Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายจัดงานรำลึกผู้สูญเสียอุบัติเหตุ สร้างถนนปลอดภัย

เชียงรายจัดงาน “วันโลกรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน” ส่งเสริมความปลอดภัยบนถนน

วันนี้ (17 พฤศจิกายน 2567) ที่ลานธรรม ลานศิลป์ ถิ่นพญามังราย อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดงาน “วันโลกรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน และเพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย

การรวมพลังเพื่อถนนปลอดภัย

กิจกรรมในวันนี้ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ภาคประชาสังคม นักเรียน นักศึกษา และประชาชนที่สนใจเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ภายในงานมีการอ่าน “สารวันโลกรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน” และมีการยืนสงบนิ่งไว้อาลัยเป็นเวลา 1 นาที เพื่อแสดงความอาลัยต่อผู้ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน

นายประเสริฐกล่าวว่า “การจัดกิจกรรมนี้เป็นการเน้นย้ำให้ประชาชนทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการใช้รถใช้ถนนอย่างระมัดระวัง เพราะอุบัติเหตุไม่เพียงแต่ทำให้เกิดการสูญเสียชีวิต แต่ยังส่งผลกระทบต่อครอบครัวและสังคมโดยรวม”

กิจกรรมพิเศษและการเดินรณรงค์

นอกจากพิธีการในลานธรรมแล้ว ยังมีการเดินขบวนรณรงค์ไปตามถนนสายหลักในตัวเมืองเชียงราย เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนใส่ใจเรื่องความปลอดภัยในการใช้ถนน โดยมีการจัดนิทรรศการและบูธให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันอุบัติเหตุ เช่น การใช้เข็มขัดนิรภัย การขับรถไม่ดื่มแอลกอฮอล์ และการใช้โทรศัพท์อย่างปลอดภัยในขณะขับขี่

ในงานยังมีการมอบประกาศนียบัตรให้แก่หน่วยงานที่ให้การสนับสนุนการจัดงาน และหน่วยงานที่มีบทบาทในการส่งเสริมความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง

ความสำคัญของวันโลกรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน

องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้วันอาทิตย์สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็นวัน “โลกรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน” สำหรับปี พ.ศ. 2567 นี้ตรงกับวันที่ 17 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันที่ทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับการรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนน

ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสูงติดอันดับต้น ๆ ของโลก ดังนั้นการจัดงานครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน โดยมุ่งหวังให้ถนนทุกสายในประเทศไทยเป็น “ถนนปลอดเหตุ ชีวิตปลอดภัย”

แนวทางการลดอุบัติเหตุในอนาคต

นอกจากกิจกรรมรณรงค์และนิทรรศการแล้ว จังหวัดเชียงรายยังได้ประกาศเป้าหมายในการลดจำนวนอุบัติเหตุทางถนนผ่านการส่งเสริมการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัยและการสร้างจิตสำนึกในสังคม นอกจากนี้ยังมีแผนการร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อพัฒนาระบบการตรวจสอบและป้องกันอุบัติเหตุ เช่น การติดตั้งกล้องวงจรปิดและการจัดอบรมให้ความรู้แก่ผู้ขับขี่

การรณรงค์ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการรำลึกถึงผู้ที่สูญเสียไปแล้ว แต่ยังเป็นการกระตุ้นให้สังคมตระหนักถึงความรับผิดชอบร่วมกันในการทำให้ถนนเป็นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

เชียงรายเตรียมจัดงานมาฆบูชารำลึก เสริมสร้างคุณธรรม ปี 2568

เชียงรายเตรียมจัดงาน “มาฆบูชารำลึก” ปี 2568 เพื่อส่งเสริมพระพุทธศาสนาและคุณธรรม

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.00 น. ณ อาคารวิทยาลัยสงฆ์เชียงราย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (ศาลากลางจังหวัดเชียงรายหลังเก่า ดอยจำปี) ได้มีการประชุมปรึกษาหารือการจัดงาน “มาฆบูชารำลึกจังหวัดเชียงราย ประจำปี 2568” โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงรายนำโดย นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย มอบหมายให้ นายสุพจน์ ทนทาน นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ เข้าร่วมประชุมพร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การจัดงานมาฆบูชารำลึกเพื่อส่งเสริมพระพุทธศาสนาและคุณธรรม

การจัดงานมาฆบูชารำลึกในปี 2568 นี้ เป็นการร่วมมือระหว่างสมาพันธ์ส่งเสริมและพิทักษ์พระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงราย คณะสงฆ์จังหวัดเชียงราย สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงราย พุทธสมาคมจังหวัดเชียงราย และองค์กรเครือข่ายต่าง ๆ รวมถึงชมรมผู้สูงอายุจังหวัดเชียงราย และสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย

งานดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 ณ พุทธมณฑลสมโภช 750 ปีเมืองเชียงราย ตำบลบัวสลี อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย ซึ่งตรงกับวันมาฆบูชา โดยปีนี้ถือเป็นการครบรอบ 5 ปีของการก่อตั้งสมาพันธ์ส่งเสริมและพิทักษ์พระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงราย

กิจกรรมและไฮไลต์ภายในงาน

ภายในงานจะมีกิจกรรมหลากหลายที่มุ่งเน้นการส่งเสริมพระพุทธศาสนา และเสริมสร้างคุณธรรมในชุมชนเชียงราย อาทิ

  1. พิธีมอบประกาศเกียรติคุณ ให้กับผู้ที่ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา เพื่อยกย่องและสนับสนุนให้บุคคลและองค์กรต่าง ๆ มีส่วนร่วมในการพัฒนาพระพุทธศาสนา
  2. พื้นที่แสดงออกของเด็กและเยาวชน เพื่อให้เยาวชนได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ผ่านกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อสังคม เช่น การแสดงละครธรรมะ การวาดภาพ การทำสมาธิ และการสนทนาธรรม
  3. กิจกรรมเวียนเทียนรอบพระบรมสารีริกธาตุ และการสวดมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน
  4. นิทรรศการทางพระพุทธศาสนา เพื่อให้ประชาชนได้ศึกษาเรียนรู้เรื่องราวของพระพุทธศาสนา และการดำเนินชีวิตตามหลักธรรมคำสอน

ส่งเสริมเชียงรายเป็นสังคมแห่งคุณธรรม

การจัดงานในครั้งนี้ มุ่งเน้นการสร้างสังคมเชียงรายให้เป็นสังคมแห่งคุณธรรม ส่งเสริมให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและดำเนินชีวิตด้วยความสงบสุข การจัดงานมาฆบูชารำลึกยังสอดคล้องกับยุทธศาสตร์จังหวัดเชียงรายในการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ผลการประชุมและแผนงานในอนาคต

ในการประชุมครั้งนี้ นายปรีชา พัวนุกุลนนท์ ประธานสมาพันธ์ส่งเสริมและพิทักษ์พระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงราย ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการส่งเสริมและเผยแผ่พระพุทธศาสนา พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของพระพุทธศาสนาและการดำเนินชีวิตตามหลักธรรมคำสอน

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

  1. งานมาฆบูชารำลึกเชียงรายจัดขึ้นเมื่อใด?
    งานจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568

  2. สถานที่จัดงานอยู่ที่ไหน?
    ณ พุทธมณฑลสมโภช 750 ปีเมืองเชียงราย ตำบลบัวสลี อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย

  3. ภายในงานมีกิจกรรมอะไรบ้าง?
    มีกิจกรรมหลากหลาย เช่น พิธีมอบเกียรติคุณ กิจกรรมเวียนเทียน นิทรรศการพระพุทธศาสนา และกิจกรรมแสดงออกของเยาวชน

  4. วัตถุประสงค์ของการจัดงานคืออะไร?
    เพื่อส่งเสริมพระพุทธศาสนาและเสริมสร้างคุณธรรมในชุมชนเชียงราย

  5. ใครเป็นผู้จัดงาน?
    สมาพันธ์ส่งเสริมและพิทักษ์พระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงราย ร่วมกับคณะสงฆ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ศิลปินเชียงรายจัดนิทรรศการ Red Mud, Green Shoots ฟื้นฟูหลังน้ำท่วม

นิทรรศการ “Red mud, Green shoots” เชียงราย เปิดตัวผลงานศิลปะ 28 ศิลปินแม่ญิง สะท้อนความหวังท่ามกลางโคลนตม

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2567 เวลา 15.00 น. ณ บ้านสิงหไคล มูลนิธิมดชนะภัย จังหวัดเชียงราย นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย เป็นประธานเปิดงานนิทรรศการ Red mud, Green shoots (Resilience and regrowth) โดยกลุ่มศิลปิน Maeying Artists Collective ซึ่งประกอบด้วยศิลปินหญิง 28 คนจากเชียงรายและพื้นที่อื่นๆ นิทรรศการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสะท้อนความหวังและความเข้มแข็งของชุมชนที่เผชิญกับ อุทกภัยครั้งใหญ่ในปี 2567

แนวคิดและแรงบันดาลใจของนิทรรศการ

นิทรรศการ Red mud, Green shoots เกิดขึ้นจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่เชียงรายและพื้นที่ภาคเหนือในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม 2567 ทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงทั้งต่อพื้นที่การเกษตร บ้านเรือน และธุรกิจในท้องถิ่น เมื่อน้ำลดลง พื้นที่หลายแห่งถูกปกคลุมไปด้วยโคลนสีแดง แต่ท่ามกลางความสูญเสีย กลับมี ความหวัง ที่ผลิบานขึ้นจากน้ำใจและการช่วยเหลือของผู้คน

ศิลปินหญิงจากกลุ่ม Maeying Artists Collective ได้นำเอาความรู้สึกและประสบการณ์ที่ได้พบเจอระหว่างเหตุการณ์น้ำท่วม มาสร้างสรรค์เป็นผลงานศิลปะหลากหลายเทคนิค ทั้งภาพวาด จิตรกรรม และสื่อผสม เพื่อถ่ายทอดความเข้มแข็งและการฟื้นฟูจิตใจของชุมชน

กิจกรรมและการแสดงผลงานศิลปะ

นิทรรศการจัดแสดงผลงานตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน ถึง 21 ธันวาคม 2567 เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00-16.00 น. ยกเว้นวันจันทร์ โดยมีผลงานกว่า 28 ชิ้นจากศิลปินหญิงที่มีชื่อเสียงของเชียงราย เช่น สมลักษณ์ ปันติบุญ และ สมพงษ์ สารทรัพย์ รวมถึงการเสวนาและการแสดงผลงานศิลปะเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ที่เข้าชมงาน

สะท้อนความหวังผ่านศิลปะ

ศิลปินผู้เข้าร่วมแสดงงานเล่าว่า การสร้างผลงานครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสะท้อนถึงเหตุการณ์น้ำท่วม แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็ง ความสามัคคี และการฟื้นฟูของชุมชนที่ได้รับผลกระทบ ศิลปินหญิงทั้ง 28 คนได้ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานที่เต็มไปด้วยพลังบวก เพื่อส่งต่อกำลังใจให้กับผู้ที่เผชิญความยากลำบาก

ส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมในท้องถิ่น

นิทรรศการครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงผลงานศิลปะเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและการส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงราย โดยมีการเชิญชวนนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปเข้าชมงาน เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชนและสนับสนุนการฟื้นฟูหลังน้ำท่วม

นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย กล่าวว่า “นิทรรศการครั้งนี้เป็นการรวมพลังของชุมชนและศิลปินในการสร้างความหวังและกำลังใจให้กับผู้ประสบอุทกภัย เราหวังว่าการจัดแสดงผลงานศิลปะในครั้งนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจและเป็นกำลังใจให้กับทุกคน”

ข้อมูลเพิ่มเติม

นิทรรศการจัดขึ้น ณ บ้านสิงหไคล มูลนิธิมดชนะภัย เชียงราย ผู้สนใจสามารถเข้าชมงานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณพจวรรณ พันธ์จินดา โทร. 084-115-0396

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

  1. นิทรรศการนี้จัดขึ้นเพื่ออะไร?
    เพื่อสะท้อนความหวังและการฟื้นฟูจิตใจของชุมชนหลังเผชิญอุทกภัยที่เชียงราย

  2. สามารถเข้าชมงานได้เมื่อใด?
    ระหว่างวันที่ 16 พฤศจิกายน – 21 ธันวาคม 2567 เวลา 10.00-16.00 น. ยกเว้นวันจันทร์

  3. นิทรรศการนี้มีผลงานของศิลปินกี่ท่าน?
    มีผลงานจากศิลปินหญิงทั้งหมด 28 ท่าน

  4. มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชมหรือไม่?
    ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชม

  5. นิทรรศการจัดขึ้นที่ไหน?
    บ้านสิงหไคล มูลนิธิมดชนะภัย ถนนสิงหไคล อำเภอเมืองเชียงราย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

สภาเยาวชนเชียงรายเร่งพัฒนาเด็ก-เยาวชน ขับเคลื่อน 100 โครงการปี 68

สภาเยาวชน อบจ.เชียงราย ประชุมครั้งแรกปี 2568 รุกแผนพัฒนาเด็กและเยาวชน เชิงรุก กว่า 100 โครงการ

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2567 เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 4 สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย พร้อมด้วย นายฐิติวัชร ไลศิริพันธุ์ ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม และ นายอดิศักดิ์ เทพวงค์ ประธานสภาเยาวชน อบจ.เชียงราย จัดการประชุมสภาเยาวชน อบจ.เชียงราย ครั้งที่ 1 ประจำปี 2568 โดยมีการสรุปผลการดำเนินงานปี 2567 และพิจารณาแผนงานในปีงบประมาณ 2568 เพื่อขับเคลื่อนงานพัฒนาเด็กและเยาวชนในจังหวัดเชียงรายอย่างเต็มรูปแบบ

สรุปผลการดำเนินงานปี 2567 และเป้าหมายปี 2568

การประชุมครั้งนี้เน้นไปที่การรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากตัวแทนเยาวชนในพื้นที่ 18 อำเภอของจังหวัดเชียงราย โดยมุ่งหวังให้เกิดการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเชิงรุก และกำหนดแผนยุทธศาสตร์ในการทำงานเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม ทั้งนี้มีการ พิจารณาแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งเหรัญญิกสภาเยาวชน แทนตำแหน่งที่ว่างลง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

ประเด็นสำคัญในการประชุม: พัฒนาเด็กและเยาวชนเชียงราย

การประชุมได้กำหนดหัวข้อและประเด็นสำคัญที่เยาวชนจะขับเคลื่อนในปีงบประมาณ 2568 ดังนี้:

  1. การสร้างการมีส่วนร่วมและพัฒนาศักยภาพเยาวชน
  2. จัดทำแผนงานและปฏิทินกิจกรรมกว่า 100 โครงการ
  3. ส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อสังคม (Social Impact Tourism)
  4. รับมือวิกฤตฝุ่นพิษ PM 2.5
    • มีการเสนอแนวทางในการจัดทำเครื่องฟอกอากาศ DIY สำหรับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและสถานศึกษา
  5. การแก้ปัญหาสังคมของเยาวชนในพื้นที่
    • ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า สิ่งเสพติด การพนันออนไลน์ การใช้ความรุนแรง และการรวมกลุ่มเด็กแว้น

แผนฟื้นฟูพื้นที่หลังอุทกภัยและการพัฒนาท้องถิ่น

ในที่ประชุมยังได้มีการหารือถึงบทบาทของเยาวชนในการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยที่ผ่านมา รวมถึงการวางแผนโครงการเพื่อสร้างความยั่งยืนและเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยมุ่งเน้นให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาในชุมชนอย่างต่อเนื่อง

ส่งเสริมเยาวชนให้มีส่วนร่วมในทุกมิติ

นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ ได้กล่าวชื่นชมเยาวชนเชียงรายที่ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการพัฒนาสังคมและท้องถิ่น พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างสรรค์กิจกรรมที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนเพื่อให้เกิดผลในเชิงบวกต่อสังคมในระยะยาว

นายอดิศักดิ์ เทพวงค์ ประธานสภาเยาวชน อบจ.เชียงราย ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนแสดงความคิดเห็นและสะท้อนปัญหาที่พบเจอในพื้นที่ เพื่อที่จะร่วมกันหาทางแก้ไขและพัฒนาชุมชนไปพร้อมกัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

  1. การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์อะไร?
    มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนในจังหวัดเชียงราย รวมถึงการวางแผนกิจกรรมเพื่อสังคม

  2. หัวข้อสำคัญในการประชุมคืออะไร?
    การจัดทำแผนงานปี 2568 การฟื้นฟูพื้นที่หลังอุทกภัย และการแก้ปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5

  3. สภาเยาวชน อบจ.เชียงรายจะทำอะไรเพื่อช่วยฟื้นฟูพื้นที่?
    มีแผนการจัดทำเครื่องฟอกอากาศ DIY และการมีส่วนร่วมในการพัฒนา Social Impact Tourism

  4. การประชุมครั้งนี้สำคัญอย่างไรต่อเยาวชนในพื้นที่?
    เป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนแสดงความคิดเห็นและเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน

  5. เป้าหมายหลักของการจัดประชุมสภาเยาวชนคืออะไร?
    เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของเยาวชนและพัฒนาท้องถิ่นในจังหวัดเชียงรายอย่างยั่งยืน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
WORLD PULSE

“แพทองธาร” หารือ “สี จิ้นผิง” ขยายตลาดสินค้าไทย

“แพทองธาร” หารือ “สี จิ้นผิง” ที่เอเปค สานสัมพันธ์ไทย-จีน พร้อมเปิดตลาดสินค้าและแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี

เมื่อวันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2567 นางสาว แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทย ได้พบหารือทวิภาคีกับ นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในช่วงการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 31 ณ โรงแรม Delfines Hotel Lima กรุงลิมา ประเทศเปรู การประชุมครั้งนี้ถือเป็นจุดสำคัญในการสานต่อความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างไทยและจีน โดยเฉพาะในโอกาสครบรอบ 50 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ

จีนสนับสนุนไทยในเวทีระดับโลก เปิดรับสินค้าจากไทยเพิ่ม

ในที่ประชุม ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ยืนยันว่าจะสนับสนุนไทยในเวทีระดับโลกทุกมิติ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การค้า และเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยจีนพร้อมเปิดรับสินค้าจากไทยมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าทางการเกษตร เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจของไทยให้เติบโต นอกจากนี้ยังยืนยันการสนับสนุนให้ไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกในกลุ่ม BRICS ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ขนาดใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญในเศรษฐกิจโลก

แลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาและเทคโนโลยี

นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร กล่าวชื่นชมจีนในการพัฒนาอุตสาหกรรมสมัยใหม่ โดยเฉพาะ เทคโนโลยีการผลิตคุณภาพใหม่ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และ พลังงานสะอาด ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับการพัฒนาของประเทศไทยที่มุ่งเน้นการส่งเสริมการค้าเสรีและการพัฒนาที่ยั่งยืน ไทยพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับจีนในด้าน การแก้ปัญหาความยากจน เทคโนโลยีอวกาศ และการต่อสู้กับภัยธรรมชาติ

เตรียมเปิดฉากปีทองแห่งมิตรภาพไทย-จีน

นางสาวแพทองธารยังได้เชิญ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และภริยาเข้าร่วมเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ครบรอบ 50 ปี ไทย-จีน ในปี 2568 ที่จะถือเป็น ปีทองแห่งมิตรภาพ ระหว่างสองประเทศ โดยในโอกาสนี้ จีนได้เตรียมอัญเชิญ พระเขี้ยวแก้ว จากกรุงปักกิ่งมาประดิษฐาน ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวงในวันที่ 4 ธันวาคม เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสมหามงคล

จีนมอบแพนด้ายักษ์เป็นสัญลักษณ์มิตรภาพ

อีกหนึ่งข่าวดีสำหรับประชาชนชาวไทยคือ จีนจะส่งแพนด้ายักษ์มาประเทศไทยในปีหน้า เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพระหว่างสองประเทศ ซึ่งจะสร้างความตื่นเต้นและความสุขให้กับคนไทย รวมถึงกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในประเทศ

ร่วมมือในด้านเทคโนโลยีและพลังงานสะอาด

จีนยังพร้อมที่จะร่วมมือกับไทยใน การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล การศึกษา และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและการเชื่อมโยงระหว่างประชาชน นอกจากนี้ยังมีการหารือเรื่องการขยายความร่วมมือด้าน พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีที่ยั่งยืน เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งในด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

การประชุมเพื่อความร่วมมือในอนาคต

ในการประชุมครั้งนี้ ทั้งสองประเทศยังได้หารือเกี่ยวกับการร่วมมือในกรอบความร่วมมือ เอเชีย (ACD) และ แม่โขง-ล้านช้าง (MLC) ที่จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนและสร้างความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค นอกจากนี้ยังมีการเตรียมการสำหรับการประชุมสุดยอด BRICS ที่จีนจะเป็นเจ้าภาพในปี 2569

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

  1. การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายอะไร?
    การประชุมครั้งนี้มุ่งเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีนในด้านเศรษฐกิจ การค้า และเทคโนโลยี

  2. จีนสนับสนุนไทยในด้านใดบ้าง?
    จีนยืนยันการสนับสนุนไทยในการเข้าร่วมเป็นสมาชิก BRICS และเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากไทย

  3. การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างไทย-จีนจะมีอะไรบ้าง?
    จีนจะส่งแพนด้ายักษ์มายังไทยและอัญเชิญพระเขี้ยวแก้วมาประดิษฐานที่ท้องสนามหลวง

  4. ไทยจะร่วมมือกับจีนในด้านใด?
    ไทยพร้อมแลกเปลี่ยนความรู้ในด้านการแก้ปัญหาความยากจน เทคโนโลยีอุตสาหกรรม และพลังงานสะอาด

  5. ปี 2568 จะมีการฉลองอะไรบ้าง?
    ปี 2568 จะเป็นปีทองแห่งมิตรภาพไทย-จีน ฉลองครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เด็กเชียงรายสู้ภัยไซเบอร์! สร้างวอลล์ป้องกันภัยออนไลน์

เด็กเชียงรายผนึกกำลัง สร้างวอลล์ป้องกันภัยออนไลน์

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 เมื่อเร็วๆ นี้ ณ โรงแรมภูฟ้าวารี จังหวัดเชียงราย ได้เกิดปรากฏการณ์ที่น่าสนใจขึ้น เมื่อเด็กและเยาวชนจาก 8 โรงเรียนในจังหวัดเชียงราย กว่า 30 คน พร้อมด้วยครูพี่เลี้ยง และหน่วยงานพันธมิตร ต่างมารวมตัวกันเพื่อร่วมกิจกรรมโครงการคุ้มครองเด็กเพื่อความปลอดภัยจากสื่อออนไลน์ ระยะที่ 2 ภายใต้ชื่อ “เด็กนำ ผู้ใหญ่หนุน”

เด็กเชียงรายไม่นิ่งนอนใจ สร้างสรรค์กิจกรรมป้องกันภัยออนไลน์

โครงการนี้มีเป้าหมายหลักในการเสริมพลังให้เด็กและเยาวชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็กที่มีความหลากหลายทางเพศ ผู้พิการ และเด็กที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ได้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆ เพื่อป้องกันตนเองจากภัยอันตรายบนโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นปัญหาที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน

เด็กๆ ได้ทำอะไรบ้าง?

  • วิจัยปัญหาด้วยตัวเอง: เด็กๆ ได้ร่วมกันออกแบบแบบสอบถามและลงพื้นที่เก็บข้อมูลเพื่อศึกษาปัญหาที่เด็กในโรงเรียนของตนเองเผชิญ เช่น การถูกคุกคามทางออนไลน์ การถูกหลอกลวง หรือการเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม
  • สร้างสรรค์กิจกรรมรณรงค์: จากข้อมูลที่ได้ เด็กๆ ได้ร่วมกันออกแบบกิจกรรมรณรงค์ที่หลากหลาย เพื่อให้เพื่อนๆ และคนในชุมชนตระหนักถึงภัยอันตรายบนโลกออนไลน์ และรู้วิธีป้องกันตนเอง
  • เป็นตัวแทนไปสู่ระดับนโยบาย: ผลลัพธ์จากการดำเนินโครงการจะถูกนำไปใช้ในการผลักดันนโยบายที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของเด็กบนโลกออนไลน์ในระดับท้องถิ่น ภูมิภาค และระดับชาติ

ทำไมเด็กและเยาวชนจึงสำคัญ?

นายณรงค์ศักดิ์ เตือนสกุล รองนายกเทศมนตรีนครเชียงราย กล่าวว่า เด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่มักตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมทางออนไลน์ เนื่องจากขาดความรู้และประสบการณ์ในการป้องกันตนเอง โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล หรือเด็กที่มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งมักจะถูกมองข้ามและขาดโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลและบริการที่จำเป็น

ความสำเร็จของโครงการ

โครงการนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากเด็กและเยาวชนที่เข้าร่วม โดยเด็กๆ กล่าวว่า พวกเขารู้สึกมั่นใจมากขึ้นในการใช้เทคโนโลยี และมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการป้องกันตนเองจากภัยอันตรายบนโลกออนไลน์มากขึ้น นอกจากนี้ โครงการยังช่วยให้เด็กๆ ได้พัฒนาทักษะด้านการทำงานร่วมกัน การสื่อสาร และการเป็นผู้นำ

บทเรียนที่ได้จากโครงการ

  • เด็กและเยาวชนมีความสามารถ: เมื่อได้รับโอกาสและการสนับสนุนที่เหมาะสม เด็กและเยาวชนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาสังคมได้
  • ความสำคัญของการมีส่วนร่วม: การให้เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมในการออกแบบและดำเนินกิจกรรม จะทำให้พวกเขามีความเป็นเจ้าของโครงการและมีความมุ่งมั่นที่จะนำความรู้ไปใช้
  • ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน: การแก้ไขปัญหาการละเมิดเด็กทางเพศต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

  1. ทำไมต้องเลือกจังหวัดเชียงรายเป็นพื้นที่ดำเนินโครงการ? จังหวัดเชียงรายเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและสังคม ซึ่งทำให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่เผชิญกับความเสี่ยงในการถูกละเมิดทางเพศได้ง่ายกว่าพื้นที่อื่นๆ

  2. เด็กๆ ได้เรียนรู้อะไรบ้างจากโครงการนี้? เด็กๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับภัยอันตรายบนโลกออนไลน์ วิธีการป้องกันตนเอง ทักษะการสื่อสาร การทำงานร่วมกัน และความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสังคม

  3. โครงการนี้จะส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนอย่างไรในระยะยาว? โครงการนี้จะช่วยให้เด็กและเยาวชนเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม รู้จักปกป้องตนเองและผู้อื่น และมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่ดีขึ้น

  4. หน่วยงานใดบ้างที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้? โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ มากมาย เช่น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ศูนย์ประสานงานขับเคลื่อนการส่งเสริมและปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนในการใช้สื่อออนไลน์ และมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย

  5. ประชาชนทั่วไปสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือเด็กๆ ได้อย่างไร? ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้หลายวิธี เช่น การเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ การสนับสนุนทางด้านการเงิน หรือการเป็นอาสาสมัครเพื่อร่วม

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI TOP STORIES

‘วิโรจน์’ เผยผลสำรวจหลังร่วมฟื้นฟู น้ำท่วมเชียงราย เสนอมาตรการระยะยาว

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร เปิดเผยผลสำรวจหลังร่วมฟื้นฟูน้ำท่วมเชียงราย เสนอมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยระยะยาว

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้เปิดเผยผลการดำเนินงานของทีมอาสาสมัครฟื้นฟูน้ำท่วมจังหวัดเชียงราย ซึ่งเกิดขึ้นจากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยนายวิโรจน์ได้เน้นย้ำถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจากภัยพิบัติครั้งนี้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่และเศรษฐกิจของประชาชนในพื้นที่อย่างรุนแรง

ภัยพิบัติครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบหลายปี

เหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงราย ไม่เพียงแต่เป็นน้ำท่วมทั่วไป แต่ยังรวมถึงน้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐานอย่างรุนแรง นายวิโรจน์ระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในภัยพิบัติที่สร้างความเสียหายมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทยนับตั้งแต่ปี 2547 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่อำเภอแม่สาย ซึ่งได้รับผลกระทบหนักที่สุด

ความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการฟื้นฟู

หลังจากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชนประจำจังหวัดเชียงราย ได้ลงพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนเบื้องต้น และได้ร่วมกันจัดตั้ง “ศูนย์ประชาชนอาสา” เพื่อระดมความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนในการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย โดยมีมูลนิธิกระจกเงาเข้ามาร่วมเป็นพี่เลี้ยงในการดำเนินงาน

ปัญหาที่พบและข้อเสนอแนะ

จากการลงพื้นที่และดำเนินงานฟื้นฟู นายวิโรจน์ได้พบปัญหาสำคัญหลายประการ เช่น ปัญหาเรื่องหนี้สินของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในระยะยาว นอกจากนี้ ยังพบปัญหาเกี่ยวกับระบบบำบัดน้ำเสียในพื้นที่อำเภอแม่สาย ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นฟูสภาพแวดล้อม

เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ นายวิโรจน์ได้เสนอข้อเสนอแนะหลายประการ เช่น การให้รัฐบาลสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ผู้ประสบภัย เพื่อให้สามารถฟื้นฟูชีวิตและธุรกิจได้ รวมถึงการเร่งแก้ไขปัญหาเรื่องระบบบำบัดน้ำเสียในพื้นที่อำเภอแม่สาย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซากในอนาคต

ความสำคัญของการร่วมมือกัน

นายวิโรจน์ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในระยะยาว เพื่อให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

หลังจากตนประเมินสภาพพื้นที่ จึงได้พูดคุยขอคำปรึกษาจากเจ้ากรมยุทธการทหารและเจ้ากรมทหารช่าง ซึ่งต้องขอบคุณที่ในเวลาต่อมา ทหารช่างส่งเจ้าหน้าที่มาดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่อย่างรวดเร็ว นี่คือตัวอย่างของการร่วมแรงร่วมใจทำงาน เราผนึกกำลังกับทุกภาคส่วนทั้งราชการและท้องถิ่นเพื่อให้งานสำเร็จ

(1) จะทำอย่างไรให้ประชาชนเข้าถึงการชดเชยเยียวยาอย่างรวดเร็วไม่ตกหล่น

(2) จะทำอย่างไรให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากสถาบันการเงินในระบบ เพราะจากการลงพื้นที่ ตนพบว่าทุกบ้านจะมีบัตรของแหล่งเงินกู้นอกระบบตกอยู่ตามพื้นเต็มไปหมด แสดงว่านายทุนเงินกู้นอกระบบรู้ว่าชาวบ้านคนตัวเล็กต้องการเงินทุนเพื่อตั้งต้นชีวิตใหม่

ดังนั้น รัฐบาลต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ธนาคารออมสินซึ่งเป็นกลไกหลักของรัฐ ทำให้ประชาชนคนตัวเล็กตัวน้อยผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าถึงสินเชื่อจากสถาบันการเงินในระบบได้ ไม่เช่นนั้นหลังจากนี้ภาวะหนี้ครัวเรือนจะยิ่งซ้ำเติมชาวเชียงราย

(3) ระบบระบายน้ำที่พร้อมรองรับฤดูฝนในปี 2568 เพราะเราเชื่อว่ายังมีโคลนค้างอยู่ในท่อบางจุด จึงจำเป็นต้องมีการลอกท่อครั้งใหญ่ ข้อจำกัดตอนนี้ คือ งบประมาณของท้องถิ่นอาจร่อยหรอลงเพราะต้องนำเงินสะสมไปใช้ในช่วงภัยพิบัติ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องพิจารณางบประมาณให้เหมาะสมเพื่อช่วยเหลือประชาชน

(4) ปัญหาเอกสารสิทธิในที่ดิน เนื่องจากหลายบ้านไม่มีบ้านเลขที่ ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ทำให้เข้าไม่ถึงการชดเชยเยียวยา รัฐบาลควรใช้โอกาสนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการแก้ปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน รวมถึงย้ายประชาชนที่ปัจจุบันอาศัยในพื้นที่เสี่ยง ให้ออกมาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย

(5) ปัญหาบ่อบำบัดน้ำเสียที่ อ.แม่สาย ที่ประชาชนตั้งข้อสังเกตว่าสร้างขวางทางไหลของน้ำหรือไม่ ตอนนี้บ่อชำรุด รัฐควรให้วิศวกรเข้ามาตรวจสอบว่าขวางทางน้ำจริงหรือไม่ ปรับปรุงให้มีการระบายน้ำที่ดีขึ้นกว่านี้ได้หรือไม่ ในอนาคตจะได้ไม่เกิดปัญหาซ้ำเดิม

โดยเรื่องนี้ตนได้ตั้งกระทู้ถามไปยังนายกรัฐมนตรีให้ตอบในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้ประชาชนทราบว่ารัฐจะดำเนินการอย่างไร เนื่องจากยังมีประชาชนไม่สบายใจ กังวลว่าปีหน้าจะเกิดเหตุแบบปีนี้ ซึ่งนายกฯ มีหนังสือตอบกลับมาแล้ว ขอเวลาในการตอบเพิ่มเติม ตนจะติดตามเรื่องนี้ต่อไป

(6) การขุดลอกแม่น้ำสาย เนื่องจากเป็นแม่น้ำที่กั้นพรมแดนระหว่างไทยและเมียนมา การทำอะไรจึงมีข้อจำกัดเพราะมีประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศที่ต้องพูดคุยว่าจะขุดลอกแม่น้ำสายร่วมกันอย่างไร ทำระบบเตือนภัยให้ประชาชนทั้ง 2 ฝั่งลำน้ำได้ประโยชน์ รวมถึงพิจารณาปัญหาการรุกล้ำลำน้ำ

บทสรุป

เหตุการณ์น้ำท่วมในจังหวัดเชียงราย เป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของสังคมต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติ และความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมและวางแผนรับมือกับภัยพิบัติในอนาคต นอกจากนี้ ยังเป็นตัวอย่างที่ดีของการร่วมมือกันของทุกภาคส่วนเพื่อฟื้นฟูและสร้างสรรค์สังคมให้กลับมามีความเข้มแข็งอีกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

  1. เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้สร้างความเสียหายมากน้อยเพียงใด? เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อบ้านเรือน โครงสร้างพื้นฐาน และเศรษฐกิจของประชาชนในจังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่อำเภอแม่สาย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในภัยพิบัติที่ร้ายแรงที่สุดในรอบหลายปี

  2. มีการดำเนินการใดบ้างเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย? มีการจัดตั้งศูนย์ประชาชนอาสาเพื่อระดมความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนในการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย โดยมีการจัดส่งทีมอาสาสมัครเข้าไปช่วยเหลือในการทำความสะอาดบ้านเรือนและชุมชน

  3. ปัญหาที่สำคัญที่พบในการฟื้นฟูคืออะไร? ปัญหาที่สำคัญคือหนี้สินของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ และปัญหาเรื่องระบบบำบัดน้ำเสียในพื้นที่อำเภอแม่สาย

  4. มีมาตรการใดบ้างเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น? ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหา ได้แก่ การให้รัฐบาลสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ผู้ประสบภัย และการเร่งแก้ไขปัญหาเรื่องระบบบำบัดน้ำเสีย

  5. บทเรียนที่ได้จากเหตุการณ์นี้คืออะไร? เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมและวางแผนรับมือกับภัยพิบัติในอนาคต รวมถึงความสำคัญของการร่วมมือกันของทุกภาคส่วนในการฟื้นฟู

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

สทนช. จับมือจีนพัฒนาแม่น้ำสาย-รวก ลดปัญหาน้ำท่วม

สทนช. นำคณะผู้แทนจีนศึกษาพื้นที่น้ำท่วมเชียงราย ร่วมมือพัฒนาโครงการแม่น้ำสาย-รวกแก้ปัญหาน้ำข้ามพรมแดน

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2567 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) นำโดย ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการ สทนช. พร้อมด้วย นายประสงค์ หล้าอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และคณะผู้แทนจากประเทศจีน ได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงานในพื้นที่ประสบอุทกภัยที่จังหวัดเชียงราย โดยมีเป้าหมายเพื่อหารือการดำเนินโครงการแม่น้ำสาย – แม่น้ำรวก เพื่อ แก้ปัญหาน้ำข้ามพรมแดน ระหว่างไทยและเมียนมา

ความร่วมมือในการแก้ปัญหาน้ำท่วมข้ามพรมแดน

แม่น้ำสายและแม่น้ำรวกเป็นแม่น้ำที่กั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยและเมียนมา ซึ่งในช่วงฤดูฝนจะประสบปัญหาน้ำท่วมชุมชนทั้งสองฝั่ง แต่ในช่วงฤดูแล้งจะประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับการเกษตรกรรม โดย สทนช. ได้ดำเนินโครงการวิจัยเพื่อบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำดังกล่าว โดยได้รับการสนับสนุนจาก กองทุนพิเศษแม่โขง – ล้านช้าง (Mekong-Lancang Cooperation: MLC)

ดร.สุรสีห์ เปิดเผยว่า ในปี 2568 สทนช. ได้เสนอขอรับงบประมาณเพิ่มเติมจากกองทุนพิเศษแม่โขง – ล้านช้าง เพื่อนำมาพัฒนาโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการแจ้งเตือนอุทกภัยล่วงหน้า รวมถึงการปรับตัวของชุมชนเมืองให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ศึกษาดูงานพื้นที่จริง เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ

การศึกษาดูงานในครั้งนี้ คณะผู้แทนได้เยี่ยมชมพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เช่น

  • อำเภอแม่สาย ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงที่เกิดน้ำท่วมบ่อย
  • สถานีสูบน้ำดิบ และ สะพานมิตรภาพแม่น้ำสายแห่งที่ 1
  • สบรวก สามเหลี่ยมทองคำ ที่อำเภอเชียงแสน

นอกจากนี้ ยังได้เยี่ยมชมสถานีวัดระดับน้ำแม่น้ำโขง เพื่อศึกษาและแลกเปลี่ยนแนวทางการบริหารจัดการน้ำข้ามพรมแดน รวมถึงการปรับปรุงระบบเตือนภัยล่วงหน้า โดยคณะผู้แทนจากประเทศจีนและเมียนมาได้แลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและประสบการณ์ในการเฝ้าระวังและจัดการอุทกภัย

พัฒนาการจัดการน้ำเพื่อความยั่งยืนของภูมิภาค

สทนช. ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาคที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อหารือกับประเทศสมาชิกแม่โขง – ล้านช้าง ได้แก่ เมียนมา ลาว กัมพูชา และเวียดนาม โดยมีการถอดบทเรียนจากโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพิเศษแม่โขง – ล้านช้างในปีที่ผ่านมา เช่น

  1. โครงการสร้างเครือข่ายผู้นำเยาวชนด้านน้ำ ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในระดับภูมิภาค
  2. โครงการส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรมอัจฉริยะด้านน้ำ เพื่อรับมือกับปัญหาภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำ โดยเน้นการเพิ่มผลผลิตและรายได้ให้แก่เกษตรกร

ทั้งสองโครงการนี้ดำเนินการร่วมกับสถาบันสิ่งแวดล้อมสตอกโฮล์ม (SEI) และสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนธันวาคมปีนี้

ยกระดับความสามารถของชุมชนในการรับมือกับอุทกภัย

โครงการพัฒนาการจัดการน้ำข้ามพรมแดนครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความสามารถของชุมชนในการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมและภัยแล้ง โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการแจ้งเตือนภัย และการแบ่งปันข้อมูลระหว่างประเทศสมาชิก เพื่อให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

  1. โครงการแม่น้ำสาย – แม่น้ำรวกคืออะไร?
    โครงการนี้มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา โดยใช้การวิจัยและเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการน้ำ

  2. สทนช. มีบทบาทอะไรในโครงการนี้?
    สทนช. เป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบในการดำเนินโครงการร่วมกับประเทศสมาชิกแม่โขง – ล้านช้าง

  3. ความร่วมมือระหว่างไทยและจีนมีอะไรบ้าง?
    การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงการพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า

  4. ผลกระทบของโครงการนี้ต่อชุมชนคืออะไร?
    ชุมชนจะได้รับประโยชน์จากการลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมและภัยแล้ง และสามารถปรับตัวได้ดีขึ้นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

  5. โครงการนี้จะดำเนินการในพื้นที่ใดบ้าง?
    พื้นที่ที่เน้นคือแม่น้ำสาย – แม่น้ำรวก รวมถึงพื้นที่เกษตรและชุมชนเมืองบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ทหารใหม่เชียงราย อบรม CPR พร้อมใช้ AED ช่วยชีวิต

มณฑลทหารบกที่ 37 จัดอบรมช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานและการใช้เครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติ ให้ทหารใหม่เพิ่มความพร้อมรับภารกิจ

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2567 มณฑลทหารบกที่ 37 โดย โรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช ได้จัดกิจกรรมอบรมการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (CPR) และการใช้เครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (AED) แก่ ทหารใหม่ผลัดที่ 2/67 จากหน่วยฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 37 และกองพันทหารราบที่ 17 กรมทหารราบที่ 3 (ร.17 พัน.3) เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะในการช่วยเหลือชีวิตขั้นพื้นฐานให้กับทหารใหม่ โดยมีกำลังพลเข้ารับการอบรมรวมทั้งสิ้น 286 นาย

อบรมทักษะการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานเพื่อความปลอดภัย

การอบรมครั้งนี้จัดขึ้นโดยทีมเวชกรรมป้องกันของโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช ซึ่งได้มุ่งเน้นให้ความรู้เรื่อง การป้องกันการเจ็บป่วยจากความร้อน การป้องกันการเกิดโรคระบาด สุขภาวะทางจิต และสุขาภิบาลในหน่วยฝึกทหารใหม่ นอกจากนี้ยังเน้นไปที่การฝึกทักษะ การทำ CPR และการใช้เครื่อง AED ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อให้ทหารใหม่สามารถช่วยชีวิตผู้ที่เกิดอาการหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้อย่างทันท่วงที

สร้างความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจและดูแลสุขภาพทหารใหม่

พันเอกประเสริฐ แก้วมาตย์ ผู้บังคับการมณฑลทหารบกที่ 37 กล่าวว่า การฝึกอบรมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของกองทัพบก ที่มุ่งเน้นให้ทหารใหม่ได้รับความรู้ที่เป็นประโยชน์ในการดูแลตนเอง รวมถึงการรักษาสุขลักษณะที่ดี เพื่อให้ทหารทุกนายมีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ ควบคู่ไปกับการฝึกฝนทักษะทางทหาร ซึ่งจะช่วยให้ทหารสามารถปฏิบัติภารกิจในการพัฒนาประเทศและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทักษะ CPR และการใช้เครื่อง AED สำคัญอย่างไร?

การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (CPR) และการใช้เครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้า (AED) ถือเป็นทักษะที่สำคัญมากในการช่วยชีวิตผู้ที่ประสบอุบัติเหตุหรือมีอาการหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน โดยเครื่อง AED เป็นเครื่องมือที่สามารถช่วยกระตุกหัวใจให้กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การอบรมทักษะเหล่านี้แก่ทหารใหม่ จะทำให้พวกเขาสามารถนำไปใช้ช่วยเหลือเพื่อนร่วมหน่วยหรือประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉินได้

การดูแลสุขภาพจิตและสุขาภิบาลในหน่วยฝึกทหารใหม่

นอกเหนือจากการอบรมทักษะช่วยชีวิตแล้ว ทีมงานยังได้ให้ความรู้เกี่ยวกับ สุขภาวะทางจิตและสุขาภิบาล เพื่อให้ทหารใหม่ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิตใจและสิ่งแวดล้อมรอบตัว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้ทหารมีสุขภาพแข็งแรง พร้อมสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ในอนาคต

เสริมสร้างศักยภาพทหารใหม่เพื่อพัฒนาชุมชน

พันเอกประเสริฐกล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาทักษะต่าง ๆ ไม่เพียงแต่ทำให้ทหารใหม่มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น แต่ยังช่วยส่งเสริมให้พวกเขาสามารถ มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและช่วยเหลือประชาชน ในสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างเต็มความสามารถ ทั้งนี้ ทหารใหม่ที่ผ่านการฝึกอบรมจะมีทักษะและความรู้ที่จำเป็นในการรับมือกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในชีวิตประจำวันได้ดียิ่งขึ้น

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

  1. การอบรม CPR และการใช้เครื่อง AED มีความสำคัญอย่างไร?
    ทักษะเหล่านี้ช่วยให้สามารถช่วยชีวิตผู้ที่เกิดอาการหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้ทันที ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิต

  2. การอบรมนี้จัดขึ้นที่ไหน?
    จัดขึ้นที่โรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช มณฑลทหารบกที่ 37 จังหวัดเชียงราย

  3. ทหารใหม่ที่เข้ารับการอบรมมีกี่นาย?
    มีทหารใหม่เข้ารับการอบรมจำนวน 286 นาย

  4. การฝึกอบรมนี้ครอบคลุมเนื้อหาอะไรบ้าง?
    ประกอบด้วยการทำ CPR การใช้เครื่อง AED การป้องกันโรคระบาด สุขาภิบาล และสุขภาวะทางจิต

  5. ทหารใหม่สามารถนำทักษะที่ได้รับไปใช้ในสถานการณ์ใดได้บ้าง?
    สามารถใช้ในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น การช่วยเหลือเพื่อนร่วมหน่วย และการช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉิน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

อบจ.เชียงราย ผลักดันแพทย์แผนไทย เสริมพลังชุมชนด้วยสมุนไพร

นายก อบจ.เชียงราย ร่วมบรรยายสัมมนาปาฐกถาชีวกโกมารภัจจ์ ครั้งที่ 8 ส่งเสริมแพทย์แผนไทยเพื่อพัฒนาท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา ณ วิทยาลัยการแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ทางเลือก มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย มีการจัดกิจกรรมสัมมนาปาฐกถาชีวกโกมารภัจจ์ ครั้งที่ 8 เนื่องในวันสถาปนาวิทยาลัยครบรอบ 22 ปี โดยมี นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.) และ ศาสตราจารย์คลินิก ดร.นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “บทบาทของแพทย์แผนไทยในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล”

ส่งเสริมการบูรณาการแพทย์แผนไทยและการศึกษา

ในงานสัมมนาครั้งนี้ นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการระหว่าง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่ได้โอนย้ายมาอยู่ภายใต้การดูแลของ อบจ.เชียงราย โดยปัจจุบันยังประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะ แพทย์แผนไทย ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการดูแลสุขภาพของชุมชน

นางอทิตาธร กล่าวว่า หากมีการร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในการผลิตบุคลากรด้านการแพทย์พื้นบ้าน และสนับสนุนให้นักศึกษาที่จบการศึกษาได้กลับมาทำงานในบ้านเกิด จะช่วยส่งเสริมให้เกิดความรู้สึกรักถิ่นฐานและพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

การส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรเพื่อการแพทย์

นอกจากการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์แล้ว นายก อบจ.เชียงราย ยังมีแนวคิดในการ ส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่ปลูกพืชสมุนไพร เพื่อใช้ในทางการแพทย์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน โดยมีการควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้ได้มาตรฐาน เพื่อให้สามารถเข้าสู่ตลาดโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

เปิดรับสมัครแพทย์แผนไทยระดับปฏิบัติการ

เพื่อตอบสนองต่อความต้องการบุคลากรทางการแพทย์ อบจ.เชียงราย ได้เปิดรับสมัครคัดเลือกตำแหน่ง แพทย์แผนไทยระดับปฏิบัติการ โดยไม่จำเป็นต้องสอบแข่งขัน ผู้ที่สนใจสามารถยื่นใบสมัครได้ด้วยตนเองตั้งแต่วันที่ 13 – 19 พฤศจิกายน 2567 ที่กองการเจ้าหน้าที่ ชั้น 3 อบจ.เชียงราย ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 053-175-352 ในวันและเวลาราชการ

ความร่วมมือในการส่งเสริมการแพทย์และเศรษฐกิจชุมชน

การสัมมนาครั้งนี้ยังได้พูดถึงการสนับสนุนให้ชุมชนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาสินค้าชุมชน โดยการปลูกพืชสมุนไพรจะไม่เพียงแต่สร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ แต่ยังช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจในระดับจังหวัด ทำให้สินค้าท้องถิ่นของเชียงรายสามารถแข่งขันในตลาดสากลได้อย่างเต็มศักยภาพ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

  1. การสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาสอะไร?
    จัดขึ้นเนื่องในวันสถาปนาวิทยาลัยการแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ทางเลือก มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ครบรอบ 22 ปี

  2. เป้าหมายของการบูรณาการแพทย์แผนไทยกับการศึกษาในเชียงรายคืออะไร?
    เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์และสนับสนุนให้นักศึกษาที่จบการศึกษากลับมาทำงานในบ้านเกิด

  3. อบจ.เชียงรายมีแนวทางการพัฒนาชุมชนอย่างไร?
    ส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรทางการแพทย์และตรวจสอบคุณภาพเพื่อให้สินค้าสามารถเข้าสู่ตลาดโลก

  4. เปิดรับสมัครตำแหน่งแพทย์แผนไทยเมื่อไหร่?
    ตั้งแต่วันที่ 13 – 19 พฤศจิกายน 2567 ที่กองการเจ้าหน้าที่ อบจ.เชียงราย

  5. ใครเป็นผู้บรรยายในงานสัมมนาครั้งนี้?
    นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย และ ศาสตราจารย์คลินิก ดร.นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.เชียงราย)

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE