Categories
TOP STORIES

นายกฯ ลุยสระแก้ว! ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “ไม่จบไม่เลิก”

นายกฯ ย้ำเดินหน้าปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “ไม่จบ ไม่เลิก” ลงพื้นที่ชายแดนสระแก้ว

ตรวจด่านคลองลึก อรัญประเทศ ติดตามมาตรการสกัดอาชญากรรมข้ามชาติ

กรุงเทพฯ, 27 กุมภาพันธ์ 2568 – นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เตรียมลงพื้นที่ ด่านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ตรงข้ามกับบ้านปอยเปต ประเทศกัมพูชา ในวันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อตรวจสอบมาตรการปราบปราม แก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมออนไลน์ พร้อมร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการสกัดกั้นปัญหาให้หมดไปจากสังคมไทย

ผู้นำรัฐบาลพร้อมคณะลงพื้นที่ หารือมาตรการสกัดอาชญากรรมข้ามแดน

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีจะเดินทางพร้อมคณะรัฐมนตรีและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อาทิ:

  • นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
  • นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
  • นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
  • พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

โดยนายกรัฐมนตรีจะประชุมหารือที่ กองทัพบก ร.12 พัน.3 รอ. ใน อ.อรัญประเทศ เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินมาตรการและเยี่ยมชมศูนย์คัดแยกเหยื่อขบวนการคอลเซ็นเตอร์

เดินหน้าปิดช่องทางอาชญากรรม ดำเนินมาตรการเข้มงวด

ภายหลังจากการประชุม นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไป ด่านพรมแดนบ้านคลองลึก ตรวจสอบมาตรการที่รัฐบาลมีคำสั่งให้ งดส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและตัดกระแสไฟฟ้าในพื้นที่ชายแดน ทั้งฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกของประเทศ เพื่อลดการสนับสนุนกิจกรรมผิดกฎหมายของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ

ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่ ตลาดเบญจวรรณ อ.อรัญประเทศ เพื่อตรวจสอบการลดกำลังส่งสัญญาณการสื่อสาร และมาตรการ ตัดสายสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต ในบริเวณสถานีรถไฟคลองลึก ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของขบวนการคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ

ไม่จบ ไม่เลิก” นายกฯ ยืนยันมาตรการต้องเข้มข้นจนกว่าปัญหาจะหมดไป

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า มาตรการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์จะดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น จนกว่าปัญหาจะหมดสิ้นไปจากสังคมไทย “รัฐบาลไทยจะไม่ยอมให้ขบวนการคอลเซ็นเตอร์หรือรูปแบบการหลอกลวงใด ๆ กลับมาแผ่ขยายในประเทศอีก” นายจิรายุ กล่าว

สถิติและข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์

  • ปี 2567 มีการร้องเรียนเกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์มากกว่า 300,000 รายการ
  • ความเสียหายจากการฉ้อโกงทางโทรศัพท์และออนไลน์สูงถึง 12,000 ล้านบาท
  • รัฐบาลสั่งตัดไฟฟ้าและสัญญาณโทรศัพท์ในพื้นที่เป้าหมายกว่า 50 จุดทั่วประเทศ
  • มีการจับกุมผู้ต้องหาเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์กว่า 2,500 รายในปีที่ผ่านมา

นายกรัฐมนตรีและทีมงานคาดหวังว่าการดำเนินมาตรการในครั้งนี้จะสามารถลดจำนวนอาชญากรรมข้ามชาติ และฟื้นฟูความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในสังคมไทยในระยะยาว

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

นายกฯ ย้ำรัฐบาลพร้อมทำงานใช้จ่ายงบฯ ให้เหมาะสม

 

วันนี้ (6 กันยายน 2566) เวลา 10.00 น. ณ บริเวณโถงกลาง ชั้น 1 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษวันนี้ เป็นการพบปะหารือพูดคุยกันครั้งแรกของคณะรัฐมนตรีชุดนี้ โดยยังไม่ได้มีการสั่งการอะไร แต่ได้ให้แนวทางในการทำงานของรัฐบาลนี้ซึ่งเป็นรัฐบาลของประชาชนในการที่จะทำงานเพื่อประชาชน โดยยึดหลักกฎหมาย ความชอบธรรม และการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปอย่างเหมาะสม รวมถึงการให้เกียรติข้าราชการในการสั่งการและทำงานร่วมกัน เพราะข้าราชการถือเป็นภาคส่วนที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนประเทศและนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลให้เกิดผลเป็นรูปธรรมตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ดังนั้นการปูนบำเหน็จต่าง ๆ ต้องให้เกิดความเป็นธรรม โดยให้พิจารณาจากผลงานเป็นสำคัญ ไม่ใช่ได้มาจากการซื้อขายตำแหน่ง ซึ่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกคนให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก
 
นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการขับเคลื่อนนโยบายเรื่องการขนส่งคมนาคมว่า รัฐบาลจะดูเรื่องนี้ทั้งหมดทั้งทางน้ำ ทางบก ทางอากาศ และทางราง โดยในเรื่องของรถไฟฟ้าต้องดำเนินการให้เกิดการเชื่อมต่อทุกสายอย่างเป็นระบบ และให้ใช้บัตรโดยสารใบเดียวเพื่อความสะดวกในการใช้บริการของประชาชน รวมถึงจะมีการพิจารณาถึงค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมว่าจะเป็นเท่าไร ให้สอดคล้องกับงบประมาณของรัฐบาลที่มีอยู่ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและเกิดประโยชน์ต่อประชาชน
 
นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการมอบหมายให้รัฐมนตรีตอบคำถามกรณีที่จะมีการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาในวันจันทร์ที่ 11 กันยายน 2566 ว่า หากกระทรวงใดเกี่ยวข้องและถูกพาดพิง หรือต้องการข้อมูลรายละเอียดในเชิงลึก เชื่อมั่นว่ารัฐมนตรีทุกคนได้มีการเตรียมความพร้อมไว้แล้ว
 
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีย้ำถึงการให้ความสำคัญต่อปัญหาด้านการเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เอลนีโญว่า เรื่องการเกษตรและปากท้องของประชาชนไทยทุกคนเป็นเรื่องที่รัฐบาลนี้ตระหนักและให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการขยายตลาด และการเพิ่มรายได้ โดยเฉพาะการเพิ่มรายได้สุทธิให้เกษตรกร เช่น การเปิดตลาดใหม่ ๆ การเพิ่มประสิทธิภาพในการเพาะปลูก และการลดต้นทุนการผลิต รวมถึงการส่งออกก็มีส่วนสำคัญในการเพิ่มรายได้ แต่ต้องพิจารณาไม่ให้ส่งผลกระทบต่อความเพียงพอในการบริโภคภายในประเทศด้วย ทั้งนี้ เรื่องของการเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เอลนีโญก็เป็นอีกหนึ่งที่รัฐบาลนี้ตระหนักและให้ความสำคัญ โดยในการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรกในวันที่ 13 กันยายน 2566 นี้ จะมีการหารือเกี่ยวกับการเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เอลนีโญด้วย โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะได้รวบรวมข้อมูลดังกล่าวเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมต่อไป ขณะเดียวกันในวันที่ 8-9 กันยายนนี้ นายกรัฐมนตรีก็มีกำหนดการที่จะเดินทางลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น อุดรธานีและหนองคาย เพื่อรับทราบปัญหาและรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย จึงขอเวลาให้ทำงานก่อน
 
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ว่า จะนั่งเป็นประธาน ก.ตร. ด้วยตนเอง โดยกำลังอยู่ระหว่างหาวันเวลาที่เหมาะสมในการที่จะประชุม ก.ตร. ว่าจะเป็นวันใด
 
ส่วนจะมีการใช้โอกาสในการเดินทางเยือนต่างประเทศเพื่อดึงดูดให้นักลงทุนและต่างประเทศสนใจและเดินทางมาประเทศไทยมากขึ้นหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เป็นโอกาสหนึ่งในการดำเนินการเรื่องนี้ โดยขณะนี้ กระทรวงการต่างประเทศกำลังรวบรวมรายชื่อผู้นำประเทศต่าง ๆ ที่จะไปเข้าพบ รวมถึงการนัดหมายที่จะพบปะกับนักธุรกิจระดับโลกด้วย เพื่อรับทราบถึงสิ่งที่ต่างประเทศต้องการเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมีอะไรบ้าง

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News