Categories
CULTURE

อบจ.เชียงราย ร่วมสักการะ และสืบสาน ประเพณีไหว้สาพญามังราย อ.พญาเม็งราย

 
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน 2567 เวลา 08.30 น. นายก นก อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย เป็นประธานเปิดงาน “ไหว้สาพญามังราย ประจำปี 2567“ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ อบจ.เชียงราย มอบงบประมาณสนับสนุนในการจัดงานไหว้สาพญามังราย จำนวน 200,000 บาท ณ คุ้มพญาเม็งราย ม. 3 ต.เม็งราย อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย โดยมีนายชูสวัสดิ์ สวัสดี นายอำเภอพญาเม็งราย พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ อ.พญาเม็งราย ร่วมให้การต้อนรับ และร่วมกิจกรรมดังกล่าว
 
 
อ.พญาเม็งรายเป็นอำเภอเดียวในจังหวัดเชียงราย ที่ได้อัญเชิญพระนามของ “พญามังรายมหาราช” กษัตริย์ผู้สร้างเมืองเชียงรายมาเป็นชื่อของอำเภอ ตามตำนานเล่าขานสืบต่อกันมาว่า ครั้งหนึ่งพญามังรายมหาราช เคยนำกองทัพจะไปตีเมืองผาแดง หรือ อ.เชียงของ ในปัจจุบัน พระองค์ได้ทรงหยุดพักไพร่พลบริเวณป่าละเมาะ ซึ่งเป็นเนินดินเตี้ยๆ เนื้อที่ประมาณ 3 ไร่เศษ และได้เสด็จพักผ่อนเป็นการส่วนพระองค์ไปตั้งไก่ป่าที่สันกลางทุ่งนา จากนั้นที่แห่งนี้ได้รับการบอกเล่าสืบๆ กันมาว่าเป็น “ซุ้มตั้งไก่พญามังราย” หรือ “คุ้มพญามังราย” ในปัจจุบัน 
 
 
คุ้มพญาเม็งราย ถือเป็นศูนย์รวมใจของพี่น้องชาว อ.พญาเม็งรายและอำเภอใกล้เคียง ซึ่ง อ.พญาเม็งรายร่วมกับส่วนราชการ หน่วยงานภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และพี่น้องประชาชนชาว อ.พญาเม็งราย ได้กำหนดจัด “งานไหว้สาพญามังราย” ขึ้น เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณขององค์พญามังรายมหาราช เป็นประจำทุกปี อีกทั้งเป็นการส่งเสริม สืบสาน อนุรักษ์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ขนบธรรมเนียม ประเพณีอันดีงาม ของพี่น้องชาว อ.พญาเม็งราย และจังหวัดเชียงราย ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของพี่น้องชาว อ.พญาเม็งราย ให้มีแหล่งจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน สินค้าพื้นบ้าน สินค้า OTOP พร้อมประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้ อ.พญาเม็งราย เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางมากขึ้น
 
 
สำหรับการจัดงานไหว้สาพญามังรายประจำปี 2567 ได้กำหนดให้มีกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่ การประกวดขบวนแห่เครื่องสักการะ การประกวดร้านนิทรรศการและภูมิปัญญาชาวบ้าน ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง การประกวดอ่านค่าวพื้นเมืองและคำปั๋นปอน การประกวดอาหารพื้นเมือง การประกวดไก่สวยงาม (ไก่ต่อ-ไก่ตั้ง/ไก่แจ้/ไก่ลาย) การประกวดผลผลิตทางการเกษตร การเดินแบบผ้าไทยใส่สนุก การประกวดรำวงย้อนยุค การประกวดร้องเพลงลูกทุ่งชายและหญิงประเภทกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ และประเภทผู้บริหารและสมาชิกส่วนท้องถิ่น การประกวดธิดาพญามังราย การออกร้านจำหน่ายสินค้า OTOP และกิจกรรมสอยดาวและในเวลา 11.00 น. นายก นก นำคณะหัวหน้าส่วนราชการ อบจ.เชียงราย เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และสรงน้ำอนุสาวรีย์พญามังรายมหาราชและพระธาตุเขาแก้ว ณ วัดเขาแก้ว อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

สรงน้ำอนุสาวรีย์พญามังรายมหาราช พร้อมสระเกล้าดำหัวผู้ว่าฯ เชียงราย

 
เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 67  ณ วัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง อ.เมืองเชียงราย นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นางสุภาเพ็ญ ศิริมาตย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย และประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเชียงราย นางสุภาพรรณ หมั่นเจริญ, นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ , นางอุบลรัตน์ พ่วงภิญโญ และว่าที่ร้อยตรี ศราวุธ จันทวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ร่วมพิธีถวายน้ำสงกรานต์พระเถรานุเถระ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ( ปี๋ใหม่เมือง ) ประจำปี 2567 โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และทุกภาคส่วน ร่วมพิธีจำนวนมาก
 
 
ต่อจากนั้น ที่ลานอนุเสาวรีย์พญามังรายมหาราช นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ประธานในพิธี พร้อมด้วย นางสุภาเพ็ญ ศิริมาตย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย และประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเชียงราย และรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นำข้าราชการ ประชาชน ชาวจังหวัดเชียงราย ร่วมพิธีสรงน้ำอนุสาวรีย์พญามังรายมหาราช เนื่องในเทศกาลวันสงกรานต์ปี๋ใหม่เมือง ประจำปี 2567 
 
 
โดยจังหวัดเชียงรายได้จัดขบวนอัญเชิญเครื่องถวายสักการะสรงน้ำพระราชานุสาวรีย์พญามังรายมหาราช จากทั้ง 18 อำเภอของจังหวัดเชียงราย ตลอดจนส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ได้ร่วมจัดขบวนเครื่องสักการะ สืบสานประเพณีปี๋ใหม่เมือง โดยเคลื่อนขบวนจากสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ 2 เชียงราย ผ่านมาตามถนนสิงหไคล ไปยังหน้าพระราชานุสาวรีย์พญามังรายมหาราช ห้าแยกพ่อขุน ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย เพื่อประกอบพิธีสรงน้ำพระราชานุสาวรีย์พญามังรายมหาราช
 
 
โดยในพิธี นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานกล่าวคำสูมาคารวะต่อพระราชานุสาวรีย์พญามังรายมหาราช ก่อนจะถวายเครื่องสักการะ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการจังหวัด อำเภอ คหบดี กลุ่มพลังมวลชน และประชาชนทั่วไปร่วมถวายเครื่องสักการะฯ ตามลำดับอนุสาวรีย์พญามังราย มหาราช สร้างขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติน้อมรำลึกถึงพระเกียรติคุณของปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์พญามังราย ผู้ที่ทรงรวบรวมบ้านเล็กเมืองให้เป็นปึกแผ่น จนเกิดเป็นอาณาจักรล้านนาไทยที่เจริญรุ่งเรืองจนถึงปัจจุบัน
 
 
จากนั้นเวลา 15.30 น. ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นางสุภาพรรณ หมั่นเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยงานราชการ นายอำเภอ คหบดี พ่อค้า ประชาชน กลุ่มพลังมวลชน ร่วมพิธี กล่าวคำสูมาคารวะต่อ นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และนางสุภาเพ็ญ ศิริมาตย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงรายและประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเชียงราย เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ (ปี๋ใหม่เมือง) ประจำปี 2567 อย่างพร้อมเพรียง
ทั้งนี้นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้กล่าวให้พรเพื่อเป็นเป็นสิริมงคล เนื่องด้วยพิธีการดำหัวเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที เพื่อขอโทษขออภัยที่เคยล่วงเกินผู้ใหญ่ทั้งกาย วาจา ใจ ทั้งที่ตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจ ต่อหน้าหรือลับหลัง รวมถึงเป็นการขอพรจากผู้อาวุโสเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองอีกด้วย
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

ร่วมอนุรักษ์และสืบสานประเพณี กระตุ้นการท่องเที่ยวเชียงแสน

 

เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2567 เวลา 16.00 น. นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีสงกรานต์เมืองเชียงแสน ประจำปี 2567 ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเชียงแสน โดยมีนายคฑาสิทธิ์ เนื่องหล้า นายอำเภอเชียงแสนนายชัยสิทธิ์ ชัยเนตร เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายนายสุวิน เครื่องสีมา สมาชิกสภา อบจ.เชียงราย เขต 1 อำเภอเชียงแสนนายพลภพ มานะมนตรีกุล นายกเทศมนตรีตำบลเวียง เจ้าเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว คณะเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ในพื้นที่อำเภอเชียงแสนร่วมด้วย

 
ประเพณีสงกรานต์ของชาวเชียงแสน เป็นประเพณีที่ถือปฏิบัติ สืบทอดกันมาเป็นเวลานาน และถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวไทย ที่ให้ความสำคัญกับการแสดงออกถึง ความกตัญญูกตเวที ต่อบรรพบุรุษ และญาติผู้ใหญ่ ผู้ที่เคารพนับถือ และคงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมของไทย มีงานรื่นเริง มีการละเล่น และการแสดง ที่แสดงถึงความสามัคคี ความสนุกสนาน และความอบอุ่น ให้แก่ผู้มาร่วมงานและนักท่องเที่ยว ทั้งคนไทย สปป.ลาว จีน และเมียนมา
 
 
 ซึ่งในปีนี้อำเภอเชียงแสนได้จัดกิจกรรมที่สำคัญคือ การสรงน้ำพระศักดิ์สิทธิ์เมืองเชียงแสน การแข่งขันเรือพายชิงจ้าวลำน้ำโขงประเภท 22 ฝีพายการประกวดเทพีสงกรานต์ การประกวดเทพบุตรสงกรานต์ การประกวดขบวนแห่นางสงกรานต์ การจัดกิจกรรมงานกาชาดการละเล่นรำวงย้อนยุคการแสดงศิลปวัฒนธรรม และการจัดขบวนกลองหลวง 12 ราศี เป็นต้น อันเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของอำเภอเชียงแสนให้กลับมาครึกครื้นอีกครั้ง และยังเป็นการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว ให้กับอำเภอเชียงแสนอีกด้วย
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
CULTURE FEATURED NEWS

กรุงศรี ร่วมกับ MUFG สนับสนุน ‘โครงการช้างศิลป์เชียงราย’

 

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ มิตซูบิชิ ยูเอฟเจไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) สถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นและเป็นกลุ่มสถาบันการเงินชั้นนำของโลก นำโดย Mr.Takashi Waku shima Executive Vice President, Head of Corporate Planning Division of Krungsri ร่วมด้วย นพ.กอบชัย จิตรสกุล นายกสมาคม ฝรั่งเศส เชียงราย และประธานกรรมการบริษัท กรีนวิง จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของกรุงศรี และ MUFG ร่วมส่งมอบงานปั้นช้างศิลป์เชียงราย จำนวน 8 เชือก เพื่อจัดตั้งใน 6 สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ อาคารทาเคยะกรุงโตเกียว วัดคาคูโอะซัง นิตไทจิเมืองนาโกย่า พิพิธภัณฑ์ศิลปะ เมืองโอตารุ กรุงฮอกไกโด รุสุสึ รีสอร์ท เมืองอะบุตะ กรุงฮอกไกโด กาล่า ยูซาว่าสโนว์ รีสอร์ท เมืองยูซาว่า จังหวัดนิงาตะ และ HOKKAIDO BALLPARK F VILLAGE กรุงฮอกไกโด ทั้งนี้ เพื่อถ่ายทอดความเป็นเอกลักษณ์อันงดงามของช้างไทยผ่านเครือข่ายของ MUFG และยังเป็นการสานต่อสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพระหว่างไทยและญี่ปุ่นอีกด้วย

สำหรับโครงการ “ช้างศิลป์เชียงราย” ริเริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2558 โดย นพ.กอบชัย จิตรสกุล นายกสมาคมฝรั่งเศสเชียงราย และประธานกรรมการ บริษัท กรีนวิง จำกัด โครงการดังกล่าวจัดตั้งขึ้นด้วยแนวคิดที่ต้องการนำศิลปะสู่ชุมชนห่างไกลเมืองเพื่อให้ทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกันมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Art for Community และความที่ช้างเป็นสัตว์ประจำชาติไทยที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากในอุตสาหกรรมป่าไม้มาแต่โบราณจึงเป็นที่มาของการถ่ายทอดความเป็นเอกลักษณ์อันงดงามของช้างไทยผ่านงานปั้นช้างศิลป์เชียงราย โดยศิลปินชาวเชียงรายจำนวน 90 ท่าน ได้ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานบนตัวช้างไฟเบอร์กลาสขนาดความสูง 90 เซนติเมตร จำนวน 90 เชือก ทั้งนี้เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าเชียงรายเป็นเมืองแห่งศิลปะอย่างแท้จริง

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สมาคมฝรั่งเศสเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

อบจ.เชียงราย ร่วมเปิดงานวัฒนธรรมสายใยชุมชน ต.สันทราย ปี 67

 
เมื่อวันศุกร์ที่ 12 เมษายน 2567 เวลา 08.30 น. นางทรงศรี คมขำ รองนายก อบจ.เชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดงานวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน ต.สันทราย ประจำปี 2567 โดยมีนายสมบูรณ์ ศรีเมืองแก้ว กำนัน ต.สันทราย กล่าวต้อนรับ นายมงคล สุภามณี นายกเทศมนตรี ต.สันทราย กล่าวรายงาน และมีนายวีระศักดิ์ มโนวรรณ รองนายกเทศมนตรี ต.สันทราย นายบุญเงิน อายุยืน รองนายกเทศมนตรี ต.สันทราย นางณัชชา ชัยวงค์ ประธานสภา ทต.สันทราย ส.ทต.สันทราย ผู้นำท้องถิ่น กลุ่มพัฒนาสตรี ชมรมผู้สูงอายุ และประชาชนในพื้นที่ ต.สันทราย อ.เมืองเชียงราย เข้าร่วมพิธีเปิดในครั้งนี้ ณ วัดสันทรายหลวง ม. 1 ต.สันทราย อ.เมืองเชียงราย
 
 
และในเวลา 10.30 น. นายก นก นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย ร่วมเป็นเกียรติมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ที่ได้รับรางวัล ผู้สูงอายุที่มีคุณค่า ต.สันทราย ผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดีอายุ 70 ปีขึ้นไป ครอบครัวร่มเย็น 12 ครอบครัว คนดีศรีสันทราย ประจำปี 2567 และได้ร่วมพิธีรดน้ำดำหัวผู้แทนผู้สูงอายุทุกหมู่บ้านในพื้นที่ ต.สันทราย
ภายในงาน มีการเดินขบวนวัฒนธรรม ต.สันทราย นิทรรศการด้านวัฒนธรรม การเเสดงวัฒนธรรม อาทิ ซอพื้นเมือง เเละสล้อซอซึง การเเข่งขันลาบเมือง ประกวดตัดตุง การประกวดการประดิษฐ์บายศรีสู่ขวัญ การประกวดร้องเพลงผู้สูงอายุสันทราย การประกวดส้มตำลีลา เเละการจำหน่ายสินค้าอุปโภค บริโภคต่างๆ มากมาย สร้างความสมัครสมานสามัคคีระหว่าง องค์กร ชุมชน และหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ ทั้งนี้ยังสอดคล้องกับการส่งเสริมกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ในชุมชน และเศรษฐกิจของ จ.เชียงราย อีกด้วย
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

MOU บริการวิชาการทำนุบำรุงกิจการพระพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรม

 

เมื่อวันจันทร์ที่ 8 มีนาคม 2567 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุมวิทยาลัยสงฆ์เชียงราย ศาลากลางจังหวัดหลังเดิม (ดอยจำปี) อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย วิทยาลัยสงฆ์เชียงราย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จัดพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการบริการวิชาการทำนุบำรุงกิจการพระพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรม ระหว่างวิทยาลัยสงฆ์เชียงราย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย และสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงราย โดยมี พระพุทธิญาณมุนี ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์เชียงราย, นายโสไกร  ใจหมั้น ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงราย และนายพิสันต์  จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย มอบหมายผู้แทน ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU)ฯ ในที่ประชุมคณะสงฆ์จังหวัดเชียงราย สมัยสามัญ ครั้งที่ 2/2567 ระดับเจ้าคณะจังหวัด รองเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าคณะอำเภอ กองงานเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย และเลขานุการ

 

 

    บันทึกความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการบริการวิชาการทำนุบำรุงกิจการพระพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรม มีวัตถุประสงค๋เพื่อร่วมกันพัฒนาวิชาการ การทำนุบำรุงกิจการพระพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรม, เพื่อร่วมมือกันจัดทำกิจกรรมวิชาการพระพุทธศาสนากับศาสตร์สมัยใหม่และศิลปวัฒนธรรม และเพื่อแลกเปลี่ยนด้านการศึกษา การวิจัยทางพระพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรม รวมทั้งภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยมีระยะเวลา 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2567 ถึงวันที่ 7 เมษายน 2572

 

 

     ในการนี้ นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย มอบหมายให้ นางพรทิวา  ขันธมาลา ผู้อำนวยการกลุ่มยุทธศาสตร์และเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม เป็นผู้แทนร่วมพิธีลงนาม เและนางสาวสุพิชชา  ชุ่มมะโน นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ เป็นพยานในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU)ฯ ดังกล่าว

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สนง.วัฒนธรรม เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
CULTURE

แข่งขันกลองปู่จานครลำปางชิงถ้วยรางวัลพระราชทาน ครั้งที่ 20

 

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2567 เวลา 18.30 น. ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารีผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดการแข่งขันตีก๋องปู่จานครลำปางชิงถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ครั้งที่ 20 ประจำปี พ.ศ. 2567 ในงานสลุงหลวง กลองใหญ่ ปีใหม่เมือง นครลำปาง ประจำปี 2567 โดยมีนายชัชวาลย์ ฉายะบุตร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง กล่าวต้อนรับ นางกาญจนี อุดมกุลวณิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านปฏิบัติการคลังปิโตรเลียม บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) กล่าวให้การสนับสนุน

 

นางกรวรรณ สุ่มมาตย์ วัฒนธรรมจังหวัดลำปาง กล่าวรายงานฯ รศ.ดร.สุพรรณี ฉายะบุตร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำปาง นายสถาพร เที่ยงธรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวลิปิการ์ กำลังชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นางจิตรี จิวะสันติการ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง หัวหน้าส่วนราชการ วัฒนธรรมจังหวัด 16 จังหวัดภาคเหนือ ภาคเอกชน สภาวัฒนธรรมอำเภอ 13 อำเภอ และภาคีเครือข่ายวัฒนธรรม

 

การแข่งขันตีก๋องปู่จานครลำปาง บูรณาการความร่วมมือระหว่างสภาวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง สมาคมก๋องปู่จาและศิลปะการแสดงพื้นบ้านนครลำปาง สภาวัฒนธรรม 13 อำเภอ เครือข่ายก๋องปู่จา 13 อำเภอ ร่วมกับบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) เพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีตีก๋องปู่จานครลำปางในกลุ่มเด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่อง และร่วมอนุรักษ์ ฟื้นฟูประเพณีตีก๋องปู่จา ซึ่งเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นให้ดำรงอยู่สืบไป ณ ลานศาลหลักเมือง และสนามหน้าพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้เมืองลำปาง (มิวเซียมลำปาง) อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง

 

สำหรับผลการแข่งขันตีก๋องปู่จานครลำปาง ชิงถ้วยพระราชทานฯ ดังนี้

1.รางวัลชนะเลิศพร้อมถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมเงินรางวัล 50,000 บาท

  • อำเภอห้างฉัตร

2.รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 รางวัล 40,000 บาท

  • อำเภองาว

3.รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 รางวัล 30,000 บาท

  • อำเภอเกาะคา

รางวัลชมเชย 10 รางวัล รางวัล 25,000บาท

  • อำเภอเมืองลำปาง
  • อำเภอแจ้ห่ม
  • อำเภอแม่พริก
  • อำเภอเสริมงาม
  • อำเภอสบปราบ
  • อำเภอวังเหนือ
  • อำเภอแม่ทะ
  • อำเภอเถิน
  • อำเภอเมืองปาน
  • อำเภอแม่เมาะ

รางวัลขวัญใจมหาชน รางวัลละ 5,000 บาท

  • อำเภอแจ้ห่ม

โดยจังหวัดลำปาง โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง ร่วมบูรณาการกับสภาวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง บริษัท ปตท.น้ำมัน และการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) และภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน กำหนดจัดงานสลุงหลวง กลองใหญ่ ปีใหม่เมือง นครลำปาง ประจำปี พ.ศ. 2567 ระหว่างวันที่ 7 – 13 เมษายน 2567 โดยมีพิธีเปิดการแข่งขันกลองปู่จานครลำปางชิงถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ครั้งที่ 20 ในงานสลุงหลวง กลองใหญ่ ปีใหม่เมือง นครลำปาง ประจำปี พ.ศ. 2567 ในวันจันทร์ที่ 8 เมษายน 2567 ณ ลานศาลหลักเมืองนครลำปาง และสนามหน้าพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้เมืองลำปาง (มิวเซียมลำปาง) อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง ซึ่งมีกิจกรรมสำคัญ ดังนี้

  1. กิจกรรมข่วงแก้วเวียงละกอน และถนนสายวัฒนธรรม
  2. ขบวนอัญเชิญรางวัลพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
  3. การแข่งขันตีก๋องปู่จานครลำปางชิงถ้วยรางวัลพระราชทานฯ
  4. พิธีมอบรางวัลพระราชทานฯ และบันทึกภาพร่วมกัน
  5. การแสดงศิลปวัฒนธรรมของเด็กและเยาวชนจังหวัดลำปาง
  6. การจำหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรม และผลิตภัณฑ์ชุมชน

ซึ่งนายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นายสุพจน์ ทนทาน นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ และนายพร้อมพงษ์ ทาสิทธิ์ ข้าราชการและบุคลากรสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย เข้าร่วมกิจกรรมฯ ดังกล่าว

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สนง.วัฒนธรรม เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

‘อทิตาธร’ ร่วมงานประเพณีสืบชะตา แม่น้ำจันสายน้ำแห่งชีวิต

 

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2567 เวลา 09.30 น. นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย ร่วมงานประเพณีสืบชะตาแม่น้ำจัน พร้อมกล่าวคำชลาลัยบูชา ณ ลานกิจกรรมบ้านอาหลู่ ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย พร้อมด้วย นายประเสริฐ ชุ่มเมืองเย็น ส.อบจ.เชียงราย อ.แม่จัน เขต 1 และนางปาริชาติ จิระมณี ส.อบจ.เชียงราย อ.แม่จัน เขต 3 โดยมี นายญาณวุฒิ สุดพิมศรี นายอำเภอแม่จัน เป็นประธานในพิธีฯ 

 

โดยลำน้ำแม่จันเป็นสายน้ำหลักที่ผูกพันกับวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของคนแม่จัน โดยพิธีกรรมประกอบด้วยพิธีบวงสรวงพระอุปคุต พิธีขึ้นท้าวทั้งสี่ การอ่านคำกล่าวบทสวดชุมนุมเทวดา คำกล่าวชลาลัยบูชา อ่านปฏิทินการใช้น้ำเพื่อเป็นการเปิดฤดูการใช้น้ำ และกล่าวคำปฏิญาณและคำสาปแช่ง ขบวนแห่บายศรี พิธีขอน้ำต่อเทพยดาผู้รักษาน้ำโดยถวายเครื่องสักการะ ถวายพานดอกไม้ ธูป เทียน อาหาร ประกอบพิธีสืบชะตาน้ำศักดิ์สิทธิ์ และประกอบพิธีกรรมของชนเผ่าทั้ง 5 ชนเผ่า คือชนเผ่ามูเซอ เย้า ลั้วะ อาข่า และชนเผ่าลีซู

 

ลำน้ำแม่จันมีต้นกำเนิดจากดอยสามเส้าน้อย พรมแดนระหว่างไทยกับพม่า มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,692 เมตร ไหลผ่านเขตอำเภอแม่จัน เริ่มจากตำบลป่าตึง 19 หมู่บ้าน ตำบลแม่จัน 6 หมู่บ้าน        ตำบลสันทราย 8 หมู่บ้าน ตำบลจอมสวรรค์ 10 หมู่บ้าน ตำบลจันจว้า 6 หมู่บ้าน ตำบลจันจว้าใต้ 6 หมู่บ้าน และตำบลป่าสักอำเภอเชียงแสน 10 หมู่บ้าน มีเหมืองฝายอยู่บนลำน้ำทั้งสิ้น 18 ฝาย  รวมความยาวของลำน้ำ    ทั้งหมด 77 กิโลเมตร มีพื้นที่ลุ่มน้ำสาขาประมาณ 1,197 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 11.90 ของพื้นที่ลุ่มน้ำโขง

โครงการวิจัยนี้ครอบคลุมพื้นที่ 7 ฝาย ประกอบด้วย

  1. ฝายโป่งน้ำร้อน
  2. ฝายห้วยปู
  3. ฝายประปา
  4. ฝายปู่ขุน
  5. ฝายห้างต่ำ
  6. ฝายป่ายาง
  7. ฝายโพธนาราม
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

เที่ยวสงกรานต์ เชียงรายเบียนนาเล่สาดศิลป์ สาดสุข ลุ้นรับรางวัล

 

สายอาร์ตห้ามพลาด !! เที่ยวสงกรานต์เชียงราย สนุกสนานสราญศิลป์ ในงานไทยแลนด์เบียนนาเล่ และร่วมสนุกกับกิจกรรม “สาดศิลป์ สาดสุข สนุกกับเบียนนาเล่”  ลุ้นรับรางวัล สุดชีค Limited Edition มากมาย

 

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว วธ) เปิดเผยว่า เทศกาลสงกรานต์เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ที่เดินทางมาท่องเที่ยวเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ความประทับใจ ในสีสันบรรยกาศ ความรื่นเริง สนุกสนาน การละเล่นและวัฒนธรรมประเพณีของแต่ละภูมิภาคในประเทศไทย ประกอบกับขณะนี้กระทรวงวัฒนธรรม 

 

โดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ร่วมกับจังหวัดเชียงรายได้จัดงานมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ หรือไทยแลนด์เบียนนาเล่เชียงราย ระหว่างวันที่ 9 ธันวาคม 2566 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2567 ซึ่งมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย และมีผู้เข้าชมงานเป็นจำนวนมากเกือบ 3,000,000 คนแล้ว จึงเชิญชวนผู้สนใจไปเที่ยวชมต่อจนกว่าจะจบงาน ซึ่งในช่วงวันที่ 6-7 เมษายน จะมีงาน “กวาคีลา : เป่า ร้อง กลอง รำ เปิดโลกวิถีวัฒนธรรมดนตรีชาติพันธุ์เมืองเชียงราย” เป็นกิจกรรมการแสดงดนตรีชาติพันธุ์ ส่วนหนึ่งของการจัดมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale, Chiang Rai 2023 ภายใต้ความร่วมมือกับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.องอาจ อินทนิเวศ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย   ควบคู่ไปกับนิทรรศการศิลปะจากศิลปินระดับโลก

 

รมว วธ กล่าวต่อว่า เพื่อให้คนเดินทางไปเที่ยวเชียงรายได้มีโอกาสชมงานศิลปะระดับโลกไปพร้อมๆ กับการเที่ยวงานสงกรานต์ที่เชียงราย กระทรวงวัฒนธรรมและจังหวัดเชียงราย จึงจัดกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสนุกลุ้นรับรางวัล โดยขอเชิญผู้ที่เดินทางไปเที่ยวเชียงราย ระหว่างวันที่ 13 – 15 เมษายน 2567 นี้ ไปเชียงราย แล้วอย่าลืมแวะชมงานศิลปะ ในจุดแสดงงานไทยแลนด์เบียนนาเล่เชียงราย แล้วถ่ายภาพ/ถ่ายคลิปที่มีภาพตัวท่านเองคู่กับงานศิลป์ และโพสต์/แชร์บนเฟซบุ๊ก หรืออินสตาแกรม ตั้งค่าสาธารณะ ติดแฮชแทค ตามนี้ 

#thailandbiennalechiangrai2023
#thailandbiennale
#สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

การค้นพบวัตถุริมแม่น้ำโขง ของลาว อาจเป็นพื้นที่ของล้านนา-ล้านช้าง

 
เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมาทางเพจภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้โพสต์ข้อความว่าจากการค้นพบโบราณวัตถุที่ริมแม่น้ำโขง ดอนเผิ่งคำ เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ส.ป.ป.ลาวฝั่งตรงข้าม อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2567 โดยเป็นพระพุทธรูปสำริดทั้งขนาดใหญ่และเล็กจำนวนมาก รวมทั้งยังพบซากอาคารที่เป็นเสาก่ออิฐจมดินอยู่ด้วย ประชาชนทั้งชาวลาวและชาวไทยให้ความสนใจกันอย่างมากในโลกโซเชียลต่อเนื่องกันมาหลายวัน
 
รองศาสตราจารย์ ดร.ประภัสสร์ ชูวิเชียร หัวหน้าภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ให้ความเห็นว่ารูปแบบศิลปกรรมที่พบประกอบด้วยพระพุทธรูปและชิ้นส่วนอาคารวิหาร โดยพระพุทธรูปอาจแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มหลัก คือ
 
1.กลุ่มศิลปะล้านนาที่มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 21 มีรูปแบบพระพักตร์อวบอ้วน เม็ดพระศกใหญ่ ประทับนั่งบนฐานกลีบบัวปางมารวิชัย
2.คือกลุ่มพระพุทธรูปล้านนาสกุลช่างเชียงราย-เทิง มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 21-22 ดังเช่นพระพุทธรูปสำริดองค์ใหญ่ ซึ่งมีเทคนิคพิเศษในการหล่อโลหะต่างสีมาประกอบเข้าด้วยกัน และมีพุทธลักษณะบางประการร่วมกับพระพุทธรูปศิลปะลาวล้านช้างเช่นการทำส่วนฐานยกสูงฉลุลาย พระพักตร์เสี้ยม เม็ดพระศกเล็กมีไรพระศก
3.พระพุทธรูปศิลปะล้านช้างขนาดเล็กอายุราวพุทธศตวรรษที่ 22 รูปแบบเป็นพื้นถิ่นเช่นส่วนฐานเป็นบัวงอน รัศมีสูงเป็นแฉก
 
 
เสาอาคารเป็นเสากลมของวิหารประดับด้วยลวดลายปูนปั้นแบบล้านนาคือลายกรอบวงโค้งหยักและดอกโบตั๋นที่เป็นอิทธิพลจากศิลปะจีน กำหนดอายุได้ราวพุทธศตวรรษที่ 21 นอกจากนี้ข้อมูลในภาพยังมีพระพิมพ์อีกจำนวนหนึ่งซึ่งอาจเป็นศิลปะล้านนา
 
 
พื้นที่ที่พบมีความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนสองฝั่งแม่น้ำโขงในอดีตซึ่งยังมิได้แบ่งเป็นประเทศไทย-ลาว เหมือนปัจจุบัน แต่ขึ้นอยู่กับอำนาจจากสองอาณาจักรคือล้านนาที่เชียงใหม่กับล้านช้างที่หลวงพระบาง-เวียงจัน น่าสนใจที่มีการผสมผสานรูปแบบกันระหว่างสองศิลปะนั้นด้วยเพราะเป็นพื้นที่ชายขอบของล้านนา-ล้านช้าง
 
 
ส่วนตำแหน่งของพื้นที่ว่าอาจเป็นส่วนหนึ่งของเมืองโบราณเชียงแสนหรือไม่นั้น อาจต้องใช้การวิเคราะห์ทางด้านธรณีวิทยาความเปลี่ยนแปลงของลำน้ำโขงจากนักวิทยาศาสตร์มาประกอบด้วย
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News