
จุดเปลี่ยนตลาดยานยนต์เชียงราย 2568 ถึง 2569 หลังภาษีสรรพสามิตใหม่ และการผงาดของ EV ท่ามกลางบททดสอบจากหนี้ครัวเรือนและภัยธรรมชาติ
เชียงราย, 16 กุมภาพันธ์ 2569 – ลมหนาวปลายฤดูยังพัดผ่านโชว์รูมบนถนนสายหลักของเมืองเชียงรายเหมือนทุกปี แต่บรรยากาศการซื้อขายไม่เหมือนเดิม ป้ายโปรโมชันยังตั้งตระหง่าน แคมเปญผ่อนสบายยังติดไฟสว่าง ทว่าเสียงตัดสินใจของผู้ซื้อกลับเบาลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด เพราะตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าโชว์รูม คำถามสำคัญไม่ได้อยู่แค่จะเลือกรุ่นไหน แต่อยู่ที่เลือกระบบขับเคลื่อนแบบใด และควรรีบตัดสินใจก่อนหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2569
วันที่เริ่มต้นโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ที่ยึดโยงกับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ กลายเป็นเส้นแบ่งเชิงจิตวิทยาของตลาด รถน้ำมันและไฮบริดจำนวนหนึ่งถูกมองว่าจะแพงขึ้น ขณะที่รถไฟฟ้าล้วนได้แรงส่งจากภาษีที่ต่ำลงตามกรอบนโยบายที่ถูกสื่อสารอย่างต่อเนื่องในช่วงเปลี่ยนผ่าน
เชียงรายในฐานะเมืองเศรษฐกิจสำคัญของภาคเหนือตอนบนและประตูสู่ลุ่มแม่น้ำโขง จึงไม่ได้รับผลกระทบแบบจังหวัดชายขอบ หากแต่เป็นพื้นที่ที่เห็นการเปลี่ยนแปลงเร็ว เพราะผู้ซื้อมีทั้งกลุ่มใช้รถเพื่อทำมาหากิน กลุ่มท่องเที่ยว กลุ่มค้าชายแดน และกลุ่มคนเมืองที่เริ่มให้ค่ากับต้นทุนพลังงานและภาพลักษณ์ความยั่งยืน
สัญญาณจากทะเบียนรถใหม่ เมื่อพลังงานสะอาดเริ่มไล่บี้รถน้ำมัน
ข้อมูลที่แนบระบุว่าเดือนตุลาคม 2568 จังหวัดเชียงรายมียอดจดทะเบียนรถใหม่รวม 2,975 คัน โดยรถสันดาป 2,688 คัน คิดเป็นร้อยละ 90.35 ส่วนกลุ่มพลังงานสะอาดรวม 287 คัน คิดเป็นร้อยละ 9.65 ภายในกลุ่มนี้ รถไฟฟ้าล้วน 135 คัน รถไฮบริด 141 คัน และปลั๊กอินไฮบริด 11 คัน
ตัวเลขชุดนี้มีนัยมากกว่าแค่สัดส่วน เพราะมันสะท้อนว่าเชียงรายกำลังเดินเข้าสู่ช่วงที่ผู้บริโภคเริ่มเชื่อว่ารถไฟฟ้าไม่ใช่ของใหม่ที่ต้องเสี่ยงอีกต่อไป การที่ BEV ไล่ทัน HEV ในระดับเดือนเดียว บอกถึง 3 เงื่อนไขสำคัญที่เริ่มลงตัวพร้อมกัน
เงื่อนไขแรกคือราคาเริ่มเข้าใกล้รถน้ำมันในเซกเมนต์เดียวกันมากขึ้นจากการแข่งขันของตลาดและมาตรการภาครัฐ
เงื่อนไขที่สองคือโครงสร้างพื้นฐานเริ่มถูกพูดถึงในระดับใช้งานจริง ไม่ใช่แค่แผนงาน โดยเฉพาะสถานีชาร์จในเมือง เส้นทางท่องเที่ยว และเส้นทางเศรษฐกิจ
เงื่อนไขที่สามคือการตัดสินใจของผู้ซื้อถูกเร่งด้วยนโยบายภาษีใหม่ เพราะเมื่อภาษีเชื่อมกับการปล่อย CO2 ต้นทุนของรถน้ำมันและไฮบริดบางช่วงปล่อย CO2 ย่อมมีแรงกดดันมากขึ้นในเชิงราคาและโปรโมชัน
ภาษีสรรพสามิตใหม่ เปลี่ยนเกมราคาและการทำตลาด
ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 โครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ที่ให้ความสำคัญกับการปล่อย CO2 เป็นกลไกหลัก ถูกมองว่าเป็น Tax Shock ของอุตสาหกรรม เพราะทำให้การตั้งราคาในปี 2569 ไม่สามารถยืนอยู่บนฐานเดิมได้
ข้อมูลแนบชี้ให้เห็นว่า BEV ได้อัตราภาษีลดลง ขณะที่ HEV ในหลายช่วงปล่อย CO2 มีแนวโน้มภาษีสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่ปล่อย CO2 ช่วง 121 ถึง 150 กรัมต่อกิโลเมตร ที่มีการปรับขึ้นมากกว่าเดิมอย่างมีนัย ซึ่งทำให้รถไฮบริดที่เคยเป็นคำตอบของคนกลัวเรื่องระยะทาง อาจต้องเจอกับแรงกดดันด้านราคาเพิ่มขึ้น
อีกด้านหนึ่ง สื่อเศรษฐกิจและบทวิเคราะห์ตลาดชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ผู้ซื้อรถใหม่ที่ใช้น้ำมันจะเผชิญต้นทุนภาษีเพิ่มขึ้นตั้งแต่ระดับหลักพันไปจนถึงสูงกว่านั้นตามรุ่นและช่วงปล่อย CO2 และมีการคาดหมายว่าแบรนด์บางรายจะเลือกตรึงราคาในช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อรักษายอดขายและส่วนแบ่งตลาด
สิ่งที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่จึงไม่ใช่แค่รถแพงขึ้นหรือถูกลง แต่คือพฤติกรรมการตัดสินใจที่เปลี่ยน
- ผู้ซื้อกลุ่มหนึ่งเร่งจบดีลก่อนภาษีใหม่
- ผู้ซื้ออีกกลุ่มชะลอเพื่อรอดูราคาหลังภาษี
- ผู้ซื้อที่สนใจ EV ใช้ภาษีเป็นเหตุผลเสริมในการเปลี่ยนผ่านเร็วขึ้น
สำหรับดีลเลอร์ในเชียงราย การบริหารสต็อกจึงกลายเป็นงานที่ต้องเดินให้ถูกจังหวะ โดยเฉพาะสต็อก HEV ที่ปล่อย CO2 สูง และรุ่นเครื่องยนต์ใหญ่ที่มีความเสี่ยงด้านภาษีมากกว่าเดิม
หนี้ครัวเรือนและสินเชื่อเช่าซื้อ ตัวแปรที่กดเพดานกำลังซื้อ
แม้ฝั่งเทคโนโลยีและนโยบายจะผลักให้ตลาดขยับไปข้างหน้า แต่เพดานกำลังซื้อของครัวเรือนคือแรงต้านสำคัญในทุกจังหวัด
ข้อมูลสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หนี้ครัวเรือนไทยอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับประเทศในเอเชีย และธนาคารกลางมีความพยายามกำกับดูแลผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อและลีสซิ่ง โดยเฉพาะกลุ่มนอนแบงก์ เพื่อยกระดับความเป็นธรรมและลดความเสี่ยงด้านหนี้ครัวเรือน
ในเวลาเดียวกัน ภาพอัตราปฏิเสธสินเชื่อรถยนต์ที่สูงขึ้นถูกสะท้อนผ่านการติดตามภาคการเงินและผู้ประกอบการลีสซิ่ง โดยมีการชี้ว่า rejection rate เพิ่มสูงและกระทบยอดขายรถใหม่โดยตรง
สำหรับเชียงราย ความหมายเชิงปฏิบัติคือ ต่อให้ภาษีหนุนรถไฟฟ้าให้ดูคุ้มขึ้น แต่ถ้าสินเชื่อเข้ม ผู้ซื้อจำนวนมากก็ยังเข้าไม่ถึงรถใหม่อยู่ดี ตลาดจึงแบ่งเป็นสองชั้นชัดเจน
ชั้นแรกคือผู้ซื้อที่มีเงินสดหรือเครดิตแข็งแรง ซึ่งเริ่มเปลี่ยนไป EV เร็วและตัดสินใจตามเหตุผลด้านต้นทุนรวมระยะยาว
ชั้นที่สองคือผู้ซื้อที่ต้องพึ่งสินเชื่อเต็มรูปแบบ ซึ่งอ่อนไหวต่อดอกเบี้ย ระยะเวลาผ่อน และเงื่อนไขไฟแนนซ์มากกว่าคำว่า EV หรือ ICE
ภาพเช่นนี้ทำให้ดีลเลอร์ต้องทำตลาดแบบยืดหยุ่นขึ้น ทั้งการนำเสนอแพ็กเกจบริการหลังการขาย การรับประกันแบตเตอรี่ การแลกเปลี่ยนรถเก่า และการออกแบบดาวน์ที่เหมาะกับความเสี่ยงของไฟแนนซ์
บทเรียนจากอุทกภัย กำลังซื้อฟื้นพร้อมภาระหนี้ใหม่
กลางปี 2568 ภัยธรรมชาติทิ้งร่องรอยไว้กับเศรษฐกิจครัวเรือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ รวมถึงภาคธุรกิจที่เกี่ยวพันกับยานยนต์ ตั้งแต่รถเสียหาย การซ่อมแซม การเคลมประกัน ไปจนถึงการตัดสินใจซื้อรถทดแทน
การซื้อทดแทนในทางหนึ่งช่วยพยุงยอดขาย แต่ในอีกทางหนึ่งคือการเพิ่มภาระหนี้ก้อนใหม่ให้กับครัวเรือนที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์หนักมา เมื่อผนวกกับหนี้ครัวเรือนระดับประเทศที่สูงอยู่แล้ว ตลาดรถใหม่จึงไม่สามารถฟื้นแบบกระโดดได้ง่าย แม้ความต้องการมีอยู่จริง
ที่สำคัญ ภัยธรรมชาติยังทำให้ผู้บริโภคเริ่มถามหาความทนทานและความปลอดภัยมากขึ้น รถที่มีระบบช่วยขับ ระบบเตือน และมาตรฐานความปลอดภัยสูง กลายเป็นเหตุผลทางใจที่เสริมการตัดสินใจ แม้ราคาจะสูงกว่า

เทรนด์พลังงาน NGV ขาลง Jet A1 ขาขึ้น และเงาสะท้อนเศรษฐกิจ
ข้อมูลการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงทั้งปี 2568 ที่ถูกอ้างถึงจากกรมธุรกิจพลังงาน ระบุปริมาณการใช้เฉลี่ย 154.85 ล้านลิตรต่อวัน ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน ขณะที่ NGV ลดลงมากถึงร้อยละ 16.4 ดีเซลลดลง และ Jet A1 เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.6
ชุดข้อมูลนี้มีความหมายต่อเชียงรายในอย่างน้อยสามมิติ
มิติแรกคือ NGV ที่ลดลงสะท้อนโครงสร้างพลังงานที่เปลี่ยนไป ผู้ใช้จำนวนหนึ่งย้ายกลับไปน้ำมันหรือย้ายไปไฟฟ้า ส่วนสถานีบริการบางส่วนทยอยลดบทบาท
มิติที่สองคือดีเซลที่ลดลงมักสัมพันธ์กับกิจกรรมภาคผลิตและการขนส่งบางส่วนที่ชะลอ ซึ่งกระทบตลาดรถเชิงพาณิชย์และรถเพื่อทำมาหากิน
มิติที่สามคือ Jet A1 ที่เพิ่มขึ้นสอดรับการเดินทางและการท่องเที่ยว เมื่อการท่องเที่ยวฟื้น รถเช่า รถบริการ และรถรับส่งในเมืองท่องเที่ยวอย่างเชียงรายย่อมต้องปรับตัว และเริ่มมีผู้ประกอบการบางส่วนมอง EV เป็นจุดขายด้านต้นทุนและภาพลักษณ์
การค้าชายแดนและโลจิสติกส์ เชียงรายยังต้องพึ่งรถใช้งานหนัก
เชียงรายไม่ใช่แค่เมืองท่องเที่ยว แต่เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์การค้าชายแดน ความต้องการรถกระบะ รถบรรทุกขนาดเล็ก และรถเพื่อโลจิสติกส์ยังเป็นฐานตลาดสำคัญ ที่ทำให้ภาพรวมตลาดไม่สามารถเปลี่ยนเป็น EV แบบรถนั่งส่วนบุคคลได้ทันที
โจทย์เฉพาะของเชียงรายจึงอยู่ที่การเปลี่ยนผ่านของรถเชิงพาณิชย์ด้วย ไม่ใช่แค่รถนั่ง
หากภาษีและมาตรการเอื้อต่อ EV มากขึ้นในระยะถัดไป ความเป็นไปได้ของรถกระบะไฟฟ้าและรถขนส่งไฟฟ้าจะกลายเป็นเวทีแข่งขันใหม่ แต่ทั้งหมดต้องพึ่งโครงสร้างพื้นฐานชาร์จที่รองรับการใช้งานหนักจริง รวมถึงระบบซ่อมบำรุงและช่างที่มีทักษะเฉพาะ
ความปลอดภัยทางถนน และแรงกดดันให้รถรุ่นใหม่ต้องปลอดภัยขึ้น
อีกมิติที่หลบอยู่ใต้ตัวเลขยอดขายคือความปลอดภัย รถจักรยานยนต์ยังเป็นพาหนะหลักของหลายครัวเรือนในภาคเหนือ และอุบัติเหตุช่วงเทศกาลยังเป็นบาดแผลประจำปี การยกระดับรถยนต์รุ่นใหม่ให้มีระบบช่วยขับและระบบเตือนจึงถูกพูดถึงมากขึ้น พร้อมกับการเข้มงวดด้านวินัยจราจร
ในเชิงตลาด นี่ทำให้รถรุ่นใหม่ที่มี ADAS หรือระบบความปลอดภัยขั้นสูง กลายเป็นเหตุผลที่จับต้องได้สำหรับคนที่ลังเลเรื่องการเปลี่ยนรถ แม้ไม่ได้เลือก EV ก็ตาม
เชียงรายกำลังเข้าสู่ยุคปรับตัวรุนแรง และผู้ชนะคือคนที่บริหารความเสี่ยงได้
เมื่อมองภาพรวม ตลาดรถใหม่เชียงรายปี 2568 ถึง 2569 คือยุคของการปรับตัวแบบยืดหยุ่นสูง ภาษีสรรพสามิตใหม่ที่ผูกกับ CO2 คือแรงผลักทางโครงสร้าง ขณะที่หนี้ครัวเรือนและสินเชื่อเข้มงวดคือแรงต้านทางการเงิน ส่วนภัยธรรมชาติคือแรงกระแทกที่ทำให้การตัดสินใจของผู้บริโภคเปลี่ยนไปในเชิงความรู้สึกและความเสี่ยง
สิ่งที่น่าจับตาคือ EV ไม่ได้ชนะเพราะคำว่าเทคโนโลยีอย่างเดียว แต่ชนะเพราะสมการใหม่ของต้นทุนรวม ภาษี และภาพลักษณ์ ขณะเดียวกัน ICE และ HEV ยังไม่หายไป เพราะเชียงรายยังมีโจทย์ใช้งานจริง ทั้งระยะทาง ภูมิประเทศ และการค้าชายแดน
ข้อเสนอเชิงปฏิบัติสำหรับผู้เกี่ยวข้องในเชียงราย
สำหรับดีลเลอร์และผู้ประกอบการ
- เร่งจัดพอร์ตสินค้าและสต็อกให้สอดคล้องภาษี CO2 และพฤติกรรมผู้ซื้อหลัง 1 มกราคม 2569
- ขยายบริการหลังการขาย EV ให้ครบวงจร ตั้งแต่ประกันแบตเตอรี่ รถสำรอง ไปจนถึงศูนย์ซ่อมมาตรฐาน
- ทำงานร่วมไฟแนนซ์เชิงรุก ออกแบบแพ็กเกจดาวน์และผ่อนที่ลดความเสี่ยง rejection rate
สำหรับผู้บริโภค
- หากต้องการรถน้ำมันหรือไฮบริด ให้ตรวจสอบราคาและเงื่อนไขหลังภาษีใหม่ รวมถึงแคมเปญตรึงราคาที่บางแบรนด์ประกาศในช่วงเปลี่ยนผ่าน
- หากสนใจ BEV ให้พิจารณาสถานีชาร์จในเส้นทางใช้งานจริง และต้นทุนรวมทั้งการประกันภัยและบริการหลังการขาย ไม่ใช่แค่ราคาหน้าป้าย
สำหรับภาครัฐและท้องถิ่น
- วางแผนเครือข่ายชาร์จแบบรองรับเมืองท่องเที่ยวและเส้นทางเศรษฐกิจ รวมถึงจุดยุทธศาสตร์โลจิสติกส์
- สนับสนุนทักษะแรงงานช่าง EV และระบบกู้ภัยความปลอดภัยทางถนน เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
เชียงรายอาจไม่ใช่เมืองแรกที่รถไฟฟ้าครองถนน แต่กำลังเป็นหนึ่งในเมืองรองที่เห็นการเปลี่ยนผ่านชัดที่สุด เพราะทุกแรงกดดันมาบรรจบกันพร้อมกัน ทั้งภาษีใหม่ หนี้ครัวเรือน การท่องเที่ยว การค้าชายแดน และบทเรียนจากภัยธรรมชาติ ปี 2569 จึงไม่ใช่แค่ปีของยอดขาย หากเป็นปีที่ตลาดจะคัดเลือกผู้เล่นที่เดินเกมด้วยข้อมูล ความเข้าใจผู้บริโภค และความสามารถในการบริหารความเสี่ยง

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- ข่าวประชาสัมพันธ์ทำเนียบรัฐบาล เรื่องการปรับอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์บางประเภท มีผล 1 มกราคม 2569
- กรมธุรกิจพลังงาน สรุปภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงปี 2568 เฉลี่ย 154.85 ล้านลิตรต่อวัน NGV ลดลง 16.4 และ Jet A1 เพิ่มขึ้น 7.6
- Reuters รายงานหนี้ครัวเรือนไทยและการกำกับดูแลผู้ให้บริการเช่าซื้อและลีสซิ่ง โดยระบุหนี้ครัวเรือนร้อยละ 88.4 ของ GDP ณ สิ้นปี 2567 และบริบทการเข้มงวดสินเชื่อรถ
- The Standard รายงานภาพ rejection rate สินเชื่อรถยนต์สูง และผลกระทบต่อการเข้าถึงสินเชื่อของผู้ซื้อ










