Categories
AROUND CHIANG RAI ENVIRONMENT

บริหารน้ำแม่ลาวด้วยระบบอัจฉริยะ หนุนเกษตรกร 2,000 ไร่แม่สรวย

กรมทรัพยากรน้ำรุกแก้ภัยแล้งแม่สรวย สำรวจน้ำแม่ลาวดันระบบกระจายน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ หนุนเกษตรกว่า 2,000 ไร่ เน้นกลไกชุมชนและถ่ายโอนดูแลสู่ท้องถิ่น

เชียงราย, 1 มีนาคม 2569 – ภาพของภัยแล้งในภาคเหนือมักเริ่มต้นด้วยสัญญาณเดียวกันเสมอ คือระดับน้ำในลำห้วยลดลงเร็ว แปลงเกษตรนอกเขตชลประทานต้องรอฝนอย่างไม่แน่นอน และต้นทุนการสูบน้ำด้วยเครื่องยนต์ยิ่งบั่นทอนรายได้ของเกษตรกรในวันที่ราคาผลผลิตผันผวน เมื่อเงื่อนไขเดิมวนกลับมาอีกครั้ง กลไกแก้ปัญหาที่ตอบโจทย์จึงไม่ใช่เพียงการ “หาน้ำเพิ่ม” แต่ต้องทำให้น้ำ “ถึงไร่นา” อย่างมีระบบ และต้องทำให้ระบบนั้นยืนระยะได้จริงหลังโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ

ภายใต้บริบทดังกล่าว สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 ได้เดินหน้าสำรวจและผลักดันโครงการระบบกระจายน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ในตำบลแม่พริก อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย เพื่อบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่นอกเขตชลประทาน โดยตั้งเป้าสนับสนุนพื้นที่การเกษตรมากกว่า 2,000 ไร่ ครอบคลุม 3 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ 1 บ้านแม่พริก หมู่ 2 บ้านหัวทุ่ง และหมู่ 13 บ้านป่าซางพัฒนา ตามข้อมูลโครงการที่หน่วยงานจัดทำและแนบมา

ลงพื้นที่ตามข้อสั่งการ เร่งประเมินจุดตั้งสถานีสูบน้ำบนพื้นที่สาธารณประโยชน์

ข้อมูลจากหน่วยงานระบุว่า โครงการนี้ใช้น้ำแม่ลาวเป็นแหล่งน้ำต้นทุน โดยเลือกพื้นที่สาธารณประโยชน์ติดลำน้ำประมาณ 4 ไร่ สำหรับเป็นที่ตั้งสถานีสูบน้ำและระบบแผงพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งการใช้พื้นที่สาธารณะจำเป็นต้องดำเนินการบนฐานความยินยอมของชุมชนและการประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ประโยชน์ร่วมกันเป็นไปอย่างโปร่งใสและลดข้อพิพาทในอนาคต

ด้านความเคลื่อนไหวของหน่วยงานในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 มีการสื่อสารภารกิจเชิงรุกด้านภัยแล้งและโครงการระบบกระจายน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ในหลายพื้นที่ พร้อมย้ำการทำงานตามข้อสั่งการของผู้บริหารกรมทรัพยากรน้ำ ขณะที่ข้อมูลการลงพื้นที่แก้ภัยแล้งแม่สรวยเกี่ยวกับ “สำรวจน้ำแม่ลาว” และ “ช่วยเกษตร 2,000 ไร่” ถูกเผยแพร่ผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569

ภาพรวมน้ำเหนืออยู่ระดับดี แต่พื้นที่นอกชลประทานยังเปราะบาง

แม้รายงานสถานภาพน้ำเขื่อนของภาคเหนือ ณ วันที่ 1 มีนาคม 2569 ระบุว่าปริมาตรน้ำในอ่างรวมภาคเหนืออยู่ที่ร้อยละ 78 ของระดับน้ำเก็บกัก หรือ 19,393 ล้านลูกบาศก์เมตร จากความจุ 24,825 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ตัวเลขภาพรวมไม่ได้แปลว่าทุกตำบลจะมีน้ำใช้เพียงพอ โดยเฉพาะพื้นที่เกษตรนอกเขตชลประทานที่ยังต้องพึ่งพาแหล่งน้ำธรรมชาติ และต้องเผชิญความเสี่ยงจากความแปรปรวนของอากาศซึ่งทำให้ฝนมาไม่ตรงฤดูกาล

โครงการที่แม่พริกจึงถูกวางให้เป็นการเชื่อม “น้ำต้นทุน” เข้ากับ “ระบบกระจายน้ำ” ที่คุมต้นทุนพลังงานได้ เพราะในสมการของเกษตรกรรายย่อย ต้นทุนสูบน้ำมักเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถผลักไปที่ราคาขายได้เต็มที่ การลดต้นทุนจึงเท่ากับเพิ่มโอกาสอยู่รอด

เทคนิคของระบบ โซลาร์เซลล์ไม่น้อยกว่า 310 วัตต์ต่อแผง และปั๊มแบบไฮบริด

รายละเอียดทางวิศวกรรมตามข้อมูลที่แนบ ระบุว่า ระบบออกแบบให้เหมาะกับภูมิประเทศลอนคลื่นและพื้นที่ลาดชันของอำเภอแม่สรวย โดยใช้แผงเซลล์แสงอาทิตย์แบบ Crystalline Silicon กำลังไม่น้อยกว่า 310 วัตต์ต่อแผง เครื่องสูบน้ำแบบ Hybrid Submersible Pump และระบบท่อส่งน้ำขนาดใหญ่ชนิด PVC หรือ HDPE เพื่อลดการสูญเสียแรงดัน

สาระสำคัญที่ทำให้โครงการลักษณะนี้ถูกเลือกใช้มากขึ้น คือการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาทดแทนการใช้เครื่องยนต์หรือไฟฟ้าตลอดเวลา ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายระยะยาว และลดข้อจำกัดของพื้นที่ที่ระบบไฟฟ้าอาจไม่เสถียร นอกจากนี้ เอกสารจัดซื้อจัดจ้างของกรมทรัพยากรน้ำในอดีตสะท้อนสเปกแผง Crystalline Silicon ไม่น้อยกว่า 310 วัตต์ที่ถูกใช้เป็นมาตรฐานในโครงการระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งสอดคล้องกับรายละเอียดทางเทคนิคของโครงการแม่พริกที่หน่วยงานระบุ

หอถังสูง 20 เมตรกับความจุ 100 ลูกบาศก์เมตร จุดชี้ชะตาว่าน้ำจะไปถึงปลายทางได้จริง

อีกองค์ประกอบที่ข้อมูลระบุไว้อย่างชัดเจน คือความจำเป็นต้องมีหอถังเก็บน้ำสูง 20 เมตร ความจุ 100 ลูกบาศก์เมตร เพื่อสร้างแรงดันน้ำสำหรับกระจายไปยังพื้นที่ปลายทางในระบบท่อ

ในงานระบบส่งน้ำจริง แรงดันคือคำตอบสุดท้ายของคำถามที่เกษตรกรถามกันทุกปี น้ำจะมาถึงแปลงหรือไม่ หากปลายทางอยู่สูงกว่า หรืออยู่ไกลกว่า ระบบที่ไม่มีแรงดันเพียงพอมักจบลงด้วยการต้องสูบซ้ำและเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม การออกแบบให้มีหอถังสูงจึงไม่ใช่รายละเอียดปลีกย่อย แต่เป็นแกนกลางของประสิทธิภาพทั้งระบบ

ออกแบบรับแรงสั่นสะเทือน เมื่อแผ่นดินไหวกลายเป็นบริบทใหม่ของงานโครงสร้าง

ข้อมูลโครงการระบุว่ามีการคำนึงถึงความทนทานต่อภัยพิบัติทางธรณีวิทยา โดยเฉพาะแผ่นดินไหว ในการออกแบบฐานรากของหอถังและแผงโซลาร์เซลล์

ประเด็นนี้ยิ่งถูกจับตา หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 3.1 ที่ตำบลทรายขาว อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ความลึก 1 กิโลเมตร ซึ่งกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยาบันทึกเหตุการณ์ไว้ และสื่อภูมิภาครายงานว่าเกี่ยวข้องกับการเลื่อนตัวของกลุ่มรอยเลื่อนพะเยา แม้เหตุการณ์ดังกล่าวยังไม่มีรายงานความเสียหายสำคัญ แต่ส่งสัญญาณชัดว่าโครงสร้างสาธารณูปโภคใหม่ ๆ ในภาคเหนือควรยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยมากขึ้น

กลุ่มผู้ใช้น้ำ กติกาเวรน้ำ และกองทุนน้ำ เงื่อนไขที่ทำให้โครงการไม่ตายหลังส่งมอบ

หากด้านวิศวกรรมคือหัวใจ ด้านการบริหารจัดการคือระบบไหลเวียนโลหิต เพราะต่อให้สร้างระบบดีเพียงใด หากไม่มีคนดูแล ไม่มีอะไหล่ ไม่มีเงินซ่อม และไม่มีข้อตกลงร่วมกัน ระบบจะเสื่อมสภาพเร็วเกินกว่าจะคืนทุนทางสังคม

กรมทรัพยากรน้ำให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยแนวทางตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำของหน่วยงานมักกำหนดองค์ประกอบหลัก ได้แก่ การตั้งกลุ่ม การมีคณะกรรมการ การมีกิจกรรมต่อเนื่อง การมีกฎระเบียบโดยเฉพาะรอบเวรการใช้น้ำ และการมีกองทุนเพื่อบำรุงรักษาระบบ โครงสร้างดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อจัดการปัญหาเดิมที่เกิดซ้ำในหลายพื้นที่ คือช่วงแรกมีน้ำใช้ แต่ผ่านไปไม่นานปั๊มเสีย แผงชำรุด ท่อรั่ว และไม่มีงบซ่อม

สำหรับพื้นที่แม่พริก การตั้งกติกาเวรใช้น้ำมีนัยทางสังคมสูง เพราะพื้นที่รับประโยชน์ครอบคลุม 3 หมู่บ้าน เกษตรกรจำนวนมากอาจมีพืชคนละชนิด ระยะให้น้ำคนละแบบ การตกลงร่วมกันจึงต้องทำบนฐานข้อมูลและความเป็นธรรม เพื่อให้ความขัดแย้งเรื่องน้ำไม่บานปลายเป็นปัญหาชุมชน

ถ่ายโอนภารกิจให้ท้องถิ่นตามมติคณะรัฐมนตรี หนุนความยั่งยืนในงบประจำปี

ข้อมูลที่แนบระบุว่า โครงการเตรียมถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่นบรรจุแผนบำรุงรักษาไว้ในงบประมาณประจำปี โดยอ้างถึงมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565

ในเชิงนโยบาย มติคณะรัฐมนตรีวันดังกล่าวมีสาระเกี่ยวกับการขับเคลื่อนการถ่ายโอนภารกิจด้านแหล่งน้ำให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการสนับสนุนให้มีการสำรวจ ซ่อมแซม และส่งต่อให้ท้องถิ่นดูแลร่วมกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง เมื่อวางกรอบนี้ร่วมกับโครงการแม่พริก จะเห็นภาพการกระจายอำนาจด้านน้ำที่ชัดขึ้น กล่าวคือ ส่วนกลางทำหน้าที่ออกแบบและลงทุนระบบหลัก ขณะที่ท้องถิ่นมีบทบาทดูแลบำรุงรักษาและจัดการในชีวิตประจำวัน

ศูนย์เมขลา จากการคาดเดา สู่การจัดการน้ำด้วยข้อมูล

อีกประเด็นที่ข้อมูลแนบระบุ คือการใช้นวัตกรรมข้อมูลจากศูนย์เมขลาเพื่อวิเคราะห์ความชื้นในดินและคาดการณ์ปริมาณน้ำ ช่วยให้การบริหารจัดการน้ำแม่ลาวแม่นยำขึ้น

ศูนย์เมขลาเป็นแพลตฟอร์มภายใต้กองวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์น้ำ กรมทรัพยากรน้ำ โดยมีบทบาทเป็นศูนย์ติดตามและสนับสนุนการคาดการณ์สถานการณ์น้ำด้วยเทคโนโลยี เมื่อข้อมูลถูกนำมาใช้จริงในระดับพื้นที่ จะช่วยลดการจัดสรรน้ำแบบอาศัยความรู้สึกหรือประสบการณ์เพียงอย่างเดียว และเปิดทางให้กติกาเวรน้ำของชุมชนอิงหลักฐานมากขึ้น

มิติผลกระทบที่คาดหวัง น้ำถึงไร่นาเท่ากับลดความเสี่ยงรายได้ทั้งอำเภอ

หากระบบกระจายน้ำสามารถสนับสนุนพื้นที่เกษตรมากกว่า 2,000 ไร่ได้จริง ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะไม่ได้จำกัดอยู่ที่ผลผลิตเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่จะสะท้อนผ่านรายได้ครัวเรือน การจ้างงานตามฤดูกาล การลดต้นทุนสูบน้ำ และความสามารถในการวางแผนเพาะปลูกของเกษตรกร

ในอีกด้านหนึ่ง โครงการลักษณะนี้ยังเชื่อมโยงกับความมั่นคงด้านอาหารของจังหวัด เพราะพื้นที่เกษตรนอกชลประทานจำนวนมากคือฐานผลิตพืชอาหารและพืชเศรษฐกิจ หากพื้นที่เหล่านี้สูญเสียผลผลิตจากภัยแล้งซ้ำซาก ต้นทุนจะย้อนกลับมาที่ผู้บริโภคผ่านราคาอาหารที่สูงขึ้น

อยู่ที่การดูแลหลังติดตั้ง มากกว่าวันเปิดโครงการ

โครงการโครงสร้างพื้นฐานมักถูกวัดความสำเร็จในวันก่อสร้างเสร็จ แต่สำหรับระบบน้ำ ความสำเร็จจริงเริ่มนับจากวันถัดไปที่เกษตรกรเปิดวาล์วแล้วน้ำไหลถึงปลายท่อ และเริ่มนับอีกครั้งเมื่อผ่านฤดูแล้งไปหนึ่งรอบแล้วระบบยังทำงานได้

ดังนั้น สิ่งที่ต้องจับตาหลังจากนี้ คือการจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำให้เป็นรูปธรรม การทำกติกาเวรน้ำที่ทุกหมู่บ้านยอมรับร่วมกัน การตั้งกองทุนน้ำที่มีวินัยทางการเงิน และการทำแผนซ่อมบำรุงที่เชื่อมกับงบของ อปท. หาก 4 องค์ประกอบนี้ทำได้ โครงการจะไม่กลายเป็นสินทรัพย์ที่เสื่อมสภาพเร็ว แต่จะเป็นเครื่องมือคุมความเสี่ยงของชุมชนในระยะยาว

สิ่งที่ประชาชนทำได้ทันที ระหว่างรอการผลักดันโครงการ

ประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่สามารถเริ่มต้นได้ทันทีโดยไม่ต้องรอเครื่องจักรลงพื้นที่ ได้แก่

  • เข้าร่วมกระบวนการตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำ และช่วยกันกำหนดกติกาเวรน้ำที่เป็นธรรม
  • สนับสนุนการตั้งกองทุนน้ำเพื่อซ่อมบำรุง โดยกำหนดรูปแบบการสมทบที่โปร่งใส ตรวจสอบได้
  • ช่วยกันสำรวจแนวท่อ จุดเสี่ยงรั่ว และพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม เพื่อให้ข้อมูลภาคสนามสนับสนุนการออกแบบ
  • ติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศจากช่องทางทางการ โดยเฉพาะข้อมูลจากศูนย์เมขลา
สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ องค์การมหาชน
  • ข้อมูลศูนย์เมขลา กรมทรัพยากรน้ำ ในฐานะแพลตฟอร์มติดตามและคาดการณ์สถานการณ์น้ำด้วยเทคโนโลยี
  • บันทึกเหตุแผ่นดินไหว 28 กุมภาพันธ์ 2569 ขนาด 3.1 ความลึก 1 กิโลเมตร ตำบลทรายขาว อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย จากกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา และรายงานสื่อภูมิภาค
  • สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

แม่สายน้ำท่วมหนัก ประปาเริ่มจ่ายน้ำช่วยเหลือประชาชน

แม่สายฟื้นตัวจากอุทกภัย: การประปาฯ และหน่วยงานท้องถิ่นระดมช่วยเหลือประชาชน

เชียงราย, 24 พฤษภาคม 2568 – อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เผชิญสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันจากฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางดึกของวันที่ 23 พฤษภาคม 2568 ส่งผลให้แม่น้ำสายเอ่อล้นตลิ่ง ท่วมชุมชนและพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ อย่างไรก็ตาม ด้วยความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่น รวมถึงการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) สาขาแม่สาย ที่เริ่มทยอยจ่ายน้ำประปาให้ประชาชนได้ตั้งแต่เวลา 19.00 น. ของวันที่ 24 พฤษภาคม 2568 สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย พร้อมความหวังที่ชุมชนจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว การระดมกำลังจากกรมทรัพยากรน้ำ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย และหน่วยงานในพื้นที่ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการบรรเทาความเดือดร้อนและปกป้องชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในยามวิกฤต

ฝนกระหน่ำและสายน้ำที่โหมกระพือ

ในช่วงค่ำของวันที่ 23 พฤษภาคม 2568 ท้องฟ้าเหนืออำเภอแม่สายเริ่มมืดครึ้มด้วยเมฆฝนหนาที่ยังคงเทน้ำลงมาอย่างต่อเนื่อง ชาวบ้านในชุมชนริมแม่น้ำสาย เช่น บ้านปิยะพร และชุมชนใกล้ตลาดสายลมจอย เริ่มสังเกตเห็นระดับน้ำในแม่น้ำที่สูงขึ้นอย่างผิดปกติ ฝนที่ตกหนักในพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำ รวมถึงในฝั่งเมียนมา ทำให้แม่น้ำสายรับน้ำปริมาณมหาศาลจนเกินกว่าพนังกั้นน้ำจะรับไหว ไม่นาน น้ำเริ่มล้นตลิ่ง ไหลเข้าท่วมถนน พื้นที่ลุ่มต่ำ และบ้านเรือนของประชาชนอย่างรวดเร็ว

สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อน้ำท่วมขยายวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เช่น ตลาดสายลมจอย และบริเวณด่านพรมแดนไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 ชาวบ้านจำนวนมากต้องเผชิญกับความสูญเสียทรัพย์สิน ขณะที่ระบบสาธารณูปโภค เช่น น้ำประปาและไฟฟ้า ถูกตัดขาดจากน้ำท่วมและตะกอนโคลนที่ไหลเข้าปิดกั้นระบบ การประปาส่วนภูมิภาคสาขาแม่สายต้องหยุดจ่ายน้ำชั่วคราว เนื่องจากน้ำดิบมีความขุ่นสูงเกินกว่าที่จะนำมาผลิตน้ำประปาได้ ความหวังของประชาชนในพื้นที่เริ่มริบหรี่ ขณะที่หลายครอบครัวต้องอพยพไปยังที่สูงเพื่อความปลอดภัย

เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่แม่สายต้องเผชิญกับภัยพิบัติจากแม่น้ำสาย ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พื้นที่นี้เผชิญกับน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูมรสุมที่ฝนตกหนักและน้ำจากลุ่มน้ำในเมียนมาไหลบ่าลงมา ชาวบ้านในชุมชนเริ่มตั้งคำถามถึงความพร้อมของโครงสร้างป้องกันน้ำท่วมและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ ขณะที่หน่วยงานท้องถิ่นและรัฐบาลต้องเร่งหาทางแก้ไขเพื่อลดความเสียหายและฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชน

การระดมกำลังช่วยเหลือและฟื้นฟู

เมื่อสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มรุนแรง หน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดเชียงรายและระดับชาติไม่รอช้าที่จะลงมือปฏิบัติการช่วยเหลือทันที กรมทรัพยากรน้ำ ภายใต้การนำของนายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ สั่งการให้สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 จัดเตรียมเครื่องจักรและกำลังพลเพื่อเข้าสนับสนุนพื้นที่ประสบภัยในอำเภอแม่สาย โดยนายนิทัศน์ สุดดีพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 มอบหมายให้นายศิริศักดิ์ เกษารัตน์ ผู้อำนวยการส่วนการจัดสรรน้ำที่ 1 ลำปาง นำทีมเจ้าหน้าที่ 15 คน พร้อมเครื่องจักร ได้แก่ เครื่องสูบน้ำขนาด 12 นิ้ว 2 ชุด เครื่องสูบน้ำขนาด 3 นิ้ว 3 ชุด และรถบรรทุกน้ำขนาด 6,000 ลิตร 1 คัน เข้าติดตั้งเครื่องสูบน้ำในจุดวิกฤต เช่น ตลาดสายลมจอย ชุมชนบ้านปิยะพร และพื้นที่ลุ่มต่ำ เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่

ในขณะเดียวกัน องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย ภายใต้การนำของนางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย และรองผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย ระดมทรัพยากรเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยมอบหมายให้นายสุธีระพงษ์ วันไชยธนวงศ์ รองนายก อบจ.เชียงราย พร้อมทีมงาน นำกระสอบทราย 9,000 ใบ รถบรรทุกน้ำ 4 คัน รวมถึงรถดับเพลิงที่บรรทุกน้ำได้ 12,000 ลิตร และเครื่องสูบน้ำ 4 ชุด เข้าสนับสนุนชุมชนในพื้นที่ประสบภัย นอกจากนี้ อบจ.เชียงรายยังส่งรถไถ 1 คัน เพื่อช่วยเคลียร์ตะกอนโคลนและสิ่งกีดขวางในพื้นที่น้ำท่วม

การประปาส่วนภูมิภาคสาขาแม่สาย ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญในการจัดหาน้ำสะอาดให้ประชาชน ทำงานอย่างหนักเพื่อฟื้นฟูระบบน้ำประปา หลังจากน้ำดิบในแม่น้ำสายมีความขุ่นสูงจนไม่สามารถผลิตน้ำได้ในช่วงแรก เมื่อสถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลายและค่าความขุ่นลดลง ทีมงานของ กปภ.สาขาแม่สายสามารถเริ่มผลิตน้ำได้ในช่วงบ่ายของวันที่ 24 พฤษภาคม 2568 และทยอยจ่ายน้ำเข้าสู่ระบบท่อตั้งแต่เวลา 18.40 น. โดยคาดว่าจะสามารถให้บริการได้เต็มรูปแบบภายในเวลา 19.00 น. ของวันเดียวกัน กปภ.สาขาแม่สายออกแถลงการณ์ขออภัยในความไม่สะดวกและยืนยันความมุ่งมั่นในการฟื้นฟูการให้บริการโดยเร็วที่สุด

นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายบริเวณด่านพรมแดนไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 ร่วมกับนายสุธีระพงษ์ วันไชยธนวงศ์ และทีมงาน พบว่าระดับน้ำในแม่น้ำสายสูงเกินพนังกั้นน้ำ ส่งผลให้น้ำล้นผ่านกระสอบทรายแบบบิ๊กแบ็กที่กั้นไว้ใต้สะพาน ไหลเข้าท่วมชุมชนริมน้ำอย่างรวดเร็ว ผู้ว่าฯ สั่งการให้ทุกหน่วยงานในพื้นที่ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งระบายน้ำและป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนให้ติดตามข่าวสารและแจ้งเหตุฉุกเฉินผ่านหน่วยงานท้องถิ่น

การทำงานร่วมกันของหน่วยงานต่างๆ ไม่เพียงมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังรวมถึงการวางแผนป้องกันน้ำท่วมในระยะยาว เทศบาลตำบลแม่สายได้รับการสนับสนุนกระสอบทรายและเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมจาก อบจ.เชียงราย เพื่อใช้ในการบริหารจัดการน้ำในระดับชุมชน ขณะที่กรมทรัพยากรน้ำเตรียมประสานงานกับหน่วยงานข้ามพรมแดนในเมียนมา เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำสายและลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมในอนาคต

ความหวังและการฟื้นตัวของชุมชน

เมื่อถึงช่วงเย็นของวันที่ 24 พฤษภาคม 2568 สถานการณ์ในอำเภอแม่สายเริ่มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ระดับน้ำในแม่น้ำสายค่อยๆ ลดลง หลังจากฝนหยุดตกและเครื่องสูบน้ำทำงานอย่างต่อเนื่อง ชุมชนที่ได้รับผลกระทบ เช่น บ้านปิยะพร และพื้นที่ใกล้ตลาดสายลมจอย เริ่มเห็นน้ำลดลงจากถนนและบ้านเรือน การกลับมาของระบบน้ำประปาจาก กปภ.สาขาแม่สาย ช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงน้ำสะอาดสำหรับอุปโภคและบริโภคได้อีกครั้ง ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญของการฟื้นตัว

การสนับสนุนจาก อบจ.เชียงราย เช่น รถบรรทุกน้ำและกระสอบทราย ช่วยให้ชุมชนสามารถจัดการกับน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นายสุธีระพงษ์ วันไชยธนวงศ์ รองนายก อบจ.เชียงราย กล่าวว่า “เราจะอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกสถานการณ์ภัยพิบัติ และจะทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานเพื่อให้แม่สายกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด” การลงพื้นที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดและทีมงานยังช่วยสร้างขวัญกำลังใจให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

ในระยะยาว หน่วยงานต่างๆ มีแผนที่จะปรับปรุงโครงสร้างป้องกันน้ำท่วม เช่น การเสริมพนังกั้นน้ำและการขุดลอกลำน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมในอนาคต การประสานงานข้ามพรมแดนกับเมียนมาเพื่อจัดการลุ่มน้ำสายอย่างบูรณาการก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญ นอกจากนี้ ชุมชนในแม่สายจะได้รับการสนับสนุนด้านการฟื้นฟูเศรษฐกิจ เช่น การช่วยเหลือผู้ประกอบการในตลาดสายลมจอย เพื่อให้สามารถกลับมาเปิดร้านและดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ

ผลลัพธ์และความท้าทาย

การจัดการน้ำท่วมในอำเภอแม่สายครั้งนี้ประสบความสำเร็จในหลายด้าน ดังนี้:

  1. การตอบสนองอย่างรวดเร็ว การระดมเครื่องจักร กำลังพล และทรัพยากรจากกรมทรัพยากรน้ำ อบจ.เชียงราย และ กปภ.สาขาแม่สาย ช่วยลดผลกระทบและเร่งการฟื้นฟูได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  2. การประสานงานระหว่างหน่วยงาน ความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่น รวมถึงการทำงานร่วมกับชุมชน สร้างความเข้มแข็งในการรับมือภัยพิบัติ
  3. การฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภค การกลับมาของน้ำประปาภายใน 24 ชั่วโมงหลังน้ำท่วมแสดงถึงความพร้อมของ กปภ.สาขาแม่สายในการจัดการวิกฤต
  4. การสร้างขวัญกำลังใจ การลงพื้นที่ของผู้นำท้องถิ่นและผู้ว่าราชการจังหวัดช่วยให้ประชาชนรู้สึกได้รับการดูแลและสนับสนุน

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์นี้ยังเผยให้เห็นความท้าทายที่ต้องแก้ไข:

  1. โครงสร้างป้องกันน้ำท่วมที่ไม่เพียงพอ พนังกั้นน้ำและกระสอบทรายแบบบิ๊กแบ็กไม่สามารถต้านทานน้ำปริมาณมากได้ แสดงถึงความจำเป็นในการลงทุนพัฒนาโครงสร้างที่แข็งแรงกว่า
  2. การพึ่งพาน้ำจากลุ่มน้ำข้ามพรมแดนnน้ำท่วมส่วนหนึ่งเกิดจากฝนตกหนักในเมียนมา ซึ่งต้องมีการประสานงานข้ามชาติเพื่อบริหารจัดการน้ำ
  3. ความเปราะบางของชุมชนลุ่มต่ำ ชุมชนริมแม่น้ำสายยังคงเสี่ยงต่อน้ำท่วมซ้ำซาก ต้องมีการยกระดับที่อยู่อาศัยและวางแผนผังเมืองใหม่
  4. ผลกระทบทางเศรษฐกิจ ตลาดสายลมจอยและผู้ประกอบการในพื้นที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นในระยะสั้น

เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ ควรมีการดำเนินการเพิ่มเติม ดังนี้:

  • ลงทุนในโครงสร้างป้องกันน้ำท่วม สร้างเขื่อนหรือพนังกั้นน้ำที่ทนทาน และขุดลอกลำน้ำเพื่อเพิ่มความจุน้ำ
  • พัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า ใช้เทคโนโลยี เช่น แอปพลิเคชันแจ้งเตือนน้ำท่วม เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวได้ทันท่วงที
  • ประสานงานข้ามพรมแดน สร้างความร่วมมือกับเมียนมาในการบริหารจัดการลุ่มน้ำสาย เพื่อลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม
  • สนับสนุนการฟื้นฟูเศรษฐกิจ จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ประกอบการและให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อฟื้นฟูธุรกิจ

สถิติและแหล่งอ้างอิง

เพื่อให้เห็นภาพความรุนแรงของน้ำท่วมและความสำคัญของการจัดการภัยพิบัติ ข้อมูลต่อไปนี้รวบรวมจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ:

  1. จำนวนครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในแม่สาย
    • ในปี 2567 น้ำท่วมในอำเภอแม่สายส่งผลกระทบต่อครัวเรือนกว่า 51,865 ครัวเรือน โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำ
    • แหล่งอ้างอิง: กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย. (2567). รายงานสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดเชียงราย.
  2. ความเสียหายทางเศรษฐกิจ
    • น้ำท่วมในแม่สายเมื่อปี 2567 สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจประมาณ 4,000 ล้านบาท โดยเฉพาะในพื้นที่ตลาดสายลมจอยและชุมชนริมน้ำ
    • แหล่งอ้างอิง: หอการค้าไทย. (2567). รายงานผลกระทบน้ำท่วมต่อเศรษฐกิจจังหวัดเชียงราย.
  3. การสนับสนุนจากหน่วยงาน
    • ในปี 2567 หน่วยงานท้องถิ่นและรัฐบาลใช้เครื่องสูบน้ำกว่า 50 ชุดและกระสอบทรายกว่า 100,000 ใบในการจัดการน้ำท่วมทั่วภาคเหนือ
    • แหล่งอ้างอิง: กรมทรัพยากรน้ำ. (2567). รายงานการจัดการภัยพิบัติน้ำท่วมภาคเหนือ.
  4. ความถี่ของน้ำท่วมในแม่สาย
    • อำเภอแม่สายเผชิญน้ำท่วมจากแม่น้ำสายเฉลี่ย 3–4 ครั้งต่อปีในช่วงฤดูมรสุม (กรกฎาคม–ตุลาคม)
    • แหล่งอ้างอิง: สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ. (2567). รายงานสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำสา

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : 

  • การประปาส่วนภูมิภาคสาขาแม่สาย
  • กรมทรัพยากรน้ำ
  • สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1
  • องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย
  • เทศบาลตำบลแม่สาย
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

อนุรักษ์ ‘หนองฮ่าง’ กรมน้ำฯ ถกแผนฟื้นฟูระบบนิเวศ

เชียงรายเดินหน้าฟื้นฟู “พื้นที่ชุ่มน้ำหนองฮ่าง” มุ่งอนุรักษ์ระบบนิเวศอย่างยั่งยืน

ประเทศไทย, 2 พฤษภาคม 2568 – กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการค่าใช้จ่ายในการศึกษาความเหมาะสม สำรวจ ออกแบบพื้นที่ชุ่มน้ำหนองฮ่าง จังหวัดเชียงราย เพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟูระบบนิเวศ และทรัพยากรธรรมชาติ ณ ห้องประชุมศรีจอมทอง ชั้น 2 โรงแรมไชยนารายณ์ ริเวอร์ไซด์ อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย โดยมีนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยนายบุญเกิด ร่องแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงราย ผู้แทนกรมทรัพยากรน้ำ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ และประชาชนผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง

จุดเริ่มต้นของโครงการและความสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำหนองฮ่าง

โครงการนี้มีจุดเริ่มต้นจากความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมของพื้นที่ชุ่มน้ำหนองฮ่าง จังหวัดเชียงราย ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติของประเทศไทย ตั้งอยู่ในเขตตำบลทานตะวัน ตำบลหัวง้ม และตำบลม่วงคำ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ครอบคลุมพื้นที่รวมประมาณ 1,743 ไร่ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองฮ่างประกอบด้วยแหล่งน้ำขนาดเล็ก 3 แห่ง และที่ราบลุ่มแม่น้ำฮ่าง มีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าหลากหลายชนิดทั้งสัตว์น้ำ สัตว์บก และนกอพยพที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง เป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร การประมง และแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สำคัญของจังหวัดเชียงราย

เนื่องจากที่ผ่านมาพื้นที่ชุ่มน้ำหนองฮ่างเผชิญกับปัญหาสภาพแวดล้อมเสื่อมโทรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ไม่เหมาะสม ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ การขยายตัวของชุมชน รวมถึงปัญหาคุณภาพน้ำที่ด้อยลงจากกิจกรรมของมนุษย์ ทำให้กรมทรัพยากรน้ำจำเป็นต้องเร่งดำเนินการศึกษา สำรวจ ออกแบบมาตรการที่เหมาะสมเพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้อย่างยั่งยืน

การประชุมปัจฉิมนิเทศ สู่การบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อสรุปผลการศึกษาความเหมาะสมของโครงการที่ได้ดำเนินงานมาตลอดช่วงปีที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันของทุกฝ่าย และนำไปสู่การจัดทำแผนแม่บทการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำหนองฮ่างอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งยังเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ เพื่อให้ข้อเสนอแนะต่างๆ ได้ถูกนำไปประกอบการปรับปรุงแก้ไขรายงานการศึกษาฉบับสมบูรณ์ให้สอดคล้องกับสภาพปัญหา และตรงกับความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง

ในการประชุมครั้งนี้ ได้มีการนำเสนอข้อมูลสรุปแผนแม่บทสำหรับการอนุรักษ์ ฟื้นฟูระบบนิเวศ พร้อมด้วยมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมถึงแผนการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำหนองฮ่างแบบบูรณาการ โดยทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้เสนอข้อคิดเห็นเพิ่มเติมในประเด็นสำคัญ เช่น การควบคุมการใช้ที่ดินในพื้นที่ การฟื้นฟูคุณภาพน้ำให้กลับมาสู่สภาพปกติ การจัดตั้งเครือข่ายเฝ้าระวังและติดตามสภาพแวดล้อม และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม

วิเคราะห์ความสำเร็จและข้อเสนอแนะจากการประชุม

จากการประชุม มีข้อเสนอแนะสำคัญจากประชาชนและหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง คือ การสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เน้นให้ประชาชนท้องถิ่นเข้ามามีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์ และการพัฒนาทักษะการจัดการทรัพยากรน้ำให้แก่ชุมชน เพื่อให้สามารถดำเนินงานต่อเนื่องได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นชอบร่วมกันว่า โครงการนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจชุมชนโดยรวม โดยเฉพาะในด้านการเกษตรและการท่องเที่ยว ที่สามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สถิติสำคัญเกี่ยวกับพื้นที่ชุ่มน้ำหนองฮ่าง จังหวัดเชียงราย

จากรายงานกรมทรัพยากรน้ำ (2567) พบว่า พื้นที่ชุ่มน้ำหนองฮ่างมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง โดยพบพันธุ์สัตว์ป่าอาศัยอยู่ไม่น้อยกว่า 120 ชนิด แบ่งเป็นสัตว์ปีกจำนวน 60 ชนิด สัตว์น้ำและสัตว์บกอีกประมาณ 60 ชนิด นอกจากนี้ ยังมีประชาชนในพื้นที่ที่พึ่งพิงทรัพยากรน้ำเพื่อการเกษตรและประมงไม่ต่ำกว่า 1,500 ครัวเรือน โดยพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้สามารถสร้างรายได้จากกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศและการเกษตรได้ปีละไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท (ที่มา: กรมทรัพยากรน้ำ, รายงานการศึกษาความเหมาะสมโครงการหนองฮ่าง ปี 2567)

สรุปและก้าวต่อไปของโครงการ

การดำเนินการโครงการพื้นที่ชุ่มน้ำหนองฮ่างครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการฟื้นฟูระบบนิเวศของจังหวัดเชียงรายให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง โดยจะนำไปสู่การดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมกับสร้างความร่วมมือจากประชาชนทุกภาคส่วน ซึ่งกรมทรัพยากรน้ำจะนำผลสรุปและข้อเสนอแนะจากการประชุมครั้งนี้ ไปปรับปรุงให้เกิดแผนการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพสูงสุดต่อไปในอนาคต

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย
  • กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (2567) รายงานการศึกษาความเหมาะสมโครงการพื้นที่ชุ่มน้ำหนองฮ่าง จังหวัดเชียงราย
  • สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงราย (2567)
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE