Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

กองทัพไทยเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมแม่สาย หลังฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลาก

 

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2567 เวลา 07.00 น. พลตรี บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 37 (ศบภ.มทบ.37) ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำป่าไหลหลากท่วมพื้นที่หลายแห่ง โดยเฉพาะถนนพหลโยธินหน้า สภ.แม่สาย และด่านแม่สายซึ่งระดับน้ำสูงขึ้นมาก ประชาชนในพื้นที่โดยเฉพาะตลาดสายลมจอยได้รับผลกระทบหนัก หลายคนให้สัมภาษณ์ว่า “ไม่เคยท่วมแบบนี้มาก่อน” และยังมีประชาชนจำนวนมากที่ติดค้างในพื้นที่น้ำท่วม

ในการช่วยเหลือครั้งนี้ พลตรี บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ได้นำกำลังพลจากมณฑลทหารบกที่ 37 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กำลังพลจากโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช, กำลังพลจากกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17, กำลังพลจากหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 35 (นพค.35), ตำรวจจาก สภ.แม่สาย, กำลังพลจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.เชียงราย) และมูลนิธิในพื้นที่ ร่วมดำเนินการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มกำลัง โดยใช้ยุทโธปกรณ์ของกองทัพไทย เช่น เรือท้องแบน รถบรรทุกทหาร และอุปกรณ์ช่วยเหลือต่างๆ ในการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้างในพื้นที่น้ำท่วมสูง

สถานการณ์น้ำท่วมที่แม่สายครั้งนี้ได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี ระดับน้ำในหลายจุดสูงเกินกว่า 1 เมตร ส่งผลให้บ้านเรือนหลายหลัง รวมถึงร้านค้าในตลาดสายลมจอยได้รับความเสียหายอย่างหนัก น้ำป่าที่ไหลหลากลงมาจากพื้นที่ต้นน้ำยังคงพัดพาเศษไม้ ขอนไม้ และสิ่งปฏิกูลต่างๆ ลงสู่แม่น้ำสาย ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ หน่วยบรรเทาสาธารณภัยต่างๆ ได้จัดกำลังพลเข้าไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งดำเนินการแจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นให้กับผู้ที่เดือดร้อน ขณะเดียวกันยังมีการส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสภาพความเสียหายของเส้นทางคมนาคม และหมู่บ้านที่ถูกตัดขาดจากเหตุการณ์น้ำท่วม เพื่อดำเนินการซ่อมแซมและเปิดเส้นทางให้สามารถสัญจรได้โดยเร็ว

การช่วยเหลือจากศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 37 ยังรวมถึงการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้ที่ต้องอพยพออกจากพื้นที่น้ำท่วม รวมถึงการดูแลด้านการแพทย์ โดยมีหน่วยเสนารักษ์จากโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราชเข้าไปให้การดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ และผู้ป่วยในพื้นที่

จากการประเมินสถานการณ์เบื้องต้นพบว่าน้ำป่าที่ไหลหลากลงมาจากพื้นที่ภูเขายังคงมีปริมาณมาก ซึ่งอาจส่งผลให้สถานการณ์น้ำท่วมยืดเยื้อต่อไปอีกในระยะเวลาหนึ่ง ทางศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 37 จึงได้สั่งการให้มีการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากประชาชนให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติม

นอกจากการบรรเทาภัยในพื้นที่น้ำท่วมแล้ว ทางจังหวัดเชียงรายยังได้เตรียมแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยเน้นการซ่อมแซมบ้านเรือนและเส้นทางคมนาคมที่เสียหาย รวมถึงการฟื้นฟูด้านการเกษตรและเศรษฐกิจของชุมชนที่ได้รับผลกระทบ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 37

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

‘อนุทิน’ เดินหน้านโยบายกัญชา พร้อมหนุนเอ็นเตอร์เทนเมนคอมเพล็กซ์

 

เมื่อวันที่วันที่ 9 กันยายน 2567 ที่กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เริ่มปฏิบัติหน้าที่วันแรกอย่างเป็นทางการ พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คือ นายทรงศักดิ์ ทองศรี, น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ และ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โดยเริ่มต้นวันด้วยการทำพิธีเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงมหาดไทย เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนที่จะเข้าสู่ห้องทำงานของตน

ระหว่างการเดินเข้าสู่ห้องทำงาน นายอนุทิน ได้ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนถึงความคืบหน้าของนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะในเรื่องของ นโยบายกัญชาเพื่อการแพทย์ และ เอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากประชาชนและสื่อมวลชนอย่างมาก

ความคืบหน้านโยบายกัญชาเพื่อการแพทย์

นายอนุทิน ได้ระบุว่า นโยบายกัญชาเพื่อการแพทย์เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก โดยเน้นว่าได้มีการเสนอให้ ท่านนายกรัฐมนตรี พิจารณาการตรากฎหมายพระราชบัญญัติกัญชาแล้ว ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวจะต้องรอการแถลงนโยบายจากนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน ที่ได้หารือร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาก่อนหน้านี้

การออกกฎหมายดังกล่าวจะต้องทำให้ชัดเจนขึ้นในเรื่องของการควบคุมและเนื้อหาของการใช้งานกัญชาในทางการแพทย์ โดยเฉพาะในเรื่องของการใช้เพื่อการรักษาโรค และการควบคุมการใช้กัญชาในทางอื่นๆ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายและแนวทางที่กำหนดไว้ นายอนุทิน ย้ำว่าการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากเป็นสิ่งที่ประชาชนหลายคนรอคอยและคาดหวัง

แนวทางเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์

สำหรับประเด็นเรื่อง เอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ที่หลายฝ่ายให้ความสนใจ นายอนุทินกล่าวว่า นโยบายนี้ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งอาจจะต้องมีการปรับแก้ในบางส่วนเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์นี้ไม่ใช่แค่สถานที่ที่เกี่ยวข้องกับบ่อนคาสิโนเท่านั้น แต่จะมีองค์ประกอบอื่นๆ ที่สามารถสร้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายอนุทินยังย้ำว่าความสำคัญที่สุดคือการให้คนไทยได้รับประโยชน์สูงสุดจากการดำเนินนโยบายนี้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างงาน การกระตุ้นการท่องเที่ยว หรือการใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของไทยให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจในระยะยาว

ความร่วมมือกับพรรคร่วมรัฐบาล

นายอนุทินยังกล่าวถึงความร่วมมือกับพรรคร่วมรัฐบาลในประเด็นนี้ โดยกล่าวว่า พรรคร่วมรัฐบาล ให้การสนับสนุนแนวคิดเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์อย่างเต็มที่ แต่ต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายและครรลองครองธรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมและสังคมในวงกว้าง นอกจากนี้ นายอนุทินยังย้ำว่า โครงการนี้ควรจะเป็นโครงการที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ และยังช่วยกระจายความเจริญสู่พื้นที่ที่ต้องการแรงผลักดันทางเศรษฐกิจ เช่น พื้นที่ที่มีการพัฒนาน้อยหรือชุมชนในเขตห่างไกล

เอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ที่นายอนุทินกล่าวถึงนั้น มีแนวคิดที่จะรวมทั้ง ห้างสรรพสินค้า, ศูนย์อาหาร, สวนสนุก, การแสดงโชว์ และกิจกรรมที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ โครงการนี้มีเป้าหมายหลักในการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างงานให้กับคนไทย โดยเน้นที่ความโปร่งใสและการดำเนินการที่เป็นธรรม

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

พช.เชียงราย นำเครือข่ายเข้ารับโล่เชิดชูเกียรติในงาน “วันพัฒนาชุมชน”

 

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2567 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “วันพัฒนาชุมชน” (CD Day 2024) ภายใต้ธีมงาน “เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน” ( Strengthened grassroots economy , resilient and sustainable communities) ณ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ชั้น 2 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร โดยมี นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การดำเนินงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน ข้าราชการและประชาชนร่วมพิธีอย่างคับคั่ง 


       ในการนี้ นางอำไพ บัวระดก พัฒนาการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนางสุรีย์ศรี แสงสุวรรณ ผู้อำนวยการกลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน นายปรีชา ปวงคำ ผู้อำนวยการส่งเสริมการพัฒนาชุมชน ว่าที่ร้อยตรีอัครพล  จิตจักร์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานประสานและสนับสนุนการบริหารงานพัฒนาชุมชน นางเครือวรรณ สดใส ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน และข้าราชการในสังกัดสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยผู้นำชุมชน กลุ่ม/องค์การชุมชน เครือข่ายองค์กรชุมชน จังหวัดเชียงรายได้เข้าร่วมงานด้วย


        โอกาสนี้ นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย มอบหมายให้ นางอำไพ บัวระดก พัฒนาการจังหวัดเชียงราย เป็นผู้แทน เข้ารับประกาศเกียรติคุณการขับเคลื่อนหมู่บ้านป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยกองทุนแม่ของแผ่นดิน ตามนโยบายกระทรวงมหาดไทย ระดับจังหวัด และรางวัลเชิดชูเกียรติคนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ประจำปี 2567 ประเภทรางวัลสำนักงานเลขานุการคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ระดับจังหวัด ดีเด่นระดับเขตตรวจราชการที่ 16 ด้วย


       ทั้งนี้ พัฒนาการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยผู้บริหารงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเชียงราย ได้ร่วมแสดงความยินดีกับผู้นำชุมชน ผู้นำองค์กรชุมชน เครือข่ายองค์กรชุมชน จากจังหวัดเชียงราย ที่เข้ารับโล่รางวัลเชิดชูเกียรติ ในครั้งนี้ ดังนี้
       1. รางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีประเภท ตำบลเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดีเลิศ ระดับจังหวัดเชียงราย ได้แก่ ตำบลห้วยไคร้ อำเภอแม่สาย
      2.รางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีประเภท รางวัลหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง” อยู่เย็น เป็นสุข” ดีเด่น ระดับจังหวัดเชียงราย ได้แก่ บ้านยางคำนุ หมู่ที่ 5 ตำบลดอยฮาง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย 
      3.รางวัลโล่สิงห์ทอง ประเภท ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน (ชาย) ดีเด่น ระดับจังหวัดเชียงราย ได้แก่ นายธนกร โชคชัดชาญพัฒนา ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชนตำบลแม่คำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
     4.รางวัลโล่สิงห์ทอง ประเภท ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน (หญิง) ดีเด่น ระดับจังหวัดเชียงราย ได้แก่ นางรัตนาภรณ์ อุทธิยา ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชนตำบลโรงช้าง อำเภอป่าแดด จังหวัดเชียงราย
     5.รางวัลโล่สิงห์ทอง ประเภท กลุ่ม/องค์กรแกนหลักสำคัญในการพัฒนาหมู่บ้านดีเด่น ระดับจังหวัดเชียงราย ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนปลูกหม่อนเลี้ยงไหมครบวงจร ตำบลโยนก อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

เรือชาวประมงล่มอีกแล้ว! แม่น้ำโขงเชียงของ รอด 3 สูญหาย 2 คน

 

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2567 นายอุดม ปกป้องบวรกุล นายอำเภอเชียงของ ได้รับแจ้งจากกำนัน ต.เวียง ว่ามีชาวบ้านจำนวน 5 คน ออกเรือหาปลาในแม่น้ำโขง ในเวลา 05.00 น. จากพื้นที่บ้านดอนมหาวัน ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย จากนั้นเรือได้ล่มบริเวณกลางแม่น้ำโขง บริเวณท่าดูดทรายฝั่ง สปป.ลาว ตรงข้ามกับศาลพญานาค พื้นที่เชื่อมต่อระหว่าง บ้านปากอิง ตำบลศรีดอนชัย อำเภอเชียงของ กับบ้านแจ่มป๋อง ตำบลหล่ายงาว อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย

โดยพบว่ามีผู้รอดชีวิตจำนวน 3 ราย คือนายธนวัตร อายุ 29 ปี นาสบุญรัตน์ อายุ 36 ปี โดย นายสัมฤทธิ์ อายุ 42 ปี ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลเชียงของ เพื่อตรวจร่ายกาย ทั้ง 3 คนเป็นชาวต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย
ทั้งนี้ยังมีผู้สูญหาย 2 คน คือ นายนัฐวัฒน์ อายุ 29 ปี ชาว ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย และ นายอัสนัย 42 ปี ชาว ต.สถาน อ.เชียงของ จ.เชียงราย
 
หลังจากเกิดเหตุ นายอำเภอเชียงของ ได้ประสานงานกับทางหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง (นรข.) เชียงของ พร้อมกับหน่วยกู้ภัย ลงพื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อค้นหาผู้สูญหาย โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นจุดที่มีน้ำเชี่ยวและน้ำวน หลายแห่ง รวมไปถึงมีความลึกมาก ซึ่งยากแก่การค้นหา
 
นายอุดม ปกป้องบวรกุล นายอำเภอเชียงของ กล่าวว่า หลังลงพื้นที่ตรวจสอบในช่วงเช้าที่ผ่านมา ในเบื้องต้นได้รายงานให้กับทางผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ทราบแล้ว พร้อมทั้งประสานไปยัง หน่วยเรือรักษาความสงบตามลำน้ำโขง หรือ นรข. และตำรวจน้ำ ที่ประจำการในพื้นที่ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เพื่อค้นหาผู้สูญหาย และประสานไปยังมูลนิธิสยามร่วมใจ เพื่อขอสนับสนุนชุดกู้ภัยทางน้ำ เพื่อนำเรือจากอำเภอเมืองเชียงราย มาสแตนบายในพื้นที่ เพื่อค้นหาผู้สูญหายหลังจากนี้จะได้สอบปากคำผู้ที่รอดชีวิตอีกครั้ง ถึงสาเหตุของเหตุการณ์เรือล่มดังกล่าว
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ท้องถิ่นนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

สทนช. ติดตามสถานการณ์น้ำ ต้องเฝ้าระวังต่อเนื่องถึงเดือนกันยายน

 

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2567ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ โดยนางพัชรวีร์ สุวรรณิก ที่ปรึกษาด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่รับฟังบรรยายผลการดำเนินการมาตรการฤดูฝน ปี 2567 พื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยมีนายณรงค์พล คิดอ่าน นายอำเภอแม่สาย นางสาวนันทวรรณ กันคำ ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น เข้าร่วมประชุม และบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำในพื้นที่อำเภอแม่สาย ตลอดจนการบริหารจัดการน้ำ จากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

จากนั้นคณะฯ ได้ลงพื้นที่จำนวน 2 จุด ได้แก่สะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 และบ้านป่าซางงามหมู่ที่ 6 ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามการดำเนินการการแก้ไขสถานการณ์น้ำท่วมและน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย 

นางพัชรวีร์ สุวรรณิก ที่ปรึกษาด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า สืบเนื่องจากความห่วงใยจากรองนายกรัฐมนตรี ท่านภูมิธรรม เวชยชัย ที่ได้มอบเป็นนโยบายให้กับทางสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ โดยนายสุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำ ได้เข้ามาดำเนินการดูแลในเรื่องของสถานการณ์ที่เป็นห่วง กังวลในเเรื่องของอุทกภัยตั้งแต่ภาคเหนือ ซึ่งคาดว่าจะประสพกับเรื่องของฝนที่ตกในช่วงเดือนกันยายนนี้ อีกทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการบูรณาการเตรียมความพร้อมเพื่อดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน พร้อมเตรียมในเรื่องของมวลน้ำให้สามารถระบายลงสู่น้ำโขงได้อย่างรวดเร็ว ไม่เป็นอุปสรรคในการที่จะดำรงชีพ  
สำหรับ สทนช.เป็นหน่วยงานในการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการคาดการณ์ฝน ในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำ ในเรื่องของการดูแลมวลน้ำและมวลชน ร่วมกับกรมบรรเทาสารณภัยท้องที่ ท้องถิ่น และอำเภอ ซึ่งในพื้นที่ อ.แม่สาย เป็นจุดสำคัญจุดหนึ่ง ซึ่งถ้าเกิดปัญหาอุทกภัยแล้วก็จะก่อเกิดความเสียหาย ก็ควรที่จะต้องเร่งมีมาตรการให้บรรเทาให้กลับสู่สภาวะปกติให้เร็วที่สุด ที่ปรึกษาด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวเพิ่มเติม

ด้านนายฐนโรจน์ วรรัฐประเสริฐ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์น้ำในขณะนี้ โดยเฉพาะในภาคเหนือ ทางหน่วยงานได้มีการติดตามประเมินในเรื่องของปริมาณน้ำฝน โดยเฉพาะในช่วงของ สิงหา ถึง กันยายน  โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดเชียงราย ภาคเหนือตอนบน ฝนจะตกสะสม และมากกว่าค่าเฉลี่ย จะเห็นได้ว่าขณะนี้ฝนเริ่มตกแล้ว  มีน้ำไหลหลากลงมา โดยเฉพาะแม่สายส่งผลให้น้ำเอ่อล้น 5 รอบแล้ว และ หลังจากนี้ไป ช่วงต้นเดือนกันยายนจนถึงวันที่ 15 กันยายน ฝนก็ยังจะตกซ้ำอยู่บริเวณภาคเหนือตอนบนเหมือนเดิม และทยอยตกตลอดเดือนสิงหาคม เพราะฉะนั้น สถานการณ์ต่อจากนี้ไปในเรื่องของน้ำหลากยังมีความเสี่ยงที่จะต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้อมูลปริมาณน้ำฝน จึงขอให้มีการติดตามเฝ้าระวังติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด สำหรับพี่น้องประชาชน เมื่อทราบข้อมูลแล้วอยากให้มีการส่งข่าวทางกลุ่มไลน์ กลุ่มเครือข่ายของพี่น้องประชาชนเพื่อให้รับทราบร่วมกัน ก็จะเป็นช่องทางหนึ่งและเป็นช่องทางที่ดีที่สุด ในการที่จะร่วมกันแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนต่อไป

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

“นิด้าโพล” เผยรัฐบาล ‘นายกฯอิ๊งค์’ จะไม่บริหารโดยปราศจากทักษิณ

 

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2567 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจของประชาชน เรื่อง บทบาทอดีตนายกฯ ทักษิณ ในรัฐบาลอุ๊งอิ๊งค์” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 20-21 สิงหาคม 2567 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับบทบาททางการเมืองของคุณทักษิณ ชินวัตร ในรัฐบาลนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

 

                จากการสำรวจเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนถึงความเป็นไปได้ที่นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร จะบริหารประเทศโดยปราศจากคุณทักษิณ ชินวัตร พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 59.01 ระบุว่า เป็นไปไม่ได้เลย รองลงมา ร้อยละ 15.42 ระบุว่า ไม่น่าเป็นไปได้ ร้อยละ 14.96 ระบุว่า ค่อนข้างเป็นไปได้ ร้อยละ 9.77 ระบุว่า เป็นไปได้แน่นอน และร้อยละ 0.84 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

 

                ด้านบทบาทที่คุณทักษิณ ชินวัตร ควรมีในรัฐบาลนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 37.79 ระบุว่า ไม่ดำรงตำแหน่งใด ๆ ไม่อยู่หลังฉาก แต่อาจให้คำปรึกษาอย่างไม่เป็นทางการในฐานะพ่อ-ลูก รองลงมา ร้อยละ 28.85 ระบุว่า ไม่ดำรงตำแหน่งใด ๆ แต่อยู่หลังฉากในการช่วย หรือให้คำปรึกษาในการบริหารประเทศแก่นายกฯ แพทองธาร ร้อยละ 26.95 ระบุว่า ไม่ดำรงตำแหน่งใด ๆ ไม่อยู่หลังฉาก และปล่อยให้นายกฯ แพทองธาร เป็นอิสระในการบริหารประเทศ ร้อยละ 6.03 ระบุว่า ดำรงตำแหน่งที่เป็นทางการในการช่วย หรือให้คำปรึกษาในการบริหารประเทศแก่นายกฯ แพทองธาร และร้อยละ 0.38 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

 

                ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงบทบาทของ คุณทักษิณ ชินวัตร ในความเป็นจริงที่ประชาชนจะได้เห็นในรัฐบาลนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตรพบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 39.39 ระบุว่า ไม่ดำรงตำแหน่งใด ๆ แต่อยู่หลังฉากในการช่วย หรือให้คำปรึกษาในการบริหารประเทศแก่นายกฯ แพทองธารรองลงมา ร้อยละ 31.91 ระบุว่า ไม่ดำรงตำแหน่งใด ๆ ไม่อยู่หลังฉาก แต่อาจให้คำปรึกษาอย่างไม่เป็นทางการในฐานะพ่อ-ลูก ร้อยละ 18.70 ระบุว่า ไม่ดำรงตำแหน่งใด ๆ ไม่อยู่หลังฉาก และปล่อยให้นายกฯ แพทองธาร เป็นอิสระในการบริหารประเทศ ร้อยละ 9.08 ระบุว่าดำรงตำแหน่งที่เป็นทางการในการช่วย หรือให้คำปรึกษาในการบริหารประเทศแก่นายกฯ แพทองธาร และร้อยละ 0.92 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ


                เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 8.55 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ร้อยละ 18.63 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคกลาง ร้อยละ 17.86 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.35 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 13.82 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ และร้อยละ 7.79 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออก ตัวอย่าง ร้อยละ 48.09 เป็นเพศชาย และร้อยละ 51.91 เป็นเพศหญิง

 

                ตัวอย่าง ร้อยละ 12.37 อายุ 18-25 ปี ร้อยละ 17.94 อายุ 26-35 ปี ร้อยละ 18.24 อายุ 36-45 ปี ร้อยละ 26.64 อายุ 46-59 ปี และร้อยละ 24.81 อายุ 60 ปีขึ้นไป ตัวอย่าง ร้อยละ 96.26 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 2.75 นับถือศาสนาอิสลาม และร้อยละ 0.99 นับถือศาสนาคริสต์ และศาสนาอื่น ๆ

 

                ตัวอย่าง ร้อยละ 35.42 สถานภาพโสด ร้อยละ 62.75 สมรส และร้อยละ 1.83 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ ตัวอย่าง ร้อยละ 12.83 จบการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่า ร้อยละ 27.63 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 11.22 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 39.16 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 9.16 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า

 

                ตัวอย่าง ร้อยละ 12.90 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 16.34 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 23.83 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ ร้อยละ 6.79 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 14.50 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 20.53 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน และร้อยละ 5.11 เป็นนักเรียน/นักศึกษา

 

                ตัวอย่าง ร้อยละ 17.71 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 13.74 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 10,000 บาท ร้อยละ 29.54 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-20,000 บาท ร้อยละ 14.20 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-30,000 บาท ร้อยละ 6.95 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001-40,000 บาท ร้อยละ 8.32 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 9.54 ไม่ระบุรายได้

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

‘สนามบินเชียงราย’ ยังไม่กระทบ พร้อมตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

 

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2567 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่ากระทรวงคมนาคม กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ในภาคเหนือในขณะนี้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) AOT หรือ ทอท. ได้รายงานว่าจากเหตุน้ำท่วมและดินถล่มนั้น ท่าอากาศยานที่อยู่ภายใต้การดูแลของ ทอท. ยังไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ได้จัดเตรียมแผนการรองรับไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ได้มีการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือและบริหารจัดการน้ำภายในสนามบิน โดยการขุดลอกระบบระบายน้ำแบบเปิด ซึ่งเป็นคูระบายน้ำโดยรอบพื้นที่ท่าอากาศยาน และจัดเตรียม เครื่องสูบน้ำด้านทิศเหนือที่ใช้บริหารจัดการน้ำภายในสนามบินเชียงรายให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา และมีการตรวจสอบประตูน้ำว่าสามารถใช้งานได้ปกติ

ซึ่งทาง นาวาอากาศตรีสมชนก เทียมเทียบรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย เปิดเผยว่า จากการประเมินเบื้องต้น ระดับน้ำและปริมาณน้ำฝนในขณะนี้ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงรายยังไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม อย่างไรก็ดี ท่าอากาศยานได้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดเชียงรายปี 2567 ซึ่งเป็นปีที่มีน้ำท่วมหนักอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งตรวจสอบระบบระบายน้ำของสนามบินให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น 

นอกจากนี้ ได้จัดเจ้าหน้าที่มีการตรวจสอบกายภาพ และติดตามสถานการณ์น้ำท่วมโดยรอบพร้อมประเมินสถานการณ์และรายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิด อีกทั้งได้จัดเตรียมเครื่องอุปโภค บริโภค  รวมถึง ยารักษาโรคใน “ถุงยังชีพ” ตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อช่วยเหลือ บรรเทาภัยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภายในพื้นที่

ขณะเดียวกันท่าอากาศยานเชียงใหม่ ได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นำอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นในการยังชีพ แจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นการช่วยเหลือในการยังชีพในเบื้องต้น และหลังจากนั้นจะมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อจะอำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ ให้กับพี่น้องประชาชนต่อไป

นอกจากนี้กระทรวงคมนาคมยังได้มอบหมายและสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทลจากอุทกภัยในแต่ละพื้นที่ รวมทั้งสั่งเปิด “ศูนย์ Command Center ภัยพิบัติกระทรวงคมนาคม” ซึ่งเป็นศูนย์บัญชาการ สั่งการ รับแจ้งเหตุ ประสานข้อมูลการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายใน และภายนอกกระทรวงฯ เพื่อบูรณาการการรายงานผลในการให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที

สำหรับทางเจ้าหน้าที่และผู้บริหาร นาวาอากาศตรีสมชนก เทียมเทียบรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย  ,นางแสงเดือน อ้องแสนคำ รชร.(สธ.),ดร.สิทธิปัฐพ์ มงคลอภิบาลกุล รชร.(ปร.) พร้อมพนักงาน ทชร.ร่วมบรรจุถุงอุปโภคบริโภค เพื่อนำไปช่วยเหลือ บรรเทาภัยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภายในพื้นที่จังหวัดเชียงราย

ก็ได้มีการมอบถุงอุปโภค บริโภค ของ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ให้กับ อบจ.เชียงราย โดยนายเกรียงศักดิ์ วันไชยธนวงศ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดเชียงราย และช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น
 

สำหรับสถานการณ์ล่าสุดนั้น มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมหลายแห่ง ซึ่งต้องเฝ้าระวังบริเวณพื้นที่เสี่ยง รวม 35 จังหวัด ดังนี้

ภาคเหนือ 12 จังหวัด ประกอบด้วย

  • เชียงราย
  • เชียงใหม่
  • แม่ฮ่องสอน
  • ตาก
  • ลำปาง
  • พะเยา
  • น่าน
  • แพร่
  • สุโขทัย
  • อุตรดิตถ์
  • พิษณุโลก
  • เพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7 จังหวัด ประกอบด้วย

  • เลย
  • หนองคาย
  • บึงกาฬ
  • หนองบัวลำภู
  • อุดรธานี
  • สกลนคร
  • นครพนม

ภาคตะวันตก 4 จังหวัด ประกอบด้วย

  • กาญจนบุรี
  • ราชบุรี
  • เพชรบุรี
  • ประจวบคีรีขันธ์

ภาคตะวันออก 4 จังหวัด ประกอบด้วย

  • นครนายก
  • ปราจีนบุรี
  • จันทบุรี
  • ตราด

ภาคใต้ 8 จังหวัด ประกอบด้วย

  • ระนอง
  • พังงา
  • ภูเก็ต
  • สุราษฎร์ธานี
  • นครศรีธรรมราช
  • ตรัง
  • พัทลุง
  • สตูล

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

ส่งเครื่องผลักดันน้ำถึงเชียงราย ผลักดันน้ำ 1.15 ลบ.ม.ต่อวินาที

 

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2567 เวลา 17.00 น. ว่าที่ ร.ต. ศราวุธ จันทวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้ลงพื้นที่อำเภอเชียงของเพื่อติดตามการประกอบและติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังทวีความรุนแรงในจังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำอิงที่มีปริมาณน้ำมหาศาลไหลมาจากจังหวัดพะเยา ผ่านอำเภอเทิงและอำเภอขุนตาล เพื่อให้สามารถระบายน้ำลงสู่ลำน้ำโขงได้อย่างรวดเร็วที่สุด

นายทวีชัย โค้วตระกูล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงราย เปิดเผยว่า โครงการชลประทานเชียงรายได้รับการสนับสนุนเครื่องผลักดันน้ำจำนวน 10 เครื่องจากกรมชลประทาน เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยในจังหวัดเชียงราย โดยเครื่องผลักดันน้ำนี้มีความสามารถในการสูบหรือผลักดันน้ำได้ที่อัตรา 1.15 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระยะยกน้ำ 1.2 เมตร และใช้พลังงาน 25 กิโลวัตต์ ซึ่งเครื่องดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานในพื้นที่ที่มีความเร็วน้ำไม่เกิน 1.8 เมตรต่อวินาที

การติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำกำลังดำเนินการอย่างเร่งด่วน ณ จุดบ้านเต๋น หมู่ที่ 8 ตำบลสถาน อำเภอเชียงของ ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการระบายน้ำจากแม่น้ำอิงลงสู่แม่น้ำโขง การดำเนินการนี้เป็นการตอบสนองต่อสถานการณ์น้ำท่วมหนักที่เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงรายปี 2567 ที่สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อพื้นที่หลายอำเภอ

ในปี 2567 จังหวัดเชียงรายเผชิญกับเหตุการณ์น้ำท่วมอย่างต่อเนื่องจากปริมาณฝนที่ตกหนักเกินกว่าปกติ ส่งผลให้หลายพื้นที่ในจังหวัดต้องประสบกับปัญหาน้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดได้แก่ อำเภอเทิง อำเภอขุนตาล และอำเภอเชียงของ ซึ่งเส้นทางน้ำจากจังหวัดพะเยาไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง ทำให้การระบายน้ำเป็นไปได้ยากและทำให้ระดับน้ำในพื้นที่ดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

เพื่อรับมือกับสถานการณ์อุทกภัยที่รุนแรงนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมมือกันในการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำอย่างรวดเร็ว และจะมีการติดตามการทำงานของเครื่องผลักดันน้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งสามารถช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติธรรมชาติในอนาคต โดยจะมีการทบทวนและปรับปรุงแผนการจัดการอุทกภัยในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง

โดยการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบชลประทานในพื้นที่เสี่ยงภัย พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการควบคุมและบริหารจัดการน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงจากอุทกภัยในอนาคต

สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดเชียงรายปี 2567 เป็นการเตือนภัยที่ชัดเจนถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไม่ยั่งยืน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการแก้ไขปัญหาและสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนถึงความสำคัญของการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำอีกในอนาคต.

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

‘พาณิชย์’ ตามสถานการณ์น้ำท่วม ห้ามราคาสินค้าฉวยโอกาสขึ้นเด็ดขาด

 

เมื่อวันที่ 23 ส.ค.67 ได้ประชุมร่วมกับห้างค้าส่ง-ค้าปลีก ห้างท้องถิ่น ร้านสะดวกซื้อ ห้างจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง สมาคมขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออก สมาคมรถบรรทุก ที่เป็นภาคีเครือข่าย ดังนี้ ห้างโฮมโปร ห้างไทวัสดุ ห้างดูโฮม ห้างโกลบอลเฮ้าส์ ห้างเมกาโฮม ห้างแม็คโคร ห้างบิ๊กซี ห้างโลตัส ห้างโกโฮลเซลล์ ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ชมรมทายาทห้างค้าปลีก-ค้าส่งไทย บริษัท นิ่มซี่เส็ง จำกัด และ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) โดยได้รับแจ้งว่า สาขาในพื้นที่ยังไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และสามารถเปิดให้บริการประชาชนได้ตามปกติ และมีแผนการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ เช่น เตรียมกระสอบทราย พร้อมกับยืนยันว่า สต๊อกสินค้ามีเพียงพอ ไม่มีการปรับขึ้นราคา พร้อมจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้าเพื่อช่วยเหลือประชาชน

ทั้งนี้ได้กำชับทุกห้างร้าน หากมีปัญหาในการจัดส่งให้แจ้งกรมฯ เพื่อจะได้ประสานต่อหน่วยราชการในพื้นที่หรือ กอ.รมน. เข้าช่วยเหลือแก้ปัญหาการขนส่ง รวมทั้งไม่ปรับขึ้นราคาสินค้า และจัดเตรียมสินค้าไว้ให้เพียงพอ เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าขาดแคลน โดยเฉพาะของใช้จำเป็น รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมและทำความสะอาด เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบภัยด้วย 

สำหรับการขนส่งสินค้าผู้ประกอบการขนส่งทางภาคเหนือ ยืนยันว่ายังไม่ได้รับผลกระทบต่อการขนส่งสินค้า แต่อาจมีน้ำท่วมในเส้นทางสายรองบ้าง แต่ยังสามารถขนส่งสินค้าได้ตามปกติ พร้อมเตรียมแผนเส้นทางสำรองและรูปแบบในการขนส่ง ทั้งนี้หลังน้ำลดจะได้ให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดจัดสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด เพื่อช่วยเหลือประชาชนโดยด่วน

นอกจากนี้ ได้กำชับให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัด กำกับดูแลให้มีการปิดป้ายแสดงราคาสินค้า และเข้มงวดไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า กรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคาจะมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และกรณีจำหน่ายสินค้าแพงเกินสมควรจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากพบเห็นพฤติกรรมที่เข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่เป็นธรรม

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานพาณิชย์จังหวัด

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

ผลสำรวจ “นิด้าโพล” เผยเลือกตั้ง ครั้งหน้าพรรคอันดับหนึ่งไม่แลนด์สไลด์

 

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2567 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจของประชาชน เรื่อง “ความเป็นไปได้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 13-15 สิงหาคม 2567 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความเป็นไปได้ทางการเมืองในการเลือกตั้งครั้งหน้า การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

 

                จากการสำรวจเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนถึงความเป็นไปได้ที่จะมีพรรคการเมืองซึ่งได้รับชัยชนะแบบ Landslide จะสามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 27.40 ระบุว่า เป็นไปได้มาก รองลงมา ร้อยละ 27.25 ระบุว่า ค่อนข้างไปได้ ร้อยละ 22.52 ระบุว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ ร้อยละ 21.15 ระบุว่า เป็นไปไม่ได้เลย และร้อยละ 1.68 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

 

                ด้านความเป็นไปได้ที่พรรคการเมืองซึ่งได้รับชัยชนะเป็นอันดับที่หนึ่ง แต่ไม่ใช่การชนะแบบ Landslide อาจจะต้องไปเป็นพรรคฝ่ายค้านพบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 38.17 ระบุว่า ค่อนข้างเป็นไปได้ รองลงมา ร้อยละ 29.77 ระบุว่า เป็นไปได้มาก ร้อยละ 18.78 ระบุว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ ร้อยละ 12.21 ระบุว่า เป็นไปไม่ได้เลย และร้อยละ 1.07 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

 

                ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความเป็นไปได้ที่จะมีพรรคการเมืองจับมือเป็นพันธมิตรกันและหลีกทางให้กันในบางเขตเลือกตั้ง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 34.81 ระบุว่า ค่อนข้างเป็นไปได้ รองลงมา ร้อยละ 27.02 ระบุว่า เป็นไปได้มาก ร้อยละ 18.24 ระบุว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ ร้อยละ 18.17 ระบุว่า เป็นไปไม่ได้เลย และร้อยละ 1.76 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

 

                เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 8.55 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ร้อยละ 18.63 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคกลาง ร้อยละ 17.86 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.35 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 13.82 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ และร้อยละ 7.79 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออก ตัวอย่าง ร้อยละ 48.09 เป็นเพศชาย และร้อยละ 51.91 เป็นเพศหญิง

 

                ตัวอย่าง ร้อยละ 12.37 อายุ 18-25 ปี ร้อยละ 17.94 อายุ 26-35 ปี ร้อยละ 18.24 อายุ 36-45 ปี ร้อยละ 26.64 อายุ 46-59 ปี และร้อยละ 24.81 อายุ 60 ปีขึ้นไป ตัวอย่าง ร้อยละ 96.56 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 2.60 นับถือศาสนาอิสลาม และร้อยละ 0.84 นับถือศาสนาคริสต์ และศาสนาอื่น ๆ

 

                ตัวอย่าง ร้อยละ 36.26 สถานภาพโสด ร้อยละ 61.91 สมรส และร้อยละ 1.83 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ ตัวอย่าง ร้อยละ 13.44 จบการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่า ร้อยละ 30.46 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 9.85 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่าร้อยละ 38.09 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 8.16 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า

 

                ตัวอย่าง ร้อยละ 12.75 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 16.11 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 22.75 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ ร้อยละ 8.93 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 14.35 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงานร้อยละ 20.15 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน และร้อยละ 4.96 เป็นนักเรียน/นักศึกษา

 

                ตัวอย่าง ร้อยละ 19.62 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 13.36 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 10,000 บาท ร้อยละ 31.76 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-20,000 บาท ร้อยละ 11.68 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-30,000 บาท ร้อยละ 6.56 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001-40,000 บาท ร้อยละ 7.25 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 9.77 ไม่ระบุรายได้

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News