เชียงรายปีใหม่ 2569 ชู “ท้องฟ้ามืด–ปีใหม่ม้ง” ทางรอดท่องเที่ยวท่ามกลางปัจจัยลบ ชี้คนไทยยังปักหมุดเหนือเป็นอันดับหนึ่ง
เชียงราย, 1 มกราคม 2569 – ท่ามกลางสัญญาณชะลอตัวของรายได้ท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ 2569 จากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจ ภัยพิบัติบางพื้นที่ และความกังวลเรื่องความปลอดภัยของประชาชน ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยอาจไม่หวือหวาเท่าปีก่อน แต่จังหวัดเชียงรายยังคงรักษาสถานะ “ปลายทางในฝันของภาคเหนือ” ไว้ได้อย่างมั่นคง พร้อมทดลองเดินเกมใหม่ด้วย “การท่องเที่ยวท้องฟ้ามืด (Dark Sky Tourism)” และการสืบสานประเพณี “ปีใหม่ม้ง” เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวเชิงลึกและเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ
ในเชิงโครงสร้าง ตัวเลขประมาณการจากหน่วยงานด้านเศรษฐกิจชี้ให้เห็นชัดว่า การท่องเที่ยวช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า–ต้อนรับปีใหม่ยังเผชิญแรงกดดัน ทั้งจากกำลังซื้อที่หดตัวและสถานการณ์ภายในประเทศ แต่ในอีกด้านหนึ่ง ผลสำรวจพฤติกรรมนักท่องเที่ยวไทยกลับสะท้อนโอกาสใหม่ของพื้นที่ที่สามารถออกแบบประสบการณ์ตรงกับความต้องการของคนรุ่นใหม่และครอบครัวที่มองหา “ความหมาย” มากกว่าเพียง “เช็คอิน”
เชียงรายจึงเลือกวางหมากด้วยสองกลยุทธ์หลัก คือ การผลักดัน “ท้องฟ้ามืด” เป็นซอฟต์พาวเวอร์ด้านวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการต่อยอดทุนวัฒนธรรมชาติพันธุ์ ผ่านงานประเพณีปีใหม่ม้งในอำเภอชายแดน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ และกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม
ภาพใหญ่ของประเทศ รายได้ท่องเที่ยวหดเล็กน้อย ภาคเหนือยังครองใจคนไทย
ข้อมูลคาดการณ์ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า–ต้อนรับปีใหม่ ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2568 – 4 มกราคม 2569 ระบุว่า รายได้รวมจากการท่องเที่ยวทั้งจากนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทยเที่ยวในประเทศคาดอยู่ที่ประมาณ 38,500 ล้านบาท ลดลงราว 3.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยเสี่ยงด้านสถานการณ์ภายในประเทศที่เริ่มกดดันความเชื่อมั่นของประชาชน
เมื่อลงลึกในโครงสร้างรายได้ พบว่า
- รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย คาดราว 23,500 ล้านบาท ลดลงประมาณ 6% เมื่อเทียบรายปี โดยเฉพาะตลาดระยะใกล้อย่างอาเซียนและเอเชียตะวันออกที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
- รายได้จากคนไทยเที่ยวในประเทศ คาดราว 15,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยราว 1.2% แสดงให้เห็นว่า “ตลาดคนไทยเที่ยวไทย” ยังเป็นฐานรองรับสำคัญของระบบท่องเที่ยวภายในประเทศ แม้กำลังซื้อโดยรวมจะเผชิญแรงกดดัน
ผลสำรวจพฤติกรรมการท่องเที่ยวปลายปี 2568 จากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ตัวอย่างประชาชน 6,266 รายทั่วประเทศ ชี้ให้เห็นแนวโน้มที่น่าสนใจหลายประการ
ประการแรก ภาคเหนือยังคงเป็นภูมิภาคยอดนิยมที่ประชาชนต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนราว 42.90% ตามมาด้วยภาคกลางและกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุสำคัญมาจากความต้องการสัมผัสอากาศหนาว ธรรมชาติภูเขา และบรรยากาศเมืองท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมชัดเจน
ประการที่สอง กิจกรรมยอดนิยมเริ่มเปลี่ยนจากการเดินทางแบบ “เช็คอินหลายจุด” มาสู่กิจกรรมที่ใช้เวลาคุณภาพในจุดหมายเดียวมากขึ้น โดยกิจกรรมที่ได้รับความนิยม ได้แก่
- ท่องเที่ยวธรรมชาติ ผจญภัย และกีฬา ราว 27.8%
- เที่ยวคาเฟ่และร้านอาหารยอดฮิต ราว 24.9%
- พักผ่อนอยู่ในที่พักแบบใช้เวลาอย่างสงบ ราว 18%
แนวโน้มนี้สะท้อนว่า นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับคุณภาพประสบการณ์และความผ่อนคลาย มากกว่าการเดินทางเร่งรีบหลายจุดในหนึ่งทริป
ประการที่สาม งบประมาณต่อทริปส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในช่วง 5,000–10,000 บาทต่อคน ขณะที่ค่าใช้จ่ายหลักถูกใช้ไปกับค่าอาหาร (ประมาณ 29.1%) รองลงมาคือค่าเดินทาง (ราว 26.4%) และค่าที่พัก (ราว 25.9%) สะท้อนโอกาสของผู้ประกอบการด้านอาหารท้องถิ่น ร้านกาแฟ คาเฟ่ และที่พักคุณภาพกลาง–สูงที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวกลุ่มมีกำลังซื้อปานกลางขึ้นไป
ขณะเดียวกัน ความกังวลหลักของนักท่องเที่ยวยังคงเป็นเรื่อง “ความแออัดของสถานที่ท่องเที่ยว” (ราว 22.6%) ตามมาด้วยความกังวลด้านการจราจรและความปลอดภัย–อุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งยิ่งตอกย้ำให้จังหวัดท่องเที่ยวหลักต้องหาทางออกใหม่ นอกเหนือจากการจัดงานขนาดใหญ่ในพื้นที่ยอดนิยมที่มักประสบปัญหาความหนาแน่นของคนและรถทุกปี
ในบริบทเช่นนี้ เชียงรายจึงเลือกตอบโจทย์ด้วยการสร้าง “โจทย์ใหม่” ให้ตลาด ผ่านการท่องเที่ยวท้องฟ้ามืดและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ แทนการเพิ่มเพียงจำนวนกิจกรรมกลางเมืองหรือแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตเท่านั้น
“ท้องฟ้ามืดเชียงราย” เมื่อวิทยาศาสตร์–สิ่งแวดล้อมถูกแปลงเป็นซอฟต์พาวเวอร์
หนึ่งในก้าวสำคัญของเชียงรายช่วงปลายปี 2568 คือการขับเคลื่อนโครงการ “การท่องเที่ยวท้องฟ้ามืดจังหวัดเชียงราย” ซึ่งมุ่งใช้จุดแข็งด้านภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ยังคงความมืดสนิทในหลายพื้นที่ให้กลายเป็นจุดขายใหม่ด้านการท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์และการเรียนรู้
เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2568 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.เชียงราย) นำโดย นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย และสถาบันวิจัยดาราศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อร่วมกันพัฒนา “การท่องเที่ยวท้องฟ้ามืด” ให้เป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจสีเขียวในพื้นที่
สาระสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ คือการนำผลงานวิจัย “การอนุรักษ์ฟ้ามืด ทางเลือกใหม่สู่การพัฒนาการท่องเที่ยวสีเขียวในจังหวัดเชียงราย (ววน.69)” มาต่อยอดเชิงพื้นที่ โดยมุ่งพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวดูดาวแห่งแรกของจังหวัด ให้เป็นทั้งห้องเรียนกลางแจ้งสำหรับเยาวชน นักศึกษา และนักท่องเที่ยว รวมถึงเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้ชุมชนท้องถิ่นอย่างสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
หัวใจสำคัญของโครงการคือการใช้นวัตกรรมดิจิทัล “ARTSKY” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเพื่อการอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) ผสานกับข้อมูลมลภาวะแสงแบบเรียลไทม์ เพื่อจัดทำ “แผนที่ท้องฟ้ามืดเชียงราย” ช่วยให้หน่วยงานวางแผนจำกัดแสงประดิษฐ์ในพื้นที่สำคัญ เช่น จุดชมดาว เขตภูเขา และชุมชนที่ต้องการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์ในอนาคต
หากโครงการพัฒนาได้อย่างเต็มรูปแบบ เชียงรายจะมีจุดแข็งเพิ่มขึ้นในฐานะ “แหล่งดูดาวระดับสากล” ที่ผูกโยงทั้งมิติการศึกษา การท่องเที่ยว และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งยังช่วยตอบโจทย์ข้อกังวลเรื่อง “ความแออัด” ของนักท่องเที่ยว เนื่องจากแหล่งท่องเที่ยวท้องฟ้ามืดมักตั้งอยู่ในพื้นที่นอกเมืองหรือชุมชนชนบท ที่จำกัดจำนวนผู้เข้าชมในแต่ละรอบเพื่อรักษาคุณภาพท้องฟ้าและความปลอดภัย
ในเชิงเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวท้องฟ้ามืดยังสอดคล้องกับแนวโน้ม “เศรษฐกิจสีเขียว” ที่ให้ความสำคัญกับรายได้ควบคู่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มักมีระยะพักเฉลี่ยนานกว่า ใช้จ่ายกับที่พักเชิงอนุรักษ์และบริการนำชมคุณภาพสูง ซึ่งเป็นโอกาสของผู้ประกอบการท้องถิ่นที่ปรับตัวทันกับความต้องการของตลาดใหม่
ปีใหม่ม้งเวียงแก่น ทุนวัฒนธรรมชาติพันธุ์เชื่อมเศรษฐกิจชุมชน
ขณะที่แผนพัฒนาท้องฟ้ามืดกำลังขยับในเชิงนโยบาย อีกฟากหนึ่งของจังหวัดเชียงราย บริเวณชายแดนด้านอำเภอเวียงแก่น ประเพณี “ปีใหม่ม้ง” กลับมีบทบาทสำคัญในการแสดงศักยภาพของเชียงรายในฐานะเมืองหลากหลายวัฒนธรรม
เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2568 บริเวณลานอเนกประสงค์บ้านห้วยแล้ง หมู่ 2 ตำบลท่าข้าม อำเภอเวียงแก่น นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย ได้เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมสืบสานประเพณีปีใหม่ม้ง ประจำปี 2568 โดยมีผู้นำท้องถิ่น ผู้นำกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
พื้นที่ดังกล่าวมีกลุ่มชาติพันธุ์ม้งอาศัยอยู่ 3 หมู่บ้าน การจัดงานปีใหม่ม้งจึงไม่ใช่เพียงเทศกาลเพื่อความบันเทิง หากแต่เป็น “พิธีกรรมทางวัฒนธรรม” ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ ตั้งแต่การแต่งกายด้วยชุดผ้าปักลายม้งสีสันสดใส การละเล่นพื้นบ้าน การขับร้องเพลงม้ง ไปจนถึงการแข่งขันกีฬาและกิจกรรมดั้งเดิม อาทิ การแข่งขันยิงหน้าไม้ การแข่งขันตีลูกข่าง การโยนลูกช่วง และการประกวดร้องเพลง–เต้นประกอบเพลงม้ง
จุดเน้นของโครงการนี้คือการทำให้เยาวชนรุ่นใหม่ในชุมชนเห็นคุณค่าของรากเหง้าตนเอง ผ่านการมีส่วนร่วมในกิจกรรมและการเป็นเจ้าของงาน ไม่ใช่เพียงผู้ชม ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากตัวเมืองเชียงรายหรือพื้นที่อื่น ก็ได้รับประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มากกว่าการถ่ายภาพชุดประจำเผ่า เพราะได้เห็นวิถีชีวิตที่ยังมีชีวิตจริงในชุมชน
ในเชิงเศรษฐกิจ งานปีใหม่ม้งยังช่วยสร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่ ทั้งจากการจำหน่ายอาหารพื้นบ้าน ผลิตภัณฑ์ผ้าปักและสินค้า OTOP ของชุมชน ตลอดจนบริการโฮมสเตย์และที่พักขนาดเล็กที่รองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการใช้เวลาพักค้างคืน เพื่อสัมผัสวัฒนธรรมในระยะเวลานานกว่าการเดินทางแบบไป–กลับ
เมื่อเชื่อมโยงกับผลสำรวจพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่ระบุว่า “การเที่ยวธรรมชาติและกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม” เป็นหนึ่งในกิจกรรมยอดนิยม การลงทุนด้านวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์จึงไม่ใช่เพียงการอนุรักษ์อัตลักษณ์ หากเป็นการสร้าง “สินทรัพย์ทางวัฒนธรรม” ที่สามารถเปลี่ยนเป็นรายได้จริงของชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
บริหารความเสี่ยง–เพิ่มโอกาส เชียงรายบนทางแยกของระบบท่องเที่ยวไทย
แม้ตัวเลขประมาณการรายได้ท่องเที่ยวโดยรวมในช่วงปีใหม่ 2569 จะสะท้อนภาพชะลอตัวเล็กน้อยจากปีก่อน แต่หากมองในมุมโครงสร้างจะเห็นว่า โอกาสใหม่กำลังก่อตัวในภูมิภาคที่สามารถออกแบบสินค้าทางการท่องเที่ยวได้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค
เชียงรายมีจุดแข็งเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นในภาคเหนือ ทั้งในด้านภูมิประเทศที่หลากหลาย ตั้งแต่ภูเขาสูง ชายแดน แม่น้ำ ไปจนถึงชุมชนชาติพันธุ์ และในด้านประวัติศาสตร์–วัฒนธรรมที่มีความลึกและแตกต่าง เมื่อนำมาจับคู่กับข้อมูลจาก สนค. ที่ระบุว่า นักท่องเที่ยวจำนวนมากให้ความสำคัญกับ “คุณภาพประสบการณ์–ความปลอดภัย–ความคุ้มค่า” จังหวัดจึงมีฐานในการออกแบบกลยุทธ์ตอบโจทย์ได้อย่างชัดเจน
การพัฒนา “ท้องฟ้ามืดเชียงราย” ผ่านความร่วมมือระหว่าง อบจ.เชียงราย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย และสถาบันวิจัยดาราศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นตัวอย่างของการใช้ฐานความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มายกระดับการท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจสีเขียว พร้อมทั้งเปิดพื้นที่ใหม่ให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในฐานะเจ้าของทรัพยากรอย่างแท้จริง
ขณะเดียวกัน การส่งเสริมประเพณีปีใหม่ม้งที่อำเภอเวียงแก่น ก็เป็นการยืนยันแนวทาง “ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม” ที่ไม่ได้มองกลุ่มชาติพันธุ์เป็นเพียงวัตถุในการโชว์ แต่ให้ชุมชนเป็นผู้นำการเล่าเรื่องด้วยตัวเอง ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจและสร้างรายได้ในระยะยาว ทั้งยังตอบโจทย์นักท่องเที่ยวกลุ่มที่ต้องการประสบการณ์เชิงลึก แตกต่างจากการเที่ยวเมืองหลักเพียงอย่างเดียว
ในระดับประเทศ กระทรวงพาณิชย์ยังคงดำเนินมาตรการควบคุมราคาสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาในช่วงเทศกาล พร้อมทั้งส่งเสริมการกระจายรายได้สู่ชุมชนผ่านแคมเปญสินค้าชุมชน เช่น โครงการ GI ไทย และแคตตาล็อก GIFTS FOR GAIN ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นมีช่องทางตลาดที่หลากหลายยิ่งขึ้น
เมื่อมาตรการด้านเสถียรภาพราคาเชื่อมกับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงคุณภาพในระดับจังหวัด ภาพรวมของระบบท่องเที่ยวไทยจึงยังมี “ช่องทางฟื้นตัว” อยู่ไม่น้อย หากสามารถรักษาความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย บริหารจัดการความแออัด และคงเสน่ห์ของพื้นที่ไว้ควบคู่กับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น
ปีใหม่ 2569 – ปีที่เชียงรายเริ่มชู “ท้องฟ้ามืด–วัฒนธรรมชาติพันธุ์” เป็นเข็มทิศ
ปีใหม่ 2569 อาจไม่ใช่ปีที่ตัวเลขรายได้ท่องเที่ยวพุ่งทะยานเหมือนช่วงก่อนหน้า แต่สำหรับเชียงราย นี่คือปีที่จังหวัดเริ่มวาง “เข็มทิศใหม่” ให้กับการท่องเที่ยวของตนเองอย่างชัดเจน ทั้งในมิติของวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อมผ่านโครงการท้องฟ้ามืด และในมิติของวัฒนธรรมชาติพันธุ์ผ่านประเพณีปีใหม่ม้งที่เวียงแก่น
ภายใต้ข้อเท็จจริงที่ว่า ภาคเหนือยังคงเป็นปลายทางยอดนิยมของคนไทยถึงกว่า 4 ใน 10 ของผู้ตอบแบบสำรวจ และแนวโน้มการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ–วัฒนธรรมยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง หากเชียงรายสามารถเดินหน้าตามแผนที่วางไว้ ทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง การดูแลความปลอดภัย การจัดการความหนาแน่นของนักท่องเที่ยว และการสร้างโอกาสให้ชุมชนมีส่วนแบ่งจากรายได้ท่องเที่ยวอย่างเป็นธรรม จังหวัดก็มีศักยภาพจะไม่เพียง “รักษาอันดับ” แต่ก้าวขึ้นเป็นต้นแบบของเมืองท่องเที่ยวสีเขียวและเมืองวัฒนธรรมที่มีชีวิตในระดับประเทศได้ในระยะยาว
สำหรับนักท่องเที่ยว การเลือกเดินทางสู่เชียงรายในช่วงปีใหม่ 2569 จึงไม่ใช่เพียงการเดินทางสู่เมืองเหนือเพื่อชมหมอกและดอกไม้ หากแต่เป็นการร่วมเรียนรู้วิธีที่หนึ่งจังหวัดกำลังพยายามเปลี่ยนแรงกดดันด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ให้กลายเป็นโอกาสในการสร้างระบบที่ยั่งยืนกว่าเดิม ทั้งต่อตัวนักท่องเที่ยวเอง ชุมชน และสิ่งแวดล้อม
เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์
- กระทรวงพาณิชย์
- องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย








