Categories
AROUND CHIANG RAI FEATURED NEWS

เปิดโครงการบูรณาการการท่องเที่ยว ภาคเหนือตอนบน 2 ยกระดับมาตรฐานสากล

 

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2567 เวลา 09.30 น. ณ โรงแรมเชียงรายแกรนด์รูม จังหวัดเชียงราย มีพิธีเปิดโครงการบูรณาการการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ภายใต้กิจกรรมหลัก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถบุคลากรด้านการท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐานสากล โดยมีนางสาวนพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธี

นางหทัยกาญจน์ อิภิชาติ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน กล่าวรายงานว่า โครงการบูรณาการการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรและผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐานสากล ยกระดับมาตรฐานภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2

โครงการนี้ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ประกอบด้วย จังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน โดยมีเป้าหมายในการฝึกอบรมจำนวน 4 หลักสูตรนำร่อง ได้แก่ 1. หลักสูตรการพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการท่องเที่ยว 2. หลักสูตรยกระดับศักยภาพบุคลากรและสถานประกอบการด้านการท่องเที่ยว เป็นกิจกรรมล่องแก่งและ รู้สึกเรื่องกาแฟ 3. หลักสูตรพัฒนาศักยภาพของมัคคุเทศก์น้อยและนักสื่อความหมาย และ 4. หลักสูตรการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

ในระหว่างวันที่ 26 – 29 กรกฎาคม 2567 จะมีการจัดอบรม 3 หลักสูตร ได้แก่ 1. การพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการท่องเที่ยว 2. การพัฒนาศักยภาพของมัคคุเทศก์น้อยและนักสื่อความหมาย 3. การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และในระหว่างวันที่ 9 – 12 สิงหาคม 2567 จะมีการอบรมหลักสูตรยกระดับศักยภาพบุคลากรและสถานประกอบการด้านการท่องเที่ยว กิจกรรมรู้ลึกเรื่องกาแฟ

งานนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาฝึกอบรม และมีผู้เข้ารับการฝึกอบรมจากหลากหลายกลุ่ม อาทิ ผู้ประกอบการร้านอาหาร ร้านกาแฟ และสถานประกอบการท่องเที่ยวต่างๆ โดยมีการเสวนาในหัวข้อ “Next Step ก้าวสู่การยกระดับบุคลากรด้านการท่องเที่ยวสู่มาตรฐานสากล” ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวด้วยการพัฒนาศักยภาพบุคลากร และผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางเมืองท่องเที่ยว หรือ Tourism Hub ของภูมิภาค

ซึ่งในพิธีเปิดเริ่มต้นด้วยการแสดงในพิธีเปิดในชุด “มนตราแห่งล้านนาตะวันออก เสน่ห์สู่สากล” และภายในงานยังมีการเสวนาเรื่อง “Next Step ก้าวสู่การยกระดับบุคลากรด้านการท่องเที่ยวสู่มาตรฐานสากล” โดยวิทยากรระดับประเทศและนานาชาติ ได้แก่ นางสาวนพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน,นายวิสูตร บัวชุม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงราย,นายวิรัตน์ วงค์มา แรงงานจังหวัดเชียงราย, นายฐิติวัชร ไลศิริพันธุ์ รักษาราชการผู้อำนวยการสำนักการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบจ.เชียงราย ผู้จัดการหลักสูตรมัคคุเทศก์น้อย (เชียงราย),ดร.ภัทรโรบล จริยฐิตินันท์ ผู้จัดการหลักสูตรภาษาอังกฤษ, ดร.ฤทัยภัทร พิมลศรี อาจารย์มหาวิทยาลัยพะเยา และอาจารย์ธัญญ์นภัส ฐิติกิตวรธัญญ์ ผู้จัดการหลักสูตรการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การนวด สปา และอาหารชุมชน

หลังการเสวนา ผู้เข้าร่วมอบรมฯ จะเข้ารับการปฐมนิเทศในแต่ละห้องของตนเอง โดยหลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่อการท่องเที่ยวและมัคคุเทศก์น้อยอยู่ในโรงแรมเชียงรายแกรนด์รูม ส่วนหลักสูตรการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การนวด สปา และอาหารชุมชน เดินทางไปยังโรงแรมโพธิ์วดล การบูรณาการและการส่งเสริมการท่องเที่ยวในภาคเหนือตอนบน 2 นี้ ถือเป็นการผลักดันให้เศรษฐกิจในภูมิภาคเติบโตอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง นับเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้ก้าวไกลสู่มาตรฐานสากล

ซึ่งการจัดโครงการบูรณาการการท่องเที่ยวครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาดท่องเที่ยวโลก โดยการเน้นการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะเฉพาะทาง จะช่วยให้บุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสามารถให้บริการที่มีคุณภาพสูงและตอบสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจท้องถิ่นมีความเข้มแข็งและยั่งยืน การสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาการท่องเที่ยวครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาคและประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI FEATURED NEWS

เซ็นทรัลเชียงราย จัดฟุตบอลกระชับมิตร มอบ 3 แสนบาทยกระดับกีฬาเชียงราย

 

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย จับมือกับ เทศบาลนครเชียงราย จัดการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร “FRIENDLY MATCH : CPN x ChiangRai Municipality 2024” ณ สนามหญ้าเทียม X-ARENA (ท่าสาย) เพื่อส่งเสริมทักษะการเล่นกีฬาฟุตบอล 7 คน ก่อให้เกิดความสมานสามัคคี มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีต่อกัน โดยผลการแข่งขันจบลงที่ เทศบาลนครเชียงรายชนะไปด้วย 5-6 พร้อมขนเงินรางวัลมูลค่า 20,000 บาทกลับบ้าน

ในโอกาสนี้ คุณรุจิเรศ นีรปัทมะ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) มอบเงินสนับสนุนให้กับ สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย จำนวน 300,000 บาท เพื่อสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ และยกระดับกีฬาจังหวัดเชียงรายมุ่งสู่ความเป็นเลิศ โดยมี คุณธเนศ โกมลธง รองนายกเทศมนตรีนครเชียงราย, เดช ใจกล้า อุปนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย เป็นผู้รับมอบ และมี ธนาพรรณ พงษ์พันธ์, สายัณห์ นักบุญ, วีรโชติ ถิรวายามกุล, สุภัทร อักษรแก้ว, ภาธร์ รังษีกุลพิพัฒน์, และโชติศิริ ดารายน ร่วมงาน ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย

โดยการสนับสนุนในครั้งนี้ไม่เพียงแค่เป็นการส่งเสริมกีฬาฟุตบอลเท่านั้น แต่ยังเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งและความสมานสามัคคีในชุมชน การร่วมมือกันจัดกิจกรรมกีฬานับว่าเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมสร้างความสุขและสุขภาพที่ดีให้กับคนในท้องถิ่น และยังช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจในพื้นที่ด้วย

ถือเป็นโอกาสที่ดีในการพัฒนากีฬาของจังหวัดเชียงราย เพื่อให้เยาวชนและประชาชนในพื้นที่มีโอกาสในการพัฒนาทักษะทางกีฬา และส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ โดยเงินสนับสนุนที่ได้รับจะนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมกีฬาและพัฒนาให้กับประชาชนในจังหวัดเชียงราย เพื่อสร้างเสริมความสามารถและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับทุกคน

การจัดกิจกรรม “FRIENDLY MATCH : CPN x ChiangRai Municipality 2024” ในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐในการส่งเสริมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม และเป็นการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ดีให้กับชุมชนในจังหวัดเชียงราย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
FEATURED NEWS

งานวิจัยท่องเที่ยว บพข. คว้ารางวัล PMUC COUNTRY 1st AWARD

 

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2567, นางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้รับมอบหมายจาก นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  ให้เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล PMUC COUNTRY 1st AWARD ครั้งแรกของไทย งานวิจัยเปลี่ยนประเทศ เพื่อมอบรางวัลให้กับนักวิจัย ผู้ประกอบการที่ได้ผลิตผลงานที่เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย สร้างพลังต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ในงาน อว.แฟร์ : SCI POWER FOR FUTURE THAILAND มหกรรมส่งเสริมการใช้ประโยชน์ อววน. เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน ด้วยพลังสหวิทยาการ โดยมี รศ.ดร.ธงชัย สุวรรณสิชณน์ พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร คณะนักวิจัย และผู้เข้าชมงาน เข้าร่วม โดย 1 ใน 13 โครงการจาก 1,600 โครงการ ที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ คือ ผลการวิจัยเรื่อง “การวิจัยและพัฒนาเพื่อยกระดับมาตรฐานสุขอนามัยระดับสากล GBAC Star ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ” ภายใต้การบริหารงานของแผนงานกลุ่มการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บพข. โดยมี อาจารย์นวลสมร อุณหะประทีป หัวหน้าโครงการ ขึ้นรับรางวัล โดยพิธีมอบรางวัลนี้จัดขึ้น ณ เวทีย่อย โซน D Science For Exponential Growth ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

 

น.ส.สุชาดา แทนทรัพย์ กล่าวว่า “กระทรวง อว. มีพันธกิจสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนงานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ของประเทศให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ อาทิ เศรษฐกิจดิจิทัล อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง อุตสาหกรรมสีเขียว และ อุตสาหกรรมความมั่นคงของประเทศ ตลอดจนการสร้างระบบนิเวศและโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการพัฒนาจุดแข็งของประเทศ ให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด และพร้อมสำหรับการแข่งขันบนเวทีโลก อีกทั้งยังสนับสนุนให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ส่งเสริมการลงทุน พัฒนา SME และ Startup ที่มีศักยภาพให้สามารถเติบโตและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน โดยยึดหลักการ “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” โดยใช้องค์ความรู้และการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยการสนับสนุนทุนวิจัยของ บพข. นับเป็นการเร่งสร้างให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการอย่างตรงจุด เสริมความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมไทย และเพิ่มขีดความสามารถในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน

 

รางวัล PMUC Country 1st Award ครั้งแรกของไทย งานวิจัยเปลี่ยนประเทศ โดย หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ได้คัดเลือก 13 โครงการ จาก 1,600 โครงการ ซึ่งคัดเลือกจากผลงานวิจัยเสร็จสมบูรณ์ออกสู่ตลาด หรือเกิดการประโยชน์กับภาคอุตสาหกรรมแล้ว หรือเป็นงานวิจัยเตรียมพร้อมสำหรับการต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ และที่สำคัญเป็นผลงานวิจัยที่เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย และส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจ และสังคมอย่างสูง โดย 1 ใน 13 โครงการที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้ คือ ผลการวิจัยเรื่อง “การวิจัยและพัฒนาเพื่อยกระดับมาตรฐานสุขอนามัยระดับสากล GBAC Star ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ” โดยมี อาจารย์นวลสมร อุณหะประทีป อาจารย์คณะวิเทศศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต เป็นหัวหน้าโครงการ ร่วมกับคณะนักวิจัย ผศ.ดร. โชคชัย สุเวชวัฒนกูล จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ บริษัท ซีพาร์ทเนอร์ โซลูชั่น จำกัด และบริษัท บางแสนบีช รีสอร์ท จำกัด ภายใต้การสนับสนุนการวิจัยจาก แผนงานกลุ่มการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บพข. โดยมี


ผศ.สุภาวดี โพธิยะราช ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส สกสว. และประธานอนุกรรมการแผนงานกลุ่มการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บพข. พร้อมด้วยสำนักประสานงานพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ร่วมกำกับดูแลและหนุนเสริมการทำงานของคณะนักวิจัยที่มุ่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยวมูลค่าสูง เน้นการออกแบบโปรแกรมและกิจกรรมการท่องเที่ยวให้เป็นที่ยอมรับระดับสากล เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพ และตอบโจทย์การยกระดับความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของประเทศ

 

อาจารย์นวลสมร เผยว่า “การขอรับรองตรามาตรฐาน GBAC STAR ของไทย เป็นการร่วมมือผ่านงานวิจัยภายใต้โครงการการวิจัยและพัฒนาเพื่อยกระดับมาตรฐานสุขอนามัยระดับสากล GBAC Star ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ ที่นักวิจัยและวิชาการจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) โดยงบประมาณจาก กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่ทำงานร่วมกับแต่ละสถานที่เพื่อใช้ประโยชน์จากฐานเดิมที่สถานประกอบการหลายๆแห่งในไทยเคยพัฒนาระบบมาตรฐานสุขอนามัยผ่านระบบ SHA และ SHA+ ที่ดำเนินการโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. และกระทรวงสาธารณสุขมาก่อนในช่วงรับมือโรคระบาดโควิด 19 ซึ่งผลได้ที่เกิดจากกิจกรรมคือ นักวิจัยไทยจากโครงการนี้ ซึ่งมีทั้งนักวิจัยจาก มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ตและสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้เป็นผู้มีความชำนาญในการออกแบบติดตามและประเมินมาตรฐานตามระบบของ สมาคม ISSA Worldwide Cleaning Industry Association USA และได้รับการรับรองให้เป็นบุคลากรเชี่ยวชาญในการประเมินอิสระให้ GBAC STAR ในระดับภูมิภาคด้วย”

 

โดย ผลสำเร็จจากโครงการนี้ มีองค์กรต้นแบบระบบนิเวศทางการท่องเที่ยวที่ได้รับใบรับรองมาตรฐาน  จำนวน 9 แห่ง ได้แก่ 1) ศูนย์ประชุมบางแสนเฮอริเทจ จ.ชลบุรี ผ่านการรับรองประเภทศูนย์ประชุมแห่งแรกของ ASEAN 2) อาคารผู้โดยสารต่างประเทศขาเข้า ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ผ่านการรับรองประเภทท่าอากาศยานแห่งแรก ที่อยู่นอกทวีปอเมริกา 3) สุโข เวลเนส แอนด์ สปา รีสอร์ท จ.ภูเก็ต ผ่านการรับรองประเภทสปา เป็นพื้นที่แรกนอกทวีปอเมริกา 4) นิกรมารีน จ.ภูเก็ต ผ่านการรับรองประเภทธุรกิจการขนส่ง เป็นแห่งแรกนอกทวีปอเมริกา 5) เซ็นทารา แกรนด์ บางกอก คอนเวนชัน เซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์  ผ่านการรับรองประเภทศูนย์ประชุมที่มีการบริหารงานแบบเครือข่ายแห่งแรกของ ASEAN 6) บ้านปาร์คนายเลิศ ผ่านการรับรองประเภทศูนย์วัฒนธรรมเป็นพื้นที่แรกนอกทวีปอเมริกา 7) ไทเกอร์มวยไทย การรับรองประเภทสถานออกกำลังกายเป็นแห่งแรกของประเทศไทย 8) ป่าตองเบย์วิว ผ่านการรับรองประเภทโรงแรมที่มีการบริหารงานแบบอิสระเป็นแห่งแรกของประเทศไทยและ และ 9) เกาะยาวใหญ่วิลเลจ

 

นอกจากนี้ภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการ “เปิดโอกาสธุรกิจท่องเที่ยววิถีใหม่ ปลดล็อกศักยภาพผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทยด้วยทุนวิจัยด้านท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์จาก บพข.” โดยนำเสนอผลงานวิจัยภายใต้โครงการ “การพัฒนาศักยภาพทางการแข่งขันของธุรกิจค่ายมวยด้วยเทคโนโลยีจักรวาลนฤมิต (Metaverse) เพื่อเพิ่มมูลค่างานสร้างสรรค์จากฐานภูมิปัญญาและวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับกีฬามวยไทยในตลาดดิจิทัล” โดย ผศ.ดร.สัจจา ไกรศรรัตน์ สังกัด มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง งบประมาณจาก กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ซึ่งโครงการเน้นการบูรณาศาสตร์ โดยการนำมวยไทยมาประยุกต์ เป็นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการท่องเที่ยวกีฬา เช่น การนำท่าไหว้ครูมวยไทยมาใช้ในการออกกำลังกาย และการเสนอขายแพ็กเก็จการท่องเที่ยวร่วมกับค่ายมวย และโรงแรมต่างๆ เพื่อเสนอขายนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยดึงอัตลักษณ์ของมวยไทยมาขับเคลื่อนสู่การเป็น Soft Power

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI FEATURED NEWS

‘เซ็นทรัลเชียงราย’ ร่วมอนุรักษ์ประเพณีวันเข้าพรรษา จัดกิจกรรมแห่เทียนเข้าพรรษา

 

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2567 คุณสายัณห์ นักบุญ ผู้อำนวยการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และพนักงานจิตอาสาจากศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม “แห่เทียนเข้าพรรษา” ณ วัดร่องธาร ตำบลรอบเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์ประเพณีอันดีงามของไทยให้คงอยู่สืบไป โดยมีกิจกรรมการถวายเทียนพรรษา, เครื่องสังฆทาน, หลอดไฟ, เจลล้างมือ และน้ำดื่ม นอกจากนี้ยังได้ร่วมถวายภัตตาหารเพล แก่พระสงฆ์จำนวน 7 รูป

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ไม่เพียงแค่เป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณีวันเข้าพรรษาเท่านั้น แต่ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และส่งเสริมประเพณีไทย รวมทั้งเป็นการปลูกฝังขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่นให้คงอยู่ต่อไป

วัดร่องธาร ซึ่งเป็นสถานที่จัดกิจกรรมนี้ ตั้งอยู่ในตำบลรอบเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย โดยได้รับความร่วมมือจากคณะผู้บริหารและพนักงานของศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย ได้มีการเตรียมงานและจัดหาสิ่งของที่จำเป็นในการถวายพระสงฆ์อย่างครบถ้วน

กิจกรรมดังกล่าวนอกจากจะเป็นการอนุรักษ์ประเพณีวันเข้าพรรษาและวันอาสาฬหบูชาแล้ว ยังเป็นการสร้างสำนึกให้กับพนักงานในเรื่องของการรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับการตอบรับและความสนใจจากพนักงานและชุมชนในพื้นที่เป็นอย่างดี

การแห่เทียนเข้าพรรษาถือเป็นประเพณีที่สำคัญของคนไทยที่ปฏิบัติกันมาอย่างยาวนาน เป็นการถวายความสว่างไสวให้กับพระสงฆ์ในการศึกษาพระธรรมและปฏิบัติธรรมในช่วงฤดูฝน นอกจากนี้ยังเป็นการทำบุญที่ส่งเสริมความสามัคคีและการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมของชุมชน

ในปีนี้ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย คาดหวังว่ากิจกรรมนี้จะเป็นการสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องของวัฒนธรรมประเพณี และเป็นแรงบันดาลใจให้กับพนักงานในการทำงานและมีส่วนร่วมในกิจกรรมสังคมต่อไป

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
FEATURED NEWS

PDPC สร้างปรากฏการณ์ใหม่ ระดับนานาชาติ “ป้องกัน-ระวัง-เข้าใจ”

 

เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC ขานรับนโยบาย DE เดินหน้าทำงานในเชิงรุก ยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสู่ระดับสากล พร้อมสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ด้วยการเปิดเวทีระดับนานาชาติ  จัดเสวนาสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับกฎหมายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลระดับนานาชาติ “PDPA International Conference 2024 : Key Global Trends in Data Privacy”  เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนชาวไทยและต่างชาติร่วมกัน “ป้องกัน-ระวัง-เข้าใจ” การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ภายใต้แคมเปญ Take Control of your Data #ตะโกนให้โลกรู้ข้อมูลส่วนตัวสำคัญที่สุด โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย PDPA จากหลายประเทศทั่วโลกเข้าร่วมเสวนาถกประเด็นข้อสงสัย พร้อมให้ข้อมูลความรู้แบบจัดเต็ม นอกจากนี้ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในงานแถลงข่าวและร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Key Global Trends in Data Privacy”

                             

            นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ DE ตระหนักถึงความสำคัญของการละเมิดข้อมูลส่วนตัวเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมาได้มอบหมายให้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC ทำงานในเชิงรุก เพื่อกระตุ้นให้ภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงประชาชน ตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลส่วนตัวที่เปรียบเสมือนสมบัติล้ำค่า ดังนั้นที่ผ่านมา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จึงได้วางนโยบายการทำงานให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน ยุคที่ธุรกิจและการตลาดขับเคลื่อนด้วยข้อมูล หรือการนำ Big Data และ AI มาใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก พร้อมกับการถ่ายโอน หรือแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างประเทศ นำไปสู่การเข้าถึง และการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในมิติต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งการเปิดเผยหรือการใช้งานข้อมูลในทางที่ผิดทำให้เกิดการตื่นตัว และความตระหนักรู้ทั่วโลกเกี่ยวกับสิทธิในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงบทบาทและความรับผิดชอบของผู้ที่มีหน้าที่ตามกฎหมายในการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล และการบังคับใช้กฎหมายโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

                             

กฎหมาย PDPA ถอดแบบมาจากกฎหมายต้นแบบอย่างกฎหมาย GDPR (General Data Protection Regulation) ซึ่งเป็นกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรป วัตถุประสงค์ของการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ไม่ประสงค์ดีทำการแฮ็กข้อมูลหรือละเมิดความเป็นส่วนตัว เพื่อข่มขู่หวังผลประโยชน์จากทั้งจากตัวเจ้าของข้อมูลเองหรือจากบุคคลที่ดูแลข้อมูล โดยกฎหมายนี้ได้เริ่มบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2565 เป็นกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ รูปถ่าย บัญชีธนาคาร อีเมล ไอดีไลน์ บัญชีผู้ใช้ของเว็บไซต์ ลายนิ้วมือ ประวัติสุขภาพ เป็นต้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถระบุถึงตัวเจ้าของข้อมูลนั้นได้ อาจเป็นได้ทั้งข้อมูลในรูปแบบเอกสาร กระดาษ หนังสือ หรือจัดเก็บในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้

 

นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า เรื่องของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นเรื่องที่รัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เราได้กำหนดแนวทางและมาตรการยกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศ โดยให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPC ดำเนินการแบบเชิงรุก ให้ความรู้ “ป้องกัน-ระวัง-เข้าใจ” การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแก่ประชาชนทั่วไป หน่วยงานราชการ-ภาคธุรกิจที่จัดเก็บดูแลข้อมูล พร้อมกับการให้บริการสอบถาม ขอคำปรึกษา ร้องทุกข์ต่าง ๆ ในทุก ๆ ช่องทาง โดยมี Formwork ต่าง ๆ ถอดแบบมาจากประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นแนวทางที่ได้รับการยอมรับระดับสากล  

                             

การจัดเสวนาสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลระดับนานาชาติ “PDPA International Conference 2024 : Key Global Trends in Data Privacy” ในครั้งนี้ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้กับผู้ควบคุมข้อมูล ผู้ประมวลผลข้อมูล และประชาชนทั่วไป พร้อมทั้งมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความเข้าใจเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศไทยให้เทียบเท่ากับมาตรฐานสากล

                             

            ทางด้าน ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กล่าวเสริมว่า การจัดเสวนาสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับกฎหมายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลระดับนานาชาติ “PDPA International Conference 2024 : Key Global Trends in Data Privacy”  เป็นการเปิดเวทีนานาชาติครั้งแรก เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยเฉพาะในหมู่ผู้ควบคุมข้อมูล ผู้ประมวลผลข้อมูล รวมถึงประชาชนทั่วไป เพื่อยกระดับความเข้าใจในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานระดับสากล

                             

สำหรับหัวข้อสำคัญในการสนทนาครั้งนี้ คือเรื่อง “Unlocking the Power of ASEAN Model Contractual Clauses (MCCs)” เพื่อช่วยให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจเงื่อนไข และข้อกำหนดในสัญญาที่สนับสนุนการโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังประเทศสมาชิกอาเซียนอย่างราบรื่นและปลอดภัย ผู้เข้าร่วมยังจะได้รับความรู้ที่มีคุณค่าจากผู้เชี่ยวชาญในกฎหมาย เทคโนโลยี และรัฐบาลเกี่ยวกับการใช้ ASEAN MCCs อย่างมีประสิทธิภาพ และการต่อสู้กับข้อจำกัดที่ท้าทาย ผู้เชี่ยวชาญทุกท่านจะรวมตัวกัน เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การบริหารความสมดุลระหว่างนวัตกรรม AI และการคุ้มครองสิทธิของบุคคล ประเมินความเสี่ยงและหาวิธีการใช้งาน AI อย่างเหมาะสม เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย PDPA

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI FEATURED NEWS

เซ็นทรัลเชียงราย จัดอบรมกากกาแฟ “จากกาก สู่แกร่ง” ช่วยลดขยะ

 

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย ณ ชั้น G ได้จัดอบรม Workshop ภายใต้โครงการ “จากกาก สู่แกร่ง” โดยมีนายสายัณห์ นักบุญ ผู้จัดการทั่วไป, นายพัฒนพล ศิริผลสมสุข เจ้าหน้าที่แผนก Safety & Security และแผนก CX (Customer Experience) ร่วมกันจัดกิจกรรมในครั้งนี้

 

การอบรมครั้งนี้เน้นไปที่การแปรรูปของเหลือใช้จากกากกาแฟ ซึ่งได้รับการเข้าร่วมจากผู้แทนของ Sub contract รปภ, พ่อบ้าน และแม่บ้าน ที่ทำงานในศูนย์การค้า โดยผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้วิธีการทำผลิตภัณฑ์จากกากกาแฟ ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในชีวิตประจำวัน และยังช่วยลดปริมาณขยะที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

 

ในการอบรมครั้งนี้ มีการแนะนำวิธีการทำผลิตภัณฑ์จากกากกาแฟหลายประเภท อาทิ ก้อนสบู่ เทียนหอม กระถางต้นไม้น้ำ EM ก้อนเก็บกลิ่นไล่แมลง และสบู่เหลว โดยกากกาแฟที่ใช้ในการอบรมนี้ ได้รับจากร้านค้าภายในศูนย์การค้า ซึ่งเป็นวิธีการที่ช่วยในการนำของเหลือใช้กลับมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์

 

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย ได้เห็นถึงความสำคัญของโครงการในการนำกากกาแฟมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ นอกจากจะช่วยลดปริมาณขยะแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้พนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้องได้มีความรู้และทักษะใหม่ๆ ที่สามารถนำไปต่อยอดในอนาคตได้อีกด้วย”

 

ซึ่งโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าและผู้มาใช้บริการในศูนย์การค้า รวมถึงเป็นการร่วมมือกันระหว่างแผนกต่างๆ ในการทำงานเพื่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อสิ่งแวดล้อม”

 

การอบรมครั้งนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เข้าร่วม ทุกคนได้มีโอกาสทดลองทำผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเอง และได้เรียนรู้เทคนิคต่างๆ จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ทำให้เกิดความเข้าใจและสามารถนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันต่อไป

 

นอกจากนี้ การแปรรูปกากกาแฟยังเป็นแนวทางที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับของเหลือใช้ โดยเฉพาะในยุคที่การลดขยะและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งนี้ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย ยังคงมุ่งมั่นในการจัดกิจกรรมและโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องต่อไป

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI FEATURED NEWS

นายกฯ สั่งปราบยาเสพติดระดมตรวจฉี่กลุ่มเสี่ยง-เด็ก 16 ขึ้น ปีไปทั่วประเทศ

 

เมื่อวันที่ 2 ก.ค.2567 ที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบนโยบายการบูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดระยะเร่งด่วน

 

โดยมีนายภูมิธรรม เวชชัย รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.มหาดไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม น.ส.จิราพร สินธุไพร รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายจักรพงษ์ แสงมณี รมต.ประจำสำนักนายกฯ หัวหน้าส่วนราชการ และนักศึกษาใหม่ภาคปกติ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เข้ารับฟังนโยบาย

 

นายกฯ กล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่ง ว่า การแก้ปัญหายาเสพติด ถือเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งตั้งแต่เข้าสู่การเมือง หาเสียงพบประชาชนเกือบทุกจังหวัด นอกจากปัญหาปากท้อง ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือยาเสพติด โดยเฉพาะยาบ้ามีการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน แม้รัฐบาลจะจัดการผู้ค้ายา จับยาบ้าได้มากกว่า 4 เท่าในช่วงที่ผ่านมา แต่การใช้ยายังมีต่อเนื่อง ราคายาบ้ายังไม่ขึ้น การที่ราคาคงที่แสดงว่ามีซัพพลายเยอะมาก ฉะนั้น เรื่องนี้ถือว่าสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง

นายเศรษฐา กล่าวว่า ปฏิเสธไม่ได้ ยาเสพติดเป็นต้นตอความสูญเสียหลายอย่าง ทั้งอาชีพ การถูกจำคุก หรือสูญเสียชีวิต จึงขอให้ทุกหน่วยงานช่วยกันอย่างเต็มที่ ปราบยาเสพติดให้หมดไป ร่วมมือกันขจัดยาเสพติดให้สิ้นซากไปจากพื้นที่ที่เรารับผิดชอบกันตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 

นายเศรษฐา กล่าวว่า ทุกหน่วยงานจะต้องร่วมใจกันแก้ไขปัญหาผ่านนโยบายบูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดระยะเร่งด่วน 3 เดือน ดังนี้ 1.ให้ผู้ว่าฯทุกจังหวัดเป็น CEO ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติด ร่วมกับผู้บัญชาการตำรวจภูธรจังหวัด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด นายก อบจ. ทำให้ทุกภาคส่วนในพื้นที่เกิดการขับเคลื่อนงานป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติดร่วมกัน

 

2.ตัดวงจรการค้ายาเสพติดรายสำคัญ ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่ เอ็กซเรย์ทุกพื้นที่ด้วยการระดมกำลังตรวจปัสสาวะของกลุ่มเสี่ยงตั้งแต่อายุ 16 ปีขึ้นไปทุกหมู่บ้าน และแยกผู้เสพออกมาให้ได้รับการบำบัด

ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม โดยสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และกระทรวงกลาโหม ขยายผลการจับกุมผู้ขายเพื่อดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด ดำเนินการกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างจริงจังและเด็ดขาด

นายเศรษฐา กล่าวว่า ร่วมกันค้นหาผู้มีอาการจิตเวชจากยาเสพติดและให้กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงยุติธรรม นำเข้าบำบัดรักษาและให้มีระบบติดตามดูแลช่วยเหลือเฝ้าระวัง หลังจากรักษาอาการและกลับเข้ามาสู่ชุมชน ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมสนับสนุนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดูแลไม่ให้บุคคลเหล่านั้นกลับไปสู่วงจรยาเสพติดอีก

ให้ควบคุมปัจจัยเสี่ยงจากระเบียบสังคมในพื้นที่สถานบันเทิง สถานบริการ สถานประกอบการ คล้ายสถานบันเทิง และบริเวณรอบสถานศึกษา ให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นแรงในการแพร่ระบาดยาเสพติด สร้างมาตรฐานในชุมชนและมาตรฐานทางสังคมให้เป็นพลังต่อต้านยาเสพติดอย่างกว้างขวาง

“การแก้ไขปัญหายาเสพติด ต้องได้รับการสนับสนุนจากประชาชนลุกขึ้นมาต่อสู้ ร่วมกันเป็นหูเป็นตาสอดส่องแจ้งเบาะแส เฝ้าระวัง ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนช่วยกันแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะ 25 จังหวัดเร่งด่วน”นายเศรษฐา กล่าว

ขณะที่ตัวแทนนักศึกษา กล่าวขอบคุณนายกฯ ที่ได้ให้เกียรติมามอบนโยบายการบูรณาการการแก้ไขปัญหายาเสพติดระยะเร่งด่วนแก่นักศึกษา ซึ่งการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ หรือการใช้ยาเสพติด เป็นภัยร้ายแรงที่อยู่ใกล้ตัวนักศึกษา โดยนักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา จะนำนโยบายของนายกฯ ไปปฏิบัติเพื่อผลดีต่อตนเอง ครอบครัว และประเทศต่อไป

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักนายกรัฐมนตรี

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI FEATURED NEWS

2 ปีซ้อน หลังสนามบินเชียงราย ได้รับรางวัล “ท่าอากาศยานดีเด่น ปี 67”

 

 เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2567 นาวาอากาศตรีสมชนก เทียมเทียบรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย พร้อมด้วย นางแสงเดือน อ้องแสนคำ รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (ด้านสนับสนุนธุรกิจ) และพนักงานท่าอากาศยานแม่หลวง เชียงราย เข้าร่วมมีพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติบุคลากรผู้ทรงคุณค่าของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)(ทอท.) และมอบรางวัลให้แก่พนักงานดีเด่น , พนักงานที่ได้รับการคัดเลือกเป็นสุจริตชน ฅน ทอท. , พนักงานและลูกจ้างที่ได้รับการยกย่องเป็นกรณีพิเศษ , กลุ่มหรือหน่วยงาน ทอท.ดีเด่น , ท่าอากาศยานดีเด่น , บุคคลหรือหน่วยงานภายนอกผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ ทอท. ประจำปี 2567 เนื่องในโอกาสครบรอบการดำเนินงาน 45 ปี ทอท. 

ในปี 2567 นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งปีแห่งความภาคภูมิใจของพนักงานท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (ทชร.) ที่ได้รับรางวัลอันทรงคุณค่า โดยมีรายละเอียดดังนี้ 

 ท่าอากาศยานดีเด่น ประจำปี 2567 (ติดต่อกัน 2 ปีซ้อน) ของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) รางวัลแห่งความภาคภูมิใจที่มาจากความมุ่งมั่น ตั้งใจ ทุ่มเท และเสียสละ ของพนักงานท่าอากาศยานท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงรายทุกคน ที่ร่วมมือร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียวในการดำเนินงานให้ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงราย และขานรับนโยบายของ ทอท. พร้อมทั้ง “มุ่งมั่น พัฒนา ขับเคลื่อนสู่อนาคต” 

โดยผลงานแห่งความภาคภูมิใจ ของ ทชร. นั้น ประกอบด้วย 

  • เข้าร่วมโครงการ Customer Experience Accreditation จาก Airport Council International ซึ่งเป็นท่าอากาศยานแรกของประเทศไทย
  • การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ICAO Asia Pacific Aerodrome Design and Operation Task Force ภายใต้การดำเนินงานทั้งหมดของทีมงานพนักงาน ทชร. เพื่อแสดงถึงศักยภาพในการพร้อมนำจังหวัดเชียงรายสู่ Mice City
  • ได้รับรางวัลสถานประกอบการดีเด่นด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมในการทำงาน 15 ปีติดต่อกัน
  • ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการจัดนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย Thailand Bianale Chiang Rai โดยให้การสนับสนุนสถานที่ตั้งปฏิมากรรมศิลปะร่วมสมัย เพื่อให้ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการร่วมชมและถ่ายภาพ 

พนักงานที่ได้รับการคัดเลือกเป็น “พนักงานดีเด่น ประจำปี 2567“ คือ นางสาวอารินรักษ์ โพธิ์ระมาด ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานอาวุโส 6 ส่วนมาตรฐานท่าอากาศยานและอาชีวอนามัย 

ในการนี้ เข้ารับรางวัลจาก ดร.กีรติ กิจมานะวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ซึ่งการได้รับรางวัลในครั้งนี้ ถือเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานเพื่อการมุ่งมั่น ตั้งใจให้ ทชร. ก้าวไปสู่การเป็นท่าอากาศยานที่ดีต่อชุมชม และต่อเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงรายต่อไป 

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI FEATURED NEWS

‘ดูโฮม’ จับมือ ‘ครอบครัวช่าง’ เวิร์คช็อป สุดสนุกเอาใจพี่ช่าง “ชาวเชียงราย”

 

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2567 บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ DOHOME ศูนย์ค้าปลีก-ค้าส่ง วัสดุก่อสร้าง ซ่อมแซม และตกแต่งบ้านแบบครบวงจร (One-stop Home Products Destination) ที่รู้จักกันในนาม “มหาอาณาจักรบ้าน” ยกขบวนออนทัวร์เมืองเหนือจัดกิจกรรมให้ความรู้เพื่อช่างกับงานสัมมนาพิเศษในหัวข้อ “นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อช่าง” จัดโดยบริการบัตรสมาชิก ‘ครอบครัวช่าง’ คุ้มทุกงานช่าง ยืน 1 เพื่อช่างไทย เพื่อยกระดับองค์ความรู้นวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆ งานฝีมือ เทคนิค งานก่อสร้างและซ่อมแซมให้กับกลุ่มช่างชุมชนหรือช่างท้องถิ่นในพื้นที่ จ.เชียงราย โดยได้รับเกียรติจาก คุณเสกสรรค์ แม่นยำ ผู้อำนวยการกลุ่มงานพัฒนาฝีมือแรงงาน จากสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 20 เชียงราย เข้าร่วมสัมมนา พร้อมจัดเต็มความสนุกกับกิจกรรมเวิร์คช็อปจากแบรนด์ชั้นนำ การแข่งขันทักษะทางฝีมือลุ้นเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 10,000 บาท และสิทธิประโยชน์มากมาย ในวันที่ 30 มิถุนายน 2567 ที่ดูโฮม สาขาเชียงราย

 

โดย คุณปฏิพัฒน์ ยอดเเก้วเปีย ผู้จัดการสาขาเชียงราย บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ DOHOME กล่าวว่า “กว่า 41 ปี ที่ ดูโฮม อยู่คู่กับคนไทยและช่างไทยมาอย่างยาวนาน สำหรับดูโฮม สาขาเชียงราย นับเป็นสาขาที่ 22 ซึ่งได้เปิดให้บริการเมื่อปลายปี 2566 ที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับที่ดีจากพี่น้องชาวจังหวัดเชียงรายทุกท่าน ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจของจังหวัดที่มีแนวโน้มการขยายตัวในภาคการก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ และการท่องเที่ยวที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในจังหวัดเชียงรายและชายแดน ด้วยเหตุนี้ ดูโฮม จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญในการส่งเสริมอาชีพช่างและโอกาสในการขยายองค์ความรู้ไปยังกลุ่มช่างชุมชนหรือช่างท้องถิ่นโดยตรง จึงตั้งใจให้ ‘ครอบครัวช่าง’ จัดงานสัมมนาพิเศษในหัวข้อ “นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อช่าง” ในครั้งนี้ เพื่ออัปเดตองค์ความรู้ใหม่ ๆ ช่วยต่อยอดทักษะเสริมแกร่งความเป็นมืออาชีพ ขยายโอกาส สร้างรายได้เพิ่มเติมให้กับช่างชุมชนและช่างท้องถิ่น พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของช่างในเครือข่ายของ ‘ครอบครัวช่าง’ ให้ดีขึ้นไปพร้อมกัน อีกทั้งเราเข้าใจในความต้องการของช่างในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น สินค้า ราคา และบริการ ณ วันนี้ ดูโฮม ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งได้การเติมเต็มความรู้ให้กับครอบครัวช่างไทย และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ดูแลพี่น้องช่างชาวเชียงรายทุกท่านต่อไปในอนาคต” คุณปฏิพัฒน์ กล่าว

 

 

และสำหรับกิจกรรมภายในงานพบกับความพิเศษที่จัดขึ้นมาเพื่อเอาใจพี่ช่างโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น

  • รับทันที ! ‘สว่านไฟฟ้า’ สุดพรีเมียม สำหรับพี่ช่างผู้โชคดีเมื่อลงทะเบียนร่วมงาน 40 ท่านแรก
  • รับฟรี! คูปองส่วนลดแทนเงินสดมูลค่า 1,000 บาท*
  • ร่วมรับฟังสัมมนาพิเศษในหัวข้อ “นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อช่าง” จากแบรนด์ชั้นนำ อาทิ Nash Yoshino ที่ยกขบวนมาให้ความรู้กันอย่างเต็มอิ่ม
  • พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมเวิร์คช็อปเครื่องมือช่าง และการแข่งขันทักษะทางฝีมือลุ้นเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 10,000 บาท

 

นอกจากนี้ สมาชิก “ครอบครัวช่าง” ยังจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมมากมาย อาทิ ลดเพิ่มทันที 3% *เมื่อช้อปสินค้ากลุ่มช่างที่ร่วมรายการ (ไม่มีขั้นต่ำ), รับคะแนนสมาชิกดูโฮม X3 เมื่อซื้อกลุ่มสินค้าที่ร่วมรายการ อาทิ งานหลังคา, งานพื้น, เครื่องมือก่อสร้างใหญ่, ฮาร์ดแวร์, เครื่องมือช่าง, สีและเคมีภัณฑ์ เป็นต้น และรับบัตรกำนัลแทนเงินสด เมื่อสะสมยอดซื้อกลุ่มสินค้าที่ร่วมรายการครบตามเงื่อนไข (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด) ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม – 31 กรกฎาคม 2567

 

โดยผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.DOHOME.co.th หรือ Line official : @Dohome หรือ Facebook fan page : Dohomeonline หรือ สายด่วน 1746

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
FEATURED NEWS

เปิดรับสมัครแล้ว! อบรมเชิงปฏิบัติการ “ผู้ผลิตข่าวดิจิทัลรุ่นเยาว์” รุ่น 8 พัฒนาคนรุ่นใหม่สู่เส้นทางสื่อมืออาชีพ

 

สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ (SONP) จัดอบรม โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการผู้ผลิตข่าวดิจิทัลรุ่นเยาว์ ปีที่ 8 (Young Digital News Providers 2024) สำหรับนิสิตนักศึกษาระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 16-18 สิงหาคม 2567 ณ ศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี

สำหรับโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนหลักจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) , บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)
และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

โครงการเชิงปฏิบัติการผู้ผลิตข่าวดิจิทัลรุ่นเยาว์ รุ่นที่ 8 เป็นโครงการอบรมสำหรับนิสิตนักศึกษาระดับอุดมศึกษาหรือเทียบเท่าจากทั่วประเทศ รวมถึงเยาวชนหรือกลุ่มบุคคลที่มีอายุไม่เกิน 23 ปี เพื่อสร้างผู้ผลิตข่าวดิจิทัลยุคใหม่ เรียนรู้ พัฒนาทักษะในทุกมิติของการผลิตข่าวบนโลกออนไลน์ พร้อมเข้าสู่การทำงานอย่างมืออาชีพ

พร้อมพบกับวิทยากรแถวหน้าระดับประเทศ ประกอบด้วย คุณวรรณสิงห์ ประเสริฐกุล ผู้ผลิตรายการสารคดีและผู้ก่อตั้ง เถื่อนChannel , คุณอรรถพล ไข่ทอง หรือ เบลล์ ขอบสนาม ผู้ก่อตั้งเพจขอบสนาม , คุณชุตินธรา วัฒนกุล บรรณาธิการบริหารข่าวออนไลน์ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส, อ. ไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ
อาจารย์พิเศษด้านกฎหมายเทคโนโลยี
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคุณอัยยา ตันติเสรีรัตน์ Head of Partnership & Co-Managing Director บริษัท เทลสกอร์ จำกัด และทีมงานจาก Tiktok และ Youtube รวมถึงเรียนรู้จริยธรรมสื่อ

สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับโอกาสในการคัดเลือกเข้าฝึกงานกับสำนักข่าวที่เป็นสมาชิกสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ (SONP) รวมกว่า 48 องค์กร รวมถึงโอกาสในการส่งผลงานข่าวเข้าประกวดชิงรางวัลในเวทีประกวดรางวัลข่าวดิจิทัลยอดเยี่ยม 2024 หมวดหมู่ผู้ผลิตข่าวดิจิทัลรุ่นเยาว์ และผลงานที่ได้รับรางวัลจะได้รับการเผยแพร่โดยสำนักข่าวชั้นนำอีกด้วย

ผู้สนใจเข้าร่วมอบรมโครงการ สามารถสมัครเป็นทีม ทีมละ 4 คน พร้อมเขียนโครงงานผลิตสกู๊ปข่าวในประเด็นใดก็ได้ที่สนใจ ในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ Photo Story, วีดิโอ (ความยาว 1.30 – 5 นาที) สำหรับการเผยแพร่ในแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ สามารถส่งใบสมัคร หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ (SONP) โทรศัพท์ 081 700 2601 อีเมล์ SonpAssociation@gmail.com เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 22 กรกฎาคม 2567

ประกาศผลผู้มีสิทธิเข้าร่วมอบรม ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2567 บนเว็บไซต์ www.sonp.or.th และ https://www.facebook.com/SONPThai/

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ (SONP)

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News