Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

รองปลัด ทส. ลงพื้นที่เชียงรายคุมเข้มไฟป่า จุดความร้อนลดแต่ฝุ่นข้ามแดนยังวิกฤตรับช่วงสงกรานต์

Summary
  • เชียงรายคุมไฟป่าได้ผล จุดความร้อนลดจาก 112 เหลือ 15 จุด

  • ค่าฝุ่น PM2.5 ยังพุ่งสูงเกินมาตรฐาน (สีแดง) กระทบสุขภาพรุนแรง

  • ฝุ่นส่วนใหญ่เป็นหมอกควันข้ามแดนจากเมียนมาและลาว

  • รองปลัด ทส. สั่งใช้กฎหมายสูงสุดคุก 30 ปีแก่ผู้ลักลอบเผา

  • จังหวัดเร่งทำห้องปลอดฝุ่นและแจกหน้ากาก N95 รับสงกรานต์

 รองปลัด ทส.ลงเชียงรายคุมเข้มไฟป่า แม้จุดความร้อนลด แต่ฝุ่นข้ามแดนยังบีบเมือง รับสงกรานต์ท่ามกลางโจทย์ใหญ่เรื่องอากาศปลอดภัย

เชียงราย, 6 เมษายน 2569 – เมืองที่เริ่มเห็นข่าวดี แต่ยังหายใจไม่โล่ ที่ศูนย์สั่งการและติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 เชียงราย บรรยากาศของการประชุมไม่ใช่เพียงการสรุปสถานการณ์ประจำวัน หากเป็นการชั่งน้ำหนักระหว่าง “ข่าวดี” กับ “ความจริงที่ยังน่ากังวล” ไปพร้อมกัน เพราะแม้จังหวัดเชียงรายจะเริ่มควบคุมจุดความร้อนในพื้นที่ได้ดีขึ้นอย่างชัดเจน แต่ท้องฟ้าเหนือเมืองยังไม่กลับมาใส และค่าฝุ่นที่ประชาชนสูดหายใจเข้าไปในแต่ละชั่วโมงก็ยังอยู่ในระดับที่ไม่อาจเรียกว่าเบาใจได้เลย

ในวันเดียวกันนั้น นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงฯ และผู้อำนวยการศูนย์การแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันส่วนหน้า ภาคเหนือ ลงพื้นที่เชียงรายเพื่อติดตามวิกฤตหมอกควันอย่างใกล้ชิด พร้อมร่วมกับนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย มอบเสบียงข้าวสาร อาหารแห้ง และน้ำดื่มให้เจ้าหน้าที่ดับไฟป่าในพื้นที่ ก่อนรับฟังรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ อุตุนิยมวิทยา และป้องกันสาธารณภัยของจังหวัด

ภาพดังกล่าวสะท้อนชัดว่า เชียงรายในเวลานี้ไม่ใช่พื้นที่ที่รัฐส่วนกลางมองแบบผ่าน ๆ แต่เป็นจังหวัดหน้าด่านของวิกฤตหมอกควันภาคเหนือ เพราะนอกจากจะมีพื้นที่ป่าและภูเขากว้างขวางแล้ว ยังมีแนวชายแดนติดประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งทำให้การแก้ปัญหาไฟป่าในจังหวัดตัวเองอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป หากฟ้าด้านนอกชายแดนยังคงส่งควันเข้ามาซ้ำเติมอย่างต่อเนื่อง

ตัวเลขจุดความร้อนลดลง แต่ยังไม่ใช่จุดจบของวิกฤต

รายงานในที่ประชุมระบุว่า เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2569 เชียงรายพบจุดความร้อน 112 จุด แต่หลังเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง ตัวเลขดังกล่าวลดลงเหลือเพียง 15 จุดในวันที่ 6 เมษายน 2569 รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงชื่นชมว่าจังหวัดเชียงรายมีรูปแบบการทำงานที่เป็น best practice เพราะหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 2 และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด สามารถทำงานร่วมกันเป็นระบบภายใต้การบัญชาการของผู้ว่าราชการจังหวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในทางปฏิบัติ ตัวเลขนี้ถือเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญ เพราะจุดความร้อนเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดว่าภารกิจภาคสนามเริ่มเห็นผลจริง ไม่ว่าจะเป็นการเดินเท้าเข้าดับไฟ การใช้กำลังลาดตระเวน การวางแนวกันไฟ และการปิดพื้นที่เสี่ยงบางจุด แต่ในทางข่าว สิ่งที่ต้องอธิบายให้ชัดคือ การลดลงของจุดความร้อนไม่ได้แปลว่าฝุ่นจะหายไปในทันที โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีฝุ่นข้ามพรมแดนเป็นตัวแปรขนาดใหญ่เช่นเชียงราย เพราะฝุ่นที่ประชาชนเผชิญอาจไม่ได้มาจากไฟที่อยู่ในเขตจังหวัดเพียงอย่างเดียว

คุณภาพอากาศยังตึงตัวตลอดวัน

หากดูจากข้อมูลทางการของสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 6 เมษายน 2569 จะเห็นว่า PM2.5 ในพื้นที่รับผิดชอบยังอยู่ในช่วง 75.1 ถึง 228.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และอยู่ในระดับ “มีผลกระทบต่อสุขภาพ” ทั้งระบบ สำหรับเชียงรายเอง จุดที่รุนแรงในรายงาน 24 ชั่วโมง ได้แก่ ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ 225.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย 213.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย 182.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งทั้งหมดสูงเกินมาตรฐานอย่างมาก และบางพื้นที่อยู่ในระดับสีแดงต่อเนื่องหลายวันแล้ว

เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงช่วงค่ำ ภาพที่ผู้ใช้แนบมายิ่งทำให้เห็นชัดว่าปัญหายังไม่จบ หน้าเชียงรายของ IQAir ณ เวลา 20.00 น. แสดงค่า US AQI 178 อยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยมี PM2.5 เป็นมลพิษหลักที่ 94 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และข้อมูลชุดเดียวกันยังระบุว่าค่าเมืองเชียงรายอ้างอิงจาก 19 สถานีของผู้ร่วมสนับสนุน 18 ราย ขณะที่สถานีย่อยบางแห่งในเมืองแตะระดับ 199 และ 192 สะท้อนว่าฝุ่นในเชียงรายไม่ได้กระจายตัวเท่ากันทุกจุด แต่มีบางตำแหน่งที่ประชาชนเผชิญอากาศหนักกว่าค่าเฉลี่ยของเมืองอย่างชัดเจน

ความแตกต่างระหว่างตัวเลขจากหน่วยงานรัฐกับระบบเรียลไทม์จึงต้องอธิบายอย่างระมัดระวัง รายงานของสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษเป็นค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงจากสถานีทางการ ขณะที่ IQAir เป็นการรวบรวมข้อมูลเรียลไทม์จากเครือข่ายสถานีหลายจุด ณ ช่วงเวลานั้น จึงไม่ใช่ตัวเลขที่ขัดแย้งกันโดยตรง หากแต่สะท้อนคนละมุมของปัญหา มุมหนึ่งบอกว่าเชียงรายเผชิญฝุ่นสะสมหนักมาหลายวัน อีกมุมหนึ่งบอกว่าแม้เวลาผ่านมาถึงค่ำ อากาศก็ยังไม่กลับสู่ระดับปลอดภัยอยู่ดี

ฝุ่นข้ามแดนยังเป็นโจทย์ใหญ่กว่าที่ตาเห็น

สิ่งที่ทำให้เชียงรายต่างจากหลายจังหวัด คือปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนยังคงกดทับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รายงานในวงประชุมระบุชัดว่า แม้ไฟในจังหวัดจะควบคุมได้ดีขึ้น แต่เชียงรายยังได้รับอิทธิพลจากหมอกควันจากประเทศเพื่อนบ้าน เพราะมีแนวเขตติดชายแดนยาวและอยู่ในตำแหน่งที่รับมวลควันได้โดยตรง จังหวัดจึงต้องอาศัยกลไกคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น หรือ TBC เพื่อหารือกับฝ่ายท่าขี้เหล็กของเมียนมาในวันที่ 9 เมษายน 2569 เพื่อหาทางลดแรงกดดันจากต้นทางร่วมกัน

ข้อมูลของ GISTDA ช่วยอธิบายมิติข้ามแดนนี้ได้ชัดขึ้น เพราะเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2569 ประเทศไทยพบจุดความร้อน 2,927 จุด ลดลงจากวันก่อนหน้า แต่ประเทศเพื่อนบ้านยังอยู่ในระดับสูง โดยเมียนมาพบ 3,397 จุด ลาว 3,296 จุด กัมพูชา 712 จุด และเวียดนาม 663 จุด ตัวเลขนี้ทำให้เห็นว่า แม้เชียงรายจะลดไฟในพื้นที่ตัวเองได้ แต่หากพื้นที่รอบนอกยังมีการเผาในระดับสูง เมืองก็ยังต้องรับควันผ่านแนวภูเขาและกระแสลมต่อไปอย่างหลีกเลี่ยงยาก

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ข่าวของเชียงรายในวันนี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่อง “สำเร็จ” หรือ “ล้มเหลว” อย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะในแง่การควบคุมไฟ จังหวัดทำได้ดีขึ้นจริง แต่ในแง่คุณภาพอากาศ ประชาชนยังต้องใช้ชีวิตภายใต้เงื่อนไขเดิม คืออากาศที่ยังเสี่ยงต่อสุขภาพ และความไม่แน่นอนของหมอกควันข้ามแดนที่ยังพัดเข้ามาได้ทุกเวลา

เชียงรายเร่งปกป้องสุขภาพก่อนถึงสงกรานต์

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายให้ข้อมูลว่า จังหวัดกำลังให้ความสำคัญอย่างมากกับผลกระทบด้านสุขภาพ โดยขอความร่วมมือร้านอาหาร ธุรกิจกาแฟ และห้างสรรพสินค้า ส่งเสริมการจัดพื้นที่ปลอดฝุ่นเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์ พร้อมสนับสนุนหน้ากาก N95 จำนวน 270,000 ชิ้น และดูแลกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิด ข้อมูลจากฝ่ายจังหวัดก่อนหน้านั้นยังระบุด้วยว่าเชียงรายเตรียมห้องปลอดฝุ่นหลายร้อยแห่งกระจายทั่วจังหวัด เพื่อรองรับทั้งประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงที่ค่าฝุ่นยังเกินมาตรฐานต่อเนื่อง

รายละเอียดนี้มีนัยสำคัญมากในเชิงข่าวท้องถิ่น เพราะมันชี้ให้เห็นว่าเชียงรายไม่ได้รอแค่ภารกิจดับไฟ แต่เริ่มเปลี่ยนโจทย์จาก “จะลดจุดความร้อนอย่างไร” ไปสู่ “จะทำอย่างไรให้คนยังใช้ชีวิตได้ปลอดภัยที่สุดระหว่างที่ฝุ่นยังอยู่” นั่นหมายความว่าการบริหารวิกฤตของจังหวัดเริ่มขยายจากภาคป่าไปสู่ภาคเมือง ภาคบริการ และภาคท่องเที่ยวอย่างเต็มตัวแล้ว โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่เมืองต้องรับคนจำนวนมากและธุรกิจจำเป็นต้องดำเนินต่อไป

บทเรียนจากเชียงรายคือไฟลดไม่ได้แปลว่าความเสี่ยงลดทันที

คำกล่าวของผู้ว่าราชการจังหวัดที่ระบุว่าสถานการณ์ไฟป่า “ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้” ภายใต้การบัญชาการแบบ Single Command จึงควรอ่านควบคู่กับข้อมูลฝุ่นที่ยังเกินมาตรฐานทั้งวัน เพราะสิ่งที่เชียงรายกำลังเผชิญไม่ใช่ภัยเดี่ยว แต่เป็นภัยซ้อน ชั้นแรกคือไฟป่าและจุดความร้อนในพื้นที่ ชั้นที่สองคือมลพิษสะสมในอากาศที่ยังไม่ทันจาง และชั้นที่สามคือมลพิษข้ามพรมแดนที่ยังควบคุมได้ยากกว่าปัจจัยภายในจังหวัดเอง

สำหรับคนเชียงราย ความจริงข้อนี้แปลออกมาเป็นชีวิตประจำวันง่าย ๆ คือ แม้เจ้าหน้าที่จะทำงานได้ผลมากขึ้น ประชาชนก็ยังไม่ควรตีความว่าทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติแล้ว เพราะตัวเลข AQI และ PM2.5 ยังชี้ว่าการใช้ชีวิตกลางแจ้ง การออกกำลังกายหนัก หรือการปล่อยให้เด็กเล็กและผู้สูงอายุอยู่ในพื้นที่เปิดโล่งนานเกินไป ยังคงมีความเสี่ยงจริง โดยเฉพาะในเขตเมืองและจุดที่รายงานเรียลไทม์ยังแตะระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพชัดเจน

ใช้กฎหมายหนักขึ้นเพื่อส่งสัญญาณให้ชัด

อีกมิติหนึ่งที่ถูกย้ำอย่างหนักในเวทีลงพื้นที่ครั้งนี้ คือ การดำเนินคดีกับผู้ลักลอบเผาป่า รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ข้อแนะนำเพิ่มเติมว่า หากพบการกระทำผิดในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 และ 2 หรือพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ขอให้ใช้กฎหมายที่มีโทษสูงสุดในการดำเนินคดี ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 30 ปี ปรับไม่เกิน 3,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายส่งผลยับยั้งมากกว่าที่ผ่านมา

แม้รายงานในวงประชุมจะระบุว่าขณะนี้เชียงรายจับกุมผู้ลักลอบเผาป่าได้ 1 ราย จากเหตุเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติขุนแจ แต่ในภาพรวมเจ้าหน้าที่มองตรงกันว่า การจับกุมเพียงรายเดียวไม่อาจสะท้อนว่าปัญหาสงบแล้ว ตรงกันข้าม มันชี้ว่าการบังคับใช้กฎหมายยังต้องเดินคู่กับการข่าว การลาดตระเวน และการทำงานร่วมกับชุมชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างจริงจังต่อไป

สงกรานต์ปีนี้จึงเป็นมากกว่าเทศกาลท่องเที่ยว

เชียงรายกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่ช่วงสงกรานต์ด้วยโจทย์ที่ละเอียดอ่อนกว่าหลายปีที่ผ่านมา เพราะเมืองต้องทำ 2 อย่างไปพร้อมกัน อย่างแรกคือรักษาความปลอดภัยด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของคนในพื้นที่ อย่างที่สองคือรักษาความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการบริการที่กำลังเตรียมรับเทศกาล หากเมืองมีข่าวดีเฉพาะเรื่องไฟลดลงแต่ไม่อธิบายว่าฝุ่นยังสูง คนก็อาจเข้าใจคลาดเคลื่อน แต่หากสื่อสารแต่เรื่องวิกฤตโดยไม่ชี้ว่าหน่วยงานเริ่มควบคุมสถานการณ์ได้ดีขึ้น ก็อาจสร้างความตื่นตระหนกเกินความจำเป็นเช่นกัน

ในแง่นี้ การลงพื้นที่ของรองปลัด ทส. และการทำงานร่วมกันของจังหวัดเชียงรายจึงมีความหมายเชิงสัญลักษณ์มาก เพราะมันแสดงให้เห็นว่าเชียงรายไม่ได้รับมือแบบต่างคนต่างทำ แต่กำลังรวมศูนย์ข้อมูลจากภาคป่า ภาคสาธารณสุข ภาคอุตุนิยมวิทยา และภาคปกครองเข้าด้วยกันเพื่อคุมสถานการณ์ในช่วงเปราะบางที่สุดของปี ซึ่งเป็นทิศทางที่น่าจะสำคัญพอ ๆ กับการลดไฟในป่าเอง

จุดคลี่คลายยังขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยพร้อมกัน

เมื่อประเมินจากข้อมูลทั้งหมด จุดคลี่คลายของเชียงรายในระยะสั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับการดับไฟในจังหวัดอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยพร้อมกัน คือ การตรึงจุดความร้อนในพื้นที่ไม่ให้กลับมาพุ่งซ้ำ การลดผลกระทบด้านสุขภาพผ่านหน้ากากและห้องปลอดฝุ่น และความสำเร็จของการหารือข้ามพรมแดนในวันที่ 9 เมษายน ว่าจะช่วยลดแรงกดดันจากต้นทางหมอกควันได้มากน้อยเพียงใด หากทั้ง 3 ด้านเดินหน้าไปพร้อมกัน เชียงรายก็อาจประคองสถานการณ์ผ่านช่วงสงกรานต์ไปได้โดยไม่ให้วิกฤตลุกลามกว่าที่เป็นอยู่

แต่หากปัจจัยภายนอกอย่างจุดความร้อนในเมียนมาและลาวยังทรงตัวสูง หรือสภาพอากาศไม่เอื้อต่อการระบายฝุ่น ต่อให้เชียงรายควบคุมไฟของตัวเองได้ดี เมืองก็ยังอาจต้องอยู่ใต้ฟ้าหม่นต่อไปอีกหลายวัน นี่คือความจริงที่ประชาชนควรรับรู้เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในชีวิตประจำวันอย่างรอบคอบ ทั้งการเดินทาง การทำงานกลางแจ้ง การท่องเที่ยว และการดูแลเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเรื้อรังในครอบครัว

สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย
  • สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 เชียงใหม่
  • สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ GISTDA
  • IQAir
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME