Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

อบจ.เชียงราย ร่วมเปิดศูนย์ประสานงาน อสม. อำเภอแม่สรวย

 

เมื่อวันที่ศุกร์ ที่ 10 พฤษภาคม 2567 เวลา 14.00 น. นายก นก อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย ร่วมเปิดอาคารศูนย์ประสานงานชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อำเภอแม่สรวย พร้อมด้วยนายจิราวุฒิ แก้วเขื่อน ที่ปรึกษานายก อบจ.เชียงราย นายสรายุธ ฟูวงศ์ ส.อบจ.เชียงราย อ.แม่สรวย เขต 1 นายสมัคร กันจีนะ ส.อบจ.เชียงราย อ.แม่สรวย เขต 2 โดยมีนายปฤษฎางค์ สามัคคีนิชย์ นายอำเภอแม่สรวย ให้การต้อนรับ พร้อมทั้งได้รับสัมโมทนียกถา โดยเมตตาพระภาวนารัตนญาณ วิ. (ครูบาอริยชาติ อริยจิตฺโต) ณ อาคารศูนย์ประสานงานชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อำเภอแม่สรวย

 

สำหรับอาคารศูนย์ประสานงานชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)สร้างโดยงบประมาณการจัดตั้งผ้าป่า อสม. ประจำปีงบประมาณ 2566 โดยเมตตาพระภาวนารัตนญาณ วิ. (ครูบาอริยชาติ อริยจิตฺโต)
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายเพิ่มประสิทธิภาพบุคลากรจัดทำแผนด้านความมั่นคง

 
เมื่อวันที่ 8 – 9 พฤษภาคม 2567 จังหวัดเชียงราย จัดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพบุคลากรเพื่อการจัดทำแผนด้านความมั่นคง จังหวัดเชียงราย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ด้านการจัดระเบียบสังคม เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และอำเภอ ที่ปฏิบัติงานด้านการจัดระเบียบสังคม การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และการป้องกันการปราบปรามการค้ามนุษย์ สามารถนำไปปฏิบัติในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิผล ณ ห้องประชุมกองร้อย อส.จ.ชร.1 ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย

 

การอบรมฯ ในครั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย มีนโยบายให้แต่ละหน่วยงานที่รับผิดชอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดระเบียบสังคม/สถานประกอบการ/สถานบริการ โดยให้ดำเนินการติดตาม ตรวจสอบ สอดส่อง สืบสวนหรือแสวงหาข่าวทั้งในทางเปิดเผยและทางลับ การกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์/ยาเสพติด และความผิดอื่น ๆ ภายในสถานประกอบการ/สถานบริการที่รับผิดชอบ แล้วประสานงานชุดจัดระเบียบสังคมจังหวัดเชียงรายดำเนินการทางกฎหมายต่อไปอย่างเคร่งครัด

 

ในการนี้ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย โดย นายพิสันต์  จัทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย มอบหมายให้ นายฐิติการณ์ ศิริอิศรานุวัฒน์ เข้าร่วมการอบรมฯ ดังกล่าว

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สนง.วัฒนธรรม เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

กรมทรัพยากรธรณี รำลึกเหตุแผ่นดินแม่ลาวไหวครบรอบ 1 ทศวรรษ

 
เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2567 นายพิชิต สมบัติมาก อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี เป็นประธานพิธีเปิดการจัดงานครบรอบ “1 ทศวรรษ แผ่นดินไหวแม่ลาว บทเรียนสำคัญสู่ความร่วมมือการจัดการธรณีพิบัติภัยอย่างยั่งยืน” ที่ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย จังหวัดเชียงราย เพื่อสร้างความตระหนักและถอดบทเรียนจากแผ่นดินไหวสู่องค์ความรู้ในการป้องกันและเตรียมความพร้อมรับมือในอนาคต ตลอดจนพัฒนาขีดความสามารถของทุกภาคส่วน ไปสู่การขับเคลื่อน การจัดการธรณี พิบัติภัยอย่างเป็นรูปประธรรม โดยมี ดร.สมศักดิ์ วัฒนปฤดา ผู้อำนวยการกองธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม นำหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  หน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา ชุมชน เครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเตือนภัยธรณีพิบัติภัย และประชาชนในจังหวัดเชียงราย กว่า 300 คน เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมรูปแบบการประชุม และการเสวนาถอดบทเรียน ในหัวข้อ “ถอดบทเรียน 10 ปี แผ่นดินไหวเชียงราย สู่ความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการป้องกันและลดผลกระทบจากพิบัติภัยทางธรรมชาติ” โดยผู้เชี่ยวชาญและผู้มีประสบการณ์ด้านแผ่นดินไหว มาร่วมบรรยายพิเศษ “บทบาทของสถาบันการศึกษาและภาคีเครือข่าย เยาวชน ในการร่วมขับเคลื่อนการบริหารจัดการภัย พิบัติทางธรรมชาติจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ และ การอภิปลายบทเรียนสำคัญสู่ความร่วมมือการจัดการธรณีพิบัติภัยอย่างยั่งยืน โดยภายในงานจัดให้มีนิทาศการองค์ความรู้ด้านธรณีพิบัติภัย อีกด้วย
 

         นายพิชิต สมบัติมาก อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีข้อสั่งการมอบหมายให้กรมทรัพยากรธรณี เร่งสร้างความรู้ความเข้าใจและความเชื่อมั่นแก่ประชาชน โดยนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการแจ้งเตือนภัย เร่งติดตั้งเครื่องมือวัดแผ่นดินไหว จัดทำแผนที่แสดงจุดปลอดภัยและซักซ้อนแผนอพยพร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกรมทรัพยากรธรณี ได้นำองค์ความรู้ทางวิชาการด้านธรณีพิบัติภัยมาใช้ เพื่อลดความสูญเสียและลดผลกระทบต่อชุมชนบนหลักการ “อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยเสี่ยงธรณีพิบัติภัย อยู่อย่างไรให้ปลอดภัยอย่างยั่งยืน” โดยมีการถ่ายทอดความรู้สู่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้อาศัยอยู่อย่างมั่นใจและปลอดภัย เสริมสร้างศักยภาพของภาคีเครือข่ายและชุมชนให้พร้อมรับมือธรณีพิบัติภัย และสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วเมื่อประสบภัย รวมถึงประชาชนทั้งที่อยู่ในเขตเมืองที่เสี่ยงต่อแผ่นดินไหวและประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่สูงที่เสี่ยงต่อการดินถล่ม จะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนแนวทางประสบการณ์การดำเนินชีวิตได้รับรู้วิธีการอยู่อาศัยในที่เสี่ยงธรณีพิบัติภัย สามารถนำไปปรับใช้ได้กับชีวิตประจำวัน และมีศักยภาพเพื่อเตรียมความพร้อมในการเผชิญภัยได้อย่างมีสติ 
 

        ดร.สมศักดิ์  วัฒนปฤดา ผู้อำนวยการกองธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม กล่าวอีกว่า ถ้าหากย้อนกลับไป เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2557 เวลา 18.08 นาฬิกา เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดในประเทศไทย ขนาด 6.3 ริกเตอร์ ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่ตำบลดงมะดะ อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย ด้วยเหตุการณ์ครั้งนั้นสร้างความเสียหายให้แก่ประชาชน บ้านเรือนประชาชนกว่า 10,000 หลังคาเรือน ศาสนสถานต่างๆ โรงเรียน ถนนเกิดรอยแยกเป็นทางยาวหลายพื้นที่ในจังหวัดเชียงราย และอาคารสูงในกรุงเทพฯสามารถรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนครั้งนี้ด้วย จะเห็นได้ว่าการเกิดธรณีพิบัติภัยในแต่ละครั้งส่วนมากจะเกิดขึ้นแบบฉับพลันยากต่อการคาดการณ์ล่วงหน้า สร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในหลายพื้นที่ และที่สำคัญมักจะก่อให้เกิดความตื่นตระหนกให้กับประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ ดังนั้นกรมทรัพยากรธรณี จึงได้จัดประชุมสัมมนา เรื่อง “๑ ทศวรรษแผ่นดินไหวแม่ลาว : บทเรียนสำคัญสู่ความร่วมมือการจัดการธรณีพิบัติภัยอย่างยั่งยืน” ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อเป็นการถอดบทเรียนจากการเกิดเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยที่สำคัญ นำมาสู่การเรียนรู้เกี่ยวกับธรณีพิบัติภัยและเพื่อจัดทำแนวทางการขับเคลื่อนความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในการจัดการธรณีพิบัติภัยอย่างบูรณาการ เพื่อบรรเทาลดผลกระทบและความสูญเสียทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงราย เห็นชอบมอบทุนเด็ก กองทุนพัฒนาเด็กชนบทรายละ 1,500 บาท

 
เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2567 ที่ห้องประชุมพวงแสด ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนพัฒนาเด็กชนบท ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดเชียงราย ประจำปี 2567 ครั้งที่ 2/2567 โดยมีคณะกรรมการกองทุนพัฒนาเด็กชนบทฯ เข้าร่วม เพื่อรับทราบผลการดำเนินงาน สถานะการเงิน และพิจารณาเรื่องการให้ความช่วยเหลือ และสนับสนุนการพัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนอายุตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 ปี ที่มีฐานะยากจน ด้อยโอกาส และรายได้ครัวเรือนตกเกณฑ์
 
 

โดยที่ประชุมนางอำไพ บัวระดก พัฒนาการจังหวัดเชียงราย ในฐานะเลขานุการ ได้แจ้งผลการดำเนินงานกิจกรรมทอดผ้าป่าสมทบกองทุนพัฒนาเด็ก ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดเชียงราย ที่ดำเนินการเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2567 ที่วัดพระแก้ว (พระอารามหลวง) ถนนไตรรัตน์ ต.เวียง อ.เมืองเชียงราย โดยมียอดเงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา ทั้งจากส่วนราชการ องค์กรต่างๆ และภาคเอกชน รวมทั้งสิ้น 403,198 บาท ซึ่งจำนวนเงินในส่วนนี้จะนำไปมอบให้กับเด็กที่อยู่ในครัวเรือนยากจน ตามข้อมูล THAI QM หรือ TP MAP อปท. ละ 1 คน ที่อยู่ในช่วงอายุแรกเกิด จนถึง 6 ปี ในพื้นที่ 15 อำเภอ จำนวน 142 ราย รายละ 1,500 บาท รวมถึงร่วมกันพิจาณาอนุมัติวงเงิน มอบให้เด็กที่อยู่ในครัวเรือนที่ตกเกณฑ์รายได้ข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ในปี 2567 (รายได้ครัวเรือนเฉลี่ยต่ำกว่า 40,000 บาท ต่อคนต่อปี ) ในพื้นที่ 12 อำเภอ จำนวน 158 ราย รายละ 1,500 บาท

 

ทั้งนี้ในที่ประชุมมติเห็นชอบ และจะมอบทุนส่งให้นายอำเภอแต่ละอำเภอ เป็นผู้แทนมารับมอบในวันประชุมกรมการจังหวัดเชียงราย ประจำเดือนมิถุนายน 2567 โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นผู้มอบ และส่งต่อให้นายอำเภอเป็นผู้มอบทุนให้กับเด็กต่อไป

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
ECONOMY

สารวัตรเกษตรไซเบอร์ จัดทัพลุยสอยขบวนการค้าปุ๋ยสารเคมีเถื่อน แจ้งเบาะแส 1174

 

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร โพสต์ภาพและแจ้งข้อมูลว่าสารวัตรเกษตรไซเบอร์จัดทัพลุยสอยขบวนการค้าปุ๋ย สารเคมีเถื่อนสายตรงชงแจ้งเบาะแส 1174

 

โดยทำการเปิดไทม์ไลน์ขบวนการค้าปุ๋ย สารเคมีไม่มีคุณภาพ พบรุกหนักใกล้ช่วงฤดูเพาะปลูกพืชของเกษตรกร โฟกัสรถเร่ตระเวนขายตามหมู่บ้าน การขายออนไลน์ โปรโมชั่นจัดหนักทั้งลด แลก แจก แถม ขายผ่านตัวแทนหมู่บ้าน แนะวิธีซื้อปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพ พร้อมเพิ่มสายตรงแจ้งเบาะแสหวังกวาดล้างขบวนการเถื่อน
 
 
ในช่วงเวลานี้ซึ่งใกล้จะเข้าสู่ฤดูกาลเพาะปลูกพืชของเกษตรกรเป็นช่วงที่สารวัตรเกษตร กรมวิชาการเกษตร จะได้รับการร้องเรียนและแจ้งเบาะแสการหลอกขายปุ๋ยและสารเคมีปลอมมากกว่าในช่วงเวลาอื่นๆ เนื่องจากเป็นช่วงที่เกษตรกรมีความต้องการใช้ทั้งปุ๋ยและสารเคมีป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืช จึงทำให้มีผู้ฉวยโอกาสผลิตและจำหน่ายปัจจัยการผลิตปลอมและไม่ได้มาตรฐานมาหลอกขายเกษตรกร โดยที่ผ่านมาพบว่าแหล่งที่เกษตรกรจะได้รับสินค้าที่ไม่มีคุณภาพดังกล่าวส่วนใหญ่จะมาจากรถเร่ซึ่งตระเวนขายไปตามหมู่บ้าน และการขายออนไลน์ โดยมีการติดต่อและขายให้เกษตรกรโดยตรงใช้กลยุทธ์ลดราคา ให้ของแจกของแถม เช่น โทรทัศน์ พัดลม หม้อหุงข้าว เตารีด และโทรศัพท์มือถือ เพื่อดึงดูดใจหากซื้อในปริมาณตามที่กำหนดไว้ ขณะเดียวกันยังมีการขายผ่านตัวแทนในหมู่บ้าน หากมีเกษตรกรสนใจสินค้าจะจดรายชื่อไว้โดยเรียกเก็บค่ามัดจำล่วงหน้าจำนวนหนึ่งแล้วค่อยนัดส่งสินค้าภายหลัง จึงให้สารวัตรเกษตรเครือข่ายในพื้นที่ของกรมวิชาการเกษตร เผ้าระวังและตรวจสอบอย่างเข้มงวดโดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ที่มักพบเกิดปัญหาดังกล่าว
 
 
อย่างไรก็ตาม แม้ในช่วงระยะเวลา 2 – 3 ปีที่ผ่านมานี้จะได้รับการแจ้งเบาะแสรถเร่ขายปัจจัยการผลิตปลอมน้อยลง เนื่องจากได้มีการประสานงานทำงานกันเป็นทีมระหว่างสารวัตรเกษตรอาสา ซึ่งเป็นผู้นำชุมชน ได้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งปัจจุบันมีกระจายอยู่ตามหมู่บ้านทุกจังหวัดจำนวนเกือบ 7,000 คน กับสารวัตรเกษตรเครือข่ายในพื้นที่ของกรมวิชาการเกษตร โดยร่วมกันสอดส่องและดำเนินการอย่างเข้มงวดมากขึ้นกับผู้ที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยนำรถเข้าไปเร่ขายปัจจัยการผลิตปลอมตามหมู่บ้าน แต่ก็ยังไม่สามารถวางใจได้ว่าขบวนดังกล่าวจะหมดสิ้นไป ดังนั้นจึงขอเตือนเกษตรกรอย่าได้หลงเชื่อและขอให้ใช้ความรอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อปัจจัยการผลิตทุกชนิดดังกล่าว
 
 
การเลือกซื้อสารเคมีทางการเกษตรต้องซื้อสินค้าที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องจากกรมวิชาการเกษตร อ่านฉลาก ดูชื่อสามัญ ตรวจดูวันที่ผลิตต้องมีอายุไม่เกิน 2 ปี สภาพภาชนะบรรจุไม่เก่า ไม่เสื่อม ภาชนะบรรจุไม่รั่วไหล ไม่แบ่งขายหรือถ่ายลงภาชนะอื่น ไม่ซื้อสินค้าที่อ้างว่าเป็นสูตรพิเศษ หรือราคาถูก ส่วนการเลือกซื้อปุ๋ย ภาชนะหรือกระสอบปุ๋ยต้องใหม่ ไม่มีรอยฉีกขาดหรือเย็บใหม่ และควรซื้อจากผู้ขายที่มีใบอนุญาตขายปุ๋ยเท่านั้น ไม่ควรซื้อปุ๋ยจากพ่อค้าเร่ โดยขอเอกสารกำกับปุ๋ยและใบเสร็จรับเงินจากผู้ขายทุกครั้ง ฉลากปุ๋ยต้องจัดเจน และมีรายละเอียดของปุ๋ยแต่ละประเภทถูกต้องครบถ้วน อย่างไรก็ตาม เพื่อความมั่นใจควรเลือกซื้อสินค้าจากร้านจำหน่ายปัจจัยการผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพที่ได้รับเครื่องหมาย Q shop
 
 
กรมวิชาการเกษตรให้ความสำคัญกับการดูแลเกษตรกรไม่ให้ตกเป็นเหยื่อจากผู้ที่มีเจตนาจะเอาเปรียบหลอกขายสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ ดังนั้นจึงได้เพิ่มหมายเลขโทรศัพท์ให้เกษตรกรหรือผู้ที่ทราบเบาะแสสามารถแจ้งได้ทันทีหากพบรถเร่ขายที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย หรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการผลิตหรือจำหน่ายปัจจัยการผลิตที่ไม่ได้คุณภาพ โดยสามารถแจ้งได้ที่ศูนย์รับแจ้งเบาะแสปัจจัยการผลิตปลอม ไม่ได้มาตรฐาน กรมวิชาการเกษตร สายด่วน 1174 เพื่อจะได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สารวัตรเกษตรเข้าไปดำเนินการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

อบจ.เชียงราย ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคี โฮงฮอมผญ๋าล้านนา ประจำปี 2567

 
เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2567 เวลา 13.00 น. นางทรงศรี คมขำ รองนายก อบจ.เชียงราย เป็นตัวแทน อบจ.เชียงราย ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคี โฮงฮอมผญ๋าล้านนา ประจำปี 2567 โดยมี รองเจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงราย เจ้าอาวาสวัดฝั่งหมิ่น พระครูขันติพลาธร เป็นประธานสงฆ์ในพิธีถวายองค์ผ้าป่า และ นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ณ โฮงฮอมผญ๋า โฮงยาหมอเมืองล้านนา ต.นางแล จ.เชียงราย
 
ในการนี้ คณะผู้บริหาร และบุคลากร อบจ.เชียงราย ได้ร่วมอนุโมทนาบุญ ถวายปัจจัยในการจัดงานทอดผ้าป่าดังกล่าว เพื่อสมทบทุนซ่อมแซมอาคาร ศาลาศูนย์การเรียนรู้หมอพื้นบ้าน และพระคิลานุปัฏฐาก จ.เชียงราย ทั้งยังช่วยเหลือกองทุนเพื่อกิจกรรมพิเศษด้านการดูแลสุขภาพพระสงฆ์ สามเณร และชุมชน อีกทั้งเป็นการรำลึกถึงผู้ก่อตั้งโฮงฮอมผญ๋า อีกด้วย
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :  อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE VIDEO

ขอแสดงความยินดีกับ ‘ทีมกาสะลองเงิน’ ของ “โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย” คว้าแชมป์ การประกวดรวมศิลป์พื้นบ้านภาคเหนือ ปี 2567

 

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2567  ที่เชียงใหม่ฮอลล์ เซ็นทรัลเชียงใหม่ แอร์พอร์ต ทีมกาสะลองเงิน ของโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย คว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดรวมศิลป์พื้นบ้านภาคเหนือ ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พุทธศักราช 2567 เพื่อเชิดชูเกียรติการแสดงดนตรีและการแสดงพื้นบ้านของภาคเหนือ

 

ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานและมอบรางวัลให้ทีมผู้ชนะในครั้งนี้ ทั้งนี้ การประกวดดนตรีและการแสดงพื้นบ้าน “รวมศิลป์พื้นบ้านภาคเหนือ” ที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดประกวดขึ้นเพื่อถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมการแสดงและมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีอัตลักษณ์ในแต่ละภูมิภาคไปสู่สายตาประชาชน

ในปีนี้มีคณะที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ จำนวน 5 คณะ ประกอบด้วย

  1. คณะกาสะลองเงิน จากจังหวัดเชียงราย
  2. คณะร่มบัวสวรรค์ (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี) จากจังหวัดปทุมธานี
  3. คณะลูกน้ำของ (โรงเรียนอนุบาลเชียงของ) จากจังหวัดเชียงราย
  4. คณะยุ้งข้าวสตูดิโอ จากจังหวัดเชียงใหม่
  5. คณะต้นกล้าดาราภิรมย์ จากจังหวัดเชียงใหม่.

สำหรับการประกวดรวมศิลป์พื้นบ้านภาคเหนือนั้น ผู้เข้าประกวดจะต้องสร้างสรรค์ชุดการแสดงและการบรรเลง โดยนำเอาการแสดงพื้นบ้านภาคเหนือมาเรียงร้อยให้มีความเชื่อมโยงที่บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ วิถีชีวิต ความเชื่อ พิธีกรรม วรรณคดีและวรรณกรรม ที่เป็นเอกลักษณ์ของภาคเหนือ โดยด้านดนตรี ให้เลือกเครื่องดนตรีที่เหมาะสมกับการแสดง เช่น วงสะล้อ ซอ ซึง กลองสะบัดชัย หรือเครื่องดนตรีอื่นๆ ที่เป็นดนตรีพื้นบ้านภาคเหนือ การแสดงพื้นบ้านร้อยเรียง เชื่อมโยงโดยอาศัยนาฏศิลป์พื้นบ้าน เช่น ฟ้อนดาบ ฟ้อนเล็บ ฟ้อนเทียน ฟ้อนสาวไหม หรือฟ้อนพื้นเมืองตามอัตลักษณ์ การแสดงท้องถิ่นของวัฒนธรรมในภาคเหนือ เป็นต้น

พร้อมทั้งการนำเสนอกิจกรรมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อบูรณาการให้เห็นถึงอัตลักษณ์ของการแสดงพื้นบ้านภาคเหนือได้อย่างเหมาะสมและลงตัว และการบรรเลงดนตรีประกอบการขับร้องทำนองมีเนื้อหาการแสดงเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมต่างๆ ที่มีอยู่ในภาคเหนือ

 

ทั้งนี้ เกณฑ์การตัดสินจะพิจารณาจากด้าน 1. ดนตรี 2. การแสดง 3. การขับร้อง และ 4. กระบวนการบูรณาการ ซึ่งมีคณะกรรมการตัดสินเป็นผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา ครอบคลุมทั้งด้านศิลปะการแสดง ด้านการแสดงพื้นบ้านภาคเหนือและด้านดนตรีพื้นบ้านล้านนา ด้านการบรรเลงและการประพันธ์เพลงสร้างสรรค์ดนตรีพื้นบ้านล้านนา ซึ่งการประกวด “รวมศิลป์พื้นบ้านภาคเหนือ” ในครั้งนี้มีผลการประกวดดังนี้

1. รางวัลชนะเลิศ ได้รับถ้วยพระราชทานในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเงินรางวัลจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จำนวน 100,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ได้แก่ คณะกาสะลองเงิน จังหวัดเชียงราย

2. รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้รับถ้วยรางวัลจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และเงินรางวัลจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จำนวน 80,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ได้แก่ คณะต้นกล้าดาราภิรมย์ จังหวัดเชียงใหม่

3. รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้รับถ้วยรางวัลจากปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และเงินรางวัลจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จำนวน 50,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ได้แก่ คณะร่มบัวสวรรค์ (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี) จังหวัดปทุมธานี

4. รางวัลชมเชย จำนวน 2 รางวัล เงินรางวัลจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จำนวน 10,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ได้แก่ คณะลูกน้ำของ (โรงเรียนอนุบาลเชียงของ) จังหวัดเชียงราย และคณะยุ้งข้าวสตูดิโอ จังหวัดเชียงใหม่

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

วช. ผนึกกำลัง ทีม EARTH รับมือ 1 ทศวรรษ แผ่นดินไหวแม่ลาว

 

 เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2567 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ ศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ (EARTH: Earthquake Research Center of Thailand) มูลนิธิมดชนะภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว จ.เชียงราย โดยมี ผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาวิชา ผู้ทรงคุณวุฒิ และนักวิจัยในพื้นที่ เป็นผู้นำคณะลงพื้นที่ศึกษาข้อมูลผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทั้งหมด 5 จุด ณ พื้นที่ จ.เชียงราย 

 

           จุดแรกคณะได้ลงพื้นที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์” นำโดย รศ.ดร.ธีรพันธ์ อรธรรมรัตน์ จาก มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายแพทย์ศุภโชค มาศปกรณ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ 2 และทีมผู้บริหารโรงพยาบาลให้การต้อนรับ 

 

          รศ.ดร.ธีรพันธ์ฯ กล่าวว่า โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ได้รับความเสียหายตรงบริเวณช่วงจุดเชื่อมต่อระหว่างอาคารเก่าและใหม่ โดยความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น อาคารแตกเป็นรอยแนวตั้งยาวสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนจากภายนอก และในวันที่เกิดแผ่นดินไหวนั้น ภายในอาคารมีผู้ป่วย แพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ที่ต้องใช้อาคารอยู่เป็นจำนวนมาก โดยได้ทำการซ่อมแซมเพื่อความมั่นใจของประชาชนที่เข้ารับบริการ และเพิ่มเติมระบบป้องกันเพื่อเตรียมรับแรงสั่นสะเทือนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

 

          จากนั้นคณะได้เดินทางไปยัง โรงเรียนชุมชนบ้านป่าก่อดำ นำโดย ศ.ดร.อมร พิมานมาศ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายพัฒน์พงษ์ เต็มเสาร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านป่าก่อดำ กล่าวต้อนรับ และ ศ.ดร.อมรฯ ได้อธิบายว่า โรงเรียนชุมชนบ้านป่าก่อดำ อาคารเรียนได้รับความเสียหายอย่างหนัก 1 หลัง ต่อมาได้มีการสำรวจความเสียหายของสถานศึกษา ผู้เชี่ยวชาญทำการประเมินแล้วว่าต้องทุบทิ้งทั้งหมดอาคารเรียนไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป และไม่สามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต จึงได้ทำการทุบอาคารเรียนทิ้งและสร้างอาคารใหม่ทดแทน และเนื่องจากโรงเรียนตั้งอยู่บนพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง จึงได้มีการหารือกับวิศวกร เพื่อเสริมกำลังอาคารเรียนด้วยโครงสร้างใหม่ที่รองรับการเกิดแผ่นดินไหวในอนาคต

 

            ต่อด้วยการเดินทางไปยังวัดดงมะเฟือง  นำโดย รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ จาก มูลนิธิมดชนะภัย ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายสุทัศน์ กิจพิทักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลจอมหมอกแก้ว นายเหลี่ยม ปัญญาไว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 บ้านดงมะเฟือง ให้การต้อนรับ และให้ข้อมูลว่า ในขณะนั้น วิหารของวัดที่เสียหายบางส่วนจากเหตุแผ่นดินไหวก็ได้พังเสียหายทั้งหลัง และเกิดรอยร้าวที่เสากลางเพิ่มขึ้น ผนังหลังพระประธานพังทลายลง หลังคาหลุดร่อน ต้องรื้อทิ้งสร้างใหม่ทั้งหมด โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานจากหลายภาคส่วนระดมเข้ามาช่วยเหลือในการสร้างและปรับปรุงอาคารใหม่ ที่ออกแบบให้เหมาะสมกับพื้นที่ และมีโครงสร้างที่ยืดหยุ่น รองรับแรงสั่นสะเทือนได้ดี และลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากแผ่นดินไหว อีกทั้งได้รับความร่วมมือกับชุมชนในการเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

 

          และคณะได้เดินทางไปยัง  “เขื่อนแม่สรวย” นำโดย รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ จาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายศุภชัย พินิจสุวรรณ ผู้อำนวยการส่วนวิศวกรรม กรมชลประทาน และคณะให้การต้อนรับ และนายทรงพล พงษ์มุกดา หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน กล่าวว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวในอดีตนั้นจากการตรวจวัดค่าความเร่งสูงสุดที่ตรวจวัดได้มีค่าเท่ากับ 0.0000877g ซึ่งต่ำกว่าค่าความเร่งของพื้นดินจากแผ่นดินไหวที่ใช้ในการออกแบบอย่างมาก ดังนั้นเหตุการณ์แผ่นดินไหวดังกล่าว จึงไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงแข็งแรงของตัวเขื่อนทั้งขนาดใหญ่และขนาดกลางที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมชลประทาน ในพื้นที่ จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่ และบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งนี้กรมชลประทานยังร่วมมือกับคณะวิจัยในการปรับปรุงโครงสร้างของเขื่อนให้มีความแข็งแรง ทนทาน และรองรับต่อการเกิดเหตุแผ่นดินไหวได้ดียิ่งขึ้น

 

          และจุดสุดท้ายคณะได้เดินทางไปยัง  โรงเรียนศรีถ้อยสุนทรราษฎร์วิทยา  นำโดย รศ.ดร.สุทัศน์ ลีลาทวีวัฒน์ จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายรักษ์ชัย ฉัตรเงิน ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวต้อนรับ และรศ.ดร.สุทัศน์ฯ กล่าวว่า แม้ว่าในวันเกิดเหตุแผ่นดินไหวโรงเรียนจะได้รับความเสียหายไม่มากนัก แต่จากการดำเนินการสำรวจของทีมวิจัย พบว่า โรงเรียนตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง และอาคารของโรงเรียนมีรูปแบบที่เหมาะสมที่จะดำเนินการปรับปรุงให้มีความแข็งแรงมากขึ้น ด้วยวิธีเสริมความแข็งแรงของเสาอาคารเรียน หรือ concrete jacketing ซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้อาคารเดิมที่มีอยู่แล้วสามารถรองรับแรงแผ่นดินไหวได้มากขึ้นและป้องกันความเสียแก่อาคารเรียนได้ดียิ่งขึ้น

 

          สำหรับผลกระทบจากการเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว ที่ อ.แม่ลาว จ.เชียงราย นั้น นำไปสู่การสร้าง Research Ecosystem Facilities ที่จะเป็นกลไกหลักในการนำเสนอนโยบายและเพื่อการสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการ โดยปัจจุบันประเทศไทยมีเทคโนโลยีสำหรับตรวจวัดแผ่นดินไหวที่ทันสมัย แต่ยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลหรือข้อแนะนำในการปฏิบัติตัวหากเกิดแผ่นดินไหวได้จาก “ศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ วช. (EARTH)”

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI TOP STORIES

ผลประเมิน สถานีขนส่งนครเชียงรายติดอันดับ 10 ของไทยอยู่ระดับดีมาก

 

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายศิริพันธ์ ศรีกงพลี รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทน อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เซ็นหนังสือแจ้งผลการประเมินการดำเนินกิจการสถานีขนส่งผู้โดยสาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ถึงผู้ว่าราชการ 60 จังหวัด

โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ประกาศผลการตรวจติดตามและประเมินผลการดำเนินกิจการของสถานีขนส่งผู้โดยสารในปีงบประมาณ 2566 โดยได้ดำเนินการประเมินกับสถานีขนส่งทั่วประเทศ 81 แห่ง ซึ่งได้ผ่านเกณฑ์การประเมินเป็นที่เรียบร้อย ในขณะที่มีสถานี 14 แห่งที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ผลการประเมินนี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาและดูแลการดำเนินกิจการสถานีขนส่งให้มีประสิทธิภาพต่อผู้ใช้บริการ โดยจังหวัดถูกแจ้งให้แจ้งให้หน่วยงานที่ได้รับการถ่ายโอนภารกิจสถานีขนส่งผู้โดยสารจากกรมการขนส่งทางบกทราบเพื่อนำผลการประเมินมาใช้ในการบริหารจัดการสถานีขนส่ง

ตามที่กรมการขนส่งทางบกได้ถ่ายโอนภารกิจด้านการบริหารจัดการสถานีขนส่งผู้โดยสารให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 และแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 31 มกราคม 2551 และกรมการขนส่งทางบกได้จัดทำโครงการตรวจติดตามและประเมินผลการดำเนินกิจการสถานีขนส่งผู้โดยสารเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นเครื่องมือในการกำกับ ดูแล การดำเนินกิจการสถานีขนส่งผู้โดยสารให้มีประสิทธิภาพและได้รับความพึงพอใจต่อผู้ใช้บริการ

สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 กรมการขนส่งทางบกได้ดำเนินการประเมินผลการดำเนินกิจการสถานีขนส่งผู้โดยสารทางเว็บไซต์ https://terminalaudit.dlt.go.th 2 รอบ คือ รอบที่ 1 ระหว่างเดือนตุลาคม 2565 ถึงเดือนมีนาคม 2566 และรอบที่ 2 ระหว่างเดือนเมษายน ถึงเดือนกันยายน 2566 โดยมีเกณฑ์คะแนนและผลการประเมินดังนี้

เกณฑ์คะแนนการประเมินผลการดำเนินกิจการสถานีขนส่งผู้โดยสารประกอบด้วย

1.1 คะแนนการดำเนินการตามภารกิจ จำนวน 15 ภารกิจ ร้อยละ 75

1.2 คะแนนการประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้บริการสถานีขนส่งผู้โดยสาร ร้อยละ 25 ซึ่งคะแนนรวมกันแล้วต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 75

สถานีขนส่งผู้โดยสารที่บริหารจัดการโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 99 แห่ง มีสถานีขนส่งผู้โดยสารที่ไม่สามารถดำเนินการประเมินได้ จำนวน 2 แห่ง เนื่องจากไม่มีการใช้งานสถานีขนส่งผู้โดยสาร

สถานีขนส่งผู้โดยสารที่มีผลการประเมินสูงสุด 10 อันดับ จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน ได้แก่

  1. สถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอสิรินธร (ช่องเม็ก) จังหวัดอุบลราชธานี 97.35 คะแนน
  2. สถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น 97.34 คะแนน
  3. สถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น 96.89 คะแนน
  4. สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดแพร่ 96.67 คะแนน
  5. สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดยโสธร 96.61 คะแนน
  6. สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดจันทบุรี 96.20 คะแนน
  7. สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดยะลา 94.92 คะแนน
  8. สถานีขนส่งผู้โดยสารพันดอน อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี 94.89 คะแนน
  9. สถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ 94.55 คะแนน
  10. สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงราย แห่งที่ 1 94.50 คะแนน

จากผลการประเมินการดำเนินกิจการสถานีขนส่งผู้โดยสารพบว่า ภารกิจที่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญต่อคะแนนการประเมินในภาพรวม ได้แก่

  1. การจัดพื้นที่จำหน่ายตั๋วโดยสาร
  2. การจัดให้มีบริการห้องสุขา
  3. การประชาสัมพันธ์และบริการข้อมูลการเดินทาง
  4. การรักษาความปลอดภัย
  5. การจัดหา ดูแล ซ่อมแซม บำรุงรักษาอาคารสถานที่ และวัสดุอุปกรณ์

สถานีขนส่งผู้โดยสารที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินส่วนใหญ่พบว่า มีรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรให้ความสำคัญในการบริหารงานสถานีขนส่งผู้โดยสารตามภารกิจที่รับโอนในลำดับท้าย ๆ กรมการขนส่งทางบกพิจารณาแล้วมีความเห็นว่า เพื่อให้การดำเนินกิจการสถนีขนส่งผู้โดยสารมีประสิทธิภาพสามารถตอบสนองความต้องการการให้บริการของประชาชนได้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรพิจารณาจัดให้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบในการดำเนินกิจการสถานีขนส่งผู้โดยสารโดยตรง และสนับสนุนงบประมาณในการบริหารจัดการให้มีความเหมาะสมและเพียงพอ เนื่องจากสถานีขนส่งผู้โดยสารเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาระบบการขนส่งสาธารณะ และเป็นสถานที่อำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางด้วยความปลอดภัย สามารถสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่นได้อีกทางหนึ่ง

โดยถ้าเฉพาะจังหวัดเชียงราย สถานีขนส่งผู้โดยสารที่มีผลการประเมินระดับดีมากของประเทศไทย จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน ได้แก่

  1. สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงราย แห่งที่ 1 (เทศบาลนครเชียงราย) 94.50 คะแนน อันดับที่ 10 ของไทย
  2. สถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย (เทศบาลตำบลเวียงพางคำ) 90.68 คะแนน อันดับที่ 19 ของไทย
  3. สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงราย แห่งที่ 2 (อบจ.เชียงราย) 87.49 คะแนน อันดับที่ 30 ของไทย

ระดับพอใช้

  1. สถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย (เทศบาลตำบลเวียงเทิง) 79.88 คะแนน อันดับที่ 60 ของไทย

ส่วนสถานีขนส่งผู้โดยสารที่ต้องทำการปรับปรุงเฉพาะภาคเหนือ

  • สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดแม่ฮ่องสอน (เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน) 74.95 คะแนน
  • สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงใหม่ แห่งที่ 1 (เทศบาลนครเชียงใหม่) 73.28 คะแนน
  • สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงใหม่ แห่งที่ 3 (เทศบาลนครเชียงใหม่) 49.86 คะแนน (ต้องปรับปรุง)
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

อบจ.สัญจร พื้นที่ อ.ขุนตาล รับฟังประชาชนพัฒนาตรงจุด

 

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2567 เวลา 10.00 น. นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย พร้อมด้วย รามิล พัฒนมงคลเชฐ ปลัด อบจ.เชียงราย สิบเอกวิมล รู้ทำนอง ผู้อำนวยการกองยุททธศาสตร์และงบประมาณ นายฑราวุธ กันทะเขียว สมาชิกสภา อบจ.เชียงราย อ.ขุนตาล และหัวหน้าส่วนราชการ อบจ.เชียงราย ลงพื้นที่ อ.ขุนตาล รับฟังปัญหาความต้องการและความเดือดร้อน รวมทั้งข้อเสนอการดำเนินการต่าง ๆ ในโครงการมหกรรม อบจ.สัญจร ประจำปี 2567 ณ หอประชุมโรงเรียนยางฮอมวิทยาคม อ.ขุนตาล 

 

โดยมีนายวิศิษฐ์ ทวนชีพ ปลัดอำเภอขุนตาล ผู้แทนนายอำเภอ กล่าวต้อนรับ และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. ประชาชนในพื้นที่ ร่วมในการเสนอความต้องการและเสนอปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่ โดยนายก อบจ.เชียงราย และเจ้าหน้าที่ จะได้นำข้อมูลที่ได้รับ นำมาเข้าสู่แผนพัฒนาท้องถิ่น และจัดทำโครงการเพื่อช่วยเหลือและพัฒนาท้องที่ต่อไป

 
พร้อมกันนี้ได้ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่ อ.ขุนตาล โดยได้รับการประสานเจ้าหน้าที่กองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพ จ.เชียงราย และรพ.สต. ในการช่วยเหลือการเข้าถึงสิทธิ์การดูแลด้านต่าง ๆ ตามอำนาจหน้าที่ของ อบจ.เชียงราย
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News