
เยาวชนไทยลุกขึ้นสื่อสารความเสี่ยงบนท้องถนน เวที Young Road Safety Hero สะท้อนโจทย์ใหญ่ของประเทศท่ามกลางความสูญเสียที่ยังไม่สิ้นสุด
กรุงเทพฯ, 15 มีนาคม 2569 — ท่ามกลางอุบัติเหตุทางถนนยังเป็นแผลใหญ่ของสังคมไทย สถิติอุบัติเหตุทางถนนที่ยังคงกดทับสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง เวที “Young Road Safety Hero เยาวชนสร้างสรรค์ลดอุบัติเหตุ” กลายเป็นภาพสะท้อนสำคัญว่า การลดความสูญเสียอาจไม่ได้เริ่มต้นจากมาตรการบังคับใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากการสื่อสารที่เข้าไปแตะความคิด ความเชื่อ และพฤติกรรมของผู้คน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นทั้งกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มพลังสำคัญของการเปลี่ยนแปลง เวทีดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2568 ณ ลานกิจกรรม ชั้น 1 สยามสเคป เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ภายใต้ความร่วมมือของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านสื่อ สุขภาพ และความปลอดภัยทางถนนหลายภาคส่วน เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนจากทั่วประเทศนำเสนอผลงานคลิปสั้นรณรงค์ที่ออกแบบจากประสบการณ์จริง มุมมองจริง และภาษาแบบที่คนรุ่นเดียวกันเข้าใจได้ทันที
จากเวทีประกวด สู่เวทีที่สะท้อนปัญหาระดับประเทศ
หากมองเพียงผิวหน้า งานนี้อาจเป็นเพียงเวทีประกวดและมอบรางวัล แต่เมื่อขยับเข้าไปอ่านสารที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง จะพบว่าเวทีนี้ตั้งอยู่บนโจทย์ใหญ่ของประเทศอย่างแท้จริง นั่นคืออุบัติเหตุทางถนนยังเป็นสาเหตุการสูญเสียที่รุนแรงทั้งต่อชีวิต เศรษฐกิจ และโครงสร้างสังคมของไทยอย่างต่อเนื่อง ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนนและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องสะท้อนบนเวทีว่า ในปี 2568 ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 15,534 คน ลดลงจากปีก่อนราว 11 เปอร์เซ็นต์ แต่แม้ตัวเลขจะลดลง ความสูญเสียก็ยังอยู่ในระดับสูงมาก ขณะเดียวกัน ข้อมูลอีกฐานหนึ่งที่ผู้จัดงานยกขึ้นมาสื่อสารยังระบุยอดผู้เสียชีวิตสะสม 8,306 ราย และผู้บาดเจ็บกว่า 566,028 ราย สะท้อนว่าอุบัติเหตุบนถนนยังไม่ใช่ข่าวรายวันธรรมดา หากเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่กัดกินคุณภาพชีวิตของคนไทยอยู่ตลอดเวลา
พลังของเยาวชนถูกยกระดับจากผู้รับสาร เป็นผู้สร้างสาร
สิ่งที่ทำให้เวทีนี้มีความน่าสนใจในเชิงข่าว ไม่ใช่เพียงตัวเลขความสูญเสีย แต่คือการพลิกวิธีคิดจากการพูดเรื่องความปลอดภัยในเชิงสั่งการ มาสู่การให้เยาวชนเป็นผู้เล่าเรื่องด้วยตัวเอง ภายใต้โครงการนี้ เยาวชนที่ผ่านเข้ารอบทั้งหมด 23 ทีมจากทั่วประเทศได้พัฒนาผลงานคลิปสั้นรวม 42 ชิ้น ก่อนเข้าสู่กระบวนการ Pitching และ Showcase ต่อหน้าคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ โดยผู้เข้าแข่งขันแต่ละทีมมีเวลานำเสนอผลงานทีมละ 5 นาที จากนั้นกรรมการจึงพิจารณาคะแนนร่วมกับเหตุผลเชิงคุณภาพอย่างละเอียด เนื่องจากหลายผลงานมีคะแนนใกล้เคียงกันมาก กระบวนการตัดสินจึงไม่ใช่การให้คะแนนแบบผ่านไปทีละทีม แต่เป็นการถกเถียงอย่างจริงจังถึงเหตุผล ความคมของสารรณรงค์ และศักยภาพของผลงานที่จะต่อยอดสู่สาธารณะได้จริง
คณะกรรมการชี้ เยาวชนไทยมีศักยภาพไม่แพ้มืองานมืออาชีพ
ในช่วงเสวนาถอดบทเรียนบนเวที บุคคลสำคัญจากหลายภาคส่วนได้ช่วยอธิบายให้เห็นว่า เหตุใดพลังของเยาวชนจึงจำเป็นต่อการสื่อสารความปลอดภัยทางถนน อาจารย์ชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ กล่าวชื่นชมผลงานของผู้เข้าประกวดว่า มีคุณภาพใกล้เคียงงานมืออาชีพอย่างมาก ทั้งในมิติของการเล่าเรื่อง การเลือกประเด็น และวิธีสื่อสารที่เข้าถึงคนดู พร้อมชี้ว่า หากไม่เห็นชื่อผู้ส่งผลงาน หลายชิ้นแทบแยกไม่ออกว่าเป็นผลงานของนักศึกษาและเยาวชนจากสถานศึกษาในแต่ละภูมิภาค ความเห็นนี้มีนัยสำคัญไม่น้อย เพราะสะท้อนว่าคนรุ่นใหม่ไม่ได้ขาดความสามารถในการสื่อสาร แต่สิ่งที่พวกเขาต้องการคือพื้นที่และโอกาสในการเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ให้กลายเป็นพลังทางสังคมจริง ๆ


กลุ่มเสี่ยงหลักยังเป็นวัยรุ่นและผู้ใช้รถจักรยานยนต์
น้ำหนักของเวทีนี้ยิ่งชัดขึ้นเมื่อ นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน อธิบายข้อมูลเชิงโครงสร้างที่อยู่เบื้องหลังปัญหา โดยระบุว่ากลุ่มเสี่ยงหลักยังเป็นเด็กและเยาวชนอายุ 15–24 ปี ซึ่งเสียชีวิตจากรถจักรยานยนต์สูงถึง 81.1 เปอร์เซ็นต์ และในจำนวนนี้ 79.3 เปอร์เซ็นต์ไม่สวมหมวกนิรภัย อีกทั้งอุบัติเหตุส่วนใหญ่ยังเกิดในพื้นที่ใกล้บ้านในระยะไม่เกิน 5 กิโลเมตร สะท้อนว่าความเสี่ยงไม่ได้ซ่อนอยู่บนถนนไกลเมืองหรือทางหลวงสายใหญ่เท่านั้น แต่แฝงอยู่ในเส้นทางประจำวันของผู้คน ปัจจัยเสี่ยงหลัก 4 ประการที่ถูกย้ำชัดบนเวที ได้แก่ การขับรถเร็ว เมาแล้วขับ ไม่สวมหมวกนิรภัย และการดัดแปลงสภาพรถ ซึ่งล้วนเป็นพฤติกรรมที่แก้ได้ยากหากสังคมยังมองว่าเป็นเรื่องปกติของวัยรุ่น มากกว่าจะมองว่าเป็นต้นตอของความพิการและการสูญเสียชีวิตก่อนวัยอันควร
เวทีนี้เชื่อมตรงกับเป้าหมายระดับชาติเรื่องความปลอดภัยทางถนน
ประเด็นนี้สอดคล้องกับแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. 2565–2570 ที่กำหนดเป้าหมายลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนให้เหลือ 12 คนต่อประชากรแสนคนภายในปี 2570 และให้ความสำคัญกับผู้ใช้รถจักรยานยนต์และเยาวชนอายุ 15–24 ปีเป็นพิเศษ นั่นหมายความว่าโครงการอย่าง Young Road Safety Hero ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ แต่สอดรับกับเป้าหมายระดับนโยบายของประเทศโดยตรง เพราะหากจะลดตัวเลขผู้เสียชีวิตลงอย่างมีนัยสำคัญ ไทยย่อมไม่อาจละเลยการทำงานกับคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นทั้งผู้ใช้ถนนกลุ่มใหญ่และกลุ่มเป้าหมายสำคัญของการเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยง
การสื่อสารสร้างสรรค์กำลังกลายเป็นเครื่องมือป้องกันอุบัติเหตุ
อีกด้านหนึ่งของเวทีนี้คือการให้คุณค่ากับการสื่อสารในฐานะเครื่องมือด้านสาธารณสุขและความปลอดภัย ไม่ใช่เพียงเครื่องมือประชาสัมพันธ์ ผศ.อภิษฎา ทองสอาด จากสถาบันอาศรมศิลป์ สะท้อนบนเวทีว่า แม้หลายทีมอาจไม่ได้รับรางวัล แต่การที่เยาวชนสามารถหยิบเรื่องใกล้ตัวมาถ่ายทอดออกมาอย่างเข้าใจง่าย และทำให้คนดูรู้สึกเชื่อมโยงได้ แสดงให้เห็นศักยภาพที่ไปได้ไกลกว่าการแข่งขันครั้งเดียว ความเห็นนี้มีความหมายอย่างมากในเชิงสังคม เพราะปัญหาอุบัติเหตุทางถนนไม่ใช่เรื่องที่แก้ได้ด้วยข้อมูลสถิติอย่างเดียว แต่ต้องการภาษาใหม่ที่ทำให้ผู้คนหยุดคิดก่อนออกจากบ้าน หยุดประมาทก่อนบิดคันเร่ง และหยุดเชื่อว่าระยะใกล้บ้านคือระยะปลอดภัยเสมอไป
สสส. วางเป้าสร้างผู้นำรุ่นใหม่ด้านความปลอดภัยทางถนน
ดร.ดนัย หวังบุญชัย ผู้จัดการแผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ สสส. ขยายความว่า โครงการนี้ถูกออกแบบให้ใช้พลังของเยาวชนและพลังของสื่อสร้างสรรค์เป็นเครื่องมือป้องกันอุบัติเหตุทางถนนอย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนาทักษะ ความตระหนักรู้ และการมีส่วนร่วมในระดับชุมชน โดยเป้าหมายไม่ใช่เพียงการผลิตคลิปให้ได้จำนวนมาก แต่คือการสร้างผู้นำรุ่นใหม่ที่มีจิตสำนึกด้านความปลอดภัย และสามารถทำงานร่วมกับเครือข่ายสื่อ ภาคการศึกษา และชุมชนได้ในระยะยาว เมื่อพิจารณาจากทิศทางของ สสส. และเครือข่ายภาคีที่ร่วมขับเคลื่อน จะเห็นว่างานนี้เป็นความพยายามทำให้เรื่องความปลอดภัยทางถนนหลุดออกจากกรอบเดิมที่มักสื่อสารเฉพาะเทศกาล ไปสู่การสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง



ผลรางวัลสะท้อนพลังสร้างสรรค์ของเยาวชนจากทุกภูมิภาค
ในเชิงผลลัพธ์ เวทีประกาศรางวัลได้สะท้อนความหลากหลายของเยาวชนไทยอย่างชัดเจน ทีมชนะเลิศคือ ทีม SMODOI จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตสงขลา ซึ่งได้รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รองชนะเลิศอันดับ 1 คือ ทีมเก้าอี้ว่าง จากมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ รองชนะเลิศอันดับ 2 คือ ทีม Young SOT จากโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม จังหวัดเชียงราย ส่วนรางวัล Popular Vote ตกเป็นของทีม มทร.ล้านนาเชียงใหม่ ทีม 1 ขณะที่รางวัลชมเชยเป็นของทีม ตัวร้าย SPU จากมหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี และทีม มทร.ล้านนาเชียงใหม่ ทีม 1 การกระจายตัวของรางวัลเช่นนี้สะท้อนชัดว่า ประเด็นความปลอดภัยทางถนนไม่ใช่เรื่องของภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง แต่เป็นโจทย์ร่วมที่คนรุ่นใหม่จากเหนือ อีสาน ตะวันออก และใต้ ต่างลุกขึ้นมาสื่อสารในแบบของตนเอง
เชียงรายมีบทบาททั้งในฐานะผู้ชนะและผู้หนุนเสริม
สำหรับพื้นที่เชียงราย ข่าวนี้มีนัยสำคัญเป็นพิเศษ เพราะนอกจากทีม Young SOT จากโรงเรียนสามัคคีวิทยาคมจะคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 แล้ว สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์ยังได้รับเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติ “Creative Mentor Recognition” ในฐานะทีมวิทยากรพี่เลี้ยงสื่อสร้างสรรค์เพื่อสุขภาวะของภาคเหนือร่วมกับภาคีสื่อภูมิภาคจากอีก 3 ภูมิภาค การได้รับการยอมรับในระดับนี้สะท้อนให้เห็นบทบาทของสื่อท้องถิ่นที่ไม่ได้ทำหน้าที่รายงานข่าวเท่านั้น แต่ยังลงไปทำงานกับเยาวชน ชุมชน และกระบวนการพัฒนาศักยภาพการสื่อสารอย่างเป็นรูปธรรม นับเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า สื่อภูมิภาคสามารถทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงทางสังคมควบคู่กับการเป็นผู้เล่าเรื่องได้ในเวลาเดียวกัน



เสียงจากสื่อท้องถิ่นย้ำว่า ประสบการณ์มีค่ามากกว่าถ้วยรางวัล
คำกล่าวของคุณมนรัตน์ ก.บัวเกษร ประธานกรรมการบริหาร สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์ หลังจบงาน สะท้อนบรรยากาศของเวทีได้อย่างมีมิติ โดยเปิดเผยว่า “ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมน้อง ๆ เยาวชน นักเรียนและศึกษาทุกคนและทุกทีมที่เข้าร่วมประกวดแข่งขันทำคลิปสั้นโครงการสื่อสร้างสรรค์เพื่อการรณรงค์รู้เท่าทันสื่อ เท่าทันสุขภาพ หัวข้อ “Young Road Safety Hero เยาวชนสร้างสรรค์ลดอุบัติเหตุ” ในครั้งนี้ และขอแสดงความยินดีกับน้อง ๆ ทั้ง 5 ทีมที่ได้รับรางวัล ซึ่งหลังจากที่ได้ฟังน้อง ๆ แต่และทีมพรีเซนต์ผลงานของทีมตนเอง ก็ได้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ รวมไปถึงความตั้งใจในทุก ๆ ขั้นตอนการผลิตคลิปวิดีโอ โดยน้อง ๆ แต่ละทีมก็มีสไตล์การผลิตคลิปวิดีโอที่แตกต่างกันไปตามความชื่นชอบและความถนัด บ่งบอกถึงเอกลักษณ์และความโดดเด่นในท้องถิ่นนั้น ๆ ได้อย่างชัดเจน จึงอยากจะส่งกำลังใจ และพลังใจให้กับน้อง ๆ ทุกทีม ถึงแม้ว่าในปีนี้ บางทีมจะไม่ได้รับรางวัลกลับบ้านไป แต่สิ่งที่ได้กลับไปก็ถือประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่น้อง ๆ จะสามารถนำไปต่อยอดการแข่งขันในอนาคตต่อไปได้ และนอกจากนี้ ยังได้เห็นศักยภาพในการทำงานร่วมกันของสื่อภูมิภาค ที่ในครั้งนี้ได้มาร่วมกันเป็นคณะกรรมการตัดสินผลงานคลิปวิดีโอที่ส่งเข้าประกวดจากน้อง ๆ เยาวชนทั่วประเทศ





การลดอุบัติเหตุไม่อาจพึ่งกฎหมายเพียงอย่างเดียว
ในมิติที่ใหญ่กว่านั้น เวที Young Road Safety Hero ทำให้เห็นชัดว่า การลดอุบัติเหตุทางถนนไม่อาจสำเร็จได้ด้วยการรอให้รัฐออกกฎหมาย หรือให้ตำรวจตั้งด่านเพียงอย่างเดียว แม้มาตรการบังคับใช้จะยังจำเป็น แต่หากไม่เปลี่ยนวัฒนธรรมความคิดเรื่องการขับขี่ ความเสี่ยงก็ยังจะถูกส่งต่อจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่งต่อไปเรื่อย ๆ และนั่นคือเหตุผลที่การใช้สื่อสร้างสรรค์เข้ามาทำงานกับคนรุ่นใหม่จึงมีความหมายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในยุคที่คลิปสั้นหนึ่งชิ้นอาจเข้าถึงคนดูได้เร็วกว่าคำเตือนทางราชการหลายเท่า หากเนื้อหานั้นตรงใจ จริงใจ และพูดด้วยภาษาที่คนรุ่นเดียวกันไม่รู้สึกว่ากำลังถูกสั่งสอน
ทุกตัวเลขความสูญเสียคือชีวิตจริงของผู้คน
เมื่อลองย้อนกลับไปมองตัวเลขอีกครั้ง จะเห็นว่าทุกสถิติในข่าวนี้ไม่ใช่เพียงจำนวนคนตาย คนเจ็บ หรือมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่คือภาพของครอบครัวที่สูญเสียสมาชิก คนหนุ่มสาวที่อาจไม่ทันได้เติบโตไปสู่ชีวิตการทำงาน และชุมชนที่ต้องแบกรับผลกระทบระยะยาวจากความพิการและภาระการรักษา อุบัติเหตุทางถนนจึงไม่ใช่ประเด็นไกลตัว และไม่ใช่ปัญหาของผู้ใช้รถใช้ถนนเพียงลำพัง หากเป็นโจทย์สาธารณะที่เชื่อมโยงกับอนาคตของประเทศอย่างตรงไปตรงมา เมื่อพิจารณาความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่ถูกประเมินว่าอยู่ในระดับแสนล้านบาทต่อปี การลงทุนกับการสื่อสารรณรงค์ที่มีประสิทธิภาพ และการเปิดพื้นที่ให้เยาวชนเป็นผู้ร่วมออกแบบคำตอบ จึงไม่ใช่ค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แต่เป็นการลงทุนกับชีวิตและทุนมนุษย์ของประเทศในระยะยาว
เมื่อคนรุ่นใหม่ไม่ขอเป็นเพียงผู้ฟัง แต่ขอเป็นผู้เปลี่ยนแปลง
สำหรับสังคมไทย เวทีนี้อาจยังเป็นเพียงก้าวหนึ่ง แต่เป็นก้าวที่บอกชัดว่า คนรุ่นใหม่ไม่ได้ต้องการเป็นเพียงผู้รับสาร พวกเขาต้องการเป็นผู้ผลิตสาร ผู้ตั้งคำถาม และผู้ขยับสังคมด้วยตัวเอง และในวันที่ปัญหาอุบัติเหตุทางถนนยังพรากชีวิตคนไทยปีละนับหมื่น การมีเยาวชนลุกขึ้นมาสื่อสารเรื่องนี้ด้วยภาษาของตนเอง อาจเป็นหนึ่งในสัญญาณสำคัญที่สุดว่า ความหวังยังมีอยู่บนถนนสายนี้ หากทุกภาคส่วนพร้อมจะรับฟังและช่วยกันต่อยอดอย่างจริงจัง
เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- โครงการ Young Road Safety Hero การเปิดรับสมัคร และกิจกรรมของแผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ สสส. จากเว็บไซต์ artculture4health
- กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข










