Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

นักท่องเที่ยวจีนสแกนจ่าย Thai QR สูงสุดอันดับหนึ่ง ดันเชียงรายยกระดับมาตรการความปลอดภัยชายแดน

เชียงรายเดินเกมคู่ เศรษฐกิจชำระเงินข้ามพรมแดนพุ่ง พร้อมยกระดับความมั่นคงคุ้มครองเมืองท่องเที่ยวชายแดน

เชียงราย,29 มกราคม 2569 – ในวันที่คำว่าเมืองท่องเที่ยวไม่ได้วัดกันที่จำนวนคนเดินทางเพียงอย่างเดียว แต่ถูกตัดสินจากความสะดวกในการใช้จ่ายและความมั่นใจด้านความปลอดภัย จังหวัดเชียงรายซึ่งเป็นเมืองชายแดนและเมืองรองที่กำลังเร่งขยับบทบาทในเวทีท่องเที่ยว จึงต้องเดินเกมสองด้านพร้อมกัน ด้านหนึ่งคือการรับแรงส่งของเศรษฐกิจดิจิทัลข้ามพรมแดนที่ทำให้เงินของนักท่องเที่ยว “ไหลเข้าระบบ” ได้ง่ายขึ้น อีกด้านคือการเสริมมาตรการความมั่นคงเชิงพื้นที่ เพื่อคุ้มครองโครงสร้างพื้นฐานสำคัญและภาพลักษณ์เมืองปลายทาง

ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนชัดจากสองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไล่เลี่ยกันในช่วงปลายเดือนมกราคม 2569 โดยเส้นเรื่องแรกมาจากตัวเลขการใช้จ่ายผ่าน Thai QR ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เติบโตแรง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนซึ่งมียอดใช้จ่ายสูงสุดในเดือนธันวาคม 2568 ขณะที่เส้นเรื่องที่สองคือการประชุมบูรณาการแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาความมั่นคงด้านการก่อการร้ายของจังหวัดเชียงราย ซึ่งระดมหน่วยงานด้านการข่าวและโครงสร้างพื้นฐานร่วมประเมินความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ

ปรากฏการณ์ Cross Border QR เมื่อการท่องเที่ยวไม่สะดุดที่ด่านแลกเงิน

ข้อมูลการชำระเงินข้ามพรมแดนที่ถูกเผยแพร่ในช่วงปลายปี 2568 ชี้ว่า Cross Border QR Payment กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ช่วยลดแรงเสียดทานของการท่องเที่ยว จากเดิมที่นักเดินทางต้องพึ่งเงินสดหรือบัตรเครดิตเป็นหลัก ไปสู่การสแกนจ่ายผ่านแอปจากประเทศต้นทาง ทำให้การใช้จ่ายรายย่อยกระจายตัวลงสู่ร้านค้าและบริการในพื้นที่ได้มากขึ้น

สถิติที่ถูกอ้างถึงโดยสื่อกระแสหลักระบุว่า เดือนธันวาคม 2568 มูลค่าธุรกรรม Cross Border QR Payment ขาเข้าอยู่ที่ 809.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 143 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และในบรรดาประเทศผู้ใช้จ่ายผ่าน Thai QR สูงสุด 3 อันดับ จีนครองอันดับหนึ่งด้วยมูลค่า 409.92 ล้านบาท ตามด้วยมาเลเซีย 174.99 ล้านบาท และลาว 70.56 ล้านบาท

หากแปลง “อัตราเพิ่มขึ้น 143 เปอร์เซ็นต์” ให้อยู่ในรูปที่คนทำงานนโยบายและคนทำธุรกิจเห็นภาพเดียวกัน หมายความว่า มูลค่าธุรกรรมเดือนธันวาคม 2568 สูงกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนราว 2.43 เท่า ดังนั้นมูลค่าฐานของเดือนธันวาคม 2567 เมื่อคำนวณย้อนจากอัตราเติบโต จะอยู่ราว 333 ล้านบาทโดยประมาณ ซึ่งเป็นการคำนวณจากตัวเลขการเติบโตที่ถูกเผยแพร่ ไม่ใช่ตัวเลขประกาศใหม่ และมีนัยว่าเศรษฐกิจการชำระเงินข้ามพรมแดน “ขยายตัวเป็นก้าวกระโดด” ในช่วงหนึ่งปี

สำหรับจังหวัดท่องเที่ยวอย่างเชียงราย ความหมายของตัวเลขนี้ไม่ได้จบที่ยอดเงินรวม แต่สะท้อนแนวโน้มพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสะดวกแบบไร้รอยต่อ และความคุ้นเคยกับระบบสแกนจ่ายที่ทำให้การตัดสินใจซื้อเกิดขึ้นเร็วขึ้น ร้านอาหาร โรงแรม รถรับจ้าง แหล่งท่องเที่ยวชุมชน รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อยที่รองรับ Thai QR ได้ จะมีโอกาสรับเม็ดเงินเข้าสู่ระบบบัญชีโดยตรง ลดความเสี่ยงเงินสด และเพิ่มความสามารถในการทำบัญชีหรือขอสินเชื่อในอนาคต

การเชื่อมเครือข่ายการจ่ายเงินกับจีน เมื่อความสะดวกกลายเป็นแรงขับการเดินทาง

อีกชั้นหนึ่งที่ทำให้ Cross Border QR ถูกจับตา คือการขยายความร่วมมือกับผู้ให้บริการชำระเงินรายใหญ่ฝั่งจีนและเครือข่ายระดับสากล โดยข้อมูลที่เผยแพร่ระบุการเชื่อมต่อกับ UnionPay International, Alipay+ และ WeChat Pay ทำให้ผู้เดินทางจากจีนสามารถใช้แอปที่คุ้นเคยสแกนจ่ายในไทยได้

จุดนี้มีนัยต่อเชียงรายในฐานะเมืองชายแดนและเมืองท่องเที่ยว เพราะ “ความง่ายในการจ่าย” มักเดินคู่กับ “ความง่ายในการเดินทาง” และเมื่อการใช้จ่ายเกิดขึ้นได้ทุกจุด ตั้งแต่ร้านเล็กในตลาด ไปจนถึงผู้ให้บริการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ เงินรายย่อยจำนวนมากจะรวมกันเป็นรายได้ฐานรากที่วัดผลได้จริง

ในเชิงระบบ การชำระเงินดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นยังช่วยให้ภาครัฐและผู้ประกอบการมองเห็นพฤติกรรมการใช้จ่ายเป็นภาพรวมมากขึ้น แม้จะไม่ใช่ข้อมูลรายบุคคล แต่ระดับแนวโน้มสามารถนำไปสู่การออกแบบมาตรการส่งเสริมท่องเที่ยวที่ตรงกลุ่ม และสร้างมาตรฐานการบริการที่รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ดีขึ้น

ด้านที่ต้องไม่มองข้าม เมื่อเมืองชายแดนเจอโจทย์สแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ

อย่างไรก็ตาม การเป็นเมืองชายแดนทำให้เชียงรายต้องเผชิญความเสี่ยงที่ซับซ้อนกว่าความเป็นเมืองท่องเที่ยวทั่วไป โดยเฉพาะบริบทอาชญากรรมข้ามชาติและเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงในระดับนานาชาติ

รายงานข่าวต่างประเทศในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สะท้อนว่าศูนย์หลอกลวงออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีขนาดใหญ่และเชื่อมโยงหลายประเทศ โดยมีทั้งมิติการค้ามนุษย์ การบังคับใช้แรงงาน และการฉ้อโกงออนไลน์ที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง

ในบริบทดังกล่าว จังหวัดท่องเที่ยวชายแดนอย่างเชียงรายจึงมีแรงกดดันสองด้านพร้อมกัน
ด้านหนึ่งต้องดึงรายได้จากการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายข้ามพรมแดนให้เติบโตต่อเนื่อง
อีกด้านต้องทำให้สังคมและนักท่องเที่ยวมั่นใจว่า เมืองปลายทางมีการเฝ้าระวังและบริหารความเสี่ยงด้านความมั่นคงอย่างจริงจัง

เชียงรายยกระดับมาตรการรับมือภัยก่อการร้าย ประชุมบูรณาการประเมินความเสี่ยงเชิงพื้นที่

ท่ามกลางสัญญาณบวกด้านเศรษฐกิจดิจิทัล จังหวัดเชียงรายได้ขยับอีกด้านด้วยการประชุมประสานแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาความมั่นคงด้านการก่อการร้าย เมื่อ 27 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุมธรรมลังกา ศาลากลางจังหวัดเชียงราย โดยมีนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธาน

สาระสำคัญของการประชุมคือการสร้างความเข้าใจร่วมกันด้านสถานการณ์ แนวโน้มภัยคุกคาม และแนวทางปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุในระดับพื้นที่ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานด้านการข่าวและความมั่นคงเข้าร่วม รวมถึงพันเอก พรสยาม สุกไสว ผู้อำนวยการกองข่าว ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล และผู้แทนสำนักข่าวกรองแห่งชาติร่วมชี้แจงแนวโน้มสถานการณ์

ขณะเดียวกัน การประชุมยังดึงหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในจังหวัดร่วมประเมินความเสี่ยงในมิติที่กว้างกว่าเหตุการณ์ทางกายภาพ โดยครอบคลุมทั้งพลังงาน การสื่อสาร การคมนาคม และความปลอดภัยริมแม่น้ำโขง อาทิ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย สำนักงาน กสทช เขต 34 และหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง รวมถึงหน่วยงานด้านท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อร่วมกันวิเคราะห์จุดเสี่ยงและกำหนดมาตรการป้องกันที่เหมาะสม

โครงสร้างพื้นฐานสำคัญในที่ประชุมมีความหมายมาก เพราะสะท้อนว่าวิธีคิดด้านความมั่นคงไม่ได้มองเฉพาะเหตุรุนแรงรูปแบบเดิม แต่ให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องของบริการสาธารณะและระบบสื่อสาร ซึ่งเป็นหัวใจของการจัดการวิกฤตในเมืองท่องเที่ยวและเมืองชายแดน

เศรษฐกิจไร้รอยต่อจะยั่งยืนได้ ต้องมีความเชื่อมั่นแบบไร้รอยต่อเช่นกัน

เมื่อวางภาพสองเหตุการณ์ทับกัน จะเห็นเส้นเชื่อมที่ชัดขึ้น
การชำระเงินข้ามพรมแดนที่เติบโตแรง ทำให้เชียงรายและไทยได้ประโยชน์จากเม็ดเงินนักท่องเที่ยวในระบบที่ติดตามได้มากขึ้น ลดแรงเสียดทานและขยายรายได้ฐานราก
แต่ในเวลาเดียวกัน การเปิดรับการไหลเวียนของผู้คนและเงิน ก็ทำให้โจทย์ความมั่นคงและความปลอดภัยมีความสำคัญเทียบเท่ากัน

นี่คือเหตุผลที่การยกระดับมาตรการรับมือภัยก่อการร้ายและการประเมินความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ไม่ควรถูกมองว่าเป็นข่าวความมั่นคงที่อยู่ไกลตัว แต่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้นักท่องเที่ยว “กล้าเดินทาง กล้าใช้จ่าย และอยู่ได้นานขึ้น” โดยไม่ต้องกังวลว่าระบบสาธารณูปโภคหรือการสื่อสารจะสะดุดในยามเกิดเหตุไม่คาดคิด

ประเด็นเด่นที่ต้องจับตา และประเด็นรองที่กระทบชีวิตชุมชน

ประเด็นเด่น

  • Cross Border QR Payment ขาเข้าเดือนธันวาคม 2568 แตะ 809.74 ล้านบาท โต 143 เปอร์เซ็นต์ และจีนเป็นประเทศใช้จ่ายสูงสุด 409.92 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่ขับเคลื่อนด้วยความสะดวกในการจ่าย
  • จังหวัดเชียงรายเดินหน้าประชุมบูรณาการรับมือภัยก่อการร้าย ประเมินความเสี่ยงโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยในพื้นที่

ประเด็นรอง

  • การเติบโตของการชำระเงินดิจิทัลมีผลต่อผู้ประกอบการรายย่อยและการกระจายรายได้ หากร้านค้าในพื้นที่พร้อมรับ Thai QR จะเพิ่มโอกาสเข้าถึงเม็ดเงินนักท่องเที่ยว
  • เมืองชายแดนต้องบริหารความเสี่ยงจากอาชญากรรมข้ามชาติและเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ในภูมิภาค ซึ่งเป็นโจทย์ที่ถูกพูดถึงในระดับนานาชาติ

สิ่งที่ประชาชนและผู้ประกอบการทำได้ทันที เพื่อเก็บโอกาสและลดความเสี่ยง

หนึ่ง ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและร้านค้าในเชียงรายทบทวนความพร้อมรับชำระผ่าน Thai QR ให้ครบถ้วน ทั้งป้ายหน้าร้าน ระบบบัญชี และการอบรมพนักงาน
สอง สื่อสารกับนักท่องเที่ยวแบบมืออาชีพ เน้นความชัดเจนเรื่องราคา การคืนเงิน การยืนยันรายการ ลดช่องโหว่การหลอกลวงรูปแบบต่าง ๆ
สาม ชุมชนและองค์กรท้องถิ่นสนับสนุนการซ้อมแผนและช่องทางแจ้งเหตุ เมื่อเกิดเหตุผิดปกติให้ประสานงานได้ทัน
สี่ ติดตามประกาศและแนวทางจากหน่วยงานรัฐด้านความมั่นคงและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรับรู้มาตรการใหม่และแนวทางปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุ

จากยอดสแกนจ่ายสู่โจทย์ใหญ่ของเมืองท่องเที่ยวชายแดน

ตัวเลข Cross Border QR ที่พุ่งขึ้นในเดือนธันวาคม 2568 คือสัญญาณว่าการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายของต่างชาติ โดยเฉพาะจากจีน กำลังขยับเข้าสู่ยุคที่ความสะดวกคือมาตรฐานพื้นฐาน ไม่ใช่สิ่งพิเศษ และสำหรับเชียงราย โอกาสนี้มีน้ำหนักมาก เพราะสามารถแปลงการเดินทางให้กลายเป็นรายได้ที่กระจายถึงฐานรากได้จริง

แต่โอกาสจะไม่ยั่งยืน หากความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยไม่เดินไปพร้อมกัน การประชุมบูรณาการรับมือภัยก่อการร้ายของจังหวัดเชียงรายในช่วงเดียวกัน จึงสะท้อนว่าพื้นที่กำลังพยายามสร้างเกราะป้องกันเชิงระบบ ทั้งในมิติการข่าว การประสานงาน และการคุ้มครองโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ

สุดท้าย เมืองท่องเที่ยวชายแดนที่แข่งขันได้ในโลกปัจจุบัน ไม่ใช่เมืองที่มีเพียงวิวสวยหรือวัฒนธรรมเด่น แต่คือเมืองที่ทำให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายได้ง่าย และทำให้ประชาชนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจว่า เมื่อมีความเสี่ยงเกิดขึ้น ระบบจะยังทำงาน และความช่วยเหลือจะยังไปถึง

 

สถิติและข้อมูลสำคัญ

  • ธุรกรรม Cross Border QR Payment ขาเข้า เดือนธันวาคม 2568 มูลค่า 809.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 143 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน
  • มูลค่าการใช้จ่ายผ่าน Thai QR เดือนธันวาคม 2568 สูงสุด 3 อันดับ
    จีน 409.92 ล้านบาท
    มาเลเซีย 174.99 ล้านบาท
    ลาว 70.56 ล้านบาท
  • จังหวัดเชียงรายจัดประชุมประสานแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาความมั่นคงด้านการก่อการร้าย เมื่อ 27 มกราคม 2569 ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย พร้อมประเมินความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ
สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย
  • บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด (NITMX)
  • ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล (ศปภ.)
  • สำนักข่าวกรองแห่งชาติ
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME