Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ป.ป.ช. เชียงราย จัดประชุมเชิง ปฏิบัติการ ชมรมเยาวชน STRONG

 

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2567 ณ ห้องประชุม อาคารพลเอก สำเภา ชูศรี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเชียงราย (นายกิตติศักดิ์ พิมสาร) มอบหมายให้ กลุ่มงานป้องกันการทุจริต นำโดยนายนั้ง แสงเพชรไพบูรณ์ เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตชำนาญการพิเศษ พร้อมเจ้าหน้าที่งานป้องกันฯ และ ชมรม STRONG – จิตพอเพียงต้านทุจริตจังหวัดเชียงราย นำโดยนางวันดี ราชชมภู ประธานชมรม STRONG – จิตพอเพียงต้านทุจริตจังหวัดเชียงราย และคณะกรรมการฯ ดำเนินกิจกรรมการประชุมเชิงปฏิบัติการสมาชิกชมรมเยาวชน STRONG – จิตพอเพียงต้านทุจริต จังหวัดเชียงราย โดยมีนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงร่วม 100 กว่าคนเข้าร่วมกิจกรรม

 

ทั้งนี้ นายนั้ง แสงเพชรไพบูรณ์ เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตชำนาญการพิเศษ ได้กล่าวเปิดกิจกรรมและพูดถึงวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรม คือ เพื่อรณรงค์ป้องกันการทุจริต และสร้างจิตสำนึก รวมถึงการมีส่วนร่วมในการปลูกฝังค่านิยมให้กับเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป เพื่อส่งเสริมสังคมไทยไร้การทุจริตอย่างยั่งยืน ซึ่ง ระบบการศึกษาจึงเป็นกลไกสำคัญ ในการบ่มเพาะจิตสำนึกของเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นอนาคตของชาติ แนวทางการพัฒนาและแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นที่สำคัญและยั่งยืนที่สุด คือปลูกและปลุกจิตสำนึกการเป็นพลเมืองที่ดี
 
 
มีวัฒนธรรมสุจริตในกลุ่มเด็กและเยาวชนทุกช่วงวัย มุ่งเน้นการปรับพฤติกรรมตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงระดับอุดมศึกษา เพื่อปฏิรูปพลเมืองไทยในอนาคตให้มีความเป็นพลเมืองเต็มขั้น ประชาชนต้องมีความตื่นรู้ ไม่ยอม ไม่ทน ไม่เฉย ต่อการทุจริตทุกรูปแบบ อีกทั้งหน่วยงานทุกภาคส่วนในสังคมต้องร่วมกันสร้างสังคมที่ไร้การทุจริต ตระหนักรู้ร่วมกันถึงปัญหาการทุจริต เพื่อสร้างค่านิยมสุจริต และขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายเดียวกันคือ “ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต”
 
 
ด้านนางวันดี ราชชมภู ประธานชมรม STRONG – จิตพอเพียงต้านทุจริตจังหวัดเชียงราย ได้บรรยายพิเศษ “บทบาทของภาคประซาซนกับการป้องกันการทุจริต” และได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการปลูกฝังค่านิยมในกลุ่มเด็กและเยาวชน เพื่อร่วมกันต่อต้านการทุจริต จึงมอบหมายให้นางสาวพรทิวา วงค์วิชัย นำทีมคณะกรรมการ ชมรม STRONG – จิตพอเพียงฯ จัดกิจกรรมกลุ่ม “การมีส่วนร่วม และบทบาทของเยาวชนต่อการป้องกันการทุจริต” โดยเน้นการสื่อสารที่สนุกสนาน พร้อมสอดแทรกเนื้อหาการสร้างความตระหนักรู้ ผลเสียความรุนแรงของการทุจริต รวมถึงสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม ความซื่อสัตย์ การมีจิตสาธารณะ และให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการต่อต้านทุจริต การคอร์รัปชัน ให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมอีกด้วย
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ชมรม Strong – จิตพอเพียงต้านทุจริต จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เทศบาลนครเชียงราย ปรับภูมิทัศน์ สวนสาธารณะเกาะลอยเพิ่มพื้นที่สีเขียว

 

เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2567 สวนสาธารณะเกาะลอยแห่งนี้ จัดตั้งในปี พ.ศ. 2538 บนความร่วมมือของพี่น้องชุมชนชาวเกาะลอย ที่ได้ประสานงานร่วมกับ ส.ส.รัตนา จงสุทธานามณี ในสมัยนั้น โดยขอให้ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดงบประมาณในการก่อสร้างร่วมกับเทศบาลนครเชียงรายโดย นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย เพื่อให้พี่น้องชาวเชียงรายได้มีพื้นที่สีเขียวในการออกกำลังกาย และเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ

 

ปัจจุบัน นายกเทศมนตรีนครเชียงรายได้เข้ามาปรับภูมิทัศน์ภายในสวนสาธารณะเกาะลอย ซึ่งการก่อสร้างมากว่า 30 ปีทำให้มีการเสื่อมโทรมตามกาลเวลา ซึ่งได้รับความร่วมมือจากศิลปิน “ พิชิต สิทธิวงค์ ” ศิลปินจากขัวศิลปะเชียงราย เข้ามาแต้มสีสันของช้าง และทาสีบริเวณโดยรอบสวนสาธารณะเกาะลอย เทศบาลนครเชียงราย ขอขอบคุณทุกท่านมา ณ โอกาสนี้ และขอให้พวกเราได้ช่วยกันดูแลบำรุงรักษามาช่วยกันทำเมืองเชียงรายให้น่าอยู่แบบยั่งยืน “นครเชียงราย นครแห่งความสุข”

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : เทศบาลนครเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

จังหวัดเชียงราย จัดพิธีปลงผมโครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน

 

เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 67 ที่ อุโบสถวัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีปลงผม ในโครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยมีพระครูสุธีสุตสุนทร เจ้าอาวาสวัดพระแก้ว พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ ประชาชน เข้าร่วมพิธี

 

ด้วยจังหวัดเชียงราย ได้จัดทำโครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ซึ่งได้ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดเชียงราย ตลอดจนพุทธศาสนิกชนในจังหวัด ร่วมกันจัดขึ้น โดยมีเด็กและเยาวชน เข้าร่วมโครงการจำนวน 74 คน เข้าบรรพชาระหว่างวันที่ 20 เมษายน – 6 พฤษภาคม 2567 รวมจำนวน 17 วัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และเพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนในจังหวัดเชียงราย ได้แสดงความจงรักภักดี ความกตัญญูกตเวที และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อีกทั้งได้รับความรู้ในหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นการพัฒนาตนเองให้เป็นคนดีมีคุณธรรมจริยธรรมและศีลธรรมอีกด้วย
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI ENTERTAINMENT

สุดอลังการมหกรรมดนตรีเทิดพระเกียรติ ม.แม่ฟ้าหลวง

 

เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2567 ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ผศ. ดร.มัชฌิมา นราดิศร อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เป็นประธานเปิดงาน”มหกรรมดนตรีเทิดพระเกียรติ 69 พรรษา มหาจักรีสิรินธร” โดยมีนางสุภาพรรณ หมั่นเจริญ นางอุบลรัตน์ พ่วงภิญโญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นำหัวหน้าส่วนราชการ นายกสภามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงผู้แทนผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 ผู้แทนผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ และนักศึกษาเข้าร่วมอย่างคึกคัก

 

ผศ. ดร.มัชฌิมา กล่าวว่า มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากทุกภาคส่วน ทั้งจังหวัดเชียงราย มณฑลทหารบกที่ 37 สมาคมสื่อมวลชนและนักประชาสัมพันธ์เชียงราย สมาคมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทุกฝ่าย จัดงานมหกรรมดนตรีเทิดพระเกียรติ 69 พรรษา มหาจักรีสิรินธร เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่มีต่อปวงชนชาวไทยและเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงอย่างหาที่สุดมิได้
 
 
โดยภายในงานได้นำบทเพลงอันทรงคุณค่าจำนวนกว่า 21 บทเพลง ซึ่งจะเริ่มต้นด้วย บทเพลงในองค์โหมโรง : นำเอาบทเพลงไทยโบราณและเพลงไทยที่ได้แต่งขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นำมาบรรเลงประโคมในองค์โหมโรงองค์ราษฎร์รวมใจรักษ์ : เป็นการนำเอาบทเพลงพระราชนิพนธ์ ของ ร.9 และเพลงพระราชนิพนธ์ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาเรียบเรียงใหม่พร้อมกับบทเพลงที่สื่อถึงชาวไทยเชื้อสายจีนที่อพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร โดยมีสามาคมรักเสียงเพลงแม่สายเข้ามาร่วมแสดงในองค์นี้
 
องค์น้อมรําลึก : ในองค์นี้ได้ถ่ายทอดบทเพลงคิดถึงพ่อ ผ่านบทเพลงต่างๆ
องค์รวมไทยใจหนึ่งเดียว : ได้นำบทเพลงที่เกี่ยวกับความสมัครสามัคคีของคนไทยรวมถึงนำเอาเพลงที่มีจังหวะสนุกสนาน เพลงที่มีความหมายเป็นการเทิดพระเกียรติที่ทรงมีคุณูปการต่อชาติบ้านเมืองในด้านต่างๆ ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
 
 
ปิดจบการแสดงด้วย บทเพลงเจ้าฟ้าของคนเดินดิน ขับร้องและบรรเลงโดย ชมรมดนตรีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง MFU Band ชมรมดนตรีไทย-พื้นเมือง และชมรมนาฏศิลป์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มณฑลทหารบกที่ 37 และนักเรียนจากโรงเรียนต่าง ๆ ในจังหวัดเชียงราย พร้อมแขกรับเชิญพิเศษที่มาร่วมสร้างความประทับใจภายในงานอีกด้วย
 
 
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้รับการสถาปนาขึ้นในรัชสมัยของในหลวง รัชกาลที่ 9 และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ยังได้น้อมนำแนวพระราชปณิธาน “ปลูกป่า สร้างคน” ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มาประยุกต์ใช้ และได้น้อมนำแนวพระราชดำริในการปลูกป่าของในหลวง รัชกาลที่ 9 มาเป็นหลักในการปฏิบัติตั้งแต่แรกเริ่ม นอกจากนี้มหาวิทยาลัย ได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักการเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา มาใช้ในการทำงานร่วมกับชุมชนโดยรอบ เพื่อให้เกิดความเจริญก้าวหน้าอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้รับพระเมตตาจากพระบรมวงศานุวงศ์ราชจักรีวงศ์เป็นล้นพ้นเสมอมา ทั้งในการเสด็จมาทรงประกอบพระราชกรณียกิจ พระกรณียกิจ และประทานพระราชวินิจฉัย มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
 
 
โดยเฉพาะสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงพระกรุณาต่อมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงอย่างยิ่ง โดยได้เสด็จพระราชดำเนินมายังมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงในโอกาสต่างๆ ตลอดมา ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเป็นประจำทุกปี
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ผบ.ทอ. ส่งชุดปฏิบัติการสนับสนุน บินดับไฟป่า เชียงใหม่-เชียงราย

 

เมื่อวันที่ 21 เมษายน พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ สั่งการให้ชุดปฏิบัติการสนับสนุนการบินควบคุมไฟป่า กองทัพอากาศ (ส่วนหน้า) ซึ่งวางกำลังอยู่ที่กองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ สนับสนุนอากาศยาน เพื่อปฏิบัติภารกิจในการบินควบคุมไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ ประกอบด้วย

 

เครื่องบิน DA-42 ติดตั้งระบบ Video Downlink (VDL) สำหรับถ่ายทอดภาพสถานการณ์แบบ Real Time เพื่อบินลาดตระเวนค้นหาพื้นที่ไฟป่า เส้นทางบิน กองบิน 41 – อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย – อำเภอเชียงดาว – อำเภอเเม่แตง – อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ – กองบิน 41

 

เครื่องบิน BT-67 ติดตั้งอุปกรณ์สำหรับบรรทุกน้ำและสารควบคุมไฟป่า เพื่อปฏิบัติภารกิจบินโปรยน้ำควบคุมไฟป่าบริเวณ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ซึ่งเครื่องบิน BT-67 ในปี 2539 กองทัพอากาศ ได้ทำสัญญาว่าจ้างบริษัท Basler Turbo Conversions LLC. ประเทศสหรัฐอเมริกา ดัดแปลงเครื่องบิน C-47 จำนวน 3 เครื่อง ซึ่งกองทัพอากาศ ปลดประจำการแล้ว ให้เป็นเครื่องบินแบบ BT-67 (Basler Turbo-67) ราคาเครื่องละประมาณ 200  ล้านบาท BT-67 เป็นเครื่องยนต์เทอร์ โบพรอป Pratt & Whitney PT6-67R ให้กำลัง 1,424 แรงม้า จำนวน 2 เครื่อง เพดานบิน: 25, 000 ฟุต ความเร็วสูงสุด: 398 กม./ชม. มีการเปลี่ยนระบบเครื่องวัด ระบบสื่อสารไฟฟ้า เชื้อเพลิง ฐานล้อ ระบบไฮดรอลิก เบรกและยางเป็นแบบใหม่ที่ทันสมัย ยืดลำตัวส่วนหน้าออกไปอีก 1 เมตร เปลี่ยนพื้นบังคับจากผ้าใบเป็นเหล็กทั้งหมด ซึ่งได้มารตฐาน จาก FAA และกองทัพสหรัฐฯ

 

ทั้งนี้ กองทัพอากาศยังคงสนับสนุนกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และเทคโนโลยี เพื่อบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในพื้นที่ภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนโดยเร็ว

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI TOP STORIES

“เชียงรายฟ้าใส (ไร้ควัน) สั่งบุกจับกุม ร้านลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า

 
เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 67 นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้เปิดเผยถึงการดำเนินการ ของชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดเชียงรายหลังจากได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครอง บุคลากรทางการศึกษา และประชาชนว่ามีร้านลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า ให้กับเด็ก เยาวชน และประชาชนในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงราย ตนจึงได้มอบหมายให้ นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ ปลัดจังหวัดเชียงราย และ นายบุญส่ง ตินารี นายอำเภอเมืองเชียงราย สั่งการ นายกองรบ กระทุ่มนัด ป้องกันจังหวัดเชียงราย บูรณาการกำลังกับสมาชิกกองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดเชียงรายที่ 1 และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ร่วมปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส (ไร้ควัน)” โดยได้ลงพื้นที่เข้าจับกุมร้านลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่จำนวน 2 ร้าน พร้อมยึดของกลางเป็นเครื่องบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์บุหรี่ไฟฟ้ารวมกันราว 1,000 ชิ้น ทั้งนี้ ทางชุดปฏิบัติการพิเศษฯ ได้ทำบันทึกการจับกุมพร้อมแจ้งข้อกล่าวหา และนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
 
 

การปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องมากจากได้รับร้องเรียนมาจากผู้ปกครอง บุคลาการทางการศึกษาและประชาชนเป็นจำนวนมาก ว่ามีการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าให้กับเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงราย ซึ่งตนได้สั่งเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวทันที และพบว่ามีร้านที่ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าจริงจำนวน 2 ร้าน ซึ่งได้มีการติดฟิล์มสีขาวขุ่นอำพรางไม่ให้มีการมองจากข้างนอกเข้าไปเห็นในบริเวณด้านใน และ 1 ใน 2 ร้าน มีการวางน้ำหอม ตั้งโชว์บริเวณหน้าตู้กระจก แต่จะเก็บบุหรี่ไฟฟ้าไว้ในลิ้นชักเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ และมีกล้องวงจรปิดรอบทิศทางเพื่อดูสถานการณ์จากภายนอก แต่ผู้ซื้อจะรู้กันภายในกลุ่มไลน์ เฟสบุ๊ค หรือสื่อสังคมต่างๆ 

 

ทั้งยังพบในร้านมีการแจกคูปองเพื่อไว้ให้ลูกค้าลุ้นรางวัลด้วย โดยทั้ง 2 ร้าน ดังกล่าวประกอบด้วย ร้าน VMC HUB Chiangrai ตั้งอยู่ที่ 34/5 หมู่ 11 ตำบลรอบเวียง อำเภอเมืองเชียงราย พบผู้ต้องหา 2 คนแสดงตัวเป็นผู้ดูแล และ ร้านบ้านควันหอม ตั้งอยู่ที่ 66/23 หมู่ 11 ตำบลสันทราย อำเภอเมืองเชียงราย พบผู้ต้องหา 1 คนแสดงตัวเป็นผู้ดูแล พร้อมกับยึดของกลางได้เป็นจำนวนมากคือ 1.เครื่องบุหรี่ไฟฟ้าชนิดเปลี่ยนหัวน้ำยา จำนวน 15 เครื่อง 2.หัวพอตน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 522 ชิ้น 3.บุหรี่ไฟฟ้าใช้แล้วทิ้ง จำนวน 382 ชิ้น 4.น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 25 ชิ้น และ 5.คอยล์บุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 71 ชิ้น ซึ่งมีมูลค่ารวมหลายแสนบาท” นายพุฒิพงศ์ฯ กล่าว

 

นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากที่ได้เข้าตรวจสอบและยึดของกลางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษได้ทำการตรวจสอบรับจ่ายเงินหรือเงินหมุนเวียนภายในร้านเพิ่มเติม และพบว่า แต่ละร้านมีรายได้ต่อวัน ตั้งแต่วันละ 10,000 – 40,000 บาทต่อวัน หรือตกเดือนละประมาณ 300,000 – 500,000 บาท ซึ่งจากการสอบถามผู้ดูแลพบว่า เจ้าของที่แท้จริงจะติดต่อผ่านไลน์และส่งของมาให้ขายจึงไม่ทราบราคาต้นทุนต่อชิ้น และจะขายบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ตั้งแต่ราคาหลักสิบ ถึง หลักพันบาท อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้แจ้งสิทธิให้กับผู้กระทำผิดทั้ง 3 คนทราบแล้ว และได้แจ้งข้อกล่าวหาดังนี้ 

1) ได้มีการซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 242 ตามมาตรา 246 วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ประกอบข้อ 4 แห่งประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2557 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับเป็นเงินสี่เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือ ทั้งจำทั้งปรับ และ 

2) ขายสินค้าบารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า โดยฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ 9/2558 เรื่อง ห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้า บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า ต้องระวางโทษ โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

“บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสังคมอย่างมาก ซึ่งจังหวัดเชียงรายได้ให้ความสำคัญในการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าบุหรี่ไฟฟ้าส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายผู้สูบเป็นอย่างมาก อาทิ การก่อให้เกิดมะเร็งปอด เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมองและโรคปอดอักเสบเฉียบพลัน ซึ่งแน่นอนว่าปัญหาดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อทั้งตัวผู้สูบ ครอบครัว และชุมชนในระยะยาวอย่างแน่นอน จึงต้องดำเนินการจับกุมอย่างจริงจังและเด็ดขาด ทั้งนี้ ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกคนในความร่วมมือร่วมใจ และขอเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานด้วยความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหายาเสพติดและอาชญากรรม ในฐานะผู้ทำหน้าที่ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” และรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย เป็นหน้าที่ที่ต้องดูแลพี่น้องประชาชน เพื่อให้ทุกคนในสังคมได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข อย่างไรก็ตามขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกท่านช่วยเป็นหูเป็นตา ระแวดระวังบ้านเมืองของเรา หากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดทุกรูปแบบ สามารถแจ้งข้อมูล และร้องเรียนร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ สายด่วน 1567 โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง” นายพุฒิพงศ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กระทรวงมหาดไทย 

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

พาณิชย์เชียงราย ลงตรวจร้านค้าแหล่งท่องเที่ยวล่องแพเปียกแม่สรวย

 
เมื่อวันศุกร์ที่ 19 เมษายน 2567 สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงราย โดยกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้าแหล่งท่องเที่ยวล่องแพเปียกแม่สรวย อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ตามที่มีการเสนอข่าวผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ในประเด็น “ร้านโกงค่าอาหารแพงและขูดรีดค่าขยะ” จำนวน 2 ร้าน ผลการตรวจสอบ พบว่า ทั้ง 2 ร้านมีการแสดงราคาอาหารและเครื่องดื่มไว้ในเมนูรายการอาหาร ชัดเจน ราคาเป็นไปตามต้นทุนและค่าบริการจัดการของร้าน
 
 
ทั้งนี้ในส่วนการเรียกเก็บค่าจัดเก็บขยะนั้น ทางร้านมีการแสดงรายละเอียดการเก็บค่าขยะไว้ในหน้าเพจ facebook ของร้าน และมีการแจ้งลูกค้าก่อนทำการจองทุกราย นอกจากนี้พบร้านอาหาร 1 ร้าน ไม่แสดงค่าบริการอื่นๆ ที่เรียกเก็บเพิ่มเติม เช่น ค่าลำโพง ค่าเปิดขวด จึงได้แจ้งข้อกล่าวหากระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 และดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามกฏหมาย
 
 
ทั้งนี้ ได้กำชับให้ผู้ประกอบการร้านค้าแสดงราคาค่าบริการต่างๆ ทุกรายการที่เรียกเก็บ เช่น ค่าเช่าซุ้ม ค่าเปิดขวด ค่าบริการเก็บขยะ ค่าแก้วพลาสติก ค่าเช่าลำโพง เป็นต้น ให้ครบถ้วนชัดเจน ทั้งในเมนูรายการอาหาร บริเวณหน้าร้านหรือบริเวณซุ้มนั่งทาน และให้ปฏิบัติตามกฏหมายอย่างเคร่งครัดและหากประชาชนนักท่องเที่ยว พบเห็นการไม่แสดงราคาสินค้า และค่าบริการอื่นๆ หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อสินค้าและบริการ สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงราย โทร. 053-150200 หรือสายด่วน กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ 1569
 
 
ซึ่งเทศบาลตำบลเวียงสรวย อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ได้แจ้งข่าวสารประชาสัมพันธ์ เรื่อง กำหนดระยะเวลาการล่องแพเปียกเขื่อนแม่สรวยเนื่องจากปริมาณน้ำในเขื่อนแม่สรวยมีปริมาณลดลง ทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่ลาว กรมชลประทาน ได้ประสานเทศบาลตำบลเวียงสรวยว่าจะมีการปิดประตูน้ำในวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 ทำให้ไม่สามารถล่องแพได้ เนื่องจากน้ำจะตื้นเขิน กิจกรรมการล่องแพเปียกเขื่อนแม่สรวย จึงสามารถดำเนินกิจกรรมได้ถึงวันที่ 30 เมษายน 2567ในส่วนของซุ้มนั่งริมน้ำและร้านอาหารจะยังสามารถให้บริการจนถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 (และสามารถลงเล่นน้ำได้) จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

ร่วมสระเกล้าดำหัวผู้สูงอายุ ต.ปอ และ ต.หล่ายงาว อ.เวียงแก่น

 
เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2567 เวลา 09.00 น.นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ร่วมสระเกล้าดำหัวผู้สูงอายุ ตำบลปอ และตำบลหล่ายงาว อำเภอเวียงแก่น
 
 
เพื่ออนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของคนในพื้นที่ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ หรือปี๋ใหม่เมือง ณ บริเวณสนามกีฬาโรงเรียนบ้านทรายทอง ตำบลปอ และหอประชุมโรงเรียนเวียงแก่นวิทยาคม ตำบลหล่ายงาว อำเภอเวียงแก่น
 
โดยมีนายชัยสิทธิ์ ชัยเนตร เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย นางนิตยา ยาละ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย อำเภอเวียงแก่น เขต 1 นายนรเศรษฐ์ กมลาสน์กมุท นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปอ นายสมพงษ์ เทพไหว นายกเทศมนตรีตำบลหล่ายงาว พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ บุคลากร ประธานสมาคมผู้สูงอายุอำเภอเวียงแก่น ผู้นำท้องที่ และประชาชน ร่วมให้การต้อนรับ และร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย
 
 
ประเพณีรดน้ำดำหัว หรือทางภาคเหนือจะเรียกว่าการสระเกล้าดำหัว เป็นพิธีต่อเนื่องจากวันสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ของไทย เป็นประเพณีที่แสดงถึงความเคารพต่อบิดามารดา ผู้ใหญ่ หรือผู้มีพระคุณ เป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที ของผู้น้อยและขอขมาลาโทษที่ผู้น้อยอาจเคยล่วงเกินผู้ใหญ่ อีกทั้งเป็นการขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล แก่ตนเองตลอดไป ประเพณีรดน้ำดำหัวถือว่าเป็นประเพณีที่ดีงามอีกประเพณีหนึ่ง ที่ได้ถือปฏิบัติสืบทอดกันมาเป็นเวลายาวนาน และยังคงสืบต่อกันมาเพื่ออนุรักษ์และสืบสานประเพณีอันดีงามนี้ให้สืบไป
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

ผู้ว่าฯ เชียงราย สั่งเร่งกวาดล้างร้านค้า ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า

 

เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2567 เวลา 12.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ภายใต้การอำนวยการของ นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ ปลัดจังหวัดเชียงราย นายบุญส่ง ตินารี นายอำเภอเมืองเชียงราย พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย และ พ.ต.อ.โสภณ ม่วงเฟื่อง ผกก.สภ.เมืองเชียงรายได้สั่งการให้ฝ่ายปกครองร่วมกับตำรวจ นำโดยนายกองรบ กระทุ่มนัด ป้องกันจังหวัดเชียงราย ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดเชียงราย สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดเชียงรายที่ 1 ปลัดอำเภอเมืองเชียงราย สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอเมืองเชียงรายที่ 3 ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ออกปราบปรามร้านลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า ให้แก่เด็กและเยาวชน

 

ทั้งนี้ เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครอง บุคลากรทางการศึกษา และประชาชนมาเป็นจำนวนมาก ว่ามีร้านลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า ในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงราย มีการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าให้กับเด็กและเยาวชน รวมถึงประชาชนทั่วไปโดยมีการบริการขายทั้งหน้าร้านและออนไลน์โดยมีการส่งของผ่านไรเดอร์ ซึ่งมีการเปิดขายเป็นจำนวนมาก

 

ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการสืบทราบว่ามีร้านลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงราย จำนวน 2 ร้าน ซึ่งทั้ง 2 ร้านมีการติดฟิล์มสีขาวขุ่นอำพรางไม่ให้มีการมองจากข้างนอกเข้าไปเห็นในบริเวณด้านใน และ 1 ใน 2 ร้าน มีการวางน้ำหอม ตั้งโชว์บริเวณหน้าตู้กระจก แต่จะเก็บบุหรี่ไฟฟ้าไว้ในลิ้นชักเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ และมีกล้องวงจรปิดรอบทิศทางเพื่อดูสถานการณ์จากภายนอก แต่ผู้ซื้อจะรู้กันภายในกลุ่มไลน์ เฟสบุ๊ค หรือสื่อสังคมต่างๆ ทั้งยังพบในร้านมีการแจกคูปองเพื่อไว้ให้ลูกค้าลุ้นรางวัลด้วย

 

โดย เจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบทราบแล้วว่าทั้ง 2 ร้านมีการขายบุหรี่ไฟฟ้าจริง จึงวางแผนเข้าทำการจำกุมทั้ง 2 ร้านพร้อมกัน  ในพื้นที่ ตำบลรอบเวียง อำเภอเมืองเชียงราย พบผู้ต้องหา 2 คนแสดงตัวเป็นผู้ดูแล 2.ร้าน บ้านควันหอม ตั้งอยู่ที่ 66/23 หมู่ 11 ตำบลสันทราย อำเภอเมืองเชียงราย พบผู้ต้องหา 1 คนแสดงตัวเป็นผู้ดูแล

 

จากการตรวจสอบภายในร้านทั้ง 2 ร้านพบบุหรี่ไฟฟ้า อุปกรณ์ น้ำยา และอุปกรณ์อื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งสินค้าที่ตรวจยึดได้ของทั้ง 2 ร้าน มูลค่ารวมกันหลายแสนบาท โดยจำแนกเป็น 1. เครื่องบุหรี่ไฟฟ้าชนิดเปลี่ยนหัวน้ำยา จำนวน 15 เครื่อง 2. หัวพอตน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 522 ชิ้น 3. บุหรี่ไฟฟ้าใช้แล้วทิ้ง จำนวน 382 ชิ้น 4. น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 25 ชิ้น 5. คอร์ยบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 71 ชิ้น และจากการตรวจสอบการรับจ่ายเงินหรือเงินหมุนเวียนภายในร้าน พบแต่ละร้านมีรายได้ต่อวันตั้งแต่วันละ 10,000 – 40,000 บาทต่อวัน หรือตกเดือนละประมาณ 300,000 – 500,000 บาท ซึ่งจากการสอบถามผู้ดูแลพบ เจ้าของที่แท้จริงจะติดต่อผ่านไลน์และส่งของมาให้ขายจึงไม่ทราบราคาต้นทุนต่อชิ้น และจะขายบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ตั้งแต่ราคาหลักสิบ ถึง หลักพันบาท และระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบจะมีลูกค้ามาใช้บริการตลอดเวลา
 

พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ดูแลทั้ง 3 ราย โดยแจ้งข้อหา 1.ได้มีการซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 242 ตามมาตรา 246 วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ประกอบข้อ 4 แห่งประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2557 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับเป็นเงินสี่เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือ ทั้งจำทั้งปรับ 2. ขายสินค้าบารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า โดยฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ 9/2558 เรื่อง ห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้า บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า ต้องระวางโทษ โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

อีกทั้งทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เทศบาลนครเชียงราย รดน้ำดำหัว “ปี๋ใหม่เมือง” มอบแว่นสายตาผู้สูงอายุ

 

เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2567 นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาลนครเชียงราย สมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงราย พ.จ.อ.อัษฎางค์ วิเศษวงศ์ษา ปลัดเทศบาลนครเชียงราย เปิดโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุเทศบาลนครเชียงราย ประจำปี 2567 โดยมีผู้สูงอายุจำนวนมากร่วมในกิจกรรม บริเวณด้านหน้าอาคาร 2 สำนักงานเทศบาลนครเชียงราย ทั้งนี้ นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้มอบแว่นสายตาให้กับผู้สูงอายุตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดนมอบแว่นตาให้กับผู้สูงอายุจำนวนกว่า 500 คน สร้างรอยยิ้มให้กับผู้สูงอายุอย่างมาก

นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย กล่าวว่า ปัญหาการมองไม่ชัดเจนโดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีสายตาผิดปกติ ทำให้มีความยากลำบากในการดำรงชีวิต ทางเทศบาลนครเชียงราย มีความห่วงใยกับปัญหาด้านสายตาของผู้สูงอายุในเขตเทศบาลนครเชียงราย ดังนั้นจึงได้มอบหมายให้กองการแพทย์ เทศบาลนครเชียงราย ทำการคัดกรองทางด้านสายตาให้กับผู้สูงอายุ ทั้ง 65 ชุมชน ใน 4 เขต จำนวน 660 คน ทุกสิทธิการรักษา และได้ขอรับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพ เทศบาลนครเชียงราย เพื่อมอบแว่นสายตาให้กับผู้สูงอายุตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมมอบแว่นตาให้กับผู้สูงอายุจำนวนกว่า 500 คน เพื่อคุณภาพการมองเห็นที่ดีขึ้น

พร้อมกันนี้ นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้นำคณะผู้บริหารเทศบาลนครเชียงราย ร่วมกันทำพิธีรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ในช่วง “ปี๋ใหม่เมือง” ซึ่งการรดน้ำดำหัวเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที ของผู้น้อยและเป็นการขอขมาลาโทษที่เคยล่วงเกิน อีกทั้งเป็นการขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองอีกด้วย
 
 
ในโอกาสสำคัญนี้ นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ขออารธนาองค์พญามังรายมหาราช จงดลบันดาลให้ทุกท่านพร้อมครอบครัว ประสบแต่ความสุขด้วยจตุรพิธพรชัย สมบูรณ์พูนผลในสิ่งที่พึงปรารถนาทุกประการ
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : เทศบาลนครเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News