Categories
TOP STORIES

ชาเชียงราย “สยามเอิร์ลเกรย์” คว้า Highly Commended เวทีลอนดอน 2025 ตอกย้ำศักยภาพชาไทยพรีเมียม

สยามเอิร์ลเกรย์จากเชียงรายคว้าคำยกย่องบนเวทีโลก สะท้อนโอกาสชาไทยก้าวสู่สินค้ามูลค่าสูง

เชียงราย, 12 กุมภาพันธ์ 2569 – ความสำเร็จของชาไทยบนเวทีนานาชาติกลับมาถูกพูดถึงอีกครั้ง เมื่อผลิตภัณฑ์ชาปรุงกลิ่นจากภาคเหนืออย่าง “สยามเอิร์ลเกรย์” ของแบรนด์สวรรค์บนดิน ได้รับการประกาศผลในเวที The Leafies International Tea Awards 2025 ซึ่งจัดโดย UK Tea Academy ที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 โดยรายชื่อผู้ได้รับรางวัลในหมวด Scented Tea ระบุว่า SIAM EARL GREY จากประเทศไทยได้รับรางวัลระดับ Highly Commended

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางช่วงเวลาที่เศรษฐกิจฐานรากของภาคเหนือกำลังมองหา “เส้นทางใหม่” ในการเพิ่มมูลค่าให้พืชเศรษฐกิจเดิม ไม่ว่าจะเป็นชา กาแฟ หรือพืชสมุนไพร และในอีกด้านหนึ่ง จังหวัดเชียงรายเองก็อยู่ในวงจรความท้าทายซ้ำซ้อน ทั้งแรงกดดันจากต้นทุนเกษตร ปัญหาสิ่งแวดล้อม และความผันผวนของตลาด เมื่อรางวัลจากลอนดอนเกิดขึ้น จึงไม่ใช่เพียงข่าวดีของผู้ประกอบการรายหนึ่ง แต่เป็นสัญญาณที่ชวนให้ถามต่อว่า อุตสาหกรรมชาไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจากการขายวัตถุดิบ ไปสู่การแข่งขันด้วยคุณภาพ เรื่องเล่า และมาตรฐานสากลได้จริงเพียงใด

เวทีลอนดอนที่คัดเลือกเข้ม และความหมายของคำว่า Highly Commended

The Leafies International Tea Awards เป็นเวทีที่อุตสาหกรรมชานานาชาติจับตา โดยข้อมูลจาก UK Tea Academy ระบุว่า การประกวดปีดังกล่าวมีผู้ส่งผลงานรวม 411 รายการ จาก 21 ประเทศ และมีรายการที่ได้รับการยกย่องระดับ Highly Commended จำนวน 52 รายการ ในภาพรวม สิ่งที่เวทีลักษณะนี้สะท้อนคือการแข่งขันไม่หยุดอยู่แค่ “รสชาติ” แต่รวมไปถึงความสม่ำเสมอของคุณภาพ ความสะอาดปลอดภัย ความชัดเจนของแหล่งที่มา และความสามารถในการทำให้ผลิตภัณฑ์มีเอกลักษณ์แตกต่างพอจะยืนอยู่ในตลาดพรีเมียมได้

สำหรับสยามเอิร์ลเกรย์ การถูกระบุชื่อในรายชื่อผู้ได้รับ Highly Commended ในหมวด Scented Tea เท่ากับการได้รับ “ตราประทับความน่าเชื่อถือ” ในสายตากรรมการที่มาจากบริบทการดื่มชาต่างวัฒนธรรม ซึ่งมีมาตรฐานการประเมินกลิ่น รส และบาลานซ์ที่ละเอียดมาก การได้ผลลัพธ์ระดับนี้จึงมีนัยต่อภาพลักษณ์ชาไทยในตลาดที่ผู้บริโภคเชื่อในรางวัล และเชื่อในมาตรฐานต้นทาง

จากดอยสูงสู่ชาปรุงกลิ่น ความท้าทายของการทำให้เอกลักษณ์ยืนระยะ

ในหมวดชาปรุงกลิ่น สิ่งที่ตัดสินกันจริงไม่ใช่เพียง “กลิ่นหอมถูกใจ” แต่คือความสามารถในการรักษากลิ่นธรรมชาติของใบชาให้ยังเป็นพระเอก ขณะเดียวกันก็ทำให้กลิ่นที่ปรุงเข้าไปมีความกลมกลืน ไม่ทับซ้อนจนกลายเป็นน้ำหอมในแก้วชา นั่นทำให้ชาปรุงกลิ่นที่ได้รับการยอมรับในต่างประเทศมักต้องอาศัยใบชาฐานที่มีคุณภาพสูงมาก มีความสะอาด และมีโครงสร้างรสที่ชัด

ข้อมูลที่ระบุในรายชื่อผู้ได้รับรางวัลยืนยันเพียงประเด็นสำคัญคือ ชานี้ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Scented Tea และได้รับ Highly Commended ส่วนรายละเอียดเชิงเทคนิคของกระบวนการผลิตหรือแหล่งปลูกนั้น ยังเป็นข้อมูลที่ผู้ผลิตและเครือข่ายชุมชนต้องสื่อสารต่ออย่างเป็นระบบ หากต้องการให้รางวัลเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายตลาด ไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งเดียวแล้วจบไปกับฤดูกาลข่าว

ภาพอุตสาหกรรมชาไทย จุดแข็งด้านวัฒนธรรม แต่ต้องเร่งยกระดับมูลค่า

ในมุมตลาด ประเทศไทยมีตลาดชาในประเทศทั้งกลุ่มชาแห้งและชาพร้อมดื่ม ซึ่งสะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่หลากหลาย รายงานของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ชี้ให้เห็นข้อมูลมูลค่าตลาดค้าปลีกชาหลายประเภท รวมถึงข้อมูลการค้าและแนวโน้มภาพรวมของสินค้าในกลุ่มนี้ แม้รายงานฉบับดังกล่าวจะไม่ได้ถูกจัดทำเพื่อชี้เฉพาะเรื่องชาพรีเมียม แต่ช่วยยืนยันว่า “ชา” ยังเป็นสินค้าในกระแสการบริโภคต่อเนื่อง และมีพื้นที่ให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าเติบโตได้

โจทย์ของชาพรีเมียมจึงไม่ใช่การแข่งขันกับชาพร้อมดื่มในร้านสะดวกซื้อ หากแต่เป็นการสร้างตลาดอีกชั้นหนึ่งที่ยืนด้วยคุณภาพและมาตรฐาน โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศที่ผู้บริโภคยอมจ่ายเพื่อสินค้าแหล่งปลูกเฉพาะถิ่น มีเรื่องเล่า และมีการรับรองที่ตรวจสอบได้

เชียงรายกับโอกาสในห่วงโซ่มูลค่าใหม่ ตั้งแต่ชุมชนถึงการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์

เชียงรายมีทุนเดิมที่สำคัญ คือภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เอื้อต่อพืชคุณภาพอย่างชาและกาแฟ มีองค์ความรู้ท้องถิ่น และมีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เมื่อผลิตภัณฑ์ชาจากพื้นที่ได้การยอมรับระดับนานาชาติ โอกาสที่ขยายตามมาไม่ได้จำกัดอยู่ที่ยอดขายชา แต่รวมถึงการพัฒนากิจกรรมเชิงประสบการณ์ เช่น ชิมชา เรียนรู้การผลิต เยี่ยมสวนชา หรือเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนที่ผูกกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์

อย่างไรก็ตาม การขยับสู่โมเดลนี้จำเป็นต้องมี “มาตรฐานร่วม” ทั้งความปลอดภัยอาหาร การสื่อสารแหล่งที่มา และการบริหารจัดการการท่องเที่ยวให้ไม่ทำลายระบบนิเวศต้นน้ำ เพราะสินค้าพรีเมียมในตลาดโลกมักถูกตรวจสอบย้อนกลับเข้มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะประเด็นสิ่งแวดล้อมและแรงงาน

ความเสี่ยงที่ซ้อนอยู่หลังความสำเร็จ ภูมิอากาศและความผันผวนผลผลิต

รางวัลระดับนานาชาติช่วยดึงความสนใจ แต่ก็พาอุตสาหกรรมกลับมาเผชิญคำถามเดิมที่ใหญ่กว่าเดิม คือจะรักษาคุณภาพให้คงที่ท่ามกลางความผันผวนของสภาพอากาศได้อย่างไร หลายประเทศผู้ผลิตชารายใหญ่เผชิญปัญหาผลผลิตและคุณภาพได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศแปรปรวน ซึ่งถูกนำเสนอเป็นประเด็นเศรษฐกิจในสื่อสากลอย่างต่อเนื่อง

สำหรับภาคเหนือของไทย ความเสี่ยงลักษณะเดียวกันสามารถสะท้อนผ่านฤดูกาลที่เปลี่ยนเร็ว ฝนทิ้งช่วง อุณหภูมิสูงขึ้น และแรงกดดันเรื่องไฟป่าและหมอกควัน ปัจจัยเหล่านี้ไม่เพียงกระทบผลผลิต แต่กระทบต้นทุนการดูแลสวนชา และทำให้การคุมมาตรฐานยากขึ้น หากอุตสาหกรรมจะใช้รางวัลเป็นใบเบิกทางสู่ตลาดพรีเมียมจริง สิ่งที่ต้องตามมา คือระบบจัดการคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำ และแผนการปรับตัวต่อภูมิอากาศในระดับชุมชน

มิติ Soft Power และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ชาไทยต้อง “เล่าได้” และ “พิสูจน์ได้”

การผลักดันสินค้าเกษตรมูลค่าสูงในช่วงหลังถูกเชื่อมกับแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์มากขึ้น ในฝั่งภาครัฐ กระทรวงพาณิชย์รายงานความคืบหน้าเรื่องสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI และมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดจากสินค้า GI ในภาพรวม แม้ชาเชียงรายยังมีหลายโจทย์ด้านการสื่อสารอัตลักษณ์และการรวมกลุ่ม แต่แนวคิด GI และมาตรฐานแหล่งปลูกเฉพาะถิ่นเป็นเครื่องมือหนึ่งที่สามารถยกระดับความเชื่อมั่นของผู้ซื้อได้ หากทำอย่างเป็นระบบและตรวจสอบได้จริง

ในโลกของผู้บริโภคพรีเมียม “เรื่องเล่า” มีน้ำหนักพอ ๆ กับ “ใบรับรอง” ชาที่ไปถึงตลาดระดับบนต้องเล่าได้ว่าเกิดจากพื้นที่แบบไหน ใครปลูก ปลูกอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร และต้องพิสูจน์ได้ด้วยข้อมูลที่ตรวจสอบย้อนกลับ ไม่ใช่เพียงคำโฆษณา การได้รับ Highly Commended จึงเป็นเหมือนการเปิดประตู แต่การเดินเข้าไปยืนในห้องนั้นให้นาน คือภารกิจระยะยาวของทั้งผู้ประกอบการ เครือข่ายเกษตรกร และหน่วยงานสนับสนุนในพื้นที่

ประเด็นที่กระทบชีวิตชุมชน รายได้และอำนาจต่อรองของเกษตรกรรายย่อย

หากมองลึกลงไปในระดับชุมชน ความสำเร็จของสินค้าพรีเมียมจะมีความหมายก็ต่อเมื่อ “รายได้กระจายถึงต้นน้ำ” อย่างเป็นธรรม เกษตรกรรายย่อยจำนวนมากยังติดอยู่กับวงจรขายวัตถุดิบราคาต่ำ ขณะที่ต้นทุนปุ๋ย ค่าแรง และค่าขนส่งเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โมเดลชาพรีเมียมที่ยั่งยืนจึงต้องสร้างระบบซื้อขายที่ทำให้เกษตรกรมีแรงจูงใจรักษาคุณภาพ และได้ส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นตามคุณภาพจริง ไม่ใช่เพียงการรับซื้อแบบเหมารวม

ในมุมผู้ประกอบการ ความท้าทายอยู่ที่การรักษาความสม่ำเสมอของวัตถุดิบ การลงทุนด้านมาตรฐาน และการสื่อสารตลาดต่างประเทศที่ต้องใช้เวลาและงบประมาณ ดังนั้นความร่วมมือแบบเครือข่าย และการสนับสนุนด้านองค์ความรู้และมาตรฐาน จึงเป็นจุดที่หน่วยงานในประเทศสามารถมีบทบาทได้มาก โดยเฉพาะการผลักดันให้เกิดความพร้อมด้านความปลอดภัยอาหาร การตรวจสอบย้อนกลับ และการตลาดเชิงคุณค่า

รางวัลหนึ่งรายการกับคำถามใหญ่ของอุตสาหกรรมชาไทย

การที่ SIAM EARL GREY จากประเทศไทยได้รับ Highly Commended ในหมวด Scented Tea ของ The Leafies International Tea Awards 2025 เป็นข่าวที่สะท้อนศักยภาพของผู้ประกอบการและระบบการผลิตชาไทยที่เริ่มก้าวพ้นภาพจำเดิม แต่ในเวลาเดียวกัน รางวัลก็เป็นเหมือนกระจกที่สะท้อนคำถามสำคัญว่า ประเทศไทยจะทำให้ “ความสำเร็จแบบพรีเมียม” กลายเป็นโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ที่ชุมชนเข้าถึงได้จริงหรือไม่

ถ้าคำตอบคือใช่ ความเคลื่อนไหวต่อไปควรอยู่ที่การยกระดับมาตรฐานต้นน้ำ การสร้างระบบตรวจสอบย้อนกลับ การปรับตัวต่อความเสี่ยงภูมิอากาศ และการสร้างแบรนด์ที่เล่าเรื่องด้วยข้อเท็จจริง ไม่ใช่เพียงการตลาด เพราะตลาดโลกให้คุณค่าอย่างมากกับความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และคุณภาพที่พิสูจน์ได้

ในท้ายที่สุด ชาในถ้วยหนึ่งอาจเป็นเพียงเครื่องดื่มสำหรับผู้บริโภค แต่สำหรับเชียงราย มันคือความหวังของรายได้ใหม่ คือแรงจูงใจให้ชุมชนรักษาป่าต้นน้ำ และคือโอกาสในการเปลี่ยน “พืชเศรษฐกิจเดิม” ให้กลายเป็นสินค้าสร้างชื่อระดับโลกได้อย่างยั่งยืน

สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • UK Tea Academy, รายงานผลการประกวด The Leafies International Tea Awards 2025 และสถิติการประกวด เผยแพร่บนเว็บไซต์ผู้จัด
  • UK Tea Academy, รายชื่อผู้ได้รับรางวัลหมวด Scented Tea ระบุ SIAM EARL GREY ประเทศไทย ได้รับ Highly Commended
  • สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ รายงานข้อมูลแนวโน้มตลาดและการค้าในกลุ่มสินค้าเกี่ยวข้องกับชา
  • Reuters รายงานผลกระทบสภาพอากาศต่อผลผลิตชาในประเทศผู้ผลิตรายสำคัญ ใช้ประกอบการอธิบายความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง
  • กระทรวงพาณิชย์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา รายงานข้อมูลสินค้า GI และมูลค่าทางเศรษฐกิจปี 2568
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Categories
AROUND CHIANG RAI FEATURED NEWS

TCEB – ม.แม่ฟ้าหลวง เปิดวิสัยทัศน์ “เชียงราย Tea and Coffee Destination” มุ่งสู่ความยั่งยืนระดับโลกด้วยนวัตกรรม

Chiang Rai Brewtopia 2025: ชูเชียงรายสู่ศูนย์กลางชาและกาแฟแห่งอาเซียน

เชียงราย, 19 กรกฎาคม 2568 – เมืองเชียงรายถูกแต่งแต้มด้วยเมฆฝนแห่งฤดูฝน อุทยานศิลปวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง (ไร่แม่ฟ้าหลวง) กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของชาและกาแฟจากทั่วทุกมุมโลก งาน Chiang Rai Brewtopia (Green Season) 2025 ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) และ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) หรือ TCEB ได้เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้การเป็นเจ้าภาพของ นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย งานนี้ไม่เพียงเป็นการแสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมชาและกาแฟไทย แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันเชียงรายสู่การเป็น “Tea and Coffee Hub of ASEAN” ที่พร้อมก้าวไกลในเวทีโลก

เรื่องราวของกลิ่นหอมที่เริ่มจากไร่สู่ถ้วย

ลองจินตนาการถึงเช้าวันหนึ่งในหมู่บ้านเล็กๆ บนดอยสูงของเชียงราย เกษตรกรท้องถิ่นอย่าง ลุงต๊ะ เดินฝ่าหมอกยามเช้าไปยังไร่ชาของเขา ใบชาสีเขียวขจีที่โบกไหวในสายลมคือความหวังของครอบครัวและชุมชน แต่ในอดีต ลุงต๊ะและเกษตรกรอีกหลายคนต้องเผชิญกับความท้าทาย ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง การขาดแคลนแรงงาน หรือการเข้าถึงตลาดที่จำกัด วันนี้ งาน Chiang Rai Brewtopia 2025 ได้กลายเป็นแสงสว่างที่เปลี่ยนเรื่องราวของลุงต๊ะและเกษตรกรอีกนับพันให้มีโอกาสเติบโต

งานนี้เป็นมากกว่าการจัดแสดงสินค้า แต่เป็นเวทีที่เชื่อมโยงเกษตรกร ผู้ประกอบการ และนักลงทุนจากทั่วโลกเข้าด้วยกัน ผ่านกิจกรรมหลากหลายที่ครอบคลุมทุกมิติของอุตสาหกรรมชาและกาแฟ ตั้งแต่ Global Coffee and Tea Association Forum 2025: Shaping the Future Together ซึ่งเป็นการประชุมระดับนานาชาติเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และนวัตกรรม ไปจนถึงการจัดแสดงสินค้าจาก 40 ร้านค้าชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงกิจกรรม Farm Visit: A Cup to Village ที่พานักท่องเที่ยวไปสัมผัสกระบวนการผลิตชาและกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และ Workshop ที่มอบความรู้ให้กับเกษตรกรและผู้สนใจ

ภูริพันธ์ บุนนาค รองผู้อำนวยการรักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.)

วิสัยทัศน์สู่ศูนย์กลางชาและกาแฟแห่งอาเซียน

คุณภูริพันธ์ บุนนาค รองผู้อำนวยการรักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) กล่าวถึงความสำคัญของงานนี้ว่า “Chiang Rai Brewtopia 2025 เป็นก้าวสำคัญในการผลักดันเชียงรายให้เป็นศูนย์กลางชาและกาแฟของอาเซียน ด้วยการสร้างเครือข่ายธุรกิจและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศ” งานนี้ไม่เพียงเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้แสดงศักยภาพ แต่ยังช่วยยกระดับทักษะของเกษตรกรและสร้างโอกาสในการลงทุนระหว่างประเทศ

ด้าน ผศ.ดร.ปิยาภรณ์ เชื่อมชัยตระกูล หัวหน้าสถาบันชาและกาแฟ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เผยถึงวิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่ของเชียงรายว่า “เรามุ่งมั่นพัฒนาเชียงรายให้เป็น Chiang Rai Tea and Coffee Destination ที่ครบวงจร ทั้งการผลิต การแปรรูป และการจำหน่ายชาและกาแฟคุณภาพสูง โดยมีเป้าหมายเป็นศูนย์กลางการค้าชาและกาแฟของประเทศไทยในอนาคต” สถาบันชาและกาแฟของ มฟล. ได้ทุ่มเททำงานวิจัยครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่การพัฒนาสายพันธุ์พืชที่ทนต่อสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ไปจนถึงการนำเทคโนโลยีอย่าง IoT มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

ความท้าทายและทางออกด้วยนวัตกรรม

อุตสาหกรรมชาและกาแฟของเชียงรายเผชิญกับความท้าทายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศที่ผันผวน การขาดแคลนแรงงาน หรือการแข่งขันในตลาดโลก ผศ.ดร.ปิยาภรณ์ กล่าวว่า “เรากำลังนำเทคโนโลยีและงานวิจัยมาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เช่น การพัฒนาสายพันธุ์พืชที่ทนทานต่อสภาพอากาศ และการใช้เครื่องจักรทันสมัยรวมถึง IoT เพื่อลดการพึ่งพาแรงงานและเพิ่มคุณภาพผลผลิต” นวัตกรรมเหล่านี้ไม่เพียงช่วยเกษตรกรอย่างลุงต๊ะลดต้นทุน แต่ยังยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชน

นอกจากนี้ การจัดงานยังส่งเสริมแนวทางการเกษตรแบบยั่งยืน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมชาและกาแฟ ด้วยการสนับสนุนให้เกษตรกรใช้เทคนิคการปลูกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการสร้างแบรนด์ “เชียงราย” ให้เป็นที่จดจำในฐานะแหล่งผลิตชาและกาแฟคุณภาพสูงในระดับโลก

เชียงรายต้นแบบ MICE City และโอกาสทางเศรษฐกิจ

คุณภูริพันธ์ บุนนาค จาก TCEB เน้นย้ำว่า งานนี้เป็นโมเดลต้นแบบของการพัฒนาเชียงรายสู่การเป็น MICE City ที่ใช้จุดแข็งของอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปเป็นตัวขับเคลื่อน “เชียงรายมีพื้นที่ปลูกกาแฟกว่า 40,000 ไร่ และชากว่า 20,000 ไร่ ซึ่งเป็นศักยภาพที่โดดเด่น งานนี้ไม่เพียงสร้างรายได้ให้เกษตรกร แต่ยังกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นผ่านการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจและการลงทุนจากต่างชาติ”

งานนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน โดยมีการร่วมมือกับเมืองหางโจว ประเทศจีน และชิซูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งช่วยยกระดับงานให้เป็นเวทีระดับนานาชาติที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น การลงนาม MOU ระหว่าง TCEB กับสมาคมด้าน MICE ของจีนในเดือนกันยายน 2568 จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายโอกาสให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง MICE ของภูมิภาค

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิยาภรณ์ เชื่อมชัยตระกูล หัวหน้าสถาบันชาและกาแฟ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

ผลลัพธ์และอนาคตที่ยั่งยืน

Chiang Rai Brewtopia 2025 ไม่เพียงเป็นงานที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ชาและกาแฟ แต่ยังเป็นจุดเปลี่ยนที่ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปของไทย ผลลัพธ์ที่คาดหวังจากการจัดงานครั้งนี้ ได้แก่:

  • การพัฒนาทักษะและองค์ความรู้: เกษตรกรและผู้ประกอบการได้รับการฝึกอบรมผ่าน Workshop และการแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ
  • การสร้างเครือข่ายธุรกิจ: การเชื่อมโยงผู้ประกอบการท้องถิ่นกับนักลงทุนและผู้ซื้อจากต่างประเทศ ช่วยขยายโอกาสทางการค้า
  • การส่งเสริมความยั่งยืน: การนำแนวปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ในการผลิต ช่วยเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่
  • การกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น: การจัดงานดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจ สร้างรายได้ให้กับชุมชนในเชียงรายผ่านการท่องเที่ยวและการบริโภค

ผศ.ดร.ปิยาภรณ์ มองว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องนำไปปฏิบัติจริงในวงกว้าง เพื่อให้เกิดผลเชิงบวกต่อชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม

“พื้นที่ของจังหวัดเชียงราย เป็นพื้นที่ปลูกและผลิตชา-กาแฟที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยนะคะ” ผศ.ดร.ปิยาภรณ์ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมนี้ต่อคนในท้องถิ่น “สินค้าตัวนี้สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้เกษตรกรหรือผู้แปรรูปในพื้นที่ ดังนั้น ความยั่งยืนจึงต้องเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง เพราะมันคือรายได้และเศรษฐกิจของคนในพื้นที่”

การจัดงานแสดงสินค้าอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ยังเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมให้คนภายในจังหวัด คนต่างถิ่น และชาวต่างชาติ รู้จักและเข้าใจในศักยภาพของชาและกาแฟจากประเทศไทยมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การสนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่นให้มีรายได้อย่างยั่งยืน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงรายให้เติบโตอย่างมั่นคง

 

ในท้ายที่สุด งาน Chiang Rai Brewtopia 2025 ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองความหอมกรุ่นของชาและกาแฟ แต่ยังเป็นการวางรากฐานให้เชียงรายก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางชาและกาแฟแห่งอาเซียน ด้วยนวัตกรรม ความยั่งยืน และความร่วมมือระดับโลก อนาคตของลุงต๊ะและเกษตรกรในเชียงรายกำลังถูกเขียนขึ้นใหม่ด้วยความหวังและโอกาสที่ไร้ขีดจำกัด

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ข้อมูลบางส่วนได้รับการสนับสนุนจาก สถาบันชาและกาแฟ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.)

  • สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) หรือ TCEB: www.tceb.or.th
  • มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, สถาบันชาและกาแฟ: www.mfu.ac.th
  • ข้อมูลจากงานแถลงข่าว Chiang Rai Brewtopia (Green Season) 2025, 18 กรกฎาคม 2568
  • รายงานอุตสาหกรรมชาและกาแฟแห่งประเทศไทย, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, 2567
  • ความร่วมมือระหว่างประเทศด้านชาและกาแฟ, สถาบันวิจัยชาแห่งประเทศจีน, 2568
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News