Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

เปิดภาพประทับใจ “ผู้ว่าฯ ขะโยม” ชูชีพ พงษ์ไชย สวมบทเด็กวัดเดินเท้าตักบาตรแวดเวียงเจียงฮายรับปีใหม่ 2569

ผู้ว่าฯ ขะโยม” แสงแรกแห่งรอยยิ้มเจียงฮาย ผู้นำจังหวัดสวมบทเด็กวัดเดินเท้าประกบพระรัตนมุนี ตักบาตรแวดเวียงรับปีใหม่ 2569 เคียงขบวนราชรถบุษบก 9 คันกลางถนนธนาลัย

เชียงราย, 1 มกราคม 2569 – เช้าวันปีใหม่ที่ถนนธนาลัยใจกลางเมืองเชียงรายไม่ได้มีเพียงแสงแรกของปี 2569 ที่ทอดตัวลงบนย่านเมืองเก่า หากยังปรากฏภาพ “ผู้นำจังหวัด” ที่เลือกจะวางบทบาททางการบริหารไว้ชั่วคราว แล้วหันมาสวมบท “ขะโยม” หรือเด็กวัด เดินเท้าประกบข้างองค์พระรัตนมุนี คอยรับสิ่งของจากบาตรพระตลอดเส้นทางตักบาตรแวดเวียงเจียงฮาย สร้างความประทับใจและรอยยิ้มให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาร่วมพิธีจำนวนมาก

ภาพของนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ในชุดลำลองเรียบง่าย เดินเคียงข้างพระสงฆ์กลางขบวนราชรถบุษบก 9 คัน และพระสงฆ์รวม 94 รูป ท่ามกลางประชาชนที่แต่งกายสุภาพถือข้าวปลาอาหารดอกไม้ธูปเทียนรอใส่บาตรตลอดแนวถนนธนาลัย กลายเป็น “ภาพจำ” แรกของปีใหม่ที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำ–ศรัทธา–ชุมชน ในแบบฉบับเชียงรายได้อย่างชัดเจน

แวดเวียงเจียงฮาย พิธีบุญรับศักราชใหม่กลางเมืองเก่า

บรรยากาศยามเช้าวันที่ 1 มกราคม 2569 ณ บริเวณถนนธนาลัย ซึ่งเป็นหนึ่งในย่านประวัติศาสตร์ของเทศบาลนครเชียงราย เต็มไปด้วยคลื่นมหาชนที่ทยอยเดินทางมาจับจองพื้นที่สองฝั่งถนนตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง เพื่อเตรียมร่วมพิธีทำบุญตักบาตรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ภายใต้การจัดงานของเทศบาลนครเชียงราย นำโดยนายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย และคณะผู้บริหารท้องถิ่น

พิธี “อัญเชิญพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ แวดเวียงเจียงฮาย” และทำบุญตักบาตรวันขึ้นปีใหม่ประจำปี 2569 ถูกออกแบบให้เชื่อมโยงมิติศรัทธาทางพุทธศาสนากับอัตลักษณ์วัฒนธรรมล้านนา โดยเทศบาลนครเชียงรายได้อัญเชิญพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์จาก 9 วัดสำคัญในพื้นที่ มาประดิษฐานบนราชรถบุษบกศิลปะล้านนา 9 คันที่รังสรรค์อย่างวิจิตรงดงาม ก่อนเคลื่อนขบวนบนถนนธนาลัย

เส้นทางแวดเวียงเริ่มตั้งแต่แยกสุริวงศ์ไปจนถึงสี่แยกศาลจังหวัดเชียงราย (หลังเก่า) กลายเป็น “สายบุญกลางเมือง” ที่ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้มีโอกาสร่วมใส่บาตรพระสงฆ์จำนวน 94 รูป ที่นิมนต์มารับบิณฑบาตตลอดแนวถนน การจัดวางราชรถบุษบกสลับกับแถวพระสงฆ์ ทำให้ทั้งถนนกลายเป็นเวทีศิลปะศรัทธาในบรรยากาศที่สงบ งดงาม และสมเกียรติวันขึ้นปีใหม่

ราชรถบุษบก 9 คัน ศิลปะ–ศรัทธาที่เคลื่อนที่ไปกับเมือง

แม้พิธีตักบาตรวันปีใหม่จะเป็นที่คุ้นเคยในหลายจังหวัด แต่สิ่งที่ทำให้เชียงรายโดดเด่น คือการนำ “ราชรถบุษบก” ศิลปะล้านนาที่เทศบาลนครเชียงรายร่วมกับช่างท้องถิ่นสร้างสรรค์ต่อเนื่องยาวนานหลายปี มาประกอบในพิธีกรรมเชิงพุทธศาสนาอย่างมีนัยสำคัญ

ราชรถทั้ง 9 คัน แต่ละคันประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ในสายศรัทธาของชาวเชียงรายและชุมชนรอบข้าง การเคลื่อนขบวนไปตามถนนธนาลัยจึงไม่ใช่เพียงการแห่องค์พระ แต่เป็นการ “พาพระออกมาพบประชาชน” ในพื้นที่สาธารณะใจกลางเมืองเก่า เสมือนการนำรากเหง้าทางจิตวิญญาณของชุมชนออกมาเชื่อมกับวิถีชีวิตสมัยใหม่

การที่ประชาชนสามารถกราบ สรงน้ำ หรือถวายดอกไม้บูชาพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ได้โดยไม่ต้องเดินทางไปยังวัดแต่ละแห่ง ถือเป็นการลดระยะห่างระหว่างชุมชน–วัด–เมือง ในขณะที่ตัวราชรถบุษบกเองก็ทำหน้าที่เป็น “ห้องแสดงศิลปะเคลื่อนที่” ให้คนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวได้สัมผัสความวิจิตรของลวดลายล้านนาอย่างใกล้ชิด โดยไม่ต้องเข้าชมในพิพิธภัณฑ์หรือพิธีเฉพาะกิจเท่านั้น

ผู้ว่าฯ ขะโยม” ผู้นำจังหวัดในบทบาทเด็กวัด

ท่ามกลางขบวนราชรถบุษบกและพระสงฆ์ 94 รูป สิ่งที่สะดุดตาผู้ร่วมงานจำนวนมากในปีนี้ คือภาพของ “เด็กวัด” ที่เดินประกบข้างพระสงฆ์ผู้ใหญ่ คอยรับสิ่งของจากบาตรเพื่อแบ่งเบาภาระ ด้วยท่าทีคล่องแคล่วและไม่ถือตัว

เมื่อมองใกล้ๆ จึงพบว่า “เด็กวัด” คนดังกล่าว คือ นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายชูชีพไม่ได้เพียงมาร่วมพิธีในฐานะแขกผู้มีเกียรติ หากแต่เลือกลงมา “ทำหน้าที่” ในระบบวัดฐานะ “ขะโยม” หรือเด็กวัด ตามสำนวนภาษาถิ่นล้านนา

คำว่า “ขะโยม” ในบริบทล้านนา หมายถึงเด็กวัดหรือศิษย์วัดผู้คอยช่วยเหลือพระสงฆ์ ไม่ว่าจะเป็นการถือสัมภาระ เดินประกบขณะบิณฑบาต จัดเตรียมของใช้ในพิธี หรือช่วยอุปถัมภ์ดูแลกิจการเบื้องต้นของวัด การที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเลือกสวมบท “ขะโยม” จึงมีความหมายเชิงสัญลักษณ์อย่างชัดเจนว่า “ผู้นำพร้อมจะเริ่มจากจุดที่ต่ำที่สุดในโครงสร้างของพิธีกรรม เพื่อทำงานร่วมกับพระและประชาชน”

ไม่เพียงเท่านั้น เกร็ดที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในหมู่ผู้ร่วมงาน คือก่อนหน้าที่จะมาปรากฏตัวบนถนนธนาลัยในบทบาท “ขะโยม” ช่วงเช้าเวลาไล่เลี่ยกัน นายชูชีพยังได้ไปร่วมกิจกรรม “วิ่งรับแสงแรกแห่งปี 2026” ที่อำเภอเวียงชัย ตั้งแต่เวลาประมาณตี 4 แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตแบบ “ผู้นำสายสปอร์ต” ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพควบคู่กับงานสาธารณะ

เมื่องานวิ่งสิ้นสุดลง ผู้ว่าฯ ก็เปลี่ยนบทบาทจากนักกีฬา มาเป็น “ศิษย์วัด” เดินเท้าประกบข้างพระรัตนมุนี ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย ทำหน้าที่คอยรับของจากบาตรพระที่ประชาชนใส่ขึ้นมามอบต่อให้พระสงฆ์ ด้วยความตั้งใจตลอดเส้นทาง โดยไม่ถือตัวหรือเว้นระยะห่างจากประชาชน

ผู้นำ–ประชาชน–พระสงฆ์ สามมิติที่เชื่อมกันบนถนนธนาลัย

ในมุมวิเคราะห์เชิงสังคม การที่ผู้นำฝ่ายปกครองระดับจังหวัดลงมาปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเด็กวัดระหว่างพิธีกรรมทางศาสนา ทำให้ “ระยะห่างเชิงอำนาจ” ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ประชาชนจำนวนมากที่มารอตักบาตรเล่าว่า รู้สึก “เอ็นดู” และ “อบอุ่นใจ” เมื่อเห็นผู้ว่าฯ ถือถุงของ ปรับบาตร ดูแลพระสงฆ์ในแบบเดียวกับเด็กวัดหรือศิษย์วัดที่คุ้นเคยในวิถีชีวิตชนบทล้านนา

มิติแรก จึงเป็นมิติของ “ความใกล้ชิด” – ผู้ว่าฯ ไม่ได้ยืนห่างอยู่บนเวทีหรือแถวหน้าพิธีเท่านั้น หากแต่เดินปะปนอยู่ในแถวพระและประชาชนอย่างเท่าเทียม ทำให้ภาพจำของผู้นำไม่ใช่เพียงเจ้าหน้าที่รัฐในเครื่องแบบ แต่เป็น “คนในชุมชน” ที่ลงมาช่วยงานวัดด้วยตัวเอง

มิติที่สอง คือมิติของ “การสืบสานอัตลักษณ์ล้านนา” – การเรียกผู้ว่าฯ ในบทบาทนี้ว่า “ผู้ว่าฯ ขะโยม” กลายเป็นคำเรียกที่สื่อถึงความผูกพันของผู้นำกับวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างเป็นกันเอง การใช้คำพื้นถิ่นในบริบทพิธีกรรม ยังทำให้คนรุ่นใหม่เห็นว่าภาษา–วัฒนธรรมล้านนาสามารถอยู่ร่วมกับการบริหารสมัยใหม่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง

มิติที่สาม คือมิติของ “การเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม” – สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด ภาพผู้ว่าฯ เดินรับของจากบาตรข้างพระรัตนมุนีท่ามกลางราชรถบุษบก 9 คันและแถวพระสงฆ์ 94 รูป คือประสบการณ์ที่หาไม่ได้ง่ายจากจังหวัดอื่น และมีศักยภาพจะถูกต่อยอดเป็นเรื่องเล่า–ภาพถ่าย–สื่อออนไลน์ ที่ช่วยสร้าง “ซอฟต์พาวเวอร์เชียงราย” ให้เข้าถึงคนกลุ่มกว้าง

พิธีตักบาตรปีใหม่ พิธีกรรมที่สะท้อนทุนทางสังคมเชียงราย

แม้ในปี 2569 ประเทศไทยต้องเผชิญโจทย์ท้าทายหลายด้าน ทั้งภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ในบางภูมิภาค แต่พิธีตักบาตรวันขึ้นปีใหม่ที่ถนนธนาลัยสะท้อนให้เห็นว่า “ทุนทางสังคม” ของเชียงรายยังคงแข็งแรง

การมีทั้งภาคราชการส่วนภูมิภาค (จังหวัดเชียงราย) และส่วนท้องถิ่น (เทศบาลนครเชียงราย) ร่วมกันจัดงานอย่างเป็นระบบ ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดเชียงราย ที่นำโดยพระเถรานุเถระผู้ใหญ่ รวมถึงการตอบรับของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มารอร่วมพิธีจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจและการประสานงานเชิงเครือข่ายที่สืบเนื่องมาหลายปี

แม้จะไม่มีการระบุตัวเลขจำนวนผู้ร่วมงานอย่างเป็นทางการ แต่จากภาพรวมของสองฝั่งถนนธนาลัยที่เต็มไปด้วยแถวประชาชนตลอดเส้นทาง ก็เพียงพอจะทำให้เห็นว่า “พิธีบุญปีใหม่” ยังเป็นกิจกรรมที่มีความหมายต่อผู้คนในเมืองเชียงราย ทั้งในมิติศาสนา ความเชื่อ และความหวังต่ออนาคต

พิธีบุญเชิงสัญลักษณ์ในเมืองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

หากมองผ่านเลนส์ของข่าวเชิงลึก เหตุการณ์ “ผู้ว่าฯ ขะโยม” ในพิธีตักบาตรแวดเวียงเจียงฮายสามารถถอดบทเรียนได้หลายประการ

หนึ่ง เชียงรายกำลังใช้ “งานประเพณี–พิธีกรรมทางศาสนา” เป็นกลไกเสริมสร้างเอกลักษณ์เมืองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการท่องเที่ยวที่คนจำนวนมากมองหาประสบการณ์แท้จริงในพื้นที่ มากกว่ากิจกรรมบันเทิงเชิงการค้าเพียงอย่างเดียว

สอง บทบาทของผู้นำจังหวัดในฐานะ “ขะโยม” เป็นการสื่อสารทางสังคมที่ทรงพลัง โดยไม่ต้องใช้ถ้อยคำมาก การลงมือทำหน้าที่เล็กๆ ในระบบวัดของผู้ว่าฯ ทำให้แนวคิด “ผู้นำที่เข้าถึงง่ายและทำงานร่วมกับชุมชน” ถูกมองเห็นและจับต้องได้จริง

สาม ความร่วมมือระหว่างจังหวัด–เทศบาล–คณะสงฆ์ ทำให้ทรัพยากรที่มีอยู่แล้วในเมือง เช่น ถนนธนาลัย วัดสำคัญ ราชรถบุษบก แปรเปลี่ยนเป็น “เวทีสาธารณะ” ที่สร้างทั้งความศรัทธา ความภาคภูมิใจ และโอกาสทางเศรษฐกิจในเวลาเดียวกัน ทั้งในรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรม

ในบริบทที่ผู้คนจำนวนมากยังมีความกังวลเกี่ยวกับความแออัด–ความปลอดภัย–ค่าใช้จ่ายการท่องเที่ยว การจัดรูปแบบงานที่เปิดให้ประชาชนเข้าร่วมฟรี ใช้ทรัพยากรของเมืองที่มีอยู่เดิม และไม่เน้นความฟุ้งเฟ้อเกินจำเป็น จึงเป็นตัวอย่างของ “กิจกรรมสาธารณะต้นทุนต่ำแต่คุณค่าสูง” ที่ตอบโจทย์ทั้งจิตใจและเศรษฐกิจในระดับชุมชน

แสงแรกของปีใหม่ จากภาพหนึ่งวันสู่ความหมายทั้งปี

เมื่อพิธีตักบาตรสิ้นสุดลง รถราชรถบุษบก 9 คันค่อยๆ เคลื่อนกลับฐาน วงแห่พระแวดเวียงเจียงฮายปิดฉากลงพร้อมกับแสงแดดสายที่เริ่มร้อนขึ้น แต่สำหรับหลายคน ภาพของเช้าวันที่ 1 มกราคม 2569 บนถนนธนาลัยจะยังคงอยู่ในความทรงจำอีกนาน

สำหรับชาวเชียงราย นี่อาจเป็นอีกหนึ่งปีที่เมืองของตนเริ่มต้นด้วย “ความพร้อมเพรียง” ของทุกภาคส่วน ตั้งแต่ผู้นำระดับจังหวัด ผู้นำท้องถิ่น คณะสงฆ์ ไปจนถึงประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาร่วมสร้างบุญร่วมกันบนพื้นที่สาธารณะ

สำหรับผู้มาเยือน เชียงรายไม่ได้มีเพียงภูเขา หมอก หรือวัดดังเท่านั้น หากยังมี “พิธีกรรมรายทาง” ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิธีที่ผู้คนในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ใช้ศรัทธาและวัฒนธรรมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวกันและกัน

และสำหรับ “ผู้ว่าฯ ขะโยม” ภาพที่เดินเคียงข้างพระรัตนมุนี คอยรับของจากบาตรท่ามกลางเสียงสาธุและรอยยิ้มของผู้คน อาจกลายเป็นหนึ่งในภาพจำที่สะท้อนว่า การเป็นผู้นำในยุคนี้ ไม่ได้วัดกันที่ระยะห่างจากประชาชน แต่บางครั้งวัดกันที่ “ก้าวเล็กๆ ในฐานะคนตัวเล็กที่สุดในระบบ” ที่กล้าก้าวลงมาทำจริง

ในท้ายที่สุด เชียงรายจึงไม่ได้เพียงเปิดศักราชใหม่ด้วยพิธีตักบาตร หากแต่เปิดด้วย “แสงแรกแห่งรอยยิ้มและความไว้วางใจ” ที่ส่งต่อจากถนนธนาลัยไปยังหัวใจของผู้คนทั้งเมือง

สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • เทศบาลนครเชียงราย
  • ชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME