Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เทศบาลนครเชียงราย จับมือผู้นำ 11 ตำบลเขตเมือง เดินหน้าพัฒนาเชียงราย

 
วันที่ 23 กันยายน 2566 นายกเทศมนตรีนครเชียงราย นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย นางรัตนา จงสุทธานามณี นำคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ข้าราชการ เจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงราย ร่วมให้การต้อนรับรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย เขต 7 พร้อมภริยาและคณะ ที่ให้เกียรติเดินทางมาร่วมประชุมพบปะผู้นำจากเขตอำเภอเมืองเชียงรายและประธานชุมชนจาก 65 ชุมชนในเขตเทศบาลนครเชียงราย ในกิจกรรมสร้างผู้นำในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ภายใต้โครงการเพิ่มศักยภาพกลุ่มแกนนำชุมชนและประชาชนในเขตเทศบาลนครเชียงราย ณ อาคารเจียงแสน ศูนย์ประชุมนครเชียงราย
 
โดยการประชุมในครั้งนี้ เป็นการร่วมรับฟังแนวทางการพัฒนาเมืองจากผู้นำและผู้แทนในเขตเทศบาลนครเชียงรายและตำบลต่างๆ จากทั้งนายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และกำนัน จาก 11 ตำบลในเขตอำเภอเมือง ประกอบด้วย ต.แม่ข้าวต้ม ต.แม่กรณ์ ต.ท่าสาย ต.ดอยฮาง ต.แม่ยาว ต.บ้านดู่ ต.สันทราย ต.ห้วยชมภู ต.ป่าอ้อดอนชัย ต.รอบเวียง และ ต.ริมกก
 
โดยนายกเทศมนตรีนครเชียงราย กล่าวว่า “นับว่าเป็นโอกาสอันดีที่พวกเราเทศบาลนครเชียงรายและพี่น้องพื้นที่เขตอำเภอเมืองเชียงราย ได้รับความกรุณาจากท่านพิเชษฐ์มาร่วมพบปะกับผู้นำและพี่น้องประชาชน และถือโอกาสนี้ได้ร่วมแสดงความยินดีกับท่านที่ได้รับตำแหน่งเป็นรองประธานสภาฯ ซึ่งถือเป็นบทบาทที่มีความสำคัญและเป็นความภาคภูมิใจของพวกเราพี่น้องชาวเชียงราย นับว่าจากนี้ไปจะเป็นก้าวต่อไปที่สำคัญของพวกเราชาวเชียงรายและเขตพื้นที่ต่อเนื่องจากเทศบาลนครเชียงรายในตำบลต่างๆ ที่จะร่วมปรึกษาหารือเพื่อนำไปสู่การพัฒนา ทั้งในด้านปัญหาหมอกควัน ปัญหาที่ดินทำกิน ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการกีฬาและการท่องเที่ยว ที่จะสร้างสรรค์ประโยชน์ให้กับพวกเราทุกๆ คน ทุกๆ ตำบลต่อไป”
 
ทางด้านนายพิเชษฐ์ รองประธานสภาฯ ได้ร่วมรับฟังปัญหาจากผู้นำในพื้นที่ต่างๆ อย่างเป็นกันเอง และพร้อมจะนำปัญหาที่หารือร่วมกันในวันนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะทำงานรัฐบาลต่อไป
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : เทศบาลนครเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Categories
AROUND CHIANG RAI TRAVEL

เปิดงานนิทรรศการ Spirit of Indigo

 
อาจารย์นคร พงษ์น้อย ผู้อำนวยการไร่แม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดงานนิทรรศการ Spirit of Indigo โดยมี ครูศรุดา กันทะวงค์ ศิลปินอิสระ เป็นผู้กล่าวรายงาน และนำชมนิทรรศการ Spirit of Indigo “ชมเสน่ห์แห่งคราม และจินตนาการที่ไม่มีสิ้นสุดของการมัดย้อมครามสไตล์ชิโบริ” ในวันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน 2566 เวลา 16.00 เป็นต้นไป ณ บ้านสิงหไคล มูลนิธิมดชนะภัย เชียงราย ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
นิทรรศการ Spirit of Indigo “ชมเสน่ห์แห่งคราม และจินตนาการที่ไม่มีสิ้นสุดของการมัดย้อมครามสไตล์ชิโบริ” เป็นการจัดแสดงผลงานมัดย้อมแบบชิโบริ ด้วยสีคราม ของครูศรุดา กันทะวงษ์ หรือ ครูวะ ศิลปินอิสระ ผู้หันมาทำผ้ามัดย้อมธรรมชาติ เชี่ยวชาญด้านการย้อมครามสไตล์ชิโบริ ซึ่งเป็นศาสตร์การทำผ้ามัดย้อมแบบญี่ปุ่นที่มีมานานกว่า 1,300  ปี มีหลายเทคนิควิธี ทั้งการพัน มัด พับ ผูก การเนา การกั้นสี ทำให้เกิดลวดลายบนผืนผ้า ซึ่งครูศรุดาได้ผสมผสานการย้อมแบบไทยจนกลายเป็นสไตล์ของเธอ นอกจากนี้เธอยังเปิดครอสสอนย้อมผ้าและออกร้านจำหน่ายในแบรนด์ By Sruda เธอได้นำผลงานมาจัดแสดง และยังจัดกิจกรรม Shibori Indigo Workshop อีกด้วย
ในการนี้ นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นายสุพจน์ ทนทาน นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ ข้าราชการสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย เข้าร่วมพิธีเปิดและร่วมกิจกรรมฯ ดังกล่าว
ทั้งนี้ การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยนิทรรทศการ Spirit of Indigo จัดแสดงในระหว่างวันที่ 24 กันยายน – 14 ตุลาคม 2566 แกลลอรี่เปิดให้เข้าชมเวลา 10.00 – 16.00 น. (หยุดวันจันทร์) ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชม สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บ้านสิงหไคล มูลนิธิมดชนะภัย 
 
 

Spirit of indigo

Solo exhibition By Saruda Kantawong

Opening Exhibition: Sunday 24th September 2023 at 16.00 hrs.

At Singhaklai House, Modchanaphai Foundation Chiangrai

Presided by Mr. Nakorn Pongnoi, director of the Mae Fah Luang Art and Cultural Park.

Exhibition on view: September24 -October14, 2023

Open hour: 10.00-16.00 hrs. (Free Admission) closed on Mondays More info: singhaklaihouse@gmail.com, facebook.com/singhaklaihouse 

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

งานข่วงวัฒนธรรม ครั้งที่ 10 “ชุมชนสามประสาน” วัดหนองข่วง

 
พระครูวิบูลนวการ (บุญเลิศ จนฺทสีโล) เจ้าคณะตำบลศรีดอนไชย เจ้าอาวาสวัดดอนแท่น เป็นประธานในพิธีฝ่ายสงฆ์เปิดงานข่วงวัฒนธรรมชุมชนสามประสานวัดหนองข่วง “ของกิ๋นบ้านเฮา” ประจำปี 2566 โดยมี ดร.เทอดชาติ ชัยพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรเชียงราย เขต 5 เป็นประธานในพิธีฝ่ายฆราวาส นายธนาวุฒิ กาไชย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ลอย เป็นผู้กล่าวรายงาน และ พระครูวรธรรมพิทักษ์ (วีรชน ปญฺญาวโร) เจ้าคณะตำบลป่าแดด เจ้าอาวาสวัดท่าน้ำ ประธานคณะกรรมการดำเนินงานศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์จังหวัดเชียงรายให้ความเมตตากล่าวต้อนรับและกล่าวสัมโมทนียกฐา 
 
ในวันอาทิตย์ที่ 24กันยายน 2566 ณ ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์วัดหนองข่วง ตำบลแม่ลอย อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำสถานศึกษาในพื้นที่ ผู้นำท้องที่ ผู้นำชุมชน เด็ก เยาวชน และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียงกัน

จัดโดย ชุมชนคุณธรรมวัดหนองข่วง ร่วมกับ ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์วัดหนองข่วง และองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ลอย จัดงานข่วงวัฒนธรรม “ชุมชนสามประสาน” วัดหนองข่วง ครั้งที่ 10 “ของกิ๋นบ้านเฮา” ประจำปี 2566 ในระหว่างวันที่ 23-24 กันยายน 2566 ณ ศาลาการเปรียญวัดหนองข่วง (ศพอ.วัดหนองข่วง) ตำบลแม่ลอย อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม สืบสานวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น และการดำเนินชีวิตตามวิถีแห่งความพอเพียง รวมทั้งจัดแสดงนิทรรศการข่วงวัฒนธรรม การสาธิตภูมิปัญญาพื้นบ้าน การแสดงทางวัฒนธรรม และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยมีกิจกรรมสำคัญ ดังนี้
 
1. การอบรมคุณธรรมค่ายพุทธบุตรให้แก่เด็กและเยาวชนของ ศพอ.วัดหนองข่วง โดยทีมพระธรรมวิทยากรกลุ่มธรรมะทูเดย์ บัณฑิตอาสาวิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล
2. การแสดงศิลปวัฒนธรรม และฉายหนังกลางแปลงย้อนยุค
3. การแสดงนิทรรศการข่วงวัฒนธรรม
โซน 1 พิธีกรรม (กิ๋นอ้อผญ๋า ผีมะกวัก เฮียกขวัญผีย่าหม้อนึ่ง สู่ขวัญข้าว สู่ขวัญควาย)
โซน 2 ของกิ๋นบ้านเฮา ขนม-อาหารพื้นเมือง
โซน 3 ของหม่าเก่า เฮือนไทย ดนตรีพื้นเมือง การตี๋กล๋องปู่จา นิทรรศการสินค้าชุมชน (เครื่องจักสาน เครื่องถักทอ สินค้าทางการเกษตร)
4. พิธีบายศรีสู่ขวัญและผูกข้อมือ
 

ในการนี้ นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย มอบหมายให้ นายเอกณัฏฐ์ กาศโอสถ นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ (ผู้ประสานงานอำเภอเทิง) และ นายสุพจน์ ทนทาน นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ ข้าราชการสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย เข้าร่วมกิจกรรมฯ ดังกล่าว
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สนง.วัฒนธรรม เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

งดงาม “เชียงราย เลอค่า” สืบสาน พัฒนา ต่อยอด มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

 
วันเสาร์ที่ 23 กันยายน 2566 เวลา 18.00 น. ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย “เชียงราย เลอค่า” โดยได้รับเกียรติจาก นางสาววราพรรณ ชัยชนะศิริ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานกล่าวเปิดงาน นางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย กล่าวรายงาน ผศ.ดร.สุทัศน์ คล้ายสุวรรณ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย กล่าวต้อนรับ
 
ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นางสุภาเพ็ญ ศิริมาตย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย นางภัทราวดี สุทธิธนกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ผศ.ยิ่งศักดิ์ เพชรนิล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย นางอุบลรัตน์ พ่วงภิญโญ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดเชียงราย นางสาวนันทวรรณ กันคำ ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย นางสาวภาณี จันทร์ตัน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงราย นายสุวิทย์ ใจป้อม นายกสมาคมขัวศิลปะเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน สภาวัฒนธรรม 18 อำเภอ ผู้ประกอบการอาหารและผ้า และประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงรายกว่า 500 คน ร่วมงานดังกลาว
 
 
โดยมีการจัดกิจกรรม ประกอบด้วย
1. บูธจัดแสดงและสาธิตมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และ 1 อำเภอ 1 เมนูเชิดชูอาหารถิ่น โดยเครือข่ายสภาวัฒนธรรมอำเภอ 18 อำเภอ บูธเครือข่ายวัฒนธรรมระดับจังหวัด บูธนิทรรศการเชิดชูผลงานคนดีศรีเชียงราย ประจำปี พ.ศ. 2566
 
2. เวทีเสวนา หัวข้อ “อาหารอัตลักษณ์เชียงราย เลอค่าสู่การสร้างสรรค์เศรษฐกิจ” โดยมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย นายวรพงศ์ ผูกภู่ ผู้ทรงคุณวุฒิจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม รศ.มาลี หมวกกุล ประธานสาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย นางสาวยุวินิตย์ ทิศสกุล ผู้จัดการร้านสบันงาขันโตก เชียงราย และดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.รณิดา ปิงเมือง ที่ปรึกษาอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
 
3. พิธีเปิดงาน “เชียงราย เลอค่า”
 
4. พิธีมอบโล่ยกย่องเชิดชูเกียรติ “คนดีศรีเชียงราย” ประจำปี 2566 โดยได้รับเกียรติจาก นางภัทราวดี สุทธิธนกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นผู้มอบโล่ให้แก่คนดีศรีเชียงราย จำนวน 6 ท่าน 6 สาขามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ดังนี้
(1) สาขาวรรณกรรมพื้นบ้านและภาษา ได้แก่ นายถาวร อุ่นเจริญ
(2) สาขาศิลปะการแสดง ได้แก่ นางบัวลอย โชติสิริพัชญ์
(3) สาขาแนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม ประเพณี และเทศกาล ได้แก่ นายภัทรพงศ์ วงศ์เชียงปล้อง
(4) สาขาความรู้และการปฏิบัติเกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาล ได้แก่ นายธวัช เลียลา
(5) สาขาการเล่นพื้นบ้าน กีฬาพื้นบ้าน และศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว ได้แก่ นายณัฐวุฒิ ดอนลาว
(6) สาขางานช่างฝีมือดั้งเดิม ได้แก่ นายรัตน์ เผ่าปินตา
 
5. การเดินแบบ “อัตลักษณ์อาภรณ์นครเชียงราย” โดยเครือข่ายทางวัฒนธรรม
 
6. การยกระดับอาหารอัตลักษณ์นครเชียงราย “Local สู่เลอค่า” ในรูปแบบ Fine dining และ
 
7. การแสดงทางวัฒนธรรมในรูปแบบต่างๆ ตลอดการจัดกิจกรรม
 
จังหวัดเชียงราย มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ มีวัฒนธรรมและมีองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีการสั่งสมมาและสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน และยังคงปรากฏให้เห็นได้อย่างชัดเจนในปัจจุบัน โดยเฉพาะภูมิปัญญาด้านอาหารและอาภรณ์ที่มีอัตลักษณ์และโดดเด่นเป็นเสน่ห์ทางวัฒนธรรมที่สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัด นำไปสู่เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชน และสังคมได้ต่อไป
 
 
สภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย และเครือข่ายวัฒนธรรมในพื้นที่ระดับตำบล อำเภอ และจังหวัด จัดงาน “เชียงราย เลอค่า” ขึ้น ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม โดยมีเป้าหมายที่จะเป็นพื้นที่ในการนำเสนออัตลักษณ์อาหารถิ่นของชาวเชียงราย ๑๘ อำเภอ และอาภรณ์อันงดงามวิจิตรด้วยกลิ่นอายความหลากหลายชาติพันธุ์ของชาวเชียงราย จาก Local สู่เลอค่า ให้ได้ปรากฏสู่สายตาของชาวเชียงราย และชาวไทยผ่านการจัดกิจกรรมในงานฯ ซึ่งมีการถ่ายทอดสดออนไลน์ผ่านช่องทาง Face Book อีกช่องทางหนึ่ง https://fb.watch/nehW20xwQU/?mibextid=5MEvZV
 
 
วัตถุประสงค์ในการจัดการงาน เพื่อส่งเสริมให้ภาคีเครือข่ายทางวัฒนธรรมท้องถิ่นของจังหวัดเชียงราย ได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการอนุรักษ์ สืบสาน พัฒนา ต่อยอด และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและคุณค่าทางสังคม โดยอาศัยหลักการมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคสถาบันการศึกษา และภาคประชาสังคม ในการขับเคลื่อนงานด้านวัฒนธรรมในจังหวัดเชียงราย 
 
ให้เป็นไปตามนโยบายของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ในด้านการสนับสนุนและพัฒนาการดำเนินงานของเครือข่ายทางวัฒนธรรมในประเทศและต่างประเทศ ตามพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2553 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยดำเนินจัดกิจกรรมเพื่อการอนุรักษ์ สืบสาน พัฒนา ต่อยอด และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและคุณค่าทางสังคม ผ่านวัฒนธรรมเชิงสัญลักษณ์ 5F (Food/ Fashion/ Fighting/ Film/Festival) เพื่อนำไปสู่การพัฒนาสร้างสรรค์สินค้าและบริการ (Creative Culture) เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวและบริการทางวัฒนธรรม และทำให้เกิดความยั่งยืน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับชุมชนและท้องถิ่นต่อไป
 
ในการนี้ นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นางสาวกฤษยา จันแดง ผู้อำนวยการกลุ่มกิจการพิเศษ นักวิชาการวัฒธรรมผู้ประสานงานอำเภอ บุคลากรสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ร่วมกับคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัด คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมอำเภอ และบุคลากรของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ร่วมปฏิบัติงาน500
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สนง.วัฒนธรรม เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
BREAKING NEWS

ข่าวเด่นน่าติดตามวันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน 2566

คลิกที่ภาพ

 

ข่าวเด่นน่าติดตามวันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน 2566

1. ชัยธวัช หัวหน้าพรรคก้าวไกลคนใหม่ ลั่นนำทัพชู 4 ยุทธศาสตร์ สร้างการเปลี่ยนแปลงที่สังคมไทยปฏิเสธไม่ได้อีกต่อไป

2. “พิธา” ขอสมาชิกก้าวไกล “รักชัยธวัชให้เหมือนพิธา” ลั่นจะก้าวไปด้วยกัน

3. “ไชยา” สั่งเร่งทำฝนหลวง เติมน้ำเขื่อนทั่วไทย รับมือภัยแล้ง ก่อนหมดฤดูฝน

4. ปางช้างแม่แตง เชียงใหม่ เพิ่มช้าง-พนักงาน รับทัพนักเที่ยวจีน

5.คปท.บุก จองเวร “ทักษิณ” หน้า รพ.ตำรวจ ชวนมวลชนเขียนสมุดเยี่ยม เรียกร้องให้รีบกลับไปเข้าคุก

6. ‘รมว.พลังงาน’ แย้มน้ำมันเบนซินได้ลดแน่

7. สรุปเหรียญเอเชียนเกมส์วันนี้ จีนทะยานจ่าฝูง 17 เหรียญทอง ไทยรั้้งที่ 15 ได้ 1 เหรียญทองแดง จากเรือกรรเชียงหญิง


8.รัสเซียเดือดแน่ เผยไบเดนจ่อส่งขีปนาวุธพิสัยไกลสุดล้ำยิงไกล 300 กม. ให้ยูเครน

9.การแต่งงานในจีนลดฮวบต่อเนื่อง คนรุ่นใหม่เลือกเป็นโสด-ไม่อยากมีลูก

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
SOCIETY & POLITICS

เขตสุขภาพที่ 11 บูรณาการภาคีเครือข่าย ซ้อมแผนลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินทางบก-น้ำ-อากาศ

 

นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 11 เปิดเผยว่า กลุ่มจังหวัดภาคใต้ได้กำหนดยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลให้มีคุณภาพระดับนานาชาติ พร้อมกับเพิ่มประสิทธิภาพระบบการจัดการเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ดูแลความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยของนักท่องเที่ยว เพื่อตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศสร้างจุดแข็งและเพิ่มมูลค่าสินค้าเพื่อแข่งขันในเวทีโลก เขตสุขภาพที่ 11 จึงได้กำหนดแผนปฏิบัติการสร้างความปลอดภัยและการจัดการเมื่อเกิดภัยในพื้นที่ทางทะเล โดยบูรณาการด้านการแพทย์ฉุกเฉินทางบก น้ำ อากาศ ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เตรียมความพร้อมรองรับสาธารณภัยอย่างเป็นระบบ ให้ผู้ป่วยฉุกเฉินได้รับการดูแลรักษาที่รวดเร็วที่มีประสิทธิภาพและไร้รอยต่อ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่ช่วยเสริมศักยภาพด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้กับกลุ่มจังหวัดอันดามัน-อ่าวไทย ด้วย
          นายแพทย์กิตติศักดิ์ กล่าวต่อว่า ล่าสุดได้จัดการซ้อมแผนสถานการณ์สมมติลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉิน พื้นที่เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า เมื่อวันที่ 3-5 กันยายนที่ผ่านมารวมระยะเวลา 3 วัน 3 รูปแบบ โดยวันแรกเป็นการฝึกซ้อมแผนบูรณาการการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยภาวะฉุกเฉิน (บก น้ำ อากาศ) แบบ Tabletop Exercise วันที่สอง เป็นการฝึกแบบสถานการณ์จำลองกึ่งเสมือนจริง และวันสุดท้าย เป็นการฝึกซ้อมแบบสถานการณ์จำลอง โดยได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมการฝึกซ้อมกว่า 20 หน่วยงาน มีผู้เข้าร่วมการซ้อมประมาณ 400 คน พื้นที่การฝึก ได้แก่ สนามเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว ท่าเทียบเรือเกาะเต่า สนามเฮลิคอปเตอร์ สถานีเรือเกาะสมุย สนามเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว อำเภอเกาะพะงัน มณฑลทหารบกที่ 45 (มทบ.45) ค่ายวชิราวุธ และอากาศยาน Lakota 72 (ฮ.ท.72) ส่วนการซ้อมแผนสถานการณ์สมมติลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินพื้นที่เกาะเต่าได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย อาทิ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 2 (ศรชล.ภาค2) กองทัพภาคที่ 4 คณะผู้วิจัย นำทีมโดยผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เวชวิวัฒน์ และภาคีเครือข่ายตำบลเกาะเต่า เป็นต้น โดยหลังเสร็จสิ้นการซ้อมแผนฯ ได้มีการประชุมระดมความคิดเห็นกับตัวแทนกลุ่มเป้าหมาย เพื่อทบทวนการปฏิบัติงาน นำข้อเสนอแนะไปพัฒนางานระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
FEATURED NEWS

ธอส. ฉลองครบรอบ 70 ปี ปล่อยสินเชื่อใหม่ ได้แล้วกว่า 162,760 ล้านบาท

 

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ฉลองครบรอบสถาปนา 70 ปี ในการเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้คนไทยได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมาแล้วมากกว่า 4.4 ล้านครอบครัว ล่าสุด ณ วันที่ 19 กันยายน 2566 สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้สูงถึง 162,760 ล้านบาท คิดเป็น 70% ของเป้าสินเชื่อปล่อยใหม่ทั้งปี พร้อมดำเนินการตามนโยบายรัฐ ช่วยเหลือคนไทยได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมากขึ้น พร้อมออกโปรโมชันผลิตภัณฑ์ทางการเงินฉลองครบรอบ 70 ปี โดยได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นจำนวนมาก นำโดย สินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ 6 เดือนแรกเพียง 0.70% ต่อปี, เงินฝากออมทรัพย์อัตราดอกเบี้ยสูงสุด 7.70% ต่อปี, สลากออมทรัพย์ ธอส. ชุดขาลเพิ่มพูน ปี 2566 เพิ่มผลตอบแทนหน้าสลากเป็น 1.40% ต่อปี และบ้านมือสอง ธอส. ลดราคาสูงสุด 50% กว่า 500 รายการ พร้อมรับบัตรกำนัลแทนเงินสดมูลค่า 7,000 บาท ในงานมหกรรมบ้านมือสอง ธอส. ออนไลน์ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2566

นายกฤษณ์ เสสะเวช กรรมการธนาคาร และรักษาการกรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันครบรอบสถาปนา 70 ปี ธอส. ในวันที่ 24 กันยายน 2566 ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ที่มีพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” ได้มีบทบาทในการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ผ่านการปล่อยสินเชื่อให้คนไทยได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมาแล้วมากกว่า 4.4 ล้านครอบครัว และในปี 2566 ที่เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัว ธอส. จึงยังคงมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ โดย ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2566 สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้กว่า 151,813 ล้านบาท จำนวน 121,016 บัญชี คิดเป็น 64.47% ของเป้าหมายสินเชื่อใหม่ในปี 2566 ที่ตั้งไว้ที่ 235,480 ล้านบาท ส่งผลให้เมื่อเทียบกับ ณ สิ้นปี 2565 ธอส. มียอดสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1,658,128 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.74% มีสินทรัพย์รวม 1,698,448 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.35% เงินฝากรวม 1,452,142 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.52% หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) จำนวน 71,389 ล้านบาท หรืออยู่ที่ 4.31% ของยอดสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้น 0.57% จากสิ้นปี 2565 ที่มี NPL อยู่ที่ 3.74% ของยอดสินเชื่อรวม โดยได้มีการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่ 140,725 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนต่อ NPL สูงถึง 197.12% สะท้อนความมั่นคงและความพร้อมในการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต และมีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 15.18% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนด และล่าสุด ณ วันที่ 19 กันยายน 2566 ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้กว่า 162,760 ล้านบาท คิดเป็น 70% ของเป้าหมายสินเชื่อใหม่ในปี 2566 ส่วนสภาพคล่องในปัจจุบันเพียงพอเพื่อปล่อยสินเชื่อใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ธอส. ยังพร้อมดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล โดยจัดทำผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัย เพื่อสนับสนุนให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย ผู้ด้อยโอกาส และผู้ที่เข้าไม่ถึงแหล่งทุน นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ด้วยการจัดทำผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อสิ่งแวดล้อม (Green Loan) โดย ณ วันที่ 19 กันยายน 2566 ได้ปล่อยสินเชื่อ Green Loan จำนวนมาก อาทิ สินเชื่อบ้านอยู่เย็น เป็นสุข ปี 2566 มีลูกค้าได้รับสินเชื่อแล้ว จำนวน 6,170 บัญชี วงเงิน 8,514.02 ล้านบาท, สินเชื่อบ้านเบอร์ 5 ลูกค้าได้รับสินเชื่อแล้วจำนวน 270 บัญชี วงเงิน 519.22 ล้านบาท ซึ่งเป็นการปล่อยสินเชื่อ Green Loan สูงถึง 120.44% ของเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 7,500 ล้านบาท รวมถึงโครงการสินเชื่อเพื่ออาคารคาร์บอนต่ำ (Project Loan For Carbon Reduction Building) สำหรับผู้ประกอบการ ซึ่งธนาคารอนุมัติวงเงินกู้แล้วจำนวน 7 โครงการ วงเงินรวม 259.50 ล้านบาท คิดเป็น 28.83% ของเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 900 ล้านบาท และอยู่ระหว่างดำเนินการพิจารณาสินเชื่ออีกจำนวน 9 โครงการ วงเงินรวม 850 ล้านบาท สะท้อนบทบาท ธอส. มุ่งสู่การเป็นธนาคารเพื่อความยั่งยืน (The Best Housing & Sustainable Bank) โดยให้ความสำคัญกับการปล่อยสินเชื่อ Green Loan ต่อไป

ทั้งนี้ เพื่อสนองนโยบายของรัฐอย่างต่อเนื่อง และฉลองครบรอบวันสถาปนา 70 ปี ธอส. ได้จัดทำโปรโมชันสุดพิเศษสำหรับลูกค้า ทั้งด้านสินเชื่อ เงินฝาก สลากออมทรัพย์ และบ้านมือสอง ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างมาก  โดยเฉพาะสินเชื่อบ้าน 70 ปี ธอส. อัตราดอกเบี้ยต่ำคงที่นาน 3 ปีแรก โดยเดือนที่ 1 – 6 เท่ากับ 0.70% ต่อปี เดือนที่ 7 – 24 เท่ากับ 2.70% ต่อปี ปีที่ 3 เท่ากับ 3.70% ต่อปี หรือเฉลี่ย  3 ปีแรกเพียง 2.70% สำหรับลูกค้าที่ต้องการสินเชื่อเพื่อซื้อ ปลูกสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม หรือไถ่ถอนจำนองจากสถาบันการเงินอื่น กรณีกู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระต่อเดือนเพียง 3,500 บาท นานถึง 2 ปี!! ผลปรากฏว่า มีลูกค้าให้ความสนใจยื่นขอสินเชื่อแล้ว 5,555.76 ล้านบาท ภายในระยะเวลาเพียง 9 วันเท่านั้น! ขณะเดียวกันสำหรับลูกค้าที่ขอสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย ทั้งบ้านมือหนึ่งและบ้านมือสอง วงเงินขอกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท ธอส.มอบโปรโมชันค่าธรรมเนียม โดยลดภาระค่าใช้จ่ายจากการที่ธนาคารรับภาระค่าธรรมเนียมแทนผู้กู้ ได้แก่ ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการจำนอง ในอัตรา 0.01% ของวงเงินจำนองและไม่เกินตามที่จ่ายจริง สำหรับลูกค้าที่ทำนิติกรรมแล้วเสร็จ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน – 30 พฤศจิกายน 2566 และค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ หรือห้องชุด ไม่เกิน 25% ของค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ หรือห้องชุด ทั้งนี้ ต้องไม่เกิน 0.25% ของวงเงินจำนอง สำหรับลูกค้าที่ทำนิติกรรมแล้วเสร็จ ตั้งแต่วันที่ 1 – 29 กันยายน 2566 (เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด)

ด้านเงินฝากออมทรัพย์ครบรอบ 70 ปี ธอส. อัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันไดสูงสุดถึง 7.70% ต่อปี โดยตั้งแต่วันที่เปิดบัญชีถึงวันที่ 31 มีนาคม 2568 จะได้รับอัตราดอกเบี้ย 0.70% ต่อปี และตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 30 กันยายน 2568 จะได้รับอัตราดอกเบี้ย 7.70% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยรวมสูงถึง 2.43 – 2.53% ต่อปี บุคคลธรรมดาไม่เสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก (เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด)

ส่วนการจำหน่ายสลากออมทรัพย์ ธอส. ชุดขาลเพิ่มพูน ปี 2566 ผ่านช่องทาง Mobile Application : GHB  ALL GEN  และ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หน่วยละ 1,000 บาท ฝากครบ 3 ปี รับผลตอบแทนหน้าสลากเพิ่มขึ้นอีก 0.25% ต่อปี หรือ สูงถึง 1.40% ต่อปี (เงื่อนไขรับผลตอบแทนเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด) พร้อมกันนี้ ยังมีโอกาสลุ้นรางวัลที่ 1 มูลค่ารางวัลสูงถึง 2 ล้านบาท ทุกเดือนรวม 36 ครั้ง โดยมียอดจำหน่าย ณ วันที่ 19 กันยายน 2566 จำนวน 1,949.18 ล้านบาท และ บ้านมือสองฉลองครบรอบ 70 ปี ธอส. ที่มอบบัตรกำนัลแทนเงินสดมูลค่า 7,000 บาท สำหรับลูกค้าที่ซื้อทรัพย์บ้านมือสอง ธอส. ในงานมหกรรมบ้านมือสอง ธอส. ออนไลน์ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2566 (GHB ALL HOME ONLINE 2023) ผ่านทาง Application : GHB ALL HOME หรือเว็บไซต์บ้านมือสองของธนาคาร www.ghbhomecenter.com ระหว่างวันที่ 22 – 26 กันยายน 2566 จำนวน 14 รายแรก แบ่งเป็น ซื้อทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 7 รายแรก และทรัพย์ในเขตภูมิภาค 7 รายแรก ที่ทำสัญญาภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยในงานจะได้พบกับทรัพย์เด่นทั่วประเทศกว่า 500 รายการ ลดสูงสุดถึง 50% ของราคาประเมิน พร้อมรับสิทธิ์สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำสุด นานสูงสุดถึง 24 เดือน โดยผู้ที่สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ G H Bank Call Center โทร 0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่ Mobile Application : GHB ALL GEN และ www.ghbank.co.th

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
WORLD PULSE

ชาวประมงตะลึงย่างปลาประหลาด 3 สี ชาวเน็ตลั่น กินได้แน่เหรอ!!!

 

ชาวประมงตะลึงปลาประหลาด 3 สี นำมาย่างกินชาวเน็ตลั่น กินได้แน่เหรอ-คำตอบทำอึ้ง !!! ไม่เคยเห็นมาก่อน ชาวประมงตกปลาเจอปลาสีประหลาด เนื้อสีฟ้า ชาวเน็ตถกลั่น กินได้แน่หรอ-คำตอบชวนอึ้ง

เว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานว่า นายโจ ชเมเลคชาวประมง เจ้าของบ้านพัก ‘เดอะลอดจ์ ออตเตอร์ โคเวอร์’ ในเมืองโฮเมอร์ รัฐอะแลสกา ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย แบ่งปันประสบการณ์การตกปลาที่ได้ปลาประหลาดขึ้นมาตัวหนึ่ง โดยโพสต์ดังกล่าวกลายเป็นกระแสไวรัล ชาวเน็ตแห่แชร์ทั่วโลกออนไลน์ วันนี้เขาไปตกปลาและจับปลาประหลาดตัวนี้ได้ มันสีสันสะดุดตา ผิวหนังภายนอกเป็นสีแดงเข้ม มีลายจุดสีส้ม มองเห็นในปากและเหงือกเป็นสีฟ้าสด เมื่อแล่เนื้อปลาดูข้างในก็พบว่า เนื้อปลาเป็นสีฟ้าสดเช่นกัน แต่พอนำมันไปทอดเนื้อปลาจะเปลี่ยนเป็นสีขาวช่างน่าทึ่งจริงๆอย่างไรก็ตาม โพสต์ไวรัลดังกล่าว มีผู้เข้ามาแสดงความเห็นต่อโพสต์ของเขาจากประเทศต่างๆ เป็นจำนวนมากถึง 17 ประเทศ โดยมีผู้แสดงความทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 600 ข้อความ และส่วนใหญ่ก็แสดงความเห็นในทำนองว่า ไม่เคยพบปลาแบบนี้มาก่อนนอกจากนี้ นายโดนัลก์ อาร์เธอร์ นักชีววิทยาจากกรมประมงของอะแลสกา อธิบายเรื่องที่เนื้อปลามีสีฟ้าสดนี้ว่า เกิดจากเม็ดสีสีเขียวจากถุงน้ำดีชื่อว่า บิลิเวอร์ดิน (Biliverdin)

อย่างไรก็ดี นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถหาสาเหตุที่แท้จริงได้ว่า ทำไมสัตว์จำพวกปลาจึงผลิตเม็ดสีแบบนี้ออกมา ซึ่งอาจเป็นไปได้จากเหตุผลหลายประการ เช่น เป็นผลลัพธ์จากการได้รับรังสียูวี จากอาหารที่พวกมันกินเข้าไป หรือมาจากพันธุกรรมทั้งนี้ สำหรับผู้ที่สงสัยว่าปลานี้อาจมีพิษและไม่สามารถนำมารับประทานได้ นายชเมเลค ได้ตอบคำถามนี้ว่า มันเป็นปลาที่กินได้ ซ้ำยังอร่อยด้วย พร้อมกับแนบคลิปขณะปรุงอาหารให้ดูใต้โพสต์บนเฟซบุ๊กของเขา.

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
SOCIETY & POLITICS

รมว.เกษตรฯ รับปากจะช่วยแก้ไขให้ พี่น้องชาวประมงทั้ง 22 จังหวัด

 
ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ติดตามการดำเนินงาน ณ ท่าเทียบเรือกัลปังหา และพบปะเกษตรกรเพื่อรับฟังปัญหา และติดตามสถานการณ์ พร้อมแก้ไขปัญหาด้านการเกษตร ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด

        ทั้งนี้ จังหวัดตราด เป็นจังหวัดชายแดนสุดฝั่งทะเลตะวันออก มีอาณาเขตด้านชายแดนติดกับประเทศกัมพูชาทั้งทางบกและทางทะเล มีความยาว 330 กิโลเมตร โดยทางบกติดกับทางจังหวัดของประเทศกัมพูชา ได้แก่ จังหวัดพระตะบอง จังหวัดโพธิสัต และจังหวัดเกาะกง ซึ่งมีแนวชายแดนธรรมชาติติดทิวเขาบรรทัด เป็นเส้นแบ่งเขตแดนตลอดแนวมีความยาว 165 กิโลเมตร และมีแนวอาณาเขตทางทะเลมีความยาว 185 กิโลเมตร โดยจังหวัดตราดเป็นพื้นที่ที่มีทรัพยากรสัตว์น้ำอุดมสมบูรณ์และเป็นแหล่งทำการประมงที่สำคัญ ทั้งประมงพื้นบ้าน และประมงพาณิชย์ รวมทั้งพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั้งชายฝั่งและน้ำจืด ผลผลิตสัตว์น้ำของจังหวัดตราด มีมากกว่า 82,779 ตัน คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 5,599.80 ล้านบาท ผลผลิตจากการทำการประมง 55,643 ตัน มูลค่า 2,344.21 ล้านบาท ผลผลิตจากการเพาะเลี้ยง 27,136 ตัน มูลค่า 3,255.59 ล้านบาท

        สำหรับทะเบียนเกษตรกร มีเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (ทบ.1) 1,317 ราย แบ่งเป็น กุ้งทะเล 476 ราย หอยทะเล 346 ราย ปลาน้ำจืด 317 ราย ปลาทะเล 125 ราย จระเข้ 14ราย สัตว์น้ำสวยงาม 3 ราย และสัตว์อื่น ๆ 36 ราย ผลผลิตจากการเพาะเลี้ยง 27,136 ตัน มูลค่า 3,255.59 ล้านบาท ทะเบียนผู้ประกอบการด้านการประมง (ทบ.2) 539 ราย ทะเบียนผู้ทำอาชีพทำการประมง (ทบ.2) 3,334 ราย เรือประมงพื้นบ้านที่มีทะเบียนเรือไทย จำนวน 3,379 ลำ ได้แก่ อวนติดตา อวนครอบหมึก อวนลอยปลากระบอก อวนจมปูม้า อวนลอยปลาทู และเรือประมงพาณิชย์ที่มีทะเบียนเรือไทย จำนวน 588 ลำ ได้แก่ อวนครอบปลากะตัก อวนลากแผ่นตะเฆ่ อวนลากคานถ่าง

        อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับปากจะช่วยแก้ไขปัญหาพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งมีความเข้มงวดและเป็นอุปสรรคต่อการทำประมงในปัจจุบัน โดยชาวประมงเสนอให้มีแนวทางบรรเทาผลกระทบในช่วงการเปลี่ยนผ่านของกฎหมาย และจะช่วยดูราคากุ้งตกต่ำ ทั้งกุ้งแวนนาไม กุ้งกุลาดำ และกุ้งก้ามกราม ซึ่งมีปัจจัยมาจากโรคระบาดและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ขอให้มั่นใจว่าจะร่วมแก้ปัญหาให้กับพี่น้องชาวประมงทั้ง 22 จังหวัด ที่มีพื้นที่ติดทะเล
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
BREAKING NEWS

ข่าวเด่นน่าติดตามวันเสาร์ที่ 23 กันยายน 2566

คลิกที่ภาพ

ข่าวเด่นน่าติดตามวันเสาร์ที่ 23 กันยายน 2566

1. “ก้าวไกล” เคาะ “ชัยธวัช” นั่งหัวหน้าพรรคคนใหม่

2. ไทยยังแรง ชนะ เกาหลีใต้ 3 เซตรวด ศึกวอลเลย์บอลหญิงคัดโอลิมปิก 2024

3. นายกเศรษฐา ท้าถอดเทป ไม่เคยพูดตั้ง #ทักษิณ เป็นที่ปรึกษา

4. ปิดแล้ว! SOL Bar สาขา เชียงใหม่ ร้านกาแฟก้าวไกล พร้อมเมนูใหม่ “กาแฟสีนวล”

5.ต่อศักดิ์ ลุยชายแดนตาก กวาดล้างวงจรซิม-สาย-เสา ตัดสัญญาณแก๊งคอล-เว็บพนัน

6. ไทยผลิต ซีรีส์วาย ส่งขายมากที่สุดในโลก ชี้เป็นหนังยกระดับ อุตสาหกรรมแห่งประชาธิปไตย

7. สี จิ้นผิงเปิด Asian Games ครั้งที่ 19 ที่หางโจว!


8.นาซาลุ้น ยาน ‘โอไซริส-เร็กซ์’ ใกล้ถึงโลก พร้อมหินจากดาวเคราะห์น้อยเบนนู

9.สนามบินปารีสยึดกะโหลกลิงเกือบ 400 กะโหลก เตรียมส่งออกไปสหรัฐฯ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News