Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

‘ธีรรัตน์’ เยี่ยมผู้ประสบภัย อุทกภัยชุมชนสายลมจอย อ.แม่สาย

 

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเยี่ยมผู้ประสบภัยอุทกภัยเชียงราย ฟื้นฟูพื้นที่สาธารณะ

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2567 เวลา 11.00 น. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยชุมชนถ้ำผาจม ตำบลเวียงพางคำ และชุมชนสายลมจอย ตำบลแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยมุ่งเน้นการติดตามความคืบหน้าในการฟื้นฟูพื้นที่สาธารณะและที่อยู่อาศัยของประชาชนที่ประสบภัย

การเยี่ยมเยียนเพื่อติดตามการฟื้นฟูพื้นที่สาธารณะและที่อยู่อาศัย

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และประธานศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ได้ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมเยือนชุมชนถ้ำผาจมและชุมชนสายลมจอย เพื่อประเมินความคืบหน้าในการฟื้นฟูพื้นที่สาธารณะและที่อยู่อาศัยของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและดินโคลนถล่ม

การมอบถุงยังชีพแก่ประชาชนผู้ประสบภัย

ระหว่างการเยี่ยมเยือน รัฐมนตรีช่วยได้มอบถุงยังชีพแก่ประชาชนจำนวนมาก เพื่อช่วยเหลือในการดำรงชีวิตในช่วงที่กำลังฟื้นฟู นอกจากนี้ยังมีการให้ความสำคัญในการรับฟังข้อมูลความต้องการของประชาชนทั้งด้านไฟฟ้า น้ำประปา และความต้องการให้ภาครัฐเยียวยาในด้านต่างๆ ซึ่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับเรื่องร้องเรียนและให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัยทุกคน

การฟื้นฟูชุมชนถ้ำผาจมและสายลมจอย

ชุมชนถ้ำผาจมและชุมชนสายลมจอย เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากอุทกภัยและดินโคลนถล่ม ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำของอำเภอแม่สาย ขณะนี้พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในการดูแลของกองทัพเรือ มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก และสภากาชาดไทย โดยมีการฟื้นฟูบ้านเรือนและนำดินโคลนออกจากบ้านเรือน รวมถึงการจัดหาสาธารณูปโภคเช่นไฟฟ้าและน้ำประปาให้กับประชาชน

 
การให้ความช่วยเหลือและกำลังใจจากภาครัฐและภาคเอกชน

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ได้มอบถุงยังชีพและให้กำลังใจแก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่มาปฏิบัติหน้าที่ฟื้นฟูชุมชนตลอดเส้นทาง การให้ความช่วยเหลือจากภาครัฐและภาคเอกชนเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประสบภัยสามารถฟื้นตัวและกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้อย่างรวดเร็ว

การรับฟังและตอบสนองความต้องการของประชาชน

ระหว่างการลงพื้นที่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับข้อมูลความต้องการจากประชาชนทั้งด้านไฟฟ้า น้ำประปา และการเยียวยาจากภาครัฐ รัฐมนตรีช่วยได้ให้คำมั่นว่าจะดำเนินการตามความต้องการเหล่านี้อย่างเต็มที่ เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ

การฟื้นฟูที่อยู่อาศัยและพื้นที่สาธารณะอย่างต่อเนื่อง

การฟื้นฟูที่อยู่อาศัยและพื้นที่สาธารณะในชุมชนถ้ำผาจมและสายลมจอย ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยมีการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ องค์กรช่วยเหลือ และชุมชนท้องถิ่น เพื่อให้การฟื้นฟูเสร็จสมบูรณ์และสามารถกลับสู่สภาพปกติโดยเร็วที่สุด

ความสำคัญของการฟื้นฟูหลังอุทกภัย

การฟื้นฟูหลังอุทกภัยเป็นสิ่งที่สำคัญไม่เพียงแต่ในด้านการฟื้นฟูสาธารณูปโภคและที่อยู่อาศัย แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นคงให้กับชุมชนและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยการให้ความช่วยเหลือและการสนับสนุนจากภาครัฐและภาคเอกชนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การฟื้นฟูเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

การมองไปสู่อนาคตที่ดีขึ้นสำหรับชุมชนเชียงราย

ด้วยความร่วมมือกันของทุกฝ่าย ชุมชนถ้ำผาจมและสายลมจอยในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย มีแนวโน้มที่จะฟื้นฟูและกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง การให้ความช่วยเหลือและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและสร้างความมั่นคงให้กับประชาชนในอนาคต

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI FEATURED NEWS

ทอท. ชม สนามบินเชียงรายต้าน 72 ชั่วโมง ทีมเจ้าหน้าที่รับมือวิกฤตน้ำท่วมเชียงราย

 

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2567 ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์ได้สัมภาษณ์ นาวาอากาศตรี สมชนก เทียมเทียบรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย เกี่ยวกับการบริหารจัดการสนามบินในช่วงวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ทั่วจังหวัดเชียงรายเมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ รวมถึงพื้นที่รอบสนามบินแม่ฟ้าหลวงที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคมนาคมทางอากาศของจังหวัดและการเดินทางของนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป

นาวาอากาศตรี สมชนก เปิดเผยว่า เมื่อเกิดสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ ทีมงานของท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงได้ดำเนินการตามแผนการป้องกันและแก้ไขปัญหาฉุกเฉินที่วางไว้ โดยได้ติดตามและประเมินสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อให้แน่ใจว่าสนามบินจะยังคงให้บริการได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้ การจัดการน้ำรอบสนามบินได้มีการติดตั้งระบบระบายน้ำทั้งในเขตการบิน ทางวิ่ง และคลองระบายน้ำรอบท่าอากาศยาน เพื่อป้องกันน้ำท่วมที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของอากาศยาน

และวันที่ 12 กันยายน ซึ่งเป็นวันที่สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงที่สุด ระดับน้ำโดยรอบสนามบินเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทีมงานต้องเร่งประสานงานกับหน่วยงานภายนอกเพื่อจัดหารถบริการขนส่งผู้โดยสารที่ไม่สามารถเดินทางเข้าออกสนามบินได้ รวมถึงจัดทีมช่วยเหลือผู้โดยสารที่ยังคงติดค้างอยู่ในสนามบิน โดยจัดหาอาหาร น้ำดื่ม และพื้นที่พักพิงชั่วคราวให้กับผู้โดยสาร พร้อมกันนี้ยังมีการประสานงานกับสายการบินต่าง ๆ เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์และตารางบินที่ถูกปรับเปลี่ยนได้อย่างทันท่วงที

แม้ระดับน้ำจะท่วมถึงเขตการบินและบริเวณทางวิ่งของสนามบินในบางช่วง แต่ทีมงานสามารถควบคุมและลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ รวมถึงการวางแผนรับมือสถานการณ์ล่วงหน้าที่ครอบคลุมทั้งการดูแลบ้านพักเจ้าหน้าที่ที่อยู่ติดกับแม่น้ำกก ซึ่งถือเป็นจุดเสี่ยงสำคัญ ทีมงานทุกคนต้องทำงานติดต่อกัน 72 ชั่วโมงโดยไม่มีการพักเบรกเพื่อควบคุมสถานการณ์ไม่ให้น้ำเข้าท่วมถึงอาคารผู้โดยสาร และสามารถทำให้สนามบินกลับมาเปิดให้บริการได้อย่างรวดเร็วหลังจากน้ำลด นาวาอากาศตรี สมชนก กล่าว

และนอกจากการจัดการในสนามบินแล้ว ทางท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงยังได้ส่งทีมจิตอาสาออกช่วยเหลือประชาชนในชุมชนรอบสนามบินและพื้นที่ประสบภัยในจังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้พิการที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ทีมจิตอาสาได้ลงพื้นที่แจกจ่ายถุงยังชีพ อาหาร น้ำดื่ม และอุปกรณ์ที่จำเป็น รวมถึงการประสานงานเพื่อขนย้ายผู้ป่วยติดเตียงไปยังที่ปลอดภัย

นาวาอากาศตรี สมชนก กล่าวเพิ่มเติมว่า การรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงได้เรียนรู้ถึงวิธีการจัดการวิกฤตอย่างรอบด้าน แม้จะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในระดับความรุนแรงเช่นนี้ แต่ด้วยความร่วมมือของทุกฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยาน เจ้าหน้าที่บำรุงรักษา และหน่วยงานภายนอก ทำให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตมาได้อย่างปลอดภัย เขายังเน้นย้ำว่าทีมงานทุกคนทำงานด้วยความทุ่มเทและเสียสละ เพื่อให้สนามบินกลับมาเปิดให้บริการได้อย่างเร็วที่สุดโดยไม่กระทบต่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและอากาศยาน หลังจากสถานการณ์คลี่คลายจะมีการประชุมวางแผนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเตรียมการรับมือกับปัญหาน้ำท่วมในอนาคต เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย โดยจะมีการเสริมระบบระบายน้ำรอบสนามบิน รวมถึงการวางแผนเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในเขตการบิน เพื่อให้สนามบินสามารถเผชิญหน้ากับทุกสถานการณ์ได้อย่างมั่นใจ

ทั้งนี้ นาวาอากาศตรี สมชนก เทียมเทียบรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ยังได้ฝากถึงนักท่องเที่ยวและผู้ใช้บริการสนามบินแม่ฟ้าหลวงว่า สนามบินแม่ฟ้าหลวงยังคงพร้อมให้บริการเต็มรูปแบบและมีความปลอดภัย ด้วยมาตรการป้องกันและแผนเผชิญเหตุที่ได้เตรียมไว้อย่างรอบคอบ และยืนยันว่าท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงพร้อมต้อนรับผู้โดยสารทุกคนในช่วงฤดูท่องเที่ยวที่กำลังจะมาถึง โดยจะดูแลทุกท่านด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุดเพื่อให้การเดินทางของทุกคนเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย

 

นาวาอากาศตรี สมชนก กล่าวปิดท้ายว่า “แม้เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้จะเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ แต่เราพร้อมปรับตัวและเรียนรู้เพื่อให้การบริหารจัดการสนามบินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสร้างความมั่นใจให้กับผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวทุกคน ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงจะยังคงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการเดินทางที่ปลอดภัยและพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ในอนาคตอย่างแน่นอน”

 

โดยพลตำรวจเอก วิสนุ ปราสาททองโอสถ ประธานกรรมการ ทอท.  หรือบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (บหาชน) หมายเลขที่ ทอท. 15942 /2567 ออกหนังสือเมื่อวันที่ 17 กันายน 2567 ขอชมเชย นาวาอากาศตรี สมชนก เทียมเทียบรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงรายและพนักงานในสังกัดทุกท่าน

จากสถานการณ์อุทกภัยรุนแรงในพื้นที่จังหวัดเชียงราย รวมถึงเขตท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเซียงราย ในระดับวิกฤติ และปรากฎข้อมูลว่า เจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (พชร.) ได้มี การบริหารจัดการแก้ปัญหาสถานการณ์วิกฤติดังกล่าวตามขั้นตอน เพื่อลดระดับและบรรเทาความเสียหายลง และเมื่อสามารถรักษาระดับสถานการณ์ไว้ได้ ยังมีการจัดทีมจิตอาสา ออกให้ความช่วยเหลือประชาชน ที่ประสบอุทกภัยจนสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยเฉพาะ เด็ก คนขรา ผู้ป่วยติดเตียง รวมถึงผู้พิการ ในบริเวณชุมชนรอบท่าอากาศยาน รวมถึงพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัด จนปรากฏภาพ เผยแพร่ทางสื่อมวลชนและสังคมออนไลน์โดยทั่วไป

การดำเนินการดังกล่าว นับว่าเป็นการบริหารสถานการณ์วิกฤติอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังสร้างภาพลักษณ์และความสัมพันธ์อันดีแต่แก่ประชาชน ชุมชน รวมถึงสาธรณชนทั่วไปจนเป็นที่ประจักษ์ อันจะ นำมาซึ่งความร่วมมือจากประชาชน หน่วยงาน องค์กรต่างๆ ในระดับพื้นที่และภูมิภาคเป็นอย่างยิ่งนั้น ในนามคณะผู้บริหาร บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) ขอแสดงความชื่นชม นาวาอากาศตรี สมชนก เทียมเทียบรัตน์ ผู้อำนวยการทำอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย และพนักงานในสังกัดทุกท่าน ที่ได้ร่วมแก้ไขสถานการณ์ และเสียสละตนเองเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจนสถานการณ์คลี่คลาย เป็นที่ประทับใจและได้รับการชื่นชมจากสาธารณชนและสังคมทั่วไปเป็นอย่างยิ่ง พร้อมถือโอกาสนี้ ส่งกำลังใจ และพร้อมสนับสนุนให้ทำนสามารถก้าวผ่านสถานการณ์วิกฤติครั้งนี้ให้ผ่านพันไปด้วยความเรียบร้อย

ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก อีกทั้งเดชะพระบารมี อันแผ่ไพศาลแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้โปรด ดลบันดาลคุ้มครองให้ท่านและพนักงาน ลูกจ้างทุกคน ปฏิบัติงานด้วยความปลอดภัย มีพลังกาย พลังใจ พร้อมจะปฏิบัติหน้าที่ให้บังเกิดสัมฤทธิ์ผลในสิ่งสิ่งอันพึงปรารถนาทุกประการ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เครื่องฉีดน้ำพระราชทาน ทำความสะอาด ช่วยน้ำท่วมเชียงราย ฟื้นฟูเร็วขึ้น

 

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2567 พลเอกทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดเชียงราย โดยได้มีการนำเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงพระราชทาน จำนวน 100 เครื่อง ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจเพื่อฟื้นฟูบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่อำเภอแม่สายและอำเภอเมืองเชียงราย การใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงเป็นการช่วยล้างดินโคลนที่ทับถมในตรอก ซอย ถนน และตามบ้านเรือนประชาชน ช่วยทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะต่างๆ อาทิ วัด โรงเรียน และสถานที่ราชการ ซึ่งการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ได้รับความชื่นชมจากชาวบ้านที่ได้รับการช่วยเหลือเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ เป็นการแสดงออกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ที่ทรงห่วงใยและทรงติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2567 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต โดยได้พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พลเอกทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และพลโท นพดล ปิ่นทอง รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับพระราชทานเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง พร้อมอุปกรณ์ประกอบ จำนวน 100 ชุด เพื่อนำไปช่วยเหลือราษฎรที่ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะในอำเภอแม่สายและอำเภอเมืองเชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างรุนแรง

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระราชกระแสชื่นชมจิตอาสาทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมมือกันช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยอย่างเต็มที่ และสามารถลดความรุนแรงของสถานการณ์ให้คลี่คลายลงตามลำดับ โดยในขณะนี้ ปริมาณน้ำในพื้นที่ต่าง ๆ เริ่มลดลง ประชาชนสามารถกลับเข้ามาฟื้นฟูบ้านเรือนของตนเอง แต่ยังคงเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากมีดินโคลนที่ทับถมอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้การทำความสะอาดต้องใช้เวลานาน และขาดแคลนเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็น

พระราชทานเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงครั้งนี้ ถือเป็นความช่วยเหลือที่สำคัญในการเร่งทำความสะอาดพื้นที่ต่าง ๆ อาทิ บ้านเรือนประชาชน วัด สถานที่ราชการ และถนนหนทาง ช่วยลดภาระในการทำงานและทำให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติได้เร็วขึ้น นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ต่อประชาชนผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย และยังเป็นการแสดงถึงความสำคัญของการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ในการช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยพิบัติครั้งนี้

การนำเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงพระราชทานเข้าช่วยเหลือครั้งนี้ สร้างรอยยิ้มและความหวังให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก โดยประชาชนหลายคนแสดงความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณและความเสียสละของจิตอาสาทุกคนที่ลงพื้นที่ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ การดำเนินการฟื้นฟูยังคงต้องดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ชุมชนกลับมาใช้ชีวิตปกติได้โดยเร็วที่สุด

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

ตลาดอสังหาฯ เชียงรายทรุดหนัก พิษน้ำท่วมหนักคาดฟื้นตัวปี 2569

 

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2567 กรุงเทพธุรกิจได้ให้ข้อมูลว่า นายชินะ สุทธาธนโชติ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์เชียงราย เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดเชียงราย โดยระบุว่า จากข้อมูลของสำนักงานที่ดินพบว่า ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2567 (ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงสิงหาคม) มูลค่าและจำนวนการโอนกรรมสิทธิ์ในจังหวัดเชียงรายลดลงประมาณ 20-25% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566 เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา รวมทั้งตัวเลขการปฏิเสธสินเชื่อของสถาบันการเงินที่สูงถึง 70-80% ของผู้ที่ยื่นขอสินเชื่อ ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดเชียงรายซบเซาอย่างชัดเจน

เชียงรายถือเป็นจังหวัดเมืองรองที่มีขนาดเศรษฐกิจเล็ก ต้องพึ่งพาการท่องเที่ยวและเกษตรกรรมเป็นหลัก เมื่อเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัว ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในการขอสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและไม่กล้าตัดสินใจเป็นหนี้ระยะยาว โดยเฉพาะกลุ่มบ้านระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ซึ่งปัจจุบันผลกระทบเริ่มลุกลามไปถึงกลุ่มบ้านระดับราคา 4-5 ล้านบาทแล้ว

นายชินะกล่าวว่า เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงรายในปีนี้ ซึ่งถือว่าหนักที่สุดในรอบ 70 ปี เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในแง่ของผลกระทบเชิงจิตวิทยาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลา 3-6 เดือนข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดเชียงรายคาดว่าน่าจะทรงตัวได้ในปี 2568 และอาจฟื้นตัวกลับมาอีกครั้งในปี 2569

จากการสำรวจของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) ในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 พบว่ามีจำนวนที่อยู่อาศัยในจังหวัดเชียงรายที่เสนอขายทั้งสิ้น 2,758 หน่วย ลดลงร้อยละ 11.9 จากปีที่แล้ว มูลค่ารวมอยู่ที่ 10,872 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 13.0 ทั้งหมดเป็นโครงการบ้านจัดสรร โดยไม่มีการเปิดขายโครงการอาคารชุดใหม่ในช่วงนี้ ในจำนวนดังกล่าว พบว่ามีโครงการที่เปิดขายใหม่เพียง 47 หน่วย ลดลงถึงร้อยละ 90.3 คิดเป็นมูลค่า 155 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 92.2 หน่วยขายใหม่มีเพียง 102 หน่วย ลดลงร้อยละ 55.5 มูลค่า 372 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 61.1

สถานการณ์เช่นนี้ทำให้ที่อยู่อาศัยเหลือขายในจังหวัดเชียงรายมีจำนวนถึง 2,656 หน่วย ลดลงร้อยละ 8.5 คิดเป็นมูลค่า 10,499 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 9.0 ทำเลที่อยู่อาศัยที่เสนอขายสูงสุดในจังหวัดเชียงรายคือ โซนอำเภอเมืองเชียงราย มีจำนวน 1,338 หน่วย มูลค่า 5,884 ล้านบาท ตามด้วยโซนสนามบิน-มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มีจำนวน 1,245 หน่วย มูลค่า 4,377 ล้านบาท และโซนอำเภอแม่สาย มีจำนวน 159 หน่วย มูลค่า 543 ล้านบาท ทั้งหมดอยู่ในกลุ่มระดับราคา 2-5 ล้านบาท โดยเป็นที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว ไม่มีโครงการอาคารชุดเสนอขายในพื้นที่เลย

นายชินะกล่าวปิดท้ายว่า แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดเชียงรายจะซบเซาลงในช่วงนี้ แต่ยังมีความหวังว่าตลาดจะเริ่มฟื้นตัวในอีก 1-2 ปีข้างหน้า ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางเศรษฐกิจทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาดในอนาคต

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สมาคมอสังหาริมทรัพย์เชียงราย / กรุงเทพธุรกิจ

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

เทศบาลนครเชียงรายเร่งช่วยน้ำท่วมมอบเงินครอบครัวละ 2,500 บาท

 

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2567 นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้เปิดเผยถึงการดำเนินการเร่งด่วนในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขตเทศบาลนครเชียงราย ซึ่งมีทั้งหมด 52 ชุมชน โดยมีบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมมากกว่า 10,000 หลังคาเรือน เบื้องต้น เทศบาลได้อนุมัติการช่วยเหลือครอบครัวละ 2,000 บาทสำหรับการฟื้นฟูและทำความสะอาดบ้านเรือน พร้อมมอบค่ายารักษาโรคอีก 500 บาท รวมเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้นครอบครัวละ 2,500 บาท

นายวันชัย กล่าวว่า เทศบาลนครเชียงรายได้ดำเนินการป้องกันและช่วยเหลือประชาชนมาตั้งแต่เริ่มเกิดอุทกภัยน้ำท่วม โดยได้ตั้งศูนย์พักพิงและศูนย์กระจายอาหารและน้ำให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทั้งนี้ ศูนย์ช่วยเหลือยังคงเปิดให้บริการต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง

ในระหว่างนี้ ภาครัฐและเอกชน รวมถึงพี่น้องประชาชน ต่างร่วมแรงร่วมใจนำสิ่งของมาบริจาคที่ศูนย์ช่วยเหลือที่สถานีดับเพลิง เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือไปยังผู้ประสบภัย โดยเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่เพื่อเปิดศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและลงทะเบียนรับความช่วยเหลือแล้ว

นายวันชัยยังได้แจ้งให้ประชาชนในทั้ง 52 ชุมชนที่ถูกน้ำท่วมให้นำขยะจากน้ำท่วมมาวางรวมไว้ริมถนนหรือบนฟุตบาท และจุดที่เทศบาลกำหนด เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้ามาเก็บขยะเหล่านั้นได้ ซึ่งคาดว่าจะสามารถเก็บขยะทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน โดยมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากเทศบาลและภาคส่วนต่าง ๆ มาช่วยกันฟื้นฟูพื้นที่

ทั้งนี้ เทศบาลนครเชียงรายยังได้จัดส่งจิตอาสาและเจ้าหน้าที่เข้าทำความสะอาดถนนในเขตเทศบาล รวมถึงบ้านเรือนประชาชนที่ถูกน้ำท่วมและได้รับความเสียหาย ทรัพย์สินภายในบ้านหลายแห่งได้รับความเสียหายอย่างหนักเนื่องจากไม่สามารถขนย้ายขึ้นที่สูงได้ทัน นายกเทศมนตรีฯ จึงได้ประสานให้มีการจัดเก็บขยะและสิ่งของเสียหายให้ครบถ้วนภายในกรอบเวลาที่กำหนด

ภายหลังจากที่น้ำลดลง สถานการณ์ในเขตเทศบาลนครเชียงรายเริ่มฟื้นตัว แต่ยังคงต้องมีการทำความสะอาดและฟื้นฟูเพิ่มเติมเพื่อคืนสภาพเดิมให้กับเมืองเชียงราย โดยทางเทศบาลและชุมชนจะร่วมมือกันต่อไปในการฟื้นฟูพื้นที่และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง.

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : เทศบาลนครเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI TOP STORIES

อบจ.เชียงราย เร่งช่วยเหลือน้ำท่วม บ้านปางลาวและบ้านฟาร์มสัมพันธกิจ

 

เมื่อวันศุกร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2567 เวลา 16.30 น. นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.เชียงราย) พร้อมด้วยนายรามิล พัฒนมงคลเชฐ ปลัด อบจ.เชียงราย และสิบเอกวิมล รู้ทำนอง ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ อบจ.เชียงราย รวมถึงบุคลากร อบจ.เชียงราย และน้องๆ จิตอาสาจากศูนย์เยาวชน อบจ.เชียงราย ได้ลงพื้นที่เพื่อให้กำลังใจและมอบความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมในชุมชนต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากอุทกภัยในช่วงที่ผ่านมา

ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบหลักๆ ในครั้งนี้เป็นชุมชนบ้านปางลาว ตำบลบ้านดู่ และบ้านฟาร์มสัมพันธกิจ ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย หลังจากที่น้ำในแม่น้ำกกได้ล้นตลิ่งและไหลเข้าสู่หมู่บ้าน ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ประสบความเดือดร้อนอย่างหนัก บ้านเรือนและทรัพย์สินได้รับความเสียหายอย่างมาก เนื่องจากกระแสน้ำไหลเข้าท่วมอย่างรวดเร็ว ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถเคลื่อนย้ายสิ่งของทัน ส่งผลให้เกิดความสูญเสียทั้งทรัพย์สินและการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่

เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ และคณะ ได้ส่งมอบน้ำดื่มและอาหารที่ได้รับบริจาคจากผู้ใจบุญ รวมถึงสิ่งของจำเป็นอื่นๆ เพื่อช่วยให้ชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบสามารถดำรงชีวิตได้ในระหว่างการฟื้นฟูชุมชน โดยอาหารและน้ำดื่มเหล่านี้ถูกนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยทุกครัวเรือนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนัก ทั้งบ้านปางลาวและบ้านฟาร์มสัมพันธกิจ

นอกจากการมอบสิ่งของยังชีพ นางอทิตาธร และคณะยังได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสถานการณ์ความเสียหายและติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เพื่อให้การฟื้นฟูชุมชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการช่วยเหลือที่ทันท่วงที เนื่องจากยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมซ้ำในกรณีที่มีฝนตกหนักเพิ่มขึ้น

จากการประเมินสถานการณ์ในเบื้องต้น พบว่า น้ำในพื้นที่เริ่มลดระดับลงบ้างแล้ว แต่ยังคงมีน้ำขังในบางส่วน โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำ ทาง อบจ.เชียงราย ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อระดมความช่วยเหลือด้านเครื่องจักรในการระบายน้ำและทำความสะอาดพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาดำรงชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

การลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานเชิงรุกขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ประสบภัยอย่างรวดเร็วและทั่วถึง นอกจากนี้ ยังได้มีการวางแผนร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นและกลุ่มจิตอาสาในการฟื้นฟูสภาพพื้นที่และจัดการปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากอุทกภัย รวมถึงการสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมในระยะยาว

นางอทิตาธร กล่าวเพิ่มเติมว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย จะยังคงติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนในด้านการจัดหาน้ำสะอาด อาหาร และการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนนและสะพานที่ได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ ทาง อบจ.เชียงราย ยังได้ร่วมมือกับชุมชนและองค์กรภาคเอกชนในการวางแผนระยะยาวเพื่อป้องกันน้ำท่วมและเพิ่มความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติในอนาคต

สำหรับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบและยังคงต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้จากหน่วยงานท้องถิ่นที่อยู่ใกล้เคียงหรือองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เพื่อรับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติกู้ระบบประปาเชียงรายหลังน้ำท่วม

 

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2567 ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามการปรับปรุงระบบจ่ายน้ำของการประปาส่วนภูมิภาคสาขาเชียงราย เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม ทำให้ไม่สามารถจ่ายน้ำให้กับประชาชนในพื้นที่ตั้งแต่เวลา 15.30 น. ของวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา โดยมี นายทวีศักดิ์​ สุขก้อน​ ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาคสาขาเชียงราย​ ได้รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการฟื้นฟูระบบประปา รวมถึงแผนการบริหารจัดการที่กำลังดำเนินอยู่

ดร.สุรสีห์ ได้กล่าวถึงความสำคัญของการฟื้นฟูระบบจ่ายน้ำ โดยได้กล่าวว่า หลังจากที่นายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำที่จังหวัดเชียงรายเมื่อวันที่ผ่านมา ทางสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติได้ถูกมอบหมายให้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อเร่งกู้คืนระบบประปาให้กลับมาใช้งานได้อย่างรวดเร็ว โดยในการประชุมวานนี้ มีการขอความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน เช่น กรมทรัพยากรน้ำ กองทัพพัฒนาภาคที่ 3 กรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกรมทางหลวง เพื่อจัดหาเครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำออกจากบ่อพักของการประปาส่วนภูมิภาคสาขาเชียงราย ซึ่งทางกรมทางหลวงยังได้สนับสนุนรถน้ำเพื่อให้บริการน้ำสะอาดแก่โรงพยาบาลในพื้นที่จังหวัดเชียงรายเป็นการชั่วคราว

ในขณะนี้ทางการประปาส่วนภูมิภาคกำลังระดมกำลังเร่งฟื้นฟูระบบ โดยเฉพาะในส่วนของระบบไฟฟ้าที่จะทำให้ระบบปั๊มน้ำสามารถกลับมาทำงานได้ ดร.สุรสีห์ ได้คาดการณ์ว่าการจ่ายน้ำจะสามารถเริ่มได้ในช่วงเย็นของวันนี้ โดยเริ่มต้นที่พื้นที่ใกล้เคียงกับการประปาส่วนภูมิภาคเชียงรายก่อน อย่างไรก็ตาม สำหรับการจ่ายน้ำในพื้นที่เมืองเชียงรายทั้งหมด อาจต้องใช้เครื่องส่งน้ำที่มีกำลังสูง ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการเร่งติดตั้ง คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในคืนนี้หรืออย่างช้าในวันพรุ่งนี้ ทั้งนี้หากระบบส่งน้ำประปาพร้อมใช้งาน การประปาส่วนภูมิภาคสาขาเชียงรายจะเร่งดำเนินการจ่ายน้ำให้กับประชาชนโดยเร็วที่สุด

สำหรับมาตรการที่ได้ดำเนินการในขณะนี้ การประปาส่วนภูมิภาคเชียงรายยังได้จัดส่งรถน้ำเคลื่อนที่ไปให้บริการน้ำสะอาดแก่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยหากมีเหตุการณ์ใดๆ เพิ่มเติมหรือระบบส่งน้ำเกิดปัญหา การประปาจะเร่งดำเนินการแก้ไขทันที เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้น้ำประปาได้อย่างสะดวกและปลอดภัย

ด้านการประปาส่วนภูมิภาคยังได้แสดงความขอบคุณต่อความร่วมมือของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงชุมชนที่ให้ความร่วมมือในการอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม โดยขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถรับทราบข้อมูลและเตรียมตัวได้ทันท่วงที

การฟื้นฟูระบบน้ำประปาในครั้งนี้ ถือเป็นภารกิจสำคัญในการดูแลชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย และเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดจากเหตุอุทกภัยที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง

ทั้งนี้ หาก กปภ.เชียงราย ดำเนินการจ่ายน้ำแล้ว ถ้าพบเห็นท่อน้ำแตกในเขตอำเภอเมืองเชียงราย แจ้งได้ที่การประปาส่วนภูมิภาคสาขาเชียงราย 053-711655

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI

เทศมนตรีแม่ยาวนำทีมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมเชียงราย

 

เมื่อวันศุกร์ ที่ 13 กันยายน 2567 เวลา 15.30 น. นายอภิรักษ์ อินต๊ะวัง เทศมนตรีตำบลแม่ยาว นำทีมบริหารและเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลแม่ยาว พร้อมกับกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่เพื่อมอบน้ำดื่มและอาหารให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่ตำบลแม่ยาว บ้านแคววัวดำ บ้านลอบือ บ้านจะสอป่า บ้านผาสุข และบ้านห้วยหลุหลวง โดยจัดตั้งจุดรับแจกสิ่งของที่โรงเรียนแม่ยาววิทยา

เหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ดังกล่าวเกิดขึ้นจากฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนและพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหาย ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวจึงต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน ทั้งในด้านอาหาร น้ำดื่ม และการดูแลสุขภาพ เนื่องจากพื้นที่ประสบอุทกภัยอยู่ห่างไกลและเข้าถึงได้ยาก

เทศมนตรีตำบลแม่ยาว นายอภิรักษ์ อินต๊ะวัง กล่าวเพิ่มเติมว่า เทศบาลตำบลแม่ยาวได้ร่วมมือกับกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ในการนำความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ประสบภัยโดยเร็วที่สุด โดยไม่เพียงแต่มอบน้ำดื่มและอาหารเท่านั้น แต่ยังเน้นให้ความสำคัญกับการให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม เพื่อให้ประชาชนได้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

นอกจากนี้ นายอภิรักษ์ยังได้กล่าวว่า การฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจะเป็นภารกิจที่สำคัญหลังน้ำลด โดยเทศบาลตำบลแม่ยาวและกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจะร่วมมือกันในการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมที่ได้รับความเสียหายให้กลับคืนมาอย่างเร็วที่สุด รวมถึงการจัดเตรียมมาตรการป้องกันน้ำท่วมในอนาคต เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในปีต่อ ๆ ไป

ประชาชนที่ได้รับผลกระทบต่างแสดงความขอบคุณต่อความช่วยเหลือที่ได้รับจากทั้งภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการจัดส่งน้ำดื่มและอาหารที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในช่วงวิกฤตเช่นนี้ หลายคนได้กล่าวว่าความช่วยเหลือนี้ทำให้พวกเขามีกำลังใจที่จะผ่านพ้นสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ไปได้

นอกจากนี้ เทศบาลตำบลแม่ยาวยังได้จัดเตรียมทีมงานช่วยเหลือในด้านอื่น ๆ อาทิ การตรวจสอบและซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภคที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม เช่น ถนน ระบบประปา และไฟฟ้า รวมถึงการดูแลด้านสุขอนามัยเพื่อลดความเสี่ยงจากโรคที่อาจเกิดขึ้นหลังจากน้ำลดลง

ในอนาคต เทศบาลตำบลแม่ยาวและกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมมีแผนที่จะพัฒนาโครงการป้องกันน้ำท่วมเพิ่มเติม เพื่อเสริมสร้างความพร้อมให้กับชุมชนในการเผชิญกับเหตุการณ์ธรรมชาติที่ไม่คาดคิด โดยการดำเนินการดังกล่าวจะเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชน เพื่อให้ได้มาตรการที่มีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

เหตุการณ์นี้เน้นให้เห็นถึงความสำคัญของการร่วมมือกันในภาวะวิกฤต ซึ่งทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในชุมชนต่างช่วยกันอย่างเต็มที่ในการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม และการฟื้นฟูหลังน้ำลด ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างชุมชนที่เข้มแข็งและมีความพร้อมในการเผชิญกับวิกฤตในอนาคต

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI TOP STORIES

ปลัดกระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่เชียงราย สั่งการเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม แม่สายยังวิกฤต

 

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2567 เวลา 08.00 น. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในเขตอำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย โดยในเขตเทศบาลนครเชียงราย ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว ถือเป็นข่าวดีสำหรับชาวบ้านในพื้นที่ เนื่องจากก่อนหน้านี้ บริเวณถนนพหลโยธินช่วงห้าแยกพญามังราย ที่เคยมีน้ำท่วมสูงเมื่อวานนี้ ล่าสุด ระดับน้ำลดลงไปกว่า 1 เมตร อย่างไรก็ตาม ถนนบริเวณรอบๆ ยังคงมีโคลนและซากรถที่ถูกน้ำพัดพามากีดขวาง ส่งผลให้ยังไม่สามารถสัญจรผ่านได้สะดวก แต่สถานการณ์โดยรวมดีขึ้นอย่างมาก เจ้าหน้าที่ได้เริ่มเข้าพื้นที่ที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถเข้าถึงได้ เพราะกระแสน้ำไหลเชี่ยว เช่น พื้นที่ตรอกซอกซอยบางจุด

สำหรับพื้นที่วัดร่องเสือเต้น ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของประชาชนจำนวนมาก ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายและเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย ได้เข้าไปช่วยเหลือจัดเตรียมอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งจำเป็นต่างๆ ให้ประชาชนแล้ว

นายสุทธิพงษ์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์บริเวณสะพานพญาเม็งราย ซึ่งยังคงมีน้ำท่วมขังในระดับที่สูงอยู่ รถเล็กยังไม่สามารถสัญจรผ่านได้สะดวก และหากไม่มีฝนตกลงมาอีก ระดับน้ำจะลดลงอย่างต่อเนื่อง และสามารถใช้งานเส้นทางได้ตามปกติในอีก 1-2 วัน

ในส่วนของอำเภอแม่สาย ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้รับรายงานว่าระดับน้ำในพื้นที่ลดลง แต่ระดับน้ำในแม่น้ำแม่สายยังคงสูงอยู่ เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนัก จึงยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในย่านตลาดสายลมจอย ที่ยังคงมีน้ำท่วมและกระแสน้ำไหลเชี่ยว ทำให้การเข้าถึงพื้นที่ยังเป็นไปได้ยาก

นายสุทธิพงษ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย ภายใต้การนำของนายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้ทำงานอย่างเต็มที่ร่วมกับทีมงานจากหลายฝ่าย ทั้งราชการ สมาคม มูลนิธิ และหน่วยงานต่างๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน ในขณะเดียวกัน มีการดำเนินการทำความสะอาดและฟื้นฟูพื้นที่ที่น้ำลดลงแล้วอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการจัดการกับสิ่งกีดขวางที่ปิดกั้นเส้นทางน้ำ

สำหรับการเดินทางภายในจังหวัดเชียงราย เส้นทางจากจังหวัดพะเยาเข้าสู่จังหวัดเชียงราย ผ่านอำเภอพาน สามารถใช้ได้ตามปกติแล้ว ส่วนเส้นทางภายในเทศบาลนครเชียงราย ยังคงต้องรอการฟื้นฟูให้พร้อมใช้งาน ขณะที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ได้กลับมาเปิดให้บริการตามปกติแล้ว

ในช่วงท้าย นายสุทธิพงษ์ได้ให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งขอให้ติดตามสถานการณ์อุทกภัยและพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด หากมีความต้องการขอความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 หรือศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงรายหมายเลข 1567

ในเวลา 09.00 น. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ได้เดินทางไปยังศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย และรับมอบรองเท้าบูทจากนายจักรภัทร แสนภูธร หัวหน้าศูนย์ข่าวภาคเหนือ เพจอีจัน เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กระทรวงมหาดไทย 

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

กองทัพไทยเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมแม่สาย หลังฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลาก

 

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2567 เวลา 07.00 น. พลตรี บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 37 (ศบภ.มทบ.37) ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำป่าไหลหลากท่วมพื้นที่หลายแห่ง โดยเฉพาะถนนพหลโยธินหน้า สภ.แม่สาย และด่านแม่สายซึ่งระดับน้ำสูงขึ้นมาก ประชาชนในพื้นที่โดยเฉพาะตลาดสายลมจอยได้รับผลกระทบหนัก หลายคนให้สัมภาษณ์ว่า “ไม่เคยท่วมแบบนี้มาก่อน” และยังมีประชาชนจำนวนมากที่ติดค้างในพื้นที่น้ำท่วม

ในการช่วยเหลือครั้งนี้ พลตรี บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ได้นำกำลังพลจากมณฑลทหารบกที่ 37 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กำลังพลจากโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช, กำลังพลจากกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17, กำลังพลจากหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 35 (นพค.35), ตำรวจจาก สภ.แม่สาย, กำลังพลจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.เชียงราย) และมูลนิธิในพื้นที่ ร่วมดำเนินการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มกำลัง โดยใช้ยุทโธปกรณ์ของกองทัพไทย เช่น เรือท้องแบน รถบรรทุกทหาร และอุปกรณ์ช่วยเหลือต่างๆ ในการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้างในพื้นที่น้ำท่วมสูง

สถานการณ์น้ำท่วมที่แม่สายครั้งนี้ได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี ระดับน้ำในหลายจุดสูงเกินกว่า 1 เมตร ส่งผลให้บ้านเรือนหลายหลัง รวมถึงร้านค้าในตลาดสายลมจอยได้รับความเสียหายอย่างหนัก น้ำป่าที่ไหลหลากลงมาจากพื้นที่ต้นน้ำยังคงพัดพาเศษไม้ ขอนไม้ และสิ่งปฏิกูลต่างๆ ลงสู่แม่น้ำสาย ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ หน่วยบรรเทาสาธารณภัยต่างๆ ได้จัดกำลังพลเข้าไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งดำเนินการแจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นให้กับผู้ที่เดือดร้อน ขณะเดียวกันยังมีการส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสภาพความเสียหายของเส้นทางคมนาคม และหมู่บ้านที่ถูกตัดขาดจากเหตุการณ์น้ำท่วม เพื่อดำเนินการซ่อมแซมและเปิดเส้นทางให้สามารถสัญจรได้โดยเร็ว

การช่วยเหลือจากศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 37 ยังรวมถึงการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้ที่ต้องอพยพออกจากพื้นที่น้ำท่วม รวมถึงการดูแลด้านการแพทย์ โดยมีหน่วยเสนารักษ์จากโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราชเข้าไปให้การดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ และผู้ป่วยในพื้นที่

จากการประเมินสถานการณ์เบื้องต้นพบว่าน้ำป่าที่ไหลหลากลงมาจากพื้นที่ภูเขายังคงมีปริมาณมาก ซึ่งอาจส่งผลให้สถานการณ์น้ำท่วมยืดเยื้อต่อไปอีกในระยะเวลาหนึ่ง ทางศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 37 จึงได้สั่งการให้มีการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากประชาชนให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติม

นอกจากการบรรเทาภัยในพื้นที่น้ำท่วมแล้ว ทางจังหวัดเชียงรายยังได้เตรียมแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยเน้นการซ่อมแซมบ้านเรือนและเส้นทางคมนาคมที่เสียหาย รวมถึงการฟื้นฟูด้านการเกษตรและเศรษฐกิจของชุมชนที่ได้รับผลกระทบ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 37

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News