Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

เปิดเบื้องหลังความสำเร็จทีม Fighting Frost อาชีวเชียงราย ฝ่าพายุหิมะคว้ารางวัลชนะเลิศระดับโลกที่ฮาร์บิน

อาชีวศึกษาเชียงรายผงาดเวทีหิมะโลก “ปลากัดที่เบ่งบานในแดนหิมะ” คว้าแชมป์ ICSSC 2026 เผยพลัง Soft Power ไทยจากห้องเรียนสู่ฮาร์บิน

เชียงราย – ฮาร์บิน, 7 มกราคม 2569 – ท่ามกลางอากาศติดลบและพื้นหิมะสีขาวโพลนที่เมืองฮาร์บิน สาธารณรัฐประชาชนจีน ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการอาชีวศึกษาไทยถูกบันทึกอย่างเป็นทางการ เมื่อทีมนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย ในนามทีม “Fighting Frost TH” ผนึกกำลังกับวิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา คว้ารางวัลชนะเลิศการแข่งขันแกะสลักหิมะระดับนานาชาติ 18th International Collegiate Snow Sculpture Contest (ICSSC 2026) เหนือคู่แข่งจาก 9 ประเทศ รวม 46 ทีม

เบื้องหลังผลงาน “ปลากัดที่เบ่งบานในแดนหิมะ” (Betta Blossoms in the Snowfields) ไม่ได้เป็นเพียงชิ้นงานศิลปะบนเวทีแข่งขัน หากยังเป็นภาพแทนการเดินทางของเด็กอาชีวะจากเมืองเหนือที่ใช้ทักษะวิชาชีพและอัตลักษณ์ไทย ก้าวออกจากรั้ววิทยาลัยไปสู่สายตาชาวโลก

เวทีหิมะระดับโลก: จากเชียงรายสู่ฮาร์บิน

การแข่งขัน ICSSC 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4–7 มกราคม 2569 ณ Harbin Engineering University (HEU) เมืองฮาร์บิน โดยมี China-Harbin International Ice and Snow Festival เป็นเจ้าภาพร่วม สนามแข่งขันปีนี้มีทีมนักศึกษาจาก 9 ประเทศเข้าร่วม ได้แก่ จีน อังกฤษ ไทย โปรตุเกส สวิตเซอร์แลนด์ มาเก๊า ฮ่องกง มาเลเซีย และยูเครน รวมทั้งสิ้น 46 ทีม

ประเทศไทยส่งทีมเข้าร่วม 4 ทีมจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาชั้นนำ คือ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี และวิทยาลัยอาชีวศึกษาสระบุรี ซึ่งทั้งหมดอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)

นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า การเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ผลักดันศักยภาพนักศึกษาไทยสู่เวทีนานาชาติ ทั้งด้านศิลปะ การออกแบบ และการทำงานเป็นทีมในสภาพแวดล้อมจริงที่ท้าทาย “ปีนี้ถือเป็นปีที่น่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง เพราะทั้ง 4 ทีมอาชีวศึกษาไทยสามารถคว้ารางวัลกลับมาได้ครบทุกทีม นับเป็นเครื่องยืนยันว่ามาตรฐานทักษะวิชาชีพของอาชีวศึกษาไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก” เลขาธิการ สอศ. ระบุ

ผลการแข่งขันสะท้อนความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ทีมวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงรายและวิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา คว้ารางวัลชนะเลิศร่วมกัน ทีมวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานีได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และทีมวิทยาลัยอาชีวศึกษาสระบุรีได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 พร้อมรับถ้วยรางวัลและประกาศนียบัตรจากคณะกรรมการจัดงาน

จากเมืองหนาวเชียงรายสู่เมืองน้ำแข็ง: เส้นทางคัดเลือกที่ไม่ธรรมดา

สำหรับทีม Fighting Frost TH เส้นทางสู่เวทีหิมะโลกเริ่มต้นตั้งแต่ในห้องเรียนที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย นักศึกษาชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ปีที่ 3 สาขาวิชาวิจิตรศิลป์ 4 คน ได้แก่ นางสาวจิรปรียา ยานะนวล นางสาวกัลยาภรณ์ ไชยชมพล นางสาวมริสา แบแจกู่ และนางสาวฐิรกาญจน์ สิริพิบูลธรรม ได้รับการคัดเลือกให้เป็นตัวแทนวิทยาลัย ภายใต้การควบคุมทีมของนายพงษ์พิสิฐ ขันจันทร์แสง ครูแผนกวิชาวิจิตรศิลป์ และนางสาวศุภรัตน์ หาญศึก ครูแผนกวิชาการออกแบบ โดยมีดร.อรพิน ดวงแก้ว ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย เป็นผู้สนับสนุนหลักในภาพรวม

ขั้นตอนการคัดเลือกตัวแทนจากประเทศไทยอยู่ภายใต้การดูแลของ สอศ. ทีมที่ต้องการเข้าร่วมต้องจัดทำโมเดลจำลองผลงานและอัดวิดีโอการปั้นตั้งแต่ต้นจนจบ รวมทั้งจัดทำวิดีโอพรีเซนต์แนวคิดความยาวไม่เกิน 2 นาที ส่งให้คณะกรรมการพิจารณาในช่วงเวลาที่กำหนด

ทีมอาชีวเชียงราย เล่าถึงกระบวนการนี้ว่า “เราเริ่มจากการปั้นโมเดลขนาดย่อส่วนในห้องเรียน เพื่อพิสูจน์ให้คณะกรรมการเห็นว่าเด็ก ๆ เข้าใจรูปทรง รายละเอียด และอารมณ์ของงานจริง จากนั้นจึงจัดทำคลิปวิดีโอส่งไปยัง สอศ. เมื่อได้รับแจ้งผลว่าเราได้สิทธิ์เป็นตัวแทน ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเตรียมความพร้อมทุกมิติ ทั้งด้านทักษะวิชาชีพและด้านร่างกาย”

แม้เชียงรายจะเป็นจังหวัดที่มีอากาศหนาวเย็นในช่วงฤดูหนาว แต่ก็ไม่เคยเผชิญกับอากาศติดลบหลายองศาเหมือนเมืองฮาร์บิน การเตรียมตัวจึงต้องละเอียดเป็นพิเศษ ทั้งการซ้อมแกะสลักด้วยวัสดุใกล้เคียง การฝึกกำลังกล้ามเนื้อ และการจัดเตรียมอุปกรณ์กันหนาวสำหรับการทำงานกลางแจ้งนานหลายชั่วโมง

เมืองสร้างสรรค์ผลักดันเด็กอาชีวะ: พลังเบื้องหลังจากเชียงราย

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทีมจากเชียงรายเชื่อมั่นว่าจะสามารถยืนหยัดในเวทีนานาชาติได้ คือบริบทของ “เมืองสร้างสรรค์และเมืองแห่งศิลปะ” ของจังหวัดเชียงรายเอง

นายพงษ์พิสิฐอธิบายว่า วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงรายได้รับการสนับสนุนจากศิลปินระดับชาติหลายท่านอย่างต่อเนื่อง ทั้งอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ อาจารย์สุวิทย์ ไตรป้อม และอาจารย์กมล ทัศนาญชลี ซึ่งเปิดโอกาสให้นักศึกษาเข้าไปฝึกงาน เรียนรู้กระบวนการสร้างสรรค์งานศิลปะจริงในสตูดิโอของศิลปิน

“เรามองว่าศักยภาพของเด็กอาชีวะเชียงรายไม่ได้เกิดจากการเรียนในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการที่เขาได้สัมผัสงานศิลปะระดับชาติอยู่รอบตัว ทั้งจากวัดร่องขุ่น แกลเลอรี และชุมชนศิลปินในจังหวัด นั่นทำให้เรากล้าตัดสินใจส่งเด็กเข้าร่วมเวทีระดับโลก เพราะเชื่อว่าพื้นฐานที่เขาสะสมมาจะช่วยให้เขารับมือกับโจทย์ยากได้” ครูผู้ควบคุมทีมกล่าว

การที่นักศึกษาจากจังหวัดชายขอบภาคเหนือสามารถก้าวขึ้นสู่เวทีโลก จึงไม่ใช่เพียงความสำเร็จของทีมหนึ่งทีม หากยังสะท้อนศักยภาพของระบบนิเวศทางศิลปะของเชียงรายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีส่วนสำคัญในการผลักดันเยาวชนเข้าสู่อาชีพสร้างสรรค์ในอนาคต

ฝึกซ้อมบนโฟมและน้ำแข็ง เตรียมรับมือกับ “หิมะจริง” ที่ไม่เคยเจอ

แม้การแข่งขันจริงจะใช้หิมะเป็นวัสดุหลัก แต่การเตรียมตัวในประเทศไทยจำเป็นต้องใช้วัสดุทดแทน ทีม Fighting Frost TH เริ่มจากการใช้โฟมอัดเป็นก้อนขนาดใหญ่ ฝึกการขุด เจาะ และเกลาให้ได้รูปทรงปลากัด 4 ตัว ดอกบัว และลูกโลกตามแบบจำลอง

ต่อมา ทีมได้รับโอกาสฝึกซ้อมกับก้อนน้ำแข็งจริง เพื่อสร้างความคุ้นชินกับน้ำหนักและผิวสัมผัสของวัสดุที่มีความแข็งและลื่นกว่าโฟม การซ้อมลักษณะนี้ช่วยให้เด็กเข้าใจแรงกดของมือ การใช้สิ่วและเลื่อย และการรักษาสมดุลของชิ้นงานไม่ให้แตกร้าว

อุปกรณ์แกะสลักหิมะเป็นอุปกรณ์เฉพาะทางที่ไม่มีขายทั่วไปในไทย สอศ.จึงจัดส่งผู้เชี่ยวชาญ อาทิ คุณศิววุฒิ และคุณสุพัฒน์ เข้ามาเทรนนิ่งและจัดเวิร์กช็อปการใช้อุปกรณ์ให้กับทีมเชียงรายอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การเลือกรูปทรงของสิ่ว การจัดเตรียม และวิธีแพ็กอุปกรณ์เพื่อโหลดขึ้นเครื่องบินเดินทางข้ามประเทศ

“ความต่างระหว่างน้ำแข็งกับหิมะคือ หิมะถูกอัดแน่นแต่ยังมีความพรุนอยู่ในตัว การแกะต้องระวังไม่ให้โครงสร้างหลักเสียศูนย์ เราจึงต้องเน้นให้เด็กเข้าใจโครงสร้างภายในของงาน ว่าตรงไหนเป็นจุดรับน้ำหนัก ตรงไหนเป็นส่วนที่เสี่ยงต่อการหัก” ทีมอาชีวเชียงรายระบุ

นอกจากทักษะฝีมือ ทีมยังต้องวางแผนรับมือกับอากาศติดลบ โดยเฉพาะการทำงานกลางแจ้งตั้งแต่ 08.00–20.00 น. ต่อเนื่อง 3 วันเต็ม ทีมครูและนักศึกษาร่วมกันหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตและสอบถามจากทีมอาชีวะที่เคยร่วมแข่งขันมาก่อน เพื่อจัดเตรียมเสื้อผ้า เครื่องกันหนาว ถุงมือเฉพาะสำหรับจับอุปกรณ์ รวมถึงการบริหารเวลาพักดื่มน้ำและรับประทานอาหารให้เพียงพอ

วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานีและวิทยาลัยอาชีวศึกษาสระบุรี ซึ่งเป็นสองทีมไทยที่มีประสบการณ์มาก่อน ยังเข้ามาช่วยให้คำแนะนำด้านการเตรียมตัว ทำให้ทีมเชียงราย–ซึ่งถือเป็น “น้องใหม่” ของเวทีนี้–สามารถลดความเสี่ยงจากอากาศหนาวจัดได้มาก

แก่นแนวคิด “ปลากัดที่เบ่งบานในแดนหิมะ”: จากบัวสี่เหล่าถึงการเรียนรู้ของเด็กอาชีวะ

ภายใต้โจทย์การแข่งขัน “Shaping dreams with snow, igniting the future with wisdom” ทีมเชียงรายเลือกตีความผ่านสัญลักษณ์ไทยที่คุ้นตาคนทั่วโลก นั่นคือ “ปลากัดไทย” หรือ Thai Betta ซึ่งได้รับการยอมรับทั้งด้านความงดงามและความแกร่ง

ผลงานออกแบบให้ปลากัดจำนวน 4 ตัวว่ายวนรอบลูกโลก โดยมีดอกบัวเป็นองค์ประกอบเชื่อมโยง เพื่อสื่อถึงแนวคิด “บัวสี่เหล่า” ในพระพุทธศาสนา และกระบวนการเติบโตทางปัญญาของมนุษย์

  • ปลากัดตัวแรก เปรียบเหมือน “บัวใต้น้ำ” สะท้อนผู้เรียนที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อค้นหาตัวเอง
  • ปลากัดตัวที่สอง คือ “บัวปริ่มน้ำ” แทนผู้ที่เริ่มเปิดรับโอกาส เห็นแสงสว่างของความรู้ และเข้าใจเส้นทางที่ต้องเดิน
  • ปลากัดตัวที่สาม สื่อถึง “บัวพ้นน้ำ” ผู้ที่มีพื้นฐานความรู้มั่นคง มองเห็นเป้าหมายชีวิตชัดเจน และพร้อมก้าวสู่การสร้างสรรค์
  • ปลากัดตัวที่สี่ แทน “บัวที่จะบานในวันรุ่งขึ้น” คือผู้เรียนที่พร้อมเบ่งบานออกดอกอย่างเต็มศักยภาพ ก้าวไปสู่เวทีโลกด้วยความมั่นใจ

ลูกโลกด้านหลังสื่อถึงเป้าหมายของการพาผู้เรียนอาชีวศึกษาไทยไปสู่สากล ส่วนก้อนหิมะที่โอบล้อมทั้งหมดหมายถึงสภาพแวดล้อมที่ท้าทายและแตกต่างจากบ้านเกิด แต่ก็เป็นพื้นที่ที่เด็กอาชีวะสามารถ “เบ่งบาน” ได้ หากได้รับการฝึกฝนและเตรียมพร้อมอย่างเหมาะสม

“เราตีความว่าหิมะไม่ใช่อุปสรรค แต่เป็นเวทีใหม่ของการเติบโต ต่อให้สภาพแวดล้อมจะยากลำบากแค่ไหน ถ้าเด็กมีความพร้อมและจิตใจที่เข้มแข็ง เขาก็พร้อมจะเบ่งบานเหมือนปลากัดที่ว่ายอยู่ท่ามกลางทุ่งหิมะ” ทีมอาชีวเชียงรายอธิบายถึงแก่นแนวคิดของผลงาน

สายลมติดลบและชั่วโมงทำงาน 12 ชั่วโมง: สนามจริงที่สอนมากกว่าตำรา

ในสนามแข่งขันจริง นักศึกษาทีม Fighting Frost TH ต้องทำงานกับก้อนหิมะขนาดใหญ่ ภายใต้อุณหภูมิที่ต่ำกว่าจุดเยือกแข็งตลอดวัน การยืนทำงานต่อเนื่อง 10–12 ชั่วโมงเป็นเวลาสามวันเต็ม ทำให้ทั้งครูและนักศึกษาต้องใช้พลังทั้งร่างกายและจิตใจอย่างเต็มที่

แม้จะมีแรงกดดันจากเวลา จากความหนาว และจากสายตาของผู้ชมและคณะกรรมการ แต่ทีมไทยไม่ปล่อยให้สถานการณ์กลายเป็นอุปสรรค นายพงษ์พิสิฐเล่าว่า ทีมตั้งกติการ่วมกันว่า “ห้ามพูดคำว่าเหนื่อยบนสนามแข่งขัน” เพื่อรักษาขวัญกำลังใจของทุกคน และเป็นการเตือนตัวเองว่ามาไกลเกินกว่าจะถอย

ในช่วงพัก ทีมต้องปรับตัวกับอาหารท้องถิ่นของมหาวิทยาลัยเจ้าภาพ Harbin Engineering University ซึ่งจัดสรรบัตรอาหารและอาสาสมัครคอยดูแลอย่างดี โรงอาหารของมหาวิทยาลัยมีถึง 4 ชั้น กลายเป็น “สนามชนักใหม่” ของทีมไทยที่ตั้งเป้าจะลองชิมให้ครบทั้งสี่ชั้นตลอด 5 วันของการพำนัก

อย่างไรก็ตาม แม้จะได้ลิ้มลองอาหารหลากหลายเมนู เด็ก ๆ ก็ยังพูดถึงเมนูที่คิดถึงมากที่สุดทุกวันคือ “ส้มตำ ลาบ และไก่ย่าง” ที่บ้านเกิดเชียงราย สะท้อนความผูกพันกับรสชาติอาหารไทย และความสัมพันธ์ระหว่างประสบการณ์ระดับโลกกับรากเหง้าท้องถิ่นอย่างกลมกลืน

คู่แข่งที่น่าเกรงขาม และความเคารพบนเวทีเดียวกัน

บนสนามแข่งขันระดับนานาชาติ ทีมจากหลายประเทศต่างนำเสนอผลงานที่มีเอกลักษณ์ของตนเอง ทำให้การแข่งขันครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการช่วงชิงรางวัล แต่ยังเป็นเวทีแลกเปลี่ยนแนวคิดและวิธีทำงาน

ทีมจาก Beijing Institute of Technology ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามทีมไทย กลายเป็นหนึ่งในคู่แข่งที่น่าจับตามอง ด้วยผลงานในแนวคิด “Hearring” ที่โดดเด่นทั้งด้านรูปร่างและการนำเสนอ ทีมดังกล่าวยังสร้างสีสันด้วยชุดเครื่องแต่งกายที่สะดุดตา จนดึงดูดสายตาผู้ชมให้หยุดมองอยู่ตลอดเวลา และในที่สุดก็ได้รับรางวัล Grand Prize จากคณะกรรมการ

สำหรับทีม Fighting Frost TH การได้เห็นผลงานของเพื่อนต่างชาติและต่างสถาบัน ถือเป็นประสบการณ์สำคัญที่เปิดโลกทัศน์ให้เด็กอาชีวะเชียงรายได้เห็นมาตรฐานใหม่ ๆ และเรียนรู้ว่าการแข่งขันบนเวทีโลกต้องอาศัยทั้งทักษะ ความคิดสร้างสรรค์ การนำเสนอ และความเป็นทีมที่สมดุล

“แน่นอนว่าเราอยากได้รางวัล แต่เราไม่เคยมองว่าเราเหนือกว่าใคร ในสนามนี้ทุกทีมมีจุดแข็งของตัวเอง และทุกชิ้นงานก็สะท้อนวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ เราจึงตั้งใจทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด และเคารพความพยายามของทุกทีม” ครูผู้ควบคุมทีมกล่าว

4 ทีมอาชีวะไทยคว้ารางวัลครบ: ภาพรวมความสำเร็จของประเทศ

นอกจากทีมเชียงรายแล้ว อีก 3 ทีมจากอาชีวศึกษาไทยต่างนำเสนอผลงานที่สะท้อนอัตลักษณ์และปรัชญาลึกซึ้งไม่แพ้กัน

  • ทีมวิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศร่วม นำเสนอผลงาน “เทพีแห่งชีวิต – ผู้ประทานน้ำ” ถ่ายทอดบทบาทของ “น้ำ” ในฐานะต้นธารของชีวิต ผ่านภาพสตรีผู้เป็นมารดาที่กำลังบีบน้ำจากเส้นผมลงสู่ผืนแผ่นดิน แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์และการให้กำเนิดชีวิตอย่างต่อเนื่อง
  • ทีมวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ผู้คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 นำเสนอผลงาน “มรดกแห่งบรรพการ: จุดประกายฝันใต้เงาหิมะ” ผสานสัญลักษณ์พระแม่โพสพ กวนอู ปลากัดไทย–จีน รวงข้าว และหางนกยูง สื่อถึงการเริ่มต้นใหม่ที่ตั้งอยู่บนรากฐานของมรดกทางวัฒนธรรม
  • ทีมวิทยาลัยอาชีวศึกษาสระบุรี ผู้ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 นำเสนอผลงาน “เมล็ดพันธุ์แห่งชีวิต” ผ่านภาพเด็กกำลังเปิดหนังสือ เปรียบการศึกษาเป็นเมล็ดพันธุ์ที่จุดประกายเส้นทางชีวิตและการเติบโตทางปัญญา

การที่ทั้ง 4 ทีมจากประเทศไทยต่างได้รับรางวัลสะท้อนมาตรฐานการจัดการเรียนการสอนด้านศิลปะและการออกแบบของอาชีวศึกษาไทยในภาพรวม ที่สามารถต่อยอดทักษะของผู้เรียนให้พร้อมแข่งขันระดับโลก ขณะเดียวกันก็ยืนยันบทบาทของไทยบนเวทีศิลปะหิมะนานาชาติอย่างชัดเจน

ผลกระทบต่อเชียงรายและวงการอาชีวศึกษาไทย

ความสำเร็จของทีม Fighting Frost TH ไม่ได้หยุดอยู่ที่ถ้วยรางวัล หากยังส่งผลในเชิงสัญลักษณ์และเชิงโครงสร้างต่อจังหวัดเชียงรายและวงการอาชีวศึกษาในหลายมิติ

  1. ยกระดับภาพลักษณ์เชียงรายในฐานะเมืองสร้างสรรค์
    การที่เยาวชนจากเชียงรายสามารถคว้าแชมป์โลกในเวทีศิลปะหิมะตอกย้ำภาพลักษณ์จังหวัดในฐานะเมืองศิลปะและเมืองสร้างสรรค์ ที่ไม่ได้มีเพียงแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างวัดร่องขุ่นหรืองานศิลป์ร่วมสมัยเท่านั้น แต่ยังผลิตบุคลากรสายอาชีพที่สามารถแข่งขันในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ระดับโลกได้จริง
  2. สร้างต้นแบบ “Soft Power แบบอาชีวะ”
    ผลงานที่หยิบ “ปลากัดไทย” และแนวคิด “บัวสี่เหล่า” มาผสมผสานกับเทคนิคแกะสลักหิมะบนเวทีนานาชาติ แสดงให้เห็นว่าพลัง Soft Power ของไทยไม่ได้จำกัดอยู่แค่ดนตรี อาหาร หรือภาพยนตร์ แต่ยังรวมถึงงานศิลปะและหัตถกรรมที่เด็กอาชีวะสามารถใช้ต่อยอดอาชีพได้
  3. เพิ่มแรงบันดาลใจและความภาคภูมิใจให้เด็กอาชีวะทั่วประเทศ
    การที่นักศึกษาระดับ ปวช. จากจังหวัดเหนือสุดของประเทศสามารถคว้ารางวัลระดับโลก เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าการศึกษาสายอาชีพไม่ใช่ทางเลือกที่ด้อยกว่าการศึกษาสายสามัญ หากผู้เรียนได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจัง ทั้งด้านทักษะ การฝึกงาน และโอกาสแสดงผลงาน
  4. ต่อยอดสู่เครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบัน
    ความร่วมมือระหว่างวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย อุบลราชธานี สระบุรี และเสาวภา รวมถึงการสนับสนุนจาก สอศ. แสดงให้เห็นรูปแบบการทำงานเชิงเครือข่ายที่ช่วยเสริมจุดแข็งของแต่ละสถาบัน ทั้งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ และประสบการณ์จากการแข่งขันนานาชาติ

ในภาพรวม ความสำเร็จครั้งนี้จึงเป็นทั้ง “ปลายทาง” ของการเตรียมตัวอย่างหนัก และ “จุดเริ่มต้น” ของการพัฒนาใหม่ ๆ ที่จะตามมา ทั้งในระดับจังหวัด ระดับสถาบัน และระดับนโยบายการอาชีวศึกษาไทยในอนาคต

เสียงจากสนาม และความฝันที่ยังเดินต่อ

หลังพิธีประกาศผล ทีม Fighting Frost TH ยอมรับว่า ก่อนรู้ผลยังไม่กล้าฟันธงว่าตัวเองจะชนะ แม้จะทำผลงานได้ตามแผนที่วางไว้ “เราเห็นงานของหลายทีมแล้วรู้เลยว่าแต่ละที่ก็เก่งมาก มีแนวคิดและเทคนิคที่แตกต่างกันไป เราจึงตั้งใจเพียงทำให้ดีที่สุด และเคารพความสามารถของทุกทีมในสนามเดียวกัน” ครูผู้ควบคุมทีมกล่าว

ประสบการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงสร้างชื่อเสียงให้วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย แต่ยังสร้างมุมมองใหม่ให้กับนักศึกษาที่ร่วมทีม ซึ่งจะกลับไปถ่ายทอดประสบการณ์ให้เพื่อนร่วมสถาบัน รุ่นน้อง และชุมชนเชียงรายได้เห็นว่า “เด็กอาชีวะจากเมืองเหนือ” สามารถยืนบนเวทีโลกได้อย่างสง่างาม

หลังเสร็จสิ้นภารกิจ ทีมมีกำหนดเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 8 มกราคม 2569 เที่ยวบิน MU 8607 และถึงไทยวันที่ 9 มกราคม 2569 เวลา 01.55 น. พร้อมนำถ้วยรางวัล ความทรงจำ และบทเรียนจากเมืองน้ำแข็งกลับสู่บ้านเกิด เพื่อเดินหน้าพัฒนางานศิลปะและทักษะวิชาชีพให้เติบโตต่อไป

ดอกบัวและปลากัดที่เบ่งบานบนเวทีโลก

เรื่องราวของทีม Fighting Frost TH สะท้อนภาพของ “ดอกบัว” ที่ค่อย ๆ ขึ้นจากโคลนตมใต้น้ำสู่การเบ่งบานกลางแสงสว่าง เปรียบเหมือนนักเรียนอาชีวะที่เริ่มจากพื้นฐานเรียบง่ายในจังหวัดเชียงราย ก่อนจะได้รับการขัดเกลา ฝึกฝน และได้รับโอกาสจนสามารถแสดงศักยภาพเต็มที่บนเวทีโลก

ผลงาน “ปลากัดที่เบ่งบานในแดนหิมะ” จึงไม่ได้เป็นเพียงรูปปั้นหิมะที่สลักอย่างงดงาม หากเป็นสัญลักษณ์ของกระบวนการเรียนรู้แบบอาชีวะไทยที่เน้นการลงมือทำจริง การฝึกฝนต่อเนื่อง และการเชื่อมโยงกับบริบทวัฒนธรรมและชุมชนของตนเอง

เมื่อปลากัดไทยว่ายวนรอบลูกโลกและดอกบัวเบ่งบานกลางหิมะที่ฮาร์บิน ก็เปรียบเสมือนการประกาศให้โลกเห็นว่า เยาวชนไทยจากจังหวัดเหนือสุดของประเทศ พร้อมแล้วที่จะใช้ทักษะและอัตลักษณ์ของตนเอง สร้างพื้นที่ยืนบนเวทีนานาชาติอย่างภาคภูมิ และส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นต่อไปในทุกภูมิภาคของไทย

สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย
  • สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)
  • วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย
  • Harbin Engineering University (HEU)
  • China-Harbin International Ice and Snow Festival บุคคลสำคัญที่ให้ข้อมูล
  • ดร.อรพิน ดวงแก้ว – ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย
  • นายพงษ์พิสิฐ ขันจันทร์แสง – ครูแผนกวิชาวิจิตรศิลป์ ครูผู้ควบคุมทีม
  • นางสาวศุภรัตน์ หาญศึก – ครูแผนกวิชาการออกแบบ ครูผู้ควบคุมทีม
  • นายยศพล เวณุโกเศศ – เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ศิลปินที่ให้การสนับสนุน:

  • อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์
  • อาจารย์สุวิทย์ ไตรป้อม
  • อาจารย์กมล ทัศนาญชลี
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

จากห้องเรียนสู่เวทีโลก! อาชีวะเชียงรายใช้เทคนิคแกะโฟมจำลองสนามจริง ก่อนลุยชิงแชมป์หิมะที่จีน

อาชีวะเชียงรายปั้น “ช่างฝีมือระดับสูง” ลุยศึกแกะสลักหิมะโลก ณ ฮาร์บิน ใช้ “โฟม” จำลองสมรภูมิหนาว – จากห้องเรียนสู่เวทีนานาชาติ

เชียงราย, 21 ธันวาคม 2568 – เมื่อพูดถึง “หิมะ” เมืองเชียงรายอาจไม่มีเกล็ดหิมะโปรยปรายเหมือนในภาพยนตร์ต่างประเทศ แต่ในห้องปฏิบัติการของวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย เยาวชนอาชีวะกำลังฝึกฝนทักษะเฉพาะทางที่ต้องใช้ในสภาพอากาศติดลบหลายสิบองศาเซลเซียส ห่างออกไปกว่าพันกิโลเมตร ณ เมืองฮาร์บิน สาธารณรัฐประชาชนจีน

วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย ภายใต้การนำของ ดร.อรพิน ดวงแก้ว ผู้อำนวยการฯ กำลังขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “ช่างฝีมือระดับสูงสู่เวทีโลก” ด้วยการจัดโครงการฝึกอบรม “การแกะสลักโฟม–น้ำแข็ง จำลองสถานการณ์การแกะสลักน้ำแข็งจากหิมะ” ระหว่างวันที่ 12–14 ธันวาคม 2568 เพื่อเตรียมทีม “Fighting frost TH” ตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมการแข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติระดับมหาวิทยาลัย ครั้งที่ 18 (International Collegiate Snow Sculpture Contest: ICSSC 2026) ณ เมืองฮาร์บิน ช่วงต้นเดือนมกราคม 2569

เบื้องหลังการฝึกอบรม 3 วันไม่ใช่เพียงคาบเรียนเสริมทักษะ แต่คือกระบวนการ “จำลองสนามจริง” ตั้งแต่การออกแบบ การบริหารเวลา ไปจนถึงการทำงานภายใต้แรงกดดันทั้งทางกายภาพและจิตใจ เพื่อให้เยาวชนอาชีวะไทยพร้อมเผชิญสมรภูมิหิมะที่แท้จริง

จากเมืองร้อนสู่เมืองหิมะ ทำอย่างไรให้เด็กไทยแกะสลักหิมะได้

ข้อจำกัดสำคัญของประเทศไทยคือ เป็นประเทศเขตร้อน ไม่มีหิมะธรรมชาติให้ฝึกซ้อม วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงรายจึงใช้ “โฟมอุตสาหกรรมความหนาแน่นสูง” เป็นสื่อกลางในการเรียนการสอน ผ่านรายวิชา “การแกะสลักโฟม” (รหัสวิชา 2307 9012) ปรับรูปแบบการเรียนให้ตอบโจทย์การแข่งขันแกะสลักหิมะโดยตรง

โฟมแต่ละก้อนถูกออกแบบให้มีขนาดและปริมาตรใกล้เคียงกับบล็อกหิมะอัดแน่นที่ใช้จริงในสนามฮาร์บิน นักศึกษาเรียนรู้เทคนิคการลบเนื้อวัสดุ (Subtractive Sculpture) การคำนวณสัดส่วน และการคุมสมดุลน้ำหนัก เพื่อหลีกเลี่ยงการแตกร้าวหรือพังถล่มของชิ้นงาน ซึ่งในสนามจริงอาจหมายถึงการ “ตกรอบ” ทั้งทีมภายในเวลาไม่กี่นาที

เพื่อให้การฝึกมีความใกล้เคียงกับสภาพจริงมากที่สุด วิทยาลัยฯ เชิญ นายสุพัฒน์ ปักกาโต ผู้เชี่ยวชาญด้านการแกะสลักโฟม–น้ำแข็ง และ นายศิวาวุธ แสงสวาสดิ์ นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษจากสำนักบริหารการอาชีวศึกษาเอกชน มาร่วมเป็นวิทยากรถ่ายทอดประสบการณ์ตรง ทั้งเรื่องเทคนิคเครื่องมือ การวางโครงสร้างภายในชิ้นงาน ตลอดจนสภาวะการทำงานในอุณหภูมิติดลบ ที่ต้องสลับการทำงานและพักร่างกายอย่างมีวินัย

โครงการทั้งหมดอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ดร.อรพิน ดวงแก้ว ที่วางแนวทางชัดเจนว่า การพัฒนาทักษะต้อง “เริ่มจากสถานศึกษาท้องถิ่นแต่ไปจบที่เวทีโลก” ผ่านการบูรณาการระหว่างสองแผนกหลัก ได้แก่

  • แผนกวิชาการออกแบบ นำโดย นางสาวศุภรัตน์ หาญศึก ดูแลโครงสร้าง รูปทรง และมิติทางศิลปะ
  • แผนกวิชาวิจิตรศิลป์ นำโดย นายพงษ์พิสิฐ ขันจันทร์แสง รับผิดชอบด้านองค์ประกอบทัศนศิลป์และความละเอียดของผลงาน พร้อมทำหน้าที่ผู้ควบคุมทีมแข่งขัน

การทำงานข้ามสาขาเช่นนี้ ทำให้ผลงานที่ออกมาไม่ใช่แค่ “สวยงาม” แต่ยังมีความแข็งแรงทางวิศวกรรม รองรับสภาพการแกะสลักบนก้อนหิมะจริงขนาดประมาณ 3×3×3 เมตร ที่มีน้ำหนักหลายตัน

รู้จัก “Fighting frost TH” – เยาวชนเชียงรายที่แบกธงไทยขึ้นสู่สนามโลก

ทีม Fighting frost TH ประกอบด้วยนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 3 (ปวช.3) แผนกวิชาวิจิตรศิลป์ จำนวน 4 คน ซึ่งล้วนเติบโตมาจากภูมิหลังที่แตกต่างแต่เชื่อมโยงกันด้วยศิลปะและเมืองเชียงราย ได้แก่

  1. นางสาวฐิรกาญจน์ สิริพิบูลธรรม (น้องหยวย) จากบ้านถ้ำ อำเภอแม่สาย พื้นที่ชายแดนที่ผสมผสานความหลากหลายทางชาติพันธุ์และวัฒนธรรม
  2. นางสาวมริสา แบแจกู่ (น้องเฟิร์น) จากบ้านปางขอน อำเภอเมืองเชียงราย แหล่งปลูกกาแฟชื่อดังบนพื้นที่สูงของจังหวัด
  3. นางสาวกัลยาภรณ์ ไชยชมพู (น้องมิ้ว) จากตำบลดอยลาน อำเภอเมืองเชียงราย
  4. นางสาวจิรปรียา ยานะนวล (น้องการ์ตูน) จากตำบลแม่ยาว อำเภอเมืองเชียงราย

เชียงรายในฐานะ “เมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ” ของยูเนสโก เป็นฉากหลังสำคัญของการเติบโตทางศิลปะให้กับเยาวชนทั้งสี่คน พื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยแกลเลอรี ศิลปินร่วมสมัย และประเพณีท้องถิ่น ได้กลายเป็นห้องเรียนขนาดใหญ่ ที่หล่อหลอมให้พวกเขากล้าที่จะฝันไกลออกไปนอกเหนือจากขอบเขตจังหวัด

นายพงษ์พิสิฐ ขันจันทร์แสง ครูผู้ควบคุมทีม บอกเล่าผ่านเวทีอบรมว่า จุดแข็งของทีมนี้ไม่ใช่แค่ “ฝีมือ” แต่คือความรับผิดชอบและวินัยในการฝึกซ้อมต่อเนื่อง แม้จะต้องฝึกในเวลาหลังเลิกเรียนหรือวันหยุด นักศึกษายังพร้อมเต็มที่ เพราะรู้ว่าบนเวทีฮาร์บิน ความผิดพลาดเล็กน้อยอาจทำให้ทีมไทยเสียโอกาสสำคัญ

ปลากัดและบัวสี่เหล่า” – ศิลปะบนหิมะที่เล่าเรื่องอาชีวะไทย

ผลงานที่ทีม Fighting frost TH เลือกนำเสนอในการแข่งขัน ใช้แนวคิดหลักว่า
สร้างฝันด้วยหิมะ จุดประกายอนาคตด้วยสติปัญญา”

รูปแบบชิ้นงานเป็น ปลากัดไทย ว่ายวนอยู่บนลูกโลก ประดับด้วย ดอกบัวสี่เหล่า ที่ค่อย ๆ ผุดขึ้นจากผืนน้ำ แนวคิดนี้มีชั้นเชิงทั้งในเชิงสัญลักษณ์และเชิงศิลปะ

  • ปลากัด สื่อถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ มีทั้งความงดงามและความแข็งแกร่ง เป็นภาพแทนเยาวชนอาชีวะที่ต้อง “สู้ไม่ถอย” ในสนามแข่งขันต่างแดน
  • ลูกโลก สะท้อนเวทีโลกและยุคโลกาภิวัตน์ ที่ความรู้และทักษะแพร่กระจายอย่างไร้พรมแดน เยาวชนจากเมืองชายขอบอย่างเชียงรายสามารถก้าวขึ้นไปเล่นบนเวทีเดียวกับนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก
  • บัวสี่เหล่า ใช้สัญลักษณ์ทางพุทธศาสนาอธิบาย “ลำดับขั้นของการเรียนรู้” ตั้งแต่ผู้ที่ยังไม่เข้าใจ ไปจนถึงผู้ที่พร้อมเบ่งบานเหนือผืนน้ำ เปรียบเทียบกับเส้นทางการศึกษาของนักเรียนอาชีวะที่ค่อย ๆ สั่งสมทักษะ จากห้องเรียนสู่การเป็น “ฝีมือชน”

ในเชิงเทคนิค การแกะสลักปลากัดให้มีครีบพลิ้วไหว และบัวที่ซ้อนชั้นกันอย่างประณีต ถือเป็นโจทย์ยากบนวัสดุหิมะที่เปราะและแตกหักได้ง่าย ทีมจึงต้องออกแบบโครงสร้างภายในอย่างรอบคอบ เพื่อให้สัดส่วนทุกส่วนรองรับน้ำหนักกันได้จริง ไม่เพียงแต่สวยในภาพสเก็ตช์

 

อาชีวะไทยบนเวทีฮาร์บิน: ความต่อเนื่องของ “มาตรฐานแชมป์”

การแข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติที่เมืองฮาร์บิน เป็นหนึ่งในเวทีที่สำคัญที่สุดของโลกในสาขาศิลปะหิมะและน้ำแข็ง ทีมจากประเทศไทย โดยเฉพาะจากสายอาชีวศึกษา เคยสร้างชื่อเสียงมาแล้วหลายครั้ง ทั้งจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี และเสาวภา ที่คว้ารางวัลระดับสูงอย่างต่อเนื่องตลอดทศวรรษที่ผ่านมา

เมื่อเดือนมกราคม 2567 ทีมจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศการแข่งขันแกะสลักน้ำแข็งที่ฮาร์บินได้สำเร็จอีกครั้ง สะท้อนศักยภาพของนักศึกษาอาชีวะไทยที่ยืนอยู่แถวหน้าบนเวทีโลก แม้ประเทศไทยจะไม่มีทรัพยากรหิมะตามธรรมชาติเลยก็ตาม

ปูมหลังความสำเร็จเหล่านี้กลายเป็น “แรงกดดันเชิงบวก” ให้กับวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงรายในฐานะผู้เล่นรายใหม่ ทีม Fighting frost TH จึงไม่ได้เพียงไปเพื่อ “เข้าร่วม” แต่ต้องการ “รักษามาตรฐาน” ที่รุ่นพี่เคยสร้างไว้ พร้อมกับใส่ลายเซ็นของเชียงรายลงบนผลงานชุดใหม่

จากการพัฒนาทักษะสู่ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ–สังคมเชียงราย

มิติที่น่าสนใจของโครงการฝึกอบรมครั้งนี้ คือ ผลลัพธ์ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การแข่งขัน หากมองในระยะยาว การสร้าง “ช่างฝีมือระดับสูง” ด้านประติมากรรมน้ำแข็งและโฟม มีนัยสำคัญต่อทั้งตลาดแรงงานและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของเชียงราย

  1. เพิ่มมูลค่าแรงงานอาชีวะ
    ทักษะการแกะสลักสามารถต่อยอดสู่งานบริการระดับพรีเมียม เช่น การจัดงานอีเวนต์ โรงแรมหรู งานเทศกาลฤดูหนาว หรืองานศิลปะเชิงพาณิชย์ นักศึกษาที่ผ่านการฝึกอบรมสามารถรับงานเสริมระหว่างเรียนหรือเปิดสตูดิโอของตนเองได้ในอนาคต
  2. เสริมภาพลักษณ์เมืองสร้างสรรค์
    เชียงรายซึ่งมีชื่อเสียงด้านศิลปะอยู่แล้ว หากสามารถจัดกิจกรรมหรือเทศกาล “หิมะจำลอง–น้ำแข็งจำลอง” ในช่วงฤดูหนาว โดยใช้ทักษะของนักศึกษาอาชีวะ จะช่วยเพิ่มผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ เชื่อมโยงกับแลนด์มาร์กเดิมอย่างศูนย์ศิลปะ วัด และพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ
  3. สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชน
    การที่เยาวชนระดับ ปวช. จากจังหวัดชายแดนสามารถขึ้นแข่งขันในเวทีเดียวกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศ เป็นตัวอย่างจับต้องได้ว่า “เส้นทางสายอาชีพ” ก็สามารถพาคนหนุ่มสาวไปสู่เวทีโลกได้เช่นเดียวกับสายสามัญ

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) มองว่าการส่งทีมเข้าร่วม ICSSC 2026 เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ยกระดับทักษะช่างฝีมือไทยให้เทียบเท่าสากล และเป็นเครื่องมือประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์อาชีวศึกษาไทยให้สังคมเห็นคุณค่ามากขึ้น ทั้งในมิติวิชาชีพและมิติศิลปะร่วมสมัย

กำหนดการสู่สมรภูมิฮาร์บิน และเสียงเชียร์จากเชียงราย

ตามกำหนดการ ทีม Fighting frost TH จะเดินทางจากประเทศไทยไปยังเมืองฮาร์บิน ระหว่างวันที่ 4–7 มกราคม 2569 เข้าร่วมการแข่งขันแกะสลักหิมะในกรอบงานเทศกาลน้ำแข็งและหิมะนานาชาติประจำปีของเมือง ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกหลายล้านคนในแต่ละฤดูกาล

สวท.เชียงราย สังกัดกรมประชาสัมพันธ์ ได้เชิญชวนประชาชนชาวเชียงรายและคนไทยทั่วประเทศร่วมส่งแรงใจให้กับทีมตัวแทนอาชีวะเชียงรายในการแข่งขันครั้งนี้ ทั้งผ่านสื่อกระจายเสียง และช่องทางออนไลน์ของหน่วยงาน เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าเบื้องหลังการเดินทางของเยาวชนกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่ง มีพลังใจจากคนทั้งจังหวัดคอยหนุนอยู่ข้างหลัง

ในมุมของวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย โครงการฝึกอบรมครั้งนี้ถือเป็นเพียง “ก้าวแรก” หากผลการแข่งขันออกมาเป็นที่น่าพอใจ สถาบันมีแนวคิดจะจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เฉพาะทางด้านประติมากรรมน้ำแข็งและโฟมในอนาคต เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ต่อไปยังรุ่นน้อง และเปิดโอกาสให้เยาวชนจากจังหวัดอื่น ๆ เข้ามาเรียนรู้ร่วมกัน เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากเวทีโลกกลับมาสู่ชุมชนฐานรากอย่างแท้จริง

หมายเหตุสำคัญต่อผู้อ่าน

ข่าวเชิงลึกชิ้นนี้ ไม่ใช่งานวิจัยหรืองานวิชาการ แต่เป็นการรวบรวมและสังเคราะห์ข้อมูลจากเอกสารประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ข่าวจากสื่อมวลชน และข้อมูลเปิดเผยบนอินเทอร์เน็ต รวมถึงคำบอกเล่าจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่บางส่วน ผู้เขียนข่าวยินดีอย่างยิ่งหากนักวิชาการด้านอาชีวศึกษา ศิลปกรรม หรือผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง จะช่วยเพิ่มเติม แก้ไข หรือขยายความข้อมูลเชิงลึกในประเด็นที่ยังไม่ครบถ้วน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสาธารณะและต่อการพัฒนานโยบายด้านการศึกษาในระยะยาว

สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย
  • สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)
  • สำนักบริหารการอาชีวศึกษาเอกชน
  • สวท.เชียงราย กรมประชาสัมพันธ์
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME