Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

“ประเสริฐ” ลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย ตรวจ “สายไฟใต้ดิน” เพิ่มความปลอดภัย

 
เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 67 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม เดินทางประชุม ครม.สัญจร ระหว่างวันที่ 18 – 19 มีนาคม 2567 ณ จังหวัดพะเยา ลงพื้นที่ตรวจราชการงานนำสายสื่อสารลงใต้ดิน เทศบาลนครเชียงราย อ.เมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จํากัด (มหาชน) พร้อมด้วย นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีฯ นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดีอี นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ นางสาวกรรวี สิทธิชีวภาค อธิบดีกรมอุตุอนิยมวิทยา ดร.ปิยนุช วุฒิสอน ผู้อำนวยการสำนักงาน สถิติแห่งขาติ และผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง
.
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า การนำ สายสื่อสารทุกประเภทลงใต้ดิน ในพื้นซึ่งเป็นตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ของนโยบายสำคัญทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระดับสากลและเป็นระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ภาคเหนือ (Northern Economic Corridor: NEC – Creative LANNA) เพื่อพัฒนาเป็นฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์หลักของประเทศ รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดนของจังหวัด ประกอบกับมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ จากความสำคัญดังกล่าว เทศบาลนครเชียงราย และเทศบาลตำบลแม่สาย จ.เชียงราย ให้ดูสวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่มีสายไฟฟ้าหรือสายสื่อสารรกรุงรังบดบังทัศนียภาพของสถานที่ท่องเที่ยว และเพื่อความปลอดภัยแก่ประชาชน นักท่องเที่ยว รวมทั้งรองรับการพัฒนาเขตเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ที่จะสร้างรายได้ให้แก่ภาครัฐจากการให้เช่าใช้ท่อร้อยสายหรือสายสื่อสารใต้ดินให้แก่ผู้ให้บริการรายอื่น ๆ อีกด้วย
.
ทั้งนี้ การนำสายสื่อสารทุกประเภทลงใต้ดิน ทำให้เกิดประโยชน์ต่อพื้นที่ ดังนี้
1. ทำให้พื้นที่ของ เทศบาลนครเชียงราย อ.เมืองเชียงราย และ เทศบาลตำบลแม่สาย อ.แม่สาย หรือจุดท่องเที่ยวที่มีการนำสายสื่อสารลงใต้ดินมีทัศนียภาพและสิ่งแวดล้อมที่สวยงาม เพิ่มความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
2. ระบบการสื่อสารและโทรคมนาคมมีประสิทธิภาพ และมีเสถียรภาพมากขึ้น เนื่องจากลดปัญหาผลกระทบที่เกิดจาก การพาดสายบนอากาศ เช่น การถูกสัตว์กัดแทะ การเกิดไฟไหม้
3. สามารถรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่สูงขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. เพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจสังคม และขีดความสามารถในการแข่งขันในการก้าวสู่การเป็นผู้นำการขับเคลื่อน และยกระดับการสื่อสาร และดิจิทัลให้กับประเทศ รองรับการพัฒนาเขตเมืองอัจฉริยะ (Smart City) และนโยบายไทยแลนด์ 4.0
5. สร้างรายได้ให้แก่ภาครัฐจากการให้เช่าท่อร้อยสาย และสายสื่อสารใต้ดิน
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

ประกาศผลประกวดตุงล้านนาบูชาพระมหาชินธาตุเจ้าดอยตุง ประจำปี 2567

 

เมื่อวันจันทร์ที่ 18 มีนาคม 2567 เวลา 09.00 น. ณ อาคารปฏิบัติการวิชาชีพสาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ร่วมกับคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ดำเนินการประกวดตุงล้านนาบูชาพระมหาชินธาตุเจ้าดอยตุง ประจำปี 2567 เนื่องในประเพณีนมัสการและสรงน้ำพระธาตุดอยตุง ประจำปี 2567 เพื่อเป็นการอนุรักษ์ตุงให้อยู่คู่กับวัฒนธรรมประเพณีของชาวล้านนาสืบไป

 

โดยมีนายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิด ผศ.ภัทรีพันธุ์ พันธุ คณบดีคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย กล่าวต้อนรับ และนางสลักจฤฏดิ์ ติยะไพรัช ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดการประกวด พร้อมด้วยอาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย ข้าราชการเจ้าหน้าที่ สถานศึกษา เครือข่ายด้านวัฒนธรรม เข้าร่วมกิจกรรมฯ

 

การประกวดตุงล้านนาบูชาพระมหาชินธาตุเจ้าดอยตุง ประจำปี 2567 แยกเป็น 2 ประเภท โดยผลการประกวด ดังนี้

  1. ประเภทนักเรียน นักศึกษา และสถานศึกษา ผลการประกวด ดังนี้

     1.1 รางวัลชนะเลิศ โรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย

     1.2 รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย

     1.3 รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 โรงเรียนบ้านห้วยผึ้ง

     1.4 รางวัลชมเชย คณะบัญชี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย

     1.5 รางวัลชมเชย สาขาพุทธศิลปกรรม วิทยาลัยสงฆ์เชียงราย

  1. ประเภทกลุ่ม องค์กร ชุมชน และประชาชน

     2.1 รางวัลชนะเลิศ ทีมเอราวัณ

     2.2 รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 สภาวัฒนธรรมตำบลห้วยไคร้

     2.3 รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 นายสิรภพ กันยะมี

     2.4 รางวัลชมเชย สภาวัฒนธรรมอำเภอเชียงแสน

     2.5 รางวัลชมเชย กลุ่มแม่บ้านขัวแคร่ หมู่ที่ 1

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สนง.วัฒนธรรม เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

มหกรรม อบจ.สัญจรอ.เชียงของรับฟังความคิดเห็นประชาชน

 

เมื่อวันจันทร์ที่ 18 มีนาคม 2567 เวลา 09.00 น. นายก นก อทิตาธร วันไชยธนวงศ์นายก อบจ.เชียงราย พร้อมด้วยนายกฤศ โพธสุธน รองนายก อบจ.เชียงรายนายญาณาฤทธิ์ หนสมสุข รองปลัด อบจ.เชียงราย สิบเอกวิมล รู้ทำนอง ผอ.กองยุทธศาสตร์และงบประมาณ นายอนันต์ นัยติ๊บ ผอ.ส่วนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สำนักช่าง นายวสุพล จตุรคเชทร์เดชา สมาชิกสภา อบจ.เชียงราย เขต 1 อ.เชียงของ นายวราวุฒิ ไชยวงศ์ สมาชิกสภา อบจ.เชียงราย เขต 2 อ.เชียงของ ลงพื้นที่อำเภอเชียงของ เพื่อรับทราบปัญหาความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชน ณ หอประชุมโรงเรียนอนุบาลเชียงของ

 

ทั้งนี้ได้รับเมตตาจากพระครูวิมกิตติยาภรณ์ รองเจ้าคณะอำเภอเชียงของ และได้รับเกียรติจากนายฤทธิเดช จันยาพงษ์ ปลัดอาวุโส อำเภอเชียงของ ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ อ.เชียงของ ร่วมในการเสนอความต้องการและเสนอปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่ครั้งนี้ด้วย
 
 
การจัดโครงการมหกรรม อบจ.สัญจร ในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อรับทราบปัญหาความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ โดยเห็นสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริงของประชาชนเพื่อการแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด และสร้างสัมพันธไมตรีและทัศนคติที่ดีระหว่างประชาชนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ของ อบจ.เชียงราย โดยการประชาสัมพันธ์ข่าวสาร กิจกรรม ผลงาน และบทบาทอำนาจหน้าที่ของ อบจ.เชียงราย และที่สำคัญเป็นการนำบริการสาธารณะของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนมาให้บริการกับประชาชนร่วมกับ อบจ.เชียงราย เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่นให้เป็นท้องถิ่นมีเครือข่ายที่เข้มแข็งและเกิดความสมานฉันท์ อำเภอเชียงของ ต่อไป
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

“เพิ่มพูน” รมว.ศึกษาธิการ ตรวจเยี่ยม โรงเรียนอนุบาลเชียงราย สพป.ชร.1

 

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2567 พลตำรวจเอกเพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการตรวจเยี่ยมโรงเรียนอนุบาลเชียงราย ในการลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐมนตรีฯ “เรียนดี มีความสุข” นอกสถานที่ ครั้งที่ 2/2567 กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 (จังหวัดเชียงราย น่าน พะเยา และแพร่)

 

โดยมี นายมรกต อนุเคราะห์ ผอ.สพป.เชียงราย เขต 1 และ นายพิษณุ คามวาสี ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเชียงราย พร้อมด้วยคณะครูและนักเรียนให้การต้อนรับและนำเยี่ยมชม โรงเรียนอนุบาลเชียงราย โรงเรียนมาตรฐานสากล World class Standard School เป็นเลิศทางวิชาการ สื่อสารสองภาษา ล้ำหน้าทางความคิด ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ และร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคม
 
 
โดยมีการจัดกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นให้ผู้เรียน มีส่วนร่วมและมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติที่หลากหลายรูปแบบตามนโยบายการศึกษา “เรียนดี มีความสุข” เป็นการนำนโยบายด้านการศึกษาสู่การดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล เกิดผลประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เรียนและประชาชน ณ โรงเรียนอนุบาลเชียงราย (พื้นที่สันต้นเปา) ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : โรงเรียนอนุบาลเชียงราย สพป.ชร.1

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

“สันติ” หนุนศูนย์วิทย์ฯเชียงราย ด้านการวินิจฉัยสุขภาพแม่และเด็กแบบครบวงจร

 

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม  นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะผู้บริหารลงพื้นที่ตรวจราชการก่อนการประชุม ครม. นอกสถานที่พื้นที่ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2  ตามที่รัฐบาลมีนโยบายในการสร้างมูลค่าเพิ่ม พืชสมุนไพร เพื่อเพิ่มศักยภาพสินค้าเกษตรไทยตามเป้าหมาย 13 Quick Winของกระทรวงสาธารณสุขเพื่อส่งเสริมและพัฒนาประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และเป็นศูนย์กลางการแพทย์มูลค่าสูงในภูมิภาคอาเซียน   ยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางบริการสุขภาพ  เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้กับประชาชน

โดย นายสันติ  ยังเป็นประธานเปิด โครงการถ่ายทอดองค์ความรู้วิทยาศาสตร์การแพทย์สู่ชุมชน พร้อมเยี่ยมชมบูธนิทรรศการผลการดำเนินงานของศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1/1 เชียงราย และเครือข่าย อาทิ การวินิจฉัยสุขภาพแม่และเด็ก การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ด้วยวิธี HPV DNA Test การตรวจสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช การพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP/SME การพัฒนาสมุนไพร และมอบผลิตภัณฑ์ป้องกันยุงแก่ อสม. จำนวน 1,000 ชุด โดยมีนพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย อสม. ร่วมต้อนรับ ที่ โรงแรมเฮอริเทจ อำเภอเมือง จ.เชียงราย

 

หนุนศูนย์วิทย์เชียงราย ความเป็นเลิศตรวจสารเคมีป้องกันศัตรูพืช  

นายสันติ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีหน่วยงานส่วนภูมิภาคในพื้นที่เชียงรายคือ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1/1 เชียงราย ซึ่งรับผิดชอบการให้บริการตรวจวิเคราะห์วิจัยในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1 ประกอบไปด้วย จ.เชียงราย เชียงใหม่ น่าน พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน มีการดำเนินงานที่สำคัญที่สนับสนุนงานสาธารณสุขหลายเรื่อง ทั้งการพัฒนาอสม.ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน ซึ่งมีความรู้ในการใช้ชุดตรวจ การพัฒนาผู้ประกอบการชุมชนให้ได้มาตรฐาน

นอกจากนี้ ยังมีห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ทั้งด้านโรคอุบัติใหม่อุบัติซ้ำ มีห้องปฏิบัติการตรวจวินิจฉัยตรวจคัดกรองทารกแรกเกิด สามารถตรวจคัดกรองโรคหายากจำนวน 40 โรค และด้านคุ้มครองผู้บริโภค มีห้องปฏิบัติการตรวจเฝ้าระวังสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชในผักผลไม้ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ได้ถึง 132 ชนิด

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเชียงรายมีด่านนำเข้าสินค้าหลายด่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด่านนำเข้าอาหารและยาเชียงของ มีมูลค่าการนำเข้าผักและผลไม้สดมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ ซึ่งมีปริมาณนำเข้าปีละ 20,888 ตัน รองจากท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี  ดังนั้นเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับผู้บริโภคในประเทศไทย จึงพร้อมสนับสนุนให้ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1/1 เชียงราย พัฒนาขีดความสามารถทางห้องปฏิบัติการให้ได้ 250 ชนิด และผลักดันเป็นศูนย์ความเป็นเลิศด้านการตรวจสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช และด้านการวินิจฉัยสุขภาพแม่และเด็กแบบครบวงจร ในเขตสุขภาพที่ 1 โซนภาคเหนือ

 

ตรวจยีนผิดปกติเด็กไทย 1.5 หมื่น พบผิดปกติ 2 ราย สงสัยโรคหายาก

ด้านนพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผลการตรวจโรคพันธุกรรมเมตาบอลิกในทารกแรกเกิด หรือโรคหายาก ในเขตสุขภาพที่ 1 ของศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1/1 เชียงราย ตั้งแต่เดือนกันยายน 2566 – กุมภาพันธ์ 2567 จากเด็กไทยจำนวนทั้งหมด 15,056 ราย มีผลผิดปกติยืนยันเด็กไทยป่วยจำนวน 2 ราย เด็กต่างด้าวจำนวน 1 ราย และพบเด็กไทยสงสัยโรคหายากที่ไม่ได้อยู่ใน 40 โรค จำนวน 2 ราย ซึ่งได้มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการรักษาแล้ว ทั้งนี้แผนการพัฒนาในอนาคตมีการเตรียมความพร้อมเพื่อเป็นศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวินิจฉัยสุขภาพแม่และเด็กแบบครบวงจร โดยเพิ่มศักยภาพในการตรวจ ธาลัสซีเมียชนิด Beta mutation การตรวจคัดกรองกลุ่มอาการดาวน์ด้วยวิธี Non-Invasive Prenatal Testing (NIPT) เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตรวจคัดกรองกลุ่มอาการดาวน์

ในส่วนการเฝ้าระวังความปลอดภัยของสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชตกค้าง มีแผนพัฒนาในปี 2568 ให้สามารถตรวจวิเคราะห์สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชจาก 132 ชนิด เป็น 250 ชนิด และรายงานผลภายใน 36 ชั่วโมง เพื่อให้ด่านนำเข้าอาหารและยานำผลไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคภายในประเทศให้ได้บริโภคผักผลไม้ที่ปลอดภัยจากสารเคมีตกค้าง

 

รพ.แม่ใจ จ.พะเยา โดดเด่นแพทย์แผนไทย ผลิตสมุนไพรร่วมชุมชน

รมช.สาธารณสุข กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ในการตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลแม่ใจ จ.พะเยา ซึ่งเป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาดกลาง จำนวนเตียงตามกรอบ 30 เตียง ให้บริการผู้ป่วยนอกเฉลี่ย 249 คนต่อวัน มีความโดดเด่นในการดำเนินงานการแพทย์แผนไทยและโรงงานผลิตสมุนไพร ที่ได้พัฒนางานด้านการผลิตยาสมุนไพรร่วมกับชุมชน ตั้งแต่ปี 2542 เพื่อผลิตยาสมุนไพรที่มีคุณภาพสำหรับใช้ในโรงพยาบาลและสถานบริการในเครือข่ายสาธารณสุขของ จ.พะเยา

พร้อมกับพัฒนาส่งเสริมเครือข่ายกลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนผู้ปลูก – ผลิตสมุนไพรใน อ.แม่ใจ และอำเภออื่น ๆ ของจังหวัดในการปลูก – ผลิตสมุนไพรที่ปลอดภัย มีคุณภาพ เป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ รวมถึงเป็นการผลิตวัตถุดิบในการผลิตยาสมุนไพรที่มีคุณภาพการผลิตยาสมุนไพรของโรงพยาบาลแม่ใจ ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตยาสมุนพรที่ดี จากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุขและได้รับมอบหมายให้ดำเนินการผลิตยาสมุนไพรสำหรับใช้ในระบบการรักษาผู้ป่วยของภาครัฐ ทั้งในระดับโรงพยาบาลและระดับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ในเขตบริการสุขภาพ ที่ 1 โดยผลิตสมุนไพร จำนวนทั้งสิ้น 26 รายการ

 

ชูศูนย์สุขภาพแผนไทย รพ.แม่ใจ 

นอกจากนี้โรงพยาบาลแม่ใจ ยังดำเนินการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศโดยให้บริการ “ศูนย์สุขภาพแผนไทย โรงพยาบาลแม่ใจ” และ”การนวดวิถีไทย และผลิตภัณฑ์สมุนไพร GMP ใช้วัตถุดิบจากชุมชนต้นน้ำกว้าน” ซึ่งเน้นการบริการด้านการนวดเชิงสุขภาพ และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ใช้วัตถุดิบสมุนไพรจากพื้นที่ ผลจากการดำเนินงานดังกล่าวทำให้โรงพยาบาลแม่ใจเป็นโรงพยาบาลและพื้นที่ต้นแบบด้านการส่งเสริมสุขภาพ (Health Literacy) และได้รับคัดเลือกเป็นพื้นที่ต้นแบบดีเด่นแห่งชาติด้านการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้านผ่านมาตรฐานโรงพยาบาลส่งเสริมและสนับสนุนการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน ระดับดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังได้รางวัลชมเชยโรงงานผลิตยาสมุนไพรดีเด่นระดับชาติ ประเภทโรงพยาบาล

 

รพ.พะเยา เคลื่อนรพ.อัจฉริยะบำบัดฟื้นฟูยาเสพติด

หลังจากนั้นได้ลงพื้นที่ไปยังโรงพยาบาลพะเยา เพื่อติดตามการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วยยาเสพติด จ.พะเยา การดำเนินงานโรงพยาบาลอัจฉริยะรองรับนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว ระบบการแพทย์ฉุกเฉินการช่วยเหลืออุบัติเหตุทางน้ำจังหวัดพะเยาและการดำเนินงานการป้องกัน และการแก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กระทรวงสาธารณสุข

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

พิพัฒน์’บุก ‘ตลาดล้านเมือง’ เชียงราย ชวนพ่อค้า-แม่ค้าเข้าประกันตน ม.40

 

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2567นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน และสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ร่วมลงพื้นที่ตลาดล้านเมือง จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2567 โดยมี นายไพโรจน์ หาญพิทักษ์วงศ์ ผู้จัดการตลาดล้านเมือง รวมถึงพ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ร่วมให้การต้อนรับ

 

สำหรับตลาดล้านเมือง นับเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ โดยมีพื้นที่กว่า 260 ไร่ มีร้านค้า 1,432 แผง ซึ่งมีพ่อค้าแม่ค้า และผู้ประกอบอาชีพอิสระกว่า 10,000 คน โดยทางคณะยังได้ร่วมกันลงพื้นที่เยี่ยมบ้านให้กำลังใจ และมอบสิ่งของ เครื่องอุปโภค บริโภค ให้ผู้ประกันตนที่ทุพพลภาพถึงบ้านพัก ซึ่งอยู่ในความดูแลของสำนักงานประกันสังคมจังหวัดเชียงราย พร้อมกันนี้ทางเจ้าหน้าที่จากสำนักงานฯ ยังได้ร่วมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้สิทธิตามกฎหมายของผู้ประกันตนอีกด้วย

 

นายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า ในวันนี้ตนพร้อมผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ได้เดินทางลงพื้นที่ จ.เชียงราย ในงาน “มาตรา 40 ทั่วไทย อาชีพอิสระอุ่นใจ ให้ประกันสังคมดูแล” ซึ่งตนและ สปส. ได้มาเชิญชวนพ่อค้า แม่ค้า ในตลาดล้านเมือง ตลอดจนกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ และประชาชนทั่วไป เข้ามาสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 เพื่อให้ทุกท่านได้รับความคุ้มครอง รับสิทธิประโยชน์ เช่น กรณีประสบอุบัติเหตุ เจ็บป่วย หรือทุพพลภาพ ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้, กรณีเสียชีวิต ได้รับค่าทำศพ, กรณีชราภาพ ได้รับบำเหน็จชราภาพทุกเดือน, กรณีจ่ายเงินสมทบครบ 180 เดือน รับเงินเพิ่ม 10,000 บาท และรับเงินสงเคราะห์บุตรทุกเดือน เป็นต้น

 

ด้าน น.ส.จีระภา บุญรัตน์ รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า ในวันนี้ รมว.แรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงแรงงานและ สปส. ยังได้ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านให้กำลังใจและมอบสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภคให้แก่ นายเชาวลิต สิทธิภา อายุ 66 ปี ซึ่งเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ที่อาศัยอยู่กับภรรยาและบุตรใน ต.สันทราย อ.เมือง จ.เชียงราย ซึ่งทุพพลภาพจากโรคความดันโลหิตสูง เป็นเหตุให้เส้นเลือดในสมองแตก ร่างกายข้างขวาเป็นอัมพาต สูญเสียสมรรถภาพในการทำงานของร่างกายร้อยละ 75 โดยได้รับสิทธิเป็นผู้ทุพพลภาพตั้งแต่วันที่ 18 พ.ย. 2547 ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เดือนละ 2,400 บาท ตลอดชีวิต โดยได้นำความห่วงใย พร้อมกับได้พูดคุยเพื่อให้กำลังใจ สอบถามถึงชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ประกันตนและครอบครัว

น.ส.จีระภา กล่าวว่า ทาง สปส. กระทรวงแรงงาน ให้ความสำคัญในการสร้างหลักประกันในการดำรงชีวิตของผู้ใช้แรงงานทุกคน ตามนโยบาย “สร้างรากฐานเศรษฐกิจ พัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยการคุ้มครองแรงงาน” ดูแลผู้ประกันตนให้ได้รับสิทธิประโยชน์อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกันตนที่ทุพพลภาพ ไม่ว่าจะเกิดจากความเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด เพื่อสร้างหลักประกันทางสังคมที่มั่นคง และทำให้ผู้ประกันตนที่ทุพพลภาพสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างเท่าเทียมกับทุกๆ คนต่อไป
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กระทรวงแรงงาน 

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI ECONOMY

“ดร.มนพร” ตรวจโครงข่ายทางถนน เพิ่มประสิทธิภาพ เชียงราย-พะเยา

 
เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2567 ดร.มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมพร้อมด้วย นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายสรพันธ์ คุณากรวงศ์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตรวจความคืบหน้าการพัฒนาโครงข่ายทางถนน จ.เชียงราย-พะเยา พร้อมทั้งรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชน
 
 
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ติดตามโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 1020 เชียงราย – อ.เชียงของ ตอน อ.เทิง – บ.ต้า เพื่อเพิ่มความจุของถนน รองรับปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้น ระยะทาง 16 กม. ค่าก่อสร้าง 998.9 ล้านบาท กำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนสิงหาคม 2567 จากนั้น ดร.มนพร ได้ลงพื้นที่ด่านชายแดนบ้านฮวก อ.ภูซาง จ.พะเยา ร่วมกับนายกรัฐมนตรี รับฟังข้อเสนอจากทางจังหวัดที่ขอให้กรมทางหลวง เร่งรัดดำเนินการสำรวจและออกแบบถนนให้เป็นเส้นทาง 4 ช่องจราจร เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเดินทางและการขนส่งสินค้าที่สะดวกรวดเร็วขึ้น และเดินทางมาที่มหาวิทยาลัยพะเยา ติดตามโครงการก่อสร้างทางลอดหน้ามหาวิทยาลัยพะเยา ที่อยู่ระหว่างดำเนินการของบประมาณก่อสร้างในปีงบประมาณ 2568 
 
 
 
เนื่องจากปัจจุบันทางเข้ามหาวิทยาลัยพะเยา มีการจราจรหนาที่หนาแน่น และมีแนวโน้มการสัญจรที่สูงขึ้น เนื่องจากเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าประกอบกับมีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง กรมทางหลวงจึงแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการก่อสร้างทางแยกต่างระดับ ระหว่างจุดตัดทางหลวงหมายเลข 1 กับทางเข้ามหาวิทยาลัยพะเยา ซึ่งมุ่งเน้นการทำให้การจราจรมีความคล่องตัว มีความปลอดภัยลดผลกระทบต่อชุมชน โดยการศึกษาที่เหมาะสมคือออกแบบเป็นทางแยกต่างระดับแบบวงเวียน โดยก่อสร้างทางลอด บนทางหลวงหมายเลข 1 ทำให้การเดินทางเป็นอิสระ (free flow) และการจัดการจราจรบริเวณจุดตัดเป็นวงเวียน (Roundabout) มีระยะทางทั้งหมดประมาณ 1.7 กม.
 
 
 
ดร.มนพร กล่าวว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้ลงพื้นที่ติดตามการพัฒนาโครงข่ายทางถนน จ. เชียงราย – พะเยา เพื่อติดตามความก้าวหน้า และรับฟังความเห็นจากประชาชนในพื้นที่ ซึ่งการพัฒนาเส้นทางคมนาคมดังกล่าวทำให้เพิ่มประสิทธิภาพแก้ไขปัญหาด้านการจราจร สอดคล้องกับแผนการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงในอนาคต ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนและลดการเกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในพื้นที่รวมทั้งเป็นประโยชน์ต่อการคมนาคมขนส่งโดยรวม 
 
 
ทั้งนี้จากการลงพื้นที่ได้เน้นย้ำในเรื่องการก่อสร้างให้เคร่งครัดในมาตรการความปลอดภัย และการเร่งรัดให้เป็นไปตามแผนที่กำหนด เพื่อให้ประชาชนมีระบบคมนาคมที่มีประสิทธิภาพ สามารถเดินทางได้สะดวก รวดเร็วและปลอดภัย รวมทั้งช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจในการขนส่งสินค้าและท่องเที่ยวของประเทศให้ดีขึ้น
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ประชาสัมพันธ์กระทรวงคมนาคม

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI ECONOMY

“สุริยะ” ตรวจสนามบินเชียงราย สนับสนุนการขนส่งเชื่อมโยงท่องเที่ยว

 
เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2567 ณ ณ ห้องประชุมท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย จังหวัดเชียงราย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายมนตรี เดชาสกุลสม รองปลัดกระทรวงคมนาคม ประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการสำคัญของกระทรวงคมนาคม เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 2/2567 ณ จังหวัดพะเยา โดยมีหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ และผู้แทนหน่วยงานในพื้นที่ เข้าร่วมประชุม
 
 
นายสุริยะ กล่าวว่า การประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการสำคัญต่าง ๆ ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ได้ติดตามประเด็นการเตรียมความพร้อมและการเพิ่มศักยภาพของท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ตามนโยบาย Aviation Hub ของรัฐบาลในการผลักดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงฯ มีโครงการที่ดำเนินการเพื่อเพิ่มศักยภาพท่าอากาศยาน ได้แก่ 1) งานก่อสร้างระบบทางขับขนานด้านทิศเหนือและปรับปรุงทางขับท้ายหลุมจอด พร้อมทางขับ A และ B 2) งานจ้างก่อสร้างพื้นที่หัวทางวิ่งด้าน 03 และ 21 3) โครงการศูนย์ซ่อมอากาศยาน Maintenance ,Repair and overhaul (MRO) ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) 4) งานจ้างก่อสร้างขยายถนนทางเข้า – ออก ท่าอากาศยานฯ คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างประมาณเดือนมิถุนายน 2567 นอกจากนี้ มีโครงการพัฒนาท่าอากาศยานฯ ระยะที่ 1 (ปี 2568 – 2571) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสาร เป็น 6 ล้านคนต่อปี และระยะที่ 2 (ปี 2576 – 2578) เป็น 8 ล้านคนต่อปี โดยมีแผนงานสำคัญ ได้แก่ งานก่อสร้างเพิ่มลานจอดอากาศยาน งานก่อสร้างอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ งานก่อสร้างปรับปรุงอาคารผู้โดยสารเดิมเป็นอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ และงานก่อสร้างอาคารศูนย์ซ่อมแซมอุปกรณ์สนับสนุนภาคพื้น
 
 
สำหรับโครงการสนับสนุนท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวงฯ เพื่อบรรเทาการจราจรบริเวณหน้าท่าอากาศยานและสนับสนุนการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ประกอบด้วย
1. การก่อสร้างทางลอดและปรับปรุงถนนบริเวณแยกศูนย์ราชการบนถนนสาย ชร.1023 อ.เมือง จ.เชียงราย ระยะทาง 1.635 กิโลเมตร (กม.) วงเงิน 850 ล้านบาท มีแผนก่อสร้างระหว่างปี 2567 – 2569
2. ถนนสายแยก ทล.1 – สาย ชร.5023 ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย ระยะทาง 3.014 กม. วงเงินก่อสร้าง 200 ล้านบาท โดยเสนอขอรับงบประมาณค่าเวนคืนปี 2567 – 2568
3. ถนนสาย ค2, จ7, ง4 ผังเมืองรวมเชียงราย อ.เมือง จ.เชียงราย ระยะทาง 3.735 กม. วงเงินก่อสร้าง 250 ล้านบาท โดยเสนอขอรับงบประมาณค่าเวนคืนปี 2567 – 2568
4. ถนนสายเชื่อม ทล.1207 – ถนนเลี่ยงเมืองกรมทางหลวง อ.เมือง จ.เชียงราย ระยะทาง 2.356 กม. วงเงิน 84 ล้านบาท โดยเสนอขอรับงบประมาณค่าเวนคืนปี 2567 – 2568
5. ทางแยกต่างระดับบริเวณจุดตัด ชร.1023 กับ ทล.1 อ.เมือง จ.เชียงราย วงเงินก่อสร้าง409.560 ล้านบาท มีแผนเสนอขอรับงบประมาณค่าสำรวจอสังหาริมทรัพย์ ในปี 2569
 
 
นอกจากนี้ ในการประชุมได้ติดตามความคืบหน้าโครงการขยาย 4 ช่องจราจร ทางหลวงหมายเลข 1020 ตอนบ้านหัวดอย – บ้านใหม่ดอยลาน จ.เชียงราย กม. 7+420 – 30+000 เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ การคมนาคมขนส่งสินค้าและการท่องเที่ยว ซึ่งเมื่อโครงการแล้วเสร็จจะทำให้มีความสะดวกรวดเร็ว และสามารถรองรับปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้นในอนาคต รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและเชื่อมต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดใกล้เคียงได้สะดวก ปลอดภัยยิ่งขึ้น และยังเป็นการสนับสนับการขนส่งสินค้าเชื่อมต่อด่านพรมแดนอีกด้วย รวมทั้งกระทรวงคมนาคมมีการดำเนินโครงการปรับปรุงโครงข่ายทางหลวงชนบทเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว
 
 
ทั้งนี้ ในการประชุมได้รับทราบข้อมูลความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ในส่วนของการก่อสร้างจุดกลับรถบริเวณหน้าโรงพยาบาลแม่จัน และสะพานลอยคนข้าม เพื่อความสะดวกปลอดภัยของประชาชนที่มาใช้บริการโรงพยาบาลและประชาชนในพื้นที่ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาขอใช้งบกลางในการก่อสร้างอย่างเหมาะสม รวมทั้งได้มอบนโยบายให้กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท บูรณาการร่วมกัน เพื่อรวบรวมข้อมูลโครงข่ายถนนในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและพะเยาที่ต้องปรับปรุงไฟฟ้าแสงสว่าง และตรวจสอบจุดตัดทางร่วม ทางแยกเพื่อเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนของประชาชน
 
 
นายสุริยะ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงคมนาคมพร้อมผลักดันโครงการต่าง ๆ ให้เป็นรูปธรรมตามนโยบายรัฐบาลโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของทุกกลุ่ม และพร้อมรับฟังปัญหาและความคิดเห็นของประชาชน โดยกระทรวงคมนาคมจะเร่งรัดการดำเนินโครงการต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จตามแผนงานที่กำหนด เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีระบบคมนาคมขนส่งที่มีประสิทธิภาพ สามารถเดินทางได้สะดวก รวดเร็วและปลอดภัย รวมทั้งช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจจากการขนส่งสินค้าและท่องเที่ยวของประเทศให้ดีขึ้น
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ประชาสัมพันธ์กระทรวงคมนาคม

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI ECONOMY

(มีคลิป)กรมการค้าภายใน จัดการผลไม้เชิงรุก รับซื้อมะม่วงเชียงราย เพิ่มช่องทางการขาย

 
เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2567 ณ กลุ่มแปลงใหญ่มะม่วงพญาเม็งราย ตำบลแม่เปา อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย กระทรวงพาณิชย์ ยกแผนงานเชื่อมโยงการรับซื้อมะม่วง @เชียงราย ภายใต้มาตรการบริหารจัดการผลไม้เชิงรุกปี 2567 ตามนโยบายของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาดผลไม้ฤดูการผลิต ปี 2567 ให้สอดรับสถานการณ์อย่างเป็นระบบครบวงจร
 
การจัดกิจกรรมกรมการค้าภายในเชื่อมโยงรับซื้อมะม่วง@เชียงราย โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ ให้เกียรติเป็นประธานสักขีพยานการเชื่อมโยงการซื้อขาย “มะม่วง” ผ่านตลาดข้อตกลง พร้อมด้วยนายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน และนายชโลธร พัฒน์ทวีกิจ ประธานกลุ่มแปลงใหญ่มะม่วงพญาเม็งราย และผู้แทนเกษตรกรจาก 5 อำเภอ ในจังหวัดเชียงราย ห้างค้าส่ง-ค้าปลีก ผู้รวบรวม ผู้ส่งออก โรงงานแปรรูป และสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง เข้ารับซื้อผลผลิตมะม่วงจากเกษตรกร ณ กลุ่มแปลงใหญ่มะม่วงพญาเม็งราย ตำบลแม่เปา อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย
 

ในการนี้กรมการค้าภายในและจังหวัดเชียงรายได้ช่วยเหลือเกษตรกรกระจายผลผลิตมะม่วงครั้งนี้ นอกจากช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรแล้ว ยังเพิ่มช่องทางในการกระจายผลผลิตออกสู่ตลาดนอกแหล่งผลิตได้มากยิ่งขึ้นด้วย

นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่ากรมการค้าภายในมีเป้าหมายการรับซื้อมะม่วงในครั้งนี้กว่า 3,500 ตัน รวมมูลค่ากว่า 84 ล้านบาท โดยมีสายพันธุ์ โชคอนันต์ น้ำดอกไม้ ฟ้าลั่น แก้วขมิ้น อีกทั้งเกษตรกรยังมีแปรรูปมะม่วง เช่น มะม่วงอบแห้ง มะม่วงกวน ที่สามารถสร้างรายได้เพิ่มอีกทางนึงแก่เกษตรกรในพื้นที่ และกรมฯ มีนโยบายขยายพื้นที่รับซื้อในจังหวัดอื่นๆ เพิ่มเติม หากปริมาณผลผลิตออกมากหรือล้นตลาด เพื่อให้ความช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร และระบายผลผลิตออกสู่ช่องทางต่างๆ

ทั้งการเปิดพรีออเดอร์มะม่วงผ่านนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ นำไปเปิดจุดจำหน่ายในห้างท้องถิ่นทั่วประเทศ แหล่งชุมชนต่างๆ และเตรียมจัดงาน Fruit Festival 2024 เป็นปีที่ 3 เพื่อรณรงค์และกระตุ้นให้มีการบริโภคผลไม้เพิ่มมากขึ้น

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กรมการค้าภายใน

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI WORLD PULSE

สปป.ลาว พบ พระพุทธรูป 4 องค์ โผล่ลำน้ำโขง แขวงบ่อแก้ว ตรงข้าม อ.เชียงแสน

 

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสื่อท้องถิ่นใน สปป.ลาว หลายราย เช่น ລວມຂ່າວລາວ-Lao News update,ແຂວງບໍ່ແກ້ວ Bokeo Province,ໜັງສືພິມລາວພັດທະນາ Laophattana News ได้รายงานข้อมูลและภาพจากพระอาจารย์ ຂັດຕິຍະບາຣະມີ ว่าได้มีการพบพระพุทธรูปและวัตถุโบราณหลายชิ้น ภายในหาดทรายกลางแม่น้ำโขงฝั่งเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ตรงกันข้าม อ.เชียงแสน จ.เชียงราย คาดว่าเป็นบริเวณวัดเก่าแก่และเมืองเก่าสมัยอาณาจักรสุวรรณโคมคำในยุคนับพันปีก่อน โดยการค้นพบมีขึ้นเมื่อวันที่ 16 มี.ค.หลังจากระดับน้ำในแม่น้ำโขงได้ลดลงจนกลายเป็นหาดทรายกว้าง และชาวบ้านได้พบเห็นส่วนบนของพระพุทธรูปโผล่ขึ้นมาจึงพากันไปขุนค้นต่อ

ปรากฎว่าเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่องค์ใหญ่จำนวน 2 องค์ คาดว่ามีหน้าตักกว้างกว่า 29 นิ้ว โดยองค์แรกมีสภาพสมบูรณ์ไม่เสียหายมากนักแต่องค์ที่ 2 พระเศียรหักออกไปแต่ยังคงพบในบริเวณเดียวกัน นอกจากนี้ พบพระพุทธรูปขนาดเล็กอีก 2 องค์ คาดว่ามหน้าตักกว้างประมาณ 9 นิ้ว โดยมีสภาพเช่นเดียวกับองค์ใหญ่คือมีองค์สมบูรณ์ 1 องค์และพระเศียรหักออกไปอีก 1 องค์และพบส่วนที่ขาดไปด้วยคาดว่าทั้งหมดสร้างด้วยสัมฤทธิ์ที่มีความคงทน รวมทั้งยังพบวัตถุทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวลักษณะคล้ายอิฐทังขนาดเล็กและใหญ่อีกไม่ต่ำกว่า 10-15 อัน คาดว่าสร้างด้วยปูน

หลังการค้นพบทางเจ้าหน้าที่ สปป.ลาว ทั้งระดับหมู่บ้าน เมืองและแขวง ได้มีการจัดสถานที่เก็บรักษาบริเวณที่ค้นพบแล้วโดยมีการวางกำลังดูแลรักษาตลอด 24 ชั่วโมงด้วย ขณะที่มีประชาชนชาวลาวรวมไปถึงพระภิกษุและสามเณรต่างพากันไปกราบนมัสการและชมพระพุทธเจ้าและวัตถุโบราณต่างๆ ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ລວມຂ່າວລາວ-Lao News update, ແຂວງບໍ່ແກ້ວ Bokeo Province, ໜັງສືພິມລາວພັດທະນາ Laophattana News

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News