Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

พลังบวรในมิติศาสนา เชียงราย บูรณาการพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจ

 

เมื่อวันอังคารที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2567 นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ได้มอบหมายให้นางพรทิวา ขันธมาลา ผู้อำนวยการกลุ่มยุทธศาสตร์และเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม และนางวนิดาพร ธิวงค์ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม พร้อมด้วยข้าราชการสังกัดสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ลงพื้นที่ตรวจติดตามและประเมินผลการดำเนินโครงการพลังบวรในมิติศาสนา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ วัดแม่คำสบเปิน ต.แม่คำ อ.แม่จัน, วัดห้วยน้ำขุ่น ต.แม่ฟ้าหลวง อ.แม่ฟ้าหลวง, และวัดบ้านจ้อง ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย

โครงการพลังบวรในมิติศาสนาเน้นการบูรณาการร่วมกันระหว่างบ้าน วัด โรงเรียน และหน่วยงานราชการ เพื่อส่งเสริมให้วัดและศาสนสถานร่วมมือกับชุมชนในพื้นที่ในการจัดกิจกรรมทางศาสนา และส่งเสริมการเรียนรู้หลักธรรมทางศาสนา โดยมุ่งเน้นการบ่มเพาะคุณธรรมจริยธรรมตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสืบสานประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงาม นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อเสริมสร้างอาชีพและรายได้แก่คนในชุมชน

การประเมินผลชุมชนคุณธรรมพลังบวรในครั้งนี้ ได้ดำเนินการตามเกณฑ์ 9 ขั้นตอนที่กรมการศาสนากำหนด โดยมีการตรวจสอบผลการดำเนินงานในหลายด้าน เช่น การจัดกิจกรรมทางศาสนา การส่งเสริมการเรียนรู้ในชุมชน และการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ นอกจากนี้ยังได้มีการวางแผนและแนวทางการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เพื่อพัฒนาต่อยอดโครงการให้มีความยั่งยืนและสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรม

หนึ่งในจุดสำคัญของการตรวจติดตามครั้งนี้คือการเยี่ยมชมชุมชนคุณธรรมวัดบ้านจ้อง ต.โป่งผา อ.แม่สาย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับการส่งเสริมการพัฒนาต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมและนวัตกรรมทางภูมิปัญญาเพื่อเสริมสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่คนในชุมชน ภายใต้โครงการ One Family One Soft Power (OFOS) ชุมชนนี้ได้รับการยอมรับในด้านการผลิตพระพุทธรูปหินหยกแกะสลัก และเครื่องรางจากหินหยก ซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ

ในโอกาสนี้ คณะตรวจติดตามยังได้ประเมินผลและเตรียมความพร้อมในการเข้าร่วมกิจกรรมพลังบวรสร้างเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 16 กันยายน 2567 ณ อาคารหอศิลป์แห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร งานนี้จะเป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอผลงานและผลิตภัณฑ์ของชุมชนจากทั่วประเทศ ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้โครงการพลังบวร ซึ่งจะช่วยสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการอนุรักษ์วัฒนธรรม

โครงการพลังบวรในมิติศาสนานี้ ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการพัฒนาชุมชน และการส่งเสริมศาสนาให้มีบทบาทสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน การที่วัดและชุมชนสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างกลมกลืนไม่เพียงแต่จะช่วยเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรมในสังคม แต่ยังช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจในระดับชุมชนให้เจริญก้าวหน้าอีกด้วย

การตรวจติดตามและประเมินผลโครงการในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการเสริมสร้างและสนับสนุนการดำเนินงานของวัดและชุมชนในจังหวัดเชียงราย ให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไปในอนาคต

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

ตักบาตรพระขี่ม้า อ.แม่จัน หิ้วตะกร้าศรัทธาอิ่มบุญ อุดหนุนชุมชน

 

เมื่อวันเสาร์ที่ 31 สิงหาคม 2567 ณ วัดถ้ำป่าอาชาทอง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ได้มีการจัดพิธีเปิดและดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการเข้าวัดปฏิบัติธรรมวันธรรมสวนะ ภายใต้แนวคิด “ครอบครัวหิ้วตะกร้า ศรัทธาอิ่มบุญ อุดหนุนชุมชน” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยมีพระราชวชิรคณี เจ้าคณะจังหวัดเชียงราย เจ้าอาวาสวัดพระธาตุผาเงา เป็นประธานในพิธีฝ่ายสงฆ์ และนายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานในพิธีฝ่ายฆราวาส

โครงการนี้จัดขึ้นโดยกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับวัดป่ายาง วัดถ้ำป่าอาชาทอง และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายผลต่อยอดโครงการในส่วนภูมิภาค และเป็นต้นแบบในการจัดกิจกรรมฯ โดยมีเป้าหมายในการสร้างกระแสการพาครอบครัวหิ้วตะกร้าเข้าวัดทำบุญ ตักบาตร และอุดหนุนผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งเป็นการส่งเสริม Soft Power ทางวัฒนธรรม และเสริมสร้างมูลค่าเพิ่มทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจ

ในพิธีเปิดกิจกรรม นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา ได้เป็นประธานในการตักบาตรพระขี่ม้า นำโดยพระครูบาเหนือชัย โฆสิโต เจ้าอาวาสวัดถ้ำป่าอาชาทอง ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สำคัญของงาน หลังจากนั้น ได้มีพิธีถวายเครื่องสักการะแด่พระราชวชิรคณี เจ้าคณะจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยการถวายเครื่องไทยธรรมและภัตตาหารแด่พระสงฆ์ที่เข้าร่วมงาน

กิจกรรมจิตอาสาถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของงาน โดยนายชัยพล สุขเอี่ยม ได้เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสา ซึ่งเป็นการถวายความเคารพและถวายดอกไม้ธูปเทียนแพ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อเฉลิมพระเกียรติในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2567

นอกจากพิธีทางศาสนาแล้ว กิจกรรมในงานยังประกอบด้วยการปลูกต้นไม้มงคลเพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ บริเวณวัดถ้ำป่าอาชาทอง และการจัดตลาดวัฒนธรรมซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับการอุดหนุนผลิตภัณฑ์ชุมชน นอกจากนี้ ยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรม การสาธิตแม่ไม้มวยไทย และการสาธิตการตีดาบกลองสะบัดชัย ซึ่งสร้างความสนใจและความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก

ในโอกาสนี้ นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่จากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ได้เข้าร่วมงานและร่วมดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงการอำนวยความสะดวกแก่คณะสงฆ์ ผู้บริหารกรมการศาสนา และผู้บริหารจังหวัดเชียงราย ที่ได้มาร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ วัด และชุมชน ในการส่งเสริมและสืบสานวัฒนธรรมไทย การจัดกิจกรรมเช่นนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเฉลิมฉลองในโอกาสมหามงคล แต่ยังเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน และเป็นต้นแบบในการพัฒนากิจกรรมทางวัฒนธรรมในภูมิภาคอื่น ๆ ของประเทศไทยต่อไปในอนาคต

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สนง.วัฒนธรรม เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

‘พิสันต์’ ลงพื้นที่ชุมชนวัดห้วยปลากั้ง 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ

 

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2567 เวลา 15.30 น. นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยข้าราชการและบุคลากรสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ได้เดินทางลงพื้นที่ชุมชนวัดห้วยปลากั้ง ในอำเภอเมืองเชียงราย เพื่อติดตามและประเมินผลการดำเนินงานโครงการส่งเสริมกิจกรรม “1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ที่ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2567 และหารือเกี่ยวกับการวางแผนการดำเนินงานโครงการ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 – 2568 โดยชุมชนวัดห้วยปลากั้งได้รับการคัดเลือกเป็น 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปี พ.ศ. 2567 ซึ่งได้รับคำแนะนำจากพระไพศาลประชาทร วิ. (พบโชค ติสฺสวํโส) ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดเชียงรายและเจ้าอาวาสวัดห้วยปลากั้ง เพื่อเป็นแนวทางในการปรับใช้กับการดำเนินงานอื่นๆ ต่อไป

โครงการ “1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์” ที่วัดห้วยปลากั้งได้รับการตอบรับอย่างดีจากชุมชน โดยมีกิจกรรมที่ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมท้องถิ่น และเปิดโอกาสให้ผู้คนในชุมชนได้แสดงความสามารถด้านต่างๆ ซึ่งส่งผลดีต่อการสร้างความสามัคคีและการรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่น

ในส่วนของโครงการ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” นายพิสันต์ ได้นำเสนอว่า ชุมชนวัดห้วยปลากั้งมีศักยภาพในการเป็นต้นแบบของชุมชนที่ใช้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมในการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับชาวบ้าน โดยการดำเนินโครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมของชุมชนเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้ชุมชนมีรายได้จากการท่องเที่ยวชุมชนอีกด้วย

การจัดกิจกรรมต่างๆ ในชุมชนวัดห้วยปลากั้งเป็นตัวอย่างที่ดีของการใช้วัฒนธรรมเป็นเครื่องมือในการพัฒนาชุมชน ทั้งนี้ กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างความบันเทิงให้กับชาวบ้านเท่านั้น แต่ยังเป็นการศึกษาและการเรียนรู้ที่สามารถนำไปสู่การพัฒนาชุมชนให้ยั่งยืนได้อีกด้วย

การเดินทางมาของคณะนายพิสันต์จึงไม่เพียงแต่เป็นการติดตามผลงานเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความร่วมมือและเสริมสร้างความเข้าใจระหว่างหน่วยงานราชการกับชุมชน ส่งเสริมให้เกิดการทำงานร่วมกันในหลากหลายมิติ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของชุมชนต่อไป

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE FEATURED NEWS

CEA หนุนศักยภาพเชียงราย ‘เมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ’ ยูเนสโก

 

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน)หรือ CEA ในฐานะหน่วยงานร่วมขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์ เชียงราย ภายใต้เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network: UCCN) ร่วมเปิดงาน “Chiang Rai Sustainable Design Week 2024” หรือ “เทศกาลเชียงรายเมืองออกแบบเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน 2567” ซึ่งจัดเป็นครั้งที่ 3 ภายใต้แนวคิด “Chiang Rai Creature” หรือ “สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าเมือง” ระหว่างวันที่ 9 – 15 สิงหาคม 2567 ณ อาคาร OTOP ศาลากลางจังหวัดเชียงรายหลังแรก โดยมีนายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดงาน ร่วมด้วย นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย และ ดร. อรรชกา สีบุญเรือง ประธานกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ร่วมเปิดงานเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2567 มุ่งชูศักยภาพของเชียงรายในการเป็น ‘เมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ’ ที่โดดเด่นในฐานะหนึ่งในเครือข่ายสมาชิกเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก (UCCN, Chiang Rai City of Design) พร้อมตอกย้ำการพัฒนาเชียงรายให้เป็นเมืองที่ใช้ ‘ความคิดสร้างสรรค์’ และ ‘การออกแบบ’ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของเมืองเชียงราย

นอกจากนี้ CEA ยังได้เป็นประธานเปิดงานกิจกรรม “สล่ากาแฟ” หรือ “Chiang Rai Specialty Coffee Showcase” และ “ธุลีกาศ” หรือ “SMOG” โดยมี ดร. ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวเปิดงาน ทั้ง 2 กิจกรรมมุ่งเน้นการส่งเสริมสินทรัพย์ในพื้นที่ของจังหวัด และทดสอบแนวคิดการใช้งานออกแบบเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในเชียงราย  โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง CEA กับนักสร้างสรรค์ จาก 69 องศา ภาคีเครือข่ายธุรกิจกาแฟของเชียงราย และ FabCafe Bangkok  

ดร. อรรชกา สีบุญเรือง ประธานกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวว่าสำหรับ CEA ซึ่งเป็นหน่วยงานกลางที่สนับสนุนและส่งเสริมเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโกทุกเมืองในประเทศไทย การพัฒนา ‘เมืองสร้างสรรค์’ เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของ CEA โดย ‘เชียงราย’ ได้รับการประกาศเป็นสมาชิกเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโกด้านการออกแบบในปี 2566 นับเป็นการเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ ๆ ให้กับเชียงรายในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม CEA จึงมุ่งมั่นที่จะใช้องค์ความรู้และเครือข่ายในการส่งเสริมเชียงรายให้เป็นต้นแบบเมืองสร้างสรรค์ระดับสากล และเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศให้เติบโตและพัฒนาอย่างยั่งยืน

“CEA เล็งเห็นโอกาสและศักยภาพของเชียงรายในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านการออกแบบของเชียงราย โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างระบบนิเวศทางความคิดสร้างสรรค์ที่เข้มแข็ง ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างนักออกแบบท้องถิ่น และประยุกต์ใช้การออกแบบเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ การร่วมผลักดันเมืองเชียงรายในฐานะเครือข่ายสมาชิกเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโกนี้ จะช่วยเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ และยกระดับภาพลักษณ์ของเชียงรายให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล” 

CEA ร่วมจัดกิจกรรมภายใต้ “Chiang Rai Sustainable Design Week 2024”

“Chiang Rai Sustainable Design Week 2024” หรือ “เทศกาลเชียงรายเมืองออกแบบเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน 2567” จะเป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพของเชียงรายในฐานะเมืองสร้างสรรค์ รวมถึงมอบโอกาสให้นักสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการ เครือข่ายชุมชน สถาบันการศึกษา และหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจากเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียง ได้พบปะ แลกเปลี่ยนไอเดีย มุมมอง และประสบการณ์ พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้แก่คนรุ่นใหม่ ด้วยการสร้างโอกาสในเรียนรู้และทดลองผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบ เพื่อออกแบบและพัฒนาเมืองเชียงรายไปด้วยกัน

เทศกาลฯ เป็นความร่วมมือระหว่าง CEA ร่วมกับสำนักงานจังหวัดเชียงราย สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เทศบาลเมืองเชียงราย มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง นักสร้างสรรค์ และหน่วยงานเครือข่ายภาคเอกชนในจังหวัดเชียงราย ทั้งนี้ CEA ได้นำร่องจัด 3 กิจกรรมภายใต้เทศกาลฯ โดยร่วมกับพันธมิตรอย่าง FabCafe ฺBangkok, 69 องศา และ MAYDAY! จัดงานที่ส่งเสริมการใช้ความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบเพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนในพื้นที่ มุ่งผลักดันเชียงรายใน 3 มิติ ให้เป็นทั้งเมืองน่าอยู่ น่าลงทุน และน่าท่องเที่ยว ได้แก่

  1. เมืองน่าอยู่ –SMOG I ธุลีกาศ โดยร่วมกับ FabCafe Bangkok กิจกรรมเสวนา โชว์เคสและเวิร์กช็อปที่จะมานำเสนอแนวทางเปลี่ยนขยะที่เกิดจากกิจกรรมทางการเกษตร ให้กลายเป็นสินทรัพย์ ผลิตภัณฑ์ หรือบริการที่สร้างความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ให้กับนักสร้างสรรค์ ซึ่งนอกจากจะสร้างมูลค่าแล้ว ยังช่วยลดปัญหาฝุ่นและไฟป่าซึ่งพบบ่อยในเชียงราย ทั้งยังส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
  2. เมืองน่าลงทุน –Chiang Rai Specialty Coffee Showcase I สล่ากาแฟ โดยร่วมกับ 69 องศา และเครือข่ายธุรกิจกาแฟ กิจกรรมเสวนาและเวิร์กช็อปที่เชิญชวน Coffee Lover มาเพิ่มทักษะด้าน “กาแฟ” สินทรัพย์ที่โดดเด่นของเชียงราย พร้อมส่งเสริมกาแฟให้เป็นสินค้าเกษตรมูลค่าสูง โดยเฉพาะกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) ของเชียงราย ให้ทั้งรสชาติดีและมีคุณภาพ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กาแฟของไทย 
  3. เมืองน่าเที่ยว –Chiang Rai MOVE I วน “เวียง” เจียงฮาย โดยร่วมกับ MAYDAY!  และองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เทศบาลเมืองเชียงราย และสถาบันการศึกษาในจังหวัดเชียงราย EV Bus Chiang Rai และบัสซิ่ง ทรานสิท กับ Go Go Bus นำเสนอเส้นทางเดินรถทั้งหมด 2 สาย โดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) ร่วมกันสร้างแนวคิดการออกแบบขนส่งสาธารณะ ที่ครอบคลุมพื้นที่และเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะที่มีอยู่เดิม เพื่อให้คนเจียงฮายเดินทางได้สะดวกสบายและสนุกยิ่งขึ้น ผู้ที่สนใจสามารถทดลองใช้งาน Go Go Bus ได้ฟรีตลอดเทศกาลฯ

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมหลากหลายที่สะท้อนถึงการมีส่วนร่วมของชุมชน และศักยภาพของคนในพื้นที่ในการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ได้แก่ การจัดแสดงนิทรรศการและโชว์เคสจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถานศึกษา และผู้ประกอบการ การสัมมนาทางวิชาการด้านการออกแบบสร้างสรรค์ รวมถึงตลาด Design Market ที่รวบรวมสินค้าดีไซน์และแบรนด์ที่สะท้อนศักยภาพพื้นถิ่นอย่างสร้างสรรค์ ตอบสนองการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น เครื่องแต่งกาย ไลฟ์สไตล์ ของแต่งบ้าน อาหารสร้างสรรค์ Green Market & Local Spa และกิจกรรมเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ต่าง ๆ เช่น เวิร์กช็อป เสวนา ดนตรีและการแสดง และกิจกรรมเดินแบบแฟชั่นผ้าไทย ผ้าพื้นถิ่น ในแนวคิดเชียงรายสร้างสรรค์ ณ ลานธรรม ลานศิลป์ ถิ่นพญามังราย

CEA เชื่อมั่นว่าเทศกาลฯ จะจุดประกายไอเดียใหม่ ๆ เปิดโอกาสให้นักสร้างสรรค์ได้นำเสนอผลงานที่ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้นผ่านการออกแบบ นับเป็นการส่งเสริมศักยภาพของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ สร้างเครือข่ายพันธมิตรด้านการออกแบบ รวมถึงสร้างสรรค์องค์ความรู้ สนับสนุนและพัฒนาศักยภาพของผู้คนและธุรกิจในย่าน เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนใหม่ ในการส่งเสริมและผลักดันเชียงราย ให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก ด้านการออกแบบอย่างยั่งยืน และมาร่วมขับเคลื่อน ‘สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าเมือง’ ผ่าน ‘การออกแบบ’ และ ‘ความคิดสร้างสรรค์’ ในเมืองที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์อย่างเชียงราย ให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ที่น่าอยู่ น่าลงทุน น่าท่องเที่ยว และเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งหมดนี้ยังเป็นการตอกย้ำบทบาทของ CEA ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อไป” ดร. อรรชกา กล่าวทิ้งท้าย

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน): สศส. หรือ Creative Economy Agency (Public Organization): CEA จัดตั้งขึ้นเมื่อ 14 สิงหาคม 2561 โดยการยกระดับ TCDC ขึ้นเป็นองค์การมหาชนในกำกับดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อให้เป็นพลังขับเคลื่อนไปสู่เศรษฐกิจที่สมดุลและยั่งยืนในระยะยาว หนึ่งในภารกิจที่สำคัญของ CEA คือการสร้างย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นจริง โดยการส่งเสริมและพัฒนาพื้นที่ที่เอื้อต่อบรรยากาศสร้างสรรค์และการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ ตลอดจนมีความตั้งใจที่จะเชื่อมโยงสู่ชุมชนโดยรอบให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น CEA ยังทำหน้าที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้เติบโต จากการพัฒนาศักยภาพและเชื่อมโยงเครือข่าย เพื่อให้ใช้ความคิดสร้างสรรค์เป็นเครื่องมือยกระดับธุรกิจและคุณภาพชีวิตของคนไทย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ Creative Economy Agency (Public Organization)

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Chiang Rai Sustainable Design Week 

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

ดึงพลังคนรุ่นใหม่ เทศกาลออกแบบ ของคนเชียงรายสร้างสรรค์ ครั้งที่ 3

 

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2567 ที่ลานธรรม ลานศิลป์ ถิ่นพญามังราย ศาลากลางหลังแรก จังหวัดเชียงราย นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดงานเทศกาลออกแบบของคนเชียงรายสร้างสรรค์ (Chiangrai Sustainable Design Week 2024) ครั้งที่ 3 “Chiangrai Creature” สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าเมือง โดยมีนางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อมวลชน และประชาชน เข้าร่วมแสดงความยินดีในการจัดงานในครั้งนี้

เทศกาลออกแบบของคนเชียงรายสร้างสรรค์ (Chiangrai Sustainable Design Week 2024) ครั้งที่ 3 เป็นความร่วมมือระหว่างจังหวัดเชียงราย สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เทศบาลนครเชียงราย รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ภายใต้แนวคิด Chiangrai Creature สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าเมือง แนวคิดเมืองมีชีวิต สรรพสิ่งมีชีวิต สะท้อนแนวคิดเมืองสร้างสรรค์เชียงรายที่สมดุล ใน 4 มิติ ที่มีความสัมพันธ์กัน ได้แก่ มิติที่ 1 คนรุ่นใหม่ คือศูนย์กลางแห่งการแลกเปลี่ยนและพัฒนากระบวนทัศน์ทางความคิด และความคิดสร้างสร้างสรรค์ ผลักดันโอกาสทางเศรษฐกิจการลงทุน และสังคมและวัฒนธรรมของเชียงราย มิติที่ 2 การก่อให้เกิดความยั่งยืนผ่านกระบวนทางความคิดและความคิดสร้างสรรค์ผสานกับการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีที่เป็นรากฐานสำคัญในกระบวนการแห่งการพัฒนาเมือง มิติที่ 3 ความหลากหลายทางพหุวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์เป็นแก่นทางสังคมและวัฒนธรรมที่ฝังรากลึกและปลุกความมีชีวิตของเมืองเชียงราย และมิติที่ 4 การมีส่วนร่วมของชุมชนร่วมออกแบบเมืองเชียงรายให้เมืองแห่งนี้เป็นเมืองที่มีคุณภาพชีวิต

นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จังหวัดเชียงรายเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบของ UNESCO (UCCN) ในฐานะที่มีเป็นเมืองน่าอยู่ เมืองน่าลงทุน และเมืองน่าเที่ยวสนุกสนาน พร้อมเปิดความรู้และประสบการณ์จาก 3 กิจกรรมหลักสอดคล้องเมืองน่าอยู่กับกิจกรรม SMOG ธุลีกาศสร้างสรรค์วัสดุเหลือใช้จากการเกษตรที่ก่อให้เกิดไฟป่าและมลภาวะ PM 2.5 ให้เป็นสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ทั้งเฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ เป็นต้น ซึ่งเป็นการตระหนักและสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นกับเมืองเชียงราย โดยเฉพาะกิจกรรมสล่ากาแฟ ที่สะท้อนกระบวนการของความคิดสร้างสรรค์ ความประณีต และความใส่ใจในทุกรายละเอียดของกระบวนการผลิตกาแฟ เพื่อให้ได้ผลผลิตและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และมีความพิเศษ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันและมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และสังคมและวัฒนธรรมของเมืองเชียงราย 

ทั้งนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมวน “เวียง” เจียงฮาย ที่ถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) ตอกย้ำความเข้มแข็งและการให้ความสำคัญกับการศึกษาในรูปแบบต่างๆ การฉายภาพ Projection Mapping สื่อความหมายปัจจุบันและอนาคตที่ทุกภาคส่วนของจังหวัดเชียงรายได้ร่วมกันออกแบบ กิจกรรม exhibition & showcase บูทนิทรรศการจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถานศึกษา และผู้ประกอบการ การสัมมนาทางวิชาการด้านการออกแบบสร้างสรรค์ กิจกรรม Learning & sharing กิจกรรม workshop ตลาดนัดนักออกแบบ Design market การขายสินค้าที่สะท้อนศักยภาพพื้นถิ่นด้วยความคิดสร้างสรรค์ และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งงานจัดระหว่างวันที่ 9 – 15 สิงหาคม 2567 ณ ลานธรรม ลานศิลป์ ถิ่นพญามังราย ศาลากลางหลังแรก จังหวัดเชียงราย ตั้งแต่เวลา 13.00 – 21.00 น.

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

“1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์” ยกระดับวัฒนธรรมท้องถิ่น อ.เวียงชัย

 

เมื่อวันอังคารที่ 6 สิงหาคม 2567 ณ ชุมชนวัดพนาลัยเกษม อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงรายได้ร่วมกับที่ว่าการอำเภอเวียงชัย เทศบาลตำบลเวียงเหนือ และชุมชนวัดพนาลัยเกษม จัดโครงการส่งเสริมกิจกรรม “1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย Soft Power และ 1 Family 1 Soft Power ของรัฐบาล โดยมุ่งเน้นการนำวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์มาใช้ในการยกระดับคุณค่าศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น

การเปิดงานได้รับเกียรติจากนายบดินทร์ เทียมภักดี นายอำเภอเวียงชัยเป็นประธานในการกล่าวเปิดโครงการ พร้อมด้วยพระครูพิธานพิพัฒนคุณ รักษาการเจ้าคณะอำเภอเวียงชัย เจ้าอาวาสวัดพนาลัยเกษม, พระครูวิมลศิลปกิจ รองเจ้าคณะอำเภอเวียงชัย, และพระครูโบราณบุรานุรักษ์ เจ้าคณะตำบลเวียงเหนือ ที่มาร่วมพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ โดยนายบุญส่ง ศรีสายัณห์ ประธานสภาวัฒนธรรมตำบลเวียงเหนือได้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์และความสำคัญของกิจกรรม

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย:

  • การแสดงทางศิลปวัฒนธรรม: ฟ้อนข้าวตอก, ฟ้อนก๋ายลาย, ฟ้อนสาวเจียงฮาย และการแสดงอื่นๆ ที่สะท้อนถึงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น
  • การสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่น: การทำขนมจ็อก (ขนมเทียน), การจักสานเครื่องสูง, การทำบายศรีและงานใบตอง
  • การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมไทย (CPOT): ผ้าทอชาติพันธุ์ร่วมสมัย, ผ้าทอล้านนา และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่สะท้อนถึงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น
  • อาหารและสินค้าชุมชน: ข้าวจี่, น้ำสมุนไพร และสินค้าท้องถิ่นอื่นๆ ที่มีความหลากหลายและเป็นเอกลักษณ์ของชุมชน

งานนี้มีการเข้าร่วมจากกลุ่มคนหลากหลายทั้งจากภาครัฐและชุมชน เช่น ดร.สันติ์ ศรียา นายกเทศมนตรีตำบลเวียงเหนือ, นายธวัชชัย สิทธิยศ กำนันตำบลเวียงเหนือ, คณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนเทศบาลตำบลเวียงเหนือ (ค่ายเจริญ), โรงเรียนเวียงชัยพิทยา และวิทยาลัยผู้สูงอายุตำบลเวียงเหนือ รวมถึงประชาชนทั่วไป ประมาณ 200 คน

โครงการ “1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์” มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างแหล่งถ่ายทอดองค์ความรู้ และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นให้แก่เด็ก เยาวชน ประชาชน และนักท่องเที่ยว โดยการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์นี้จะช่วยสร้างความภาคภูมิใจและตระหนักในคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม มรดกภูมิปัญญาท้องถิ่น และยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนผ่านกิจกรรมที่สร้างสรรค์และมีความหมาย

การจัดงานนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการส่งเสริมวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ให้เกิดผลกระทบที่ยั่งยืนในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สนง.วัฒนธรรม เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

‘พิสันต์’ ถ่ายทอดฟื้นฟูเชียงราย งานมหกรรมดนตรีพื้นบ้าน

 

เมื่อวันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงรายได้จัดงานมหกรรมดนตรีพื้นบ้านจังหวัดเชียงรายภายใต้โครงการบูรณาการการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัด โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 4 สิงหาคม 2567 เวลา 11.00 – 20.00 น. ณ ลานกาสะลอง ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย กิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดและฟื้นฟูอัตลักษณ์ดนตรีท้องถิ่นภาคเหนือของจังหวัดเชียงรายตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ซึ่งประกอบด้วยเชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน

งานนี้ได้รับเกียรติจากนายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดงาน พร้อมมอบรางวัลให้แก่ทีมที่ชนะการประกวดตีกลองสะบัดชัย นางพรทิวา ขันธมาลา ผู้อำนวยการกลุ่มยุทธศาสตร์และเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม กล่าวรายงานเกี่ยวกับความสำคัญของกิจกรรมนี้

ภายในงานมีการจัดกิจกรรมหลากหลาย เช่น การประกวดตีกลองสะบัดชัยสำหรับเด็กและเยาวชนอายุไม่เกิน 25 ปี ซึ่งมีทีมที่ผ่านการคัดเลือกเข้ามาแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศจำนวน 5 ทีม การจัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับดนตรีพื้นบ้านล้านนา ได้แก่ สะล้อ ซอ ซึง ปี่พาทย์ล้านนา และกลองสะบัดชัย การแสดงดนตรีและการแสดงทางศิลปวัฒนธรรม การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมและเครื่องดนตรีพื้นบ้านล้านนา และกิจกรรมกาดหมั้วคัวเมือง

การฟื้นฟูอัตลักษณ์ดนตรีท้องถิ่น

การจัดงานมหกรรมดนตรีพื้นบ้านจังหวัดเชียงรายในครั้งนี้มีความสำคัญในการฟื้นฟูและรักษาอัตลักษณ์ดนตรีท้องถิ่นภาคเหนือ ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมและอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมที่มีค่าของพื้นที่ งานนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจในดนตรีพื้นบ้านของเยาวชนและประชาชนทั่วไป แต่ยังเป็นการสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น

การสร้างมูลค่าเพิ่มในอนาคต

การฟื้นฟูและรักษาอัตลักษณ์ดนตรีท้องถิ่นไม่เพียงแต่ช่วยรักษามรดกทางวัฒนธรรม แต่ยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในอนาคตได้หลายทาง การสร้างความรู้ความเข้าใจและความชื่นชอบในดนตรีพื้นบ้านสามารถกระตุ้นการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ซึ่งจะมีผลดีต่อเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงราย นอกจากนี้ การเปิดโอกาสให้เยาวชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมนี้ยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้สนใจเรียนรู้และพัฒนาทักษะด้านดนตรีพื้นบ้าน

การจัดนิทรรศการและกิจกรรมต่างๆ ภายในงานยังเป็นการสร้างโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมและเครื่องดนตรีพื้นบ้านล้านนาให้ได้รับความนิยมและมีตลาดที่กว้างขวางมากขึ้น การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมและเครื่องดนตรียังสามารถเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญให้กับชุมชนท้องถิ่น

การจัดกิจกรรมนี้จึงเป็นการส่งเสริมให้ดนตรีพื้นบ้านเชียงรายยังคงอยู่และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่นในอนาคตได้อย่างยั่งยืน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

‘สุดาวรรณ’ เยือนชุมชนปกาเกอะญอ จัดพื้นที่คุ้มครองวีถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์

 
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2567 นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยได้เดินทางไปติดตามการดำเนินงานตามแนวนโยบายในการฟื้นฟูวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ชาวกะเหรี่ยง ณ ชุมชนปกาเกอะญอ บ้านห้วยหินลาดใน อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย โดยเยี่ยมชมและร่วมหารือกับชุมชนถึงแนวคิดการจัดการพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ของชุมชน เป็นต้นแบบให้กับชุมชน ชาติพันธุ์ในหลายพื้นที่
 
ในโอกาสนี้ นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวภายหลังเยี่ยมชมการบริหารจัดการพื้นที่ชุมชนว่า “รู้สึกยินดีมาก ที่ได้มาเห็นรูปธรรมความสำเร็จของชุมชนพี่น้องปกาเกอะญอ บ้านห้วยหินลาดใน ซึ่งเป็นชุมชนที่ได้รับการประกาศให้เป็นพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ตามมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553 ตามที่กระทรวงวัฒนธรรมเสนอ เพราะได้เห็นถึงแนวทางการจัดการที่ดีของชุมชน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของชุมชนชาติพันธุ์ที่สามารถพึ่งตนเองได้บนฐานทุนทางวัฒนธรรม ที่สำคัญ คือ การกำหนดเขตพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ เป็นแนวทางที่นอกจากจะทำให้ชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์มีคุณภาพชีวิตดีขึ้นแล้ว ยังทำให้ลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างชุมชนกับเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ และเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาติพันธุ์ด้วยมิติวัฒนธรรม ทำให้ชุมชนมีความมั่นคงในชีวิต สามารถทำธุรกิจและสร้างรายได้ได้อย่างยั่งยืนไปพร้อมๆ กับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล จึงเห็นว่านี่เป็นรูปธรรมของการใช้พลังทางวัฒนธรรม หรือ Soft Power เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาความเดือนร้อนของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์”
 
นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล กล่าวด้วยว่า “รัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน มีนโยบายที่ชัดเจนที่จะดูแลพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ให้มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีงาน มีรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยได้เสนอร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. …. ให้เป็นกฎหมายที่จะคุ้มครองสิทธิและส่งเสริมศักยภาพของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ทุกกลุ่มในประเทศไทยอย่างเสมอภาคกัน ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างกระบวนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว เชื่อว่าเมื่อกฎหมายนี้ประกาศใช้แล้วจะเป็นหลักประกันให้ชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์มีความมั่นคงในชีวิต สามารถประกอบอาชีพเพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืน ดำรงอยู่อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี มากไปกว่านั้น คือ เป็นประโยชน์กับประเทศที่เราจะได้โอบรับความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์ไว้เป็นทุนทางวัฒนธรรมของชาติ ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ เพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนด้วยทุนทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ และทุนวัฒนธรรมที่หลากหลาย”
 
“ประโยชน์กับพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ทุกกลุ่มในประเทศไทย และการที่ได้มีโอกาสมาเยี่ยมเยือนชุมชนพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ บ้านห้วยหินลานใน ในวันนี้ นอกจากได้เห็นและให้กำลังใจพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์แล้ว ยังเป็นโอกาสที่จะได้มาบอกกล่าวกับพี่น้องให้ได้ร่วมยินดีที่ในอีกเร็ววันนี้ที่เราจะมีกฎหมายคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ฉบับแรกของประเทศไทย” นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล กล่าวปิดท้าย
 
บ้านห้วยหินลาดใน เป็นชุมชนปกาเกอะญอ ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ต.บ้านโป่ง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ชาวบ้านห้วยหินลาดในอยู่ที่นี่มานานกว่า 150 ปี ได้รับการประกาศเป็นพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ นำร่อง 1 ใน 4 พื้นที่ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2553 เรื่อง แนวนโยบายในการฟื้นฟูวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ชาวกะเหรี่ยง โดยชาวบ้านได้จัดทำข้อตกลงในการดูแลป่าชุมชนบนฐานวัฒนธรรมและข้อห้ามตามประเพณี ทำให้ชุนชนที่มีจำนวนชาวบ้านเพียงกว่าร้อยชีวิต สามารถรักษาผืนป่ากว่า 10,000 ไร่เอาไว้อย่างสมบูรณ์
 
นอกจากนี้ชุมชนยังประสบความสำเร็จในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนโดยเฉพาะกาแฟ ชา และน้ำผึ้ง สร้างรายได้ให้กับชุมชนจำนวนมาก การจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนของชุมชนบ้านห้วยหินลานในได้รับการยอมรับจากในประเทศและต่างประเทศ โดยได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว เมื่อปี 2548 และได้รับรางวัลชุมชนต้นแบบการจัดการทรัพยากรบนฐานวัฒนธรรมของชุมชนที่ประเทศมาเลเซียเมื่อปี 2566 ที่ผ่านมาอีกด้วย
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

Chiang Rai Sustainable Design Week ครั้งที่ 3 เชียงรายเมืองออกแบบเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

 

เมื่อวันที่  30 กรกฎาคม 67 ที่โรงแรมแสนโฮเทล อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย ดร.ปรีชา อนุรักษ์ รองนายกเทศมนตรีนครเชียงราย รศ.ดร.พลวัฒ ประพัฒน์ทอง ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน้ำโขง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง คุณอิ่มหทัย กันจินะ ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาธุรกิจ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA เชียงใหม่ และอาจารย์สุขสันติ์ ชื่นอารมย์ หัวหน้าวิจัยนวัตกรรมสิ่งแวดล้อมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ร่วมกันแถลงข่าวการจัดกิจกรรมเชิงการตลาด เทศกาลเชียงรายเมืองออกแบบเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Chiang Rai Sustainable Design Week) ครั้งที่ 3 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ มุ่งเน้นเยาวชนคนรุ่นใหม่ความยั่งยืน พหุวัฒนธรรมและการมีส่วนร่วมของชุมชน กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-15 สิงหาคม 2567 นี้ ณ ลานศิล ลานธรรม ถิ่นพญามังราย (ศาลากลางหลังเก่า) อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ได้ร่วมกับ อบจ.เชียงราย เทศาบาลนครเชียงราย มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และภาคประชาชน ที่ได้เล็งเห็นความสำคัญของการจัดงาน โดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย ในฐานะเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบขององค์การยูเนสโก ประจำปี 2566 


     นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า การจัดกิจกรรมดังกล่าว เป็นการส่งเสริม สนับสนุนนักออกแบบ นักสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ที่มีวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน ให้มีพื้นที่ในการนำเสนอความคิดสร้างสรรค์ จำหน่ายสินค้า และทดลองตลาดผ่านกิจกรรม สร้างและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ขยายผลในระดับชาติเชื่อมโยงระดับนานาชาติ ระหว่างเครือข่ายการออกแบบเพื่อความยั่งยืน ให้มีศักยภาพในการปรับตัวเพื่อสามารถสร้างโอกาสเติบโตอย่างมีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของจังหวัดเชียงราย สู่ความเชื่อมโยงกับเครือข่ายนานาชาติ เพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยในปีนี้การจัดกิจกรรมเชิงการตลาด Chiang Rai Sustainable Design Week ภายใต้แนวคิด “Chiangrai Creature” สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าเมือง แนวคิดเมืองมีชีวิต สรรพสิ่งมีชีวิต ตรงกับแนวคิดเมืองสร้างสรรค์เชียงราย


     สำหรับภายในงานจัดให้มีการแสดงผลงานสร้างสรรค์ของนักออกแบบ หน่วยงาน องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน การเปิดรับร้านค้าสินค้าดีไซน์แบรนด์ที่สะท้อนศักยภาพพื้นถิ่นด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่สอดคล้องกับการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน และเป็นมิตต่อสิ่งแวดล้อม กิจกรรมเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ เวิร์กช็อปเสวนา ดนตรีและการแสดง กิจกรรม SMOG ธุลีกาศ ทดสอบแนวคิดการใช้งานออกแบบเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตจังหวัดเชียงรายภายใต้เครือข่าย UCCN การจัดการไฟป่า ต้นเหตุฝุ่น PM 2.5 กิจกรรมสล่ากาแฟ กิจกรรม วน “เวียง” เจียงฮาย


    นอกจากนี้ องค์การบริหารจังหวัดเชียงราย ยังได้จัดกิจกรรมนิทรรศการบอกเล่าเมืองเรื่องราวเมืองเชียงรายในมุมมองการเล่าเรื่อง Chiang Rai Sustainable Design Week ใช้พื้นที่ 4 จุดสำคัญคือ กิจกรรมที่ 1 ศาลากลางจังหวัดเชียงรายหลังแรก รับชมเทคนิคพิเศษ Projection Mapping สุดอลังการ นำเสนอเรื่องราวเมืองเชียงราย ในมุมของอัตลักษ์ที่เล่าเรื่องราวการออกแบบที่ส่งต่อกันมาถึงปัจจุบัน กิจกรรมที่ 2 การออกแบบเพื่อความยั่งยืนเชียงราย 10 สถานที่ 10 การออกแบบ 10 บุคคล ที่หอประวัติเมืองเชียงราย 750 ปี กิจกรรมที่ 3 บริเวณหน้าอาคารหอประวัติเมืองเชียงราย นิทรรศการ DESIGN FOR EDUCATION พื้นที่เพื่อการศึกษาการออกแบบ เป็นการนำเสนอโครงการจัดตั้ง DESIGN SCHOOL และกิจกรรมที่ 4 หอนาฬิกาแตลาดเทศาล 1 เชียงราย เป็นการออกแบบพื้นที่ทดลองตลาดต้นแบบนิทรรศการเรื่องเล่าจากอาม่า เล่าเรื่องรางวิถีชีวิตผู้คนในกาดหลวงจากปากคำอาม่า ตั้งแต่อดีตถึงรุ่นลูกหลาน หอนาฬิกา พญาหลวง ผลงานการนำเศษวัสดุเหลือใช้จากตลาด แปลงร่างเป็นพญาลวง และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

เชียงรายจัดงานกาดวัฒนธรรมริมน้ำกก กาดฝั่งหมิ่น ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมประเพณีพื้นถิ่น

 

เมื่อวันพุธที่ 17 กรกฎาคม 2567 ณ ข่วงหลวงพญามังราย ด้านข้างวัดฝั่งหมิ่น อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ได้มีการจัดงานกาดวัฒนธรรมริมน้ำกก กาดฝั่งหมิ่น เพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณีพื้นถิ่นถนนคนเดินเมืองเชียงราย ภายใต้โครงการการปรับปรุงและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เชิงนิเวศ และเชิงสุขภาพ ให้มีคุณภาพเพื่อรองรับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์

 

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ซึ่งได้กำหนดกิจกรรมส่งเสริมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณีพื้นถิ่นถนนคนเดินเมืองเชียงราย เพื่อช่วยเหลือประชาชน กลุ่มผู้ผลิตสินค้า และผู้ประกอบการต่างๆ ให้มีพื้นที่ในการจำหน่ายสินค้า โดยมีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ส่งเสริมให้เกิดพื้นที่ตลาดใหม่และขยายพื้นที่ตลาดเดิม ตลอดจนเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย ซึ่งจะนำไปสู่การกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก

 

กิจกรรมในวันพุธที่ 17 กรกฎาคม 2567 ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากชุมชนวัดฝั่งหมิ่นและเทศบาลนครเชียงราย โดยมีประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมจับจ่ายใช้สอยและร่วมกิจกรรมครั้งนี้เป็นจำนวนมาก งานกาดวัฒนธรรมริมน้ำกก กาดฝั่งหมิ่นจะจัดขึ้นระหว่างวันพุธที่ 17 กรกฎาคม 2567 ถึงวันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม 2567 โดยจะจัดทุก ๆ เย็นวันพุธ พฤหัสบดี และศุกร์ รวมทั้งสิ้น 18 ครั้ง ตั้งแต่เวลา 16.00 – 21.00 น. ณ ข่วงหลวงพญามังราย ด้านข้างวัดฝั่งหมิ่น อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย

 

ในงานนี้ประชาชนจะได้ร่วมกิจกรรม workshop จับจ่ายใช้สอยสินค้าทางวัฒนธรรม สินค้าชุมชนวัดฝั่งหมิ่น และชมการแสดงศิลปะวัฒนธรรมที่หลากหลาย นอกจากนี้ยังมีการแสดงศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่นที่น่าสนใจ เช่น การแสดงดนตรีพื้นบ้าน การแสดงนาฏศิลป์ และการแสดงหัตถกรรมพื้นบ้าน

 

นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยบุคลากรสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ โดยนายพิสันต์ได้กล่าวว่า “การจัดงานกาดวัฒนธรรมริมน้ำกก กาดฝั่งหมิ่นในครั้งนี้ เป็นการส่งเสริมและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณีพื้นถิ่นของจังหวัดเชียงราย และยังเป็นการสร้างพื้นที่ตลาดใหม่ให้กับกลุ่มผู้ผลิตสินค้าและผู้ประกอบการท้องถิ่น เพื่อให้มีพื้นที่ในการจำหน่ายสินค้าและสร้างรายได้เพิ่มขึ้น”

 

งานกาดวัฒนธรรมริมน้ำกก กาดฝั่งหมิ่นเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญในการส่งเสริมและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณีพื้นถิ่น รวมถึงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เชิงนิเวศ และเชิงสุขภาพให้มีคุณภาพ เพื่อรองรับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งจะนำไปสู่การกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

 

ขอเชิญชวนประชาชนทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรมงานกาดวัฒนธรรมริมน้ำกก กาดฝั่งหมิ่นในทุกเย็นวันพุธ พฤหัสบดี และศุกร์ ตั้งแต่เวลา 16.00 – 21.00 น. ณ ข่วงหลวงพญามังราย ด้านข้างวัดฝั่งหมิ่น อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เพื่อร่วมสนับสนุนและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณีพื้นถิ่น และสัมผัสกับบรรยากาศการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในจังหวัดเชียงราย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สนง.วัฒนธรรม เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News