ขวบ และลูกชาย 2 ขวบตามลำดับ ซึ่งต่างยังมีอายุน้อยรวม 3 คน ต่างโผเข้ากอดนายจันทร์ดีด้วยความดีใจโดยต่างร้องไห้ที่ปลอดภัยกลับบ้าน วันเดียวกันนางสุภาเพ็ญ ศิริมาตย์ นายกเหล่ากาชาด จ.เชียงราย ได้นำคณะเดินทางไปต้อนรับพร้อมแจ้งว่านายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ได้ฝากความปรารถนาดีและกำลังใจรวมทั้งหากพบปัญหาอุปสรรคใดเพิ่มเติมก็ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ซึ่งได้ร่วมกันไปเยี่ยมเยียนในครั้งนี้ได้
นายจันทร์ดี กล่าวว่าเมื่อได้เห็นหน้าภรรยา และลูกตนรู้สึกดีใจมาก เพราะตนไปทำงานอยู่ประเทศอิสราเอลได้ 2 ปีครึ่งแล้ว โดยช่วงที่ไปได้ 4-5 เดือนลูกสาวคนโตได้เสียชีวิตทำให้ตนยิ่งคิดถึงบ้านโดยเฉพาะไม่มีโอกาสมาร่วมในพิธีศพของลูก ทั้งนี้จุดที่ตนพักหรือแคมป์คนงานที่อิสราเอลมีแรงงานพักด้วยกัน 11 คน เมื่อเกิดการสู้รบมีคนรอดชีวิตมาได้เพียง 5 คนรวมทั้งตน ส่วนเพื่อนอีก 6 คนถูกยิงเสียชีวิตทั้งหมด ช่วงเกิดเหตุตนรู้สึกกลัวและยังสงสัยว่าจะได้มีโอกาสกลับมาพบครอบครัวอีกหรือไม่ เพราะแม้ในช่วงเวลาปกติไม่มีการสู้รบกันตนก็ยังนับวันจะกลับบ้านเลยและยิ่งมีมีสงครามก็ยิ่งทำให้เกิดความกลัวและอยากกลับบ้านเพราะตนรักลูกทุกคนอย่างมาก
 
 
นายจันทร์ดี กล่าวอีกว่าในหมู่บ้านที่ตนอยู่มีค่ายทหารอิสราเอลอยู่ด้วยเมื่อกองกำลังฮามาสเข้ามาจึงมีการยิงต่อสู้กันขึ้นตั้งแต่ 06.00 น.จนถึงตี 1 ของอีกวัน ส่วนพวกตนที่รอดมาได้เพราะพากันเข้าไปหลบหนีในห้องโดมที่มีไว้ป้องกันระเบิด เมื่อทหารอิสราเอลควบคุมสถานการณ์ไว้ได้แล้วจึงช่วยพวกตนออกมาได้ดังกล่าว ทั้งนี้ตนขอให้พระเจ้าคุ้มครองเพื่อนๆ คนที่ยังอยู่อิสราเอลให้ปลอดภัย เพระมันมีทั้งพื้นที่ที่ปลอดภัยแล้วแต่มีบางที่ที่อันตรายอยู่ก็มี ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองพี่น้องแรงงานไทยทุกคนที่อยู่ทางโน้นด้วย” นายจันทร์ดีกล่าวทั้งน้ำตา
 
ด้านนางมาลัยวรรณ กล่าวว่าตนรู้สึกดีใจมากที่สามีได้กลับมาบ้านและขอขอบคุณหน่วยงานภาครัฐและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ให้ความช่วยเหลือจนได้กลับบ้านมาอย่างปลอดภัย ส่วนเขาจะกลับไปทำงานที่อิราเอลหรือไม่นั้นคงต้องดูสถานการณ์ก่อนและให้เป็นการตัดสินใจของสามีอีกครั้ง

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News