
อบจ.เชียงราย ร่วมสืบสานบวชป่าและสืบชะตาแม่น้ำเฮียว ปลุกพลังศรัทธาชุมชนคุ้มครองป่าต้นน้ำ สร้างแนวร่วมเยาวชนรักษ์ธรรมชาติ
เชียงราย, 6 กุมภาพันธ์ 2569 – ท่ามกลางความท้าทายด้านทรัพยากรธรรมชาติที่หลายชุมชนต้องเผชิญ ทั้งแรงกดดันจากการใช้ที่ดิน การเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ และความเสี่ยงต่อแหล่งน้ำต้นทุนของเกษตรกรรม พื้นที่อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เลือกใช้วิธีที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังผ่านวัฒนธรรมและศรัทธา ด้วยพิธีบวชป่าและสืบชะตาแม่น้ำเฮียว ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงงานประเพณี หากเป็นการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันของชุมชนในการปกป้องผืนป่าและสายน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิต
วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย มอบหมายให้ นายจิราวุฒิ แก้วเขื่อน รองนายก อบจ.เชียงราย เป็นประธานเปิดงานบวชป่าและสืบชะตาแม่น้ำของกลุ่มผู้ใช้น้ำแม่น้ำเฮียว ณ ตำบลเวียงกาหลง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย โดยกิจกรรมตั้งใจผสานพิธีกรรมทางศาสนาเข้ากับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตามวิถีล้านนา เพื่อสร้างความร่วมมือ ลดการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และย้ำความสำคัญของป่าต้นน้ำในฐานะหัวใจของความมั่นคงด้านน้ำในระดับชุมชน
พิธีกรรมที่ทำหน้าที่เป็นกติกาสังคมของชุมชน
สาระสำคัญของงานอยู่ที่พิธีบวชป่าและพิธีสืบชะตาแม่น้ำ ซึ่งเป็นพิธีกรรมที่สังคมล้านนาใช้มายาวนานเพื่อยกระดับธรรมชาติให้เป็นสิ่งที่ต้องเคารพและระมัดระวัง ในพิธีบวชป่า ชุมชนใช้การนำผ้าเหลืองห่มต้นไม้ใหญ่เป็นสัญลักษณ์ทางใจให้ผืนป่าเป็นพื้นที่ที่ไม่ควรถูกแตะต้องง่าย ๆ คล้ายการสร้างเขตอภัยทานทางสังคมที่ทุกคนยอมรับร่วมกัน แนวคิดนี้สอดคล้องกับงานศึกษาด้านพิธีกรรมและการอนุรักษ์ที่ชี้ว่า การห่มผ้าเหลืองต้นไม้และการทำพิธีเชิงพุทธถูกใช้เป็นเครื่องมือทางสังคมเพื่อยับยั้งการตัดไม้และทำให้ชุมชนเกิดบรรทัดฐานร่วมในการคุ้มครองป่า
ขณะที่พิธีสืบชะตาแม่น้ำเป็นการขอขมาและแสดงความกตัญญูต่อสายน้ำ รวมถึงการบูชาผู้คุ้มครองตามความเชื่อ เพื่อให้คนในพื้นที่ตระหนักว่าแม่น้ำไม่ใช่เพียงทรัพยากรที่หยิบใช้ได้ไม่จำกัด แต่เป็นสิ่งมีคุณค่าและมีความหมายต่อชีวิตในทุกมิติ เอกสารท้องถิ่นเกี่ยวกับพิธีสืบชะตาในบริบทล้านนาอธิบายบทบาทพิธีกรรมในฐานะการเชื่อมความสัมพันธ์คนกับสายน้ำและสร้างความตระหนักเรื่องการดูแลแหล่งน้ำร่วมกัน
นัยสำคัญของพิธีกรรมทั้งสองจึงไม่ใช่เพียงความศักดิ์สิทธิ์ หากคือการสร้างกติกาทางสังคมแบบนุ่มนวลที่ชุมชนยอมรับด้วยความเชื่อและความผูกพัน เป็นการลดแรงปะทะระหว่างมาตรการบังคับใช้กับชีวิตจริง และทำให้การอนุรักษ์มีเจ้าของร่วมกันอย่างแท้จริง
แม่น้ำเฮียวกับป่าต้นน้ำ เมื่อธรรมชาติคือความมั่นคงของปากท้อง
ในพื้นที่ชนบทจำนวนมาก ป่าต้นน้ำและแม่น้ำไม่ได้หมายถึงความงามเชิงทิวทัศน์เท่านั้น แต่เป็นระบบสนับสนุนชีวิต ตั้งแต่การเกษตร น้ำอุปโภคบริโภค ไปจนถึงการรักษาสมดุลระบบนิเวศ เมื่อป่าถูกทำลาย น้ำย่อมแปรปรวน ทั้งปริมาณและคุณภาพ และสุดท้ายจะย้อนกลับมาที่ต้นทุนครัวเรือน
การจัดพิธีบวชป่าและสืบชะตาแม่น้ำเฮียวจึงเป็นการส่งสัญญาณว่า ชุมชนกำลังลงทุนกับความมั่นคงระยะยาวของตนเอง ผ่านวิธีที่คนส่วนใหญ่เข้าใจร่วมกัน การวางเรื่องนี้ในบริบทสถิติป่าไม้ช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้น โดยข้อมูลกรมป่าไม้ระบุว่าในปี 2564 ประเทศไทยมีพื้นที่ป่ารวม 102,212,434.37 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 31.59 ของพื้นที่ประเทศ ขณะที่จังหวัดเชียงรายมีพื้นที่ป่า 2,845,312.24 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 39.58 ของพื้นที่จังหวัด
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าเชียงรายเป็นจังหวัดที่ยังมีฐานทรัพยากรป่าไม้ในระดับสูงเมื่อเทียบกับหลายพื้นที่ แต่การมีฐานทรัพยากรไม่เท่ากับความปลอดภัย หากไม่มีกลไกชุมชนช่วยดูแลและกำกับพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรร่วมกัน การอนุรักษ์จึงต้องไม่หยุดอยู่แค่โครงการของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องกลายเป็นวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกับป่าและน้ำ
เยาวชนร่วมพิธี ไม่ใช่ผู้ชม แต่เป็นผู้สืบทอดการเฝ้าระวัง
อีกมิติที่ถูกเน้นจากข้อมูลแนบคือการเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งการเข้าร่วมพิธี การรับฟังเรื่องเล่าภูมิปัญญาท้องถิ่น และการถ่ายทอดความรู้จากผู้นำชุมชนและผู้เฒ่าผู้แก่ จุดนี้ทำให้กิจกรรมไม่เป็นเพียงงานประเพณีรายปี แต่เป็นการสร้างคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจคุณค่าของทรัพยากรในพื้นที่จริงของตนเอง
ในทางปฏิบัติ การสร้างเยาวชนให้เห็นความหมายของป่าต้นน้ำและแม่น้ำตั้งแต่วัยเด็ก ช่วยเพิ่มโอกาสให้ชุมชนมีเครือข่ายเฝ้าระวังระยะยาว และทำให้การอนุรักษ์ไม่ขาดตอนเมื่อคนรุ่นผู้รู้ลดลงตามเวลา ที่สำคัญคือเยาวชนไม่ได้ถูกวางบทบาทเป็นเพียงผู้รับฟัง หากถูกชวนให้เป็นแนวร่วม ช่วยสืบต่อการดูแลทรัพยากรซึ่งเป็นสมบัติร่วมของชุมชน
บทบาทของ อบจ. กับการสนับสนุนการอนุรักษ์แบบมีส่วนร่วม
ในภาพรวม บทบาทของ อบจ.เชียงรายจากข้อมูลแนบคือการเข้ามาหนุนเสริมกิจกรรมชุมชนในพื้นที่จริง โดยการมอบหมายผู้บริหารเข้าร่วมและเป็นประธานเปิดงาน ซึ่งมีนัยว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับจังหวัดให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ที่ใช้ชุมชนเป็นศูนย์กลาง และมองพิธีกรรมเป็นหนึ่งในเครื่องมือสร้างการมีส่วนร่วม ไม่ใช่เรื่องไสยศาสตร์หรือพิธีการที่แยกจากการพัฒนา
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การสนับสนุนมีผลจริงในระยะยาว ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรและการพัฒนาชุมชนมักชี้ว่า พิธีกรรมเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ หากไม่ต่อยอดด้วยมาตรการทางสังคมและการจัดการพื้นที่ เช่น กติกาชุมชนเรื่องการใช้ป่า การดูแลต้นน้ำ การลดขยะและของเสียลงลำน้ำ รวมถึงการประสานกับหน่วยงานรัฐด้านป่าไม้และน้ำให้มีระบบติดตามผล สิ่งนี้ไม่ใช่ข้อด้อยของพิธีกรรม แต่เป็นเงื่อนไขของความยั่งยืนในโลกจริงที่ต้องพึ่งทั้งศรัทธาและการบริหารจัดการร่วมกัน
เมื่อปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ได้ไกลตัว พิธีกรรมจึงทำหน้าที่เป็นสะพาน
สารที่งานบวชป่าและสืบชะตาแม่น้ำเฮียวส่งถึงสังคมในวงกว้างคือ ปัญหาทรัพยากรไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยโครงการใหญ่เสมอไป บางครั้งการเริ่มจากความเชื่อร่วมที่คนยอมรับ สามารถเปิดประตูให้เกิดความร่วมมือที่แข็งแรงกว่าเครื่องมือทางกฎหมายในบางสถานการณ์ เพราะศรัทธาเป็นพลังที่ทำให้คนยอมเสียสละเพื่อสิ่งที่มองไม่เห็นทันที
เมื่อมองให้ลึกลงไป พิธีกรรมคือภาษาเดียวกันของชุมชน เป็นเครื่องมือสื่อสารที่ไม่ต้องใช้ศัพท์เทคนิคก็เข้าใจได้ และทำให้คนธรรมดารู้สึกว่าเขามีส่วนรับผิดชอบต่อทรัพยากรที่ใช้ร่วมกัน นี่คือการอนุรักษ์แบบที่ไม่แยกคนออกจากธรรมชาติ แต่เชื่อมให้กลับมาเห็นว่า ทุกหยดน้ำและทุกต้นไม้มีผลต่อความมั่นคงของครอบครัว
สิ่งที่ประชาชนทำได้ทันทีเพื่อรักษาป่าต้นน้ำและสายน้ำของชุมชน
หนึ่ง หลีกเลี่ยงการทิ้งขยะและของเสียลงแหล่งน้ำ และร่วมกันจัดจุดทิ้งขยะที่ไม่ไหลลงลำน้ำ
สอง ร่วมทำกติกาชุมชนเรื่องการใช้พื้นที่ป่า เช่น งดตัดไม้ใหญ่ในพื้นที่ต้นน้ำ และช่วยกันแจ้งเหตุเมื่อพบการบุกรุก
สาม สนับสนุนกิจกรรมเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน ให้มีพื้นที่ทำงานอาสาและกิจกรรมเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง
สี่ ประสานหน่วยงานท้องถิ่นเมื่อพบปัญหาน้ำขุ่น น้ำเสีย หรือการทำกิจกรรมเสี่ยงต่อป่าต้นน้ำ เพื่อให้มีการตรวจสอบและแก้ไขทันเวลา
บทสรุป
งานบวชป่าและสืบชะตาแม่น้ำเฮียวในอำเภอเวียงป่าเป้าเป็นภาพสะท้อนว่า การอนุรักษ์ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากความขัดแย้ง แต่เริ่มจากความเชื่อร่วมและความรักในถิ่นฐานได้ เมื่อ อบจ.เชียงรายเข้ามาหนุนเสริมบทบาทของชุมชน พิธีกรรมจึงกลายเป็นเวทีรวมพลังของคนทุกวัย โดยเฉพาะเยาวชนที่ถูกชวนให้เป็นผู้สืบทอดการดูแลป่าต้นน้ำและสายน้ำ
ในวันที่โลกเผชิญความผันผวนด้านทรัพยากร ความมั่นคงอาจไม่ใช่เพียงเรื่องชายแดนหรือเศรษฐกิจ แต่คือความมั่นคงของน้ำและป่าที่อยู่หน้าบ้าน เมื่อชุมชนลุกขึ้นมาห่มผ้าเหลืองให้ต้นไม้และขอขมาต่อสายน้ำ ความหมายที่แท้จริงจึงไม่ใช่พิธีการ หากคือคำมั่นว่าทรัพยากรธรรมชาติจะถูกส่งต่ออย่างสมศักดิ์ศรีให้คนรุ่นถัดไป
สถิติ
- ประเทศไทยมีพื้นที่ป่ารวม 102,212,434.37 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 31.59 ของพื้นที่ประเทศ ข้อมูลปี 2564
- จังหวัดเชียงรายมีพื้นที่ป่า 2,845,312.24 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 39.58 ของพื้นที่จังหวัด ข้อมูลปี 2564
เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- กรมป่าไม้ ตารางพื้นที่ป่าของประเทศไทย ปี 2516 ถึง 2564 และตารางพื้นที่ป่าแยกรายจังหวัด ปี 2564 ซึ่งระบุพื้นที่ป่ารวมของประเทศ ร้อยละของพื้นที่ประเทศ และพื้นที่ป่าของจังหวัดเชียงราย




















































