Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

อบจ.เชียงราย สนับสนุนพัฒนาศักยภาพ เปิดโครงการส่งเสริมอาชีพให้ประชาชน รุ่นที่ 7

 

เมื่อวันจันทร์ที่ 11 มีนาคม 2567 เวลา 09.00 น. ณ หอประชุมอาคารคชสาร สนามกีฬากลางองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เป็นประธานพิธีเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมอาชีพให้กับประชาชนในจังหวัดเชียงราย (กิจกรรมที่ 12 ศึกษาดูงานเพื่อพัฒนาทักษะการประกอบอาชีพ) รุ่นที่ 7 โดยมี นายอัมรินทร์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย เขต 1 นางสาวนิโลบล ชาติเงิน ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม หัวหน้าส่วนราชการ และผู้เข้าอบรม ให้การต้อนรับ

 

สำหรับการจัดโครงการพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมอาชีพให้กับประชาชนในจังหวัดเชียงราย (กิจกรรมที่ 12 ศึกษาดูงานเพื่อพัฒนาทักษะการประกอบอาชีพ) รุ่นที่ 7 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมอาชีพให้กับประชาชนในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงรายให้มีรายได้และมีกิจกรรมเสริม สามารถยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความสุขบนพื้นฐานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สนับสนุนการพัฒนาเครือข่ายประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย หรือการพัฒนาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งจะสามารถเป็นกลไกในการบริหารจัดการกลุ่มเครือข่ายอาชีพได้อย่างต่อเนื่อง สร้างโอกาสและทางเลือกในการประกอบอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยมีผู้รับการอบรมในครั้งนี้ ได้แก่ ประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมโครงการ จำนวน 90 คน
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ศึกษาข้อมูลเชิงลึกเพิ่มประสิทธิภาพ บูรณาการ (ผู้ว่า CEO) จ.เชียงราย

 

เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 67 นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นายบุญส่ง ตินารี นายอำเภอเมืองเชียงราย ผู้แทนนายอำเภอทั้ง 18 อำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ นายบัณฑูรย์ เศรษฐศิโรตม์ ประธานอนุกรรมการพัฒนาระบบราชการเกี่ยวกับการส่งเสริมการบริหารภาครัฐระบบเปิดและการมีส่วนร่วม นางอารีย์พันธ์ เจริญสุข รองเลขาธิการ ก.พ.ร. พร้อมคณะจากส่วนกลาง ที่บริเวณพื้นที่ศึกษาข้อมูลเชิงลึก โคก หนอง นา โมเดล ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติดอยอินทรีย์ วัดพุทธอุทยานดอยอินทรีย์ ตำบลดอยฮาง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย 

 

ในโอกาสลงพื้นที่ศึกษาข้อมูลเชิงลึกเพื่อขับเคลื่อนแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานเชิงพื้นที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดแบบบูรณาการ (ผู้ว่า CEO) โดยเลือกจังหวัดเชียงรายเป็นอันดับที่ 1 ของประเทศ โดยมีอีก 4 จังหวัดคือ จังหวัดขอนแก่น บุรีรัมย์ อุบลราชธานี และจังหวัดเพชรบุรี รวม 5 จังหวัดเป้าหมาย โดยมี พระอาจารย์วิบูลย์ ธมฺมเตโช ที่ปรึกษาเจ้าอาวาสวัดพุทธอุทยานดอยอินทรีย์ ให้เกียรติบรรยายสรุปเกี่ยวกับโครงการต่างๆ ของทางศูนย์กสิกรรมธรรมชาติดอยอินทรีย์ ที่มีการปรับพื้นที่ให้เป็นเศรษบกิจพอเพียง ป่า 3 อย่าง ปรโยชน์ 4 อย่าง สนองพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา และขับเคลื่อนการพัฒนาตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน การขับเคลื่อนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนต้นแบบพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ โคก หนอง นา ดอยอินทรีย์ เป็นพื้นที่ป่าไม้ที่อยู่ภายใต้การดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ซึ่งแต่เดิมประชาชนในพื้นที่ได้รุกล้ำพื้นที่ป่าไม้โดยการแผ้วถางเผาป่า ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำเข้าไปทำเกษตรเชิงเดียว ได้แก่ การปลูกข้าวโพด การปลูกสับปะรด การปลูกถั่วเหลือง อีกทั้งยังมีการใช้สารเคมีแหล่งพื้นที่สร้างอาหารถูกทำลาย สัตว์ป่าเสียชีวิต

 

 

พระอาจารย์วิบูลย์ ธัมเมเตโช ที่ปรึกษาเจ้าอาวาสวัดพุทธดอยอินทรีย์ จึงได้หาวิธีการแก้ไขปัญหาร่วมกับหน่วยงานราชการ ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น ประชาชนจิตศรัทธา เพื่อรักษาแหล่งต้นน้ำทำนุบำรุงรักษาผืนป่า จึงขอรับการสนับสนุนจากสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดินองค์การมหาชน ในการจัดสรรที่ดินให้ครอบครัวที่ไม่มีที่ดินทำกิน และที่อยู่อาศัยครอบครัวละ 1 ไร่ แล้วเปลี่ยนแนวคิดของคนในชุมชน ให้เกิดการรักษาทรัพยากรที่ก่อเกิดแหล่งอาหารก่อเกิดสิ่งมีชีวิตโดยน้อมนำแนวทางศาสตร์พระราชา เกษตรทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สู่แนวคิด“เขียนตำราลงดิน”มาเป็นแนวทางปฏิบัติให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

จัดใหญ่ไหว้สา มหาชินธาตุเจ้าดอยตุง ชมขบวนแห่น้ำทิพย์ และการแสดง

 

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2567 ที่พระธาตุดอยตุง ต.ห้วยไคร้ อ.แม่สาย จ.เชียงราย พระพุทธิวงศ์วิวัฒน์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย เจ้าอาวาสวัดพระสิงห์ (พระอารามหลวง) รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยตุง พร้อมด้วย พระเซ็งกิม กตสิทโธ เจ้าอาวาสวัดกิ่วกาญจน์ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ในฐานะประธานกรรมการดำเนินจัดงาน วัดพระธาตุดอยตุง แถลงข่าว การเตรียมความพร้อมการจัดงาน “ต๋ามฮอยศรัทธา 2006 ปี๋เมินมา หกเป็งวันทา ไหว้สาพระมหาชินธาตุเจ้าดอยตุง” ประจำปี 2567 ซึ่งงานดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันที่ 23 มีนาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป และจะะมีพิธีสรงน้ำพระธาตุดอยตุง ในวันที่ 24 มีนาคม 2567 อีกด้วย

 

พระพุทธิวงศ์วิวัฒน์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย เจ้าอาวาสวัดพระสิงห์ (พระอารามหลวง) รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยตุง กล่าวว่า พระธาตุดอยตุงถือว่ามีประวัติอันยาวนาน และเป็นปฐมเจดีย์ของล้านนา ซึ่งชาวเชียงรายถือว่าโชคดี ที่พระธาตุเจ้าดอยตุง ซึ่งเป็นที่บรรจุพระรากขวัญเบื้องซ้าย (กระดูกไหปลาร้าข้างซ้าย) ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และมีการสรงน้ำพระธาตุดอยตุงทุกปีตรงกับเดือน 4 เดือน 6 เหนือ ขึ้น 15 ค่ำ ซึ่งถือว่าเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ปีนี้ตรงกับ วันที่ 23 และ 24 มีนาคม 2567 จึงขอเชิญชวนชาวพุทธมาร่วมในพิธีนี้ โดยวันที่ 23 มีนาคม 2567 จะเป็นพิธีตักน้ำจากบ่อน้ำทิพย์ เพื่อประกอบพิธีและในวันที่ 24 มีนาคม 2567 จะเป็นพิธีสรงน้ำพระธาตุดอยตุง
 
 
 
ทางด้าน พระเซ็งกิม กตสิทโธ เจ้าอาวาสวัดกิ่วกาญจน์ ประธานกรรมการดำเนินจัดงาน วัดพระธาตุดอยตุง กล่าวว่า ในปีนี้จะจัดยิ่งใหญ่กว่าปีที่ผ่านมา ในการนำการแสดงแสง สี เสียง สื่อผสม จินตภาพแห่งความมหัศจรรย์ มาจัดแสดงเรื่องการสร้างพระธาตุดอยตุง เป็นบทละคร จะทำให้เป็นสิ่งเข้าถึงทุกคนได้ง่ายและรวดเร็ว จึงได้กราบนำเรียน ขออนุญาต พระพุทธิวงศ์วิวัฒน์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย เพื่อดำเนินการ ซึ่งเชื่อว่าการจัดดังกล่าวจะทำให้ทุกคนรู้จักพระธาตุดอยตุงมากขึ้น และเดินทางมาท่องเที่ยว มาขอพร จนเป็นที่มาของการสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนและจังหวัดเชียงรายต่อไป
 
 
 
ทั้งนี้ ยังมี กิจกรรมอื่นๆ แสดงศิลปวัฒนธรรม พิธีตักน้ำทิพย์ ขบวนน้ำสรงพระราชทาน ผ้าห่มพระธาตุพระราชทาน และเครื่องสักการะ พิธีถวายเครื่องสักการะ พระธาตุดอยตุง พร้อมขบวนชาติพันธุ์ 18 ชาติพันธุ์ ขบวนมวลชนและเครื่องสักการะของส่วนราชการ 18 อำเภอ บูชาตุงประจำปีเกิด บูชาน้ำเต้าบรรจุน้ำทิพย์ กาดกำกิ๋นชาติพันธุ์ ขบวนแห่น้ำทิพย์และเครื่องสักการะหกเป็งวันทาไหว้สาพระมหาชินธาตุเจ้าดอยตุง และชมการแสดงจินตภาพแห่งความมหัศจรรย์ละครประกอบแสงสีเสียง.
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เปิดโครงการกีฬาและนันทนาการเครือข่ายสาธารณสุข อำเภอเทิง

 

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2567 เวลา 09.00 น. นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการกีฬาและนันทนาการประชาชนจังหวัดเชียงราย มหกรรมสร้างเสริมสุขภาพประชาชนและเครือข่ายสาธารณสุข อำเภอเทิง ณ สนามกีฬาโรงเรียนบ้านบุนนาค ตำบลหงาว อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นายชัยสิทธิ์ ชัยเนตร เลขานุการนายก อบจ.เชียงราย และนายบุญตัน เสนคำ สมาชิกสภา อบจ.เชียงราย เขต 1 อ.เทิง โดยมี นางลัดดา สมหนองบัว ปลัดอำเภอเทิง กล่าวต้อนรับ และนายธีรพงศ์ พงศ์วิกรานต์ ประธานชมรมเครือข่ายสุขภาพอำเภอเทิง เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วยผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น และเครือข่ายด้านสุขภาพในพื้นที่ เข้าร่วมพิธีเปิดในครั้งนี้ด้วย

 

การจัดการแข่งขันกีฬาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการออกกำลังกายและเล่นกีฬามวลชนให้เป็นวิถีชีวิตของประชาชนในอำเภอเทิง เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนได้ออกกำลังและเล่นกีฬา มีสุขภาพที่แข็งแรงใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข และเป็นแกนนำในการกระตุ้นให้ประชาชนได้ออกกำลังกาย สร้างความรักสามัคคีในหมู่เหล่า เป็นพลังในการเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอเทิง ในการพัฒนาให้เกิดศักยภาพการพัฒนาในทุกๆ ด้าน เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นของทุกตำบล ทุกท้องที่ที่ได้ร่วมกิจกรรมการแข่งขันกีฬาและนันทนาการ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ประกอบด้วยกลุ่มประชาชนในเขตอำเภอเทิงกว่า 2,500 คน
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

พช.เชียงราย เฝ้าฯ รับเสด็จ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทอดพระเนตรนิทรรศการและการจัดงานแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชนภาคเหนือ

 

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2567 เวลา 13.00 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทอดพระเนตรนิทรรศการและการจัดงานแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไทยและงานหัตถกรรมภูมิปัญญาชุมชนภาคเหนือ ตามโครงการพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลงภูมิปัญญาชุมชนไทย ณ สวนซากุระ และสวน 80 สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง หมู่ที่ 5 ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ 

 

โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการปกครอง นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายพิชัย คำเกิด หัวหน้าสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง นางสาวธนนนท์ นิรามิษ ภริยารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นางกุลทรัพย์ ชื่นโกสุม ประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน นางกุสุมาล พงษ์สิทธิถาวร ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยข้าราชการและประชาชน เฝ้าฯ รับเสด็จ

 

ในการนี้ นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นางสุภาเพ็ญ ศิริมาตย์ ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเชียงราย นางอำไพ บัวระดก พัฒนาการจังหวัดเชียงราย ได้นำกลุ่มผู้ประกอบการ OTOP ประเภทผ้าชาติพันธุ์ จำนวน 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสตรีทอผ้าศรีดอนชัย อ.เชียงของ (ชาติพันธุ์ไทลื้อ) กลุ่มปักผ้าด้วยมือบ้านสันกอง อ. แม่จัน (ชาติพันธุ์อาข่า) กลุ่มผ้าเขียนเทียน บ้านห้วยหาน อำเภอเวียงแก่น (ชาติพันธุ์ม้ง) กลุ่มผ้าทอกะเหรี่ยงบ้านทุ่งพร้าว อ.แม่สรวย (ชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ) และกลุ่มผ้าทอกะเหรี่ยงแคววัวดำ อำเภอเมืองเชียงราย (ชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ) เฝ้าฯ รับเสด็จฯ
 
 
จังหวัดเชียงราย ได้น้อมนำแนวพระราชปณิธาน สืบสาน รักษา ต่อยอด พัฒนาผ้าไทยสู่ความยั่งยืน ในการใช้สีและวัตถุดิบมาจากธรรมชาติตามแนวพระดำริแฟชั่นยั่งยืน (Sustainable Fashion) ที่พระราชทานแนวทางไว้ในการเสด็จเยี่ยมเยียนในปีที่ผ่านมา อันเป็นการลดปัญหาภาวะโลกร้อน โดยผลงานทุกชิ้นมีตราสัญลักษณ์ Sustainable Fashion ที่ทรงออกแบบและพระราชทานให้กระทรวงมหาดไทยเชิญไปมอบให้ทุกกลุ่มที่ดำเนินการพัฒนาผลงานตามพระดำริ และภายหลังจากทรงมีพระวินิจฉัยและพระราชทานคำแนะนำเสร็จสิ้นแล้ว เสด็จไปทอดพระเนตรการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น ชุด ฟ้อนถิ้งบ้อง โดยนักเรียนโรงเรียนฝางชนูปถัมภ์ จึงเสด็จกลับ
 
 
ทั้งนี้ ในช่วงเวลาตั้งแต่ 09.00 น. และตลอดทั้งวัน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โปรดให้คณะทำงานโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุกในพระดำริ ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งเป็นดีไซเนอร์และผู้มีความรู้ความสามารถด้านการออกแบบ ตัดเย็บ ถักทอ และด้านสีธรรมชาติ เป็นวิทยากรให้ความรู้และคำแนะนำแก่กลุ่มทอผ้าและสมาชิกกลุ่มศิลปาชีพเพื่อเพิ่มมูลค่าของผืนผ้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ยังผลทำให้มีรายได้ในการดูแลตนเองและสมาชิกในครอบครัวให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กลุ่​มงาน​ส่งเสริม​การพัฒนา​ชุมชน​ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
EDITORIAL

EF หรือ การพัฒนาทักษะสมอง Executive Functions คืออะไร

 

การพัฒนาทักษะสมองหรือ Executive Functions : EF คืออะไร

  • Executive Functions – EF คือ ความสามารถระดับสูงของสมองมนุษย์ ที่ใช้ในการกำกับความคิด อารมณ์และการกระทำ เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย (ผศ.ดร.ปนัดดา ธนเศรษฐกร)
  • การพัฒนาทักษะสมอง EF เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันชีวิตให้แก่เด็กและเยาวชน ซึ่งควรได้รับการพัฒนาตั้งแต่ระดับปฐมวัย เพราะ เด็กที่ได้รับการพัฒนาทักษะสมองหรือ Executive Functions: EF อย่างถูกต้อง จะสามารถพัฒนาความคิดและพฤติกรรมให้มีภูมิคุ้มกันชีวิตที่ดี มีวินัยและความรับผิดชอบ ที่จะผลักดันตนเองไปสู่เป้าหมายของชีวิต

 

มีสถาบันหรือองค์กรใดใช้แนวทางการพัฒนาทักษะสมอง Executive Functions บ้าง

  • ความรู้เรื่องทักษะสมอง Executive Functions – EF เป็นความรู้ด้านประสาทวิทยาศาสตร์ (Neuroscience) ที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางมาตั้งแต่ประมาณทศวรรษที่ 1990 เป็นที่ยอมรับว่าเป็นความรู้สำคัญในการพัฒนาเด็กและเยาวชน ซึ่งสถาบันวิชาการระดับโลก เช่น ศูนย์พัฒนาเด็กของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด , National Institute of Health  สหรัฐอเมริกา, หรือ Center for Educational Neuroscience ประเทศอังกฤษ ฯลฯ ต่างให้ความสนใจและผลักดันให้นำหลักการธรรมชาติสมองส่วนหน้า มาใช้ในการพัฒนาเด็กและเยาวชนของประเทศตนเองอย่างจริงจัง  เพื่อสร้างพลเมืองยุคใหม่ที่เข้มแข็งในโลกยุคใหม่ที่แปรปรวน  
  • สถานการณ์ปัจจุบัน เด็กและเยาวชนต้องเผชิญกับสิ่งเร้ามากมาย เด็กที่ มีทักษะด้าน EF จะสามารถจัดการชีวิตได้ เพราะได้รับการฝึกฝนให้เป็นคนรู้จักใช้เหตุผลในการตัดสินใจ ควบคุมพฤติกรรมตนเองได้ ยั้งคิดก่อนทำ ไม่หุนหันพลันแล่น มีสมาธิจดจ่อกับงานที่ทำ มีความรับผิดชอบ มีวินัย มีความมุ่งมั่นที่จะทำเป้าหมายให้สำเร็จ ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค สามารถอยู่กับคนอื่นได้ สิ่งเหล่านี้จะปลูกฝังในตัวเด็กจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ส่งผลให้ประสบความสำเร็จทั้งในด้านการเรียน การทำงาน การมีชีวิตครอบครัว รวมถึงการมีสุขภาพที่ดี ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างบุคลากรที่มีคุณค่า ที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมประเทศ

 

  •  

ผู้ที่มีบทบาทและเกี่ยวข้องในการร่วมพัฒนาทักษะสมองเด็กด้วย  Executive Functions บ้าง

  • ทุกคนที่อยู่เป็นระบบนิเวศรอบตัวเด็ก ได้แก่ พ่อแม่ – ผู้ปกครอง ครูปฐมวัย พยาบาล และผู้เกี่ยวข้องด้านการสาธารณสุขที่ดูแลแม่ตั้งแต่ตั้งครรภ์ รวมไปถึงบุคลากรแวดล้อมในชุมชน ทั้งผู้นำชุมชนท้องถิ่นไปจนถึงส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

 

จังหวัดเชียงรายมีแนวทางการพัฒนาทักษะสมอง Executive Functions อย่างไร

  • พ่อแม่ควรรู้ “หลักการ 7 วิธีพัฒนาลูกสมวัย สมองดีมี  EF” คือ กิน นอน กอด เล่น เล่า ช่วยตนเองและช่วยงานบ้าน  โดยให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม) นำความรู้นี้ไปสู่พ่อแม่ผู้ปกครอง
  • ครูควรรู้ธรรมชาติของพัฒนาการด้านตัวตน (Self)  พัฒนาการด้านทักษะสมอง EF และพัฒนาการเด็ก และจัดกิจวัตรและกิจกรรมในสถานศึกษาปฐมวัย ด้วย 6 โอกาสพัฒนา EF”  คิด ทำ ทำด้วยกัน ตั้งเป้าวางแผน      ท้าทาย ทบทวน

 

เหตุใดจึงต้องเป็นกลุ่มเด็กปฐมวัย (0-6 ขวบ)

  • เพราะจากการศึกษาของนักประสาทวิทยาพบว่า ช่วงวัย 3-6 ปี เป็นช่วงเวลาที่เส้นใยประสาทในสมองส่วนหน้ามีการพัฒนาได้ดีที่สุด ดีกว่าทุกช่วงวัย
 
 
 

กลไกที่จะทำให้การขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาเด็ก ด้วย EF ประสบความสำเร็จ

  • ใช้หลักการระบบนิเวศ กล่าวคือ ทุกองค์ประกอบที่อยู่ล้อมรอบตัวเด็ก ต่างมีอิทธิพลต่อการเติบโตของพัฒนาการทุกด้านในเด็ก  ดังนั้น ต้องทำให้ทุกองค์ประกอบที่อยู่รอบตัวเด็กมีความรู้ความเข้าใจ และร่วมกันส่งเสริมตามบทบาทภาระหน้าที่ของตน และเชื่อมประสานกันอย่างเป็นองค์รวม
 
 
 

ปัญหาเด็กก้าวร้าว เด็กติดมือถือ แก้ได้หรือไม่ ปัญหาที่เกิดกับเด็กและ เยาวชน จะลดลงได้อย่างไร

  • มีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับทักษะสมอง EF จากทั่วโลก รวมทั้งผลการขับเคลื่อน EF ใน จ.เชียงราย ต่างยืนยันผลตรงกันว่า การพัฒนาเด็กให้มีคุณภาพตั้งแต่ปฐมวัย โดยให้ความรู้พ่อแม่ผู้ปกครอง ผู้ดูแล และครูปฐมวัย เพื่อให้ความรักความอบอุ่น ตอบสนองต่อเด็กอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างให้เด็กมีตัวตน เป็นคนสำคัญ มีความสามารถ และเมื่อถึงวัยเข้าเรียน ครูสร้างกิจวัตรกับกิจกรรมในห้องเรียนปฐมวัย ที่ช่วยให้เด็กได้มีโอกาสฝึกฝนทักษะสมอง EF ด้านต่างๆ เช่น ให้มีประสบการณ์ที่หลากหลายผ่านความสุขจากการเล่น ได้ฝึกการยับยั้งชั่งใจ อดทนรอคอย ชะลอความอยาก หรือได้ฝึกยืดหยุ่นปรับตัวปรับใจ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยเกิดวงจรประสาทที่ฝังตัวในสมองส่วนหน้า จนกลายเป็นบุคลิกภาพและพฤติกรรมที่ดีในตัวเด็ก ฝังติดตัวไปตลอดชีวิต การส่งเสริม EF ตั้งแต่ปฐมวัยจึงสามารถแก้ไขปัญหาเด็กก้าวร้าว เด็กติดมือถือ และพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ได้ และจะนำไปสู่การลดลงของปัญหาที่เกิดกับเด็กและเยาวชนในอนาคตอย่างแน่นอน

              

ต้องใช้เวลามากแค่ไหน และมีการวัดผลอย่างไร

  • ปฐมวัยเป็นช่วงวัยที่ sensitive หรือไวต่อสิ่งที่เข้ามากระทบ ดังนั้น การกระทำใดๆ ที่พ่อแม่ผู้ปกครอง หรือครูมีต่อเด็ก ย่อมส่งผลต่อการแตกแขนงของเส้นใยประสาท ไม่ว่าจะเป็นผลด้านบวกหรือด้านลบ เช่น เด็กที่ผู้ใหญ่ยื่นมือถือให้เล่นตั้งแต่ก่อน 2 ขวบ การทำงานของสมองก็มีโอกาสเสียหายได้ง่าย แต่โชคดีที่นักวิทยาศาสตร์ก็พบว่า ในวัยเด็กเล็ก การฟื้นตัวของสมองก็ทำได้เร็วกว่าในวัยที่โตขึ้น ดังนั้น หากเด็กปฐมวัยได้รับการฟื้นฟู ด้วยความรักความเข้าใจของพ่อแม่ผู้ปกครองหรือครู เช่น ด้วยการกอด ชื่นชม การให้โอกาสคิด ทำ เล่น ฯลฯ อย่างมีความสุข สมองและจิตใจของเด็กก็จะสามารถฟื้นฟูได้แน่นอน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ฯ 

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI FEATURED NEWS

มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมพันธมิตรเสริมภูมิคุ้มกันชีวิตตั้งแต่ปฐมวัย

 
เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2567 ที่หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร ส่งเสริมการพัฒนาทักษะสมอง เสริมภูมิคุ้มกัน เตรียมความพร้อมเด็กปฐมวัย เพื่อการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่รู้จักวิธีจัดการชีวิต โดยได้รับความร่วมมือจากจังหวัดเชียงราย ในการให้ความรู้แก่บุคลากรเครือข่ายสาธารณสุขและร่วมกันพัฒนาศักยภาพครูปฐมวัยอย่างต่อเนื่องจนเข้าสู่ปีที่ 5 พร้อมที่จะสร้างเชียงรายเป็นจังหวัดต้นแบบด้านการพัฒนาทักษะสมองจังหวัดแรกของประเทศ โดยกว่า 50 องค์กรในจังหวัดเชียงราย ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนและสร้างความยั่งยืน โดยมีคณะกรรมการระดับจังหวัดช่วยดำเนินการสานต่อการขับเคลื่อนงาน

 

นายรองรักษ์ พนาปวุฒิกุล รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกฎหมาย และดูแลฝ่ายบริหารกิจกรรมเพื่อสังคม
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในฐานะกรรมการและเหรัญญิก มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่ามูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ดำเนิน “โครงการพัฒนาทักษะสมองเพื่อสุขภาวะเด็กและเยาวชน” ที่จังหวัดเชียงราย                 มาตั้งแต่ปี 2563 และทำต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ ซึ่งนับเป็นปีที่ 5 โดยนำแนวคิดการพัฒนาทักษะสมอง (Executive Functions: EF) มาถ่ายทอดให้แก่บุคลากรเครือข่ายสาธารณสุข ครูปฐมวัย และผู้ปกครอง โดยได้ทยอยทำมาอย่างต่อเนื่องจนครบทุกอำเภอของจังหวัดเชียงราย โดยมีอำเภอพญาเม็งรายเป็นต้นแบบของความสำเร็จ

 

“จากการติดตามผลการดำเนินโครงการฯ พบว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงแนวทางในการดูแลเลี้ยงดูเด็ก ส่งผลให้เด็กปฐมวัยกว่าร้อยละ 70 มีระดับทักษะสมอง EF ในระดับดีถึงดีมาก โดยมีตัวอย่างความสำเร็จที่แสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมของทั้งผู้ดูแลเด็ก และเด็กมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เช่น เด็กเลิกติดโทรศัพท์มือถือ มีการเปลี่ยนพฤติกรรมจากเดิมที่ค่อนข้างก้าวร้าว ควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยได้ มาเป็นเด็กที่สนใจหนังสือนิทาน เล่นกับเพื่อนได้ และเข้าสังคมได้เป็นปกติ หลังจากที่คุณแม่ได้เข้าร่วมโครงการฯ นอกจากนี้ ยังมีตัวอย่างของเด็กนักเรียนที่สามารถปรับตัวให้รู้จักการรอคอย มีความอดทนอดกลั้น รู้จักยับยั้งชั่งใจ มีการแบ่งปัน เอื้อเฟื้อ หลังจากที่คุณครูได้เข้าร่วมโครงการฯ และเปลี่ยนแนวทางการดูแลเด็กนักเรียนตามแนวทาง EF โดยเชื่อมั่นว่า เมื่อเด็กเหล่านี้เติบโตขึ้นก็จะเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพและเป็นที่ต้องการของสังคม รวมทั้งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป”

 

“มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ฯ เชื่อมั่นว่าจากนโยบายการส่งเสริมของภาครัฐไปถึงผู้ปฏิบัติงานที่มุ่งมั่นและแข็งขันในทุกภาคส่วน เชียงรายจะเป็นจังหวัดต้นแบบในการสร้างเด็กไทยที่มีคุณภาพ และองค์ความรู้ดังกล่าวจะเป็นต้นแบบอันทรงคุณค่า ทำให้จังหวัดเชียงรายเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งก่อให้เกิดการต่อยอดขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ในวงกว้างทั้งประเทศ อันจะช่วยให้เกิดผลกระทบเชิงบวกอย่างยั่งยืนได้”

 

นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า จังหวัดเชียงรายเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ติดต่อกับพรมแดนที่มีความเสี่ยงด้านยาเสพติด ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจทำให้พ่อ-แม่ต้องจากบ้านไปทำงาน ส่งผลให้เด็กมีพัฒนาการที่ล่าช้า และมีความเสี่ยงต่อการถูกชักจูงไปในทางที่ผิด แต่หลังจากที่มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เข้ามาขยายผล “โครงการพัฒนาทักษะสมองเพื่อสุขภาวะเด็กและเยาวชน”  โดยใช้ต้นแบบ EF จากอำเภอพญาเม็งรายที่ได้

 

 

 

ขับเคลื่อน EF ในพื้นที่ จนส่งผลให้เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการดีขึ้น โดยมีค่า EF  สูงกว่าค่ามาตรฐานของประเทศ (norm) ถึง 20%  มาบูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัยทั้งจังหวัดเชียงราย ทั้งหน่วยงานสาธารณสุข หน่วยงานการศึกษาปฐมวัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และส่วนราชการในแต่ละอำเภอ ส่งผลให้เชียงรายเป็นจังหวัดต้นแบบด้านการพัฒนาทักษะสมองจังหวัดแรกของประเทศ

 

เด็กปฐมวัยของจังหวัดเชียงรายที่มีอายุระหว่าง 0-6 ปี มีจำนวน 57,853 คน คิดเป็นร้อย 46.3 ของเด็กและเยาวชน ทั้งหมดของจังหวัดเชียงราย ปัจจุบัน มีเด็กปฐมวัย ที่เข้าร่วมโครงการแล้วจำนวนกว่า 35,377 คน และมีบุคลากรด้านสาธารณสุข ครูปฐมวัย ผู้ปกครองและผู้นำชุมชนเข้าร่วมโครงการ 39,177 ราย และมีกลุ่มบุคลากรที่มีความรู้เรื่อง EF หรือ  EF Facilitator กว่า 270 คน ร่วมกันเผยแพร่ส่งต่อองค์ความรู้ดังกล่าวเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่กว้างขึ้น นอกจากนี้ จังหวัดได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมทักษะสมอง Executive Functions (EF) จังหวัดเชียงราย เพื่อให้เกิดการสนับสนุนการดำเนินงานเชิงลึกและเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อสร้างรากฐานที่เข้มแข็งและต่อเนื่อง

 

นางสุภาวดี หาญเมธี ประธานสถาบันอาร์แอลจี (รักลูก เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป) เปิดเผยว่า การพัฒนาทักษะสมอง EF เริ่มตั้งแต่ขวบปีแรก จนถึงประมาณ 25 ปี แต่ช่วงอายุ 3-6 ปี เป็นช่วงเวลาที่ทักษะสมอง EF มีการพัฒนาเติบโตได้ดีที่สุด ปฐมวัยจึงเป็นการวางเสาเข็มของชีวิต เด็กที่ได้รับการพัฒนาทักษะสมอง หรือ Executive Functions: EF อย่างต่อเนื่อง จะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันชีวิตที่ดี มีวินัยและความรับผิดชอบ พร้อมผลักดันพากเพียรพาตนเองไปสู่เป้าหมายของชีวิต มีงานวิจัยมากมายที่ยืนยันว่า หากเด็กตั้งแต่ปฐมวัยขาดทักษะ EF จะทำให้ไม่สามารถยับยั้งตนเอง หรืออดกลั้นต่อสิ่งเร้ารอบตัวเมื่อเข้าสู่วัยรุ่นได้ นำไปสู่การ “ติด” ต่างๆ ในอนาคต เช่น ติดเกม ติดเพื่อน ติดสุรา ติดบุหรี่และยาเสพติด หรือการตกอยู่ในภาวะจิตใจบกพร่อง เช่น ซึมเศร้า จิตเภท กำกับพฤติกรรมตนเองไม่ได้ ก้าวร้าว ทำผิดกฎหมาย แต่หากเด็กมีทักษะ EF เขาจะมีความสามารถในการกำกับความคิด ความรู้สึกและพฤติกรรมของตนได้ดี นอกจากนี้ ทักษะสมอง EF เป็นฐานรากของการพัฒนาต่อยอดกระบวนการคิดและบุคลิกภาพที่ซับซ้อนขึ้น หรือที่เรียกว่าเป็น “การคิดขั้นสูง” อันจะนำไปสู่การมี “ทักษะศตวรรษที่ 21” ที่จำเป็นยิ่งต่อการดำรงชีวิตในโลกยุคใหม่

 

“ปัญหาเยาวชนไม่ว่า การกราดยิง ความก้าวร้าวรุนแรง ยาเสพติด แม่วัยใส โรคซึมเศร้า ฯลฯ ล้วนมีรากมาจากการเลี้ยงดูพัฒนาในช่วงปฐมวัยที่ไม่เหมาะสม ซึ่งสะสมมาจนปรากฏเป็นความเสียหายในช่วงวัยรุ่น ส่งผลต่ออนาคตที่ง่อนแง่นคลอนแคลน แต่หากเด็กได้รับการพัฒนาให้เห็นคุณค่าในตนเอง สามารถกำกับตนเองได้ คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น และอยู่กับคนอื่นเป็นตั้งแต่ปฐมวัย โดยผู้ใหญ่ที่อยู่รอบตัวในระบบนิเวศร่วมมือกันดูแลและให้โอกาสฝึกฝนอย่างจริงจัง ดังเช่นที่เกิดขึ้นแล้วในพื้นที่ส่งเสริม EF ต้นแบบจังหวัดเชียงราย โครงสร้างสมองของเด็กก็จะก่อรูป ฝังเป็นคุณลักษณะนิสัยที่จะช่วยให้เด็กๆ เติบโต เป็นคนคุณภาพของประเทศต่อไปในโลกที่แปรปรวน”

 

ในโอกาสที่จังหวัดเชียงรายได้พัฒนาจนเป็นจังหวัดต้นแบบของการพัฒนาทักษะสมอง EF ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด จึงได้เป็นประธานในการร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ของหน่วยงานด้านสาธารณสุข การศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดเชียงราย กว่า 50 องค์กร เพื่อยืนยันการร่วมมือกัน ขับเคลื่อนเชียงราย จังหวัดต้นแบบบูรณาการส่งเสริม EF และผลักดันแผนปฏิบัติภายใต้ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการพัฒนาทักษะสมอง EF เด็กปฐมวัยจังหวัดเชียงรายอย่างเป็นรูปธรรม

 

มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ฯ เชื่อว่าการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนของประเทศ ต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิต ของกลุ่มคนที่เป็นรากฐานของสังคม โดยมีแนวทางในการทำงานร่วมกับภาคีทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจและภาคประชาสังคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความอยู่ดีมีสุขให้กับคนไทย

 

ผู้สนใจติดตามรายละเอียดโครงการได้ที่ www.setfoundation.or.th

 

มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ฯ ยึดมั่นใน “พลังความร่วมมือ เพื่อสังคมที่ดีกว่า (Partner for Better Society)”

 

SET…Make it Work for Everyone”

 

สื่อมวลชนสอบถามข้อมูลได้ที่ฝ่ายสื่อสารองค์กร อรสิริ บุญแต้ม 0 2009 9487 / ณัฐยา เมืองแมน 0 2009 9488 / กนกวรรณ เข็มมาลัย 0 2009 9478

มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

นับตั้งแต่ปี 2549 ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้เริ่มก่อตั้งมูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจนปัจจุบัน มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้มุ่งมั่นขับเคลื่อนภารกิจที่มีเป้าหมายในการยกระดับและพัฒนาคุณภาพชีวิต พร้อมทั้งสร้างความอยู่ดีมีสุขให้กับชีวิตคนไทย โดยทำงานร่วมกับภาคีทุกภาคส่วนเพื่อสร้าง “นวัตกรรมทางสังคม” เพื่อให้พลังร่วมเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก และวางรากฐานสำคัญเพื่อการเดินหน้าไปสู่สังคมที่ดีขึ้น

 

สถาบัน RLG

สถาบันอาร์แอลจี (รักลูก เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป) เป็นหน่วยงานวิชาการภายใต้กลุ่มบริษัทรักลูก (ก่อตั้งปี พ.ศ. 2525)  โดยมุ่งเป้าหมายร่วมพัฒนาสังคม ด้วยการสร้างและสื่อสารเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการพัฒนาเด็กและครอบครัวไปทั่วประเทศ

โดยตั้งแต่ปี 2557 สถาบันฯ ร่วมกับนักวิชาการด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัย และภาคี Thailand EF Partnership จัดการความรู้และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับทักษะสมอง EF เพื่อรณรงค์สร้างภูมิคุ้มกันชีวิตและพัฒนาคุณภาพเด็กและเยาวชนตั้งแต่ปฐมวัย

 

ปี 2559 สถาบันฯ ได้เชื่อมประสานกับโรงพยาบาลพญาเม็งรายในการนำความรู้ EF พัฒนาอำเภอพญาเม็งรายให้เป็นพื้นที่บูรณาการ ที่ทุกฝ่ายทั้งสาธารณสุข การศึกษา ผู้นำชุมชน และพ่อแม่ผู้ปกครองร่วมมือกันดูและพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างเหมาะสม  จนเกิดเป็นระบบนิเวศการพัฒนาที่มีเด็กเป็นศูนย์กลางแบบ “พญาเม็งรายโมเดล” และสามารถขยายผลต่อ ครอบคลุมครบ 18 อำเภอในจังหวัดเชียงราย รวมทั้งขยาย “พญาเม็งรายโมเดล” ไปยังอำเภอต่างๆ ในหลายจังหวัด ทั่วทุกภาค นอกจากนี้  ยังได้ร่วมพัฒนาหลักสูตร “สมองและการเรียนรู้” กับคณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 38 แห่ง และสถาบันอุดมศึกษาอื่นๆ ปัจจุบันมีนักศึกษาครูปฐมวัยจบการศึกษาและออกปฏิบัติงานในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยทั่วประเทศแล้ว

 

ปัจจุบันองค์ความรู้ EF เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ทั้งในวงการสาธารณสุข การศึกษาปฐมวัย และพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีความตื่นตัวและต้องการพัฒนาคุณภาพของเด็กปฐมวัย

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ตลาดนัดแนะแนวอาชีพสร้างโอกาสเด็กและเยาวชน เลือกสร้างทางการศึกษา

 

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2567 นายพิสุทธิศักดิ์ ธรรมะวุฒิสุข ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานทะเบียนและบัตร ได้เป็นประธานในการเปิดงาน ตลาดนัดแนะแนวอาชีพเพื่อเตรียมความพร้อมสู่โลกของการเรียนต่อและมีงานทำ ที่ สวนสุขภาพ 100 ปี อ.เชียงคำ จ.พะเยา โดยมี นายธีระชัย สมฤทธิ์ นายกเทศมนตรีตำบลเชียงคำ และหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ที่เข้าร่วมจัดซุ้มนิทรรศการให้กับเด็กและนักเรียนกว่า 300 คน เข้าร่วม ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ.เพื่อเด็กและเยาวชนฯ ในพื้นที่ของโครงการฯ จังหวัดพะเยา ได้จัดกิจกรรม นิทรรศการตลาดนัดแนะแนวอาชีพเพื่อเตรียมความพร้อมสู่โลกของการเรียนต่อและมีงานทำ

 

นาย ขจรศักดิ์ กาติ๊บ ประธานกรรมการบริหารโครงการพัฒนาเด็ก ซี.ซี.เอฟ.จังหวัดพะเยา กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของโครงการแนะแนวอาชีพเพื่อเตรียมความพร้อมสู่โลกของงาน หรือตลาดนัดแนะแนวอาชีพ ครั้งนี้ โครงการพัฒนาเด็ก ซี.ซี.เอฟ. จังหวัดพะเยา ภายใต้การสนับสนุนของ มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. เพื่อเด็กและเยาวชน ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนด้านการพัฒนาเด็ก ให้ความช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสโดยไม่จำกัดเพศ เชื้อชาติ ศาสนา ให้ความช่วยเหลือด้านการศึกษา สุขภาพ ทักษะชีวิตและทักษะอาชีพ และเป็นโอกาสดีที่เด็กและเยาวชนในจังหวัดพะเยา ได้รับการช่วยเหลือ และส่งเสริมอาชีพเพื่อนำไปต่อยอดในการเลี้ยงชีพในอานาคตได้
 
 
โดยมี สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานพะเยา วิทยาลัยเทคนิคเชียงคำ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอเชียงคำ ศูนย์ฝึกอาชีพเด็กและสตรี จังหวัดเชียงราย โรงเรียนทวิบริบาลศาสตร์ เชียงราย โรงเรียนศูนย์การเรียนรู้ ณชจันทร์ และ ฟาร์มเห็ดเศรษฐกิจร่มเย็น แนะแนวทางการศึกษาต่อแก่เด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้ เพื่อสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนสร้างทางเลือกการศึกษาต่อ ทั้งด้านสายอาชีพและอุดมศึกษา ที่ตรงกับความต้องการและความถนัดของตนเอง เพิ่มช่องทางให้นักเรียนและผู้ปกครองได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารของสถาบันการศึกษา และเตรียมความพร้อมในการศึกษาต่อหรือเตรียมเข้าสู่ตลาดแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งได้รับการสนับสนุนความร่วมมือจากองค์กร หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ภาคีเครือข่ายโรงเรียน ชุมชน จัดซุ้มนิทรรศการทักษะอาชีพเด็กในโรงเรียน เพื่องานประชาสัมพันธ์
 
 
นายพิสุทธิศักดิ์ ธรรมะวุฒิสุข กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นการเตรียมความพร้อมสู่โลกของการศึกษาต่อและมีงานทำ โดยภายในงานมีหน่วยงานการศึกษาต่างๆ ร่วมจัดนิทรรศการ สร้างความเข้าใจในเส้นทางการศึกษาและการประกอบอาชีพ ด้วยการสร้างแรงบันดาลใจ (INSPIRATION) ในหัวข้อเรื่องความสำคัญของการศึกษา สำหรับเด็กและเยาวชนในโรงเรียนภาคี ในพื้นที่การดำเนินงานโครงการฯ เพื่อสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนสร้างทางเลือกการศึกษาต่อ ทั้งด้านสายอาชีพและอุดมศึกษา ที่ตรงกับความต้องการและความถนัดของตนเอง เพิ่มช่องทางให้นักเรียนและผู้ปกครองได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารของสถาบันการศึกษา และเตรียมความพร้อมในการศึกษาต่อหรือเตรียมเข้าสู่ตลาดแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
 
สำหรับ มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. เพื่อเด็กและเยาวชน ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพื้นที่ดำเนินงานในจังหวัดพะเยา ครอบคลุม 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอจุน อำเภอปง อำเภอภูซาง และ อำเภอเชียงคำ ปัจจุบัน มีเด็กในการดูแลของโครงการ จำนวน 1,191 ราย กิจกรรมตลาดนัดแนะแนวอาชีพ ในวันนี้ได้รับการสนับสนุนความร่วมมือจากองค์กร หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ภาคีโรงเรียน ชุมชน จัดซุ้มนิทรรศการเพื่อประชาสัมพันธ์ แนะแนวทางการศึกษาต่อแก่เด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรม
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ดีอี – ไปรษณีย์ จับมือ พาณิชย์ ส่งพัสดุสู่ร้านธงฟ้ากว่า 20,000

 

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นสักขีพยานในพิธีลงนาม MOU ความร่วมมือโครงการไปรษณีย์ไทย @ธงฟ้า ระหว่างกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อขยายจุดให้บริการของไปรษณีย์ไทยสู่ร้านธงฟ้ากว่า 20,000 สาขาทั่วประเทศ ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน เพิ่มช่องทางในการดรอปหรือส่งสินค้าผ่านร้านธงฟ้าและลดภาระค่าใช้จ่าย โดยมีนายกีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ นายวัลลภ รุจิรากรเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ และ ดร.อนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ร่วมด้วย

 

โดย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า โครงการไปรษณีย์ @ธงฟ้า เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงดีอีทำงานเชิงรุก พี่น้องประชาชนจะได้รับความสะดวกสบายมาบริการให้ในเขตหมู่บ้านประหยัดเวลาประหยัดค่าใช้จ่าย ไปรษณีย์ไทยจะมีสาขาเพิ่มอีก 20,000 สาขาทันทีในการรับส่งสินค้า ช่วยเพิ่มปริมาณการขนส่งสินค้า สำหรับกรมการค้าภายใน ร้านธงฟ้าก็ได้รับประโยชน์ นอกจากรับส่งของยังสามารถขายของในร้านตัวเองได้อีก ในอนาคตอาจมีการต่อยอดในการขนส่งสินค้าภาคการเกษตรเพิ่มขึ้นซึ่งได้ประโยชน์ทุกฝ่าย

 

ด้าน นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ทั้ง 2 หน่วยงานบูรณาการการจัดส่งสินค้าช่วยเพิ่มรายได้สร้างโอกาสให้พี่น้องประชาชน ไปรษณีย์ไทยยังขาดเครือข่ายและกระทรวงพาณิชย์มีร้านธงฟ้าอยู่ในเครือข่ายกว่าหนึ่งแสนร้านค้า เราคัดมา 20,000 ร้านค้า ความร่วมมือครั้งนี้จะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนที่เป็นคนตัวเล็ก เจ้าของร้านค้าธงฟ้า ซึ่งจะเป็นเครือข่ายประชาชนให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ใช้ไปรษณีย์ไทยและร้านธงฟ้าเพิ่มรายได้และลดภาระค่าใช้จ่าย หน่วยงานของรัฐก็มาช่วยสนับสนุนดูแลพี่น้องประชาชน

 

สำหรับจุดบริการ “ไปรษณีย์ไทย@ธงฟ้า” ในระยะแรกจะเปิดเป็นจุดดรอปพัสดุ ผู้ฝากส่งเพียงเตรียมการฝากส่งล่วงหน้า ซึ่งผู้ให้บริการร้านธงฟ้าสแกนบาร์โค้ดหน้ากล่องผ่านแอปพลิเคชันเพื่อรับสิ่งของเข้าระบบ จากนั้นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์จะเข้ามารับพัสดุไปดำเนินการเพื่อส่งต่อให้ผู้รับปลายทาง และระบบจะคำนวณรายได้ให้ร้านธงฟ้า โดยจะเริ่มให้บริการในเดือนเมษายน 2567 ตามเวลาทำการของร้านธงฟ้าแต่ละแห่ง ส่วนระยะต่อไปจะเปิดให้บริการทั้งจุดรับพัสดุและเป็นจุดรอจ่ายพัสดุให้ผู้รับปลายทาง ทั้งนี้ จากความร่วมมือดังกล่าว จะทำให้ไปรษณีย์ไทยมีเครือข่ายรวมมากกว่า 50,000 จุดทั่วประเทศ

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เปิดกีฬาโรงเรียนผู้สูงอายุ ต.ป่าซาง อ.เวียงเชียงรุ้ง

 

เมื่อวันศุกร์ที่ 8 มีนาคม 2567 เวลา 08.30 น. นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพ และพัฒนาคุณภาพชีวิตโรงเรียนผู้สูงอายุตำบลป่าซาง ณ หอประชุมโรงเรียนบ้านป่าซาง ตำบลป่าซาง อำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย และมอบของที่ระลึกให้แก่ประธานสตรีอำเภอเวียงเชียงรุ้ง และประธานสตรีตำบล พร้อมด้วย นายปภาน นัยติ๊บ รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย โดยมีนายสมควร นัยติ๊บ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลป่าซางกล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดโครงการ และมีสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลป่าซาง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมเป็นเกียรติในการเปิดโครงการดังกล่าว

โครงการพัฒนาศักยภาพ และพัฒนาคุณภาพชีวิตโรงเรียนผู้สูงอายุตำบลป่าซาง จัดขึ้นเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุทั้งด้านสุขภาพ สังคม เศรษฐกิจและวัฒนธรรม กิจกรรมการแข่งขันกีฬาสีสัมพันธ์ เป็นกิจกรรมหนึ่งในโครงการ โดยนักเรียนผู้สูงอายุ ได้มีส่วนร่วมในการคิดรูปแบบ ชนิดกีฬา การจัดขบวน ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หนึ่ง ของโครงการ ที่ให้นักเรียนผู้สูงอายุเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา การแข่งขันกีฬาแบ่งนักกีฬาเป็น 4 สี จัดการแข่งขันกีฬา ทั้งกีฬาสากล และกีฬาพื้นบ้าน จำนวน 19 ชนิดกีฬา โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานและบุคคลในพื้นที่ เพื่อให้ผู้สูงอายุมีขวัญกำลังใจและเห็นคุณค่าของตนเอง ซึ่งจะทำให้ผู้สูงอายุ สามารถดำรงชีวิตอยู่กับครอบครัวและบุตรหลาน อย่างปกติสุขและมีสุขภาพสมบูรณ์ต่อไป
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News