สิงคโปร์–เชียงราย ดีเดย์เที่ยวบินปฐมฤกษ์ “Scoot TR670” เปิดฟ้าเหนือ สานยุทธศาสตร์เมืองน่าเที่ยว–ตลาดคุณภาพสิงคโปร์ เป้าหมาย 1.12 ล้านคน ปี 2569
เชียงราย, 1 มกราคม 2569 – แสงไฟส้มอ่อนของยามค่ำบนรันเวย์ท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวง เชียงราย สะท้อนผ่านม่านน้ำโค้งขนาดใหญ่จากรถดับเพลิงสองคันที่ยืนขนาบหัว–ท้ายรันเวย์ ขณะที่อากาศยานแบบ Embraer E190-E2 ของสายการบินต้นทุนต่ำสัญชาติสิงคโปร์ “Scoot” ค่อย ๆ แล่นผ่าน “อุโมงค์น้ำ” (Water Salute) ตามธรรมเนียมสากลการต้อนรับเที่ยวบินสำคัญ
ภายในลำเครื่องคือผู้โดยสารกว่า 100 ชีวิตจากท่าอากาศยานชางงี สิงคโปร์ ที่เดินทางสู่เชียงรายด้วยเที่ยวบินตรง TR670 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การบินของจังหวัด ท่ามกลางอัตรา Load Factor เที่ยวปฐมฤกษ์สูงถึงร้อยละ 94 บ่งชี้ดีมานด์ที่จับต้องได้จริง มิใช่เป็นเพียงตัวเลขในเอกสารแผนการตลาด
ที่บริเวณอาคารผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นาวาอากาศเอก สกรรจ์ อุดล ผู้เชี่ยวชาญ 9 และรักษาการผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมด้วยผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรท่องเที่ยวในพื้นที่ ยืนเรียงแถวร่วมต้อนรับผู้โดยสารทุกคนด้วยรอยยิ้มและของที่ระลึกในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2569
เบื้องหน้าคือพิธีต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ แต่เบื้องหลัง คือ “ยุทธศาสตร์ฟื้นและยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวไทย” ที่ถูกเร่งเครื่องอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเปิดเส้นทางบินใหม่ “สิงคโปร์–เชียงราย” ในจังหวะที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวยังอยู่ระหว่างการปรับตัวหลังปี 2568
ฉากเปิดบนรันเวย์เชียงราย จาก Water Salute สู่สัญญาณเชื่อมโลก–ล้านนา
เวลา 18.40 น. ของวันที่ 1 มกราคม 2569 เที่ยวบิน TR670 จากสิงคโปร์แตะล้อที่รันเวย์เชียงราย ก่อนเคลื่อนตัวผ่านอุโมงค์น้ำต้อนรับอย่างสมเกียรติ จากนั้นผู้โดยสารทยอยเดินเข้าบริเวณผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นแบบล้านนา
ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย จัดเตรียมของที่ระลึกและพิธีการพิเศษเนื่องในโอกาสปีใหม่ เพื่อให้ “ก้าวแรกบนผืนแผ่นดินเชียงราย” ของผู้โดยสารเที่ยวบินปฐมฤกษ์ เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ ซึ่งไม่เพียงสะท้อนการต้อนรับเชิงวัฒนธรรม หากยังเป็นการสื่อสารภาพลักษณ์ “เมืองน่าเที่ยว–ผู้คนเป็นมิตร” ให้ตรงกับความคาดหวังของตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากสิงคโปร์
นาวาอากาศเอก สกรรจ์ อุดล ในฐานะผู้บริหารสนามบิน ย้ำผ่านการให้สัมภาษณ์ว่า ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงมีความพร้อมรองรับเที่ยวบินและผู้โดยสารระหว่างประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินระดับสากล พร้อมบูรณาการทำงานกับหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง ศุลกากร หน่วยรักษาความปลอดภัย และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเดินทางเข้า–ออกเชียงรายเป็นไปอย่างสะดวกและปลอดภัย
ภาพรวมของเที่ยวบินปฐมฤกษ์จึงไม่ใช่เพียง “พิธีเปิดเส้นทางบินใหม่” แต่คือการประกาศว่าจังหวัดเชียงรายพร้อมยกระดับบทบาทจากเมืองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติ สู่ “จุดหมายปลายทางระดับนานาชาติ” ที่เชื่อมโดยตรงกับศูนย์กลางการบินและการเงินสำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างสิงคโปร์
ตารางบิน Scoot SIN–CEI แผนเชื่อมต่อสัปดาห์ละ 5 เที่ยวบิน
ตามแผนปฏิบัติการของสายการบิน Scoot เส้นทาง สิงคโปร์ (SIN) – เชียงราย (CEI) – สิงคโปร์ (SIN) จะให้บริการอย่างน้อยถึงวันที่ 28 มีนาคม 2569 รวมสัปดาห์ละ 5 เที่ยวบิน ด้วยอากาศยานแบบ Embraer E190-E2 ความจุ 112 ที่นั่ง โดยแบ่งตารางบินดังนี้
- เที่ยวบิน TR670 / TR671
- ขาเข้า SIN → CEI เวลา 18.40 น.
- ขาออก CEI → SIN เวลา 19.25 น.
- ทำการบินทุกวันจันทร์ วันพฤหัสบดี และวันศุกร์
- เที่ยวบิน TR660 / TR661
- ขาเข้า SIN → CEI เวลา 08.00 น.
- ขาออก CEI → SIN เวลา 08.35 น.
- ทำการบินทุกวันอังคาร และวันเสาร์
การออกแบบตารางบินเช้า–เย็นในลักษณะนี้ เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์และผู้โดยสารต่อเครื่องจากจุดหมายอื่น สามารถเลือกเวลาเดินทางให้สอดคล้องกับกิจกรรมในเชียงราย ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติบนดอยสูง กิจกรรมชา–กาแฟ และการเดินทางต่อทางบกไปสู่สามเหลี่ยมทองคำหรือจังหวัดใกล้เคียง
ในทางกลับกัน ผู้ประกอบการในเชียงรายก็มีโอกาสใช้เที่ยวบินเหล่านี้เชื่อมต่อออกไปยังตลาดโลกผ่านชางงี ซึ่งเป็นศูนย์กลางการบินที่เชื่อมกับหลากหลายเส้นทางระหว่างประเทศ โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียตะวันออก เอเชียใต้ และโอเชียเนีย
ภาพใหญ่ของท่องเที่ยวไทยปี 2568–2569 จากแรงกระแทกสู่การเน้น “คุณภาพ”
การเปิดเส้นทางบินสิงคโปร์–เชียงรายเกิดขึ้นในจังหวะที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเพิ่งสรุปภาพรวมสถานการณ์ท่องเที่ยวปี 2568 โดยระบุว่า ประเทศไทยมีรายได้รวมจากการท่องเที่ยว (นักท่องเที่ยวต่างชาติ + ไทยเที่ยวไทย) จำนวน 2,703,335 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 1.26 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
หากแยกตามแหล่งที่มา พบว่า
- นักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 32,974,321 คน ลดลงร้อยละ 7.23 สร้างรายได้ 1,536,574 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 4.71
- ไทยเที่ยวไทย 202.37 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.70 สร้างรายได้ 1,166,761 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.69
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนภาพ “การฟื้นตัวที่ยังไม่เต็มศักยภาพ” โดยเฉพาะในตลาดต่างชาติหลักบางตลาด เช่น จีน ที่จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงถึงร้อยละ 33.55 และรายได้จากนักท่องเที่ยวจีนลดลงกว่า 31.54% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แม้บางตลาด เช่น อินเดีย รัสเซีย และสหราชอาณาจักร จะเติบโตทำสถิติใหม่ แต่โดยรวมยังไม่สามารถชดเชยการหดตัวของบางตลาดใหญ่ได้เต็มที่
นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า แม้ตัวเลขรวมจะลดลง แต่จำนวน “นักท่องเที่ยวคุณภาพ” มีแนวโน้มเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ กระทรวงฯ จึงวางยุทธศาสตร์ปี 2569 ให้เน้น “การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพและสุขภาพ” เพื่อดึงกลุ่มมูลค่าสูง พร้อมรักษาฐานนักท่องเที่ยวเดิมให้กลับมาเที่ยวซ้ำ ด้วยประสบการณ์รูปแบบใหม่ ในขณะที่การยกระดับความปลอดภัยถูกกำหนดให้เป็นหัวใจหลักของการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
การเปิดเที่ยวบินตรงสิงคโปร์–เชียงรายภายใต้กรอบคิดนี้ จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มเส้นทางบิน แต่เป็นส่วนหนึ่งของการ “ปรับพอร์ตตลาด” ไปสู่กลุ่มที่ใช้จ่ายสูง เดินทางถี่ และมองหาเมืองรอง–เมืองน่าเที่ยวที่มีเอกลักษณ์อย่างเชียงราย
ตลาดสิงคโปร์ โปรไฟล์นักท่องเที่ยวคุณภาพสูง–เดินทางซ้ำ–ใช้จ่ายต่อทริปสูง
ข้อมูลจาก ททท. ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม–31 ธันวาคม 2568 มีนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์เดินทางเข้าสู่ประเทศไทยจำนวน 967,341 คน ทำให้ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับต้น ๆ ของตลาดสิงคโปร์ รองจากมาเลเซียและอินโดนีเซีย
พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์มีลักษณะที่สำคัญหลายประการ ได้แก่
- ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริป 45,629 บาทต่อคน
- ระยะเวลาพำนักเฉลี่ย 4.72 วัน
- เดินทางด้วยตนเอง (Free Independent Traveler – FIT) สูงถึงร้อยละ 97.59
- เป็นกลุ่มเดินทางซ้ำ (Revisit) สูงถึงร้อยละ 83.80
- ช่วงเดินทางสูงสุดในรอบปีอยู่ในช่วงเทศกาลคริสต์มาส–ปีใหม่ และเดือนมิถุนายน ซึ่งตรงกับช่วงปิดภาคเรียนในสิงคโปร์
ในมุมของ ททท. ตลาดสิงคโปร์ถูกจัดเป็น “ตลาดคุณภาพระยะใกล้” ที่มีศักยภาพด้านการใช้จ่ายต่อหัวสูง โดยเฉพาะในกลุ่ม Health & Wellness, Luxury, Honeymoon & Wedding และ Sport Tourism การมีเส้นทางบินตรงสู่เมืองรองอย่างเชียงราย จึงช่วยสร้าง “ข้อเสนอปลายทาง” ที่หลากหลายกว่าการเดินทางสู่เมืองหลัก เช่น กรุงเทพฯ หรือภูเก็ตเพียงอย่างเดียว
สำหรับปี 2569 ประเทศไทยตั้งเป้าต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์เพิ่มขึ้นเป็น 1,123,000 คน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากปีก่อนหน้า เป้าหมายนี้เชื่อมตรงกับการเปิดเส้นทางบิน Scoot สู่เชียงราย ซึ่งถูกใช้เป็น “คันโยก” ด้านอุปทาน (supply) เพื่อรองรับดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น
เชียงรายในสายตา ททท. และ Scoot เมืองน่าเที่ยว–เมืองเอกลักษณ์–เมืองเชื่อมประสบการณ์
นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท. ย้ำว่า เที่ยวบินปฐมฤกษ์สิงคโปร์–เชียงราย เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างสิงคโปร์กับภาคเหนือของไทย โดยเฉพาะการกระจายนักท่องเที่ยวจากเมืองหลักอย่างเชียงใหม่ มาสู่ “เมืองน่าเที่ยวศักยภาพ” อย่างเชียงราย
เชียงรายถูกมองว่าเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน ทั้งในมิติของ
- แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เช่น วัดร่องขุ่น วัดพระแก้ว วัดพระสิงห์
- ธรรมชาติบนดอยสูงและพื้นที่ชายแดน เช่น ดอยตุง ดอยช้าง สามเหลี่ยมทองคำ
- กิจกรรมเชิงสุขภาพและวิถีล้านนา เช่น กิจกรรมชงชาในไร่ชาบนดอย การทำกระดาษสา การนวดย่ำข่าง
เพื่อต่อยอดศักยภาพดังกล่าว ททท. และพันธมิตร ได้วางแผนจัดกิจกรรมทางการตลาดควบคู่กับเที่ยวบินใหม่อย่างเป็นระบบ ทั้งในมิติเชิงสื่อและเชิงการขาย โดยมีตัวอย่างสำคัญ ได้แก่
- การจัดแคมเปญส่งเสริมการขายร่วมกับสายการบิน Scoot
- การจัด Media Familiarization Trip เชิญสื่อมวลชนและ KOLs จากสิงคโปร์ จำนวน 3 ราย เดินทางมากับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ เพื่อสัมผัสประสบการณ์ในเชียงรายจริง เน้นเส้นทางคาเฟ่ในเมือง กิจกรรมชงชา ไร่ชาบนดอย วัดร่องขุ่น ดอยตุง การทำกระดาษสา และนวดย่ำข่าง
- การจัด Agents Familiarization Trip เชิญตัวแทนบริษัทนำเที่ยวเข้าพื้นที่เพื่อทำ Product Testing ก่อนนำไปจัดขายเป็นแพ็กเกจสู่ตลาดสิงคโปร์
- การต่อยอดผ่านโครงการ Thailand Summer Blast กระตุ้นให้นักท่องเที่ยวสิงคโปร์เดินทางเข้าเชียงรายในฤดูท่องเที่ยว
การตลาดเชิงรุกลักษณะนี้ทำให้เที่ยวบินไม่ใช่เพียงช่องทางเดินทางเท่านั้น หากยังเป็น “แพลตฟอร์ม” เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวใหม่ ๆ ของเชียงรายสู่สายตากลุ่มเป้าหมายคุณภาพในสิงคโปร์
เสียงจากผู้โดยสารเที่ยวบินแรก เมื่อ “เชียงราย” ขยับจากแผนที่สู่ประสบการณ์จริง
น้ำหนักของนโยบายใด ๆ ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จะถูกพิสูจน์ผ่าน “เสียงของนักเดินทาง” ที่ปลายทาง ในเที่ยวบินปฐมฤกษ์ TR670 ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้โดยสารทั้งชาวต่างชาติและคนไทยที่อาศัยในสิงคโปร์ ซึ่งให้ภาพสะท้อนที่น่าสนใจต่อบทบาทใหม่ของเชียงราย
คู่สามี–ภรรยาชาวอินเดียที่อาศัยอยู่ในสิงคโปร์ เล่าว่า เหตุผลหลักของการเดินทางครั้งนี้คือ “วัดและสามเหลี่ยมทองคำ”
พวกเขาบอกว่า ชื่นชอบประเทศไทยเป็นทุนเดิม ทั้งด้านวัด อาหาร และวัฒนธรรม เคยไปเชียงใหม่มาแล้ว และครั้งนี้ตัดสินใจเลือกเชียงรายเป็นจุดหมายใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องการไปวัดร่องขุ่น วัดสีน้ำเงิน (Blue Temple) และสามเหลี่ยมทองคำ พร้อมย้ำว่าจะกลับไปแนะนำเพื่อน ๆ ที่สิงคโปร์ให้มาเที่ยวเชียงรายเพิ่มเติม
ด้านคนไทยที่ทำงานและอาศัยอยู่ที่สิงคโปร์อย่างคุณวิกกี้และคุณหมู เล่าว่า ครอบครัวเฝ้ารอเส้นทางบินตรงสิงคโปร์–เชียงรายมานาน เพราะก่อนหน้านี้ หากต้องการพาครอบครัวมาเที่ยวเชียงราย ต้องบินเข้ากรุงเทพฯ ก่อนแล้วต่อเครื่องภายในประเทศ ทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
พวกเขายอมรับว่า เมื่อทราบข่าวเปิดเส้นทางนี้ล่วงหน้าราว 6 เดือน จึงตัดสินใจจองทันที และถือโอกาสนัดพบพ่อแม่จากกรุงเทพฯ มารวมตัวกันที่เชียงรายในโอกาสปีใหม่ โดยมีแผนเดินทางไหว้พระตามวัดสำคัญ และลิ้มลองอาหารพื้นเมืองอย่างขนมจีนน้ำเงี้ยวและข้าวซอย
คำบอกเล่าจากผู้โดยสารทั้งสองกลุ่ม ไม่เพียงยืนยันศักยภาพของเชียงรายในฐานะจุดหมายปลายทาง หากยังสะท้อนว่า “เส้นทางบินตรง” สามารถเปลี่ยน “ความตั้งใจ” ให้กลายเป็น “การเดินทางจริง” ได้ทันที เมื่อเงื่อนไขด้านเวลาและความสะดวกถูกปลดล็อก
มองจากมุมโลก สมรภูมิการบินเอเชีย–บทเรียนจาก 10 เส้นทางคับคั่งของโลก
ในระดับโลก ข้อมูลจากบริษัทด้านข้อมูลการบิน OAG ระบุว่า ปี 2025 เส้นทางบินระหว่างประเทศที่มีปริมาณที่นั่ง (Seat Capacity) สูงที่สุด 10 อันดับแรกของโลก ส่วนใหญ่เป็นเส้นทางในเอเชียถึง 7 เส้นทาง สะท้อน “การฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง” และบทบาทของภูมิภาคต่ออุตสาหกรรมการบินโลก
5 อันดับแรก ได้แก่
- ฮ่องกง–ไทเป 6,832,683 ที่นั่ง
- ไคโร–เจดดาห์ 5,753,491 ที่นั่ง
- กัวลาลัมเปอร์–สิงคโปร์ 5,574,409 ที่นั่ง
- โซล อินชอน–โตเกียว นาริตะ 5,069,779 ที่นั่ง
- โซล อินชอน–โอซาก้า คันไซ 4,959,596 ที่นั่ง
ในกลุ่มอาเซียน เส้นทาง กัวลาลัมเปอร์–สิงคโปร์ ถูกจัดเป็นหนึ่งในเส้นทางคับคั่งที่สุดของโลก และกลับมามีปริมาณที่นั่งเทียบเท่าปี 2019 พร้อมค่าตั๋วเฉลี่ยต่ำที่สุดราว 62 ดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนการแข่งขันด้านราคาที่เข้มข้น ขณะที่เส้นทาง กรุงเทพฯ–ฮ่องกง ติดอันดับที่ 8 ของโลกด้วยปริมาณที่นั่ง 4,169,125 ที่นั่ง
เมื่อเชื่อมโยงกับเส้นทางสิงคโปร์–เชียงราย จะเห็นว่า สิงคโปร์ทำหน้าที่ “โหนดหลัก” ในเครือข่ายการบินที่หนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของโลก การเชื่อมเชียงรายเข้ากับโหนดนี้ แม้ในระยะแรกปริมาณที่นั่งยังห่างไกลจากเส้นทางหลักข้างต้น แต่ในเชิงยุทธศาสตร์ นับเป็นการ “เสียบปลั๊กเมืองรองเข้าระบบนิเวศการบินโลก” ผ่านฮับที่มีศักยภาพสูง
นั่นหมายความว่า หากเชียงรายสามารถพิสูจน์ความนิยมและอัตราบรรทุกผู้โดยสารได้อย่างต่อเนื่องในระยะทดลองบิน มีความเป็นไปได้ที่ในอนาคตจำนวนเที่ยวบินหรือขนาดอากาศยานอาจถูกขยายเพิ่มขึ้น ตอบรับทั้งการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เติบโต
โอกาสและความท้าทาย CEI ในฐานะประตูสู่ล้านนาและเศรษฐกิจฐานราก
การมาถึงของเที่ยวบินปฐมฤกษ์ Scoot TR670 เปิดโอกาสเชิงเศรษฐกิจและสังคมให้เชียงรายในหลายมิติ
ด้านโอกาส
- กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากโดยตรง
นักท่องเที่ยวสิงคโปร์ที่มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสูงกว่า 45,000 บาทต่อทริป และนิยมเดินทางเอง จะกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม บูทีคโฮเทล โฮมสเตย์ ร้านอาหาร คาเฟ่ ไกด์ท้องถิ่น รถเช่า รวมถึงชุมชนท่องเที่ยวที่จัดกิจกรรมเชิงประสบการณ์ - ยกระดับแบรนด์ “เชียงรายเมืองน่าเที่ยว” ในตลาดสากล
การบินตรงจากชางงี ซึ่งเป็นสนามบินที่ได้รับการจัดอันดับสูงสุดของโลกด้านคุณภาพบริการอย่างต่อเนื่อง ช่วยยืนยันว่าเชียงรายมีศักยภาพเพียงพอจะถูกเชื่อมเข้ากับฮับระดับโลกในเชิงการตลาดและภาพลักษณ์ - เปิดโอกาสต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม
กลุ่ม Revisit จากสิงคโปร์ที่เคยเที่ยวเมืองไทยหลายครั้งแล้ว จะมองหา “ประสบการณ์ใหม่” เชิงลึก อาทิ Wellness Retreat บนดอยสูง กิจกรรมชา–กาแฟ การเรียนรู้วัฒนธรรมล้านนาเชิงลึก และเส้นทาง Overland–Fly & Drive มุ่งสู่เชียงใหม่ พะเยา หรือลาวตอนเหนือ
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญที่เชียงรายต้องเผชิญประกอบด้วย
- การรักษาสมดุลระหว่างปริมาณ–คุณภาพ–ความยั่งยืน
หากจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยขาดการวางแผนด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการแหล่งท่องเที่ยว อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพชีวิตคนในพื้นที่ - การยกระดับมาตรฐานบริการให้สอดคล้องกับตลาดคุณภาพ
นักท่องเที่ยวสิงคโปร์ให้ความสำคัญกับคุณภาพบริการ ความตรงต่อเวลา และความปลอดภัย การพัฒนาทักษะด้านภาษาและการบริการของบุคลากรในสถานประกอบการ จึงเป็นโจทย์ร่วมของภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ - การแข่งขันกับเมืองปลายทางอื่นในไทยและภูมิภาค
เชียงรายต้องสร้าง “ความแตกต่างที่จับต้องได้” เมื่อเทียบกับเชียงใหม่ ภูเก็ต หรือจุดหมายอื่นในอาเซียน ทั้งในด้านคอนเทนต์การท่องเที่ยวและคุณค่าทางจิตใจที่ผู้มาเยือนจะได้รับกลับไป
ในบริบทนี้ การผสาน “เที่ยวบินตรงคุณภาพ” เข้ากับ “ผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวที่ลึกและจริง” จะเป็นหัวใจของการทำให้เชียงรายก้าวจากเมืองน่าเที่ยวในแผนที่ สู่เมืองที่อยู่ใน “ประสบการณ์ประจำปี” ของนักท่องเที่ยวสิงคโปร์และตลาดอื่น ๆ ในอนาคต
เที่ยวบินเล็กบนแผนที่โลก แต่ก้าวใหญ่ของเชียงรายบนเส้นทางเมืองน่าเที่ยวคุณภาพ
เที่ยวบินปฐมฤกษ์ TR670 จากสิงคโปร์สู่เชียงรายในค่ำคืนแรกของปี 2569 อาจเป็นเพียงเที่ยวบินหนึ่งในเครือข่ายการบินอันหนาแน่นของโลก แต่สำหรับเชียงราย มันคือ “จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง” ที่ทำให้จังหวัดเล็ก ๆ ทางเหนือสุดของไทยก้าวเข้าสู่เครือข่ายการเชื่อมต่อระดับนานาชาติอย่างแท้จริง
เมื่อมองร่วมกับภาพใหญ่ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยปี 2568 ที่ยังเผชิญแรงท้าทาย ทั้งการหดตัวของบางตลาดหลักและการแข่งขันจากประเทศเพื่อนบ้าน การขยับสู่ตลาดคุณภาพอย่างสิงคโปร์ ผ่านเมืองรองที่มีศักยภาพอย่างเชียงราย จึงเป็นทั้ง “กลยุทธ์กระจายความเสี่ยง” และ “กลยุทธ์ยกระดับมูลค่า” ในเวลาเดียวกัน
เสียงหัวเราะของครอบครัวที่ได้มาพบกันกลางหุบเขาเชียงรายหลังรอเที่ยวบินตรงมานานนับปี เสียงตื่นเต้นของนักท่องเที่ยวชาวอินเดียที่เตรียมตัวไปวัดร่องขุ่น วัดสีน้ำเงิน และสามเหลี่ยมทองคำ คือหลักฐานเชิงมนุษย์ว่าการเชื่อมต่อทางอากาศ ไม่ได้เชื่อมแค่สนามบินกับสนามบิน หากเชื่อม “ความฝัน–ความทรงจำ–และโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ” เข้าด้วยกัน
ภารกิจหลังจากนี้ จึงไม่ใช่เพียงการรักษาเส้นทางบินให้เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง หากคือการทำให้ทุกเที่ยวบินที่แตะล้อบนรันเวย์แม่ฟ้าหลวง เชียงราย กลายเป็นจุดเริ่มต้นของประสบการณ์การเดินทางที่มีคุณค่า ทั้งสำหรับนักท่องเที่ยว ชุมชน และเศรษฐกิจท้องถิ่นในระยะยาว
ในปีที่ประเทศไทยตั้งเป้าต้อนรับนักท่องเที่ยวสิงคโปร์ 1.12 ล้านคน เที่ยวบินเล็กอย่าง TR670 จึงอาจเป็นหนึ่งใน “เครื่องยนต์เงียบ” ที่ช่วยผลักดันให้เป้าหมายนี้เข้าใกล้ความจริง พร้อมวางรากฐานให้เชียงรายยืนอยู่ในแถวหน้าของเมืองน่าเที่ยวคุณภาพของไทยบนเวทีโลก
เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- เขียนโดย : กันณพงศ์ ก.บัวเกษร
- เรียบเรียงโดย : มนรัตน์ ก.บัวเกษร
- ภาพ : กีรติ ชุติชัย / GATC Thailand
- การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
- ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย








